มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 374 – 50 ปีต่อมา (3)
ระหว่างทาง ผมก็ยังคงสนทนากับบลิสตันต่อ “เซอร์บลิสตัน
ยังไงก็เถอะ เมื่อไม่นานมานี้เจ้าได้ท าอะไรหายไปไหม? อาจจะ
บ่อยๆ ด้วย? ยกตัวอย่างเช่น ปลอกกระสุน…”
“หืม?”
[ค าที่ไม่เหมาะสมกับโลกถูกน ามาใช้ ดังนั้น…]
“ข้าหมายถึง อย่างระเบิดเวทมนตร์แบบพกพา…”
“องค์ชาย ข้าดูเหมือนคนโง่เง่าน่าสมเพชที่จะท าเรื่องแบบนั้น
เหรอ?”
ผมไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
เมื่อมองไปยังท่าเดินที่แข็งที่อหรือกล้ามเนื้อหน้าอกที่หนาแน่น
หรือแม้กระทั่งการแสดงออกทางสีหน้าของเขา ชายคนนี้คือลีฮุ
นซึงแน่ๆ แต่… แต่ตามลิสต์ตัวละคร เขาไม่ใช่ลีฮุนซึง แต่เป็น
ตัวละครของโลกใบนี้ ‘บลิสตัน ฟราเมอร์’
ผมอ่าน ‘การประเมินโดยรวม’ อีกครั้ง
– กาลครั้งหนึ่ง มันเคยมีดวงวิญญาณสองดวงอาศัยอยู่ภายใน
ร่างนี้ เขาคืออัศวินแห่งอาณาจักร และในเวลาเดียวกันก็เป็นโล่
ของใครบางคน
‘อัศวินแห่งอาณาจักร’ คงจะหมายถึง ‘บลิสตัน ฟราเมอร์’
ในขณะที่ ‘โล่’ ย่อมต้องหมายถึงลีฮุนซึง
– โล่ที่รอให้เจ้าของของเขาปรากฏตัว เขารอแล้วรอเล่า และ
สุดท้าย เจ้าของโล่ก็ปรากฏตัวขึ้นหลังจากการรออันเนิ่นนาน
แต่โล่ก็ไม่อาจท าหน้าที่ของมันได้อีกต่อไป
ส่วนที่ส าคัญที่สุดคือส่วนนี้ ผมรู้ดีว่าลีฮุนซึงก าลังรอให้สหาย
คนอื่นมาถึง
ปัญหาก็คือจ านวน – เขารอมานานแค่ไหน?
“องค์ชาย?”
ผมอดรู้สึกซับซ้อนไม่ได้เมื่อมองไปยังชายคนนี้ที่มองกลับมาที่
ผมด้วยสายตาอันมึนงง
มีเพียงแค่สองสิ่งเท่านั้นที่ผมมั่นใจในตอนนี้
หนึ่งคือลีฮุนซึงเข้ามายังสถานการณ์นี้เร็วกว่าผม
สองคือเขาถูกกลืนกินโดยมหาเรื่องราวของโลกใบนี้และอัตตา
ของเขาได้หายไป
[มหาเรื่องราว ‘หมู่เกาะไคเซนิกซ์’ ก าลังแตะริมฝีปากของมัน
มายังทิศทางของคุณ]
[‘ก าแพงที่สี่’ จ้องไปยัง ‘หมู่เกาะไคเซนิกซ์’]
ในกรณีนั้น คนอื่นๆ ที่ไม่ได้ครอบครองก าแพงที่สี่จะลงเอยอยู่
ในสภาพเดียวกันกับลีฮุนซึงไหม?
“องค์ชาย มีอะไรเหรอ?”
ผมจ้องเข้าไปในดวงตาของบลิสตันโดยไม่พูดอะไร
ชายคนนี้คือลีฮุนซึงแน่ๆ แต่ตอนนี้เขาจะถูกเรียกว่า ‘ลีฮุนซึง’
ได้จริงๆ ไหม?
“ข้าขอโทษ เซอร์บลิสตัน”
“ขอโทษ? ท าไมจู่ๆ…”
“ข้าต้องท าให้เจ้าเจอกับความยากล าบากมากมาย ข้ารู้ว่ามัน
ยากส าหรับเจ้าที่จะปกป้องข้ามาจนถึงตอนนี้”
ผมไม่ได้ก าลังพูดกับบลิสตัน
“ข้ามักจะใช้ข้ออ้างว่ายุ่งเกินไปและไม่ได้ใส่ใจเจ้าเท่าไร แม้ว่า
เจ้าจะช่วยชีวิตข้าไว้หลายครั้งก็ตาม”
ลีฮุนซึงช่วยผมไว้หลายครั้งในระหว่างการเดินทางมายัง
สถานการณ์นี้ ผมมีโอกาสที่จะพูดคุยกับเขาอย่างจริงๆ จังๆ
แต่มักจะมีข้ออ้างเข้ามาแทรกเสมอ
ผมเชื่อว่าพวกเราเข้าใจกันโดยไม่จ าเป็นต้องพูดอะไร ผมเชื่อ
ว่าเรื่องราวที่พวกเราได้รับมาร่วมกันสามารถเติมเต็มมันได้
แต่ผลลัพธ์กลับเป็นแบบนี้
บลิสตันจะต้องคิดอะไรบางอย่างอยู่แน่หลังจากได้ยินผมพูด
แบบนี้เพราะเขาได้เช็ดจมูกของเขาพร้อมกับเบนสายตาออกไป
ข้างนอก
“องค์ชาย ท่านมีหัวใจที่อบอุ่นและอ่อนโยนจริงๆ”
[ตัวละคร ‘บลิสตัน ฟราเมอร์’ ประทับใจคุณมาก]
…ผมไม่ได้พยายามท าให้เขาประทับใจ แต่เป็นคนอื่น
โดยไม่พูดอะไรอีก พวกเราเดินไปตามทางเดินยาวต่อไป
ภาพของกษัตริย์องค์ก่อนๆ เรียงรายตามผนังทางเดิน คนที่
สะดุดตาของผมที่สุดคือภาพของชายผู้โดดเดี่ยวที่ก าลังถือดาบ
หักอยู่ท่ามกลางพายุ
– บรรพบุรุษคนแรก ราชาพายุ ยูลิสซีส ไคเซนิกซ์ ที่หนึ่ง
ผมหยุดเดินไปครู่หนึ่งและมองภาพวาดนั้น
“เป็นเกียรติของข้ามากที่ได้รับใช้ท่านมาตลอด องค์ชาย”
ผมหันไป และบลิสตันก็เริ่มเล่าเรื่องราวของเขาพร้อมกับมีหยด
น้ าตาปรากฏขึ้นรอบๆ ดวงตาของเขา เขามองไปยังเชิงเทียน
อันห่างไกลของปราสาทและพูดต่อ
“ท่านยังจ าได้ไหม? ข้าเกือบจะเสียท่านไปตอนท่านอายุได้เจ็ด
ขวบ”
“…หืม?”
“เพียงแค่นึกถึงภาพของท่านที่ห้อยอยู่บนเชิงเทียนของ
ปราสาทก็ท าให้ข้าใจหายแล้ว แล้วจ าได้ไหม? เมื่อตอนท่าน
อายุสิบขวบ ท่านไปที่ห้องน้ าและ…”
เฮ้ เดี๋ยวก่อน หมอนี่… เขาคล้ายกับลีฮุนซึงมากไปไหม?
“แต่ท่านก็ยังเป็นห่วงข้าแม้กระทั่งในช่วงเวลาสุดท้าย…”
“ช่วงเวลาสุดท้าย??”
บลิสตันจ้องกลับมาที่ผมด้วยสายตาที่โศกเศร้า ก่อนที่จะรีบ
หลบสายตาของผม
“…พวกเรามาถึงแล้ว เข้าไปข้างในกันเถอะ”
ประตูห้องโถงอยู่ตรงหน้าของพวกเราแล้ว มันเผยให้เห็นทหาร
องครักษ์ที่เรียงรายอยู่ทั้งสองฝั่งของพรมแดง และหัวหน้าของ
องครักษ์ที่มีเหรียญตราสีเงินประดับอยู่บนหน้าอกก็ยืนอยู่ตรง
กลางอย่างภาคภูมิใจ
“เซอร์บลิสตัน ท าไมเจ้าถึงมาช้านัก?”
“ข้าก าลังอ าลากับองค์ชายเป็นครั้งสุดท้าย”
มันมีบทสนทนาหลายจุดที่ผมต้องการจะพูดคุย แต่ด้วย
บรรยากาศโดยรวม ผมจึงไม่อาจพูดอะไรออกมาได้
บลิสตันที่เต็มไปด้วยน้ าตาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนกลับมีสีหน้าจริงจัง
ในตอนนี้ สายตาของคนทั้งสองปะทะกันอยู่กลางอากาศ
หัวหน้าองค์รักษ์พูดต่อ “การอ าลาครั้งสุดท้าย คนทรยศฐาน
กบฏกลับได้เพลิดเพลินกับความหรูหราที่ไม่จ าเป็นแบบนั้น”
“ระวังค าพูดของเจ้าหน่อย”
พวกเขาสองคนตั้งท่าต่อสู้โดยพร้อมเพรียงกัน บลิสตันชักดาบ
ออกมา ในขณะที่หัวหน้าองครักษ์… เอ๋?
…ท าไมคนๆ นี้ถึงถือดาบเล่มนั้น
อาวุธในมือของหัวหน้าองครักษ์เป็นสิ่งที่ผมคุ้นเคยมาก ผมได้
รวบรวมวัสดุและสร้างมันขึ้นมาเพื่อใครบางคน
[ดาบแห่งการพิพากษา]
“เซอร์บลิสตัน เจ้าต้องการกลายเป็นแอ่งน้ าอีกแห่งของการ
ประหารไปพร้อมกับเจ้าชายของเจ้าเหรอ?”
ดวงตาสีแดงของหัวหน้าองครักษ์สั่นคลอนอย่างน่ากลัว
「”โอ้ ราชาของข้า… ถ้าท่านประสงค์ งั้นข้า…”」
「”ทกจา นายพยายามท ามันด้วยตัวเองอีกแล้ว… ฉันบอกว่า
อย่าท าแบบนั้นอีกหนิ?”」
ผมรู้ว่าคนๆ นี้คือใคร
“หยุดทั้งคู่!!”
บลิสตันได้ยินเสียงของผมและหยุดรวมพลัง จากนั้นก็ก้าวถอย
มา ในขณะเดียวกัน หัวหน้าองครักษ์ก็จ้องมาที่ผมด้วยความ
เป็นปรปักษ์
และใบหน้าของเขาก็ตรงกันกับจางฮีวอน
[สกิลเฉพาะตัว ‘ลิสต์ตัวละคร’ ถูกเปิดใช้งาน!]
+
[ข้อมูลตัวละคร]
ชื่อ: อีริค สไตรเกอร์ (???)
อายุ: 37 ปี
กลุ่มดาวผู้สนับสนุน: ไม่มี
คุณสมบัติพิเศษ: ข้ารับใช้ผู้ภักดี, ปรมาจารย์ดาบ
ทักษะพิเศษ: การสังหารปีศาจ LV.10, วิถีดาบแห่งอาณาจักร
LV.10…
อักขระ: ไม่มี
ค่าสถานะโดยรวม: STA LV.75, STR LV.80, AGI LV90, MP
LV.70
การประเมินโดยรวม: กาลครั้งหนึ่ง มันเคยมีดวงวิญญาณสอง
ดวงอาศัยอยู่ภายในร่างนี้ ‘เขา’ คือหัวหน้าผู้พิทักษ์แห่ง
อาณาจักร และในเวลาเดียวกันก็เป็นดาบของใครบางคน ดาบ
ที่รอให้เจ้าของของเขาปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับโล่ เขารอแล้วรอ
เล่า และสุดท้าย ดาบก็ได้พบกับสิ่งที่เขารอมาตลอด แต่ ‘เขา’
ก็ไม่อาจจดจ าได้แล้ว
+
บ้าเอ้ย แม้แต่จางฮีวอนก็อยู่ในสภาพนี้ด้วย?
หัวหน้าองครักษ์จ้องมาที่ผมอย่างเงียบๆ และพูดออกมา “ดู
เหมือนว่าองค์ชายจะตระหนักได้ถึงสถานการณ์แล้วนะ ทหาร
จับกุมตัวอาชญากร”
…จับกุมตัว?
ผมถูกจับโดยทหารองครักษ์โดยไม่มีโอกาสต่อต้าน แต่ก็เป็นอีก
ครั้ง ผมไม่อาจสู้กลับได้แม้ว่าผมจะต้องการด้วยร่างกายที่มีค่า
สถานะโดยเฉลี่ยแค่ 10
ผมเห็นกิโยตินอยู่ ณ ปลายแถวขององครักษ์ จากนั้นผมก็
ตระหนักได้ว่าท าไมผมถึงถูกพาตัวมาที่นี่
มันมีแนวโน้มว่าสถานการณ์นี้จะเริ่มต้นด้วยการประหารของ
ผม
*
ในบรรดานิยายทั้งหมดที่ผมได้อ่านในอดีต มันมีนิยายแนวๆ นี้
อยู่
เรื่องราวมักจะเริ่มต้นด้วยตัวเอกอันธพาลที่ถือก าเนิดขึ้นมาใน
ฐานะลูกคนสุดท้องของราชวงศ์หรือขุนนาง และเขาก็จะ
กลายเป็นคนที่ดีขึ้นผ่านการทดสอบและความยากล าบากต่างๆ
ตามปกติแล้วเรื่องราวเหล่านั้นส่วนใหญ่จะเริ่มต้นในลักษณะ
เดียวกัน
「ราชวงศ์ไคเซนิกซ์ถูกท าลาย」
อย่างเช่น ตระกูลที่ถูกท าลายแม้กระทั่งก่อนการเริ่มต้น และ…
「ผู้ปกครองแห่งหมู่เกาะตายลงหลังจากถูกแทงด้วยมีดสั้น
ของที่ปรึกษาที่ไว้ใจที่สุด」
…และเขาก็ตกลงสู่ช่วงเวลาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายหลังจากความ
ตายของพ่อแม่และสหายของเขา
「องค์ชายที่สองที่มีชื่อเสียงในด้านเชิงดาบ และองค์ชายสาม
ที่มีชื่อเสียงในด้านเวทมนตร์ได้เสียชีวิตไปด้วยน้ ามือของผู้แย่ง
ชิงอ านาจ」
…อะไรกัน ผมควรท ายังไงดีเมื่อความทรงจ าที่ส าคัญเช่นนี้
กลับมาหาผมในตอนนี้?
“ข้าจะน าทางนักโทษไปเอง”
ทั้งหมดนั้นท าให้ผมต้องถูกส่งตัวไปยังที่ประหารเหมือนกับคน
โง่ ความคิดมากมายลอยอยู่ในหัวของผม ผมก าลังสงสัยว่า
ท าไมขยะผู้นี้ถึงต้องฆ่าตัวตาย แต่ หืม บางทีเขาอาจจะไม่
ต้องการถูกประหาร?
บลิสตันที่ถูกองครักษ์ขวางไว้ท าได้เพียงแค่ตะโกนหาผมด้วย
ความสิ้นหวัง”องค์ชาย! องค์ชายริคาร์โด้!!”
หัวหน้าองครักษ์คว้าผมของผมและลากผมไปยังตะแลงแกง ถ้า
สติของจางฮีวอนยังคงอยู่ นี่คงจะกลายเป็นเรื่องที่น่าขบขัน
ผมเห็นร่องที่ออกแบบมาเพื่อล าคอของผมอย่างสมบูรณ์แบบ
ในเวลาไม่นาน ผมคงจะถูกบังคับให้เอาคอไปวางอยู่ตรงนั้น
และถูกตัดหัว และเมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้น ผมก็จะล้มเหลวใน
สถานการณ์นี้
[สกิลเฉพาะตัว ‘ก าแพงที่สี่’ ถูกเปิดใช้งานอย่างรุนแรง!]
ผมเงยหน้าขึ้นมองหัวหน้าองครักษ์และถาม ‘เขา’ “เจ้าจะท า
แบบนี้จริงๆ เหรอ?”
เขายิ้มเยาะ “โอ้ ท่านรู้สึกกลัวขึ้นมาแล้วเหรอ?”
“ไม่ใช่แบบนั้น”
“แล้วยังไง?”
“ไม่ใช่ว่าเจ้าสัญญาว่าจะเป็นดาบให้กับข้าเหรอ?”
ความรู้สึกหงุดหงิดจางๆ ผุดขึ้นมาจากใบหน้าของหัวหน้า
องครักษ์
“ท่านก าลังพูดพล่ามอะไร?”
“เจ้าลืมค าปฏิภาณของตัวเองไปแล้วเหรอ? มันเป็นเรื่องโกหก
เหรอ ค าสัญญาว่าเจ้าจะเห็นจุดจบของสถานการณ์ไปพร้อม
กันกับข้า?”
[ตัวละคร ‘อีริค สไตรเกอร์’ รู้สึกสับสนเล็กน้อยต่อคุณ]
“ดูเหมือนว่าท่านจะเริ่มไร้สาระขึ้นมาอีกแล้วเมื่อท่านก าลังจะ
ตาย
เช่นเดียวกันกับลีฮุนซึง อัตตาของจางฮีวอนคงไม่กลับมาเร็วๆ
นี้แน่
สัมผัสอันเย็นเฉียบของวงไม้โอบล้อมรอบล าคอของผม ในเวลา
นั้นเอง มันก็มีคนตะโกนออกมาเสียงดัง
“ฝ่าบาทเสด็จ!”
ผมได้ยินเสียงผ้าม่านถูกดึงออกไป มันมีคนก าลังเดินมาทาง
ห้องโถงที่ตกอยู่ในความเงียบงัน เสียงฝีเท้าดังขึ้นอย่างสง่างาม
และแผ่วเบา แต่ในเวลาเดียวกันก็มีความหนักอึ้งอยู่ด้วย พร้อม
กับฝีเท้าเหล่านั้น ความทรงจ าของริคาร์โด้ก็ไหลผ่านหัวของผม
เหมือนกับท่วงท านอง
「ศัตรูของพ่อและพี่น้องของข้า」
「นักเวทย์แห่งความมืดของหมู่เกาะไคเซนิกซ์」
「การปลงพระชนม?」
「และ…」
หัวใจของผมเริ่มสั่นอย่างรุนแรง
「ผู้หญิงที่ข้าเคยรัก」
“นักโทษ เงยหน้าขึ้น”
ผมค่อยๆ เงยหน้าขึ้นและเห็น ‘ราชา’ ตัวเตี้ยที่ถูกประดับ
ประดาอยู่ในชุดคลุมยุคกลางที่ปักด้วยสีเงิน
“เจ้ามีอะไรจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายไหม?”
ผมจ้องเขม็งไปยัง ‘ราชา’ คนนี้ และพึมพ าบางอย่างอยู่ภายใน
ปาก
[สกิลเฉพาะตัว ‘ลิสต์ตัวละคร’ ถูกเปิดใช้งาน!]
[เนื่องจากสาเหตุที่ไม่ทราบ จึงสามารถดูข้อมูลของบุคคลที่
เกี่ยวข้องได้เพียงแค่บางส่วนเท่านั้น]
+
[ข้อมูลตัวละคร]
ชื่อ: ???
อายุ: 50 ปี
การประเมินโดยรวม: ???
+
ข้อมูลเกี่ยวกับ ‘ราชา’ ไม่ได้แสดงขึ้นอย่างถูกต้อง อย่างไรก็
ตาม ใบหน้าของเธอก็ดูเหมือนจะอยู่ในช่วง 20 ต้นๆ ไม่ว่าผม
จะมองยังไง
ผมจ้องมองไปยังใบหน้าของราชาคนนี้ที่มีอายุไม่ถึงเกณฑ์ตาม
ข้อมูลตัวละครอยู่นาน
ทั้งลีฮุนซุงและจางฮีวอนต่างก็เป็นตัวละครจากหนทางเอาชีวิต
รอด อย่างไรก็ตาม ถ้ามันไม่ใช่คนที่เป็นตัวละครล่ะ?
เหมือนกันกับผมที่ไม่ได้เป็นตัวละครของนิยาย?
ผมเกิดความหวังขึ้นมา
“ข้าถามเจ้าว่าเจ้ามีค าพูดสุดท้ายไหม”
ถ้ามันเป็นเธอ เธอก็คงจะจ าผมได้หนิ?
「เขาไม่รู้ว่าเมื่อถึงเวลาที่คิมทกจาได้พบกับเธออีกครั้ง เวลาก็
ได้ผ่านไป 50 ปีแล้ว」
ค าเหล่านี้เป็นค าจากการแก้ไขครั้งสุดท้ายของนิยายที่ผมเห็น
ก่อนที่ผมจะเข้ามายังสถานการณ์
ดังนั้นนี่ก็คือความหมายของมันสินะ
“มี”
“งั้นก็พูดมา”
“ฉัน…” ผมฝืนยิ้มและพูดออกมา “…ฉันขอโทษที่ฉันมาช้า
ขนาดนี้ ซูยอง”
ปัง!
ประกายแสงอันทรงพลังห่อหุ้มรอบตัวของผมหลังจากค า
ประกาศที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นไปได้ ผมต้องพูดมันออกไป
ดังๆ
ไม่รู้ว่าฮันซูยองจะฟังค าพูดของผมไหม แต่เธอก็ยังคงมองลงมา
ที่ผมโดยไม่เคลื่อนไหวอะไร แต่หลังจากนั้น เธอก็ค่อยๆ ลด
ระดับศีรษะของเธอลงและอยู่ในระดับสายตาของผม
ดวงตาที่ไร้อารมณ์ของเธอ และริมฝีปากที่มักจะเยาะเย้ยผม
ด้วยความสนุกอยู่เสมอ ในตอนนี้ก าลังโค้งขึ้น
“ประหารได้”
ใบมีดของกิโยตินสับลง แต่ผมก็ไม่ได้พยายามหลบมัน
แน่นอน ผมมีเหตุผล
「สถานการณ์ของเกาะหลักล้วนอิงตาม ‘เรื่องราวแห่งยุคที่
สาม’」
หากผมคิดไม่ผิด ‘ริคาร์โด้’ คงไม่ตายแบบนี้
ปัง!!
ก าแพงฝั่งหนึ่งของปราสาทระเบิดออก และในเวลาเดียวกัน กิ
โยตินก็ถูกท าลายลง
“คณะปฏิวัติ!”
“ปกป้องฝ่าบาท!”
ท่ามกลางความโกลาหล ผมได้ยินเสียงตะโกนของทหาร
องครักษ์ ในไม่ช้าห้องโถงก็กลายเป็นฉากอันน่ากลัวที่เต็มไป
ด้วยเสียงคร่ าครวญและเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
“บัดซบ องค์ชายหนึ่ง!”
“หยุดเขาไว้! หยุดเขาให้ได้!”
มันคือองค์ชายหนึ่งแห่งหมู่เกาะไคเซนิกซ์ – พี่ชายของริคาร์โด้
รวมทั้งยังเป็นอัจฉริยะในเชิงดาบและเวทมนตร์รวมถึงด้าน
วิชาการด้วย
“ข้ามาเพื่อช่วยน้องชายของข้า”
ผมได้รับการต้อนรับด้วยความสุขอันเหลือล้น เมื่อล าแสงดาบ
อันงดงามเต้นร าและส่องประกายภายในห้องโถง องครักษ์ที่พุ่ง
เข้ามาทั้งหมดก็ทรุดตัวลงทีละคนเหมือนกับหุ่นเชิดที่ถูกตัดสาย
บางคนก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงแม้ว่าโลกหรือสถานการณ์รอบๆ
ตัวเขาจะเปลี่ยนไป แน่นอน มันมีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่เป็น
เช่นนี้
แต่ผมก็หุบปากลงแม้ว่าจะเพิ่งอ้าออกมาก็ตาม ผมก็ไม่แน่ใจว่า
ท าไม
[มหาเรื่องราว ‘หมู่เกาะไคเซนิกซ์’ ก าลังสนุกไปกับการต่อสู้ที่
เต็มไปด้วยการนองเลือด]
สหายที่ลืมผมไปนานแล้ว ผมไม่มั่นใจว่ามันจะเป็นเรื่องราว
เดียวกันกับหมอนี่ไหม ถึงอย่างไรก็ตาม มันก็อาจจะเป็นสิ่งที่ดี
ที่สุดส าหรับเขาแล้ว ผมคิด
[เรื่องราว ‘สหายร่วมเป็นร่วมตาย’ เริ่มเล่าเรื่องของมัน]
ในเวลานั้นเอง องค์ชายหนึ่งก็จ้องมองมาที่ผมในทันใด
จากนั้นกึมีข้อความปรากฏขึ้นในหัวของผม ไอ้โง่นายคงจะเป็นคิมทกจาแน่ต
(จบตอน)