มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 339 – เส้นทางที่ไม่ใช่เส้นทาง (1)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 339 – เส้นทางที่ไม่ใช่เส้นทาง (1)
ในทันทีหลังจากการล่มสลายของโอลิมปัสในกิแกนโทมาเคีย
ข้อจ ากัดของพวกยักษ์ก็หายไป พวกเขาเป็นอิสระจากเรื่องราว
เก่าและจะเกิดใหม่ในฐานะผู้เข้าร่วมในสถานการณ์ใหม่
[มันไม่มีความปรารถนาที่จะต่อสู้แบบเดิมซ าอีก เจ้าเห็นด้วย
ไหม?]
[ข้าเห็นด้วย]
เบรียเรอัสผู้น าของยักษ์ และไดโอไนซัสซึ่งเป็นตัวแทนชั่วคราว
ของสิบสองเทพได้บรรลุข้อตกลงที่น่าทึ่งก่อนสิ นสุดสถานการณ์
ที่ 60
[การถ่ายทอดสดดวงดาวยอมรับ ‘การล่มสลายของต านาน’
แล้ว]
[เรื่องราวใหม่ก าลังเบ่งบานในสถานการณ์ที่ 60]
ในความเป็นจริง พวกเขาสามารถต่อสู้ได้อีกถ้าพวกเขา
ต้องการที่จะต่อสู้ อย่างไรก็ตาม พลังของโอลิมปัสก็อ่อนแรงลง
เป็นอย่างมากผ่านกิแกนโทมาเคีย วีรบุรุษและยักษ์ได้ตายไป
หลายคน สภาพของโพไซดอนก็ยังไม่ชัดเจน และราชาแห่ง
ยมโลกผู้เงียบงันก็ได้ประกาศผู้สืบทอดของเขา
ผม
ในสถานการณ์เช่นนี การคงอยู่ของเนบิวลาจะตกอยู่ใน
อันตรายหากทั งสิบสองเทพและยักษ์ยังคงต่อสู้กันต่อ
การล่มสลายของเนบิวลายักษ์ โอลิมปัส ศูนย์กลางของ
เรื่องราวอันไร้สาระนี คือเนบิวลาเล็กๆ
[กลุ่มดาวจ านวนหนึ่งตะโกนชื่อบริษัทของคิมทกจา!]
เรื่องราวที่เริ่มต้นด้วยการต่อสู้ของกลุ่มดาวเล็กๆ จนในที่สุดก็
มาถึงจุดจบด้วยมหาเรื่องราว อย่างไรก็ตาม สมาชิกของ
เนบิวลาก็ไม่ได้ชื่นชมมหาเรื่องราวและก าลังตะโกนชื่อของคนๆ
หนึ่ง
“ทกจา! ทกจา!”
“พี่! อย่าไปไหนอีกนะ! พี่ซ่อนตัวอยู่ตรงไหน?”
จางฮีวอน ลีฮุนซึง ลีจีฮเย ลีกิลยัง ชินยูซอง…
พวกเขาก าลังมองหาคิมทกจาบนเกาะเล็กๆ ที่สร้างขึ นโดยยักษ์
เสียงของบางคนฟังดูไม่สบายใจในขณะที่บางคนก็มีสีหน้าเต็ม
ไปด้วยความไม่เชื่อถือ คนเดียวที่ยังคงสงบในความสับสน
วุ่นวายนี คือคนที่จ้องมองขึ นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับใบหน้าไร้
อารมณ์
ฮันซูยองจ้องมองเขาใกล้ๆ และถาม “ยูจงฮยอค นายรู้อะไรงั น
เหรอ?”
“…”
“ตอบมา เด็กๆ เป็นห่วง”
ยูจงฮยอคหันไปหาฮันซูยองอย่างช้าๆ สมาชิกปาร์ตี สังเกตเห็น
บางสิ่งบางอย่างและมารวมตัวกันด้านหลังฮันซูยอง
“มาสเตอร์ อะไรเหรอ? มาสเตอร์รู้อะไรเหรอ?”
“เกิดอะไรขึ นกับทกจาอีกแล้ว?”
ยูจงฮยอคเงียบไปพักหนึ่งก่อนที่จะตอบ “คิมทกจากลับไปที่
โลกแล้ว”
“อะไรนะ? โดยไม่มีพวกเรา?”
ลีจีฮเยค่อยๆ ค้นพบอะไรบางอย่างและพูดออกมา “อ่า… อย่า
บอกนะว่า?”
เมื่อมองย้อนกลับไป กิแกนโทมาเคียไม่ใช่จุดประสงค์ที่แท้จริง
ของพวกเขา ตั งแต่แรก การเข้าร่วมกิแกนโทมาเคียเป็นเพียง
แค่กระบวนการเท่านั น ในขณะที่ทุกๆ คนก าลังตื่นเต้นไปกับชัย
ชนะ มีแค่คิมทกจาเท่านั นที่คิดถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของ
ภารกิจนี
จางฮีวอนถอนหายใจอย่างโล่งอกและยิ ม “…ถึงกระนั น เขาก็
ไม่จ าเป็นต้องรีบกลับไปคนเดียวแบบนี ”
“พวกเราจะกลับไปด้วย!”
จากนั นข้อความของระบบก็ดังออกมา
[พื นที่จะถูกจ ากัดไว้เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงเพื่อท าให้สถานการณ์
คงที่]
ดวงตาของลีซอลฮวาเบิกกว้างขึ นด้วยความประหลาดใจ “ทก
จาออกไปจากที่นี่ได้ยังไง?”
“เขาน่าจะใช้วิธีพิเศษ”
“วิธีพิเศษ?”
“ฉันไม่รู้อะไรทั งนั น”
ยูจงฮยอคตอบและจ้องไปยังท้องฟ้าอีกครั ง มันยังคงมีหิมะตก
หิมะก าลังตกในฤดูร้อน บนพื นฐานของโลก หิมะจะตกในเดือน
สิงหาคมเสมอ
ฮันซูยองจ้องตามเขาไปและถาม “…คิมทกจากลับไปก่อน
เพราะยูซานอาใช่ไหม?”
มันมีเหตุผลที่ควรจะถามอย่างชัดเจน ค าตอบของยูจงฮยอคก
ลับมาหลังจากหิมะอันน่าอัศจรรย์หลอมละลายไปในดวง
ตะวัน”เธอจะรู้เมื่อได้เห็น”
***
ในรถที่วิ่งในมิติ ผมหลงทางอยู่ในความคิด ในช่วงเวลาที่ผม
ก าลังวางแผนที่จะโค่นล้มกิแกนโทมาเคีย ผมก็ได้ติดต่อกับกลุ่ม
ดาวหลายคน บางทีผู้ที่มีความคุ้นเคยน้อยที่สุดก็อาจได้รับการ
เรียกหาของผม
ส่วนใหญ่พวกเขามีความสัมพันธ์พิเศษกับโอลิมปัสหรืออยู่ใน
ต าแหน่งที่ยากจะมีส่วนร่วมในสถานการณ์ที่ 60 ผมเข้าใจได้
จะมีกลุ่มดาวไหนที่ต้องการเป็นศัตรูกับเนบิวลาใหญ่อย่าง
โอลิมปัส?
อย่างไรก็ตาม มันก็มีคนหนึ่งที่มีข้อเสนอแปลกๆ
– ข้าไม่อาจช่วยในกิแกนโทมาเคียได้ แต่ถ้าเจ้าล้มเหลว ข้า
สามารถปูทางให้เจ้าหนีไปได้ แต่ เพียงแค่เจ้าคนเดียวเท่านั น
คนที่พูดนั นก าลังนั่งอยู่ในที่นั่งคนขับและถือพวงมาลัยไว้
[…ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะใช้ประโยชน์จากข้อเสนอของข้าใน
แบบนี ]
เจ้าของเฟอร์รารีกินี่พิเศษที่สามารถใช้ประตูมิติแห่ง
สถานการณ์ได้เพราะความเป็นไปได้ของเขาและผู้ที่สามารถ
ข้ามมิติได้อย่างอิสระ
ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากหัวเราะ [เดิมทีเจ้าก็เป็นคนที่แทบจะไม่
เคยขอความช่วยเหลือจากใครอยู่แล้ว]
“ความคิดของฉันแตกต่างไปเล็กน้อยหลังจากกลับมาจากอีก
โลกหนึ่ง” ผมยิ มและเสริม”นอกจากนี ฉันยังทิ งเฟอร์รารีกินี่
ระดับ X ไว้ด้านหลังโดยไม่ได้ตั งใจ ฉันยังผ่อนไม่หมดเลย แต่
ฉันก็ร้องไห้ออกมาทุกๆ ครั งที่คิดถึงมัน”
[ฮ่าฮ่า รถที่ซื อจากข้าเหรอ?]
“ดังนั นในอนาคต ฉันจึงตัดสินใจที่จะขึ นรถของคนอื่นโดยไม่
ขับเองแล้ว”
[มันเป็นการตัดสินใจที่น่าผิดหวังจากต าแหน่งของผู้ขาย คราว
นี มีรุ่นใหม่ออกมา และข้าก าลังจะให้เจ้าฟรีๆ]
“…ฟรี?”
[ข้าโกหก]
…ผมรู้ มันไม่มีทางที่กลุ่มดาวนี จะยอมเสียเปรียบ ผู้ผลิตสินค้า
จ านวนมากดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างในขณะที่เขาคาบบุหรี่
ไว้ในปาก ควันที่กระจัดกระจายออกมาถูกดูดเข้าไปในช่อง
ระบายอากาศที่ติดตั งไว้ก่อนที่มันจะมาถึงผมตรงที่นั่งผู้โดยสาร
[ข้าต้องการท าสัญญากับเนบิวลาของเจ้า]
“สัญญา?”
[เจ้ารู้ถึงสิ่งที่เจ้าท าไปในคราวนี ไหม?]
ผมรู้ ผมไม่อาจไม่รู้ได้
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินต านาน’ ก าลังไหลผ่านเส้น
เลือดของคุณ!]
มันเป็นเพราะแม้แต่ตอนนี ผลของสิ่งที่ผมได้ท าลงไปก็ก าลัง
ไหลผ่านเส้นเลือดในร่างกายของผม
คบเพลิงที่กลืนกินต านาน
เรื่องนี ไม่ใช่ ‘ผู้ลบล้างลายนิ วมือของเทพเจ้า’ หรือ ‘ผู้ปิดประตู
แห่งความเชื่อของต านาน’ ที่ผมตั งใจจะได้มาตั งแต่แรก ถึง
กระนั นสาระส าคัญของมันก็คล้ายกัน เรื่องของของการต่อสู้กับ
เนบิวลาที่ยิ่งใหญ่และการล้มล้างต านาน เรื่องราวนี จะเป็นสิ่ง
ตอบโต้เนบิวลาจ านวนมากมายที่ผมต้องต่อกรในอนาคต
[กลุ่มดาวจ านวนมากได้รู้จักบริษัทของคิมทกจา]
“ใช่”
[บางคนถึงกับอ้างว่าเจ้าควรจะตั งเนบิวลาของเจ้าเป็นหนึ่งใน
สิบสองมหาเนบิวลา]
…สิบสองมหาเนบิวลา ผมไม่ได้ตระหนักเลยว่าผมอยู่ใน
ต าแหน่งที่จะได้ยินเรื่องนี แล้ว สิบสองมหาเนบิวลาที่
ครอบครองการถ่ายทอดสดดวงดาว มันมีระดับที่แข็งแกร่งอยู่
สามเนบิวล่า ปานกลางสี่เนบิวลา และอ่อนแอห้าเนบิวลา
โอลิมปัสที่ตั งอยู่ในต าแหน่งระหว่างระดับที่แข็งแกร่งทั งสาม
และปานกลางทั งสี่ได้เสียหายหนักมากในครั งนี และต้องมีคนไป
แทนที่พวกเขา
“มีดวงดาวที่รีบร้อนมากมาย”
[พวกมันเป็นแบบนี เสมอ]
“ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากต้องการใช้โอกาสนี เพื่อเซ็นสัญญากับ
เนบิวลาของฉันเหรอ?”
[ใช่แล้ว]
มันไม่มีความลังเลอยู่ในค าตอบของเขาเลย
[ข้าต้องการปล่อยโฆษณาผลิตภัณฑ์ใหม่นี ให้เนบิวลาของเจ้า]
“ได้ ฉันจะถามสมาชิกดูนะ”
[เยี่ยม อวตารที่ข้าต้องการให้ปรากฏตัวเป็นการส่วนตัวคือ…]
ผมฟังผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากในขณะที่จ้องมองไปที่หน้าต่าง
ของภาพที่ผ่านพ้นไป ฤดูกาลของเรื่องราวมากมายไหลผ่าน
ทิวทัศน์ไป
ใช่แล้ว ทันใดนั นเอง…
“มันเร็ว” ในขณะที่ผมพูด ผมก็หยิบขวดทรงดวงดาวใน
กระเป๋าขึ นมาโดยไม่รู้ตัว ผมมาถึงจุดนี เร็วกว่ารอบไหนใน
นิยายต้นฉบับ แต่ผมก็ไม่รู้ว่ามันจะเร็วพอไหม
ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากหัวเราะและกล่าวว่า [ผลิตภัณฑ์ใหม่นี
จะเร็วขึ นเล็กน้อย เจ้าจะรู้ถ้าเจ้าได้ขับมันด้วยตัวเอง แต่
ความรู้สึกในการขับนี่ก็…]
“เวลาช้าเกินไปเมื่อเทียบกับความเร็วในการขับขี่ นายจงใจท า
แบบนี เพื่อพูดถึงสัญญาใช่ไหม?”
[หืม เจ้าก าลังพูดเรื่องอะไร? ข้าก าลังใช้เส้นทางที่รวดเร็วที่สุด
ดูสิ มันถึงจุดตัดสุดท้ายแล้ว]
ในขณะที่เขาพูดออกมา มันก็มีประตูมิติสามอันเปล่งแสงสีขาว
อยู่ที่อีกฝั่งของมิติ ผมไม่ได้ถาม แต่ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากก็
อธิบาย
[อันแรกคือเส้นทางสู่โลก และอีกหนึ่งคือเส้นทางสู่บริบทของ
กลุ่มดาว]
“แล้วอันสุดท้ายล่ะ?”
[เส้นทางที่ดูเหมือนกับ ‘เส้นทาง’]
ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากยิ มอย่างมีเลศนัย มันมืดกว่าประตูมิติ
อื่นและแผ่บรรยากาศอันคลุมเครือ
[เจ้ารู้ไหมว่าปลายทางของมันคืออะไร]
แน่นอนว่าผมไม่รู้ ผมอาจจะอ่านหนทางเอาชีวิตรอดมา แต่มัน
ก็ไม่ได้มีค าอธิบายของประตูมิติทั งหมดในมิติ กล่าวอีกนัยหนึ่ง
ประตูมิตินี เป็นเส้นทางที่ไม่มีอยู่ในหนทางเอาชีวิตรอด
“อะไร?”
[ไม่มีอะไรเลย มันเป็นแค่เส้นทางที่ถูกขวางไว้]
ค าตอบกลับมาเหมือนมันชัดเจน ก่อนที่ผมจะทันได้พูดอะไร
ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากก็พูดต่อ [จุดสิ นสุดของเส้นทางบาง
สาย เส้นทางที่ดูแตกต่างจากเส้นทางอื่นๆ มันคือเส้นทางที่ไม่มี
ใครเดินหรือเส้นทางที่ไม่มีแม้แต่ถนน]
เฟอร์รารีกินี่เร่งความเร็วผ่านประตูมิติมืด ระบบน าทางก าลัง
แสดงเส้นทางสู่โลก บนหน้าจอ ประตูมิติที่พวกเราเพิ่งผ่านไป
ถูกท าเครื่องหมายว่า ‘ไม่มีเส้นทาง’
[เส้นทางแบบนั นมักจะถูกตัดขาดในจุดที่คลุมเครือ ผู้คนที่เลือก
เดินไปตามทางจะเชื่อว่ามันคือจุดจบ]
“นายหมายความว่ายังไง?”
[โปรดเลือกเส้นทางของนายให้ดี]
ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากสูบบุหรี่และยิ มอย่างอ่อนโยน
[บางครั งสิ่งที่ดูเหมือนเส้นทางก็ไม่ใช่เส้นทาง]
อึดใจต่อมา ภูมิทัศน์ของมิติก็เปลี่ยนไป ผมเห็นการปรากฏตัว
ของดาวเคราะห์สีน าเงินและตกลงบนพื น
ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากบอกกับผม [พวกเรามาถึงแล้ว โชคดีที่
คราวนี มันดี]
***
เมื่อผมมาถึงกรุงโซล ผมก็มุ่งหน้าไปที่โรงงานในทันที่ มันเป็น
หอผู้ป่วยที่ผู้ป่วยถูกเข็นเข้ามา เมื่อผมก้าวเข้าไปในวอร์ด ผมก็
ได้ยินเสียงที่ใกล้เคียงกับเสียงที่แท้จริง
[เจ้ามาแล้ว]
มันฟังดูเหมือนเสียงที่แท้จริง แต่ก็ไม่ใช่เสียงที่แท้จริง มันเป็น
เสียงที่เต็มไปด้วยศักดิ์ศรีของผู้บรรลุ พลังเวทมนตร์สีฟ้าเต็มไป
ทั่วอากาศ ตามที่คาดไว้ อาจารย์ทุกๆ คนย่อมต้องการดูดีต่อ
หน้าลูกศิษย์ของพวกเขา
“ศิษย์ผู้ต่ าต้อยขอคาราวะอาจารย์”
[ไม่มีเวลาแล้ว ไว้ทักทายกันทีหลัง ไปซะ]
บางทีมันอาจเป็นผลพวงจากสงครามผู้หวนคืน เคียร์อีออสมี
ผ้าพันแผลพันอยู่ทั่วร่าง
“ปีศาจสวรรค์และปีศาจโลหิต…”
[ข้าฆ่าพวกมันไปแล้ว ไม่ต้องพูดกับข้าแล้ว รีบไปเร็ว]
ผมรู้สึกประหลาดใจกับการประกาศอย่างสงบ เขารอดชีวิตมา
ได้จากปีศาจสวรรค์และปีศาจโลหิตที่เคยสังหารเซียนดาบ
ทลายนภาในชีวิตที่ผ่านมา ผมไม่ได้ตระหนักเลยว่าอาจารย์
ของผมในรอบนี แข็งแกร่งมากขนาดนี
ไอลีนพบผมในระยะไกลและวิ่งเข้ามา เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญ
เรื่องราวเพียงคนเดียวในโรงงาน ถ้าเธอไม่อยู่ที่นี่ สมาชิกปาร์ตี
คงจะตายไปบางส่วนแล้ว
ผมโบกของเหลวดาราแล้วตะโกนว่า “ฉันเอาของเหลวดารา
มาแล้ว!”
“อืม เจ้ายังไม่รู้ แต่…”
“ฉันรู้แล้ว”
ในระยะไกล มันสามารถมองเห็นห้องสีแดงสองห้องได้ หนึ่งคือ
ห้องพยาบาลของยูซานอา และอีกห้องคือ…
“แม่ของฉันเป็นไงบ้าง?”
“อาการของเธอแทบจะเหมือนกันกับยูซานอา”
“ความรุนแรงของอาการล่ะ?”
“แทบจะในระดับเดียวกัน…”
ผมรู้ว่าแม่ของผมฝืนตัวเองเกินไป อักขระ ‘มหาอนาคต’ เป็น
ภาระอย่างมากต่อร่างกายของผู้ใช้ ยิ่งกว่านั น สัญญากับ
เนบิวลานั นก็อยู่ในสภาพที่ไม่ชัดเจน และภาระก็เพิ่มมากขึ น
หลังจากที่ผู้สนับสนุนของแม่ของผมเสียหายหนัก
ไอลีนรับของเหลวดาราไปจากผมและพูดด้วยน าเสียงมืดมน
“ข้าคิดว่ามันยังขาดอยู่”
“นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันมีสองขวด พวกมันต่างกัน”
ผมไม่ได้น าของเหลวดารามาแค่อันเดียว มันมีน าทิพย์จากไดโอ
ไนซัส รวมทั งโสมที่ผมควรจะได้รับจากสุริยะ
การแสดงออกของไอลีนเปล่งประกายขึ นเมื่อเธอได้รับ
ของเหลวมาสองขวด
“…เจ้าหน้าที่เเพทย์!”
เจ้าหน้าที่รีบวิ่งเข้ามาตามสัญญาณของเธอไปยังห้องพยาบาล
ทั งสอง มันมีคนเบียดผ่านผมไป และบาดแผลด้านข้างของผม
ที่เกิดจากโพไซดอนก็สั่น วิสัยทัศน์ของผมพร่ามัวไปครู่หนึ่ง
…ผมก็น่าจะต้องได้รับการรักษา ไม่สิ ผมคงแปลกที่จะไม่เป็นไร
หลังจากถูกกลุ่มดาวระดับเทวะโจมตี ผมพยายามอย่างหนัก
เพื่อซ่อนความเจ็บปวดจากบาดแผล สติของผมไม่เสถียร
ประตูห้องพยาบาลดูราวกับทางเข้าสู่ประตูมิติที่ผู้ผลิตสินค้า
จ านวนมากแสดงให้ผมเห็น
[เจ้าไม่เป็นไรนะ?]
เคียร์อีออสบินเข้ามาและถามผม ผมตอบว่าผมไม่เป็นอะไร พูด
ตามตรง มันรู้สึกเหมือนผมตอบ แต่ผมก็ไม่ได้สติไปสักพัก
เมื่อผมตื่นขึ นมา ผมก็ก าลังนอนอยู่บนเก้าอี ในวอร์ด ไอลีน
ก าลังยืนอยู่ตรงหน้าของผม ผมทนกับความเจ็บปวดและลุกขึ น
“…เกิดอะไรขึ นกับทั งสองคน?” ผมถามทันทีแม้ว่าผมจะไม่
ค่อยมีสติเท่าไร
อย่างไรก็ตาม การแสดงออกของไอลีนก็แปลกไป “…มันไม่
เพียงพอ”
“มันยังไม่พอเหรอ? อะไรกัน?”
“พวกเธอสองคนแย่ลงเร็วกว่าที่ข้าคิด ข้าสามารถรักษาได้แค่
คนเดียว”
ผมไม่อาจเข้าใจค าพูดเหล่านี ได้ ค าพูดของไอลีนฟังดู
เหมือนกับค าพูดของมนุษย์ต่างดาว ราวกับเธอคือเทพเจ้า
ภายนอก
“เรื่องนั่น… เธอหมายความว่ายังไง?”
“ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น”
ไอลีนเรียกค าขยายของผมอย่างเป็นทางการ เธอจะเรียกผม
แบบนี เมื่อเธอต้องการค าสั่งของผมเท่านั น
ห้องทั งสองนั นเปิดกว้างเหมือนประตูมิติที่รอผมอยู่
“นายสามารถช่วยได้แค่คนๆ เดียว”
(จบตอน)