มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 381 – สถานที่ที่ร้อนที่สุดในขุมนรก (1)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 381 – สถานที่ที่ร้อนที่สุดในขุมนรก (1)
ชินยูซองลืมตาขึ้นเพราะแสงสปอตไลท์เจิดจ้า – แสงที่เต้น
ระบ าอยู่ในอากาศ โดรนตัวหนึ่งบินวนรอบศีรษะของเธอครั้ง
หนึ่ง ก่อนจะหายตัวไปสู่ท้องฟ้าสีด าไกลอันไกลโพ้น
“อั๊ค หัวของฉัน…”
ภายในอาการเวียนหัว เธอเดินเซกลับไปอย่างไม่มั่นคง สิ่งเดียว
ที่เธอเห็นได้รอบตัวเธอคือเศษโลหะและขยะ เธอไม่เห็นเพื่อน
คนไหนอยู่ด้วยเลย
…เธอมาอยู่ที่นี่คนเดียวงั้นเหรอ?
“ชินยูซอง?”
เด็กชายคนหนึ่งโผล่หัวออกมาจากกองเศษเหล็กเหมือนกับ
ปลาหมึกน้อย
“ลีกิลยัง?”
เธอเริ่มมีความสุขขึ้นมาเมื่อเธอมองไปทางนั้น แต่หลังจากนั้น
ร่างของผู้หญิงคนหนึ่งก็กระโดดออกมาจากกองขยะพร้อมกับ
เหยียบหัวเด็กชาย
“หลบไป! ไอ้เน่า นายรู้ไหม!”
“พี่จีฮเย!”
เธอรู้แล้วว่าใครมาพร้อมกับเธอ สหายของเธอปัดฝุ่นที่ติดตาม
ตัวออกทั้งหมดและยืนตัวตรง
“มันคืออะไรกัน? มีแค่พวกเราเหรอ?”
“ฉันคิดว่านะ”
“เฮ้ มันคือการปฏิรูปของพันธมิตรปูซาน”
ลีจีฮเยพูดขึ้นมาด้วยน้ าเสียงตื่นเต้นเล็กน้อย แต่ชินยูซองนั้น
แตกต่างออกไป
ท าไมต้องเป็นจีฮเยกับกิลยังด้วย? เธอมองสลับระหว่างคนทั้ง
สองและตัดสินใจแก้ปัญหาในใจ
‘ฉันเป็นผู้ใหญ่คนเดียวของที่นี่ ดังนั้นฉันต้องตั้งใจ’
ไม่ว่าพวกเขาจะรู้ความคิดของเธอหรือไม่ก็ตาม ลีจีฮเยและลี
กิลยังต่างก็ถลึงตาเข้าใส่กัน
“อืม อืม เฮ้ เด็กๆ พวกเราควรเลือกผู้น าก่อน เหมือนที่พวกเรา
เคยท ามา ใช่ไหม?”
“พี่สาว พี่เคยเป็นผู้น าตอนพันธมิตรปูซาน ดังนั้นมันเป็นตา
ของฉันบ้างแล้ว”
“เฮ้ๆ เธอยังไม่เกิดด้วยซ้ าตอนฉันเรียนอนุบาล รู้ไหม”
“อ่า? มันเกี่ยวอะไรกัน?!”
“ชู่ว ทั้งคู่ เงียบก่อน!”
เมื่อได้ยินเสียงของชินยูซอง คนทั้งสามก็แนบตัวเองลงกับผนัง
ใกล้ๆ ในทันที่ อึดใจต่อมา โดรนล าหนึ่งก็บินไปรอบๆ
เหมือนกับแมลงและส่องแสงลงมายังตรอกที่พวกเขาเคยยืนอยู่
ชิ้งงง…
เสียงพึมพ าอยู่ในต าแหน่งนั้นชั่วขณะ และในที่สุดมันก็หายไป
จากตรอกพร้อมกับเซ็นเซอร์ที่เบนไปทางอื่น
ลีจีฮเยถามด้วยน้ าเสียงตึงเตรียด “เฮ้ นั่นมันโดรนหนิ?”
ในเวลานั้นเอง เสียงข้อความของระบบก็ดังมาจากฟากฟ้า
[มีคนรบกวนระบบสถานการณ์]
[เนื่องจากพลังที่ไม่เคยมีมาก่อน คุณถูกบังคับให้ไปยัง ‘นคร
ถัดไป’ ของเกาะหลัก!]
[ปัจจุบัน ‘นครถัดไป’ ถูกตัดขาดจากมิติเวลาในพื้นที่ความ
ขัดแย้งของ ‘สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ’]
[คุณสามารถเข้าสู่ ‘สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ’ เมื่อ
คุณแก้ไขสถานการณ์ย่อยของสถานที่ที่เกี่ยวข้องได้แล้ว]
“นครถัดไป??” ดวงตาของลีกิลยังเริ่มเปล่งประกาย “ไปดูกัน
เถอะ!”
“หยุดเป็นเด็กๆ ได้แล้ว ลีกิลยัง นี่ไม่ใช่เกมนะ!”
แม้จะมีค าเตือนของชินยูซอง แต่เด็กชายก็พุ่งออกไป โชคดีที่ไม่
มีเสียงหึ่งๆ อยู่ใกล้ๆ และจุดที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่นั้นก็ตั้งอยู่ใน
ที่สูงอย่างน่าประหลาดใจ
“ว้าว นี่…”
พวกเขาได้รับการต้อนรับด้วยภาพอันประทับใจจากการได้เห็น
เมืองทั้งเมือง แสงนีออนสดใสส่องสว่างบนถนนกลางคืน;
หุ่นยนต์เปล่งแสงสีน้ าเงินจากหัวของพวกมันและก าลังเดินเตร่
ไปรอบๆ ถนนราวกับว่าก าลังเดินประท้วง
พวกเขาสามารถบอกได้ทันทีว่ามุมมองโลกของที่นี่คืออะไรจาก
ภาพที่ได้เห็น
ลีกิลยังพูดออกมาด้วยความมั่นใจ “ฉันจะแข็งแกร่งขึ้นอย่าง
มากจากที่แห่งนี้และท าให้พี่ทกจาต้องประหลาดใจ”
“เขาจะประหลาดใจมากกว่าถ้านายถูกฆ่าตายที่นี่แทน”
“…พี่สาว ท าไมต้องเกลียดฉันมากขนาดนั้นด้วย??”
ชินยูซองไม่สนใจคู่หูที่ก าลังทะเลาะกัน เธอมองไปยังทิวทัศน์
ของเมืองเบื้องล่างอย่างระมัดระวัง
ถ้าไม่นับความวุ่นวายเล็กน้อยที่เกิดจากการประท้วง มันก็ดูราว
กับว่าเมืองแห่งนี้ท างานอย่างเป็นระบบตามกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด
นี่คือมุมมองโลกไซไฟที่ยังคงรักษาระดับของระเบียบทางสังคม
ได้เป็นอย่างดี
เธอจ าได้ว่าเคยได้ยินว่า ‘เกาะแห่งการกลับชาติมาเกิด’ เป็น
หลุมฝังศพของเรื่องราว ถ้าเป็นเช่นนั้น ท าไมโลกแบบนี้ถึงได้
พบกับจุดจบล่ะ?
ในขณะเดียวกัน ลีจีฮเยและลีกิลยังก็ก าลังตื่นเต้นโดยไม่สนใจ
ความกังวลของชินยูซองเลย
“พวกเราจะได้ของอย่างไลท์เซเบอร์ที่นี่ไหม?”
“ดาบโอตาคุไร้ประโยชน์…”
“หุบปาก”
“หืม? เดี๋ยว ฉันคิดว่าพวกเราคงจะได้ของแบบไลท์เซเบอร์
จริงๆ”
“จริงเหรอ? ที่ไหน?”
พวกเขาสามารถเห็นเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนในเมืองที่อยู่ใกล้ๆ
กับต าแหน่งของพวกเขาได้ บางทีอาจเป็นเพราะผลของ
มุมมองโลก หน้าต่างข้อมูลของเจ้าหน้าที่ลอยขึ้นมาตรงหน้า
ของพวกเขาหลังจากที่พวกเขามองไปใกล้ๆ
[แอนดรอยด์ ประเภท-ป้องกัน LV.12]
[ยูนิตแข็งแกร่งกว่าคุณราวๆ 4 เท่า]
ลีจีฮเยอึ้งไปและพึมพ าออกมาเสียงดัง “อะไรกัน? ท าไมพวก
มันแข็งแกร่งขนาดนี้
“ฉันคิดว่าเป็นพวกเรานะที่อ่อนแอ”
แน่นอนว่าความหนาแน่นของพลังเวทมนตร์ในสภาพแวดล้อม
นั้นลดลงอย่างเห็นได้ชัดนับตั้งแต่ที่พวกเขามาถึงที่นี่
[ค่าสถานะหลักของคุณถูกเปลี่ยนกลับเป็นค่าเริ่มต้นในมุมมอง
โลกที่เกี่ยวข้อง]
[มุมมองโลกนี้อยู่ภายใต้ผลการแก้ไขของ ‘ระบบระดับ’]
“บ้าเอ้ย พวกมันก าลังมาทางนี้!”
พวกมันรู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่? ทันใดนั้นเอง เจ้าหน้าที่ก็พุ่งเข้ามา
ทางนี้ พวกเขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าและพบโดรนหลายล าบิน
วนอยู่เหนือศีรษะ
[ปฏิกิริยาต่อพลังงานเรื่องราวถูกตรวจพบ!]
[ปฏิกิริยาต่อพลังงานเรื่องราวถูกตรวจพบ!]
พร้อมกับเสียงเตือนดัง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้เพิ่ม
ความเร็วของพวกมันและพุ่งเข้าหาทั้งสาม ลีจีฮเย ชินยูซอง
และลีกิลยังต่างก็ชักอาวุธของตนออกมา
“บ้าเอ้ย แม้แต่แมลงก็ไม่มีเลย… เฮ้ ชินยูซอง เธออัญเชิญ
มังกรคิเมร่าออกมาได้ไหม?”
“เวลาคูลดาวน์ยังไม่หมด”
[ระดับปัจจุบันของคุณคือ 1]
[รับค่าประสบการณ์จากการล่าศัตรูระดับต่ า]
พร้อมกับความเจ็บปวดบนใบหน้า ลีจีฮเยชักดาบยาวของเธอ
ออกมาเธอเป็นผู้เชี่ยวชาญเพียงคนเดียวในการต่อสู้ระยะ
ประชิดในกลุ่มของเธอ
เธอรีบเปิดใช้งาน ‘การสังหารปีศาจ’ และ ‘ย่างก้าวภูตผี’
จากนั้นก็เข้าไปเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่เพื่อปกป้องเด็กๆ
ในขณะที่ไลท์เซเบอร์ของแอนดรอยด์ปะทะกับดาบยาวของ
เธอ…
ชิ้งงงง!
ไลท์เซเบอร์ก็ปัดผ่านดาบของเธอและเฉือนปลายแขนของเธอ
“อ๊ากกกก!”
[แอนดรอยด์ ‘ลีจีฮเย’ ได้รับบาดเจ็บสาหัส!]
[กรุณาจัดการพลังงานของเรื่องราวเพื่อรักษาชีวิตของคุณ]
เธอถอยห่างออกไปอย่างรวดเร็ว แต่มันก็สายเกินไปแล้ว
“หลบไป!”
ชินยูซองผลักลีจีฮเยออกไปข้างๆ และก้าวออกมาข้างหน้า ลี
กิลยังที่ตามมาก็ยื่นแขนออกมาด้วย
น่าเสียดาย ไลท์เซเบอร์ได้พุ่งเข้ามาที่หัวของเธอแล้ว
‘คุณลุง’
ในเวลานั้นเอง เด็กสาวก็มองย้อนกลับไปยังชีวิตอันแสนสั้น
ของเธอ เธอรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรมนี้ เมื่อรู้ว่ามันจะจบลงใน
สถานที่เช่นนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความพึงพอใจเช่นกัน เมื่อ
รู้ว่าทางเลือกของเธอนั้นถูกต้อง
ชินยูซองคิดว่านี่คงเป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่เหมาะสมกับอวตาร
ของ ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’
จากนั้นในอึดใจต่อมา…
[การโจมตีที่เกี่ยวข้องไม่ได้ผลกับคุณ]
พร้อมกับประกายแสง ‘เปรี้ยง!’ ไลท์เซเบอร์ได้หยุดห่างจาก
จมูกของเธอไปไม่กี่มิลลิเมตรราวกับว่ามันถูกขวางไว้โดย
ก าแพงไร้รูปร่าง
“หืม?”
และมีข้อความใหม่ตามมา
[ข้อผิดพลาดเกิดขึ้นในระบบของสถานการณ์]
[มหาเรื่องราว ‘นครถัดไป’ ก าลังแสดงความมึนงงต่อตัวตน
ของอวตาร ‘ชินยูซอง’]
มันเป็นเหมือนกันกับลีกิลยังด้วย ไลท์เซเบอร์ที่ก าลังโจมตีเด็กๆ
ต่างก็ถูกหยุดไว้โดยพร้อมเพรียงกัน
เด็กชายเงยหน้าขึ้นมองอากาศและพูดพึมพ าเบาๆ กับตัวเอง
“…เกิดอะไรขึ้น?”
เขาสามารถเห็นข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรสีเทาจางๆ ที่มุม
บนขวามือของสายตา
[การจ ากัดอายุของสถานการณ์ปัจจุบันคือ 18+]
[เนื่องจากการพิจารณาของมุมมองโลกที่เกี่ยวข้อง การกระท า
ที่เป็นการสังหารเด็กและวัยรุ่นจึงไม่ได้รับอนุญาต]
ชินยูซองและลีกิลยังสบตากัน
‘…นี่มันจริงใช่ไหม?’
ไม่รู้ว่าพวกเขาถูกเรียกตัวมาที่นี่ได้ยังไง อย่างไรก็ตาม ถ้ามัน
เป็นมุมมองโลกแบบนี้ งั้น…
ลีกิลยังเผยรอยยิ้มไปทางลีจีฮเย และเธอก็อ้าปากค้างให้กับเขา
“พี่สาว? เตรียมตัวให้พร้อมส าหรับการนั่งรถบัสฟรี”
ในขณะที่เฝ้ามองเด็กชายดันดาบสั้นเข้าไปยังต้นขาของ
เจ้าหน้าที่ ชินยูซองก็เริ่มคิดกับตัวเอง
‘บางทีการที่ยังเป็นเด็กอยู่อีกหน่อย…’
เธอไม่รู้ว่าอะไรก าลังรอเธออยู่ที่ปลายทางของสถานการณ์นี้
อย่างไรก็ตาม เธอก็มั่นใจในสิ่งหนึ่ง – ปลายทางของ
สถานการณ์นี้ พวกเธอจะต้องแข็งแกร่งขึ้นพอที่จะท าให้คิมทก
จาตกใจได้แน่
*
ผมตกตะตึงกับกลุ่มดาวที่ก าลังรอพวกเราอยู่ ณ อีกฝากของ
ประตูมิติ แค่มองเพียงแวบเดียว มันก็รู้ได้เลยว่ามีพวกเขาอยู่
ไม่น้อยเลย
…หรือว่าพวกเขาจะรู้ว่าพวกเราก าลังจะมา?
“ทกจา”
เสียงของลีฮุนซึงฟังดูเครียด และผมก็พยักหน้าให้กับเขา ยูจงฮ
ยอค ฮันซูยอง ลีฮุนซึง และจางฮีวอน รวมทั้งตัวผม พวกเรา
ห้าคนมารวมตัวกันในจุดเดียวเหมือนกับกลุ่มดาวในท้องฟ้า
ยามรัตติกาล
ในไม่ช้า ข้อความสถานการณ์ก็ลอยขึ้นมาในอากาศ
[สถานการณ์หลักถูกอัพเดตแล้ว!]
[คุณและเนบิวลาของคุณเข้าสู่โซนเป็นกลางของ ‘สงคราม
ระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ’!]
[คุณสามารถเลือกค่ายของ ‘สงครามระหว่างกลุ่มดาวและ
ปีศาจ’ ได้!]
หลังจากการแจ้งเตือนเหล่านี้ ข้อความแจ้งเตือนก็ย้อมท้องฟ้า
ด้วยสีรุ้งต่อไป
[เนบิวลา ‘บริษัทของคิมทกจา’ ได้เข้าสู่ ‘สงครามระหว่างกลุ่ม
ดาวและปีศาจ’!]
ไม่ต้องสงสัยเลย โดเกบิจะต้องเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังแน่ๆ พวก
เราเพิ่งมาถึงที่นี่ แต่พวกเขาก็โฆษณามันไปทั่วแล้ว
[กลุ่มดาวจ านวนมากสังเกตเห็นการปรากฏตัวของคุณ!]
[เนบิวลาบางกลุ่มจับตาดูการเคลื่อนไหวต่อไปของกลุ่มคุณ]
มันไม่ใช่สถานการณ์ในอุดมคติ แต่พวกเราก็ไม่สามารถท าอะไร
กับมันได้เพราะมันเกิดขึ้นแล้ว ผมสบตากับกลุ่มดาวที่ก าลัง
มองพวกเราจากอีกด้าน พวกเขาแผ่สถานะอันทรงพลังออกมา
เช่นกัน
ผมยังเห็นกลุ่มดาวที่คุ้นเคยในหมู่พวกเขาด้วย
[เจ้ามาช้านะ ลูกหลาน]
ชายคนหนึ่งยิ้มอย่างสง่างามและก าลังมองมายังทิศทางของเรา
ผมเรียกเขาด้วยความสุข
“ดาบเล่มแรกแห่งโครยอ!”
เขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากชองจุงยอง คนที่พวกเรากล่าวค า
อ าลาในระหว่างสถานการณ์ ‘เกาะกลาง’
ตามที่คาดไว้จากกลุ่มดาวที่มาถึงระดับเรื่องเล่า มันดูเหมือนว่า
เขาจะก้าวเข้าสู่เกาะหลักได้โดยไม่มีปัญหาอะไร
[เจ้าได้ท าให้สถานการณ์เป็นรูปธรรมขึ้นมา เจ้าได้รับสหายมา
เพิ่มด้วย]
สายตาของเขามองไปยังผู้กลับชาติมาเกิดที่โผล่ออกมาจาก
ประตูมิติข้างๆ พวกเรา พวกเขาคือคนจาก ‘หมู่เกาะไคเซ
นิกซ์’ ที่เข้ามายังเกาะหลักพร้อมกับผม
“พวกเขาจะเข้าร่วมใน ‘สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ’
พร้อมกับพวกเรา”
ชองจุงยองพยักหน้า
[ก าลังรบที่มากขึ้นย่อมช่วยได้แน่ๆ ที่ส าคัญกว่านั้น… ดูเหมือน
เจ้าจะมีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปนะ]
เขาแสกนผมจากบนลงร่าง ราวกับว่าเขาก าลังค้นหาบางสิ่ง
[ข้ารู้สึกได้ถึงความลึกล้ าที่คลุมเครือนี้ของเรื่องราวจากกลุ่ม
ของเจ้า]
“…งั้นเหรอ?”
สายตาของชองจุงยองผละจากผมและมุ่งหน้าไปยังฮันซูยอง
เธอสบสายตากับเขาและกล่าวว่า “นายมองอะไร?”
แสงสว่างแปลกๆ กะพริบขึ้นในดวงตาของฝ่ายหลัง
[…เข้าใจแล้ว]
ผมนึกถึงสิ่งที่ ‘ผู้พิทักษ์แห่งแมนดาลา’ กล่าวกับผมได้ในทันที่
– โอ้ ช่วยพยายามอดทนกับเวลาด้วยตัวเองด้วยล่ะ
เรื่องราวของเนบิวลาของพวกเราได้ประสบการเปลี่ยนแปลงที่
ไม่ทราบหลังจากเคลียร์หมู่เกาะไคเซนิกซ์
เวลาที่ลีฮุนซึง จางฮีวอน และโดยเฉพาะฮันซูยองใช้ไปในหมู่
เกาะไคเซนิกซ์ย่อมไม่สูญเปล่าแน่ๆ ทุกๆ สิ่งที่เกิดขึ้นถูกบันทึก
ไว้ในฐานะเรื่องราว และพวกมันก็ยกระดับสถานะของพวกเรา
ขึ้นมา
อาจเป็นเพราะสิ่งที่ชองจุงยองกล่าว แต่อืม ผมสัมผัสได้ว่ากลุ่ม
ดาวก าลังแอบมองพวกเราจากทางด้านหลัง และเริ่มเปิดเผย
มากขึ้นกว่าเดิม
[กลุ่มดาว ‘ผู้เชี่ยวชาญการเล่นทั้งสองฝั่ง’ สนใจในตัวคุณ]
[กลุ่มดาว ‘ราชาแห่งนักธนู’ เฝ้ามองคุณด้วยความสนใจเป็น
อย่างยิ่ง]
[กลุ่มดาว ‘สามปากหนึ่งศีรษะ’ ก าลังเยาะเย้ยผู้กลับชาติมา
เกิดจาก ‘หมู่เกาะไคเซนิกซ์’]
เหล่าผู้กลับชาติมาเกิดจากหมู่เกาะถอยไปจากสถานะอัน
พลุกพล่าน ในตอนนี้ที่พวกเขาโผล่ออกมาจาก ‘หมู่เกาะไคเซ
นิกซ์’ พวกเขาจึงไม่ได้รับการปกป้องจากมุมมองโลกของพวก
เขาอีกต่อไป
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ค ารามออกมา!]
มันเป็นฮันซูยองที่ก้าวออกมาราวกับว่าจะเป็นโล่ให้กับเหล่าผู้
กลับชาติมาเกิด บรรยากาศสั่นสะเทือน และออร่าของมังกร
เพลิงทมิฬก็ปรากฏขึ้นด้านหลังของเธอ ผู้คนจากหมู่เกาะไคเซ
นิกซ์ก้มหัวลงเพื่อแสดงความเคารพต่อเธอ
แน่นอน นั่นคงจะเป็นสิ่งที่พวกเขาหมายถึงบรรยากาศแห่ง
ราชา
น่าเสียดาย กลุ่มดาวบางส่วนดูจะไม่ชอบการแสดงออกของเธอ
ไม่นานนัก ออร่าของพวกเขาก็เริ่มคุกคาม
ฮูมมมมม!
[อวตารจากเนบิวลาเล็กๆ กล้า…!]
ในตอนนี้ผมรู้สึกร าคาญขึ้นมานิดหน่อย ผมจึงตัดสินใจว่าควรที่
จะหยุดมันตรงนี้
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินต านาน’ จ้องมองไปยังกลุ่ม
ดาว!]
การเปิดใช้งานมหาเรื่องราวท าให้กลุ่มดาวตกใจ และพวกเขาก็
ก้าวถอยไปหลายก้าว
ผมไม่พลาดโอกาสนั้นและถามค าถามกับชองจุงยอง “พอแล้ว
ท าไมนายถึงรอพวกเรา?”
เขาท าสีหน้ามีปัญหาเล็กน้อย แสงในดวงตาของเขาสั่นไหวใน
ขณะที่เขาพยายามตัดสินใจว่าจะพูดมันดีหรือไม่
ผมสามารถคิดสมมติฐานขึ้นมาได้สองสามข้อ และเลือกที่จะ
ทดสอบสักข้อ”ฉันรู้ว่านี่เป็นโซนเป็นกลาง นายตัดสินใจรึยังว่า
จะเลือกเข้าค่ายไหนในสงคราม?”
[ไม่ ยังไม่ได้เลือก]
…เข้าใจแล้ว เขายังไม่ได้เลือกข้าง
ชองจุงยองพูดต่อ
[อย่างที่เจ้าทราบดี ‘ดี’ และ ‘ชั่ว’ ของกลุ่มดาวไม่ได้
เหมือนกันกับของมนุษย์ หากข้าได้รับอนุญาตให้ซื่อสัตย์ ข้าจะ
ไม่เป็นส่วนหนึ่งของค่ายไหนเลย]
ชองจุงยองเริ่มต้นจากมนุษย์และมาถึงระดับของกลุ่มดาวผ่าน
พลังของเขาเอง เหมือนอย่างผม ซึ่งคงจะไม่เห็นด้วยกับ
แนวความคิดของความดีและความชั่วร้ายที่ถูกกล่าวอ้างโดย
ทูตสวรรค์และราชาปีศาจ นั่นเป็นสาเหตุที่ผมเห็นอกเห็น
ใจความล าบากใจของเขา
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวนั้นก็มักจะเป็นสิ่งที่เขาคร่ าครวญอยู่
เสมอ ไม่ใช่ใครอื่น
ผมเหลือบมองกลุ่มดาวด้านหลังเขาและถาม “พวกเขาก็ยัง
ไม่ได้เลือกข้างใช่ไหม?”
ชองจุงยองพยักหน้าของเขา
ข้างหลังเขา กลุ่มของกลุ่มดาวที่กระจัดกระจายไปรอบๆ
สามารถมองเห็นได้ทั่วไปหมด
[สถานการณ์สงครามในปัจจุบันเป็นอย่างไร?]
[จากสิ่งที่ข้าสามารถค้นหาได้…]
‘เสียงที่แท้จริง’ บางๆ สามารถได้ยินมาจากพวกเขา
ผมยิ้มอยู่ภายในใจ พูดตามตรง มันง่ายมากที่จะเห็นสิ่งที่พวก
เขาคิดโดยยังไม่ได้เลือกฝ่าย
กลุ่มดาวในโซนเป็นกลางวางแผนที่จะรั้งอยู่ข้างหลังและเฝ้าดู
ความคืบหน้า และจากนั้นก็เข้าร่วมในฝ่ายที่ได้เปรียบใน
สงคราม
ยูจงฮยอคและฮันซูยองเปิดใช้งาน ‘จุดนัดพบระหว่างวัน’ ใน
เวลาเดียวกันเพื่อคุยกับผม
– ฉันสามารถบอกได้ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันเป็นอย่างไร
– ไอ้พวกบ้านี่ พวกเขาก าลังจะท าแบบนั้นใช่ไหม?
ผมพยักหน้า
ยิ่งค่าย ‘เป็นกลาง’ ที่ยังไม่ได้เลือกฝ่ายแข็งแกร่งขึ้นเท่าไร
ผลประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อมันเลือกฝ่ายก็จะมากยิ่งขึ้น
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ มองลงมายังกลุ่มดาวใน
โซนเป็นกลาง]
[กลุ่มดาว ‘อาลักษณ์แห่งขุมนรก’ ก าลังบอกให้คนอื่นรู้ว่า
สถานที่ที่ร้อนที่สุดในขุมนรกนั้นสงวนไว้ส าหรับผู้ที่รักษาความ
เป็นกลางในช่วงวิกฤติ…]
ไม่ว่ามันจะ ‘ดี’ หรือ ‘ชั่วร้าย’ พวกเขาก็ก าลังคิดถึงการขาย
อิทธิพลให้กับผู้ที่เสนอราคาสูงที่สุด
ฮันซูยองโผล่ออกมา
– เป้าหมายของพวกเขาดูง่ายมาก
ใช่แล้ว หลังจากนั้นชองจุงยองก็ยุติการไตร่ตรองและเปิดปาก
ของเขาออกมา [มันมีคนต้องการพบเจ้า]
“ใครกัน?”
[กลุ่มดาวระดับสูงจากเนบิวลา ‘ฮงอิก’]
คิดให้มาก
ดูเหมือนว่าชองจุงยองจะมาที่นี่เพื่อเอาชนะพวกเรา
ผมซ่อนความผิดหวังเล็กน้อยไว้และถามเขาอีกครั้ง “แต่ไม่ใช่
ว่านายบอกฉันว่ากลุ่มดาวระดับสูงของเนบิวลาฮงอิกหายไป
หมดแล้วเหรอ?”
อันที่จริงผมได้ยินเรื่องแบบนี้มานานแล้ว ครั้งหนึ่ง ณ ‘งาน
เลี้ยงกลุ่มดาว’ และเมื่อเผชิญหน้ากับ ‘มารดาผู้สร้าง’ ณ ตอน
ปราสาททมิฬ
[พวกเราไม่ได้หายไป เพราะมันมีคนหนึ่งอยู่ตรงหน้าของเจ้า]
มันเป็นเสียงที่แท้จริงซึ่งบรรจุไว้ซึ่งสถานะอันสันโดษและ
อหังการ แถวของกลุ่มดาวแยกออก และนักพรตที่ก าลังถือพัด
พับสีขาวบริสุทธิ์ก็ก าลังเดินมาหาพวกเรา จากแต่ละย่างก้าว
ของเขา ผมรู้สึกได้ถึงพลังของสายลมอันรุนแรง
…เฮ้ ผมคิดว่าผมรู้นะว่าเขาเป็นใคร
[จงคุกเข่าลงและแสดงความเคารพของเจ้าออกมา ลูกหลาน
แห่งคาบสมุทร]
(จบตอน)