มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 380 – สามวิธี (5)
“สองคนนั้นหมั้นกัน”
“ฮะ?”
ผมอ้าปากค้างและค่อยๆ หันหน้าไปยังลีฮุนซึง เขาหน้าขึ้นสี
เล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาของพวกเรา และผมก็เห็นเขาเบือน
หน้าออกไปในไม่ช้า
ยูจงฮยอคและฮันซูยอง – องค์ชายหนึ่งแห่งหมู่เกาะไคเซนิกซ์
และลูกสาวที่ได้รับการยกย่องแห่งเอิร์ล
แน่นอน พวกเขามีความสูงที่แตกต่างกันพอสมควร แต่… เมื่อ
มองไปยังพวกเขาอีกครั้ง พวกเขาก็ดูเหมาะกันดี บุคลิกของ
พวกเขาไม่ตรงกัน แต่หลังจากนั้น พวกเขาก็มีความคล้ายคลึง
กันในบางอย่างที่น่าแปลก
ผมเอียงหัวอย่างซุกซนและเพิ่มระดับเสียง “อุ้ย พวกนายสอง
คนเหมือนกับหมีด าและลูกไก่แรกเกิดเลย…”
แทบจะในเวลาเดียวกัน จิตสังหารอันรุนแรงก็พุ่งมายังทิศทาง
ของผม
“ฉันจะฆ่านาย”
“ลองพูดอีกสักค า ฉันจะฉีกปากนายซะ”
เหงื่อเย็นไหลลงมาทางด้านหลังของผม
จางฮีวอนกระซิบข้างๆ หูของผม “บางทีมันอาจจะดีกว่าที่จะ
ไม่ไปยั่วพวกเขา”
“ฉันเดาไว้แล้ว ยังไงก็เถอะ… มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับฝั่งของเธอ
บ้างเหรอ ฮีวอน?”
“…อะไรนะ?”
ผมตอบความสับสนของจางฮีวอนด้วยรอยยิ้มและรีบเข้าไป
แทรกระหว่างยูจงฮยอคและฮันซูยอง การแสดงออกทางสีหน้า
ของพวกเขาแข็งที่อราวกับว่าพวกเขาไม่พอใจเรื่องตลกของผม
เมื่อก่อนหน้านี้
“ฮันซูยอง บทบาทของเธอส าคัญที่สุด เธอรู้ใช่ไหม? เธอต้อง
ท าหน้าที่ของเธอให้ถูกต้อง เพื่อที่…”
เธอไม่ตอบกลับ
“…ฮันซูยอง?”
ปัง!
ประกายแสงแปลกๆ เต้นร ารอบๆ ร่างกายของเธอ ผมคิดได้
ในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น อัตตาของยูริก าลังกดดันฝั่งฮันซูยอง
「ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไป」
ยูริตะโกนออกมาทั้งน้ าตา
「ไม่ช้าก็เร็ว เจ้าจะต้องเสียใจที่ออกไปจากที่นี่!」
「เรื่องราวทั้งหมดที่เจ้าครอบครองจะพังทลายลงโดยไม่มีใคร
เหลียวแล และจะไม่มีใครจ าพวกมันได้อีก」
「และสุดท้าย พวกมันก็จะไม่สามารถอยู่บนเกาะนี้ได้อีกและ
หายไปจากโลกนี้!」
ผมมองกลับไปที่เธอและตอบ “นั่นก็เป็นไปได้”
「อะไรนะ」
เสียงของยูริฟังดูตกตะลึง ผมสังเกตเธออย่างเงียบๆ
ยูริ ดี อลิสเทล – นางเอกเดิมของสถานการณ์นี้
ถ้าสถานการณ์คลี่คลายอย่างที่ควรจะเป็น ในเวลานี้เธอก็คงจะ
กลายเป็นคนรักของราชาหลังจากได้ผ่านชีวิตของการเป็นลูก
สาวของใครบางคน
「ถ้าเจ้าอยู่ในโลกใบนี้ พวกเจ้าทุกคนจะปลอดภัย」
ผมเห็นอกเห็นใจเธอที่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพูดอะไรแบบ
นั้น แต่ในเวลาเดียวกัน ผมก็ไม่อาจเรียกร้องความเห็นอกเห็น
ใจจากมุมมองของเธอได้ เพราะเราไม่ได้อยู่ในเรื่องราวเดียวกัน
ในบางครั้งมันก็ท าได้เพียงแค่อ่านเรื่องราวเท่านั้นไม่ว่าจะอ่าน
ไปมากแค่ไหน บางทีนั่นอาจจะเป็นเหตุผลว่าท าไมทั้งหมดที่ผม
สามารถท าได้ในตอนนี้ไม่ใช่การโน้มน้าวใจเธอ แต่เป็นแค่การ
จินตนาการ
…ถ้าฮันซูยองเป็นผมล่ะ เธอจะพูดอะไรในตอนนี้?
「ฉันจะขอ ‘ราชาแห่งการกลับชาติมาเกิด’ เอง ขอให้พวก
เราได้อยู่ด้วยกันในที่นี้ และมอบความรับผิดชอบให้กับก าแพง
สังสารวัฏ เมื่อเจ้า…」
“จากนั้นพวกเราก็จะมีชีวิตอยู่พร้อมกับเจอสถานการณ์เดิมๆ
ซ้ าไปเรื่อยๆ งั้นเหรอ”
「เรื่องนั้น」
ผมค่อยๆ กะพริบตาและถามเธอ “ยูริ เธอรู้สึกยังไงเมื่อเธอได้
เป็นราชินีครั้งแรก?”
ม่านตาของเธอสั่นอย่างรุนแรง
「ข้า…」
‘เกาะแห่งการกลับชาติมาเกิด’ นั้นเป็นพิพิธภัณฑ์ของเรื่องราว
โบราณที่ได้หายไปในซอกหลืบของยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง
รากฐานของโลกนี้เป็นหนึ่งในฉากแฟนตาซียุคกลางแห่งยุคที่
สาม ยูริได้มีชีวิตแบบเดิมๆ ซ้ าแล้วซ้ าเล่าพร้อมกับกระท าการ
แบบเดิมตามที่มหาเรื่องราวก าหนดไว้
ฮันซูยองรู้เรื่องนี้ และเธอก็อาจจะต้องการแสดงความเป็นไปได้
ในการสร้างเรื่องราวใหม่
…บอกเธอว่าพวกเราไม่ใช่ทาสที่ถูกปกครองโดยเรื่องราว
「ข้า ข้าก็แค่…!!」
มันเป็นไปได้ว่ายูริจะตระหนักมันได้แล้ว เพราะฮันซูยองเป็น
นักเขียนที่ยอดเยี่ยม
“เธอชอบฮันซูยองใช่ไหม?”
「…」
“ถ้าเธอชอบ งั้นก็จงเชื่อใจในตัวฮันซูยอง ฮันซูยองจะไม่
ทอดทิ้งเธออย่างแน่นอน”
ยูริมองมาที่ผมสักพักก่อนที่จะเผยสีหน้าซับซ้อน และหลังจาก
นั้นเธอก็หายไป ประกายแสงเต้นระบ าเบาๆ รอบๆ ร่างของเธอ
ม่านตาสีขาวของฮันซูยองหวนกลับคืนสู่สภาวะปกติ
เธอเดินเซนิดหน่อยราวกับว่าเธอก าลังเวียนหัว จากนั้นเธอก็
มองมาที่ผมราวกับว่าเธอประทับใจในการกระท าและค าพูด
ของผม “…คิมทกจา ก็ไม่เลวหนิ?”
“ฉันเรียนรู้จากเธอ”
“ถ้าเป็นแบบนี้ ยูริอาจจะต้องแต่งงานกับนายจริงๆ…”
“หยุดไร้สาระได้แล้ว เตรียมตัว พวกเราก าลังจะเริ่มแล้ว”
ผมผลักประตูไปสู่ห้องโถง และแทบจะในทันที่ บรรยากาศ
คุกคามก็พุ่งเข้าหาพวกเราจากทั้งสองด้านของห้อง
ในเวลาเดียวกัน จางฮีวอนก็มายืนอยู่ข้างๆ ผมและพูดขึ้นมา”
ฉันขอโทษนะในตอนนั้น ทกจา”
ผมไม่ต้องถามก็รู้ว่าเธอก าลังขอโทษเรื่องอะไร
“คราวนี้ ฉันจะปกป้องนายให้ดีเอง”
“ฉันไว้ใจเธอ”
เมื่อลีฮุนซึงและจางฮีวอนยืนอยู่ข้างๆ ผม บรรยากาศคุกคามที่
กดทับเข้าใส่ผมก็เบาบางลง ผมรู้สึกมั่นใจด้วยดาบและโล่ที่
ยิ่งใหญ่ที่สุดที่มารวมตัวกันอยู่ในที่แห่งเดียว
ผมมองผ่านฝูงชนที่ตั้งแถวอยู่สองด้านของห้องโถง
ด้านหนึ่งคือตัวแทนจากคณะปฏิวัติ
และอีกด้านคือขุนนางและธงของพวกเขา
พวกเราเดินผ่านพวกเขาและมุ่งตรงไปยังบัลลังก์ แต่ก่อนที่
พวกเราจะไปถึง มันก็มีใครบางคนในหมู่ฝูงชนตะโกนออกมา
“ใครคือราชา?”
ใครคือราชา…
พวกเขามาที่นี่เพื่อทราบค าตอบนั้น
“มันเหมือนข่าวลือที่บอกว่าจอมเวทย์มนต์ด าคือราชินีคนใหม่รึ
เปล่า?”
“แสดงให้พวกเราเห็นกษัตริย์ที่ชอบธรรม!”
“โอ้ องค์ชายที่รัก! บอกความจริงแก่พวกเราด้วย!”
ทันทีที่ผมเห็นใบหน้าของพวกเขา ผมก็นึกขึ้นมาได้ มันไม่มีใคร
ที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ที่ท าตามความตั้งใจของตน
มันเป็นเรื่องราวของโลกใบนี้ที่เรียกพวกเขามาที่นี่
[มหาเรื่องราว ‘หมู่เกาะไคเซนิกซ์’ แสดงความเป็นปฏิปักษ์
ออกมา]
ยูจงฮยอคและผมมองไปยังฮันซูยองโดยพร้อมเพรียงกัน เธอ
พยักหน้าและก้าวไปข้างหน้า
“ข้าคือผู้ปกครองคนใหม่แห่งหมู่เกาะไคเซนิกซ์”
ฝูงชนเริ่มประท้วงทันที่
“เจ้ากล้า!”
ทายาทที่ถูกต้องของเชื้อสายไคเซนิกซ์อยู่ไหน?”
“ฆ่ายัยนี่ซะ!”
ฮันซูยองไม่ตกใจและชักดาบออกมา
“และดาบเล่มนี้คือเครื่องพิสูจน์ความเป็นกษัตริย์ของข้า”
‘ศรัทธาไม่แตกสลาย’ เปล่งแสงสีขาวบริสุทธิ์ออกมา ฝูงชน
หลายคนจ าอาวุธนั้นได้และคุกเข่าลง แต่ถึงกระนั้นคนส่วนใหญ่
ก็ยังคงสงสัยอยู่
มันเป็นยูจงฮยอคที่ก้าวออกมา
“เธอคือผู้ปกครองคนใหม่ของหมู่เกาะจริงๆ”
การแสดงออกของผู้สนับสนุนองค์ชายหนึ่งเปลี่ยนไปหลังจาก
เขาประกาศ ฝ่ายค้านที่แข็งแกร่งมาจากคณะปฏิวัติ
“แต่ แต่ มันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไง… เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิด
ขึ้นมาก่อน”
“มันมีครั้งแรกส าหรับทุกสิ่ง”
“ตระกูลของพวกเราไม่อาจยอมรับผลลัพธ์นี้ได้…!”
และสุดท้าย ฝูงชนก็เริ่มแสดงความคิดเห็นของตัวเองออกมา
ด้วย
“ทางเลือกของเจ้าไม่สอดคล้องกับมุมมองโลกของพวกเรา!”
“มุมมองโลกของพวกเราต้องการแค่…”
ผมพูดกับคนพวกนั้น “มุมมองโลกของพวกเจ้า? นี่จะเป็นไปได้
อย่างไร?”
ฝูงชนปิดปาก โดยไม่พูดอะไรอีก ผมเบนสายตาขึ้นไปยัง
ข้อความที่ก าลังลอยอยู่ในอากาศ
[ประเภทของสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องคือ ‘บริษัทของคิมทกจา’]
มันไม่มีประเภทที่เรียกว่า ‘บริษัทของคิมทกจา’ อยู่ในโลก
อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องราวจะไม่สามารถ
บอกเล่าได้
“‘บริษัทของคิมทกจา’ ไม่เหมือนกับประเภทอื่น” ยูจงฮยอค
พูดขึ้นมาอีกครั้ง”‘บริษัทของคิมทกจา’ ก็คือ ‘บริษัทของคิ
มทกจา’”
ฮันซูยองชูศรัทธาไม่แตกสลายขึ้นในอากาศ ก่อนที่จะปักมันลง
บนพื้น
“เฉกเช่น ‘หมู่เกาะไคเซนิกซ์’ ที่เป็นแค่ ‘หมู่เกาะไคเซนิกซ์’”
[ผลพิเศษของสตาร์รีลิค ‘ศรัทธาไม่แตกสลาย’ ถูกเปิดใช้งาน!]
ดาบเล่มนี้มีธาตุที่แตกต่างกันสามรูปแบบ
[คุณสมบัติธาตุเปลี่ยนเป็น ‘ไฟ’]
กลีบเพลิงสีขาวบริสุทธิ์พวยพุ่งออกมาจากดาบที่ถืออยู่ในมือ
ของฮันซูยอง ผมวางมือลงบนด้ามดาบด้วย
[คุณสมบัติธาตุ ‘ความมืด’ ถูกเปิดใช้งานควบคู่กัน]
และมือของยูจงฮยอคก็วางไว้บนมือของพวกเรา
[คุณสมบัติธาตุ ‘ศักดิ์สิทธิ์’ ถูกเปิดใช้งานควบคู่กัน]
ธาตุทั้งสามของศรัทธาไม่แตกสลาย ไฟ ความมืด และศักดิ์สิทธิ์
เริ่มลุกโชนขึ้นในเวลาเดียวกัน ชาวเมืองของหมู่เกาะไม่เคยเห็น
ปาฏิหาริย์เช่นนี้มาก่อน และพวกเขาก็จ้องมองมาที่พวกเรา
ด้วยความประหลาดใจ
ฮันซูยองกล่าวกับพวกเขา “ราชา? ถ้าพวกเจ้าต้องการเป็น งั้น
ก็เข้ามาคว้ามันไป ถ้าพวกเจ้ามั่นใจว่าจะจับดาบเล่มนี้ได้นะ”
ไม่มีใครพยายามเข้ามาใกล้ ทุกคนที่มารวมตัวกันที่นี่รู้ความ
จริงแล้ว – ในเวลาที่พวกเขาสัมผัสกับแสงที่เจิดจ้านี้ ร่างกาย
ของพวกเขาก็คงจะแตกสลายกลายเป็นเศษฝุ่น แม้ว่าฝูงชนจะ
ตัวสั่นไปด้วยความหวาดกลัว แต่ก็ยังมีคนตั้งค าถามออกมา
“ท าไมพวกเจ้าถึงต้องท าแบบนี้?”
“…พวกเจ้าคิดจะท าอะไรกับเกาะแห่งนี้?”
นี่เป็นการพัฒนาที่ไม่เคยมีมาก่อน และพวกเขาก็หวาดกลัวถึง
การสิ้นสุดของโลกใบนี้
คนที่ตอบพวกเขาคือยูจงฮยอค “พวกเราไม่ได้มาที่นี่เพื่อยึก
ครองเกาะเล็กๆ แห่งนี้”
“แต่เรามาที่นี่เพื่อปลดปล่อยทุกคน” ผมรีบพูดเสริมขึ้นมา
และหลายๆ คนก็เริ่มพึมพ า
「เจ้ารู้แล้วใช่ไหมว่าพวกมันหมายความว่ายังไง?」
ทั้งฮันซูยอง ยูจงฮยอค และผมต่างก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
「พวกเราไม่อาจท าซ้ าสถานการณ์เดิมๆ ได้อีกแล้ว」
ไม่สิ มันเป็นยูริที่เพิ่มเสียงของเธอขึ้นแทน ในที่สุดเธอก็
ตระหนักได้ว่าบทสรุปของสถานการณ์นี้ที่พวกเราต้องการคือ
อะไร
「ข้า… วางแผนที่จะเดินทางไปกับคนเหล่านี้」
พร้อมกับค าพูดของเธอ ฝูงชนได้ท าสีหน้าตะลึงงัน อย่างไรก็
ตาม มันก็ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้นที่ตัดสินใจ ผมรู้สึกว่าหัวใจของผม
เต้นแรงขึ้นมาอย่างกะทันหัน และบางคนก็เริ่มพูดผ่านริมฝีปาก
ของผม
「ถ้าเจ้ายินดีที่จะท าเช่นนั้น งั้นข้าก็ด้วย」
ค าเหล่านี้เป็นของเจ้าชายริคาร์โด้ หลังจากนั้นไม่นาน เสียงอีก
เสียงก็ดังมาจากยูจงฮยอคเช่นกัน
「ข้าไม่อาจปล่อยน้องชายผู้อ่อนแอของข้าไปตามล าพังได้
」
นั่นคือองค์ชายหนึ่ง หลังจากนั้นเสียงอีกสองเสียงก็ดังมาจาก
ลีฮุนซึงและจางฮีวอน
「ดาบของข้าจะไปกับท่านทุกที่ องค์ชาย」
「ข้าจะปกป้องท่านเอง ฝ่าบาท」
ทั้งบลิสตันและอีริคก็ด้วย มันไม่ใช่แค่ยูริที่เฝ้ามองเรื่องราวของ
พวกเรามาจนถึงตอนนี้
อันที่จริง ตัวเอกเดิมของโลกใบนี้ก็ก าลังเฝ้าดูพวกเราด้วย
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินต านาน’ ค ารามออกมาเสียง
ดัง!]
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ’ มองมายังโลกใบนี้]
“พวกเราจะไปเข้าร่วมใน ‘สงครามระหว่างกลุ่มดาวและ
ปีศาจ’”
ทุกคนที่มารวมตัวกันที่นี่ก าลังมองมายัง ‘บริษัทของคิมทกจา’
ในฐานะตัวแทนของบริษัท ผมได้กล่าวกับพวกเขาอีกครั้ง
“และพวกเราจะปลดปล่อยทุกคนบนเกาะนี้จาก ‘การกลับชาติ
มาเกิด’”
ฝูงชนเริ่มคุกเข่าลงทีละคน คนเหล่านี้ที่ได้เล่นบทอยู่ใน
สถานการณ์ของมหาเรื่องราวมานานแสนนานก าลังมองมาที่
พวกเรา
“ไปด้วยกันเถอะ”
โลกสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงทันทีที่ค าพูดเหล่านั้นมาถึงตอนจบ
นั่นคือเสียงของโลกที่ก าลังพังทลาย และ…
[มหาเรื่องราว ‘หมู่เกาะไคเซนิกซ์’ ก าลังกรีดร้องออกมา!]
…มันยังเป็นเสียงของมหาเรื่องราวที่พังทลายลง
[มหาเรื่องราว ‘หมู่เกาะไคเซนิกซ์’ ก าลังเปิดใช้อ านาจในการ
ควบคุมชาวเมืองทุกคน!]
มหาเรื่องราวเผาผลาญพลังของมันเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไป น่า
เสียดายที่สิ่งที่ท าให้เรื่องราวกลายเป็นมหาเรื่องราวก็คือ…
[ผู้กลับชาติมาเกิดทุกคนบนหมู่เกาะไคเซนิกซ์ต่อต้านการ
ควบคุมของมหาเรื่องราว]
…ไม่มีใครยอมรับมันอีกแล้ว
[มุมมองโลกยอมรับค าตอบของคุณแล้ว]
[คุณบรรลุเงื่อนไขการเคลียร์สถานการณ์]
[สถานการณ์ย่อย ‘การเลือกประเภท’ สิ้นสุดลงแล้ว]
[ก าลังค านวณผลตอบแทนการเคลียร์สถานการณ์]
[มิติเวลาของต าแหน่งสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องก าลังเชื่อมต่อกับ
‘สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ’]
[ประตูมิติสู่ ‘สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ’ ถูกสร้างขึ้น]
ประตูมิติขนาดใหญ่ที่เปล่งแสงเจิดจ้าถูกสร้างขึ้นกลางอากาศ
มันเป็นประตูที่น าไปสู่มหาสงคราม
“ฉันไปก่อนล่ะ”
ยูจงฮยอคเป็นคนแรกที่ก้าวเข้าไป ผู้กลับชาติมาเกิดคนอื่นๆ
เตรียมใจพร้อม และตามหลังเขาเข้าไป
บางคนได้ถามผม “เจ้าเชื่อว่าพวกเราจะท าแบบนั้นได้จริงๆ
เหรอ?”
“ฉันไม่รู้ ฉันภาวนาให้ท าได้ละกัน”
“ช่างซื่อสัตย์จริงๆ”
ผู้กลับชาติมาเกิดยิ้มและก้าวข้ามประตูมิติไป
คลื่นของผู้คนท่วมท้นไปจากที่นี่ ฮันซูยองและผมรั้งอยู่ที่ปลาย
แถวและมองดูพวกเขาจากไป
เธออ้าปากพูด “นายควรมุ่งหน้าไปก่อน”
มันเป็นไปได้ว่าเธอยังคงมีความทรงจ าที่ชื่นชอบเกี่ยวกับสถาน
ที่นี้ ผมคิดว่ามันคงไม่ใช่ความคิดที่แย่อะไรที่จะปล่อยให้เธอใช้
เวลาอยู่คนเดียวเพื่อระลึกถึงอดีตอีกสักหน่อย แต่ก่อนที่ผมจะ
ก้าวเข้าไปในประตูมิติ เธอก็คว้าตัวผมไว้
“เฮ้ คิมทกจา”
ดูเหมือนว่าเธอต้องการถามอะไรบางอย่างกับผม ผมจ้องมอง
เธออย่างเงียบๆ อยู่สักพัก และในที่สุดเธอก็ถอนหายใจออกมา
และโบกมือของเธอ
“ลืมมันไปเถอะ ไม่มีอะไร”
“อะไร?”
“ฉันบอกว่าไม่มีอะไร”
เธอพยายามหลบสายตาของผมในขณะที่บ่นเสียงดัง
ผมกังวลอยู่บ้างและถอนขาออกมาจากประตูมิติพร้อมกับถอน
หายใจ
“เธอบอกฉันมาเถอะ ครั้งสุดท้ายที่พวกเราแยกจากกันก็เป็น
แบบนี้ และนั่นก็ท าให้ฉันเป็นกังวลขึ้นมาอีก”
“ไม่มีอะไรส าคัญหรอก”
“อืม งั้นเธอบอกฉันได้ไหมว่าไม่มีปัญหาอะไร?”
“…นายนี่มันดื้อจริงๆ”
ฮันซูยองถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่และพูดขึ้นมา “ใน
อนาคต…” สายตาของเธอที่จับจ้องไปที่พื้นค่อยๆ เงยขึ้นใน
ขณะที่ค าพูดของเธอดังออกมา “ในอนาคต เมื่อสถานการณ์
ทั้งหมดสิ้นสุดลง ฉันอาจต้องการกลับไปเขียนนิยายอีกครั้ง”
มันเป็นครั้งแรกที่เธอมองมาที่ผมด้วยดวงตาที่จริงจัง และท าให้
ผมประหลาดใจอยู่บ้าง
ในขณะเดียวกันเธอก็พูดต่อ “เมื่อเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น ช่วย
อ่านนิยายของฉันด้วยนะ โอเคไหม?”
“นิยายของเธอ?”
เธอพยักหน้า “ฉันจะให้โอกาสนายเป็นผู้อ่านคนแรก”
“ฉันก็ไม่ใช่ผู้อ่านที่ดีเท่าไรหรอกนะ”
“อย่าลีลาหน่อยเลยน่ะ แค่อ่านเมื่อฉันบอกให้อ่านก็พอ”
“ได้ ได้ ฉันจะอ่านแน่นอน”
ผมตอบอย่างอารมณ์ดี
มันคงไม่มีปัญหาในการอ่านนิยายของเธอ ผมหมายถึง ผมชอบ
อ่านนิยายตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม เธอก็คงพบว่าค าตอบของผมผิดไปจากความ
คาดหวังของเธอ เพราะเธอได้ถามกลับมาที่ผม “…จริงเหรอ?”
“ใช่ จริงๆ”
เธอจ้องมองมาที่ผมด้วยสายตาที่ไม่เชื่อถือ “แต่ มันอาจมี
มากกว่าสามพันตอนนะ?”
“นั่นอาจจะเป็นทางของฉันก็ได้”
“มันอาจจะน่าเบื่อด้วย”
“ถ้าเธอเขียนมัน งั้นมันก็คงจะเป็นไปไม่ได้ เธอก็รู้”
ดวงตาของฮันซูยองเบิกกว้างขึ้นกับค าตอบของผม
ผมรู้สึกเขินๆ อยู่บ้างกับตัวเอง ดังนั้นผมจึงรีบพูดออกมา “มัน
จะเป็นประเภทไหน?”
“ไว้ฉันจะลองคิดดูตอนจะแต่ง…”
“โรแมนติกเป็นไง?”
“…ฉันจะเขียนนิยาย โรแมนติก’ สามพันตอนได้ยังไง??”
พวกเราหยอกเย้ากันเล็กน้อยในขณะที่เบนสายตากลับไปยัง
ประตูมิติ ที่นั่นมีลีฮุนซึงและจางฮีวอนก าลังเดินเคียงคู่กันอยู่
ผมสัมผัสได้ถึงบรรยากาศเจื่อนๆ ระหว่างพวกเขา และมันก็ดีที่
ได้เห็น
“อืม พวกเขาสองคนอาจจะจ าเป็นต้องใช้ถึงสามพันตอนก็ได้
นะ”
ในเวลานั้นเอง เสียงข้อความก็ดังขึ้นมาจากท้องฟ้า
[ข้อจ ากัดเกี่ยวกับการส่งข้อความหายไปแล้ว]
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ส่งเสียงเชียร์อย่างมี
ความสุข!]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ก าลังเพลิดเพลินไปกับ
บรรยากาศอันอบอุ่น!]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ กรี๊ดออกมา!]
ดูเหมือนว่าด้วยบทสรุปของสถานการณ์ ช่องจะถูกเปิดขึ้นมา
อีกครั้ง
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ก าลังปกป้องอวตาร
ของเธอ]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ก าลังระมัดระวังกลุ่ม
ดาว ‘เจ้านายแห่งโลหะ’]
[กลุ่มดาว ‘เจ้านายแห่งโลหะ’ รู้สึกผิด]
ฮันซูยองยิ้มและพึมพ ากับตัวเอง “โรแมนติก มันก็…”
เธอและผมก้าวข้าวประตูมิติไปด้วยกัน ผมเห็นกลุ่มดาวที่ก าลัง
รอการมาถึงของพวกเราได้จากระยะไกล
[เจ้ามาแล้ว ‘บริษัทของคิมทกจา’]
สุดท้ายพวกเราก็มาถึงช่วงเปิดตัวของ สงครามระหว่างกลุ่ม ดาวและปีศาจ’
(จบตอน)