มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 370 – เรื่องราวที่ไม่อาจแบ่งปันได้ (3)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 370 – เรื่องราวที่ไม่อาจแบ่งปันได้ (3)
ทันทีที่เธอลืมตาขึ้น ฮันซูยองก็กระอักเลือดออกมา
หลังจากมีเลือดสีด าเต็มพื้น ในที่สุดเธอก็ได้สติกลับมา สิ่งแรกที่
เธอเห็นคือป่าทึบ มันไม่ใช่ที่ที่เธอต่อสู้กับยูจงฮยอคเมื่อครู่
“ฉันเกือบตายแล้วไง ยูจงฮยอค ไอ้ระย าเอ้ย…”
หากเธอไม่ได้ถ่ายโอนความทรงจ าของเธอไปยังร่างอวตารที่แส
ตนด์บายอยู่ในช่วงเวลาสุดท้าย เธอคงจะต้องตายจริงๆ
[คุณได้ใช้ ‘การถ่ายโอนความทรงจ า’ ของวันนี้หมดไปแล้ว]
[จากนี้ไป อวตารที่ก าหนดจะท าหน้าที่เป็นร่างจริงของคุณ]
เธอคาดไว้แล้วว่าเรื่องแบบนี้จะต้องเกิดขึ้น
[เรื่องราว ‘การท านายลอกเลียนแบบ’ ยังคงเล่าเรื่องราวของ
มันไม่หยุด]
ฮันซูยองได้เห็นอย่างชัดเจนถึงหลายๆ ‘ฉาก’ ผ่านเรื่องราวนี้
ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอได้รับมาหลังจากประสบกับความฝันอันลึกลับ
นั้น
อย่างเช่น อนาคตอันหลากหลายที่เปลี่ยนแปลงไปตาม
ทางเลือกของเธอ ความตายของคิมทกจา หรือแม้กระทั่งความ
ตายของยูจงฮยอค และมีอนาคตเดียวที่คนทั้งคู่สามารถ
หลีกเลี่ยงมันไปด้วยกันได้
[เนื่องจากบทลงโทษของ ‘การถ่ายโอนความทรงจ า’
ความสามารถทางกายภาพของคุณจะลดลงอย่างมาก]
“ฉันจะด่าให้ถ้ามีใครต้องตายอีก…!”
ฮันซูยองบ่นกับตัวเองด้วยความไม่พอใจและพยายามสัมผัส
คลื่นพลังเวทมนตร์จากบริเวณโดยรอบ เธอยังต้องหาว่าตอนนี้
ทั้งสองคนนั้นอยู่ที่ไหน
หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็สัมผัสได้ถึงสถานะอันทรงพลังสองจุด
เธอวิ่งไปยังทิศทางนั้นอย่างรวดเร็ว
จากอนาคตทั้งหมดที่เธออ่านมา นี่เป็นอนาคตเดียวที่จะออกมา
ดี คิมทกจาจะไม่ตาย และเป็นครั้งแรกที่ไอ้งั่งทั้งสองจะได้
สนทนากันอย่างเหมาะสม
นั่นคือสิ่งที่ ‘การท านายลอกเลียนแบบ’ ของฮันซูยองท านายไว้
และนั่นคือเหตุผลว่าท าไมเธอถึงไม่หลบดาบของยูจงฮยอคใน
วินาทีสุดท้าย ดังนั้นคิมทกจาก็ควรจะมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน
มันเป็นแถวนี้ที่เธอได้ยินเสียงดาบปะทะกับบางสิ่ง
‘…พวกเขายังสู้กันอีกเหรอ?’
‘ไอ้พวกบ้านี่ ฉันถึงกับต้องตายเพื่อให้ทั้งคู่ได้คุยกัน แต่นี่…’
เธอคิดว่าเธอคงเห็นทั้งคู่ก าลังต่อสู้กันอย่างรุนแรงเมื่อเธอไปถึง
แต่เมื่อเธอผลักพุ่มไม้ออกไปและก้าวไปข้างหน้า ภาพที่เธอเห็น
ก็ท าให้เธอตกใจมาก
ปังงง!! ปัง!!!
ยูจงฮยอคก าลังฟาดดาบใส้คิมทกจาที่ก าลังนอนนิ่งอยู่บนพื้น
“เฮ้!! ไอ้ระย าเอ้ย!!”
*
‘…ฉันเดาว่ามันไม่ได้ผลใช่ไหม?’
ยูจงฮยอคมองไปยังคิมทกจาที่ก าลังนอนอยู่บนพื้น บนหน้าอก
ของชายที่ไร้สติ แผลตื้นๆ ถูกทิ้งไว้โดยดาบปีศาจทมิฬ
‘แต่ ฉันคิดว่าฉันเห็นมันแล้ว’
ยูจงฮยอคจับดาบของเขาไว้แน่นและตั้งสมาธิ และแทบจะ
ในทันที่ เขาสัมผัสได้ถึงออร่ามืดที่ไหลออกมาจากร่างของคิ
มทกจา
นั่นคือ ‘ก าแพง’ ตัวตนแปลกประหลาดที่เขารู้สึกเมื่อมองไป
ยังคิมทกจา
‘ฉันเห็นมัน’
เขามองเห็นก าแพงสีด าสนิทซึ่งประกอบไปด้วยตัวอักษร
มากมาย เขายกดาบขึ้นและทุบลงบนก าแพงนั้นอย่างรุนแรงอีก
ครั้ง
ในตอนนี้ที่ผู้บรรลุเริ่มกระหน่ าโจมตีอย่างรุนแรง ก าแพงก็เริ่ม
สั่นคลอนอย่างไม่มั่นคง
[‘ก าแพงที่สี่’ ก าลังจ้องมองคุณ]
ยูจงฮยอคกระหน่ าใส่ก าแพงต่อโดยไม่สนใจว่ามันจะจ้องมอง
เขา
‘เหนือก าแพงนี้ อาจจะมี…’
ถ้ามันไม่ต้องการจะเปิด งั้นเขาก็จะท าจนกว่ามันจะเปิด ถ้ามัน
ไม่พัง เขาก็จะท าจนกว่ามันจะพัง ซ้ าแล้วซ้ าเล่า
แต่แล้ว…
“เฮ้ ไอ้บ้าเอ้ย!! นายเสียสติไปแล้วเหรอ?!”
เมื่อได้ยินเสียงแหลมนี้ เขาก็รู้สึกถึงแรงกระแทกอันทรงพลัง
จากหลังศีรษะของเขา มันมีเลือดไหลลงมาและบดบังทัศนวิสัย
ของเขา ผ่านสีแดงนั้น เขาเห็นฮันซูยองก าลังคุกเข่าลงข้างๆ คิ
มทกจา
“เฮ้ คิมทกจา!! อดทนไว้นะ! ตื่น… ฮะ? เขายังไม่ตายเหรอ?”
ยูจงฮยอคท าหน้าไม่พอใจในขณะที่เขาเซ
“ฮันซูยอง เธออยากจะตายจริงๆ ใช่ไหม?”
“วันนี้นายฆ่าฉันไปครั้งหนึ่งแล้ว ไอ้บ้าเอ้ย”
“ฉันรู้แต่แรกแล้วว่าเธอจะไม่ตาย”
“หยุดโกหกได้แล้ว การแสดงของฉันสมบูรณ์มาก นายก็รู้”
เธอค ารามด้วยความโมโหและชี้ไปยังร่างอวตารของเธอ (ซึ่ง
เป็นร่างจริงของเธอเมื่อไม่นานมานี้) ที่ก าลังนอนอยู่บนมุมที่ถูก
ลืมไปแล้วทางโน้น
ร่างอวตารในตอนนี้ก าลังพังทลาย และแสดงให้เห็นว่ามี
เลือดออกอย่างชัดเจน ‘อวตาร’ ปกติคงจะไม่มีอะไรแบบนี้
เกิดขึ้น
ยูจงฮยอคพูดอย่างเมินเฉย “‘อวตาร’ จะมีเลือดออกเหมือน
ร่างจริงได้ถ้ามันถูกฝังด้วยความทรงจ าจ านวนหนึ่ง”
“พระเจ้า? นายรู้ได้ยังไง?”
“จากบันทึกที่เธอเขียน พูดให้ชัดๆ เธอจากรอบที่ 1863″
“ฉันจากรอบนั้นเขียนอะไรลงไปหมดทุกเรื่องเลยเหรอ? บ้า
เอ้ย”
มันมีหลายสิ่งที่เธออยากถาม แต่เธอก็เลือกที่จะไม่ถาม กลับกัน
เธอถูแก้มของคิมทกจาและพูดขึ้นมา “ถึงกระนั้น ชายคนนี้ก็ดู
บ้องตื้นซะจริง”
“ก็เป็นงั้นหนิ”
“อะไรนะ?”
“เขาคลั่งและโจมตีฉัน”
ฮันซูยองยิ้มและหยิกแก้มของคิมทกจาเบาๆ ราวกับว่าเธอ
ภูมิใจในตัวเขา “ยังไงก็เถอะ หน้าอกของเขานี่มันอะไร?”
“เขาต้องชดใช้ที่ท าให้ฉันต้องกินดิน”
“…ดิน?”
“ช่างเถอะ”
เธอหันกลับไปมองคิมทกจาและแก้มของเขายุบลงไปโดยไร้
พลัง พูดตามตรง เขายังมีชีวิตอยู่ แต่ก็ไม่มีส่วนไหนของ
ร่างกายที่โอเค อันที่จริง ป่าโดยรอบได้ถูกท าลายไปโดยการ
ต่อสู้เมื่อครู่ ดังนั้นมันคงแปลกมากถ้าร่างกายของเขาจะไม่เป็น
อะไร
ฮันซูยองเข้าใจว่าฉากการท าลายล้างนี้เป็นหลักฐานโดยตรง
ของการสนทนาที่เกิดขึ้นระหว่างคิมทกจาและยูจงฮยอค
“งั้น? นายก็ได้ยินค าตอบที่นายต้องการแล้วสิ?”
ยูจงฮยอคชะงักไปครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบ “นิดหน่อย”
เธอสามารถอ่านความลึกของอารมณ์ได้อย่างชัดเจนจาก
ค าตอบง่ายๆ ว่า ‘นิดหน่อย’ แต่พวกมันก็เป็นของคิมทกจา
และยูจงฮยอค ไม่ใช่ใครอื่น นั่นท าให้รู้สึกแย่ลงไปหน่อย
“ยังไงก็เถอะ นายจะกลับมาที่บริษัทของคิมทกจาแล้วใช่
ไหม?”
ยูจงฮยอคคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่จากนั้นก็หันหลังจากไปราวกับว่า
เขาไม่มีอะไรจะพูดแล้ว
เธอขมวดคิ้วมุ่น “เฮ้ นาย! อย่างน้อยก็พยายามตอบอะไร
หน่อยสิ? ฉันช่วยนายไว้นะ”
“สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว”
ยูจงฮยอคเดินห่างออกไปอีก หนึ่งก้าว สองก้าว…
ในขณะที่ฮันซูยองก าลังจะตะโกนบางสิ่งออกมา…
เปรี้ยง!
ประกายแสงก็ปรากฏขึ้นรอบๆ ร่างของคิมทกจาและ ‘เสียง’
เสียงหนึ่งก็ดังออกมาจากเขา
「(ยูจงฮยอค สถานการณ์งี่เง่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ส าคัญที่สุด เจ้าก็
รู้)」
ยูจงฮยอคที่ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นรีบชักดาบของเขาออกมา
ก าแพงจินตนาการที่ห่อหุ้มคิมทกจาอยู่ก าลังเคลื่อนไหว ผ่าน
ก าแพงนั้นมีคนก าลังพูดกับเขา
「(เจ้าเชื่อเหรอว่ามันคือจุดสิ้นสุดเมื่อเจ้าจากไปหลังจากพูด
อยู่ฝ่ายเดียวแบบนั้น?)」
ไม่สิ พูดให้ชัดๆ มันไม่ใช่ก าแพง แต่เป็น…
「(เจ้าควรจะได้สัมผัสด้วยเช่นกัน ‘ความรู้สึก’ ของการเป็น
ผู้อ่านคืออะไร)」
ปัง!!
จู่ๆ ก าแพงที่ไม่แตกหักไม่ว่าเขาจะทุบตีมันกี่ครั้งก็เกิดรูเล็กๆ
ขึ้นมา และมือข้างหนึ่งก็ยื่นออกมาจากรูลึกลับนั้น มือนั้นจับหัว
ของยูจงฮยอคเบาๆ และจากนั้นก็กระแทกมันเข้ากับก าแพง
*
ผมนอนอยู่ในความมืดสนิทในเวลาที่ผมได้สติกลับมา
เกิดอะไรขึ้น?
ผมตายแล้วเหรอ?
…โดยยูจงฮยอค?
ในขณะที่ความคิดหมุนวนอยู่ในหัวของผม ผมก็ค่อยๆ ลุก
ขึ้นมา ผมมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นอะไรเลย จากนั้นมันก็มีแสง
เจิดจ้าจากโคมไฟสว่างขึ้นตรงหน้าของผม
「(ทกจา งั้นนี่ก็คือที่ๆ นายอยู่มาตลอด)」
‘ซานอา?’
「(นายไหวนะ?)」
‘ฉันอยู่ที่ไหน?’
「(นายอยู่ในห้องสมุด)」
จากนั้นผมจึงเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นไปได้ว่าผมถูกดูดเข้ามา
ใน ‘ก าแพงที่สี่’ ในขณะที่ผมหมดสติไปอีกครั้ง
‘…ยังไงก็เถอะ ที่นี่มันมืดเสมอเลยเหรอ?’
「(ไม่ มันแค่ห้องสมุดก าลังอยู่ในสภาพวุ่นวายอยู่ นายก็เห็น
แรงปะทะจากการต่อสู้ในคราวนี้ท าให้โคมไฟข้างในดับหมด
และชั้นหนังสือทั้งหมดก็หล่นลงมา ทุกคนก าลังพยายามฟื้นฟู
ทุกๆ สิ่งอย่างสุดความสามารถอยู่)」
‘ขอโทษด้วยนะ ฉันสร้างปัญหาให้เธอเยอะเลย’
ยูซานอายิ้มอย่างนุ่มนวลและส่ายหัวของเธอ
「(ไม่ ไม่เลย)」
‘มันมีอะไรที่ฉันช่วยได้ไหม…?’
「(โอ้ ไม่ ไม่เป็นไร นายควรนอนพักก่อน ฉันจะนั่งอยู่ที่นี่และ
พักสักพักด้วย)」
ยูซานอาเปล่งเสียงถอนหายใจเบาๆ และนั่งลงข้างๆ ผม
ใบหน้าของเธอที่ส่องสว่างอยู่ภายใต้แสงสลัวของโคมไฟคือสิ่ง
ที่ตรงกับความทรงจ าของผม
「(นายท าได้ดีจริงๆ)」
‘…เรื่องอะไรเหรอ?’
「(ตอนที่นายพูดสิ่งเหล่านั้น)」
ผมไม่จ าเป็นต้องใช้เวลามากก็คิดออกว่าเธอก าลังหมายถึงอะไร
ไม่ต้องสงสัยเลย เธอคงจะเป็นพยานให้กับปรากฏการณ์ภาย
นอกจากทางด้านหลังของก าแพงที่สี่
「(ความสัมพันธ์ที่ถูกต้องจะเริ่มต้นขึ้นจากการแนะน าตัวเอง
ใช่ไหม? มันเป็นไปได้ว่าพวกนายสองคนอาจจะกลายเป็นเพื่อน
กันจริงๆ ในคราวนี้ก็ได้)」
‘…มันคงจะดีถ้าเป็นแบบนั้น แต่…’
ผมไม่ได้คาดหวังอะไรมาก พูดตามตรง ผมคิดว่ามันคงจะพอ
บรรเทาความโกรธของยูจงฮยอคลงได้บ้าง แต่ไม่ว่าผมจะพูด
ยังไง มันก็คงจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะท าให้ความรู้สึกของการถูก
ทรยศของเขาเบาบางลง
หนังสือกระจัดกระจายทั่วไปหมด ผมหยิบมันขึ้นมาเล่มหนึ่ง
โดยไม่คิดอะไรมาก
『คิมทกจา บันทึกจากอายุ 15 ปี เล่ม #25』
ผมลอบปิดหนังสือและโยนมันลงไปยังความมืด
「(เอ่อ ขอโทษนะ ทกจา?)」
‘ฮะ?’
「(อันที่จริง อืม ฉันอ่านหนังสือเล่มนั้น ไปนิดหน่อย)」
‘…เธออ่านไปมากแค่ไหน?’
「(…แทบจะทั้งเล่ม ถ้าพูดตามตรง ฉันพบว่าสิ่งเหล่านั้น
น่าสนใจยิ่งกว่าหนทางเอาชีวิตรอดซะอีก นายเห็น… ฉันขอ
โทษนะ)」
ใบหน้าของผมขึ้นสีจากความร้อน แต่มันก็ไม่มีอะไรสามารถท า
ได้ในเมื่อเธออ่านไปแล้ว
‘ไม่เป็นไร ฉันแค่รู้สึกอายนิดหน่อยน่ะ’
ผมคิดแบบว่าด้วยการมียูซานอาเป็นส่วนหนึ่งของ ‘ห้องสมุด’
ความทรงจ าแบบนั้นคงจะถูกเปิดเผยในไม่ช้า เธอหยิบหนังสือ
ที่กลิ้งไปบนพื้นขึ้นมาอย่างระมัดระวังทีละเล่ม และปัดฝุ่นพวก
มัน ก่อนที่จะรวบรวมพวกมันไว้ด้วยกัน
พวกมันเป็นความทรงจ าของผมทั้งหมด
การแสดงออกของเธอซึ่งถูกย้อมไปด้วยความมืดนั้นยากที่จะ
มองเห็น แต่ผมก็สามารถรู้สึกได้ว่าเธอรู้สึกเป็นทุกข์แค่ไหน
ในตอนนี้ บางทีอาจจะเพื่อปลอบโยนเธอ ผมหยิบหนังสือเล่ม
หนึ่งที่เธอก าลังรวบรวมขึ้นมา
‘…สิ่งนี้ สักพักแล้วสินะ’
หนังสือที่ถูกรวบรวมมาพวกนี้เป็นเรื่องราวของผม
คิมทกจา อายุ 15 ปี อายุ 18 ปี อายุ 23 ปี อายุ 28 ปี…
ผมค่อยๆ พลิกผ่านหน้ากระดาษ
คิมทกจาผู้ไม่มีพ่อ
คิมทกจาผู้ไม่มีเพื่อน
คิมทกจาผู้สูญเสียแม่ไป
มันเป็นชีวิตที่มักจะขาดบางสิ่งบางอย่าง หรือมีบางสิ่งก าลังจะ
หายไปจากมัน
「การด ารงอยู่อันเดียวดายคือสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง คิมทกจามักจะ
อยู่คนเดียวเสมอ และนั่นคือเหตุผลว่าท าไมเขาถึงเป็นลูกคน
เดียว(ทกจา) และคิมทกจาก็ไม่มีตัวตนอยู่」
ช่างเป็นค าที่สมเหตุสมผล
「อย่างไรก็ตาม นั่นก็เป็นช่วงเวลาเดียวที่คิมทกจามีตัวตนอยู่
นั่นคือเมื่อทกจา(ลูกคนเดียว) กลายเป็นทกจา(ผู้อ่าน) 」
เรื่องราวชีวิตได้รับการบอกเล่าเฉกเช่นรายงานที่ยาวเหยียดใน
หนังสือเล่มหนึ่ง นั่นคือชีวิตของผมโดยสังเขป ผมใช้เวลา
ในช่วงวัยรุ่นด้วย ‘หนทางเอาชีวิตรอด’ และซ่อนตัวอยู่หลัง
ก าแพงของเรื่องราวนี้ที่สร้างขึ้นมาส าหรับผมเพื่อหลบหนีนิ้วที่
ถูกคนอื่นชี้มา
「อย่างน้อยที่สุด เขาก็จะกลับมามีชีวิตเมื่อได้อ่าน ‘หนทาง
เอาชีวิตรอด’」
ผมสัมผัสได้ถึงสายตาของยูซานอาที่ก าลังจ้องมาที่ผมจาก
ด้านข้าง ผมไม่แน่ใจว่าท าไม แต่มันก็รู้สึกเหมือนกับว่าไม่ใช่แค่
เธอเพียงคนเดียว บรรณารักษ์คนอื่นเองก็ก าลังมองมาที่ผมจาก
ที่ไหนสักแห่งภายในความมืด
จากนั้นข้อความที่ไม่คาดคิดก็สะดุดตาผมภายในหน้าที่เปิดอยู่
「วันหนึ่งฉันได้พบกับคนแปลกหน้าในช่วงการสัมภาษณ์ ชื่อ
ของคนๆ นั้นคือยูซานอา」
ในเวลาที่ผมอ่านมัน ผมก็ปิดหนังสือลงโดยไม่รู้ตัว
…หรือว่ายูซานอาเองก็ได้อ่านส่วนนี้แล้ว?
「(นายไม่เคยสงสัยเรื่องนี้มาก่อนเลยเหรอ ทกจา?)」
‘อะไรนะ? เรื่องอะไรเหรอ…?’
「(ถ้า ‘สถานการณ์’ ไม่เริ่มต้นขึ้นล่ะ? มันจะเกิดอะไรขึ้นกับ
พวกเรา?)」
ผมไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลย
ถ้าหาก ‘หนทางเอาชีวิตรอด’ ไม่ได้กลายเป็นความจริงล่ะ?
จะเกิดอะไรขึ้นถ้านิยาย ‘หนทางเอาชีวิตรอด’ ไปถึงบทสรุป
ตามธรรมชาติของมันและเวลายังคงเดินไปตามปกติ มันจะเกิด
อะไรขึ้นกับผม?
…ผมจะยังมีชีวิตอยู่ไหม?
ผมจะสามารถไปต่อได้ไหม?
「(พวกเราจะยังท างานในบริษัทเดิมอยู่ไหม?)」
‘อืม ฉันไม่ถูกต่อสัญญา ดังนั้น… ฉันเดาว่าฉันอาจจะก าลังหา
งานในบริษัทอื่นอยู่’
ใช่ ผมคงไม่ตายง่ายๆ แบบนั้น ผมคงจะคิดเกี่ยวกับความตาย
อยู่ทุกขณะ และมันก็คงมีหลายวันที่ผมหลับไปพร้อมกับอ่าน
หนทางเอาชีวิตรอด แต่… ใช่ ผมคงจะไม่ตาย ไม่ตายง่ายๆ
ผมคงมีชีวิตอยู่ ณ ที่ไหนสักแห่ง
‘ในโลกใบนั้น ฉันคงไม่ได้เป็นเพื่อนกับเธอนะ ยูซานอา ที่
ท างานของฉันคงเปลี่ยนไป และพวกเราคงไม่มีเหตุผลที่จะมา
ติดต่อกัน’
「(ถึงกระนั้น พวกเราจะไม่ลองโทรหากันสักครั้งเลยเหรอ?)
」
“อืม…’
「(ฉันคิดว่าพวกเราคงจะท า ฉันมั่นใจ แม้ว่าหลังจากที่นาย
ออกจากบริษัทไป ฉันก็จะยังจ านายได้ นายเป็นคนแปลก)」
‘…เธอก าลังพยายามย้อนฉันเหรอ?’
ยูซานอาเผยรอยยิ้มสดใสในขณะที่พูดต่อ
「(บางทีฉันคงจะสงสัยเกี่ยวกับสวัสดิภาพของนาย เขาจะ
โอเคไหมนะ? เขาจะป่วยไหม? เขาจะหางานได้ไหม แล้วเรื่อง
แต่งงาน…)」
‘ฉันไม่คิดว่าฉันจะแต่งงานหรอกนะ ตอนนั้นฉันยังดูแลตัวเอง
ไม่ได้เลยด้วยซ้ า’
「(อืม มันก็จริงที่ไม่จ าเป็นต้องแต่งงาน ฉันเองก็คิดว่ามันง่าย
กว่าที่จะใช้ชีวิตคนเดียว)」
‘แม้แต่ซานอาเหรอ?’
「(ใช่ ดูสิ ฉันบอกนายแล้ว พวกเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอย่าง
ที่ฉันคิด)」
‘…เธอคิดอย่างนั้นเหรอ?’
「(ใช่ แน่นอน พวกเราจะเรียนภาษาสเปนด้วยกัน เข้าชมรม
ปั่นจักรยานด้วนกัน และ…)」
‘หรือเพื่อเตรียมพร้อมส าหรับวัยชราของพวกเรา พวกเราเริ่ม
แนะน าแผนการออมเงินหรือกองทุนเกษียณ’
「(หลังจากพวกเราแก่ขึ้นและไม่สามารถขยับได้อีก พวกเรา
จะช่วยพากันไปโรงพยาบาล)」
‘ฉันคิดว่าพวกเราคงจะอยู่ใกล้ๆ กันนะถ้าเป็นแบบนั้น’
「(แน่นอน บางทีพวกเราอาจจะมาอาศัยอยู่ข้างๆ กัน)」
พวกเราคุยกันต่อ พวกเราพูดถึงสิ่งที่ไม่อาจท าได้อีกต่อไป สิ่งที่
ไม่สามารถกลายเป็นความจริงได้
เฉกเช่นที่ ‘หนทางเอาชีวิตรอด’ เคยเป็นส าหรับผม
ยูซานอาพูดต่อ
「(พร้อมกับฮีวอน ฮุนซึง และจีฮเยก็ด้วย… มันคงจะยอดไป
เลยถ้าเด็กๆ มาอยู่ใกล้ๆ ด้วย… แม้แต่ซูยองก็เหมือนกัน)」
แม้ว่าโลกแบบนั้นจะมีอยู่จริง แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่พวกเราทุก
คนจะได้อยู่ด้วยกัน เพราะ… พวกเขาเป็นตัวละครจากนิยาย
พวกเขาเป็น…
‘…ใช่ มันคงวิเศษไปเลยถ้าเป็นแบบนั้นจริง’
「(อ่า จงฮยอคก็ด้วย แม้ว่านิสัยของเขาจะแย่มาก แต่เขาก็
เป็นพ่อครัวที่ยอดเยี่ยม ดังนั้นฉันคิดว่ามันคงจะดีที่จะเป็น
เพื่อนกับเขา)」
โดยไม่มีการแจ้งเตือน บางสิ่งผุดขึ้นมาจากส่วนลึกภายในใจ
ของผม
「(ฮีวอนและฮุนซึงคงจะ… หุหุหุ และพวกเราก็คง… พวกเรา
คงแก่ไปด้วยกันทีละนิดๆ ในโลกที่ไม่มีสถานการณ์ ไม่มีกลุ่ม
ดาว และไม่มีโดเกบิ ที่ๆ พวกเราจะได้พบกันเพื่อแบ่งปัน
เรื่องราวของพวกเรา และแบ่งปันอาหารอร่อยๆ…)」
ผมนึกถึงเส้นโลกมากมายที่ผมได้เห็นกับ ‘นักเขียนลับ’ ใน
บรรดาโลกที่เป็นไปได้ทั้งหมด บางที่ บางทีอาจจะมีแค่หนึ่งใน
นั้นที่อาจจะ…
「(มันคงจะดีถ้าโลกแบบนั้นมีตัวตนอยู่ที่ไหนสักแห่ง นายเห็น
ด้วยไหม?)」
‘มันอาจจะมีของแบบนั้นอยู่ที่ไหนสักแห่ง’
「(ทกจา)」
‘ฮะ?’
「(ฉันสนุกมากเลยที่ได้อยู่กับนาย ทกจา)」
‘…’
「(ฉันคิดว่ามันถึงเวลาที่ฉันต้องไปแล้ว)」
‘ยูซานอา’
อันที่จริง ผมตระหนักได้ถึงเรื่องนี้เมื่อไม่นานมานี้ – ท าไมจู่ๆ
เธอถึงเริ่มพูดแบบนี้กับผม
[‘เจ้าของเกาะ’ ก าลังเรียกอวตาร ‘ยูซานอา’]
ด้วยการใช้ช่องว่างที่เกิดขึ้นจากการอ่อนแรงลงของ ‘ก าแพงที่
สี่’ เจ้าของเกาะนี้จึงเรียกยูซานอาได้
…ราชาแห่งผู้กลับชาติมาเกิด
ในที่สุด ช่วงเวลาที่พวกเรารอคอยก็มาถึง แน่นอน หนึ่งใน
เหตุผลที่พวกเราตัดสินใจมาที่เกาะแห่งนี้ก็คือสิ่งนี้
「(ห้องสมุดนี้เป็นสถานที่ที่อบอุ่น สะดวกสบาย และเป็นมิตร
แต่… แต่ฉันไม่อาจอยู่ที่นี่ไปได้ตลอด นายก็รู้)」
‘แต่ขออีกสักหน่อยเถอะ ซานอา เธอไม่ต้องรีบแบบนั้นก็ได้…!’
ยูซานอาส่ายหัวของเธอ เฉกเช่นผม เธอเองก็ได้อ่าน ‘หนทาง
เอาชีวิตรอด’ แล้ว สิ่งที่ผมต้องการจะพูด เธอรู้พวกมันแล้ว
「(แทบจะไม่มีอะไรที่ฉันสามารถท าได้จากที่นี่ ตราบใดที่ฉัน
อยู่ที่นี่ ฉันจะเป็น ‘ผู้อ่าน’ ธรรมดาๆ ไปตลอด)」
ผมมองไปที่เธอที่มีสีหน้าที่แน่วแน่ ริมฝีปากของผมปิดสนิท
ผมอยากจะหยุดเธอ ผมอยากจะถามว่ามันจะดีกว่าไหมถ้าพวก
เราจะได้คุยกันอีกสักหน่อย
แต่ก็น่าเสียดาย ผมไม่อาจท าได้
「(ทกจา นายบอกฉันเมื่อครั้งก่อนว่านายมีแค่รอบเดียว
เท่านั้น และนั่นก็เป็นโลกที่พวกเราต้องใช้ชีวิตอยู่ นั่นคือเหตุผล
ว่าท าไม… ฉันถึงจะพูดแบบนี้)」
แสงสีขาวโอบกอดยูซานอาในขณะที่เธอวางมือลงบนหัวของ
ผมและยิ้มออกมา
「(ไว้พบกันใหม่ในชาติหน้านะ)」
(จบตอน)