มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 385 – สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ (1)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 385 – สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ (1)
ล าแสงสายฟ้าเต้นระบ าอยู่ในอากาศ และแอนดรอยด์ตัว
สุดท้ายที่พุ่งเข้ามาหาพวกเขาก็ทรุดตัวลงกับพื้น
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!
ลีจีฮเยดึงดาบของเธอออกจากสายเคเบิลที่ถูกตัดและเช็ดหน้า
ผากของเธอ
[เลื่อนระดับ!]
กิลยังมองดูเธอจากทางด้านข้างพร้อมกับถูจมูกของเขาและพูด
กับเธอ”พี่นี่เก่งเรื่องแบบนี้จริงๆ”
เธออยากจะตบหัวเด็กชายแทบแย่ แต่ก็ต้องยั้งมือไว้หลังจากได้
ยินเสียงจากท้องฟ้า
[คุณไม่สามารถโจมตีเป้าหมายได้]
ไม่ว่าจะยังไง เด็กสองคนนี้ก็อยู่ยงคงกระพันในโลกใบนี้ ไม่มีสิ่ง
ใดที่สามารถคุกคามพวกเขาได้เลย
เธอมองสลับไปมาระหว่างลีกิลยังและชินยูซองก่อนที่จะโยน
ค าถามออกไป”พวกนายระดับเท่าไรแล้ว”
“84”
“87”
“อะไรนะ?! แต่พวกนายเพิ่ง 83 เมื่อไม่กี่วันก่อนหนิ!!”
“ฉันโกหก ยัยทึ่ม”
ลีจีฮเยดูเด็กทั้งสองคนทะเลาะกัน และตอบกลับด้วยการถอน
หายใจยาว”ฉันยัง 79 อยู่เลย…”
ถึงกระนั้นเธอก็สามารถเลื่อนระดับได้อย่างรวดเร็วเพราะเด็ก
สองคนนี้ ด้วยการเลื่อนระดับที่รวดเร็วของเธอในขณะที่เธอขี่
รถบัส มันจึงท าให้พวกเขาไปอยู่ในรายชื่อของบุคคลที่เป็นที่
ต้องการตัวมากที่สุดของนครถัดไป
[แอนดรอย์ ลีจีฮเย – 1888G]
พูดให้ชัดๆ ก็คือเธอคนเดียว จากการเดินทาง เด็กๆ ไม่อาจถูก
โจมตีได้ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ปรากฏตัวในรายชื่อนั้น
“ฉันเดาว่ามันเกี่ยวกับเวลาที่พวกเราหลบหนีจากโลกใบนี้”
“ฉันคิดว่ามันจะจบลงถ้าพวกเราท าลายมันลง พี่สาว”
มันมีหอคอยใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางนครถัดไปที่ชินยูซองก าลังชี้นิ้ว
ไป มันมีเรือประจัญบานจอดอยู่บนหอคอย และทุกๆ ครั้งที่เธอ
มองไปที่มัน ลีจีฮเยก็จะได้รับข้อความจากผู้สนับสนุนของเธอ
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ แนะน าให้คุณเอาสตาร์รีลิคนั่น
มาให้ได้]
“…ประหลาดจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากแม่ทัพที่น่าสงสาร
ของพวกเรา”
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ ไอแห้งๆ]
มันเหมือนกับว่าเธอเข้าใจผู้สนับสนุนของเธอ ใครก็ตามที่ตบ
มือเมื่อได้เห็นเรือนั้นทุกๆ ครั้งก็คงเข้าใจได้ว่าเขามาจากที่ไหน
“ฉันแค่คิดไม่ออกว่าท าไมมันถึงมาจอดอยู่ตรงนั้น…”
หากพวกเขาสามารถควบคุมเรือนั้นได้ ท้องฟ้าของโลกหล้าก็
จะกลายเป็นมหาสมุทรของ ‘เทพสงครามทะเล’
ลีจีฮเยจับด้ามดาบของเธอแน่นและพูดขึ้นมา “ใช่ มันคงสนุก
แน่ถ้าได้เห็นลุงและมาสเตอร์ตกใจขนาดนั้น ไงพรรคพวก?
ท าไมพวกเราไม่เคลียร์มันเลยล่ะ?”
“แน่นอน! มันน่าเบื่อเหมือนกันที่จะใช้บัคไปตลอด!”
“ ใช่แล้ว ลุยเลย”
ทั้งสามได้ข้อสรุปและเริ่มเดินไปยังหอคอย แต่หลังจากนั้น
ข้อความที่ไม่คาดคิดก็ดังขึ้น
[แพทช์ฉุกเฉินได้รับการอัพเดต]
[จากเที่ยงคืนของคืนนี้เป็นต้นไป สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องจะ
‘ปิดระบบ’]
[ตั้งแต่ 00:00 น. – 06:00 น. เด็กอายุต่ ากว่า 18 ปีไม่สามารถ
เข้าใช้สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องได้]
ลีกิลยังและชินยูซองที่ก าลังวิ่งน าหน้าไปอย่างร่าเริงหยุดลงไป
อย่างกะทันหัน
เด็กชายพึมพ าด้วยน้ าเสียงเบาๆ “พ-พี่สาว ฉันง่วง…”
“พี่สาว วิ่ง…!”
เด็กทั้งสองคนผล็อยหลับลงไปหลังจากกล่าวแบบนั้นออกมา ลี
จีฮเยอังมือกับจมูกของทั้งคู่และยืนยันว่าพวกเขายังไม่ตาย
[ผู้เล่นอยู่ในสถานะ ‘ปิดระบบ’]
ส าหรับลีจีฮเย นี่คงเป็นสถานการณ์ที่วุ่นวายที่สุด
“อะไรกัน? ฉันคิดว่าโลกนี้จะสบายๆ แล้วเชียว? ท าไมเรื่อง
แบบนี้ถึงไม่บอกก่อน??”
น่าเสียดาย มันไม่มีเวลาให้เธอมายืนบ่นได้ ประตูของหอคอย
เปิดออกและโดรนหลายร้อยล าก็เริ่มสาดการโจมตีเข้ามาโดย
พร้อมเพรียงกันเพื่อฆ่าเธอ
“…ซวยแล้ว”
ดูเหมือนว่าคืนนี้จะเป็นคืนที่ยาวนานที่สุดส าหรับเธอแล้ว
*
[พื้นที่ความขัดแย้งที่ 113 ยุติลงแล้ว]
[ผลลัพธ์ของพื้นที่ความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องไม่สามารถตัดสินได้]
ความชุลมุนนี้ไม่มีผู้ชนะหรือผู้แพ้ ราชาปีศาจที่ได้รับบาดเจ็บ
หนักประคองกันถอยไป ในขณะที่อูรีเอลที่ก าลังตกใจก็หายไป
จากที่นี่พร้อมกับเทวทูตระดับต่ า สิ่งที่เหลืออยู่มีแค่สมรภูมิอัน
ว่างเปล่าที่เกลื่อนกลาดไปด้วยเศษซากของกองทัพที่แตกพ่าย
“…ฉันไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นแบบนี้” ฮันซูยองพึมพ าด้วย
น้ าเสียงที่ตกตะลึง
สิ่งที่บริษัทของคิมทกจาท าหลังจากเข้าร่วมในพื้นที่ความ
ขัดแย้งก็เรียบง่ายมาก – เข้าร่วมในสงครามระหว่าง ‘ความดี’
และ ‘ความชั่วร้าย’ และจัดการกับผู้เข้าร่วมทุกคนนอกจาก
พวกตัวเอง และจากนั้นก็จะท าให้สงครามไม่มีผู้ชนะ
[ผลการต่อสู้ไม่อาจตัดสินได้]
[ขาดเจตจ านงในการต่อสู้จากผู้เข้าร่วมที่เกี่ยวข้อง]
การต่อสู้ของบริษัทของคิมทกจาไม่ใช่การต่อสู้แลกเป็นแลก
ตาย แต่เป็นเกม การซ้อม หรืออะไรสักอย่างที่ไม่มีผู้แพ้หรือ
ชนะ นั่นเป็นเหตุผลว่าท าไมมันจึงไม่ใช่สงครามระหว่าง ‘ฝ่าย
ดี’ และ ‘ฝ่ายชั่วร้าย’ และย่อมไม่ใช่สงครามระหว่างกลุ่มดาว
และราชาปีศาจด้วย
[พื้นที่ขัดแย้งที่เกี่ยวข้องได้รับการยกเว้นจาก ‘สงครามระหว่าง
กลุ่มดาวและปีศาจ’]
[พื้นที่ความขัดแย้งที่ 113 แห่งใหม่ก าลังรอการเกิดขึ้น]
พลังในการท าลายล้างสมรภูมิ – นั่นคือพลังที่บริษัทของคิมทก
จาครอบครองอยู่ในตอนนี้
“…ผู้สนับสนุนของฉันคงก าลังเศร้าและผิดหวังอยู่แน่”
“คราวนี้มันก็ช่วยไม่ได้หนิ ฮีวอน”
“ถ้าเป็นไปได้ ฉันไม่ต้องการสู้กับอูรีเอลเลย”
“ฉันก็เหมือนกัน”
พร้อมกับใบหน้าที่เสียใจเล็กน้อย จางฮีวอนและลีฮุนซึงมองไป
ยังเหล่าผู้กลับชาติมาเกิดบนสมรภูมิ แม้ว่าคนมากมายจะตาย
และกลับคืนสู่วัฏจักรแห่งการเกิดใหม่ แต่มันก็มีบางคนที่ยัง
สามารถเอาชีวิตรอดอยู่ได้
พวกเขาแบ่ง ‘แก่นแท้แห่งป่าเอลเลี่ยน’ ที่มีอยู่และแจกจ่ายมัน
ให้กับผู้รอดชีวิต คิมทกจาเองก็ก าลังสนับสนุนผู้กลับชาติมา
เกิดที่อยู่โดยรอบทีละคนและช่วยหยุดเลือดของพวกเขาด้วย
การกดจุด
ฮันซูยองพูดขึ้นมาในขณะที่มองไปที่เขา “นายเริ่มต้นเรื่อง
ทั้งหมดนี้ด้วยแผนการที่ชัดเจนแล้วใช่ไหม?”
“ฉันมีแผนเสมอก่อนที่จะเริ่มอะไร”
“งั้นนายก็น่าจะรู้ว่าพวกเราไม่อาจท าแบบนี้ไปได้ตลอด”
เวลาของพื้นที่ความขัดแย้งนี้ถือว่าเป็นโชคดีส าหรับพวกเรา
แต่มันก็ไม่มีการรับประกันว่าพวกเราจะโชคดีในครั้งหน้า
นอกจากนี้มันยังมีสิ่งมีชีวิตในกลุ่มดาวฝ่ายดีหรือราชาปีศาจที่
ความแข็งแกร่งของบริษัทของคิมทกจาไม่อาจรับมือได้อยู่ และ
ถ้าพวกเขาเข้าสู่การต่อสู้ด้วยแล้วล่ะก็ ความแตกต่างที่แสดง
ออกมาคงมีไม่น้อยเลย
อย่างไรก็ตาม คิมทกจาก็ยังแสดงสีหน้าใจเย็น
– พวกเราไม่จ าเป็นต้องรอนานขนาดนั้น มันจะไม่เป็นไร
ฮันซูยองได้ยินเสียงอันผ่อนคลายของเขาผ่านจุดนัดพบระหว่าง
วันและตอบกลับไปด้วยค าถาม
– โอเค แล้วไงต่อ?
– พวกเราแค่ต้องรอจนกว่าคะแนนความโกลาหลจะเกินกว่า
90
[คะแนนความโกลาหลปัจจุบัน 56]
ราวกับว่ามันก าลังรอช่วงเวลานี้อยู่ ข้อความลอยขึ้นมาใน
อากาศ และฮันซูยองก็จ้องไปที่มัน
– มันจะช่วยอะไร? มันฟังดูแตกต่างจากคะแนนความดี/ความ
ชั่วร้ายอยู่นะ?
– เธอพูดถูก
คิมทกจาอธิบายสั้นๆ ว่า ‘คะแนนความโกลาหล’ นี้คืออะไร –
มันจะเพิ่มขึ้นเมื่อทั้ง ‘ความดี’ และ ‘ความชั่วร้าย’ ไม่อาจอ้าง
สิทธิ์ในชัยชนะได้ และพื้นที่แห่งนั้นได้ปิดตัวลง
– จะเกิดอะไรขึ้นถ้าสิ่งนั้นเต็ม
– หายนะแห่งการเปิดเผยจะเริ่มขึ้น
– หายนะแห่งการเปิดเผย? …เดี๋ยวนะ นายก าลังพูดถึง ‘มังกร
แห่งวันสิ้นโลก’ งั้นเหรอ?
มังกรแห่งการท าลายล้างจากหนังสือแห่งการเปิดเผย ทั้งยัง
เป็นที่รู้จักกันในนามมังกรตัวสุดท้ายแห่งการเปิดเผย –
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ‘มังกรแห่งวันสิ้นโลก’
หายนะอันน่าสะพรึงกลัวที่จุติลงมายังสถานการณ์ที่ 95 ในรอบ
ที่ 1863 มันสามารถกวาดล้างกลุ่มดาวแห่งการถ่ายทอดสด
ดวงดาวได้ด้วยการสะบัดหางเพียงครั้งเดียว
คิมทกจาฉีกยิ้มและพยักหน้า
– ใช่ เธอก็รู้จักมัน?
– …นายยังอยากเพิ่มคะแนนความโกลาหลแม้จะรู้แบบนี้เหรอ?
นายบ้าไปแล้วเหรอ? นายจะท ายังไงถ้ามังกรแห่งวันสิ้นโลกฟื้น
ขึ้นมา?? นายลืมไปแล้วเหรอว่าอะไรเกิดขึ้นในรอบที่ 1863?
ถ้ามังกรแห่งวันสิ้นโลกฟื้นขึ้นมาในสถานการณ์นี้ มันก็จะ
ก่อให้เกิดการท าลายล้างที่แม้แต่สงครามระหว่างกลุ่มดาวและ
ปีศาจก็ไม่อาจเทียบได้
อย่างไรก็ตาม คิมทกจาก็ยังมีสีหน้ามุ่งมั่น
– มันจะไม่ฟื้น
– นายรู้ได้ยังไง??
คิมทกจายักไหล่และหันไปมองรอบๆ ในขณะที่เขาตอบค าถาม
ของเธอ เธอก าลังจะเอื้อมมือออกไปและตะโกนใส่เขา แต่ก็มี
คนเข้ามาแทรกซะก่อน
“เธอควรจะเป็นนักเขียน แต่เธอกลับขาดจินตนาการ”
“อะไรนะไอ้บ้า?”
ยูจงฮยอคจับก าปั้นเล็กๆ ของฮันซูยองไว้อย่างง่ายดาย
เธอค ารามออกมาอย่างน่ากลัว “ท าไมนายถึงเข้ามาแทรกคน
อื่น?”
“ฉันไม่อาจทนฟังค าบ่นที่น่าสงสารของเธอได้อีก”
“นายพูดพล่ามอะไรอยู่ฮะ?”
“เขาไม่ใช่คนเดียวที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในการเสื่อมถอยรอบที่
1863”
ฮันซูยองเข้าใจได้ทันทีว่าเขาก าลังพูดอะไร
อันที่จริง คิมทกจาไม่ใช่คนเดียวที่กระโดดไปยังรอบที่ 1863
มันยังมีทูตสวรรค์อีกสองคน และมีหนึ่งคนที่กลับมา
และสิ่งที่เขาหมายถึงก็คือ…
“…เอเด็นเองก็รู้เรื่องนั้นด้วย และเขาก าลังใช้ประโยชน์จาก
ความจริงนี้”
แผนของคิมทกจาค่อนข้างชัดเจน
เมื่อคะแนนความโกลาหลถึง 100 มังกรแห่งวันสิ้นโลกก็จะถูก
ปลดปล่อย และเอเด็นก็รู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าสิ่งมีชีวิตเช่นนั้น
ถูกปลดปล่อยออกมา เนื่องจากมันมีข้อมูลจากรอบที่ 1863
หากพวกเขาต้องการหลีกเลี่ยงชะตากรรมของการถูกท าลาย
งั้นพวกเขาก็ต้องหยุดสงครามนี้ในทันที่
นั่นคือสิ่งที่คิมทกจาต้องการจะสื่อ
ฮันซูยองรู้สึกงุนงงเล็กน้อยในขณะที่มองดูเขาก าลังปลอบใจผู้
กลับชาติมาเกิดด้วยสีหน้าอันใจเย็น
ใครกันที่จะสามารถคุกคามเนบิวลาใหญ่ได้?
“เขาร้ายกาจจริงๆ เขา… เขาแค่บอกให้พวกเขาเลือกระหว่าง
การเอาชีวิตรอดไปด้วนกัน หรือย่อยยับไปด้วยกัน!”
“หากมันได้ผล มันก็คงจะเป็นแบบนั้น อย่างไรก็ตามอนาคตที่
พวกเราจะถูกฆ่าก็เกิดขึ้นได้เหมือนกัน”
การแสดงออกของยูจงฮยอคแข็งขึ้นในขณะที่เขาก าลังเช็ดดาบ
ปีศาจทมิฬ มันเป็นการแสดงออกที่จริงจังและสง่างามที่สุดที่
เขามีได้ในขณะนั้น
เธอสามารถเห็นความเด็ดเดี่ยวของเขาจากการแสดงออกนั้นได้
เป็นไปได้ว่าในหัวของเขาเต็มไปด้วยความคิดต่างๆ ที่เลวร้าย
ที่สุด
ฮันซูยองบ่นเสียงดัง “การจินตนาการถึงอนาคตที่น่ากลัวเป็น
นิสัยที่ไม่เหมือนใครของผู้เสื่อมถอยงั้นเหรอ?”
“การจินตนาการถึงสิ่งที่เลวร้ายที่สุดเท่านั้นที่จะท าให้เธอ
เตรียมพร้อมรับมือกับผลที่ตามมาได้”
“บางคนอาจจะคิดว่านายเสื่อมถอยไปเป็นหมื่นๆ ครั้งแล้วก็ได้
ถ้าพวกเขาได้ยินที่นายพูด”
“ในจักรวาลอื่นๆ มันอาจจะเกิดขึ้นแล้วก็ได้”
“…นายไม่รู้จักการพูดอย่างอื่นบ้างเหรอ” ฮันซูยองฉีกยิ้ม และ
เธอก็เบนสายตากลับไปยังคิมทกจาในระยะไกล
เขายังคงวนเวียนกับสิ่งที่ท าให้เธอนึกถึงการมองดูว่าวที่สั่นไป
มาเมื่อเผชิญหน้ากับสายลม
เฉกเช่นที่เธอไม่อาจอ่านภายในของว่าวอันว่างเปล่าได้ เธอเอง
ก็ไม่สามารถอ่านความคิดของคิมทกจาได้ บางครั้งเธอก็รู้สึกว่า
เธอสามารถท าได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากอากาศที่รั่ว
ออกมาจากว่าวนั้น
ท าไมเธอถึงต้องไว้ใจผู้ชายคนนั้นด้วย?
บางทีคนที่เธอไม่อาจเข้าใจได้จริงๆ ก็อาจเป็นตัวเธอเอง ท าไม
เธอถึงต้องต่อสู้ร่วมกับคิมทกจาด้วย?
เธออาจจะหาค าตอบได้ถ้าเธอใช้ ‘การท านายลอกเลียนแบบ’
แต่ฮันซูยองก็จงใจไม่ใช้ เธอคิดว่าเธอควรจะไม่ท าแบบนั้น
เธอมองไปยังด้านข้างและพบกับยูจงฮยอคที่ก าลังจ้องมองไป
ยังที่เดียวกันกับเธอ
“เฮ้ ฉันขอถามอะไรนายหน่อย”
“มันน่าแปลกนะที่เธอยังเข้าใจผิดว่าฉันจะตอบเธอจริงๆ”
“ใช่ นายมันหนึ่งในสหายหัวดื้อของฉัน ฉันหมายความว่านาย
จะไม่ร่ าร้องด้วยความเจ็บปวดสักครั้งหลังจากที่นายโดน
ทรมานอย่างหนักในช่วง ‘หมู่เกาะไคเซนิกซ์’”
การแสดงออกของเขาแข็งที่อไป “พอมาคิดดูแล้ว เธออยู่
เบื้องหลังเรื่องนั้นใช่ไหม?”
“ฉันไม่ได้สั่งมัน แต่ยูริที่แสนจะใจดีของฉันเข้าใจจิตใจของฉัน”
[เรื่องราว ‘ราชาแห่งไคเซนิกซ์’ พยักหน้าช้าๆ]
ยูจงฮยอคไม่เคยเปิดเผยตัวตนหรือข้อมูลของเขาเลยแม้ว่าเขา
จะถูกทรมานอย่างรุนแรงจากยูริ
ฮันซูยองปัดก้นของเธอและลุกขึ้น “ไม่ว่ายังไงนายก็โอเคกับ
เรื่องนี้จริงๆ ใช่ไหม? นายพยายามฆ่าคิมทกจาเมื่อก่อนหน้านี้ห
นิ?”
“มันไม่เกี่ยวกับเธอ”
“ผู้ชายอย่างนายนี่ไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ เลย นั่นหมายความว่า
นายไม่เปลี่ยนใจ แต่ก็ไม่ได้คิดที่จะฆ่าเขาตั้งแต่แรก…”
“…”
“อืม งั้นใครเป็นคนใส่ไข่นาย? เมทาทรอนเหรอ?”
คิ้วหนาของยูจงฮยอคกระตุกเล็กน้อยเมื่อชื่อของเมทาทรอนถูก
ยกขึ้นมา
“หืม งั้นมันก็เกี่ยวข้องกัน”
“…ดูเหมือนว่าเธอจะท าการบ้านมาแล้วนะ”
“ฉันไม่มีเวลาว่างจะท าแบบนั้นหรอก เหอะ ฉันแค่พูดขึ้นมา
เพราะจู่ๆ นายก็พูดถึงเอเด็น นายก็รู้… แต่หลังจากได้เห็น
ปฏิกิริยาของนาย ฉันก็เดาว่า ‘เมทาทรอน’ ไม่ใช่ตัวกระตุ้น
หลักแล้ว”
พลังการคาดเดาของฮันซูยองท าให้คิ้วของยูจงฮยอคกระตุกใน
คราวนี้
“หืม ใครกันน๊า… ใครที่สามารถท าให้ผู้เสื่อมถอยอันมีค่าของ
เราหัวเสียได้แบบนี้…?”
“เขาไม่ใช่คนที่คนอย่างเธอจะรู้”
“ใช่ ฉันรู้แล้ว มันคือนักเขียนลับใช่ไหม?”
ยูจงฮยอคเงยหน้าขึ้นมองฮันซูยองที่ก าลังยืนอยู่
ริมฝีปากของเธอกระตุกราวกับว่าจะบอกว่าท าไมนายต้อง
ประหลาดใจแบบนั้น”เฮ้ ฉันไม่ใช่คนโง่นะ ฉันจะบอกให้รู้ไว้นะ!
ฉันสามารถเดาได้ง่ายๆ เลยว่ามันมีอะไรอยู่ในหัวของนาย”
[อวตาร ‘ฮันซูยอง’ ใช้ ‘การท านายลอกเลียนแบบ’]
“พูดให้ชัดๆ มันวุ่นวายมาก”
เรื่องราวที่มีเป็นร้อย เป็นพัน หรืออาจจะเป็นหมื่นที่ฮันซูยองได้
รวบรวมมานั้นก าลังท านายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น
มันเป็นตาของยูจงฮยอคจะถามบ้างแล้ว “เธอรู้อะไรเกี่ยวกับ
นักเขียนลับ?”
“เทพเจ้าภายนอกที่สุดแสนจะทรงพลัง ใช่ไหม?”
เขาท าหน้าผิดหวังเล็กน้อยก่อนที่จะพูดด้วยน้ าเสียงที่มั่นใจ”…
ฉันเข้าใจแล้วว่าแม้แต่คนโง่นับพันคนมารวมตัวกัน พวกเขาก็
ไม่อาจกลายเป็นอัจฉริยะเพียงคนเดียวได้”
“นายอยากตายเหรอ?? ได้ นายรู้เหรอว่าเขาเป็นใคร?”
“มีอยู่คนหนึ่งที่ฉันคิดได้”
“โอ้โห? ใครกัน?”
แทนที่จะตอบค าถามของเธอในทันที่ ยูจงฮยอคได้นึกถึงความ
ทรงจ าของเขาแทน“…หมอนั่นรู้ประวัติศาสตร์ของฉันทั้งหมด
จากการเสื่อมถอยรอบที่ 0 ไปจนถึงอนาคตอันไกลโพ้นที่เป็นสิ่ง
ที่แม้แต่ฉันยังไม่เคยเจอ”
“ห-หืม…”
“หากการคาดเดาของฉันถูกต้องล่ะก็ มันก็มีแค่ตัวตนเดียว
เท่านั้นจากเส้นโลกทั้งหมด”
ฮันซูยองพยักหน้าเห็นด้วย “ก็ฟังดูใช่ มีแค่คนเดียวที่มีความ
เป็นไปได้สูงพอ”
พวกเขาสองคนมองหน้ากันสักพัก ก่อนที่จะพึมพ าค าตอบที่
ตัวเองคิดออกมา
อย่างไรก็ตาม…
“…นายบอกว่าใครนะ?”
“เรื่องไร้สาระนี่มันอะไร?”
ค าตอบของพวกเขาแตกต่างกัน
(จบตอน)