มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 368 – เรื่องราวที่ไม่อาจแบ่งปันได้ (1)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 368 – เรื่องราวที่ไม่อาจแบ่งปันได้ (1)
การแสดงออกของแอนนาแข็งขึ้นในทันที่ และเธอก็ลอบชัก
ดาบสั้นออกมาจากด้านหลังของเธอ “…ราชาสูงสุด”
ยูจงฮยอคไม่สนใจเธอและพูดพร้อมกับก้าวเข้าหาพวกเราก้าว
ใหญ่”พวกนายสองคนดูเข้ากันได้ดีนะ พวกนายสองคนรู้สึก
สนิทกันจากความจริงที่ว่าพวกนายทั้งคู่รู้อนาคตใช่ไหม?”
“…แต่นายเองก็รู้อนาคตเหมือนกันหนิ?”
“สิ่งที่ฉันเจอมาไม่ใช่อนาคต”
ครืน!!
“มันก็แค่สิ่งที่เคยเกิดขึ้น มันคืออดีต”
สิ่งที่เคยเกิดขึ้น เขากล่าว
ยูจงฮยอคต้องใช้ชีวิตผ่านเรื่องราวที่ผมได้อ่านในขณะที่ต้องรับ
ความตายจ านวนนับครั้งไม่ถ้วน ราวกับว่าจะตอบสนองต่อ
เวลาทั้งหมดที่เขาได้ใช้ไป ‘ดาบปีศาจทมิฬ’ ในมือของเขาเริ่ม
ร่ าร้องออกมา
แอนนามองมายังทิศทางของผม
ผมตอบเธอ “เธอควรไปได้แล้ว ชายคนนี้มาหาฉัน ไม่ใช่เธอ”
“ฉันภาวนาให้ฉันได้ยินเป้าหมายของนายด้วยค าพูดของนาย
เองในครั้งต่อไปที่พวกเราได้พบกันนะ”
หลังจากทิ้งค าพูดเหล่านี้ไว้ เธอก็หายตัวไปผ่านประตูมิติ
แน่นอน เธอไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องรั้งอยู่ เธอใช้หนี้ผมมามาก
เกินพอแล้ว
ยูจงฮยอคไม่ได้พยายามจะหยุดเธอเลย ถ้ามันเป็นเวลาอื่น เขา
คงยืนกรานที่จะไล่ตามเธอไปและตัดหัวเธอ แต่ไม่ใช่วันนี้
“ยูจงฮยอค” ผมเรียกเขา
แต่เขาไม่ได้มองมาที่ผม ไม่สิ เขาแค่จ้องมองไปยังประตูมิติที่
เปิดออกและว่างเปล่า
ดังนั้นผมจึงเรียกเขาอีกครั้ง “ขอล่ะ อย่างน้อยก็ฟังสิ่งที่ฉันพูด
หน่อย นายเคยเรียกฉันว่าสหายหลายครั้งแล้วหนิ?”
เขาเบนสายตามาหาผมและค่อยๆ ชักดาบออกมา
“นั่นคืออดีต”
ความโกรธอันเย็นยะเยือกแทรกอยู่ในน้ าเสียงของเขา ซึ่งเป็น
สิ่งที่ผมไม่อาจแกะออกมาได้อย่างง่ายดาย
[สกิลเฉพาะตัว ‘มุมมองนักอ่านพระเจ้า’ ถูกเปิดใช้งาน!]
ดังนั้นผมจึงต้องใช้มันอีก
[ระดับความเข้าใจในบุคคลที่เกี่ยวข้องของคุณยังไม่เพียงพอ!]
น่าเสียดาย ความคิดภายในของยูจงฮยอคไม่อนุญาตให้มีการ
สอดแนม ราวกับว่าจะยืนยันว่าคนที่อยู่ตรงหน้าของผมไม่ใช่
ชายคนเดิมกับที่ผมรู้จักมาตลอด
“ฉันเดาได้ว่านายจะพูดอะไรกับฉัน มันน่าจะเป็นหนังสือเล่ม
นั้นของนาย”
“…”
“ผ่านหนังสือนั้น นายได้แอบมองชีวิตของฉัน และใช้ฉันเป็น
ความบันเทิงของนาย มันมีอะไรที่ฉันควรรู้อีก?”
ผมแก้ตัวไม่ได้เลย เพราะนั่นคือความจริงทั้งหมด สิ่งที่ผมได้ท า
ไม่ต่างจากกลุ่มดาวอื่นได้ท าเลย
“ฉัน…”
ผมรู้ ผมท าไปจริงๆ แต่…
แต่ ความรู้สึกพวกนี้ที่เขารู้สึกมันคืออะไร?
[ระดับความเข้าใจของคุณต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นทีละนิด]
ยูจงฮยอคก าลังรอผม ราวกับว่าเขาเป็นผู้พิพากษาที่ก าลังรอ
โอกาส
ที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือผมไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
อารมณ์ของเขาไหล่บ่าเข้ามาในหัวของผมและเติมเต็มในเวลา
ไม่นานผ่าน ‘มุมมองนักอ่านพระเจ้า’ ข้อความทั้งหมดที่ผมรู้
ถูกเขียนทับอย่างต่อเนื่องด้วยค าที่แปลกตาไปอย่างสิ้นเชิง
ค าที่ผมควรจะพูด ค าที่ผมอยากจะพูด พวกมันต่างถูกฝังกลบ
อยู่ภายใต้คลื่นอารมณ์สีด าที่ถาโถมเข้ามา
จากนั้นดาบของเขาก็ขยับ
แม้แต่ในเวลานั้น มันก็ยังไม่รู้สึกเหมือนจริงส าหรับผม อันที่จริง
มันรู้สึกเหมือนฝันมากเกินไปว่าเขาได้ลืมช่วงเวลาที่พวกเราได้
เอาชีวิตรอดมาด้วยกันและพยายามจะฆ่าผมตรงนี้
[‘ผลแห่งความดีและความชั่ว’ มีอิทธิพลต่ออารมณ์ของคุณ!]
[‘ก าแพงที่สี่’ ก าลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง!]
ทันทีที่ผมเห็นดาบที่ก าลังพุ่งเข้ามาตรงหน้า ความรู้สึกผิดชอบ
ชั่วดีและความรู้สึกไม่เป็นธรรมก็เอ่อล้นขึ้นมาในใจของผม
[‘ผลแห่งความดีและความชั่ว’ ก าลังดึงอารมณ์ความมืดของ
คุณออกมา!]
ผมท าให้ดีที่สุดในแบบของตัวเองแล้ว หลังจากสถานการณ์
พวกนี้เริ่มต้นขึ้น ผมก็พยายามอย่างเต็มที่จริงๆ ในแนวทาง
ของตัวเอง ผมได้ใช้ในสิ่งที่ผมอ่านอย่างเต็มที่่
ผมไม่เคยคิดที่จะท าร้ายยูจงฮยอคหรือสหายคนไหนเลย
ทั้งหมดที่ผมคิดคือสถานการณ์พวกนี้ – ผมควรจะท ายังไงเพื่อ
ลดอันตรายให้น้อยลงที่สุด? ผมควรจะท ายังไงเพื่อให้พวกเรา
สามารถไปถึงตอนจบที่แท้จริงได้อย่างปลอดภัย?
นั่นคือทั้งหมดที่ผมท า ไม่มีอะไรอีกแล้ว แต่…
ท าไมสิ่งต่างๆ ถึงออกมาเป็นแบบนี้?
เคร้ง!!
พร้อมกับเสียงระเบิด ประกายแสงสีฟ้าเต้นร าอยู่ในอากาศ
“นายมัวเหม่ออะไรอยู่ฮะ ไอ้งั่ง?!”
ฮันซูยองก าลังยืนอยู่ข้างๆ ผมในตอนนี้
*
มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ฮันซูยองมายังเกาะกลางหมายเลข 3
ในขณะที่อยู่ในสถานการณ์เกาะเล็ก เธอก็มีความฝันหนึ่งขึ้นมา
และมันคือชายที่สวมเสื้อคลุมสีขาวที่ก าลังจะตายด้วยมือของ
ชายอีกคนที่สวมเสื้อคลุมสีด า
มันเป็นความฝันซ้ าซากที่เธอมีมาสักพักแล้ว ดังนั้นเธอจึง
พึมพ ากับตัวเองด้วยซ้ าว่า ‘ฝันบ้านั่นอีกแล้ว’ ในขณะที่ฝันถึง
มัน เพราะความฝันก็เป็นแค่ความฝัน และคงไม่มีทางกลายเป็น
ความจริง
…ฉากเช่นนิยายที่ไม่อาจกลายเป็นความจริงได้
– ดูเหมือนว่าฉันในรอบที่สามจะเป็นคนงี่เง่าไปหน่อย ฉันแสดง
ภาพเดิมให้เธอเห็นหลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่เธอก็ยังไม่เข้าใจ
อีก…
‘นั่นมันอะไรกันเนี่ย?!’
ฮันซูยองในความฝันแทบจะสะดุ้งด้วยความตกใจและหันไป
มองทางเสียงนั้น ผู้หญิงที่สวมเสื้อคลุมสีด าก าลังยืนอยู่ตรงนั้น
คนลึกลับคนนี้มีร่างกายที่คล้ายกับเธอ และราวกับว่ามีคนเบลอ
ใบหน้าของเธอ มันไม่มีจุดเด่นอะไรเลย
ใบหน้าที่ว่างเปล่านั้นพูดต่อ
– ดูเหมือนว่าการเสื่อมถอยครั้งนี้จะจบลงด้วยความล้มเหลวถ้า
มันเป็นแบบนี้ต่อไป…
ฮันซูยองรู้สึกถึงความหวาดกลัวโดยสัญชาตญาณและถอย
กลับไปสองก้าว น่าเสียดาย เธอยังคงอยู่ภายในความฝันของ
เธอ และไม่มีใครที่สามารถหนีไปจากความฝันของตัวเองได้
– เธอเห็นไหม ฉัน ฉันชอบโยนประแจเข้าไปในแผนการของคน
อื่น
ในช่วงเวลาที่ผู้หญิงในความฝันยื่นมือของเธอออกมา ข้อมูล
แปลกๆ ที่อธิบายไม่ได้ก็เต็มไปทั่วศีรษะของฮันซูยอง
[ความสามารถในการ ‘ท านายลอกเลียนแบบ’ ก าลังถูกปลุก
ขึ้นภายในตัวคุณ!]
และนั่นคือสิ่งที่ท าให้ฮันซูยองตื่นขึ้นจากการนอนหลับของเธอ
ข้อมูลที่ไม่ทราบว่ายเข้ามาในหัวของเธอ และสติของเธอก็ขยับ
ไปตามความตั้งใจของตัวมันเองเพื่อจัดเรียงฐานความรู้ที่
ค้นพบใหม่
สักพักหลังจากนั้น ประโยคหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในหัวของเธอ
– ยูจงฮยอคจะมุ่งหน้าไปยังเกาะกลางหมายเลข 3
เธอไม่รู้ว่าท าไมประโยคดังกล่าวถึงโผล่ขึ้นมาในหัวของเธอ ถึง
กระนั้นเธอก็ตัดสินใจที่จะฟังมัน เธอไม่รู้ว่าความฝันที่ไม่อาจ
คาดเดาได้นั้นคืออะไร หรือผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แต่ไม่ว่า
อย่างไรก็ตาม ความคิดที่ว่าเธอต้องท าอะไรสักอย่างก็ชัดเจนอยู่
ในหัวของเธอ
และนั่นคือเหตุผลที่เธอมาอยู่ตรงนี้
“ออกไปให้พ้นทางของฉัน ฉันไม่มีธุระอะไรกับเธอ”
ยูจงฮยอคจ้องมาที่เธอด้วยสายตาที่น่ากลัว ในขณะเดียวกัน คิ
มทกจาก็ก าลังจ้องมาที่เธอด้วยสีหน้างงงวย
ฮันซูยองสูดลมหายใจเข้าอย่างช้าๆ เธอยังไม่รู้ว่าความฝัน
ก าลังพยายามแสดงอะไรให้เธอได้เห็น อย่างไรก็ตาม อย่างน้อย
ที่สุดในเวลานี้เธอก็รู้ว่าบทบาทของเธอคืออะไร
ฮันซูยองหัวเราะเบาๆ ในแบบปกติของเธอและพูดออกมา
“ฉันรู้ว่านายคงจะท าให้มันเป็นปัญหาในไม่ช้าก็เร็ว มันไม่มี
ทางเลยที่ยูจงฮยอคที่ฉันรู้จักจะเปลี่ยนไปแบบนั้น”
“ถ้าเธอไม่หลบไป งั้นฉัน…”
“อะไร นายต้องการฆ่าฉันด้วยเหรอ? และนายจะได้อะไรจาก
การท าแบบนั้น? นี่คือการชดเชยส าหรับเวลาทั้งหมดที่นายถูก
หลอกมาเหรอ?”
ยูจงฮยอคไม่ตอบ กลับกัน สกิลดาบของเขาถูกลืมไปชั่วขณะ
ใบมีดของเขาชี้ลงมาจากอากาศ และฮันซูยองก็ป้องกันมันด้วย
รอยยิ้ม
“…นายและคิมทกจาไม่ฟังคนอื่นเหมือนกันเลยรู้ไหม”
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ก าลังค ารามด้วยความ
โกรธ!]
พลังเพลิงทมิฬแทรกซึมอยู่ภายในร่างกายของเธอปะทะกับ
ดาบของเขา
น้ าหนักที่อยู่เบื้องหลังดาบของยูจงฮยอคหลังจากได้รับการ
เสริมพลังด้วยอ านาจของยุคที่สองนั้นหนักหน่วงมาก เธอเม้ม
ปากอย่างหนักในขณะที่เธอปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา
เขาแข็งแกร่งจริงๆ
[นิทาน ‘ศิษย์ของปรมาจารย์ดาบในต านาน’ เปล่งประกายเจิด
จ้า!]
นั่นคือเรื่องราวที่เธอแทบจะไม่ได้ใช้เลยก่อนที่จะมาถึงที่นี่
ความแข็งแกร่งของปรมาจารย์ดาบโคจรรอบตัวของเธอและ
พวยพุ่งออกมาจากร่างกายของเธอ
ฮูมมมม!!
ในสถานที่อื่น มันอาจจะไม่ได้ผล แต่ถ้าเป็นที่นี่ล่ะก็…
“เมื่อมีคนก าลังพูดอะไรกับนาย…”
เพลิงทมิฬที่ถูกเสริมความแข็งแกร่งพุ่งเข้าหายูจงฮยอคผ่าน
ช่องว่างของประกายแสงสีน้ าเงินที่ก าลังเต้นระบ าอยู่
“…นาย! ก็! ควร! ฟัง!”
การโจมตีอันรุนแรงของเปลวเพลิงที่ถูกเสริมพลังสอดประสาน
กับค าพูดของเธอ ดวงตาของยูจงฮยอคสั่นไหวอย่างรุนแรงต่อ
การต่อต้านอันไม่คาดคิดจากเธอ เธอไม่พลาดโอกาสนี้และ
ตะโกนออกมา
“ทั้งหมดที่คิมทกจาท าคือการอ่านนิยาย! นิยายโง่ๆ ที่โคตร
ยาว!”
เมื่อเห็นว่ายูจงฮยอคโดนผลักไปทีละนิด เธอก็คิดว่าเธอจะดึง
มันออกมาได้ นี่ไม่ใช่ปัญหาที่ยากล าบากในการแก้ไข ความ
เข้าใจผิดนี้เกิดขึ้นเพราะค าพูดของผู้คน นั่นเป็นเหตุผลที่เธอ
เชื่อว่าค าพูดจะสามารถแก้ไขมันได้
“ดังนั้นแค่คุยกับเขาซะ! พูดคุยกันให้หมดเปลือก! เหมือนกับที่
คนอื่นเค้าท ากัน!”
เพลิงทมิฬยังคงอยู่และติดอยู่กับดาบของยูจงฮยอค เขาพูด
อย่างเย็นชาในขณะที่เขาสะบัดเปลวเพลิงที่ติดอยู่ที่ดาบออกไป
“เธอไม่รู้อะไรเลย”
“ไม่ ฉันรู้” ฮันซูยองค ารามออกมา หลังจากได้ยินค าพูดของ
เขาที่ไม่สนใจเธอเลย “นายโมโหอะไรนักหนา? เรื่องที่คิมทกจา
เข้าหานายพร้อมกับรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับนายงั้นเหรอ? แต่นายก็
เหมือนกันหนิ? เหมือนกับเขา นายได้รับข้อมูลมาด้วยตัวเอง
และหลอกลวงคนอื่นมาจนถึงตอนนี้หนิ?”
บางทีค าพูดเหล่านั้นอาจจะเป็นเชื้อเพลิง เพราะความโกรธเริ่ม
เติมเต็มนัยน์ตาของยูจงฮยอคอีกครั้ง ดาบของพวกเขาปะทะ
กันในอากาศอีกครา
“แน่นอน ฉันรู้ว่านายจริงใจ ฉันรู้ว่านายท าสิ่งเหล่านั้นเพื่อช่วย
ผู้คน เพื่อท าให้โลกดีขึ้น… แต่คิมทกจาล่ะ?”
“…”
“บอกฉันสิ มันมีไอ้โง่ที่ไหนที่ละทิ้งชีวิตของตัวเองเพราะตัว
ละครจากนิยายก าลังจะตาย?”
เธอเห็นดาบของยูจงฮยอคหยุดนิ่งไปชั่วขณะและพูดต่อ
“นายลืมสิ่งที่คิมทกจาได้ท าไปทั้งหมดแล้วเหรอ? เพียงเพราะ
เขาอ่านนิยายระย านั่นไป นายกลับคิดว่าทุกสิ่งที่พวกเราได้เจอ
มาตลอดการเสื่อมถอยรอบที่สามของนายไม่เคยเกิดขึ้นเลย
เหรอ?”
สถานะของยูจงฮยอคเริ่มหดตัวกลับไป ฮันซูยองรู้สึกมันได้ แค่
อีกนิดเดียว และการต่อสู้ที่ไม่จ าเป็นนี้ก็จะจบลง
“ใจเย็นๆ และคิดให้ดี”
แต่น่าเสียดาย ฮันซูยองท าพลาดในขั้นตอนสุดท้าย
“เธอไม่ใช่ตัวละครแบบนั้น”
“…ตัวละคร?”
การแสดงออกของยูจงฮยอคก าลังเปลี่ยนกลับไป เขาไม่ได้
ก าลังถามค าถาม เธอเริ่มตระหนักได้ถึงความผิดพลาดของเธอ
แต่มันก็สายเกินไปแล้วที่เธอจะพูดออกมา
“เธอเหมือนเขา”
คลื่นพลังเวทมนตร์อันมหาศาลแผ่กระจายออกมาจากจุดที่ดาบ
ทั้งสองเล่มสัมผัสกัน ดาบของฮันซูยองร่ าร้องออกมาด้วยความ
เจ็บปวด พลังที่อยู่เบื้องหลังเพลิงทมิฬก าลังถูกกดดันกลับมา
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินต านาน’ ก าลังค าราม
ออกมา!]
มหาเรื่องราวที่ยูจงฮยอคได้รับมาก าลังอาละวาดแล้ว
“ฉันเห็นสิ่งที่เธอท าในการเสื่อมถอยรอบที่ 1863”
“การเสื่อมถอยรอบที่ 1863? นายพูดบ้าอะไร…??”
ในเวลานั้นก็มีบางสิ่งโผล่ขึ้นมาในหัวของฮันซูยอง
– ในเส้นโลกที่ 1863 ของหนทางเอาชีวิตรอด… อ่า ใช่แล้ว
เธอก็อยู่ที่นั่นด้วย ฉันไม่อาจบอกได้ว่าเธอคนไหนคือร่างจริงกัน
แน่
แน่นอน คิมทกจาเคยพูดอะไรแบบนี้ออกมา
‘หรือว่า?’
ข้อมูลในหัวของเธอเริ่มรวมเข้าด้วยกัน เห็นได้ชัดว่าเธออยู่ใน
รอบที่ 1863 และในที่แห่งนั้น เธอได้อาศัยอยู่ในการเสื่อมถอย
ที่แตกต่างออกไป ในกรณีนั้น คนที่เธอเห็นในฝันของเธอก็คือ…
ในขณะที่ฮันซูยองได้รับค าตอบ ช่องว่างเพียงเสี้ยววินาทีก็
ปรากฏขึ้น ดาบของยูจงฮยอคไม่พลาดโอกาสนี้เลย
*
ท าไมผมถึงขยับไม่ได้?
ท าไมผมถึงไม่ต่อสู้เคียงคู่กับฮันซูยอง?
ในขณะที่เฝ้าดูเธอพูดแทนผม ท าไมเสียงของผมถึงไม่อาจ
ส่งผ่านไปได้?
“นาย… อมพะน าอะไรอยู่”
ผมดึงฮันซูยองที่ล้มลงในขณะที่เธอเงยหน้าขึ้นมองผม เลือด
ไหลเป็นสายน้ าออกมาจากเอวของเธอ
เธอก าลังหลั่งเลือด แต่เธอก็ยังพูดกับผมอยู่ “คิมทกจา ฉันรู้ว่า
ตอนจบที่นายปรารถนาคืออะไร”
เธอเผยรอยยิ้มขี้เล่นเช่นเคย ราวกับว่าจะเช็ดเลือดออกจาก
แก้มของผม เธอถูแก้มของผมในขณะที่บ่นใส่ผม “ช่างเป็นคน
ที่น่าสงสารซะจริง…”
ผมพยายามห้ามเลือดเธออย่างเต็มที่ในขณะที่ควักเอาไอเท็ม
ฟื้นฟูออกมา การบาดเจ็บภายในของเธอรุนแรงเกินไป เธอ
ได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก
อวัยวะภายในของเธอถูกท าลายอย่างสมบูรณ์ด้วยพลังของ
ดาบยุคที่สอง
ผมสามารถช่วยเธอได้ ถ้าผมมีเวลามากกว่านี้สักหน่อย ถ้าผม
สามารถหาผู้รักษาที่เหมาะสมและมารักษาเธอได้…
…แต่ผมจะได้รับอนุญาตให้ท าแบบนั้นเหรอ?
มือของเธอที่ก าลังแตะแก้มของผมตกลงไปอย่างไร้เรี่ยวแรง
ผมเรียกชื่อของเธอออกมา ครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างไรก็ตาม เธอ
ก็ไม่ตื่นขึ้นมา สิ่งที่ผมได้ยินคือเสียงของยูจงฮยอคแทน
“ลุกขึ้นมา คิมทกจา”
ผมไม่อาจสัมผัสได้ถึงความรู้สึกผิดใดๆ หรืออารมณ์อันสั่นไหว
ภายในน้ าเสียงนั้นได้
ในเวลานั้นเอง บางสิ่งภายในตัวผมก็ผุดขึ้นมา
ผมยืนขึ้นอย่างช้าๆ
[ยูจงฮยอค]
เรื่องราวก าลังเดือดพล่านอยู่ภายในหัวของผม
– มันมีเรื่องราวบางเรื่องที่ใหญ่เกินไปและยากที่จะอ่าน ถ้า
จิตใจของเจ้าไม่มั่นคง เจ้าก็จะจบลงด้วยการถูกเรื่องราวกลืน
กินแทน
ยูโฮซองบอกผมแบบนั้น ผมเองก็ตระหนักถึงอันตรายเช่นกัน
ยิ่งเรื่องราวยิ่งใหญ่แค่ไหน ภาระที่ผมต้องแบกรับก็ยิ่งหนักหนา
เท่านั้น
นั่นคือเหตุผลที่ผมพยายามหาเพื่อน และพวกเราจะร่วมมือกัน
สร้างประวัติศาสตร์ เพื่อสร้างเรื่องราวของพวกเรา ทั้งหมดก็
เพื่อไปถึงบทสรุปที่แตกต่างออกไปจากของยูจงฮยอคในนิยาย
ต้นฉบับ ความปรารถนานั้นคือสิ่งที่น าเรามาไกลขนาดนี้
และผลลัพธ์สุดท้ายของความปรารถนานั้นก็คือสิ่งนี้
ผมจ าเป็นต้องอ่านเรื่องราวนี้ต่อไปไหม?
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน]
ผมจินตนาการถึงเป้าหมายสุดท้ายที่พวกเราทุกคนจะได้อยู่
ด้วยกัน ผมเชื่ออย่างแท้จริงว่าเรื่องดังกล่าวสามารถบรรลุได้
อย่างแน่นอน
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินต านาน’ เริ่มเล่าเรื่องราวของ
มัน]
อย่างไรก็ตาม ถ้ามันเป็นไปไม่ได้ล่ะ…
หากประวัติศาสตร์ทั้งหมดที่ผมสร้างขึ้นมาจนถึงตอนนี้ไร้
ประโยชน์อย่างสมบูรณ์แล้วล่ะก็
[‘การกลายร่างราชาปีศาจ’ ถูกเปิดใช้งาน]
…งั้นจุดจบที่ผมฝันถึงก็จะไม่มีความหมายอีกต่อไป
[ฉันจะฆ่านาย ยูจงฮยอค]
(จบตอน)