มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 383 – สถานที่ที่ร้อนที่สุดในขุมนรก (3)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 383 – สถานที่ที่ร้อนที่สุดในขุมนรก (3)
ราวกับว่าพวกเขาก าลังรอคอยมัน สายตาต่างจับจ้องลงมาจาก
สรวงสวรรค์
[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ เห็นด้วยกับค าพูดของ
คุณ]
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ พยักหน้าตามค าพูดของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ถามคุณว่าท าไมคุณต้องท า
อะไรที่ชัดเจนแบบนี้ซ้ าอีก]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ แนะน าให้คุณรีบต่อย
ไอ้บ้านั่น]
พังเบ็กได้ยินสิ่งที่มังกรเพลิงทมิฬกล่าวด้วยความไม่เชื่อถือและ
จ้องขึ้นไปบนท้องฟ้า เขาก าลังจะพูดอะไรบางสิ่งออกมา แต่
จากนั้นข้อความต่อมาก็ท าให้เขาสะดุ้งไปอีก
[กลุ่มดาว ‘ดาบเล่มแรกแห่งโครยอ’ เชื่อว่า ‘ราชาปีศาจแห่ง
การหลุดพ้น’ ถูกต้อง]
หัวของพังเบ็กหันไปหาชองจุงยองในทันที่
[จุงยอง แม้แต่เจ้า…!]
ราวกับว่าเขารู้สึกละอายไปกับมัน ฝ่ายหลังหลบสายตา
อันที่จริง แม้แต่ผมก็แปลกใจ
ไม่ว่ามันจะเสื่อมโทรมลงแค่ไหน ฮงอิกก็ยังเป็นเนบิวลาหลัก
ของคาบสมุทรเกาหลี แม้แต่ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน มันก็
ยังไม่ใช่เรื่องง่ายที่ชองจุงยองจะอยู่ข้างผมและต่อกรกับฮงอิก
[กลุ่มดาวจ านวนมากให้ความสนใจกับการปะทะกันระหว่าง
‘บริษัทของคิมทกจา’ และ ‘ฮงอิก’]
บางทีมันอาจจะเป็นเพราะค าประกาศของชองจุงยอง ในตอนนี้
ผมสามารถสัมผัสได้ถึงความสนใจของกลุ่มดาวอื่นๆ ในหมู่สาย
ลมลูกใหม่ที่โบกพัดในโซนเป็นกลาง ผมสัมผัสได้ถึงดวงตา
ระแวดระวังของพวกเขา
ผมมองย้อนกลับไปยังพังเบ็ก “นายจะต่อไหม?”
พูดตามตรง เมื่อมองจากสายตาของเขาที่ก าลังสั่นสะเทือน
อย่างรุนแรงเช่นนั้น มันก็ยากแม้แต่กับผม
ก่อนหน้านี้ผมพูดราวกับว่าจะเยาะเย้ย ‘ฮงอิก’ แต่ในความ
เป็นจริง มันก็ไม่ใช่ว่าพังเบ็กจะไม่ได้ท าอะไรเพื่อช่วยสถานการ์
ของคาบสมุทรเกาหลี ยกตัวอย่างเช่นกลุ่มดาวที่ให้ความ
ช่วยเหลือแม่ของผมในช่วง ‘สงครามผู้หวนคืน’ ก็ไม่ใช่ใครอื่น
นอกจากตัวพังเบ็กเอง
แม้ว่าเหตุการณ์บัดซบนั่นจะช่วงชิงชีวิตของเธอไปก็ตาม บางที
นั่นอาจจะเป็นเหตุผลว่าท าไมตอนนี้ผมถึงโกรธมาก
[สายลมจะไม่มีทางลืมเรื่องของวันนี้]
พังเบ็กจ้องมาที่ผมอยู่นานก่อนที่จะปิดพัดของเขาและหายตัว
ไปราวกับฝุ่นควัน
[กลุ่มดาวจ านวนมากประทับใจกับผลงานของคุณ!]
[กลุ่มดาวจ านวนหนึ่งจะจดจ าชื่อเสียงของ ‘บริษัทของคิมทก
จา’ อย่างไม่มีเหตุผล]
[การซุบซิบของ ‘การถ่ายทอดสดดวงดาว’ ได้บันทึกเหตุการณ์
ที่เกี่ยวข้อง]
ยูจงฮยอค ฮันซูยอง จางฮีวอน และลีฮุนซึง – ทุกๆ คนจ้องมา
ที่ผม ผมไม่เห็นร่องรอยของความกลัวในการแสดงออกของ
พวกเขาเลย
พวกเขาน่าจะก าลังคิดแบบเดียวกันอยู่
มันไม่ส าคัญว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรเกี่ยวกับเนบิวลาของพวกเรา
ไม่สิ พวกเราแค่ต้องก้าวไปยังเรื่องราวที่ผมเชื่อว่าถูกต้อง
เท่านั้น
[เป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับเจ้าจริงๆ]
ชองจุงยองที่ก าลังมองมาที่พวกเราพูดขึ้น
[กลุ่มดาวบางส่วนจะชอบแง่มุมของเจ้าและจะติดตามเจ้า อัน
ที่จริง กลุ่มดาวหลายๆ คนบนคาบสมุทรเกาหลีต่างก็ให้ความ
สนใจกับเจ้ามากซะยิ่งกว่าฮงอิก แต่… ในทางกลับกัน คนที่มี
ความเกลียดชังต่อเจ้าก็จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน]
ผมเริ่มตระหนักได้ถึงความจริงที่ว่าสายตารอบๆ รู้สึกต่าง
ออกไปหลังจากได้ยินค าพูดของเขา บางกลุ่มดาวก็จ้องมองมา
ที่พวกเรา ในขณะที่บางคนก็มองมาด้วยความอิจฉา และบาง
คนก็ถึงกับส่ายหัวของพวกเขา สายตาของพวกเขาก าลังกล่าว
ว่าในที่สุดพวกเราก็จะกลายเป็นเหมือนกับคนอื่น
「ครั้งหนึ่ง พวกเราก็เคยเป็นเหมือนเจ้า」
ทันใดนั้นเอง มันก็รู้สึกราวกับว่ากลุ่มดาวเหล่านี้อยู่ใกล้พอจะ
ให้ผมเอื้อมมือไปถึงและสัมผัสได้
[มหาเรื่องราวโบราณก าลังจ้องมองมายังเรื่องราวของ ‘บริษัท
ของคิมทกจา’]
เรื่องราวทุกเรื่องเป็นหลักฐานถึงการก้าวข้ามสถานการณ์หนึ่ง
ในบางครั้ง พวกมันก็ถูกใช้เป็นความบันเทิงของใครบางคน
เรื่องราวทุกเรื่องที่มาถึงจุดนี้ต้องช ารุดและโน้มเอียงเพื่อความ
อยู่รอด เวลาเมื่อพวกมันต้องประนีประนอมกับความเป็นจริง
ของการถ่ายทอดสดดวงดาวและเมื่อพวกมันต้องยอมรับความ
ต้องการของกลุ่มดาวและโดเกบิเพื่อด าเนินต่อไป นั่นคือวิธีที่
พวกมันจะอยู่มาจนถึงตอนนี้ได้
ราวกับว่าเขาเป็นเสียงของช่วงเวลาเหล่านั้น ชองจุงยองพูด
ขึ้นมา
[การถ่ายทอดสดดวงดาวเกลียดเรื่องราวที่ยังไม่ช ารุด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องราวที่บริสุทธิ์อย่างเจ้า]
บริสุทธิ์และยังไม่ช ารุด
ผมหัวเราะเบาๆ หลังจากได้ยินแบบนั้น
ผมประหลาดใจที่โลกมองเราแบบนั้น เพราะนั่นคือการไม่สนใจ
ถนนทุกสายที่พวกเราเดินมาจนถึงตอนนี้
“พวกเราถูกท าลายไปนับสิบครั้งแล้ว”
หลังจากสถานการณ์ของคาบสมุทรเกาหลีเริ่มต้นขึ้น มันก็ต้อง
อดทนต่อแผนการของกลุ่มดาวและความเดือดดาลของพวก
เขา เฉกเช่นเรื่องราวอื่นๆ มากมาย
“อย่างไรก็ตาม พวกเราสามารถลุกกลับขึ้นมาได้ทุกครั้ง และ
ตอนนี้ พวกเราก็มาถึงจุดนี้แล้ว”
ส าหรับเรา ค าว่า ‘บริสุทธิ์’ เป็นเหมือนกับการดูถูกในจุดนี้
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ’ ก าลังจ้องมองคุณอย่าง
ใจเย็น]
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินต านาน’ ก าลังกลั้นน้ าตา
อย่างหนัก]
ราวกับว่าพวกมันเห็นด้วยกับสิ่งที่ผมพูด มหาเรื่องราวทั้งสอง
แสดงปฏิกิริยาออกมา
“และในอนาคต พวกเราก็จะลุกกลับขึ้นมาอีก”
[การเบ่งบานของ ‘มหาเรื่องราว’ ที่สามแสดงการเคลื่อนไหว]
แม้แต่มหาเรื่องราวที่สามที่จะตื่นขึ้นมาในไม่ช้าก็ตอบสนอง
เหมือนกัน ชองจุงยองเฝ้าดูพวกเราและพยักหน้าอย่างช้าๆ
[ข้าจะเฝ้าดูเรื่องราวของเจ้าต่อไป]
ในตอนท้ายของค าพูดเหล่านั้น เขาก็หันหลังไป กลุ่มดาวแห่ง
คาบสมุทรเกาหลีที่อยู่ภายใต้เขามองมาที่พวกเราอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนที่จะหายไปพร้อมกับเขา
เขาก้าวข้ามระดับยิ่งใหญ่เข้าสู่ระดับเรื่องเล่าแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น
เขายังเป็นกลุ่มดาวมานานกว่าผมมาก และเขาก็เป็นหนึ่งใน
พันธมิตรที่ดีที่สุดที่จะอยู่เคียงข้างพวกเราเนื่องจากเขาเป็นนักสู้
ที่มีพรสวรรค์มาตั้งแต่ก าเนิด
แน่นอน นั่นคงจะอยู่ภายใต้การสันนิษฐานของพวกเราว่าจะ
ต่อสู้อยู่ในฝ่ายเดียวกัน
ผมต้องยืนมองไปรอบๆ อย่างเท่ๆ เพื่อประโยชน์ของผม แต่
ฮันซูยองที่ก าลังมองผมจากทางด้านข้างก็เข้ามาตบไหล่ของผม
และเย้ยหยันผม
– เฮ้ บางคนอาจจะคิดว่านายเป็นตัวเอกหรืออะไรบางอย่างก็
ได้นะ
ผมรู้สึกเขินขึ้นมานิดหน่อยและลอบมองไปยังทิศทางของยูจงฮ
ยอค แต่เขาก็ไม่ได้ก าลังมองมาที่ผม แต่เป็นเส้นขอบฟ้าอันไกล
โพ้นแทน
“มันเริ่มต้นแล้ว”
[เหตุการณ์สถานการณ์ถูกสร้างขึ้น!]
[พื้นที่ความขัดแย้ง ‘สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ’ ถูก
ก าหนดให้เกิดขึ้นในบริเวณใกล้เคียงของพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง!]
กลุ่มดาวและอวตารที่เอนเอียงไปทางเป็นกลางที่อยู่รอบๆ
งงงวยกับข้อความของระบบและรีบลุกขึ้นยืน
[เมื่อเข้าสู่โซนความขัดแย้ง ‘การเลือกค่าย’ จะถูกสร้างขึ้นโดย
อัตโนมัติ!]
ภาพของฝ่ายอันยิ่งใหญ่ทั้งสองที่ก าลังยาตราทัพไปข้างหน้า
สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล
ทูตสวรรค์ปีกสีขาวที่ประดับประดาไปด้วยเกราะสะท้อนแสง
อย่างงดงามก าลังย้อมแผ่นดินเป็นเฉดสีเงินพร้อมกับเหล่า
อวตารและผู้กลับชาติมาเกิด
ณ อีกฝาก ราชาปีศาจที่ย้อมไปด้วยพลังงานแห่งปีศาจและ
ความเสื่อมทรามก าลังก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับสาวกของพวก
มัน
[การอัพเดตสถานการณ์หลักมาถึงแล้ว!]
+
[สถานการณ์หลัก #80 – ‘สงครามระหว่างกลุ่มดาวและ
ปีศาจ’]
ประเภท: หลัก
ความยาก: ประเมินไม่ได้
เงื่อนไขการเคลียร์: เข้าร่วมสงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ
โดยการเลือกค่ายของความดีหรือความชั่วร้าย ‘คะแนนความ
ดี/ความชั่วร้าย’ ของค่ายจะเพิ่มขึ้นเมื่อค่ายในเครือสะสม
จ านวนชัยชนะที่สูงขึ้นในสถานการณ์ เมื่อคะแนนของค่ายเกิน
กว่า 100 ผู้ชนะในสงครามจะถูกตัดสิน
จ ากัดเวลา: การจ ากัดเวลาของสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องได้รับผล
จาก ‘คะแนนความโกลาหล’
สิ่งตอบแทน: เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ ‘สงครามระหว่างกลุ่ม
ดาวและปีศาจ’, ???
ความล้มเหลว: ตาย
+
[สถานะปัจจุบันของความก้าวหน้าของมหาสงคราม]
คะแนนฝ่ายดี: 56
คะแนนฝ่ายชั่วร้าย: 56
คะแนนความโกลาหล: 51
[คะแนนความโกลาหลจะยืดขยายให้มหาสงครามยาวนานขึ้น]
+
[คุณต้องเลือกค่ายเพื่อเข้าร่วมในความขัดแย้งที่เกี่ยวข้อง]
[รางวัลของสถานการณ์จะมากยิ่งขึ้นจากความเร็วที่คุณเลือก
ค่าย]
พวกเราตกอยู่ในความเงียบงันในขณะที่ก าลังอ่านเนื้อหาของ
สถานการณ์ คนแรกที่ท าลายความเงียบขึ้นมาคือฮันซูยอง
“คิมทกจา เอาไงต่อ? ท าอย่างที่พวกเราเคยท างั้นเหรอ?”
[กลุ่มดาว ‘อาลักษณ์แห่งขุมนรก’ ก าลังบอกให้คนอื่นรู้ว่า
สถานที่ที่ร้อนที่สุดในขุมนรกนั้นสงวนไว้ส าหรับผู้ที่รักษาความ
เป็นกลางในช่วงวิกฤติ…]
“นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาพูดในตอนแรก แต่ท าไมเขาถึงพูดจาแบบนี้
ออกมา??”
[กลุ่มดาว ‘อาลักษณ์แห่งขุมนรก’ สะดุ้งด้วยความประหลาด
ใจและปิดปากของเขา]
‘อาลักษณ์แห่งขุมนรก’ อันที่จริงแล้วเขาคือผู้ประพันธ์ ‘ดีวี
นากอมเมเดีย’ ไตรภูมิดันเต และวรรคตอนอันโด่งดังที่ถูก
ประพันธ์โดยเขาก็มักจะได้รับการกล่าวถึงโดยนักการเมืองใน
ยุคต่อมา แต่ถึงกระนั้น ค ากล่าวนั้นก็ช่วยเพิ่มชื่อเสียงของเขา
ได้ในระยะยาว ดังนั้นเขาก็น่าจะยอมรับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของ
เรื่องราวของเขา
“สถานที่ที่ร้อนที่สุดในขุมนรกนั้นสงวนไว้ส าหรับผู้ที่รักษา
ความเป็นกลางในช่วงวิกฤติ”
มันเป็นค าพูดที่น่าตื่นเต้นเมื่อได้ฟังเป็นครั้งแรก ถึงแม้ว่ามันจะ
ยากที่จะเข้าใจความหมายโดยนัยก็ตาม…
“คราวนี้พวกเราต้องตัดสินใจ มันจะเป็นการยากที่จะท าให้
ตัวเองหลุดพ้นไปจากสิ่งนี้เหมือนในอดีต น่าเสียดายจริงๆ”
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พวกเราก็ยืนอยู่บนทางแยกเหมือนกับคน
อื่นๆ โดยไม่ต้องค านึงถึงสิ่งที่ดันเตกล่าว มันไม่มีใครที่สามารถ
เข้าร่วมในสงครามนี้ได้หากไม่เลือกฝ่าย
ยูจงฮยอคจ้องมองไปยังข้อความและพูดขึ้นมา “มหาสงคราม
ในรอบที่ 1863 จบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายชั่วร้าย และฮันซู
ยองก็ได้เลือกฝ่ายชั่วร้าย”
“ท าไมต้องเป็นฉันอีกแล้ว?? นอกจากนี้ นี่ยังไม่ใช่รอบที่ 1863
นายก็รู้?!”
ฮันซูยองพูดถูก – นี่ไม่ใช่รอบที่ 1863
อันที่จริง นี่คือโลกในรอบที่สามของ ‘บริษัทของคิมทกจา’
“ไปกันเถอะ”
สมรภูมิอันรุนแรงที่ ‘ความดี’ และ ‘ความชั่ว’ เข้าปะทะกัน
สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล หนึ่งในแถวรบที่เป็นของ
‘สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ’ อันกว้างใหญ่ไพศาลได้
เปิดม่านขึ้นมา
[พื้นที่ความขัดแย้งที่ 113 แห่งสงครามระหว่างกลุ่มดาวและ
ปีศาจถูกสร้างขึ้น]
[รายชื่อผู้เข้าร่วมในพื้นที่ความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องถูกเปิดเผย]
ณ แนวรบของสงครามนี้มีกลุ่มดาวที่ผมรู้จักดี
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ก าลังมีส่วนร่วมใน
สถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง]
*
“ด-ได้โปรด ปล่อยข้าเถอะ”
ฉึกกก!
“ทูตสวรรค์ ด-ได้โปรด…!”
เสียงคร่ าครวญด้วยความเจ็บปวดดังก้องไปหมด
หัวของอวตารที่เลือกข้างฝ่าย ‘ชั่วร้าย’ ถูกตัดออกโดยดาบ
ของทูตสวรรค์
นี่คือสงครามแห่งเรื่องราว
เพียงเพราะความเกี่ยวข้องกับเรื่องราวคนละฝ่าย คุณก็จะถูก
ปฏิบัติในฐานะศัตรูของอีกฝ่าย
หลังจากทิ้งร่างอวตารที่ล้มลงไปข้างหลัง อูรีเอลก็มองไปยัง
สมรภูมิด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
ครั้งหนึ่งเธอเคยเห็นอกเห็นใจพวกเขา เธอรู้สึกเศร้าที่อวตาร
ต้องถูกกวาดล้างออกไปและถูกกลืนกินโดยกลุ่มดาว และเธอก็
โกรธกับความโชคร้ายที่พวกเขาต้องทุกข์ทน เธอเป็นแบบนั้น
อยู่นาน จนมาถึงจุดหนึ่ง การท าแบบนั้นก็คือทั้งชีวิตของเธอ
‘…ข้าต้องไล่ตามการออกอากาศของการถ่ายทอดสดดวงดาว
ทั้งหมดที่ข้าพลาดไป’
อูรีเอลเม้มปากในขณะที่มองไปยังคลื่นของกองทัพราชาปีศาจ
ที่ก าลังพุ่งเข้ามา
การเกิดขึ้นมาเพื่อเผยแพร่ ‘ความดี’ ไม่ได้หมายความว่าคนๆ
นั้นจะสามารถใช้ทั้งชีวิตของตนเพื่อท าแบบนั้นได้ ความจริงก็
คือว่าความอันตรายทางกาพภายอาจจะไม่ได้ท าร้ายกลุ่มดาว
แต่หากเป็นการกัดเซาะทางจิตใจซะมากกว่า
แรงงานทางอารมณ์ที่กินเวลามานานแสนนานได้ปลูกฝังความ
ท้อแท้ของโลก รวมทั้งความบ้าคลั่งที่หยั่งรากลึกลงไปภายใน
ตัวของเธอ
[ดวงวิญญาณของกลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ สั่น
ไหวอย่างไม่มั่นคง]
ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มดาวที่แข็งแกร่งหรืออ่อนแอ มันก็ไม่มีใคร
สามารถท ามันให้ง่ายขึ้นภายในสถานการณ์ได้ เพราะ
‘สถานการณ์’ ก็เป็นระบบแบบนั้นมาตั้งแต่แรก
ฮูมมม!
เพื่อให้ลืมว่าพวกเขาก าลังถูกกลืนกินโดยสถานการณ์ และเพื่อ
มีชีวิตต่อไปอีกวัน กลุ่มดาวได้กลืนกินเรื่องราวอื่นๆ พวกเขา
เฝ้ามองไปในสถานการณ์ รับความโกรธกับสถานการณ์ของใคร
บางคน สาดเทค าวิจารณ์ แสดงความเคารพ หรือไม่ก็รู้สึก
ประทับใจไปกับสิ่งที่พวกเขาเห็น
มันเป็นแบบเดียวกันกระทั่งกับทูตสวรรค์อย่างอูรีเอล
[■■■■■ ออกไปให้พ้นทางของข้า! ข้าพลาดการ
ออกอากาศตอนแรกเพื่อพวกเจ้า!]
‘ระเบิดเพลิงอเวจี’ กวาดออกจากดาบของอูรีเอลเข้าใส่สาวก
ของราชาปีศาจและเปลี่ยนให้พวกมันกลายเป็นเถ้าถ่าน เธอไม่
อาจควบคุมพลังของเธอได้อย่างเหมาะสมเพราะความเร่งรีบ
ยิ่งไปกว่านั้น การเร่งอัญเชิญร่างจริงของเธอมากว่าครึ่งเพื่อ
เข้าร่วมในสงครามนี้ก็มีบทบาทเป็นอย่างมากเช่นกัน
[ราชาปีศาจที่เข้าร่วมในพื้นที่ความขัดแย้งตกตะลึงกับพลังของ
ทูตสวรรค์!]
แน่นอน ร่างกายที่แท้จริงครึ่งหนึ่งนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากอูรีเอล
ดังนั้นจึงไม่มีราชาปีศาจคนไหนสามารถรับมือกับเธอได้เลย
[ราชาปีศาจ ‘ราชาแห่งดวงดาวและตรรกะ’ ปลดปล่อยสถานะ
ของเขา!]
[ราชาปีศาจ ‘มหาดยุคแห่งมังกรและกลิ่นเน่าเหม็น’
ปลดปล่อยมหาเรื่องราว!]
[อสูรปีศาจ ‘ราชาปีศาจความเร็วเสียง’ เปล่งเสียงค ารามสีแดง
ชาด!]
[ราชาปีศาจ ‘ดยุคแห่งสารทิศ’ ถูกครอบง าโดยความตื่นเต้น
และความบ้าคลั่ง!]
ปัญหาก็คือราชาปีศาจที่เข้าร่วมในคราวนี้ก็ไม่ได้ธรรมดา
เหมือนกัน การแสดงออกของอูรีเอลแข็งขึ้นหลังจากที่เธอได้
เห็นเหล่าราชาปีศาจตีฝ่าระเบิดเพลิงอเวจีของเธอเข้ามา
[ยัยทูตสวรรค์บ้าอยู่ตรงหน้าของพวกเราแล้ว!]
[อย่าไปกลัว! ข้า ราชาปีศาจบูเออร์จะอยู่กับพวกเจ้าเอง!]
เดิมทีราชาปีศาจที่ถูกก าหนดให้เข้ามายังพื้นที่ความขัดแย้งนี้ไม่
ควรจะเป็นพวกเขา อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ต้องเปลี่ยน
ต าแหน่ง และนั่นก็ท าให้อูรีเอลพบว่าตัวเองต้องจัดการกับราชา
ปีศาจเหล่านี้ทั้งหมดคนเดียว
[ไอ้พวก■■■! หลบไปซะ!]
ลูกศรที่เต็มไปด้วยออร่าปีศาจปกคลุมสมรภูมิทั้งหมด อูรีเอลแผ่
ระเบิดเพลิงอเวจีออกไปเหมือนกับบาเรียเพื่อขวางพวกมัน
ในขณะที่เธอพยายามดูแลเทวทูตระดับต่ าที่ก าลังล่าถอยไป
อย่างเร่งรีบ ลูกศรหลายดอกก็ตกกระทบลงมาบนร่างกายของ
เธอ
[ตลกจริงๆ โอ้ เทวทูตผู้ยิ่งใหญ่ เจ้าก าลังหนีเหรอ?]
[เจ้าน าพาความอับอายมาสู่ ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’]
[หุบปาก! พวกเจ้าคงกลายเป็นก้อนเนื้อกันหมดแล้วถ้าร่างทั้ง
ร่างของข้าจุติลงมา!]
แม้ภายใต้การโจมตีที่กระหน่ าลงมา อูรีเอลก็ไม่ได้คร่ าครวญ
เลย เธอหายใจด้วยความโกรธเหมือนวัวกระทิงแทน
[หยุดรุมข้าเหมือนพวกขี้ขลาดได้แล้ว มาเผชิญหน้ากับข้าแบบ
ตัวต่อตัวสิ ไอ้พวก■■!! บัด■! ถ้าเป็นแบบตัวต่อตัว ข้าจะเตะ
ก้นพวกเจ้าทุกคนเลยแม้ว่าเจ้าจะเป็นอากาเรส มาร์บัส หรือ
เกรโมรี่ก็ตาม!]
เสียงตะโกนของอูรีเอลก่อให้เกิดการเยาะเย้ยถากถางจากราชา
ปีศาจเท่านั้น พวกเขาทุกคนรู้ดีว่าเธอทรงพลังแค่ไหน พวกเขา
รู้ และนั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขาสี่คนปรากฏตัวขึ้นเพื่อล่าทูต
สวรรค์เพียงคนเดียว และแม้จะถึงตอนนี้ พวกเขาก็ยังรอบคอบ
อยู่
[นี่คือสงคราม เทวทูตที่รัก]
ระเบิดเพลิงอเวจีของอูรีเอลที่ถูกปกคลุมไปด้วยเลือดปะทะเข้า
กับราชาปีศาจ
เธอแข็งแกร่งมาก ด้วยความแข็งแกร่งแค่ครึ่งเดียวของร่างที่
แท้จริง เธอก็ยังสามารถตัดแขน ‘ราชาแห่งดวงดาวและ
ตรรกะ’ และบดขยี้มังกรสัตว์เลี้ยงของ ‘มหาดยุคแห่งมังกร
และกลิ่นเน่าเหม็น’ ได้ ไม่เพียงแค่นั้น ‘ราชาปีศาจความเร็ว
เสียง’ ยังได้สูญเสียขาทั้งสองข้างไป
น่าเสียดายที่เธอมาได้ไกลแค่นี้
เธอมองไปยังด้านหลังในช่วงเวลาที่เธอสัมผัสได้ถึงความรู้สึก
เย็นวาบ – และกริชของดยุคแห่งสารทิศล่องหนก็พุ่งเข้ามายัง
หัวใจของเธอ
[วันนี้ข้าจะกินเรื่องราวของทูตสวรรค์]
เธอเหวี่ยงดาบด้วยความสิ้นหวัง แต่ร่างของเธอชะลอตัวลง
จากอาการบาดเจ็บ และมันก็ยากเกินกว่าจะตอบโต้ได้ และใน
อึดใจต่อมา…
ฉึกกกก!!
ดาบที่ก าลังเปล่งแสงเจิดจ้าได้ทะลวงผ่านหน้าอกของ ‘ดยุ
คแห่งสารทิศ’ จากทางด้านหลัง โลหิตสีด าสาดกระเซ็นลงมา
บนพื้น
ดาบทะลุผ่านแผ่นหลังของดยุคซ้ าๆ จนกระทั่งในที่สุดลม
หายใจของร่างอวตารก็ขาดช่วงไปพร้อมชิ้นส่วนเรื่องราวที่ได้
ระเบิดออกมา
และดาบก็ได้ตัดหัวของดยุคต่อไป
[มีคนสังหารราชาปีศาจ ‘ดยุคแห่งสารทิศ’]
อูรีเอลเห็นคนสองคนยืนอยู่ข้างหลังดยุคที่ล้มลงไป คนที่เธอจ า
ได้ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ไกลแค่ไหน ตอนนี้พวกเขาก าลังยืนอยู่
ใกล้ๆ กับเธอ
“ไม่มีทางที่ฉันจะนั่งเฉยๆ ดูกลุ่มดาวของฉันถูกรังแกแบบนี้
หรอก”
อันที่จริงมันไม่ใช่ใครอื่นนอกจากอวตารเพียงคนเดียวของเธอ
แล้วก็…
[ราชาปีศาจ ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ได้รับชัยชนะใน
‘การเลื่อนระดับราชาปีศาจ’!]
[การจัดอันดับโลกปีศาจถูกปรับเปลี่ยน]
[ราชาปีศาจ ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ได้กลายเป็น ‘ราชา
ปีศาจอันดับที่ 50’!]
ตัวเอกของเรื่องราวที่เธอเฝ้าดูมานานได้พูดกับเธอ “ไม่ได้เจอ
กันนานนะ อูรีเอล”
[ราชาปีศาจ ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ได้เลือกค่าย]
(จบตอน)