มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 365 – การล่าทูตสวรรค์ (2)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 365 – การล่าทูตสวรรค์ (2)
ผมกับแอนนาขยับไปทางสมรภูมิในทันที่
ในความบ้าคลั่ง มิคาเอลฉีกกระชากกลุ่มดาวและอวตารทุกๆ
คนที่อยู่ใกล้เคียงกับเขา
‘ความชั่วร้าย’ ที่เกิดขึ้นมาเพื่อท าลาย ‘ความชั่วร้าย’ เท่านั้น
หลังจากกลายร่างเป็นทูตสวรรค์ที่เสื่อมทรามแล้ว พลังรบเพียง
อย่างเดียวของมิคาเอลก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าโพไซดอนหรือฮาเดส
เลย
[กลุ่มดาวจ านวนหนึ่งก าลังให้ความสนใจกับสถานการณ์บน
‘เกาะกลางหมายเลข 3’]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ก าลังมองมาที่คุณ
ด้วยสายตาที่เป็นห่วง]
กลุ่มดาวที่เดินทางไปยังเกาะหลักแล้วหรือไม่ได้เข้าร่วมใน
สถานการณ์เริ่มเบนสายตามายังยังทิศทางนี้
หลังจากที่พวกเขามาถึงขอบเขตระยะการโจมตีของมิคาเอล
แอนนาก็พูดกับผม”การเข้าไปใกล้อีกจะเป็นอันตราย สกิล
‘ปฏิบัติการแอบแฝง’ ของฉันท าได้แค่…”
ผมเอื้อมมือออกไปจับข้อมือของเธอ
[เรื่องราว ‘ก้อนหินและข้าพเจ้า’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน]
[เรื่องราว ‘ก้อนหินและข้าพเจ้า’ ประหลาดใจกับตัวตนของ
‘แอนนา คลอฟฟ์’]
“ดูแลผู้หญิงคนนี้ด้วย”
[เรื่องราว ‘ก้อนหินและข้าพเจ้า’ ก าลังมองมาที่คุณด้วยสีหน้า
ไม่พอใจเล็กน้อย]
[เรื่องราว ‘ก้อนหินและข้าพเจ้า’ ได้หลอมรวม ‘แอนนา
คลอฟฟ์’ เข้ากับผลของมัน]
ด้วยเหตุนี้พวกเราจึงสามารถวิ่งผ่านสมรภูมิไปได้อย่างกล้า
หาญ มิคาเอลและกลุ่มดาวอื่นสัมผัสไม่ได้ถึงตัวตนของพวกเรา
เลย มันเป็นไปได้ว่าพวกเราดูเหมือนกับหินก้อนหนึ่งที่กลิ้งไป
บนพื้น
แอนนาถามผมด้วยน้ าเสียงที่ตกใจ “เรื่องราวนี้มันอะไรกัน?”
“มันเป็นเรื่องราวที่จะเปลี่ยนให้พวกเรากลายเป็นก้อนหิน”
เนื่องจากพวกเราไม่มีเวลา ผมจึงตอบเธอไปแบบนั้น
ศพของกลุ่มดาวเกลื่อนไปตามทางเดินของสนามรบ บางคนก็
ยังมีลมหายใจอยู่ อย่างเช่นราชาปีศาจจากอาณาจักรปีศาจที่
68 ‘ความมืดอันไร้ค่า’ เบเลียล
หลังจากทุกข์ทรมานจากการโจมตีของมิคาเอล เรื่องราวก็ไหล
ออกมาจากร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง เดี๋ยวก่อน เมื่อมาคิด
ดูแล้ว สหายคนนี้ก็เป็นเป้าหมายของผมด้วยหนิ?
ฉึก!
ผมแทงศรัทธาไม่แตกสลายลงไป
[คุณก าจัดราชาปีศาจแห่งอาณาจักรปีศาจที่ 68!]
[ราชาปีศาจมีอันดับต่ ากว่าคุณ และไม่มีการเปลี่ยนแปลง
อันดับ]
[คุณได้รับสร้อยคอค าขยาย ‘ความมืดอันไร้ค่า’]
[คุณสังหารร่างอวตารของราชาปีศาจคนที่ห้า]
[ความเป็นไปได้ของแอตทริบิวต์ใหม่ก็เปิดรับคุณ!]
“ไม่ใช่ว่านายก็เป็นราชาปีศาจเหมือนกันเหรอ?! นายฆ่าพวก
เขาแบบนั้นได้จริงๆ เหรอ??”
“อืม เมื่อกี้ฉันเลิกเป็นราชาปีศาจละ”
แอนนาได้ยินค าตอบที่ยียวนของผมและท าสีหน้าอึ้งไป
ฮูมมมมม!!
พวกเราได้ยินเสียงสถานะของมิคาเอลเอ่อล้นอยู่ทางด้านหลัง
ของพวกเรา หากความเป็นไปได้ของยุคที่สองอ่อนแอลง
เล็กน้อย ป่าทั้งป่าคงจะถูกเป่าออกไปด้วยพลังนั้นแล้ว
“พวกเราเหลือเวลาไม่มากแล้ว รีบกันเถอะ แอสโมเดียสน่าจะ
อยู่ในสภาพที่คล้ายกับคนเมื่อกี้”
เส้นทางของป่าที่อยู่ใกล้กับต าแหน่งของเราประดับประดาไป
ด้วยชิ้นส่วนเรื่องราวของราชาปีศาจ ร่องรอยเหล่านี้เป็นของ
ราชาปีศาจอันดับที่สูงกว่ามาก ซึ่งไม่สามารถเทียบได้กับเบ
เลียลเลย
พวกเราเคลื่อนตัวผ่านพุ่มไม้ไปสักพักจนพบร่างของคนที่ก าลัง
ตามหายืนพิงต้นไม้สูงอยู่
[…เจ้ามาแล้ว]
ราวกับว่ามันรู้ว่าผมจะปรากฏตัว แอสโมเดียสก าลังรอผมอยู่
ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
แขนขาของร่างอวตารหายไป หน้าอกของมันถูกบดขยี้ และมัน
ก็ก าลังหายใจรวยริน
[เมื่อมาคิดว่ามิคาเอลครอบครองอ านาจแห่ง ‘ความเสื่อม
ทราม’… เจ้ารู้ตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม?]
แอสโมเดียสท าสีหน้าเหมือนคนที่ตระหนักได้ถึงทุกๆ สิ่ง
[และเจ้าจะมาเอาสร้อยคอของข้า]
“ใช่”
สร้อยคอค าขยายที่คว่ าอยู่ของแอสโมเดียสเปล่งแสงเจิดจ้า
หากผมเอาค าทั้งหมดบนสร้อยคอนั้นออกไป ราชาปีศาจก็
น่าจะถูกเตะออกไปจากสถานการณ์
[ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ควรเร่งมือ]
ร่างอวตารของแอสโมเดียสเป็นเด็กผู้หญิงอายุประมาณสิบหกปี
แม้ว่าร่างนี้จะตาย แอสโมเดียสก็จะไม่ตายจริงๆ
อย่างไรก็ตาม ร่างนั้นก็จะตายไปจริงๆ และ… เธอคือลูกสาว
ของผู้จัดการฮันมยอนโก
“ฉันจะไม่ฆ่านาย กลับกัน มาแลกเปลี่ยนกันเถอะ”
[แลกเปลี่ยน? เจ้าต้องการแลกเปลี่ยนหลังจากท าแบบนี้เหรอ?]
“ส่งเรื่องราวระดับเทวะมาให้ฉัน แล้วฉันจะไม่ก าจัดนาย
ออกไปจากสถานการณ์นี้”
แอสโมเดียสระเบิดเสียงหัวเราะออกมาก่อนที่จะกระอักเลือด
[น่าตลกซะจริง เจ้าก าลังขู่ข้างั้นเหรอ?]
“ใช่”
ในช่วงเวลาสั้นๆ ความตึงเครียดก็ไหลเวียนระหว่างราชาปีศาจ
และผม แอสโมเดียสจ้องมาที่ผม แต่แสงในดวงตาของมันก็ดู
เหมือนจะมีร่องรอยของการยอมจ านนบางๆ อยู่
[ตอนนี้เจ้ากลายเป็นราชาปีศาจจริงๆ แล้วสินะ ไม่มีใครในที่นั่ง
ทั้งเจ็ดสิบสองที่สามารถปฏิเสธได้ว่าเจ้าเป็นราชาปีศาจตัวจริง]
“ขอบคุณส าหรับค าสรรเสริญนะ”
[อย่างไรก็ตาม ข้ามีปัญหากับข้อเสนอของเจ้า เป้าหมายของ
เจ้าคือข้า ดังนั้นเจ้าจะมีวิธีอะไรที่จะไม่เตะข้าออกไป?]
“ถ้านายไม่สูญเสียพยางค์ทั้งหมดไป นายก็จะไม่ถูกก าจัด
ออกไปจากสถานการณ์ ฉันจะทิ้งพยางค์ไว้ให้นายอันหนึ่ง”
ค าที่ผมวางแผนที่จะทิ้งไว้คือ ‘แห่ง’ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมมีอยู่แล้ว
แอสโมเดียสพูดกลับมา
[ข้าซึ้งใจมากจนอยากจะร้องไห้เลย]
ผมยื่นมือออกไปยังสร้อยคอค าขยายของมัน พยางค์เริ่มไหล่
ออกมาทีละค า
…
เมื่อได้พยางค์มาประมาณครึ่งหนึ่งแล้ว แอสโมเดียสก็พูดขึ้นมา
ในขณะที่มองมายังค าขยายของผม
[เมื่อข้าดูใกล้ๆ ค าขยายของเจ้าช่างน่าดึงดูดจริงๆ]
ผมรีบซ่อนสร้อยคอค าขยายของผมไว้ใต้เสื้อและตอบ
“อย่าพยายามฆ่ามิคาเอล แค่พยายามชิงค าจากเขามาแค่ค า
เดียวก็พอ ถ้ามันเป็นนาย มันก็น่าจะท าได้ใช่ไหม?”
[แค่ค าเดียว… เจ้าก าลังพูดถึงสิ่งนี้อยู่เหรอ?]
มันเป็นช่วงเวลาที่สร้อยคอในมือเล็กๆ ของมันได้สะดุดสายตา
ของผม
[นักล่าแห่งความแค้น]
สร้อยคอที่เป็นเป้าหมายของมันพร้อมกับค าขยายที่สมบูรณ์ได้
เริ่มเปล่งแสงเจิดจ้า
[ราชาปีศาจ ‘ปีศาจแห่งความโกรธเกรี้ยวและตัณหา’ ได้บรรลุ
เงื่อนไขการเคลียร์แล้ว!]
[การเคลื่อนย้ายไปยังสถานการณ์ถัดไปเริ่มขึ้นแล้ว]
ผมมองไปยังสร้อยคอค าขยายของผมในทันที่ มันยังเขียนว่า
‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ อยู่ ซึ่งหมายความว่าค าว่า
‘ความ’ ไม่ได้มาจากของผม
[ข้ารู้ว่ามันเป็นกับดักตั้งแต่มิคาเอลเปลี่ยนไปแล้ว]
…ไม่มีทาง ในช่วงเวลาสั้นๆ แบบนั้นเนี่ยนะ?
การเคลื่อนย้ายไปยังสถานการณ์ต่อไปเริ่มต้นขึ้น และร่าง
อวตารของแอสโมเดียสก็ค่อยๆ หายไปต่อหน้าของผม
[เจ้าคิดจริงๆ เหรอว่าข้าจะไม่มีแผนส ารองส าหรับสถานการณ์
แบบนี้?]
ตั้งแต่แรก แอสโมเดียสได้ต่อสู้กับมิคาเอลเพื่อจุดประสงค์ใน
การได้พยางค์ ‘ความ’ มา ผมรีบเอื้อมมือออกไปหาราชาปีศาจ
และสิ่งต่างๆ ก็เกินกว่าความสามารถของผมจะเข้าไปยุ่งแล้ว
[ข้าขอให้เจ้าโชคดีนะ ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น เพราะ…
เจ้าเองก็ต้องการอีก ‘ค า’ เหมือนกัน]
พร้อมกับแสงเจิดจ้า ร่างของแอสโมเดียสได้หายไปจากจุดนั้น
และสิ่งเดียวที่ผมได้มาคือค าขยายที่มันเหลือทิ้งไว้
[ปี□แห่งความโกรธเกรี้ยวและตัณหา]
บัดซบ ท าไมต้องเป็นค าว่า [ศาจ] ด้วย…?
ผมประเมินแอสโมเดียสต่ าเกินไปงั้นเหรอ? ผมหันหน้าไปหา
แอนนาที่ก าลังจ้องเขม็งมาที่ผม
“แล้วสัญญากับฉัน…”
“ชู่ว”
ผมแตะนิ้วลงบนริมฝีปาก บางสิ่งแปลกไป จนถึงเมื่อไม่กี่วินาที
ก่อน ทั้งฝืนป่าที่เต็มไปด้วยเสียงดังกึกก้องได้เงียบลงไปอย่างน่า
ประหลาด
…ราวกับว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหมดถูกฆ่าตายไปหมดแล้ว
เส้นขนของผมลุกชันขึ้นมาในทันใด ผมแทบจะตะโกนออกไป
โดยสัญชาตญาณ
“เปิดใช้งานการหยั่งรู้เดี๋ยวนี้!”
‘เนตรจอมปีศาจ’ ของเธอเปล่งประกายด้วยแสงสีแดงเข้ม
จากนั้นแอนนาก็คว้าตัวผมและพุ่งทะยานออกไป หลังจาก
ทะยานออกมากว่าร้อยเมตรในพริบตา เธอก็รีบมองไปข้างหลัง
ของเธอ ส่วนผมเองก็มองไปยังทิศทางเดียวกันกับเธอ
ตู้มมมม!!
จุดที่เราอยู่เมื่อไม่นานมานี้ถูกห่อหุ้มด้วยระเบิดขนาดยักษ์ โดม
สีม่วงที่ชวนให้นึกถึงบาเรียที่พังทลายลงได้ท าลายทุกๆ สิ่งที่ติด
อยู่ภายใน
นั่นคือ ‘เขตแดนแห่งการพิพากษา’ ความสามารถที่จะท าลาย
ทุกๆ สิ่งที่เสื่อมทราม
แอนนาพูดด้วยน้ าเสียงที่สิ้นหวัง “มันมีเสียงดังมากเกินไป และ
ฉันก็มองไม่เห็นอนาคต!”
“ไม่จ าเป็นต้องเห็นทุกอย่าง เธอแค่ต้องอ่านรูปแบบการโจมตี
ของมิคาเอล”
“นายยังจะต่อสู้กับเขาอีกเหรอ? ถ้าพวกเราใช้เรื่องราวการ
กลายเป็นก้อนหินอะไรนั่นหรืออะไรสักอย่าง พวกเราจะต้องหนี
ไปได้แน่ๆ…”
“เธอไม่เห็นเหรอว่าเขาโจมตีแม้แต่ก้อนหินบนพื้น?”
ทูตสวรรค์เดินออกมาจากหลุมที่มีควันสีม่วงพวยพุ่งออกมา
เรื่องราวของมิคาเอลในตอนนี้ถูกเรียกใช้งานโดย ‘ผลแห่ง
ความดีและความชั่ว’ ซึ่งก าลังควบคุมร่างทั้งร่างของเขาอยู่
ทูตสวรรค์แห่งการเสื่อมทรามได้สูญเสียเหตุผลของมันไป
ครึ่งหนึ่งแล้ว
[ราชาปีศาจ… แห่ง… การ… หลุดพ้น…]
เสียงอันทรงพลังของเขาท าให้เส้นขนของผมลุกชันขึ้นมาแค่ได้
ยิน
“…อ่า เขาไม่มีสติแล้วแน่ๆ”
“บ้าเอ้ย ทั้งหมดเป็นความผิดของนาย!!”
“ใช้แผนบี”
“แผนบี? นายยังไม่ได้บอกอะไรฉันเลย!”
“ฉันเพิ่งคิดได้…”
ผมพูดยังไม่ทันจบประโยค ลมพายุอันรุนแรงพัดแอนนาออกไป
ไกล หลังจากนั้น ผมก็เห็นร่างขนาดใหญ่ของมิคาเอลพุ่งเข้าใส่
ผมด้วยความเร็วที่น่ากลัว
[‘การกลายร่างราชาปีศาจ’ ถูกเปิดใช้งาน!]
พร้อมกับเสียงดังอื้ออึง ร่างกายของผมเริ่มเปลี่ยนไป ปีกคู่สีด า
และเขาของราชาปีศาจงอกออกมาจากแผ่นหลังและหัวของผม
เพราะความเป็นไปได้ของยุคที่สอง สถานะของผมจึงถูกเสริม
ความแข็งแกร่งขึ้น แต่แน่นอนว่ามันคงเป็นการฆ่าตัวตาย
เท่านั้นถ้าจะต่อสู้กับเขาด้วยสถานะแค่นี้
[แอตทริบิวต์ ‘ล่ามสถานการณ์’ ถูกเปิดใช้งาน]
อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ใช่ผมที่จะเผชิญหน้ากับเขา
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินต านาน’ เริ่มเล่าเรื่องราวของ
มัน!]
มันเป็นเรื่องราวที่ผมได้รับมาจนถึงตอนนี้
ตู้มมม!!!
วสันต์แห่งโลกปีศาจที่สถิตอยู่ ณ แขนข้างซ้ายของผมปะทะ
เข้ากับหมัดซ้ายของมิคาเอล แทบจะในเวลาเดียวกัน เพลิง
ศักดิ์สิทธิ์แห่งคบเพลิงได้ลุกโชนขึ้นบนศรัทธาไม่แตกสลายที่เล็ง
ไปยังร่างของเขา
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินต านาน’ กรีดร้องออกมา
อย่างมีความสุข!]
มิคาเอลตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในทันทีและถอยหลังไปอย่าง
รวดเร็ว
พลังของมหาเรื่องราวช่างน่าทึ่งจริงๆ พวกมันสามารถ
เผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดอันน่าหวาดหวั่นได้แม้จะถูก
พันธนาการไว้ด้วยความเป็นไปได้ของยุคที่สอง อันที่จริง มัน
ไม่ได้เป็นการเสียเวลาเลยที่ได้ฝึกกับยูโฮซองมา
[เรื่องราว ‘ความชั่วร้ายที่ท าลายความชั่วร้าย’ เริ่มเล่า
เรื่องราวของมัน]
[มหาเรื่องราว ‘ปีศาจแห่งเอเด็น’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน]
น่าเสียดาย ผมไม่ใช่แค่คนเดียวที่ครอบครองเรื่องราวอันทรง
พลัง
ฮูมมมมม!!
แรงกดดันอันหนักหน่วงปะทุออกมาโดยมิคาเอลเป็นจุด
ศูนย์กลาง ส่งผลให้เรื่องราวของผมอ้าปากออกมาด้วยความ
เจ็บปวด สถานะของผมไม่เพียงพอที่จะเผชิญหน้ากับทูต
สวรรค์คนนี้
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินต านาน’ ค ารามออกมาอย่าง
เดือดดาล!]
ขอโทษด้วย ถ้าผมแข็งแกร่งขึ้นอีกหน่อย นายก็คงจะไม่ต้องรั้ง
ตัวเองไว้แบบนี้ หลังจากนั้นไม่นาน การโจมตีอันน่าหวาดหวั่น
ก็พุ่งออกมา และผมก็ได้รับแรงปะทะอันรุนแรง
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินต านาน’ ก าลังปกป้องคุณ!]
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ’ ก าลังปกป้องคุณ!]
[เรื่องราว ‘ราชาแห่งโลกที่ไร้ราชา’ ก าลังปกป้องคุณ!]
[เรื่องราว ‘ผู้ต่อต้านปาฏิหาริย์’ ก าลังปกป้องคุณ!]
…
เรื่องราวของผมรับมือกับการโจมตีของทูตสวรรค์แทนผม
ในช่วงเวลาสั้นๆ มันมีหลายความคิดผ่านเข้ามาในหัวของผม
ถ้าผมใช้ ‘อเวจีนิรันดร์’ ล่ะ?
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าผมเปิดใช้งานการปล่อยกระแสไฟฟ้าและวิถี
แห่งสายลมพร้อมกัน?
หรือจะเรียกใช้บุ๊คมาร์คและเรียกตัวละครอื่น?
ไม่ว่าผมจะคิดยังไง ผมก็ไม่อาจเห็นหนทางที่ชัดเจน นั่น
หมายความว่าผมเหลือแค่วิธีเดียวเท่านั้นแล้วสิ? แต่ผมก็
อยากจะหลีกเลี่ยงการอยู่ในสภาพที่น่าสมเพชแบบนั้นอีก
มิคาเอลขยับเข้ามาหาผมในขณะที่ผมกระอักเลือดออกมาและ
ถอยไป เขาคงตัดสินใจจบเรื่องนี้แล้วเนื่องจากมีออร่าสีม่วงแผ่
ออกมาจากมือข้างหนึ่งของเขา
ในไม่ช้าโดมสีม่วงก็ถูกสร้างขึ้นล้อมรอบตัวผม มันเป็นอักขระที่
ไม่สามารถยกเลิกได้เมื่อเปิดใช้งานแล้ว – การพิพากษาที่ลง
ทัณฑ์ความชั่วร้าย ‘เขตแดนแห่งการพิพากษา’ ได้กระจาย
ออกไปรอบตัวผม
ดูเหมือนว่าการลงทัณฑ์ของผมจะอยู่ในรูปแบบของการถูกบีบ
อัดจนตาย
“…มิคาเอล”
อย่างไรก็ตาม เขาจะรู้เรื่องนี้ไหม? ผมก าลังรอให้เขาเปิดใช้งาน
อักขระนี้อยู่?
“ไม่ เดี๋ยวก่อน… ทูตสวรรค์แห่งความเสื่อมทราม ‘ลูซิเฟอร์’”
[ราชาปีศาจ ‘ราชาทูตสวรรค์แห่งความเสื่อมทราม’ เกลียดชื่อ
นั้น!]
เดิมทีลูซิเฟอร์เป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักที่จะควรน า ‘สงคราม
ระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ’ ไปสู่ข้อสรุป
「ไม่มีความชั่วร้ายไหนในโลกที่สามารถเอาชนะราชาทูต
สวรรค์แห่งความเสื่อมทรามได้」
‘ความชั่วร้าย’ นี้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเมื่อเผชิญหน้ากับ ‘ความชั่ว
ร้าย’ อื่นๆ และในที่สุด สัตว์ประหลาดตัวนี้ก็จะกลืนกิน ‘ความ
ชั่วร้าย’ ทั้งหมด แม้แต่ราชาปีศาจที่อยู่ในสิบอันดับแรกยังไม่
สามารถสังหารชายคนนี้ได้ เพราะเขาจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่
แข็งแกร่งที่สุดในโลกนี้ในขณะที่ก าลังต่อกรกับความชั่วร้าย
「อย่างไรก็ตาม อะไรจะเกิดขึ้นหากฝ่ายตรงข้ามไม่ใช่ความ
ชั่วร้าย?」
พลังที่ทรงพลังเป็นอย่างยิ่งต่างก็มีราคาที่ต้องจ่าย ในขณะที่
มองไปยัง ‘เขตแดนแห่งการพิพากษา’ ที่มีรัศมีแค่ 10 เมตร
ผมก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า
ผมดึงแอปเปิ้ลสีเขียวลูกหนึ่งออกมา – ‘ผลดารา’ ที่ผมได้รับ
มาจากอาลักษณ์สวรรค์ก่อน ‘กิแกนโทมาเคีย’ จะเริ่มต้นขึ้น
“เฮ้ นายคิดถึงรสชาติของมันไหม?”
ดวงตาของมิคาเอลเริ่มสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด เขาน่าจะจ าแอป
เปิ้ลนี้ได้ เพราะเขาก็เคยกินมันเข้าไปเช่นกัน
“เมื่อทูตสวรรค์กิน ‘ผลแห่งความดีและความชั่ว’ มันจะเกิด
การ ‘กลายร่างราชาปีศาจ’ แต่ถ้าราชาปีศาจกินมันเข้าไป มัน
จะเกิดอะไรขึ้น?”
ผมเห็นมิคาเอลที่ก าลังหงุดหงิดยื่นมือของเขาออกมาอย่าง
รวดเร็ว
แต่โทษที่ มันสายเกินไปแล้ว
ก่อนที่ ‘เขตแดนแห่งการพิพากษา’ จะบดขยี้ร่างกายของผม…
…เสียง ‘กร๊อบ’ ก็ดังออกมา ในขณะที่ผมกัด ‘ผลแห่งความดี
และความชั่วร้าย’
(จบตอน)