มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 367 – การล่าทูตสวรรค์ (4)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 367 – การล่าทูตสวรรค์ (4)
[คุณเป็นผู้เสื่อมถอย ‘รอบที่ 1’]
ครั้งแรกที่เขาเลือกกลับมา เขาคิดว่าเขาได้รับโอกาสอันยิ่งใหญ่
– โอกาสที่จะเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์ด้วยการมีข้อมูลที่
มากกว่าคนอื่น
[คุณเป็นผู้เสื่อมถอย ‘รอบที่ 2’]
เมื่อเขาเลือกที่จะกลับไปเป็นครั้งที่สอง เขาก็เริ่มคิดว่าชีวิตนี้คง
ไม่ง่ายอย่างที่คิด
และหลัวจากได้เห็นสหายของเขาตายไปซ้าๆ…
หลังจากสูญเสียบุคคลที่เขารักมากไป…
…ในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ว่าเขาถูกก้าหนดให้ต้องเผชิญกับ
ความเจ็บปวดแบบเดียวกันนี้อีกหลายครั้งในอนาคต ในฐานะ
ราคาของการครอบครองข้อมูลที่มากกว่าคนอื่น เขาต้อง
สูญเสียสหายที่มีค่าไปหลายต่อหลายครั้ง
[คุณเป็นผู้เสื่อมถอย ‘รอบที่ 3’]
ในระหว่างการพยายามครั้งที่สาม เขาได้คิดว่าบางทีมันอาจจะ
เป็นค้าสาป
「ฉันต้องมีชีวิตแบบนี้ไปอีกกี่ครั้ง?」
เขารู้ว่าเขาจะไปถึงตอนจบของสถานการณ์ทั้งหมด เขา
จ้าเป็นต้องดับอารมณ์ของเขาเพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องใช้ชีวิตของ
เขา ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจกลายเป็นผู้เสื่อมถอย ไม่ใช่ยูจงฮยอค
ครั้งที่สี่ ห้า… เส้นเวลาที่เขาจะได้ประสบ แต่ค้าพูดที่ไม่คาดคิด
ของใครบางคนก็หยุดเขาจากการเสื่อมถอยอีกครั้ง
– การที่สามารถเสื่อมถอยได้ตลอดเวลาท้าให้ความตายไม่มี
ความหมายอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม การที่ความตายไม่มี
ความหมายก็เป็นสิ่งที่ท้าให้มูลค่าของการมีชีวิตหายไป
เหมือนกัน
– ยูจงฮยอค นายต้องตื่น สิ่งที่ฉันก้าลังพูดคืออย่าเชื่ออะไรผิดๆ
ว่าสิ่งต่างๆ จะดีขึ้นโดยการท้าซ้าแล้วซ้าเล่า
นั่นคือเหตุผลที่ยูจงฮยอคเลือกที่จะไม่เสื่อมถอย เขายอมแพ้กับ
ชีวิตใหม่หลายๆ ครั้งที่เขาสามารถเริ่มต้นจากจุดได้เปรียบที่
สูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการมีข้อมูลที่มีประโยชน์มากขึ้นกว่าเดิม
[คุณเข้าสู่ ‘เกาะกลางหมายเลข 3’ แล้ว]
พร้อมกับล้าแสง ในที่สุดเขาก็มาถึงเกาะกลางหมายเลข 3
ผู้เข้าร่วมที่มาถึงพร้อมกับเขามองไปรอบๆ และบ่นกับตัวเอง
[สถานที่นี้มันอะไรกัน?]
[ไม่ใช่ว่าพวกเราควรตรงไปยังเกาะหลักเหรอ?]
ยูจงฮยอคปลดดาบของเขาออกมา
[สถานการณ์ลับ – ‘การช่วงชิงค้าขยาย’ เริ่มขึ้นแล้ว!]
และจากนั้น การเข่นฆ่าก็เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง พายุคลั่งของ
แสงดาบสีชาดสะบั้นเศียรของกลุ่มดาวออกไป มันไม่มีความ
ลังเลอยู่ในดาบของยูจงฮยอคเลย เขาคว้านหัวใจของอวตาร
ออกและสับศีรษะของกลุ่มดาวที่ก้าลังหลบหนีไป
[คุณได้รับพยางค์จากค้าขยายของกลุ่มดาว ‘อีกาแห่งทะเลมืด
รัตติกาล’]
[คุณได้รับพยางค์จากค้าขยายของกลุ่มดาว ‘เจ้าอุบายริม
ชายหาด’]
มันมีศัตรูที่รับมือได้ยากอยู่สองคน – ศัตรูที่คงจะยากในการ
ต่อกรในรอบที่สามแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม ยูจงฮยอคก็
สามารถจัดการกับพวกเขาได้อย่างง่ายดาย
「จุดอ่อนของ ‘แมงป่องต้นเบอร์ช’ อยู่ใต้หางของมัน」
「นายต้องโจมตี ‘ราชันย์เสี้ยวจันทรา’ ซ้าๆ จนกว่าแสงดาว
บนศีรษะของเขาจะหายไป」
ยูจงฮยอคในนิยายต้นฉบับคงจะไม่รู้ข้อมูลนั้น อันที่จริง เขาคง
จะรับมือกับพวกเขาได้หลังจากผ่านรอบที่ 4, 5, 100 หรือ
กระทั่ง 1,000 เป็นต้นไป
[คุณได้รับพยางค์จากค้าขยายของกลุ่มดาว ‘แมงป่องต้น
เบอร์ช’]
[คุณได้รับพยางค์จากค้าขยายของกลุ่มดาว ‘ราชันย์เสี้ยว
จันทรา’]
ยูจงฮยอคแห่งรอบที่สามรู้ข้อมูลแห่งอนาคตพวกนี้ทั้งหมดทั้งที่
เขาไม่ได้มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลานั้น
『ฮันซูยอง – บันทึกของรอบที่ 1863 (ตอนแรก)』
『ฮันซูยอง – บันทึกของรอบที่ 1863 (ตอนท้าย)』
ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณบันทึกจากรอบที่ 1863 ในอนาคตอัน
ห่างไกลที่เขาอาจจะได้รับมาถ้าเขาใช้ชีวิตไปตามเรื่องราวที่ถูก
ขีดเส้นไว้
“ฟู่…”
ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงให้หลัง บริเวณโดยรอบของยูจงฮยอคก็เงียบ
ลง
ฉึก!
เขาดับชีวิตของกลุ่มดาวสุดท้ายที่เหลืออยู่และเดินหน้าต่อ มัน
ไม่ใช่แค่ต้องจบสถานการณ์นี้ให้เร็วเท่านั้น
หลังจากเดินไปสักพัก เขาก็มาถึงสมรภูมิที่ชุ่มไปด้วยเลือด
‘ป่าสมบูรณ์’
เขาถูกต้อนรับด้วยซากศพของอวตารมากมาย ปรากฏการณ์
การสังหารหมู่นี้ดูเหมือนจะเป็นฝีมือของใครบางคน ในขณะที่
ก้าลังรวบรวมพยางค์ที่จ้าเป็น ยูจงฮยอคก็ไล่ตามทิศทางของผู้
ล่าไป
มันใช้เวลาไม่นานนักก่อนที่เขาจะพบรังไหมยักษ์ที่ดูเหมือนว่า
จะถูกทาด้วยสีด้าทั้งหมด เขารู้ทันทีว่านี่คืออะไร
“…สัตว์ประหลาดที่ถูกสร้างขึ้นโดยเอเด็น”
มันไม่ใช่อะไรอีกนอกจากรังไหมของมิคาเอล มันปรากฏขึ้น
หลังจากที่ทูตสวรรค์ถูกสังหารในขณะที่เขาอยู่ ณ กึ่งกลางของ
‘การกลายร่างราชาปีศาจ’ ไม่นานหลังจากนั้น เขาจะได้รับ
ชีวิตใหม่และโผล่ออกมาจากรังไหมนี้
…เฉกเช่นหลังจากความตาย ยูจงฮยอคจะได้เริ่มต้นในรอบ
ถัดไปของเขา หากมีสิ่งหนึ่งที่ต่างออกไป มันก็จะเป็นมิคาเอลที่
จะเสียความทรงจ้าบางส่วนของเขาไปเมื่อเขากลับมามีชีวิต
สิ่งที่เรียกว่า ‘ความชั่วร้าย’ ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อก้าจัด ‘ความ
ชั่วร้าย’ การด้ารงอยู่ของมิคาเอลคือเหตุผลที่ยูจงฮยอคไม่เคย
เป็นมิตรกับเอเด็น
เมื่อฝนพร้าลงมา ยูจงฮยอคก็ได้ค้นหาบริเวณใกล้เคียงกับรัง
ไหม มิคาเอลตกอยู่ในสภาพนี้เพราะมีคนจัดการกับเขาได้
ไม่นานหลังจากนั้น ยูจงฮยอคก็ได้พบกับชิ้นส่วนเรื่องราวที่เป็น
ของราชาปีศาจที่ทรงพลัง มันมีคนต่อสู้กับมิคาเอลที่นี่และดู
เหมือนจะได้รับบาดเจ็บหนัก
ร่องรอยของเรื่องราวเหล่านี้เปล่งประกายด้วยแสงสีขาวเจิดจ้า
แม้จะอยู่ภายในหมอกฝนอันพร่ามัว พวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่ยู
จงฮยอคค่อนข้างคุ้นเคย
ครืน
รังไหมของมิคาเอลเริ่มสั่นสะเทือนอย่างเห็นได้ชัด มันเปล่งแสง
อันขุ่นมัวในขณะที่ชั้นบนสุดเปิดออก
ยูจงฮยอคขมวดคิ้วมุ่น
‘เริ่มแล้วเหรอ?’
อารมณ์มืดแทรกซึมอยู่ภายในหมอกสีม่วงอย่างรวดเร็ว ร่าง
เปลือยเปล่าของมิคาเอลฟื้นกลับคืนสู่ร่างอวตาร และเผยให้
เห็นภายในของรังไหมอย่างช้าๆ
ยูจงฮยอคเตรียมพร้อมหนีไปจากที่นี่แล้ว
[ราชาปีศาจแห่ง… การ… หลุด… พ้น!]
แน่นอน เขาคงไปจากที่นี่แล้วถ้าไม่ใช่เพราะค้าพูดพวกนี้ ยูจงฮ
ยอคลังเลอยู่นิดหน่อย ก่อนที่จะขยับเข้าใกล้รังไหม มิคาเอลยัง
ฟื้นกลับมาไม่เต็มที่และนอนอย่างไร้การป้องกันอยู่ภายในรัง
ไหม
พรึบ!
เปลือกตาของมิคาเอลขยับและเบิกกว้างขึ้น และใน
ขณะเดียวกัน ดาบของยูจงฮยอคก็มาถึง
“นอนหลับไปสักพักเถอะ มันคงจะดีกับทุกคน”
ฉึกก!
ดาบของเขาแทงเข้าไปยังหัวใจของมิคาเอล ร่างอวตารที่ยัง
อ่อนแอซึ่งไม่ได้เปิดใช้งานทั้ง ‘การกลายร่างราชาปีศาจ’ และ
‘การกลายร่างทูตสวรรค์’ เริ่มพังทลายลงจากความเป็นไปได้
ของยุคที่สอง
อ๊ากกกก!!
[คุณสังหารร่างอวตารที่ 177 ของ ‘ราชาทูตสวรรค์แห่งความ
เสื่อมทราม’]
รังของมิคาเอลหดตัวลงอย่างรวดเร็วและกลับสู่สภาพเดิม เขา
จะเกิดใหม่ในร่างอวตารที่ 178
[เนบิวลา ‘เอเด็น’ แสดงความไม่พอใจต่อการกระท้าของคุณ!]
[กลุ่มดาว ‘อาลักษณ์สวรรค์’ จ้องมองคุณ]
ยูจงฮยอคเผชิญหน้ากับสายตาจากฟากฟ้าและพูดขึ้นมา “…
ฉันบอกแล้วหนิ? ฉันจะเป็นคนฆ่าคิมทกจาเอง หยุดการกระท้า
ที่ไม่จ้าเป็นของนายซะ”
ท้องฟ้าไม่ได้พูดอะไรอีกเป็นค้าตอบ ยูจงฮยอคเก็บดาบเข้าฝัก
และรีบก้าวขาตามร่องรอยของเรื่องราวที่กระจัดกระจายไปทั่ว
ป่า
*
หลังจากเขาหายเข้าไปในเส้นทางของป่า เงาเล็กๆ ก็เผยตัว
ออกมาข้างรังไหมของมิคาเอล ผมบ็อบส่ายเบาๆ รอบใต้เสื้อ
กันฝนสีด้า
เจ้าของเงาฉีกยิ้มหลังจากพบไอเท็มทั้งหมดที่ถูกทิ้งไว้ในบริเวณ
ใกล้เคียง
“โอ้ รถบัสของตัวละครหลักนี่สุดยอดจริงๆ”
ฮันซูยองรีบยัดไอเท็มเข้าไปในกระเป๋าของเธอในขณะที่หัวเราะ
คิกคักอย่างมีความสุขกับตัวเอง
“ยังไงก็เถอะ ไอ้ผู้เสื่อมถอยนั่นดูจะไม่เข้าใจคุณค่าของไอเท็ม
เลย…”
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ มองไปยังชิ้นส่วน
เรื่องราวบนพื้นอย่างพูดไม่ออก]
“นายก้าลังมองหาอะไร?”
ฮันซูยองหยิบชิ้นส่วนที่มังกรด้าก้าลังชี้ขึ้นมา และจากนั้น สี
หน้าของเธอก็แข็งขึ้นในพริบตา
[คุณได้รับชิ้นส่วนเรื่องราว ‘ราชาแห่งโลกที่ไร้ราชา’]
“นี่มัน…?”
การถ่ายทอดสดดวงดาวได้อวยพรให้กับเรื่องราวมากมาย แต่
เธอก็รู้ว่ามีแค่คนๆ เดียวที่มีเรื่องราวชื่อนี้ เธอได้ละทิ้งไอเท็มที่
เธอก้าลังเก็บขึ้นมาและรีบวิ่งไปยังทิศทางที่ยูจงฮยอคหายตัว
ไป
*
ผมจะตายด้วยมือของยูจงฮยอค
「(ทกจา)」
สามชั่วโมงหลังจากนี้ ยูจงฮยอคจะฆ่าผม
「(ทกจา)」
ผมเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วและตอบ
‘อ่า ยูซานอา’
「(นายจะอึ้งแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน? มันไม่เหมือนกับนาย
เลย ทกจา)」
‘ฉันไม่ได้อึ้ง อันที่จริงฉันก้าลังคิดถึงบางสิ่งอยู่’
「(เช่น?)」
‘มันจะโน้มน้าวเขาได้อย่างไร’
พูดตามตรง ผมไม่ได้รู้สึกมั่นใจกับการท้าแบบนั้นเลย ยูจงฮ
ยอคก้าลังจะปรากฏตัวขึ้นที่นี่เพื่อฆ่าผมซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ยูจงฮยอค
คนเดิมจากหนทางเอาชีวิตรอดที่ผมอ่านมากว่าสิบปีจะท้า
คนที่ก้าลังมาหาผมในตอนนี้คือยูจงฮยอคที่ตระหนักได้ว่าเขา
เป็นแค่ตัวละครของเรื่องราว เหมือนยูจงฮยอคจากรอบที่
1863
「(มันเป็นเพราะความผิดของนายเหรอ…?)」
บางทีมันก็ราวกับว่ายูซานอาสามารถอ่านใจของผมได้
…และตอนนี้เธอก็อาจจะท้าแบบนั้นได้จริงๆ
‘ไม่ มันไม่ใช่ มันเป็นสิ่งที่ฉันต้องท้า’
[พลังของ ‘ผลแห่งความดีและความชั่ว’ ก้าลังท้าให้มโนธรรม
ส้านึกผิดของคุณแย่ลง]
มันเป็นไปได้ว่าความรู้สึกนี้ถูกกระตุ้นขึ้นมาโดยผลแห่งความดี
และความชั่ว หมายความว่ามันอาจจะไม่ใช่ของผมเลย
อย่างไรก็ตาม ผมก็ยังเชื่อว่านี่เป็นเส้นทางที่ผมต้องเดิน
แอนนาประคองผมระหว่างการเดินทาง “พวกเราน่าจะไปถึง
ศูนย์กลางของเกาะในไม่ช้า”
ผมพยักหน้าเป็นค้าตอบ
‘ศูนย์กลาง’ ของเกาะ ต้าแหน่งที่ตั้งของประตูมิติเคลื่อนย้ายไป
ยังสถานการณ์ต่อไป นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่ผมจะได้พบกับ
ยูจงฮยอคในสามชั่วโมง
“ฉันไม่อยากจะเข้าไปยุ่งกับอนาคตที่นายเลือกเอง แต่…
ผลลัพธ์ของการพยากรณ์ของฉันไม่เคยเปลี่ยนแปลงได้ง่าย
เลย”
“…เธอก้าลังพยายามน้าโชคร้ายมาให้ฉันเหรอ?”
“ฉันแค่พยายามจริงใจกับนาย ถ้านายไม่อยากตาย มันก็ดีกว่า
ที่นายจะรีบหาพยางค์และไปยังสถานการณ์ต่อไป”
“ฉันจงใจเลือกไม่ไป มันมีเรื่องที่ฉันต้องบอกเขา”
เรื่องราวที่ผมเตะถ่วงมาตลอด สิ่งที่ผมต้องพูดคุยกับเขาให้ได้
“เรื่อง… ‘ราชาสูงสุด’ รู้จักวิธีฟังจริงๆ เหรอ?”
“ถ้าเขาไม่ฟัง มันก็ดีกว่าที่จะท้าให้เขาฟัง”
แอนนาเงียบไปชั่วขณะ เธอคงจะก้าลังคิดถึงบางสิ่งอยู่ ในขณะ
ที่ดวงตาของเธอมองขึ้นไปบนท้องฟ้า กลุ่มดาวหลายๆ คนก็
ก้าลังมองลงมาที่พวกเราจากตรงนั้น
“ฉันแน่ใจว่านายรู้อยู่แล้ว แต่ อืม นายไม่อาจโน้มน้าวทุกๆ คน
ได้”
เธอเป็นผู้เผยพระวจนะ เธออาจจะประสบกับสถานการณ์ที่
คล้ายกันกับผมหลายครั้งมาก่อนหน้านี้ ถึงอย่างไรก็ตาม เธอก็
มาถึงจุดนี้ได้ด้วยการโกหกเซลีน่าและหลอกลวงไอริสหนิ?
“ฉันคิดว่าพวกเราควรพูดถึงเรื่องนั้นกันหลังจากที่พวกเราได้
พยายามท้าทุกทางแล้วนะ”
“ยิ่งเห็นอนาคตเท่าไร มันก็ยิ่งมีภาระให้แบกรับหนักขึ้น นายก็
รู้หนิ”
จุดศูนย์กลางของเกาะสามารถมองเห็นได้แล้วจากระยะไกล
และประตูมิติขนาดยักษ์ที่น้าทางไปสู่สถานการณ์ต่อไปก็อยู่ตรง
นั้น แอนนาถอนมือที่ก้าลังประคองผมอยู่ออกไปและพูดขึ้นมา
“ถ้าอย่างนั้น นี่ก็คือสิ่งที่พวกเราสามารถท้าได้ทั้งหมด”
เธอรวบรวมพยางค์ทั้งหมดได้แล้ว และมีคุณสมบัติก้าวไปยัง
สถานการณ์ต่อไป ในไม่ช้าเธอคงจะเดินต่อไปยังจุดหมาย
ปลายทางที่เธอต้องการ
ในขณะที่ผมหันหน้าหนีไปจากเธอ เธอก็ตะโกนเรียกผม “คิ
มทกจา”
มันไม่ใช่กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ แต่เป็น ‘คิ
มทกจา’ เธอก้าลังเรียก ‘ผม’ อยู่
“เป้าหมายของฉันคือการเปลี่ยนแปลงเจ้าของ ‘การ
ถ่ายทอดสดดวงดาว’ นี้”
ทันใดนั้นเอง ผมก็ถูกห้อมล้อมด้วยความรู้สึกอึดอัดนี้ เพราะ…
ผมสามารถบอกได้ว่าเธอจะพูดอะไรต่อ
“แล้วเป้าหมายของนายคืออะไร?”
…ผมรู้
“ฉันต้องตอบเธอจริงๆ เหรอ?”
“ฉันแค่รู้สึกว่าหลังจากได้ยินค้าตอบของนาย ฉันก็จะตัดสินใจ
ได้ว่าจะปล่อยให้นายมีชีวิตอยู่ต่อไปดีไหม”
เธอก้าลังคิดว่าผมจะกลายเป็นตัวช่วยของเธอหรือเป็นอุปสรรค
กันแน่ ถ้าเธอคิดว่าผมจะกลายเป็นอุปสรรค เธอก็คงจะไม่ลังเล
เลยที่จะท้าให้ผมจบลงตรงนี้
ผมจ้องตาเธออย่างเงียบๆ
มันจะเป็นไรไหมที่จะบอกเธอ? บอกเธอว่าผมต้องการอะไร
จริงๆ?
เนื่องจากเธอคือผู้เผยพระวจนะ เธอก็คงจะเข้าใจผมได้ใช่ไหม?
“ฉัน…”
น่าเสียดาย ก่อนที่ผมจะทันได้พูดออกมา มันก็มีเสียงของใคร
บางคนเข้ามาขัดจังหวะ
“เป้าหมายของเขาคือการเห็นจุดจบของเรื่องราวที่ไม่ได้ส้าคัญ
อะไร”
ความโกรธอันเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากน้าเสียงนั้น
และผมก็รู้จักเสียงนั้นดีกว่าใคร
(จบตอน)