มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 372 – 50 ปีต่อมา (1)
สี่วันผ่านไปตั้งแต่เรามาถึง ‘เกาะแห่งการกลับชาติมาเกิด’
ผมยืนยันผ่านมุมมองนักอ่านพระเจ้าว่าสหายคนอื่นๆ เสร็จ
ภารกิจที่เกาะกลางแล้วและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับ
สถานการณ์ต่อไป
ในตอนนี้ผมก าลังจ้องไปยังหน้าจอโทรศัพท์ของผม
– สามวิธีเอาชีวิตรอดในโลกที่ถูกท าลาย (แก้ไขครั้งสุดท้าย).
txt
มันเป็นไปได้ว่า ‘บทสุดท้าย’ ที่ผมต้องการจะอ่านนั้นก าลังรอ
ผมอยู่ ณ ตอนท้ายของไฟล์นี้ หมดแล้วเหรอ? หากโชคอยู่ข้าง
ผม ผมอาจจะได้ค้นพบข้อมูลบางอย่างในการเสื่อมถอยรอบที่
สามนี้ด้วย
แนวทางที่จะบอกถึงวิธีการปฏิบัติและวิธีการเคลียร์
สถานการณ์ที่ก าลังจะมาถึงเพื่อให้ไปถึงตอนจบที่สมบูรณ์แบบ
อย่างไรก็ตาม…
「ถ้า ตอน จบ ของ เรื่องราว คือ โศก นาฏ กรรม ล่ะ?」
ถ้า ‘การแก้ไขครั้งสุดท้าย’ บอกโดยนัยว่า ‘มันจะไม่มีการ
เปลี่ยนแปลงอีก’ ล่ะ?
「นาย จะ สามารถ เปลี่ยน แปลง มัน ได้ จริงๆ เหรอ?」
จะเป็นอย่างไรถ้าการกระท าของผมที่ได้อ่านสิ่งเหล่านี้เป็นแค่
จุดจบที่ถูกวางไว้?
“คิมทกจา”
ผมเงยหน้าขึ้นมองฮันซูยองที่มีผ้าพันแผลพันอยู่รอบๆ มือซ้าย
ของเธอและก าลังจ้องมาที่ผม เธอเป็นคนๆ เดียวที่เหลืออยู่ใน
โลกนี้ที่ได้อ่าน ‘หนทางเอาชีวิตรอด’ นอกจากผม
ถ้าเธออยู่ในสภาพแบบผม เธอจะตอบสนองอย่างไร?
ถ้าเธอเป็นผม เธอจะเปิดไฟล์นี้ไหม?
“นายก าลังมองอะไร?”
“ไม่ ไม่มีอะไร”
ผมปิดหน้าจอโทรศัพท์
มันอาจมีสักวันที่ผมอยากรู้เกี่ยวกับเนื้อหาของเรื่องนี้ อย่างไรก็
ตาม มันก็ไม่ใช่ตอนนี้
‘บทสุดท้าย’ ที่ผมต้องการจะรู้อาจจะไม่ได้อยู่ในไฟล์นี้
หลังจากจัดการกับอุปกรณ์สวมใส่ของเธอเสร็จแล้ว ฮันซูยองก็
กระโดดลงจากเตียงเบาๆ และพูดกับผม “ไปกันเถอะ ยิ่งพวก
เราช้าแค่ไหน ไอ้บ้ายูจงฮยอคก็จะยิ่งน าหน้าไปไกลเท่านั้น”
“พวกเราจะไปเจอใครบางคนก่อนไป”
“ใคร?”
“ดูเหมือนเขาจะมาแล้ว”
พวกเราได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้นในขณะที่ประตูเปิดกว้างขึ้น
ด้านหลังพวกเรา
สิ่งแรกที่พวกเราเห็นคือลูกประค าสีน้ าตาลที่ห้อยอยู่รอบๆ คอ
ของคนๆ หนึ่ง ถัดจากนั้นคือนักพรตในชุดสีเทาที่มีกล้ามเนื้อ
อันแข็งแกร่งอยู่ภายในชุดคลุมนั้น เขาคือหลวงจีนที่ผ่านการ
ฝึกฝนอย่างเข้มงวดมาเป็นเวลานาน
“อาตมามารับตัวโยม ประสก”
ผมพยักหน้าและตอบกลับ “ช่วยน าทางฉันไปหาราชาของนาย
ที”
*
『สามวิธีการอยู่รอดในโลกที่ถูกท าลาย』
จากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญที่ดีที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ของ
หนทางเอาชีวิตรอด – ผม – ‘สามวิธี’ ในชื่อของมันนั้น
หมายถึงสามตัวละครหลักของนิยาย
คนแรกคือผู้เสื่อมถอย ยูจงฮยอค
คนที่สองคือผู้หวนคืน จางฮายัง
และสุดท้าย คนที่สาม…
– มันมีตัวละครหลักอีกเหรอ???
ฮันซูยองรีบถามกลับมาผ่าน ‘จุดนัดพบระหว่างวัน’ หลังจาก
ได้ฟังเรื่องราวของผม ผมจ าได้ว่าเธอคงยังไม่มีข้อมูลแบบนี้
เนื่องจากเธออ่านไปแค่ร้อยกว่าตอนเท่านั้น…
– แต่มันจะไม่มากเกินไปเหรอที่จะมีตัวละครหลักอีกตัว?
…ถึงกระนั้นเธอก็ยังเฉียบคมโดยไม่จ าเป็นอยู่
– นอกจากนั้น ทั้งหมดสามตัวละครใช่ไหม? ตามที่คาดไว้จาก
นิยายเรื่องนี้ การเดินไปบนทางลัดจนท าให้นิยายล้มเหลวแบบ
นั้น
ผมไม่ได้คิดถึงการตอบโต้ เพราะนิยายที่ล้มเหลวเรื่องนั้นได้ท า
ให้ความเป็นจริงของพวกเราวุ่นวายขนาดนี้หนิ?
– งั้นเจ้าของปราสาทนี้ก็คือตัวเอกคนที่สามใช่ไหม?
– ใช่
– เขาส าคัญแค่ไหนใน ‘หนทางเอาชีวิตรอด’? พอๆ กับยูจงฮ
ยอครึเปล่า?
– ไม่ ไม่ขนาดนั้น ยังไงตัวหลักก็เป็นยูจงฮยอค
แน่นอน ส่วนใหญ่เรื่องราวกว่า 3,000 ตอนจะเปิดเผยโดยมียู
จงฮยอคเป็นจุดโฟกัส อีกสองตัวเรียกว่าตัวละครหลักตาม
ค าอธิบายในบทบรรยายระหว่างเรื่องเท่านั้น
– อย่างไรก็ตาม อีกสองคนก็เป็นสัตว์ประหลาดเหมือนอย่างยู
จงฮยอค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาปัจจุบัน ‘ตัวเอกคนที่
สาม’ นั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่ายูจงฮยอคในตอนนี้อีก
– …แข็งแกร่งยิ่งกว่าไอ้หมอนั่นอีกเหรอ?
ผมพยักหน้าในขณะที่สแกนห้องท าสมาธิอันว่างเปล่าที่อยู่
รอบๆ ตัวพวกเรา
ที่นี่คือที่ๆ ผู้กลับชาติมาเกิดจะท าการปลงอาบัติและช าระล้าง
ตัวเอง – ห้องที่ถูกออกแบบมาเพื่อการช าระล้างจิตใจ และ
ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากสังสารวัฏมากมาย
ผมได้ยินเสียงสวดมนต์ดังไปทั่ว แต่ก็ไม่เห็นราชาเลย
“ราชาแห่งผู้กลับชาติมาเกิดอยู่ไหนกัน?”
“ราชาอยู่กับพวกเราแล้ว”
“แต่ทั้งหมดที่ฉันเห็นคือนักพรตหัวล้านหนิ?”
ค าพูดของฮันซูยองถูกตอบโต้ด้วยค าตอบที่ไร้ซึ่งอารมณ์จาก
หลวงจีน”เขาอยู่ทุกหนทุกแห่ง แต่ในเวลาเดียวกันก็ไม่ได้อยู่ที่
ไหนเลย”
“ฉันแน่ใจว่านายไม่ได้พาพวกเรามาที่นี่เพื่อเล่นมุขนะ”
“เขาจะไม่พูดกับค าที่ขาดคุณสมบัติที่จะเห็นเขา”
“ตลกเหรอ? นั่นคือวิธีที่นายใช้เปิดการสนทนาเหรอ?” ฮันซู
ยองตอบในขณะที่มุมปากของเธอโค้งขึ้น
ผมสังเกตสีหน้าของหลวงจีนลึกลับอย่างเงียบๆ อยู่พักหนึ่ง
ก่อนที่จะพูดออกมา “ถ้าราชาของนายอยู่ทุกที่ งั้นมันก็
หมายความว่าใครก็สามารถเป็นราชาก็ได้สิ?”
ชิ้ง!!
‘ศรัทธาไม่แตกสลาย’ ในมือของผมกู่ร้องออกมา และในเวลา
เดียวกัน ล าแสงดาบมายาก็พุ่งเข้าหาลูกกระเดือกของหลวงจีน
ปัง!
ราวกับว่ามีก าแพงล่องหนขวางมันไว้อยู่ ปลายดาบที่
ปลดปล่อยพลังเวทมนตร์อันทรงพลังหยุดลงตรงหน้าของหลวง
จีน เขายิ้มและพูด
[เจ้าแก้ปัญหาได้ตื่นเต้นจริงๆ เจ้าพูดถูก ใครก็สามารถ
กลายเป็นพุทธองค์ได้ถ้าพวกเขารู้แจ้ง]
เสียงที่แท้จริงของเขาดังก้องไปทั่ว
ผมเก็บดาบไปและสังเกตหลวงจีนนั่นอีกครั้ง ออร่าที่เบาหวิว
และละเอียดอ่อนแผ่ออกมาจากร่างทั้งร่างของเขา ม่านตาของ
เขาถูกย้อมไปด้วยสีขาวบริสุทธิ์ และภายในนั้นก็มีเงาของแมน
ดาลาก าลังหมุนทวนเข็มนาฬิกาอยู่
มันเป็นไปได้ว่าหลวงจีนคนนี้จะเป็นหนึ่งในอวตารจ านวนนับไม่
ถ้วนที่ ‘ราชาแห่งผู้กลับชาติมาเกิด’ บงการอยู่
[อย่างไรก็ตาม เจ้าก็ไม่สามารถด าเนินสถานการณ์ต่อไปใน
รูปแบบนั้นได้ตลอดไป โอ้ อัครสาวกแห่ง■■ ผู้แบกรับน้ าหนัก
ของการหลุดพ้น]
“ขอล่ะ อย่าพูดราวกับว่านายรู้วิธีการทั้งหมดของฉันเถอะ”
ผมไม่คิดว่า ‘หนทางเอาชีวิตรอด’ จะเป็นแค่นิยายอีกต่อไป
และผมก็ไม่เห็นว่าสหายของผมเป็นแค่ ‘ตัวละคร’ ของมันแน่ๆ
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่ใช้ข้อมูลที่มีประโยชน์ที่ผม
ครอบครองอยู่
“ยินดีที่ได้พบนายนะ ผู้พิทักษ์แห่งแมนดาลา”
แม้ว่าก าแพงที่สี่จะถูกเปิดใช้งาน แต่ผมก็ยังต้องเผชิญหน้ากับ
แรงกดดันของฝ่ายตรงข้ามอยู่ ‘สถานะ’ ที่เป็นมิตรตรงหน้า
ของผมแกว่งไปมาเบาๆ ตัวตนที่แท้จริงของสิ่งมีชีวิตอันน่า
เกรงขามค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ด้านหลังหลวงจีนตรงหน้า
ของพวกเรา
เขาอยู่ที่นั่น ผู้ปกครองของชนชั้นแห่งความมืดที่เก่าแก่ที่สุดที่มี
ตัวตนอยู่
แม้ว่าจะเป็นเมทาทรอนแห่งเอเด็นหรือราชาปีศาจระดับสูงสุด
แห่งโลกปีศาจ มันก็ไม่มีใครสามารถต่อกรกับสิ่งนี้ภายในเกาะนี้
ได้
[‘ก าแพงที่ 4’ ก าลังสั่นคิ้วที่ไม่มีอยู่]
[‘ก าแพงตัดสินสังสารวัฏ’ ก าลังแสดงความสนใจในตัวคุณ]
ครืน!
ก าแพงไร้นามของจางฮายัง ก าแพงแบ่งความดีและความชั่ว
ของเมทาทรอน และสุดท้าย ก าแพงที่สาม ผู้พิทักษ์แห่งแมน
ดาลาคือเจ้าของก าแพงตัดสินสังสารวัฏ
[ข้าเห็น มันคือชิ้นส่วนของก าแพงสุดท้าย ข้าเดาว่าเนอร์วาน่า
คงจะถูกขังอยู่ภายในนั้น?]
“ใช่”
[เขาคือเด็กที่น่าจะกลายเป็นพุทธะที่ดีได้ น่าเสียดาย เขาได้พบ
กับเจ้าและต้องออกจากเส้นทางพุทธะของข้า]
“อืม ฉันเชื่อว่าคนที่ถูกพูดถึงคงจะรู้สึกพอใจนะ”
ฮันซูยองพูดแทรกขึ้นมา
“เดี๋ยวก่อน… นายคือพุทธะ? พระพุทธเจ้าเหรอ?”
[มันมีพุทธะอยู่หลายประเภทในโลกนี้ และข้าก็เป็นเพียงหนึ่งใน
นั้น]
ฮันซูยองในเวลานี้ก าลังท าสีหน้าตะลึงงัน
แต่ก็เป็นอีกครั้ง ปฏิกิริยาของเธอสามารถเข้าใจได้เมื่อพิจารณา
ว่ามีกลุ่มดาวที่อ้างตัวเองว่าเป็นพุทธะ พุทธะคนนี้ยิ้มอย่าง
อ่อนโยนในขณะที่เขาพูดกับผม
[ข้าเฝ้าดูเรื่องราวของเจ้ามานานแล้ว]
“แต่ฉันจ าไม่ได้เลยว่าเคยได้รับการสนับสนุนจากนายมา
ก่อน?”
[มันมีกลุ่มดาวที่เปิดเผยตัวตนของตัวเองและอวดอ านาจของ
ตน และยังมีพวกลึกลับอยู่เหมือนกัน พุทธะที่แท้จริงจะไม่อยู่
ในรูปแบบของการสนับสนุน แต่เป็นผ่านการไตร่ตรองอย่าง
เรียบง่าย]
“นายก าลังดูฟรีๆ อยู่ต่างหาก เอาเถอะ นายต้องการอะไรจาก
ฉัน?”
[ข้าต้องการอะไร? เจ้าเชื่อเหรอว่าข้ามีอะไรที่ต้องการจากเจ้า?]
ผมเบนสายตาไปหาระฆังยักษ์ที่ตั้งอยู่กลางห้องท าสมาธิ ดวง
วิญญาณเด็กๆ ดวงหนึ่งก าลังถูกห่อหุ้มด้วยแสงอยู่ภายในระฆัง
ที่ท าจากวัสดุโปร่งใส
ผมรู้แล้วว่ามันคือดวงวิญญาณของใคร
“นายตัดสินใจจะท าให้ยูซานอากลับชาติมาเกิด แม้ว่าฉันจะ
ไม่ได้ขอนาย
[…]
“นายเชิญพวกเรามาที่นี่และยอมให้เราฟื้นตัว ถึงแม้ว่าฉันจะ
ไม่ขอความช่วยเหลือจากนายก็ตาม”
[สิ่งเหล่านี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเส้นทางการบรรลุมรรคผล]
“มันมีบทเรียนนี้ที่ฉันได้เรียนรู้ในขณะที่จัดการกับกลุ่มดาว
ต่างๆ มาจนถึงปัจจุบัน และนั่นก็คือมันไม่มีกลุ่มดาวไหนในโลก
นี้ที่ไม่หวังผลตอบแทนเมื่อหยิบยื่นความช่วยเหลือ”
[เจ้าก็ด่วนสรุปไป มันมีผู้ศรัทธาในข้อยกเว้นทุกๆ อย่างเท่านั้น
ที่สามารถมองเห็นจุดสิ้นสุดของสถานการณ์ได้]
ผมจ้องไปยังหลวงจีนโดยไม่พูดอะไร ก่อนที่จะชี้ไปยังระฆังตรง
กลางห้อง และพูดออกมา “ได้โปรดอย่าจ ากัดอวตารยูซานอา
ไว้ในเกาะนี้ เธอมีค่ามากกว่าที่นายจะจินตนาการได้”
[ทุกๆ สิ่งที่กลับชาติมาเกิดบนเกาะนี้จะต้องกลายเป็นส่วนหนึ่ง
ของเกาะ]
ผมส่ายหัว “เหมือนอย่างที่นายเคยพูดไว้ มันมีข้อยกเว้นใน
ทุกๆ สิ่งหนิ? เธอก็สามารถออกไปได้แบบเนอร์วาน่า ท าให้ยู
ซานอาเป็น ‘อรหันต์’ คนใหม่ของนายสิ”
‘อรหันต์’ หรือผู้แสวงหาความจริงจะไม่ถูกผูกมัดไว้กับ ‘เกาะ
แห่งการกลับชาติมาเกิด’ และมีอิสระที่จะท่องไปในโลกแห่ง
สถานการณ์และยังคงได้สัมผัสกับวัฏจักรแห่งการกลับชาติมา
เกิดอยู่
“ฉันยินดีที่จะท าข้อตกลงกับนายถ้านายท าแบบนั้น”
[ท าข้อตกลง? เจ้าเชื่อเหรอว่าเจ้ารู้ว่าข้าต้องการอะไร?]
“การหยุดสงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจใช่ไหม?”
[ความพยายามอันไร้ค่า ข้าไม่ได้สนใจในเรื่องราวของความ
ขัดแย้งอย่าง ‘ความดี’ และ ‘ความชั่วร้าย’ แล้ว]
“ถึงแม้ว่าเรื่องราวนั้นจะท าให้เกาะของนายยุ่งเหยิงไปหมดงั้น
เหรอ?”
ราวกับว่าหัวข้อนี้นั้นน่าสนุก ดวงตาของหลวงจีนโค้งขึ้น
เล็กน้อย
‘ผู้พิทักษ์แห่งแมนดาลา’ ไม่ได้อยู่ฝ่ายดีหรือฝ่ายชั่วร้าย ถ้าผม
จะอธิบายด้วยค าพูด เขาคงเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้กับความว่างเปล่า
ดังนั้นมันจึงไม่มีทางที่สิ่งมีชีวิตเช่นนี้จะต้องรับอ านาจของทั้ง
สองฝ่ายที่ก าลังจะขยายใหญ่ขึ้นภายในอาณาเขตของเขา
“ฉันจะพยายามหยุดสงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ”
[เจ้าเชื่อเหรอว่าด้วยพลังของเจ้าจะท าอะไรแบบนั้นได้?]
เรื่องราวของผมตอบแทนผม
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ’ ก าลังตะโกนออกมา!]
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินต านาน’ ก าลังค าราม
ออกมา!]
อากาศโดยรอบเริ่มสั่นสะเทือนอย่างไม่มั่นคงในขณะที่สองมหา
เรื่องราวส าแดงพลัง
หากผมเดาถูก ผู้พิทักษ์แห่งแมนดาลาก็คงจะไม่ปฏิเสธข้อเสนอ
ของผม เพราะเขาไม่อาจมีส่วนร่วมในสงครามนี้ได้
ในฐานะสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้อยู่ทั้งสองฝ่าย เขาจึงไม่มีข้ออ้างที่จะ
เข้าสู่สงครามนี้
[…การท าให้อวตารที่ชื่อ ‘ยูซานอา’ กลายเป็นอรหันต์คือความ
ปรารถนาเดียวของเจ้าใช่ไหม?]
“มีอีกสิ่งหนึ่ง”
[เจ้าช่างโลภซะจริง]
“อนุญาตให้เนบิวลาของฉันเริ่มต้นสงครามจากพื้นที่ที่พวกเรา
ต้องการ ในฐานะเจ้าของเกาะ ฉันเชื่อว่านายพอจะแทรกแซง
การด าเนินการได้”
ในเวลานั้นเอง ผมก็สัมผัสได้ถึงพลังงานเวทมนตร์อันแผ่วเบา
จากทั่วทั้งวิหาร มันเป็นความอลหม่านของสถานะ ราวกับว่า
จะท าให้ผมรับรู้ถึงตัวตนของมัน มันเป็นสถานะที่ไม่มีการ
คุกคามหรือจิตสังหารเลย แต่อย่างไรก็ตาม บางสิ่งที่ผมไม่
คาดคิดก็ได้ขยับเข้ามาใกล้
[‘ก าแพงที่สี่’ เปิดใช้งานอย่างรุนแรง!]
[‘ก าแพงตัดสินใจสังสารวัฏ’ ตบริมฝีปากของมัน]
ไม่นานหลังจากนั้น ผู้พิทักษ์แห่งแมนดาลาก็พยักหน้าของเขา
[ข้าตกลงกับเงื่อนไขของเจ้า แต่น่าเสียดาย มันเป็นไปไม่ได้ที่ทั้ง
เนบิวลาของเจ้าจะเริ่มต้นบนพื้นที่ที่เจ้าต้องการบนเกาะหลัก]
“ถ้าอย่างนั้น อย่างน้อยฉันขอให้นายส่งอวตารลีกิลยังและชินซู
ยองไป”
[หืม… เจ้าต้องการให้ข้าส่งพวกเขาไปที่ไหน?]
“นครถัดไป”
[นครถัดไป… โอ้ หรือว่า…]
ถ้าเป็นผู้พิทักษ์แห่งแมนดาลา เขาก็น่าจะพอรู้แผนการของผม
แล้ว
เกาะหลักของ ‘เกาะแห่งการกลับชาติมาเกิด’ คือที่ๆ ความ
เป็นไปได้จากยุคที่สามอยู่ เรื่องราวเหล่านั้นมีความหลากหลาย
ที่กว้างยิ่งกว่ายุคที่หนึ่งและสอง การเริ่มต้น ณ จุดๆ นั้นจึงเป็น
ปัจจัยหนึ่งที่จะท าให้ได้รับเรื่องราวที่ไม่คาดคิด
แม้ว่าคนอื่นจะท าไม่ได้ แต่ผมก็มั่นใจว่าต้องให้เด็กสองคนนั้น
เริ่มต้นที่ ‘นครถัดไป’
[…ในทางกลับกัน สหายที่เหลือของเจ้าจะต้องเริ่มต้นในสถานที่
ที่ตัวเองเลือกไว้]
“เข้าใจแล้ว”
ฮันซูยองที่ก าลังยืนอยู่ข้างๆ ผมสังเกตสถานการณ์อย่างเงียบๆ
และส่งข้อความมาหาผม
– เฮ้ นาย นายจะท ายังไงถ้าไอ้หมอนี่ส่งพวกเราไปที่แปลกๆ?
หลวงจีนเห็นพวกเราทะเลาะกันเล็กน้อยและเผยรอยยิ้ม
แปลกๆ ออกมาในทันที่ [ข้าสนุกกับการได้ดูเรื่องราวของเจ้า
จริงๆ แต่… น่าเสียดายที่เจ้ายังสะสมเรื่องราวมาไม่พอจะต่อกร
กับเบนิวลาอื่นๆ ที่เข้าร่วมในสงครามนี้]
บางทีเธออาจจะรู้สึกโมโหนิดหน่อยกับค าว่า ‘ไม่พอ’ ฮันซูยอง
เริ่มตอบโต้กลับ“…ดูเหมือนว่านายจะยังไม่ได้ยินข่าวที่พวกเรา
เพิ่งโจมตีโอลิมปัสเมื่อไม่นานมานี้นะ”
[เรื่องราวที่เจ้าสะสมมานั้นไร้ที่ติก็จริง แต่พวกมันก็ไม่ได้ผ่าน
การทดสอบและความยากล าบากของเวลาเลย]
อึดใจต่อมา ร่างของฮันซูยองและผมก็ถูกห่อหุ้มด้วยแสงเจิดจ้า
ในทันใด
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิทักษ์แห่งแมนดาลา’ ได้ถ่ายโอนคุณไปยัง
สถานการณ์ถัดไป]
[การเคลื่อนย้ายไปยังสถานการณ์ถัดไปเริ่มขึ้นแล้ว!]
…กะทันหันแบบนี้เลย?
ผมรู้สึกประหลาดใจนิดหน่อย แต่ในไม่ช้าก็ได้สติกลับมา
ในที่สุด ผมก็ก าลังมุ่งหน้าไปยังที่ตั้งของมหาเรื่องราวที่สามที่จะ
ท าให้ ‘ไคลแม็กซ์’ เสร็จสมบูรณ์
มันเป็นไปได้ว่าสหายคนอื่นของผมคงอยู่ในระหว่างการ
เคลื่อนย้ายเช่นกัน ผมหันหน้าไปหาฮันซูยองที่ก าลังเงยหน้าขึ้น
มองผม
“คิมทกจา”
ผมยื่นมือออกไปหาเธอโดยอัตโนมัติและตอบ “ท าให้ดีที่สุด ฉัน
จะพยายามหาเธอให้เร็วที่สุด”
“…โอเค ตามนั้น”
ในช่วงเวลาที่ก าปั้นของฮันซูยองก าลังจะชนเข้ากับของผม เธอ
ก็ถูกห่อหุ้มด้วยแสงเจิดจ้าทั้งหมด ในขณะที่ผมเฝ้าดูร่างของ
เธอหายไป ผมก็เริ่มตระหนักได้ว่าเธอได้กลายเป็นหนึ่งในสหาย
ของผมไปแล้วจริงๆ
เหมือนอย่างที่ยูจงฮยอคเคยพูดไว้ ฮันซูยองได้กลายเป็นสิ่งที่
ขาดไม่ได้ส าหรับผมส าหรับการที่ผมจะไปถึงบทสรุป
ระหว่างทางของผม ผมได้รับความช่วยเหลือของเธอมากมาย
ดังนั้นมันถึงเวลาแล้วที่ผมต้องชดใช้ให้เธอ
「อย่างไรก็ตาม คิมทกจาในตอนนั้นก็ไม่รู้」
มันเป็นช่วงเวลาที่หน้าจอโทรศัพท์ของผมเริ่มเรืองแสงขึ้นมา
ค าพูดจากหน้าหนึ่งที่ผมจ าไม่ได้โผล่ขึ้นมาต่อหน้าของผมราว
กับว่าจะบอกถึงอนาคตที่เป็นลางร้าย
「เขาไม่รู้ว่าในตอนที่คิมทกจาได้พบกับเธออีกครั้ง…」
ไม่ เดี๋ยวก่อน
เวลาได้ผ่านไป 50 ปีแล้ว_
.อะไรนะ?!
(จบตอน)