มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 384 – สถานที่ที่ร้อนที่สุดในขุมนรก (4)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 384 – สถานที่ที่ร้อนที่สุดในขุมนรก (4)
มันมีหลายครั้งที่คนเราจะรู้สึกถึงความสุขอย่างแท้จริง
ช่วงเวลาเหล่านั้นเท่านั้นที่จะท าให้คนผู้นั้นส่งผ่านความรู้สึก
เช่นนั้นออกมาทางสีหน้าได้
[คิมทกจา!!!]
และอูรีเอลในตอนนี้ก็เป็นเช่นนั้นส าหรับผม
เธอเหยียดแขนของเธอออกมาและกอดทั้งผมและจางฮีวอนไว้
แน่นพร้อมทั้งถูแก้มของเธอไปทั่วตัวพวกเราอยู่นาน
สุดท้ายจางฮีวอนก็ต้องดุเธอนิดหน่อย “อูรีเอล ฉันหายใจไม่
ออก”
[ข-ขอโทษที]
เธอตกใจและถอยห่างออกไป แต่ดวงตาของเธอก็ยังคงเปล่ง
ประกาย บางครั้งผมก็พบว่ามันยากที่จะเข้าใจว่าทูตสวรรค์ที่
บริสุทธิ์แต่ก็แสนซื่อแบบเธอนั้นมีค าขยายว่า ‘ปีศาจ’ ได้ยังไง
[เจ้ารู้จักที่นี่ได้ยังไง? เจ้ามาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่? เอ๋? เจ้าเคลียร์
สถานการณ์ ‘หมู่เกาะไคเซนิกซ์’ แล้วเหรอ? ข้าดูไปได้ไม่กี่ฉาก
เองเพราะข้าก็ไม่ค่อยมีเวลาเท่าไร… ข้าขอโทษจริงๆ! จ-เจ้าไม่
โกรธนะที่ข้าไม่ได้สนับสนุนเลย? ม-มันไม่ได้ตั้งใจ เจ้าก็รู้…]
มันไม่ใช่แค่การแสดงออกของเธอเท่านั้น แม้แต่น้ าเสียงของเธอ
ก็สื่อถึงความสุขด้วยเช่นกัน
จางฮีวอนและผมมองหน้ากันในขณะที่ฟังอูรีเอล เธอจะต้อง
รู้สึกอะไรบางอย่างคล้ายกับที่ผมก าลังรู้สึกอยู่แน่
ทูตสวรรค์พูดโดยไม่มีร่องรอยของความสง่างามหรือความ
ระมัดระวังเลย โชคดี บางค านั้นถ่ายทอดอารมณ์ได้ดียิ่งกว่า
เมื่อผู้พูดนั้นพูดแบบนี้ออกมาอย่างจริงใจ
“อูรีเอล พวกเราเข้าใจ อย่างไรก็ตาม ไว้พวกเราคุยกันใน
ภายหลังดีกว่า”
[เอ๋? อ่า เจ้าพูดถูก! ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาใช่ไหม?]
สายตาของอูรีเอลที่จดจ้องอยู่ที่ผมเบนออกไปอย่างรวดเร็วและ
ขยับไปทางกองทัพของราชาปีศาจที่ก าลังจ้องมองมาที่พวกเรา
จากอีกด้าน ผมเห็นการแสดงออกของเธอเย็นลงในทันที่ และ
ตระหนักได้ว่าผมอาจจะคิดมากเกินไป
ทูตสวรรค์คนนี้ ไม่ต้องสงสัยเลย เธอคือ ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิง
ปีศาจ’
[ราชาปีศาจ ‘ราชาแห่งดวงดาวและตรรกะ’ ไม่เข้าใจการ
กระท าของคุณ]
และจากนั้นก็มีราชาปีศาจที่เต็มใจจะเผชิญหน้ากับทูตสวรรค์
คนนี้
อันดับที่สิบในการจัดอันดับราชาปีศาจ ‘ราชาแห่งดวงดาวและ
ตรรกะ’ – ‘บูเออร์’
อันดับที่สิบแปดในการจัดอันดับราชาปีศาจ ‘ราชาปีศาจ
ความเร็วเสียง’ – ‘บาธิน’
สุดท้าย อันดับที่ยี่สิบเก้าในการจัดอันดับราชาปีศาจ ‘มหาดยุค
แห่งมังกรและกลิ่นเน่าเหม็น’ – ‘แอสทารอธ’
แม้ว่าจะไม่นับ ‘ดยุคแห่งสารทิศ’ ที่ตายในด้วยน้ ามือของผม
มันก็ยังมีราชาปีศาจเหลืออยู่อีก 3 คน แต่ละคนไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่
รับมือได้ง่ายๆ เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘ราชาแห่งดวงดาวและ
ตรรกะ’ และ ‘ราชาปีศาจความเร็วเสียง’
ถ้าแขนทั้งสองข้างของบูเออร์ยังไม่ขาดไป หรือขาของบาธินไม่
เสียหาย ผมอาจจะต้องเสี่ยงชีวิตก็ได้
[ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น!]
[เจ้าหมายความว่ายังไง?! ท าไมเจ้าถึงต่อสู้กับราชาปีศาจตน
อื่น?]
ผมยักไหล่และพึมพ าข้ออ้างของผม “ฉันแค่จะเลื่อนระดับขึ้น
ด้วยการต่อสู้ก็เท่านั้นเอง”
[เจ้าคิดเหรอว่าข้ออ้างเช่นนั้นจะ…]
“มันมีกฎว่าการเลื่อนระดับราชาปีศาจไม่ควรท าเพราะแค่อยู่ใน
สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจงั้นเหรอ? เรื่องแบบนี้ก็เคย
เกิดขึ้นบ่อยครั้งในสงครามครั้งที่ 1 ด้วย”
[เจ้า…!]
บาธินโกรธเป็นฟืนเป็นไฟจากสิ่งที่ผมกล่าวและท าหน้าอย่าง
กับจะอยากตัดหัวของผม แต่น่าเสียดาย เขาไม่อาจท าอะไรได้
เมื่อขาทั้งสองข้างของเขาหายไปแล้ว
[เจ้าเลือกเดินแบบข้าใน ‘สงครามระหว่างกลุ่มดาวและราชา
ปีศาจครั้งที่หนึ่ง’ เลย]
[ราชาปีศาจ ‘แอสโมเดียส’ ให้ความสนใจในการกระท าที่ไม่
คาดคิดของคุณ!]
อันที่จริงสิ่งที่ผมท านั้นก็เหมือนกันกับที่แอสโมเดียสท าในมหา
สงครามครั้งที่หนึ่ง การแสดงออกของ ‘ราชาแห่งดวงดาวและ
ตรรกะ’ แข็งขึ้นในขณะที่เขาโยนค าถามออกมา [เจ้าคิดว่าเจ้า
จะไม่เป็นอะไรเหรอหลังจากที่ท าแบบนั้น?!]
“แน่นอนว่าไม่” ผมยังคงไม่สะทกสะท้านกับออร่าของราชา
ปีศาจในขณะที่ปลุกสถานะของผมขึ้นมา”อย่างไรก็ตาม ฉันก็
คิดว่านายไม่ควรมาเป็นห่วงฉันนะ”
[คุณได้ปลดปล่อยสถานะของราชาปีศาจ!]
[สกิลเฉพาะตัว ‘บุ๊คมาร์ค’ ถูกเปิดใช้งาน!]
[บุ๊คมาร์คที่ 5 ถูกเปิดใช้งาน!]
[สกิลเฉพาะตัว ‘การปล่อยกระแสไฟฟ้า’ LV.23 (+13) ถูกเปิด
ใช้งาน]
[สภาพร่างกายของคุณในปัจจุบันแตกต่างจากตัวละครที่
เกี่ยวข้อง]
[‘สถานะ’ ของคุณก้าวข้ามข้อจ ากัดทางร่างกาย]
ไหล่ของผมมีอาการคันยุบยิบในขณะที่ปีกทะลุผิวหนังของผม
ออกมาและสยายออก และความรู้สึกแปลกๆ ของการปล่อย
กระแสไฟฟ้าก็ซ้อนทับอยู่เหนือสิ่งนั้น ทันใดนั้นเอง ร่างกาย
ของผมก็ถูกห่อหุ้มไปด้วยสายฟ้า
ราชาปีศาจทั้งสามท าสีหน้าตื่นตระหนกขึ้นมาในทันทีหลังจาก
ได้เห็น ‘สถานะ’ ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของผม
ราชาปีศาจทั้งสามได้รับความเสียหายอย่างหนักไปแล้ว
โดยทั่วไปแล้วพวกเขาไม่อาจเข้าร่วมการต่อสู้ได้อีก
จางฮีวอนที่อยู่ข้างๆ ผมชักดาบแห่งการพิพากษาออกมาและ
เปิดใช้งานการสังหารปีศาจ
“ฉันไม่พอใจกับการต่อสู้กับราชาปีศาจเมื่อครั้งล่าสุดอยู่พอดี
เพราะมันถูกหยุดลงไปก่อน ดังนั้น…”
อูรีเอลเห็นราชาปีศาจเริ่มถอยออกไปและรู้สึกได้ถึงเค้าลางแห่ง
ชัยชนะ เธออ้าปากพูด
[ไอ้พวก■■ ไม่ใช่ว่าเมื่อครู่พวกเจ้ายังเสียงดังอยู่เลยเหรอ?
ท าไมไม่พูดอะไรหน่อยล่ะ?]
“…”
[ทกจา ฮีวอน ไปกันเถอะ! ไปจัดการไอ้พวกราชาปีศาจ■■นั่น
กัน…!]
ผมเอื้อมมือออกไปจับไหล่ของอูรีเอลในขณะที่เธอพยายามจะ
ก้าวไปข้างหน้าด้วยร่างอวตารที่ได้รับบาดเจ็บของเธอซึ่งก าลัง
แผดเผาไปด้วยความโกรธ ตอนนี้ไหล่ของเธอรู้สึกอ่อนแรงและ
อ่อนแอมาก เธอหรี่ตาลงราวกับกระต่ายน้อยหลังจากถูกมือ
ของผมผลักไปข้างหลังอย่างไร้เรี่ยวแรงและมองกลับมาที่ผม
“อูรีเอล ช่วยถอยไปก่อนนะ”
[เอ๋? อ่า… เจ้าเป็นห่วงข้าเหรอ? ข้าไม่เป็นไร ข้าคืออูรีเอลนะ!]
เธอจับมือผมด้วยสีหน้าประทับใจอย่างลึกซึ้ง ผมรู้สึกเศร้า
เล็กน้อยที่ได้เห็นเธอเป็นแบบนั้น และท าได้เพียงแค่ยิ้มอย่าง
เงียบๆ”ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น”
[แต่ ถ้างั้น…?]
[ราชาปีศาจ ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ได้เลือกค่ายของ
เขา]
ข้อความการมีส่วนร่วมของผมลอยขึ้นไปในอากาศ มันเป็นไป
ได้ว่าเธอยังไม่ได้อ่านมัน ทันใดนั้นเอง ร่างที่ก าลังงุนงงของอูรี
เอลก็ค่อยๆ แข็งค้างไปพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างขึ้นมา
ผมมองเข้าไปในดวงตาคู่นั้นและกล่าวว่า “ได้โปรดล่ะ อยู่เฉยๆ
ก่อน อูรีเอล มันจะจบลงในไม่ช้า”
บางทีเธอคงจะเห็นข้อความที่ผมก าลังมองดูอยู่ในตอนนี้แล้ว
[ค่ายราชาปีศาจ ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ได้เลือก
‘ความชั่วร้าย’]
*
“คิมทกนี่มันจริงๆ เลย” ฮันซูยองพึมพ าในขณะที่เธอมองดู
สมรภูมิจากระยะไกล
การต่อสู้น่าเบื่อไปหน่อยเมื่อก่อนหน้านี้ แต่หลังจากที่คิมทกจา
เข้าไปโดยไม่คาดคิด มันก็น าไปสู่ข้อสรุปที่วุ่นวาย
เขาเป็นราชาปีศาจที่สังหารราชาปีศาจคนอื่น แต่เขาก็ไม่ได้
ซ่อนความจริงที่ว่าเขา ‘ชั่วร้าย’
ในตอนนี้เธอสามารถเห็นเทวทูตระดับต่ าก าลังขยับเข้ามาล้อม
เขาไว้ และในเวลาเดียวกัน จางฮีวอนก็ก าลังท าสีหน้ามีปัญหา
ลีฮุนซึงถามด้วยน้ าเสียงที่ดูเป็นกังวล “มันจะไม่เป็นไรจริงๆ
เหรอ?”
“ถึงมันจะเป็นแล้วพวกเราจะท าอะไรได้? บอกเขาให้เข้ากับเอ
เด็นตอนนี้เหรอ? เดิมทีคิมทกจาก็เป็นราชาปีศาจอยู่แล้ว นายก็
รู้” ฮันซูยองบ่นก่อนจะเบนสายตาไปยังยูจงฮยอค “นายคงไม่
นั่งลงและดูอยู่เฉยๆ ใช่ไหม?”
“แน่นอนว่าไม่”
“นายไม่จ าเป็นต้องถามฉัน – ฉัน ‘ชั่วร้าย’”
ผู้สนับสนุนของฮันซูยองคือ ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’
ดังนั้นเธอจึงไม่มีทางเลือกนัก
“แล้วนายล่ะ ยูจงฮยอค?”
“…”
“ผู้สนับสนุนของนายพูดอะไร? หรือว่าไม่มีค าตอบ?”
แทนที่จะตอบค าถามของเธอ เขาจ้องมองไปยังเหล่าร่างอวตาร
ที่อยู่ในสนามรบแทน ซากศพของเทวทูตและราชาปีศาจ
สามารถมองเห็นได้ในหมู่พวกนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว
ส่วนใหญ่คือมนุษย์ – หรือก็คือผู้กลับชาติมาเกิด
“นายเห็นคนรู้จักงั้นเหรอ?”
ยูจงฮยอคมองไปยังซากศพของเหล่าผู้กลับชาติมาเกิดโดยไม่
พูดอะไร มันยังมีหลายคนที่ยังมีชีวิตอยู่และพยายามเอื้อมมือ
ออกมาทางเขา บาดแผลของคนพวกนี้สาหัสเกินไป และมันก็
สายเกินไปแล้วที่จะช่วยพวกเขา เขาโน้มตัวลงและแทงดาบสั้น
ของเขาไปที่คอของแต่ละคน เมื่อเขาท าเช่นนั้นแล้ว คนพวกนี้
จึงเผยสีหน้าสงบสุขออกมา
ยูริที่ก าลังเฝ้าดูฉากเหล่านี้อยู่พูดออกมาในทันใด
「ซูยอง」
‘ไม่ต้องห่วงยูริ ฉันจะไม่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเธอ”
เธอสามารถเห็นวิญญาณของผู้กลับชาติมาเกิดที่ตายแล้ว
กระจัดกระจายออกไป
คนที่ถูกพันธนาการไว้กับแมนดาลาจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาแม้ว่า
พวกเขาจะถูกฆ่าที่เกาะนี้ อย่างไรก็ตาม การเป็นอมตะก็ไม่ได้
หมายความว่ามันไม่เป็นไรที่พวกเขาจะตาย
[มหาเรื่องราวที่สูญเสียชื่อของมันได้สูญสิ้นตัวตนไป]
ทุกครั้งที่พวกเขาถูกระดมเข้ามายังสถานการณ์ที่แตกต่าง พวก
เขาก็จะค่อยๆ สูญเสียโลกของตนเองไป พวกเขาจะค่อยๆ ลืม
ชีวิตดั้งเดิม และค่อยๆ ลืมไปแม้กระทั่งความตายของตัวเอง
ด้วย
[‘ความดี’ ที่เก่าแก่ที่สุดแนะน าให้ผู้กลับชาติมาเกิดมีคุณธรรม]
[‘ความชั่วร้าย’ ที่เก่าแก่ที่สุดเรียกร้องให้ผู้กลับชาติมาเกิด
เลือก]
คนตายส่วนใหญ่คงจะเป็นเหล่าคนที่ไม่เคยคิดเกี่ยวกับ ‘ความ
ดี’ หรือ ‘ความชั่วร้าย’ ที่ยิ่งใหญ่อะไร ฮันซูยองปิดตาของผู้
กลับชาติมาเกิดที่ตายแล้วลงไป ดวงตาของคนตายได้ปิดลง
แล้วโดยไม่เห็นทั้งความดีหรือความชั่วร้าย
[คุณต้องเลือกค่ายของคุณเพื่อเข้าสู่สมรภูมิที่เกี่ยวข้อง!]
“ฉันจะเลือกค่ายของฉัน”
ในช่วงเวลาที่ยูจงฮยอคเปิดปากเพื่อพูด ฮันซูยองก็หรี่ตาลง
และถามเขา”นาย นายไม่ได้ก าลังคิดอะไรอย่างอื่นใช่ไหม?
ก่อนหน้าที่พวกนายจะไปถึงหมู่เกาะไคเซนิกซ์ พวกนายสองคน
ได้ต่อสู้กันเหมือนกับคนบ้าเลยหนิ?”
เขาไม่ตอบและเพียงแค่จ้องมองมาที่เธอ เธอพอจะเดาได้ว่าสี
หน้าอันน่าอึดอัดใจของเขาหมายถึงอะไร และในขณะที่เธอ
ก าลังจะตะโกนใส่เขา ในที่สุดเขาก็ตอบกลับมา
“สงครามครั้งนี้จะต้องไม่เป็น ‘สงครามระหว่างกลุ่มดาวและ
ปีศาจ’ แต่จะเป็นการต่อสู้ระหว่างเรา ซึ่งหมายความว่าที่นี่
จะต้องไม่กลายเป็นสมรภูมิของคนอื่น”
ไม่ใช่มหาสงคราม แต่เป็นการต่อสู้ของบริษัทของคิมทกจา –
ฮันซูยองตระหนักถึงความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังค าพูด
เหล่านี้ได้ในทันที่
“หลังจากนั้นแล้วจึงจะไม่มีทั้งฝ่ายดีและฝ่ายชั่วร้ายชนะใน
สงครามนี้ และนั่นก็ควรจะเป็นพัฒนาการที่คิมทกจาต้องการ”
“ฉันเข้าใจในสิ่งที่นายพูด แต่นั่นมันยากจริงๆ นะ นายก็รู้?”
ฮันซูยองตรงเข้าประเด็นทันที”ถ้าพวกเราท าแบบนั้น พวกเรา
จะต้องหันหลังให้กับทั้งโลกปีศาจและเอเด็นในเวลาเดียวกัน”
“เธอบอกว่านี่ไม่ใช่รอบที่ 1863”
ฮันซูยองเบ้ปากเล็กน้อย “คิมทกจา… เขาเป็นไอ้บ้าที่ไม่ยอม
ใครจริงๆ เขาอาจจะเป็นคนโง่เพียงคนเดียวที่คิดอะไรบ้าๆ
แบบนี้เพื่อแก้ไขสถานการณ์เช่นนี้ได้”
“เขาก็เป็นแบบนั้นตั้งแต่แรก”
“มันก็เหมือนกับนายด้วย! พวกนายสองคนจะคล้ายกันเกินไป
แล้ว”
กับค าต าหนิของเธอ ยูจงฮยอคตอบโต้กลับด้วยน้ าเสียงสั้นๆ
“เธอก็ไม่ได้แตกต่างไปจากพวกเราเหมือนกัน”
“อะไรนะ? ฉันแตกต่างจากไอ้งั่งสองคนอย่างพวกนาย ยังไงก็
เถอะ หยุดเถียงกันได้แล้ว ไปลุยกันเถอะ”
ในตอนนี้พวกเขาสามารถเห็นคิมทกจาถูกรุมโจมตีจากเหล่า
เทวทูตที่ล้อมเขาไว้ได้จากระยะไกล แต่มันก็เป็นอีกครั้ง เขา
ประกาศว่าตัวเอง ‘ชั่วร้าย’ ออกมาอย่างกะทันหันท่ามกลาง
เหล่าเทวทูต ดังนั้นมันจึงเป็นธรรมดาที่เหล่าเทวทูตจากเอเด็น
จะโกรธขนาดนั้นจากการถูกทรยศ
ยูจงฮยอคประกาศก่อน “ฉันจะไม่ท าแบบครึ่งๆ กลางๆ”
“แล้วไง? ฉันจะฆ่านายถ้ามันเริ่มออกนอกลู่นอกทาง นายก็รู้?”
“ดี แบบนั้นมันถึงจะสนุกที่ได้ต่อสู้กับเธอ”
“ได้ แมทช์นั้นตอนหมู่เกาะไคเซนิกซ์ของพวกเรายังไม่จบเลยห
นิ? มาท าให้มันจบกันเถอะ”
ร่างของทั้งคู่หายไปสู่สมรภูมิ ลีฮุนซึงที่ในตอนนี้ถูกทิ้งไว้คน
เดียวท าได้เพียงแค่ตะโกนออกมาด้วยความโศกเศร้า
“ด-เดี๋ยวก่อน!! ซูยอง! จงฮยอค!!! แล้วฉันล่ะ?!”
“ท าตามใจนายได้เลย!”
[อวตาร ‘ฮันซูยอง’ ได้เลือกค่ายของเธอ]
[อวตาร ‘ยูจงฮยอค’ ได้เลือกค่ายของเขา]
[แคมป์อวตาร ‘ฮันซูยอง’ ได้เลือก ‘ความชั่วร้าย’]
[แคมป์อวตาร ‘ยูจงฮยอค’ ได้เลือก ‘ความดี’]
ในที่สุด ‘สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ’ ของพวกเขาก็
เริ่มขึ้นแล้ว
*
บนที่ราบกว้างของ ‘เกาะหลัก’ ที่กองก าลังต่อสู้ทั้งหมดของ
สรวงสวรรค์ได้มารวมตัวกัน
ผู้น ากองก าลังสวรรค์ เมทาทรอน อยู่ระหว่างการรับฟังการ
อัพเดตสถานการณ์ปัจจุบันจากเทวทูตตนอื่นๆ ที่อยู่ภายในค่าย
ทหารซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเลียนแบบส านักงานของเขา
– ‘โอลิมปัส’ เผยถึงความปรารถนาที่จะเข้าร่วม
– ‘พระเวท’ ได้ส่งหนังสือมา โดยบอกว่าพวกเขาจะเข้าร่วม
– ‘แอสการ์ด’ เองก็ประกาศความตั้งใจที่จะเข้าร่วม อย่างไรก็
ตาม เนื่องจากมหาเรื่องราวของพวกเขา มันดูเหมือนว่าจะมี
กลุ่มดาวไม่มากที่จะเข้าร่วมจากฝ่ายนี้
– มันไม่มีการติดต่อใดๆ แต่พวกเราก็เห็นความเคลื่อนไหว
บางอย่างจาก ‘จักรพรรดิ’ ด้วย พวกเขามีชื่อเสียงในเรื่องกล
ยุทธ์การบริหารคน
– ‘อาลักษณ์แห่งขุมนรก’ เคลื่อนไหวอย่างขยันขันแข็งในโซน
เป็นกลาง เพราะเขา อัตราการเข้าร่วมจึงพุ่งสูงขึ้นไม่ว่าจะเป็น
กลุ่มดาวหรือผู้กลับชาติมาเกิด
เมทาทรอนจดบันทึกทุกรายงานไว้อย่างระมัดระวัง และ
หลังจากแนบค าตอบที่เหมาะสมแล้วก็ส่งพวกมันกลับไป
‘สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ’ ในครั้งนี้เป็นชื่อโดยนัย
ของสงครามระหว่างชะตากรรมของ ‘ความดี’ และ ‘ความชั่ว
ร้าย’ นั่นเป็นเหตุผลที่เมทาทรอนระมัดระวังและรอบคอบกับ
สถานการณ์นี้มาก
[คะแนนฝ่ายดีในปัจจุปัน 56]
และจนถึงตอนนี้ สงครามก็ด าเนินมาโดยไม่มีปัญหาอะไร –
ยกเว้นเพียงข้อจ ากัดพิเศษอันเดียวที่มาพร้อมกับ ‘มหา
สงคราม’ นี้
[คะแนนความโกลาหลปัจจุบัน 51]
สิ่งที่เรียกว่า ‘คะแนนความโกลาหล’ – เมื่อเขาถามมหาโดเกบิ
ถึงเรื่องนี้ ค าตอบที่เขาได้รับก็เป็นดังนี้
– มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากมากที่จะน าเสนอความ
ขัดแย้งระหว่างมหาเรื่องราวบรรพกาล ดังนั้นมันจึงจ าเป็นต้อง
มีความเสี่ยงที่เหมาะสมส าหรับอันตรายตามความเป็นไปได้นี้
– หมายความว่าไงกัน?
– มันคงจะไม่สนุกถ้ามีค าอธิบายอย่างละเอียด ดังนั้นข้าจะไม่
มอบอะไรที่ส าคัญให้แก่เจ้า อย่างไรก็ตาม จดจ าสิ่งนี้เอาไว้ ไม่
ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่าปล่อยให้คะแนนความโกลาหลถึง 100
เจ้าเข้าใจไหม? ถ้าไม่ สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริงจะอุบัติ
ขึ้น
มหาโดเกบิไม่สนใจอะไรไปมากกว่าชะตากรรมของเนบิวลา ไม่
สิ พวกเขาสนใจแค่การกระตุ้นสถานการณ์เท่านั้น ดังนั้น
‘คะแนนความโกลาหล’ เหล่านี้จะต้องเป็นผลของแผนการที่
เป็นอันตรายแน่
[นี่มันน่าเบื่อจริงๆ อาลักษณ์] มิคาเอลเช็ดดาบของเขา ณ มุม
หนึ่งของค่ายทหาร [ข้าจะไปน าหัวของอากาเรสมา ส่งข้า
ออกไป]
มิคาเอลได้ลิ้มรสความอัปยศถึงสองครั้งด้วยน้ ามือของคิมทกจา
และยูจงฮยอค ณ สถานการณ์เกาะกลาง ร่างอวตารของเขา
ฟื้นฟูอย่างเต็มที่ผ่านอ านาจของการฟื้นคืนชีพ และในตอนนี้
เขาก็พบว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์เกาะหลักแล้ว
เมทาทรอนเผยรอยยิ้มบางๆ ให้กับมิคาเอลและความปรารถนา
อันแรงกล้าของเขา
[ถ้าพวกเราท าแบบนั้น สงครามจะจบเร็วเกินไป]
[ไม่ใช่ว่ามันดีกว่าเหรอที่จะยุติสงครามอันน่าเบื่อนี้ให้เร็วที่สุด?]
[ไม่ ไม่จ าเป็น สงครามนี้จะต้องยาวนานและเลวร้ายยิ่งกว่า
สถานการณ์อื่นใดที่เคยมีตัวตนอยู่]
เมทาทรอนมองไปยังหน้าจอที่ก าลังออกอากาศจากทุกส่วน
ของสมรภูมิ สิ่งมีชีวิตที่เลือกข้าง ‘ความดี’ หรือ ‘ความชั่ว
ร้าย’ ผ่านการตัดสินใจของพวกเขาก าลังชี้อาวุธเข้าใส่กัน เม
ทาทรอนรู้ดี แม้ว่าพวกเขาจะเข้าร่วมในสงครามนี้โดยไม่มีอะไร
มากไปกว่าทหารรับจ้างธรรมดาๆ แต่ความเอนเอียงทาง
ศีลธรรมของพวกเขาก็จะค่อยๆ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่าน
ไป
[‘ความดี’ ที่เก่าแก่ที่สุดก าลังประสงค์สงครามศักดิ์สิทธิ์อัน
งดงาม]
กลุ่มดาวที่ก าลังจะเข้าร่วมในสงครามนี้จะค่อยๆ บ่มเพาะความ
เกลียดชังกันในนาม ‘ความดี’ และ ‘ความชั่วร้าย’ และความ
เกลียดชังนั้นก็จะลุกโชนขึ้นจนก่อให้เกิดยุคต่อไปของเรื่องราว
มิคาเอลที่ก าลังเฝ้าดูการต่อสู้พูดด้วยน้ าเสียงขุ่นเคือง [ถ้าอย่าง
นั้นอนุญาตให้ข้าไปสังหารไอ้ระย าจาก ‘บริษัทของคิมทกจา’
สักหน่อยเถอะ ข้ามีหนี้ที่ต้องให้พวกมันชดใช้]
เมทาทรอนส่ายหัว ‘บริษัทของคิมทกจา’ เป็นตัวแปรส าคัญ
ของสถานการณ์นี้ ฝ่ายนั้นจะต้องถูกใช้ให้มากที่สุด
[ถ้ามันเป็นเมื่อก่อนก็อาจจะได้ แต่ตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด ข้ามี
แผนการอื่นส าหรับพวกเขา ถ้าเจ้าออกไปล่ะก็…]
ทันใดนั้นเองก็มีข้อความสถานการณ์โผล่ขึ้นมา
[พื้นที่ความขัดแย้งที่ 113 ของ ‘สงครามระหว่างกลุ่มดาวและ
ปีศาจ’ ถูกบังคับให้ยุติ]
เมทาทรอนยืนยันข้อมูลที่แนบมากับข้อความ พื้นที่ความ
ขัดแย้งที่ 113 คือสมรภูมิที่อูรีเอลเข้าร่วม
[…ถูกบังคับให้ยุติ?]
มันไม่เคยมีข้อความเช่นนี้มาก่อน มันไม่ได้จบแค่นั้น
[คะแนนความโกลาหลเพิ่มขึ้น 5]
[คะแนนความโกลาหลปัจจุบัน 56]
[ค าเตือน! คะแนนความโกลาหลมีมากกว่า 55!]
…
…….
……….
[บางสิ่งก าลังบิดตัวไปรอบๆ ณ ที่ที่ร้อนที่สุดในขุมนรก]
[หายนะแห่งการเปิดเผยที่ตัดสินจุดจบของทุกๆ สิ่งเริ่มตื่นขึ้น
มาแล้ว]
(จบตอน)