มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 364 – การล่าทูตสวรรค์ (1)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 364 – การล่าทูตสวรรค์ (1)
‘มันไม่สนุกเลยเมื่อไม่มีใครต่อสู้กลับมา’
มิคาเอลจ้องมองไปยังซากศพที่เกลื่อนกลาดบนทุ่งหญ้าใน
ขณะที่เขาสูบบุหรี่ ควันบุหรี่สีเทาพุ่งขึ้นไปในอากาศ บุหรี่นี้
ผลิตโดยช่างฝีมือยุคที่สอง เหตุผลที่มิคาเอลชื่นชอบการล่า
ปีศาจหรือการไป ‘ท าธุระ’ เพราะเขาจะได้สูบบุหรี่ที่เขาชอบ
มากได้ตามใจปรารถนา
ในเอเด็น การสูบบุหรี่คือบาปที่ ‘ชั่วร้าย’
มิคาเอลสูดควันบุหรี่อยู่หลายครั้งติดต่อกัน และเขาก็จมลงสู่
ห้วงความคิด และบี้ก้นบุหรี่ลงไปยังซากศพ
‘ข้าใช้เวลานานเกินไปรึเปล่า?’
「เจ้าหมายความว่าไงที่มันนานเกินไป? มันเพิ่งจะเริ่มต้น」
มิคาเอลได้ยินเสียงที่ก้องกังวานอยู่ในหัวของเขาและขมวดคิ้ว
มุ่น
‘หุบปาก’
「รีบปลุกข้า ปลดโซ่ตรวนของข้าได้แล้ว」
มิคาเอลดึงบุหรี่มวนใหม่ออกมา
เขาได้ยินเสียงของเรื่องราวนี้มานานแล้ว และเมื่อใดก็ตามที่
เขาได้ยิน มิคาเอลก็ต้องดึงบุหรี่ออกมาอีกมวน
‘ตอนนี้ไม่ใช่เวลา’
มิคาเอลพ่นควันอยู่นาน
[เนบิวลาเอเด็นได้ปล่อยการเปิดเผยใหม่]
*
[ล่ามิคาเอลเหรอ? มันฟังดูน่าสนใจหนิ]
แอสโมเดียสยิ้มอย่างสดใสหลังจากได้ยินข้อเสนอของผม
[มันไม่ใช่ทูตสวรรค์คนอื่น แต่เป็น ‘ผู้กอบกู้แห่งการทุจริต’…
เจ้าจริงจังเหรอ?]
“แน่นอน”
[อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าเจ้าเป็นมิตรกับเอเด็นเหรอ? ถ้าเจ้าท า
แบบนั้น ไม่ใช่ว่าเจ้าจะต้องเป็นศัตรูกับพวกเขาเหรอ?]
“ไม่เป็นไร ถึงยังไงฉันก็เป็นราชาปีศาจ”
แม้ว่าผมจะไม่ได้ตั้งใจ แต่ผมก็ยังพูดมันออกมาเสียงดัง
เพราะ… ผมก าลังพยายามโน้มน้าวคนอื่นที่ไม่ใช่แอสโมเดียส
และราชาปีศาจก็ดูเหมือนจะคิดอย่างหนักกับข้อเสนอของผม
ในตอนนี้
“พิจารณาให้รอบคอบ นายต้องการพยางค์นั้นใช่ไหม? ยิ่งไป
กว่านั้น นายยังจะได้เรื่องราวเกี่ยวกับทูตสวรรค์ ‘ผู้ล่ามหาทูต
สวรรค์’ อีกด้วย… มันไม่ตื่นเต้นเหรอ?”
น่าเสียดาย แอสโมเดียสไม่ได้ถูกโยกคลอนอย่างง่ายดาย ไม่สิ
นอกจากนั้น มันยังท าให้เห็นว่าเป้าหมายที่แท้จริงของผมคือ
อะไร
ผมตัดสินใจที่จะโยนเหยื่อที่ใหญ่ขึ้นลงไปอีก “อืม น่าผิดหวัง
จริงๆ ในฐานะสมาชิกของ ‘สมาคมนักชิม’ ฉันคิดว่านายจะ
แตกต่างจากกลุ่มดาวอื่น”
คิ้วยาวเรียวของแอสโมเดียสสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัดหลังจากได้
ยินค าพูดของผม
[ความเข้าใจของคุณต่อราชาปีศาจ ‘แอสโมเดียส’ เพิ่มขึ้น
อย่างมาก]
[ความเข้าใจของคุณต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องค่อนข้างสูง]
[‘มุมมองนักอ่านพระเจ้า’ ขั้นที่สองถูกเปิดใช้งาน!]
ในตอนนี้มันเป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินข้อความเช่นนี้
ในที่สุด ระดับสกิลของมุมมองนักอ่านพระเจ้าก็สูงพอที่จะท าให้
ผมอ่านความคิดของกลุ่มดาวที่เลือกได้ หลังจากนั้นผมก็ได้ยิน
ความคิดภายในของแอสโมเดียส
「เขาช่างจองหอง สุดโต่ง และเกรี้ยวกราดซะจริง ‘ราชา
ปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ผู้นี้」
ภายในนั้นเหมือนกับบึงที่หนาและเหนียว
ความคิดของเขายังคงด าเนินต่อไป
「กับดักที่ข้าจะต้องตกลงไปช่างเลวร้ายซะจริง มัน…」
ตามที่คาดไว้ มันไม่มีอะไรที่จะปิดบังแอสโมเดียสผู้ที่ปีนขึ้นไป
บนต าแหน่ง ‘ผู้ท้าชิงต าแหน่งมหาราชาปีศาจคนต่อไป’ ได้
เขารู้แล้วว่าข้อเสนอของผมคือกับดัก
「มันเป็นไปได้ว่าเป้าหมายของราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น
คือผู้กอบกู้แห่งการทุจริต」
「และเขาก็ต้องการใช้ข้าและกลุ่มดาวอื่นๆ เพื่อไล่ล่ามิคาเอล
จากนั้นก็ช่วงชิงสร้อยคอค าขยาย」
「มันน่ายกย่องที่เขาใช้สมองของเขามากขนาดนี้ แต่มันก็น่า
ร าคาญนิดหน่อยที่จะแสร้งว่าข้าตกลงสู่แผนการของเขา」
การแสดงออกของแอสโมเดียสค่อยๆ เปลี่ยนไป ไม่น่าแปลก
อะไร ดูเหมือนว่านี่มันมากพอจะพิสูจน์ว่ามันไม่พอ
「มิคาเอลเป็นทูตสวรรค์ที่รับมือได้ยาก แม้ว่าเขาจะถูกจ ากัด
ไว้ด้วยความเป็นไปได้ของยุคที่สองก็ตาม…」
ความคิดที่ขัดแย้งกันของแอสโมเดียสค่อยๆ ชัดเจนขึ้น จิต
สังหารบางๆ ดูเหมือนจะเล็ดลอดออกมาจากเล็บยาวของเขา
ผมรู้สึกได้ว่าแอนนาที่อยู่ข้างๆ ผมตึงเครียดขึ้นมาและเข้าสู่
โหมดการต่อสู้ของเธอ บางทีเธออาจจะใช้การหยั่งรู้และเห็น
บางสิ่งที่ก าลังจะเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่กังวลแม้แต่น้อย เพราะมันเป็น
สถานการณ์ที่แม้แต่การหยั่งรู้ของเธอก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้
การแสดงออกของแอสโมเดียสเริ่มแปลกไป
「…หืม?」
การแสดงออกของราชาปีศาจเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน
ดวงตาของมันเต้นไปรอบๆ ราวกับว่ามันก าลังอ่านบางสิ่งที่
ว่างเปล่าในอากาศ
เวลาผ่านไปเท่าไรแล้วนะ? อารมณ์จ านวนนับไม่ถ้วนโบกไปมา
ในดวงตาของแอสโมเดียสก่อนที่ในที่สุดมันจะมองมาที่ผม
[หุหุหุ อืม นี่… มันยากที่จะเข้าใจความต้องการของการ
ถ่ายทอดสดดวงดาวในบางครั้ง เจ้าก็รู้]
“…นายหมายความว่ายังไง?”
[ข้าแค่พูดกับตัวเอง เยี่ยม ข้ายอมรับข้อเสนอของเจ้า มาลอง
ล่าทูตสวรรค์กันเถอะ]
การประกาศของแอสโมเดียสท าให้ดวงตาของแอนนาตกตะลึง
เป็นอย่างยิ่ง
โดยไม่สนใจเธอเลย ราชาปีศาจได้แตะริมฝีปากของมันและจด
จ่ออยู่กับการส่งข้อความไปถึงใครบางคน มันน่าจะยุ่งอยู่กับ
การสื่อสารกับ ‘ผู้แสวงหาจุดจบ’ คนอื่นอยู่ ในเวลาเดียวกัน
ข้อความจากใครบางคนก็ดังขึ้นในหัวของผม
「(ฉันท าได้ดีรึเปล่า?)」
‘เธอท าเหรอ ขอบคุณนะ ซานอา’
เหตุผลว่าท าไมแอสโมเดียสถึงเปลี่ยนใจ? มันน่าจะเป็นเพราะ
การอ่าน ‘การเปิดเผย’ เมื่อครู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘การ
เปิดเผย’ ของปลอมที่ยูซานอาและผมปล่อยออกไป
มันกล่าวว่า 「ทูตสวรรค์ผู้ทุจริตจะตายด้วยดาบของ
‘ปรมาจารย์ดาบ’ บนเกาะแห่งผู้ถูกลืม」
*
“…มีการเปิดเผยอีกอันแล้วเหรอ?”
ส านักงานเองก็วุ่นวายด้วยข่าวการเปิดเผยอันใหม่ สถานที่แรก
ที่ได้รับผลกระทบจากสิ่งนี้คือฝ่ายขาย
“สกิลที่เกี่ยวข้องการปรมาจารย์ดาบขาดสต็อกไปอย่าง
กะทันหัน!”
“รีบหามาเติมเดี๋ยวนี้! เรียกส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามาและบอกให้
พวกเขาเร่งความเร็วในการผลิต!”
“ต-แต่ ถึงกระนั้นสต็อกของเราก็เหลือไม่มากแล้ว!”
“บ้าเอ้ย… ผู้ผลิตเรื่องราวหายไปไหนกันหมด?! อ่า?? อีกแล้ว
เหรอ? ถ้าพวกเราขอไปยัง ‘ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมาก’ ล่ะ…”
ในเวลาเดียวกัน บีฮยองก็ก าลังสังเกตการพัฒนาสถานการณ์
อย่างเงียบๆ จากภายในเบ้าหลอมแห่งความสับสนและความ
โกลาหล มหาโดเกบิบาแรมเรียกเขาจากข้างๆ
[บีฮยอง เจ้าควรเริ่มสถานการณ์ใหม่ได้แล้ว]
“…ข้าท าไปแล้ว”
ข้อความใหม่ลอยขึ้นมาบนหน้าจอสังเกตการณ์
[สถานการณ์ย่อย ‘การล่าทูตสวรรค์’ ได้เริ่มขึ้นแล้ว!]
ในไม่ช้า ภาพของกลุ่มดาวที่ก าลังซ่อนตัวอยู่ภายในป่าและที่
ราบซึ่งก าลังวิ่งไปยังที่ไหนสักแห่งก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ พวก
เขาทุกคนได้ซื้อเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับปรมาจารย์ดาบจาก
กระเป๋าโดเกบิไป
“มันจะไม่เป็นไรเหรอที่จะเปิดสถานการณ์แบบนี้? เอเด็นคงจะ
ต่อต้านสิ่งนี้แน่ๆ”
[พวกเราได้รับค ายินยอมจากอาลักษณ์แล้ว เขากล่าวว่ามัน
ไม่ใช่เรื่องส าคัญอะไร พวกเราได้ชดเชยให้แล้ว ดังนั้นมันไม่
จ าเป็นต้องยั้งมืออีก]
“เมื่อมาคิดดู เขายอมให้หนึ่งในทูตสวรรค์ของเขาถูกใช้เป็นหัว
เรื่องของสถานการณ์… นั่นฟังดูไม่เหมือนสิ่งที่ผู้น าของฝ่ายดีจะ
ท าเลย”
[นั่นเป็นวิธีด าเนินการของฝ่ายดี เพื่อความดีที่ยิ่งใหญ่กว่า พวก
เขาจะเหยียบย่ าสิ่งที่เล็กกว่านั้นขึ้นไป]
“ข้ารู้อยู่แล้ว แต่เมื่อไม่นานมานี้ มันก็เริ่มยากขึ้นที่ข้าจะเข้าใจ
พวกเขา”
[เรื่อง?]
“เอเด็นและโลกปีศาจก าลังคิดอะไรอยู่? พวกเขาตกลงที่จะ
เดินหน้าไปยังสถานการณ์สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ
และ… พวกเขาจะไม่พินาศไปด้วยกันเหรอถ้าพวกเขาท าแบบ
นี้?”
บาแรมมองมายังบีฮยองด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกก่อนที่จะยิ้ม
ออกมา
[ว่ากันว่าชีวิตนั้นแสนสั้น แต่ศิลปะจะคงอยู่ไปตลอดกาล]
“นั่นเป็นค ากล่าวจากโลกใช่ไหม?”
[ใช่ นั่นคือค าพูดที่สรรเสริญความเป็นนิรันดร์ของเรื่องราว แต่
เจ้าก็น่าจะตระหนักได้ – ความคิดเช่นนี้ไม่จริงเอาซะเลย แม้แต่
เรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็จะต้องตายในไม่ช้าก็เร็ว เมื่อ
เปรียบเทียบกับอายุขัยของเรื่องราว ชีวิตของมนุษย์ก็แสนสั้น
นัก]
เสียงของบาแรมดูเหมือนจะมีความเสียใจอันไม่อาจวัดได้อยู่
อันที่จริง ค าพูดเหล่านั้นเป็นของโดเกบิที่บอกเล่าเรื่องราวของ
กลุ่มดาวมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน
[เจ้ารู้ไหม? กาลครั้งหนึ่ง เรื่องราวที่ไม่มีความแตกต่างระหว่าง
ดีหรือชั่วไม่มีอยู่ในการถ่ายทอดสดดวงดาว]
“ใช่ ข้ารู้”
[แต่แล้วตอนนี้ล่ะ?]
เสียงกรีดร้องของกลุ่มดาวที่ถูกสังหารโดยดาบของมิคาเอลดัง
มาจากหน้าจอ และมันยังมีกลุ่มดาวอื่นๆ ที่แอบดูการต่อสู้นี้
อย่างเงียบๆ
กลุ่มดาวเหล่านี้ได้ให้การสนับสนุนคนอื่น พวกเขายุ่งอยู่กับการ
ก่นด่าคนอื่น หรือไม่ก็เต็มไปด้วยความเพลิดเพลินกับภาพตรงนี้
เหรียญถูกส่งผ่าน และเสียงร้องแห่งความสุขและความสิ้นหวัง
ก็ดังก้องไป
และภายในปรากฏการณ์นี้ ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครสนใจเรื่อง
ความดีหรือความชั่ว
“อ่า…”
ในขณะที่เขาอ้าปากออกมา ในที่สุดบีฮยองก็เข้าใจถึงเจตจ านง
ของมหาโดเกบิ บาแรมพูดออกมาอีก
[นี่คือสงครามที่จะหยุดพวกเขาจากการหายไป]
*
สองวันต่อมา แอนนาและผมก็เตรียมการส าหรับการล่า ส่วน
แอสโมเดียสนั้นก็ไม่ได้ลงมือกับพวกเรา
[ไว้พบกันอีกครั้งบนสมรภูมิการล่าในตอนเที่ยงของอีกสองวัน]
มันทิ้งค าพูดเหล่านี้เอาไว้และหายตัวไป ผมค่อนข้างแน่ใจว่า
ราชาปีศาจก าลังเตรียมพร้อมส าหรับการล่าทูตสวรรค์ในแบบ
ของมัน
เหลือเวลาอีกประมาณ 30 นาทีจนกว่าจะถึงตอนเที่ยง
ต าแหน่งที่นัดหมายกันไว้ส าหรับการล่าทูตสวรรค์คือ ‘ป่า
สมบูรณ์’ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะ
ก่อนที่พวกเราจะไปถึงปลายทาง แอนนาได้โยนค าถามออกมา
“นายคิดว่าพวกเราจะท าได้จริงๆ เหรอ?”
“เธอก็ก าลังจะช่วยฉันหนิ?”
“ถึงจะเป็นฉัน ฉันก็ไม่สามารถท านายอนาคตได้ตลอด นายรู้
ดีกว่าใคร”
“แค่อ่านอนาคตที่ใกล้ที่สุดในเวลานั้นก็พอแล้ว”
สิ่งที่ผมต้องหลีกเลี่ยงคือตัวแปรที่มองไม่เห็นซึ่งอาจจะเกิดขึ้น
ได้ในอนาคตอันใกล้ และการหยั่งรู้ของแอนนาก็เป็นสกิลที่
เหมาะสมที่สุดในการหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านั้น
“…นายจะท ายังไงถ้าฉันตัดสินใจทรยศนาย? ถ้าเป้าหมายของ
ฉันคือนายล่ะ…”
“ฉันรู้ว่ามันไม่ได้เป็นอย่างนั้น”
จากการเดินทาง ผมไม่อาจเป็นเป้าหมายของเธอได้ ท าไม
เหรอ? เพราะเธอได้ถูกแทรกเข้ามาในสถานการณ์ก่อนหน้าผม
เธอหรี่ตาลงและถามผมอีก “…ยังไงก็เถอะ นายจะหยุดสุภาพ
กันฉันได้เมื่อไหร่?”
“โอ้ เมื่อมาคิดดูแล้วที่เธอพูดก็ถูก… ฉันควรเรียกเธอว่าอะไรดี
นะ?”
“นายนี่มัน ขอล่ะ หยุดเถอะ”
“อ่า ใช่ วันนี้เธอสามารถใช้การหยั่งรู้ได้กี่ครั้ง คุณผู้หญิง?”
แอนนามองหน้าผมด้วยสีหน้าแปลกๆ ก่อนที่จะตอบ “สาม
ครั้ง”
“อย่าใช้มันโดยไม่จ าเป็นและเปิดใช้งานหลังจากที่ฉันให้
สัญญาณกับเธอ”
“ ท าไมฉันต้องฟังด้วย…”
“เธอควรฟัง เพื่อให้พวกเราจบสถานการณ์บัดซบนี่ได้ด้วยดี”
จากระยะไกล พวกเราสามารถได้ยินเสียงกรีดร้องของกลุ่มดาว
และอวตาร การล่าได้เริ่มขึ้นแล้ว พร้อมกับการระเบิดอันน่า
สยดสยอง เสียงของทูตสวรรค์ก็ดังก้องไปทั่วป่า
[เจ้ากล้าใช้ข้าเป็นหัวเรื่องของสถานการณ์เหรอ??]
แอนนาและผมซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ใกล้ๆ และสังเกตการณ์
พวกเรามองไม่เห็นแอสโมเดียสเลย แต่แทนที่จะเป็นเขา
ผู้เข้าร่วมเกือบทั้งหมดที่ยังเหลืออยู่บนเกาะได้มารวมตัวกันที่
‘ป่าสมบูรณ์’
ส่วนใหญ่เป็นฝ่ายชั่วร้ายหรือไม่ก็เป็นกลาง มันมีกลุ่มดาวระดับ
ยิ่งใหญ่อยู่มากมาย และผมก็ยังเห็นราชาปีศาจระดับต่ าอยู่ด้วย
มันคือ ‘ความมืดอันไร้ค่า’ เบเลียล จากอาณาจักรปีศาจที่ 68
เขาน่าจะมาปรากฏตัวที่นี่หลังจากได้ยินค าเรียกหาของแอสโม
เดียส ไม่เพียงแต่เขา มันยังมีกลุ่มดาวอื่นๆ ที่ก าลังถือดาบยาว
ของยุคที่สองอยู่ด้วย
[โจมตีเขา!!]
มิคาเอลมองดูกลุ่มดาวที่พุ่งเข้าใส่เขาโดยมีเบเลียลเป็นผู้น า
และเผยความโกรธเกรี้ยวออกมา
[ราชาปีศาจชั้นต่ าช่างกล้า… พวกเจ้าทุกคนคงจะบ้าไปแล้ว!]
ทูตสวรรค์ใช้พลังอันทรงพลังเพื่อเป่าเบเลียลออกไป และเปิด
ใช้งานสถานะของเขาเพื่อสร้างบาเรียวายุ อย่างไรก็ตาม มันก็มี
บางคนที่ฝ่าบาเรียเข้ามาได้และโจมตีเขาอยู่
[กลุ่มดาว ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านความพยายาม’ เปิดใช้งานสกิล
‘ออร่าดาบกายภาพรุ่นผลิตจ านวนมาก’!]
สกิลเดียวกันถูกเปิดใช้งานโดยพร้อมเพรียงกันจากดาบของ
ผู้เข้าร่วม คลื่นออร่าดาบเฉือนสถานะของมิคาเอลและพุ่งต่อไป
ทูตสวรรค์เผยรอยยิ้มเย้ยหยัน
[…ดาบธาตุ? ไอ้พวกบ้า]
การเปิดเผยที่ผมปล่อยออกไปผ่านยูซานอานั้นเป็นของปลอม
ไม่ต้องสงสัยเลย มันไม่มีปรมาจารย์ดาบคนไหนที่จะสามารถ
สังหารมิคาเอลได้ อย่างไรก็ตาม เพราะการเปิดเผยนั้นเป็นของ
ปลอม แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง
ชิ้งงงง!!
[ความเป็นไปได้ของยุคที่สองได้เสริมพลังให้กับสกิลที่
เหมาะสม]
‘ออร่าดาบกายภาพ’ ถูกเยาะเย้ยในฐานะสกิลเฉพาะตัวของผู้
บรรลุ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาหนึ่งในอดีตของยุคที่สอง มัน
ได้ถูกมองว่าเป็นสกิลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
[ได้ผล! โจมตีต่อไปเรื่อยๆ!!]
ชิ้งงง!
บาเรียวายุของมิคาเอลเริ่มจางหายไปจากการโจมตีอย่าง
ต่อเนื่อง เขาหงุดหงิดและพยายามจะเปิดใช้เรื่องราวใหม่
ทันใดนั้นเอง แสงสีด าก็พุ่งลงมาจากอากาศ
ชิ้งงง!
ราวกับว่าสรรพสิ่งได้ถูกตัดขาด มีเพียงรอยกรงเล็บยาวเท่านั้น
ที่มองเห็นได้จากช่องว่างของบาเรียที่พังทลายลง
[ข้าสงสัยมาตลอดว่าทูตสวรรค์ที่ไม่มีปีกจะบินได้ไหม]
ปีกที่ฉีกขาดของมิคาเอลขยับไปมาอย่างยากล าบากในอากาศ
ผ่านขนที่ล่วงหล่นลงมา แอสโมเดียสเผยรอยยิ้มของมันออกมา
[และในที่สุดวันนี้ข้าก็ได้รับค าตอบ ปีกไม่เกี่ยวข้องกับ
ความสามารถในการบินของทูตสวรรค์]
[…แอสโมเดียส!!]
มิคาเอลถูกปกคลุมไปด้วยความโกรธ เขาสาดพลังเวทมนตร์
เข้าใส่ปีศาจ น่าเสียดายที่เขาไม่อาจเล็งเป้าหมายได้อย่าง
แม่นย าหลังจากเสียสมดุลไปเนื่องจากความเสียหายต่อร่าง
อวตารของเขา เขาถูกผลาญพลังงานไป
ในทางกลับกัน แอสโมเดียสได้ใช้กลุ่มดาวอื่นๆ ในการตัดก าลัง
มิคาเอล
ตามที่คาดไว้จากแอสโมเดียส ผมอดประหลาดใจกับการต่อสู้นี้
ไม่ได้
“พวกเราควรไปได้แล้ว ราชาปีศาจตนนั้นอาจจะแย่งชิง
เรื่องราวระดับเทวะของพวกเราไปก็ได้”
“ไม่ มันยังไม่ถึงเวลา”
เสียงที่ผ่อนคลายของผมท าให้สีหน้าของแอนนาดูหงุดหงิด
ตราบใดที่เธอไม่ได้ใช้การหยั่งรู้ เธอก็ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่า
มันจะเกิดอะไรขึ้น
[เรื่องราว ‘ความชั่วร้ายที่ท าลายความชั่วร้าย’ เริ่มเล่า
เรื่องราวของมัน]
ทันใดนั้นเอง ออร่าสีด าก็เริ่มมารวมตัวกันรอบๆ ร่างของมิคา
เอลและห่อหุ้มร่างของเขาไว้เหมือนกับดอกไม้ มันยากที่จะเชื่อ
ว่าพลังงานที่ชั่วร้ายเช่นนี้จะเป็นของทูตสวรรค์
「และ ‘ความดี’ ได้เลือกเส้นทางของ ‘ความชั่วร้าย’ เพื่อ
ท าลาย ‘ความชั่วร้าย’ อื่นๆ」
กลุ่มดาวตระหนักได้ถึงลางร้าย และพวกเขาก็สาดการโจมตีอัน
ทรงพลังต่อไป แต่น่าเสียดาย มันไม่อาจทิ้งรอยขีดข่วนไว้บน
ดอกไม้สีด านั้นได้เลย
กลับกัน ดอกไม้นั้นดูเหมือนกลับก าลังดูดพลังรอบๆ เข้าไป
และเริ่มเบ่งบานขึ้นอย่างช้าๆ
[ทูตสวรรค์มิคาเอลเริ่มเสื่อมทราม]
ในเวลาที่ได้เป็นประจักษ์พยานของภาพตรงหน้า ผมก็นึกถึง
‘หนทางเอาชีวิตรอด’ ในหัว
「ไม่ใช่ทุกกลุ่มดาวที่จะถูกแบ่งออกเป็น ‘กลุ่มดาว’ และ
‘ราชาปีศาจ’ มันมีอยู่หนึ่งคนที่สามารถใช้พลังของกลุ่มดาว
และราชาปีศาจได้ในเวลาเดียวกัน」
สิ่งมีชีวิตเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์อันยาวนานของเอเด็น
ที่ได้กินผลไม้ดารา…
「ไม่มีปีศาจตนไหนจะรอดไปได้เมื่อได้เป็นประจักษ์พยาน
ของตัวตนที่แท้จริงของเขา」
ฮูมมมมม!!
“…พระเจ้าช่วย” แอนนากระซิบ
บางสิ่งก าลังตื่นขึ้นมาจากภายในความมืดมิด
อย่างแรก ปีกคู่สีด า จากนั้นก็เขาที่เป็นสัญลักษณ์ของราชา
ปีศาจ
[ราชาปีศาจ ‘ราชาทูตสวรรค์แห่งความเสื่อมทราม’ ก าลัง
สแกนสนามรบ]
‘ราชาทูตสวรรค์แห่งความเสื่อมทราม’ คือค าขยายของมิคา
เอลหลังจากเขากลายเป็นราชาปีศาจ
อ๊ากกกก!!
ด้วยการสะบัดมืออย่างง่ายๆ กลุ่มดาวทั้งหมดที่โน้มเอนไปทาง
‘ความชั่วร้าย’ ถูกกวาดล้างออกไป แม้ว่าเขาจะดูเหมือนอยู่ใน
ฝ่าย ‘ชั่วร้าย’ แต่ความแตกต่างของพวกเขาก็อยู่คนละระดับ
กัน นี่คือพลังที่แท้จริงของมิคาเอล ทูตสวรรค์ในระดับเทวะ
แม้แต่แอสโมเดียสก็ยังท าสีหน้าแข็งกระด้าง
[นี่มัน… ไม่อยู่ในการเปิดเผย]
ไม่นานหลังจากนั้น สถานะของมิคาเอลก็สาดเทลงมา และ
ราชาปีศาจหลายคนก็ถูกเหวี่ยงออกไปอย่างไม่อาจต้านทานได้
ร่างอวตารของแอสโมเดียสก็คงได้รับความเสียหายจ านวน
มหาศาลด้วยเช่นกัน แต่มันเริ่มสั่นไหวแล้ว
ในเวลานั้นเองผมก็ลุกขึ้น
“ได้เวลาแล้ว”
“นายต้องการเข้าร่วมการต่อสู้ตอนนี้เนี่ยนะ?!”
“ใช่”
“…นายไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเหรอ? แม้ว่าเป้าหมายของนายจะ
เป็นทูตสวรรค์ แต่นี่…”
“อะไรที่ท าให้เธอคิดว่าเป้าหมายของฉันคือ ‘ทูตสวรรค์’?”
หลังจากได้ยินค าถามของผม แอนนาก็ท าได้เพียงแค่กะพริบตา
ของเธอด้วยความงุนงง ‘เนตรจอมปีศาจ’ ของเธอเริ่มลุกไหม้
ด้วยเฉดสีแดง
“ห-หรือว่า…??”
พวกเราเห็นร่างของแอสโมเดียสกระเด็นออกมาเหมือนกับหุ่น
เชิดสายขาด
ตั้งแต่แรกแล้ว ผมไม่ได้วางแผนที่จะเผชิญหน้ากับมิคาเอลเลย
และนอกจากนี้ เขาไม่ใช่คนเดียวที่ครอบครองเรื่องราวระดับเท
วะ
[ค าขยายที่เป็นเป้าหมายของคุณคือ ‘ปีศาจแห่งความโกรธ
เกรี้ยวและตัณหา’]
ผมชักดาบออกมาในขณะที่ข้อความโผล่ขึ้นมาในอากาศและ
พูดกับเธอ
“เอาละ ไปเอาเรื่องราวระดับเทวะของพวกเรากันเถอะ”
(จบตอน)