มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 342 – เส้นทางที่ไม่ใช่เส้นทาง (4)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 342 – เส้นทางที่ไม่ใช่เส้นทาง (4)
ประกายแสงพุ่งออกมารอบๆ ดวงวิญญาณที่แตกสลาย และ
พลังชีวิตของแม่ของผมก็ค่อยๆ ฟื้นกลับคืนมา เหล่าผู้พเนจร
ยุ่งอยู่กับการติดชิ้นส่วนเรื่องราวของแม่ราวกับว่าพวกเขาจะไม่
ยอมให้พลาดแม้แต่น้อย
“นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานั้น นายจ าได้ไหม?”
ภาพๆ หนึ่งถูกวาดโดยผู้คนมากมาย มันดูเหมือนกับว่างาน
เลี้ยงของจิตกรที่มารวมตัวกันเพื่อศิลปะอันสมบูรณ์แบบชิ้น
เดียว ผมประหลาดใจที่ผู้คนมากมายขนาดนี้จ าแม่ของผมได้
สายตาของเหล่าคนที่เคยฆ่าผู้อื่นไป หลังจากสถานการณ์
เริ่มต้นขึ้น เหล่าอวตารก็ตายไปต่อหน้าต่อตาของกลุ่มดาว
มากมาย พวกเขาถูกเปิดเผย ถูกจ้องมอง และถูกบังคับให้ท า
ตามความปรารถนาของกลุ่มดาว ในตอนนี้ สายตาเหล่านี้ก าลัง
ช่วยใครบางคนอยู่
“…อ๊ะ ฉันไม่ได้อยู่ในเวลานี้”
“ฉันไม่รู้ว่าฉันจะท าอะไรถ้าซูคยองไม่อยู่ที่นั่น ใช่ไหม?”
เสียงของผู้พเนจรพึมพ า บางทีตลอดทั้งชีวิตของพวกเรา
อาจจะกลายเป็นความทรงจ าส าหรับคนสองคนก็ได้
[กลุ่มดาว ‘อาลักษณ์สวรรค์’ แสดงความชื่นชมอย่างแท้จริง
ต่อภูมิทัศน์ของเรื่องราวที่สะสม]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ พึงพอใจมาก!]
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ก าลังดึงผมของเขาด้วยสี
หน้าแปลกๆ]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ก าลังบ่นในขณะที่มอง
ไปยังอวตารของเขา]
บางทีการตรวจสอบช่องอาจจะสิ้นสุดลงแล้วเนื่องจากมีกลุ่ม
ดาวมารวมตัวกันในช่องของบียูเพื่อมองภาพฉากนี้ แม่ของผม
เสร็จสมบูรณ์ต่อหน้าทุกๆ คน
แม่ของผม ลีซูคยอง ราชาแห่งผู้พเนจรลีซูคยอง อดีตนักโทษ
ลีซูคยอง นักเขียนบทความลีซูคยอง ‘ลีซูคยอง’ เหล่านี้ได้มา
รวมตัวกันเพื่อสร้าง ‘ลีซูคยอง’ ทั้งหมดนี้ขึ้นมา
ผมยืนนิ่ง และฮันซูยองก็โผล่ออกมาจากด้านข้างของผม “หลบ
ไป นายก าลังรบกวนพวกเรา”
แน่นอน ฮันซูยองได้อยู่กับแม่ของผมในช่วงเวลาสามปีที่ผ่าน
มาและน่าจะมีส่วนร่วมอยู่ในเรื่องราวของเธอ
ผมพยักหน้าและหลบไปจากห้อง การฟื้นฟูเรื่องราวแทบจะ
เสร็จสมบูรณ์แล้ว และผมก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีก ผมกระวน
กระวายเล็กน้อย แต่เธอก็เป็นนักเขียน… เธอน่าจะไม่ท าแม่ของ
ผมพัง
ผมได้ยินเสียงของฮันซูยองดังมาจากข้างหลังของผม “นี่…
นายพูดถึงมันในเวลานั้นเหรอ? ฉันไม่รู้ ใช่แล้ว อืม…”
…ได้โปรดไม่เป็นอะไรด้วยเถอะ ผมออกจากห้องไป และสมาชิก
ปาร์ตี้ก็ก าลังรอผมอยู่
“คุณลุง!”
“พี่ทกจา!”
ผมกอดเด็กสองคนในขณะที่มองไปยังสหายที่อยู่รอบๆ จางฮี
วอน ลีจีฮเย และลีฮุนซึงที่ถูกมัดไว้กับเตียง… ทุกๆ คนก าลังรอ
ค าตอบของผม ทุกๆ คนดูเหมือนจะรู้สถานการณ์ แม้ว่าผมจะ
ไม่ได้อธิบายอะไร ชินยูซองถามผม “คุณย่า? ย่าซูคยองไม่เป็น
อะไรแล้วเหรอ?”
“ฉันคิดว่าเธอน่าจะสบายดี มันก าลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย”
ใบหน้าของสมาชิกปาร์ตี้พากันโล่งอกกับค าพูดของผม มีแค่
ใบหน้าเดียวเท่านั้นที่แตกต่างออกไป
“เฮ้ ท าไมแม่ของพี่ถึงเป็นย่าของเธอล่ะ?”
“แม่ของคุณลุงก็คือคุณย่าของฉัน”
“พี่ทกจาไม่ใช่พ่อของเธอนะ”
ผมรีบลูบหลังของพวกเขา “เอาล่ะๆ อย่าเพิ่งเถียงกัน พวก
นายสองคนจะเรียกเธอว่าย่าก็ได้”
“จริงเหรอ? ผมก็ได้เหรอ?”
“ใช่”
ผมมองไปยังชินยูซองและลีกิลยังที่หน้าแดงและพยายามพูด
อย่างอื่น แต่ก็เลือกที่จะเงียบไปแทน
ส าหรับเด็กๆ พวกนี้ มันเกิดอะไรขึ้นในช่วงสามปีที่ผ่านมา?
เด็กพวกนี้ได้ยินอะไร ได้เห็นอะไร และได้พูดอะไรในขณะที่พวก
เขาผ่านสถานการณ์มาหลายสิบสถานการณ์โดยไม่มีผม?
“…พี่?”
ผมลูบหัวของลีกิลยังอยู่นาน และลีกิลยังก็เงยหน้าขึ้นมองผม
อย่างช่วยไม่ได้ ชินยูซองที่ก าลังมองมาทางนี้จับมือของผมและ
วางมันลงไปบนหัวของเธอ
ผมจับเด็กทั้งสองไว้และบอกกับพวกเขา “ฉันขอโทษนะ”
“…ฮะ? เรื่องอะไร?”
“ก็แค่ ส าหรับทุกๆ อย่าง”
ผมรู้ว่าผมไม่อาจขออภัยอะไรได้ ไม่ว่าพวกเขาจะบอกอะไรผม
ในตอนนี้ ถึงกระนั้น ผมก็ยังอยากจะพูดอะไรบางอย่างออกไป
บางทีเรื่องราวของแม่อาจจะมีอิทธิพลต่อผม ผมไม่ต้องการ
สร้างโศกนาฏกรรมที่ผมไม่อาจพูดได้ทันเวลาอีก อย่างไรก็ตาม
ค าพูดก็ไม่หลุดออกมาจากปากของผมง่ายๆ
‘พวกนายต้องล าบาก ฉันขอโทษนะ’ ผมอยากจะพูดค าเหล่านี้
ออกไป
“ไม่เป็นไรหรอก” ชินยูซองพูดออกมา “พวกเราไม่เป็นไร คุณ
ลุง”
ชินยูซองเงยหน้าขึ้นและมองมาที่ผม นี่คือคนที่ควรถูกปลอบ
แต่เธอกลับเป็นคนที่ถามว่าผมโอเคไหม “คุณลุง… คุณลุงโอเค
นะ?”
ผมไม่อาจตอบได้ ดังนั้นผมจึงหลบสายตาของชินยูซอง ผมเงย
หน้าขึ้น และสหายทุกคนก็ก าลังมองมาที่ผม ลีจีฮเยดูเจ็บปวด
ในขณะที่จางฮีวอนรู้สึกกังวล
ผมยิ้มในขณะที่ขยับริมฝีปาก “ท าไมพวกเธอถึงดูเป็นแบบนี้ไป
ได้? ฉันไม่เป็นไร แม่ของฉันเองก็ฟื้นตัวแล้ว”
“นายโอเคจริงๆ เหรอ?”
“ฉันไม่เป็นอะไรจริงๆ และ…”
ผมตรวจสอบสมาชิกปาร์ตี้ทุกคนอย่างรอบคอบ ผมรู้สึกถึง
เวลาที่ผ่านไปจากบาดแผลทั่วร่างกายของพวกเขา ในทันทีที่
มหาเรื่องราวกิแกนโทมาเคียสิ้นสุดลง พวกเขาก็วิ่งตรงมายัง
สถานที่แห่งนี้ก่อน มันไม่รู้สึกถึงผลพวงของชัยชนะเลย
“กิแกนโทมาเคีย… พวกเธอทุกคนต้องล าบาก”
บางทีการแสดงออกของผมอาจจะดูไร้สาระ ด้วยเหตุผล
บางอย่าง จางฮาวอนได้ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
“ค าพูดพวกนี้คือโบนัสเหรอ? ทกจานี่จริงๆ เลย… พวกเรา
ท างานอยู่ที่นี่เพราะมันดี”
ลีจีฮเยพยักหน้าข้างๆ เธอ จางฮีวอนพูดต่อ “นอกจากนี้…
ท าไมนายถึงต้องหนีคนเดียวอีก? นายอยากตายจริงๆ เหรอ?
หรือนายอยากจะโดนขังอีก?”
“นั่นเป็นเพราะผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากบอกฉัน”
“นายมีข้อแก้ตัวเสมอ”
ผมโค้งตัวให้กับพวกเธอ “ฉันขอโทษ”
นี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้ ผมสามารถอธิบายสิ่งต่างๆ ได้อย่าง
ชัดเจนในภายหลัง ในขณะที่ผมโน้มตัวไปข้างหน้า ผมก็เห็น
รองเท้าบู๊ตเก่าๆ สายตาของผมเงยขึ้น และผมก็เห็นชายในชุด
คลุมสีด าที่เต็มไปด้วยฝุ่น ทันใดนั้นเองผมก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมา
ผมรู้ว่ายูจงฮยอคอยู่ที่นี่
“ยูจงฮยอค นายก็เหมือนกัน―”
“มันไม่มีเวลาส าหรับเรื่องราวที่น่าสมเพช มันยังไม่จบอีก
เหรอ”
ยูจงฮยอคเดินไปยังห้องตรงข้ามกับทางเดินด้วยสายตาที่แปลก
ประหลาดและน่ากลัว
ตามที่คาดไว้ ยูจงฮยอคก็ยังเป็นยูจงฮยอค
“ทุกคนดูสบายใจจริงนะ? พวกนายมาปิกนิกกันเหรอ?”
ประตูห้องพยาบาลเปิดออก และฮันซูยองก็ปรากฏตัวขึ้น ดู
เหมือนว่าเธอจะใช้พลังเวทมนตร์ไปค่อนข้างมาก และสีหน้า
ของเธอก็ดูเหนื่อยๆ
“แม่ของฉันล่ะ?”
“มันคงใช้เวลาสักพักก่อนที่เธอจะตื่น แต่โรคของเธอหายเป็น
ปกติแล้ว ส่วนที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับเวลา”
“เธอพยายามหนักมาก”
“ยูซานอาล่ะ?”
“เจ้าหน้าที่แพทย์ก าลังเฝ้าดูความคืบหน้าของเธอ ไอลีนจะเริ่ม
การรักษาทันทีที่เธอออกมา ของเหลวของดารายังเหลืออยู่อีก
ไหม?”
ไอลีนบอกผมว่ามีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะรอดชีวิตไปได้
“ไปกันเถอะ”
ไอลีนน าทีมแพทย์และเดินตรงไปที่ห้อง อย่างไรก็ตาม เมื่อพวก
เราเข้าไปในห้องของยูซานอา พวกเราก็พบกับภาพแปลกๆ
“ซอลฮวา?”
ผมเห็นลีซอลฮวาในชุดขาวและก าลังดูแลยูซานอาอยู่ มันเป็น
ภาพลวงตาเหรอ? ผมรู้สึกเหมือนความเร็วที่ชิ้นส่วนเรื่องราว
ของยูซานอาไหลออกมานั้นลดลง
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ฉันใช้ยาที่จงฮยอคมอบให้ฉัน”
“ยาที่ยูจงฮยอคมอบให้เธอ?”
ลีซอลฮวามองลงไปยังขวดเล็กๆ บนโต๊ะอย่างเงียบๆ มันเป็น
ไอเท็มที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อผมสัมผัสกับขวดแก้ว ข้อมูล
ของไอเท็มก็โผล่ขึ้นมาในหัวของผม
“…น้ านมศิลาใสกระจ่างว่างเปล่า?”
ผมรู้สึกตกใจ ถ้ามันเป็นน้ านมศิลาใสกระจ่างว่างเปล่าที่ผมรู้จัก
มันก็คือไอเท็มหายากที่เทียบได้กับของเหลวดารา มันเป็นหนึ่ง
ในน้ำอมฤตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่มาจากบู๊ลิ้มที่ศูนย์ซึ่งสาบสูญไป
แล้ว
ผมเกิดความคิดขึ้นมามากมายจนผมไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไป
“เขาได้ของแบบนี้มาจากไหน?”
“ฉันได้ยินมาว่าเขาได้รับมาจากเซียนดาบทลายนภา”
เซียนดาบทลายนภายังไม่ได้กลับมาที่โลก มันอาจจะล่าช้า
เพราะเธอคงจะพบปะกับญาติๆ ของเธอสักพัก อย่างไรก็ตาม
เซียนดาบทลายนภามีของแบบนี้… เธอไปที่ ‘เกาะนั่น’ มา
เหรอ?
ไอลีนตรวจสอบยูซานอาและกล่าวว่า “มันซื้อเวลาได้สักพัก”
“เท่าไหร่?”
“ประมาณ 30 นาที”
“ถ้าพวกเราได้รับของเหลวดาราเพิ่ม…”
“มันมาถึงขั้นที่เธอไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยของเหลว
ดาราแล้ว เธอข้ามธรณีประตูไปแล้ว พูดตามตรงนะ มันน่า
อัศจรรย์มากแล้วที่ธีมยังไม่ได้รับความเสียหาย ความแข็งแกร่ง
ทางจิตใจของเธอนี่จริงเลยๆ…”
สมาชิกปาร์ตี้อุทานออกมากับค าพูดของไอลีน
“เดี๋ยว เธอก าลังพูดอะไรน่ะ?”
“พี่ซานอาจะตายเหรอ?”
สมาชิกปาร์ตี้ฟังค าอธิบายจากเจ้าหน้าที่แพทย์และเข้าใจถึง
ความร้ายแรงของสถานการณ์ จางฮีวอนและเด็กๆ หน้าซีด ลี
จีฮเยดูหวาดกลัว
“คุณลุง คุณลุงก าลังโกหกใช่ไหม?”
“…”
“พี่ซานอาจะตาย… ไม่มีทางจริงๆ เหรอ? จริงเหรอ? ไม่เลย
เหรอ? งั้นสิ่งที่พวกเราท ามาจนถึงตอนนี้…”
ลีจีฮเยเดินโซเซเหมือนกับผีและเขย่าตัวผม “ลุงตายมาหลาย
ครั้งแล้ว! ถ้าพวกเราได้รับแอตทริบิวต์นั้นล่ะก็―”
มันไม่มีวิธีได้แอตทริบิวต์แบบนั้นมาในตอนนี้ จางฮีวอนกอดลี
จีฮเยจากทางด้านหลังและถามผม “หรือว่า… มันเป็นไปไม่ได้
เหรอที่จะใช้วิธีก่อนหน้านั้น?”
วิธีการก่อนหน้า ไม่มีใครอธิบาย แต่ทุกๆ คนก าลังมองไปยังบียู
ในอากาศ
“มันยาก”
“นายคือผู้สืบทอดแห่งยมโลก นายขอความช่วยเหลือจากพวก
เขาไม่ได้เหรอ?”
“ฉันถามพวกเขาแล้ว”
ในระหว่างนี้ เสียงข้อความก็ดังจากอากาศอยู่หลายครั้ง พวก
มันคือข้อความจากกลุ่มดาวที่ต้องการฉวยโอกาสจาก
สถานการณ์
[กลุ่มดาว ‘จักรพรรดิผู้ฝันถึงความเป็นอมตะ’ ก าลังยื่น
ข้อเสนอ]
[กลุ่มดาว ‘จักรพรรดิผู้ฝันถึงความเป็นอมตะ’ กล่าวว่าเขาจะ
มอบ ‘หญ้าเทวะแห่งความเป็นอมตะ’ ให้แก่คุณทันทีถ้าคุณ
เซ็นสัญญากับเขา]
จักรพรรดิผู้ฝันถึงความเป็นอมตะ… มันคือ ‘ราชา’ ของจีน
หญ้าเทวะแห่งความเป็นอมตะจะต้องเป็นไอเท็มที่สามารถ
เทียบได้กับของเหลวดาราและผลดาราแน่ๆ อย่างไรก็ตาม ยู
ซานอาในตอนนี้ก็ไม่อาจฟื้นฟูได้แม้ว่าผมจะใช้มัน
「อย่า ท า」
ทุกๆ คนจ้องไปยังจุดๆ เดียวกัน
「ถ้านายยืมมือของพวกเขา พวกเขาจะต้องเรียกราคาที่ไร้
สาระแน่ๆ」
ยูซานอาก าลังพูดอยู่ ร่างอวตารจองเธอหลับตา แต่ทุกๆ คนก็
ได้ยินเสียงเธอ วิญญาณได้กระจัดกระจายไปมากกว่าครึ่ง และ
มีแค่ธีมของเธอเท่านั้นที่เหลืออยู่ แต่เธอก็ยังเฝ้ามองทุกคนจาก
ที่นี่
「ทุกคน」
ยูซานอาพูดกับสมาชิกปาร์ตี้
「ฉันไม่เป็นไร ดังนั้น…」
ผมไม่รู้ว่าวันนี้พวกเธอได้ยินค าว่า ‘ฉันไม่เป็นไร’ มากี่ครั้งแล้ว
ทุกคนในที่แห่งนี้รู้ว่าหมายความถึงอะไรกับค าพูดที่ว่า ‘ฉันไม่
เป็นไร’ ส าหรับพวกเรา มันหมายความว่าช่วงเวลานรกได้
เกิดขึ้นแล้ว
「กิลยัง พี่ไม่เป็นไร อย่าร้องไห้นะ ยูซองก็ด้วย」
ยูซานอาพูดกับกลุ่มต่อ ผมจับหน้าอกที่ก าลังกระเพื่อมของผม
และเอนตัวพิงก าแพง จางฮีวอนนั่งลงบนเก้าอี้
「ฮีวอน ฉันชอบเธอจริงๆ นะ เธอรู้ไหม?」
「นอกจากนี้ จีฮเย…」
น้ าตาร่วงหล่นลงมา ลีจีฮเยร้องไห้อย่างขมขื่นในขณะที่เธอจับ
ผ้าคลุมเตียง ดวงตาสีแดงของเธอจ้องมองมาที่ผม จาก
ด้านข้าง ผมได้ยินเสียงฟันก าลังบดเข้าด้วยกัน
“คิมทกจา ฉันจะลงนามในพันธะสัญญาต่างโลก” ฮันซูยอง
คว้าแขนของผมและประกาศ”งั้นมันอาจจะมีวิธี ไม่สิ ฉัน
จะต้องท าสัญญาอย่างแน่นอน ฉัน―”
「ฮันซูยอง」
คางของฮันซูยองสั่นไหว
「เธอไม่ต้องท าแบบนั้นหรอก」
ฮันซูยองปล่อยแขนของผม เธอเดินผ่านประตูไปเหมือนกับว่า
เธอไม่อยากฟังอีก ยูซานอาพูดต่อ เธอเป็นคนๆ เดียวที่พรั่งพรู
ค าพูดที่เหลืออยู่ทั้งหมดของเธอออกมา
「ฮุนซึงกับจงฮยอค… ฉันมีอะไรบางอย่างจะบอกพวกนาย…
แต่ฉันก็เหลือเรี่ยวแรงไม่มากแล้ว」
「ใช่ ฉันอยากจะพูด ฉันจะฝากมันไว้กับคนอื่น…」
จากนั้นยูซานอาก็มองมาที่ผม ผมยืนพิงก าแพงในขณะที่แผล
ของผมก าลังปวด
โลกสั่นสะเทือน อย่างไรก็ตาม ผมก็ต้องทนไว้
“ทุกคน”
ในช่วงเวลาที่ผมพูดออกมา ความเจ็บปวดก็เต็มไปทั่วศีรษะ
ของผม
[ก าแพงที่สี่เตือนคุณ]
「ไม่」
ผมไม่สนใจและด าเนินการต่อ “ทุกคน ออกไปข้างนอกก่อนสัก
พัก”
ดูเหมือนว่าพวกเธอจะสูญเสียดวงวิญญาณไป แม้ว่ายูซานอา
จะเป็นคนที่ก าลังจะตาย คนแรกที่ได้สติกลับมาก็คือจางฮีวอน
เธอสบตากับผมอยู่สักพักก่อนที่จะประคองลีจีฮเย ด้วยการให้
ก าลังใจของเธอ สมาชิกคนอื่นๆ ก็ออกจากห้องไปทีละคน ใน
ที่สุดก็ชินยูซองและลีกิลยังก็จากไป และผมก็เป็นคนเดียวที่อยู่
ในห้องกับยูซานอา
ผมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะพูดออกมา “ยูซานอา เธอจ าค าที่
เธอพูดบนรถไฟใต้ดินได้ไหม?”
ไม่มีค าตอบจากยูซานอา
“เธอบอกว่าเธอชอบอ่านหนังสือ”
ผมท่องชื่อของนักเขียนที่ยูซานอาบอกว่าเธอชอบ ผมสัมผัสได้
ถึงการแสดงออกของยูซานอาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย บางทีมัน
อาจจะเป็นความทรงจ าอันห่างไกลที่ก าลังจะหายไป
“ถ้าเธอสามารถรอดชีวิตไปได้… เธอยินดีที่จะอ่านหนังสือที่ไม่
ได้มาจากนักเขียนเหล่านั้นไหม?”
แสงวาบกลับมาสู่ดวงวิญญาณของยูซานอา
「…หนือสืออะไร?」
“ยกตัวอย่างเช่นลอร์ดออฟเดอะริง”
ร่างวิญญาณของยูซานอาหัวเราะ เธอนึกถึงความทรงจ าเก่าๆ
และยิ้มออกมาอย่างแผ่วเบา
「…โอเค ตราบใดที่ฉันได้อ่านมัน ถ้ามันเป็นไปได้…」
ค าพูดล้ าค่าเหล่านี้ ผมจดจ าไว้ทุกพยางค์
「หากฉันสามารถมีชีวิตอยู่ได้อีก ฉันจะอ่านเรื่องราวทั้งหมด
」
ผมพยักหน้า ผมไม่รู้ว่าวิธีนี้จะได้ผลไหม ในนิยายต้นฉบับ นี่ไม่
เคยมีใครพยายามมาก่อน ถึงกระนั้น นี่ก็เป็นวิธีเดียวที่ผม
สามารถท าได้ มันมีประกายแสงขนาดใหญ่ในขณะที่ ‘ก าแพง’
ปรากฏขึ้นในอากาศ
ผมมองเหนือทางตันและจ้องไปยังก าแพงที่สี่ ใครก็ตามที่ก าลัง
เผชิญหน้ากับก าแพงนี้ในตอนท้ายของเส้นทางคงจะต้องสิ้น
หวัง
“ก าแพงที่สี่”
ก าแพงหนาและแข็งที่ไม่อาจมีอะไรมาท าลายได้ มันไม่มี
สิ่งประดิษฐ์เช่น ‘ก าแพง’ นี้อยู่ในโลกใบนี้ มันเป็นก าแพงที่มี
ใครบางคนสร้างขึ้นด้วยจุดประสงค์ที่ชัดเจน ผมไม่รู้
วัตถุประสงค์ที่แน่ชัดเบื้องหลังการสร้างก าแพงนี้ ถึงกระนั้น
มันก็เห็นได้ชัดว่า ‘ก าแพง’ ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องใครบางคน
ในขณะที่ผมเปิดปากออกมา ก าแพงที่สี่ก็เปิดปากของมันด้วย
“กลืนเธอลงไปซะ อย่าให้เหลือแม้แต่ประโยคเดียว”
(จบตอน)