มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 386 – สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ (2)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 386 – สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ (2)
คนแรกที่ส่งเสียงออกมาคือฮันซูยอง “อะไรกัน? นายคิดแบบ
นั้นได้ยังไง? สมองของนายมีปัญหาจากการเสื่อมถอยงั้น
เหรอ?”
“หุบปากไปซะ การคิดว่านักเขียนจะสามารถคิดอะไรแบบนี้
ช่างขัดหูจริงๆ”
เธอและยูจงฮยอคค ารามและถลึงตาใส่กัน
และคนแรกที่ถอยคือฮันซูยอง “ฟู่วว… การเสื่อมถอยสามครั้ง
อาจจะท าให้จิตใจของนายสับสนและท าให้นายคิดอะไรแปลกๆ
งั้น… นายก าลังบอกว่า ‘นักเขียนลับ’ คือคิมทกจาจากอนาคต
งั้นเหรอ?”
“นั่นคือสิ่งที่ฉันคิด”
“อืม ก็ได้ มันก็ไม่ใช่จะเป็นไปไม่ได้เลย เรื่องบ้าๆ แบบไหนก็
เกิดขึ้นได้ในการถ่ายทอดสดดวงดาว และ…”
ฮันซูยองก าลังจะกล่าวว่า ‘แม้แต่นิยายก็ยังกลายเป็นความจริง
ได้’ แต่ก็รีบกลืนค าเหล่านั้นกลับไปอย่างรวดเร็ว แม้ว่ามันจะ
เป็นเรื่องจริง แต่เธอก็คิดว่าเรื่องแบบนี้ไม่ควรพูดถึงต่อหน้ายู
จงฮยอค
ดังนั้นเธอจึงพูดอย่างอื่นแทน “มันไม่เร็วไปเหรอที่จะถาม
นักเขียนลับ? นายได้พยายามยืนยันมันรึยัง?”
เขาพยักหน้า “ฉันมีข้อตกลงกับเขา ถ้าฉันท าบางสิ่งให้กับเขา
เขาจะตอบค าถามของฉันหนึ่งข้อ”
“นายถามอะไรเขา”
“ฉันถามว่าตัวตนของเขาคือคิมทกจาจากอนาคตใช่ไหม”
“แล้วไงต่อ?”
“เขาบอกว่าเขาไม่ใช่”
“งั้นท าไมนาย…”
“ฉันบอกให้เขาอธิบาย เขากล่าวว่า ‘กาลครั้งหนึ่ง ข้าอาจจะ
เป็นใครบางคน แต่ตอนนี้ ข้าไม่ใช่ใครเลย’”
…อาจจะเป็นใครบางคน แต่ตอนนี้ไม่ใช่ใครเลย?
ฮันซูยองตระหนักได้อย่างรวดเร็วถึงสิ่งผิดปกติกับค าพูด
เหล่านั้น
นักเขียนลับไม่ได้ปฏิเสธตรงๆ ว่าเขาคือคิมทกจาจากอนาคต
ไม่สิ สิ่งที่เขาพูดนั้นใกล้เคียงกับ ‘ข้าอาจจะเป็นคิมทกจา หรือ
ไม่ใช่ก็ได้’ มากกว่า
ถึงอย่างนั้นยูจงฮยอคก็ไม่ละทิ้งการคาดเดาของเขา
ฮันซูยองถามอีกครั้ง “นั่นคือทั้งหมดที่นายถามเขา?”
“เขารู้การเสื่อมถอยทั้งหมดที่ฉันผ่านมา”
เขาคือบางสิ่งเมื่อครั้งหนึ่ง แต่ในตอนนี้กลับเป็นแค่ ‘นักเขียน
ลับ’ สิ่งมีชีวิตที่รู้จักการเสื่อมถอยทุกๆ รอบของยูจงฮยอค
“มีอะไรอีกไหม?”
“ไม่มี”
“นายล้อฉันเล่นรึเปล่า? นายต่อสู้อย่างบ้าคลั่งแบบนั้นเพื่อถาม
เขาแค่นั้นเหรอ?” ฮันซูยองตะโกนใส่เขาในขณะที่หอบเหมือน
วัวคลั่ง”เขาไม่อยู่ในการเสื่อมถอยรอบที่ผ่านมาของนายใช่
ไหม? ถ้านายไม่อาจหาตัวตนที่แท้จริงของเขาได้ อย่างน้อย
นายก็ควรจะพยายามหาข้อมูลอื่นจากเขา!”
“…ฉันได้ยินว่าเป้าหมายของเขาคืออะไร”
“อะไร?”
“เขาบอกว่ามีบางสิ่งที่เขาต้องการเปลี่ยน และบางคนที่เขา
ต้องการสังหารด้วย”
มันให้ความรู้สึกราวกับว่ายิ่งเธอได้ฟังเท่าไร เธอก็ยิ่งถูกดูดเข้า
ไปในบึงมากยิ่งขึ้น ด้วยการพลิกค าว่า ‘คนที่เขาต้องการ
สังหาร’ มันจะกลายเป็นค าว่า ‘คนที่เขาไม่อาจสังหารได้’
มันมีสิ่งชีวิตในระดับที่แม้แต่ตัวตนสุดหยั่งถึงอย่าง ‘นักเขียน
ลับ’ ยังไม่อาจท าอะไรด้วยได้เหรอ?
“นั่นคือทั้งหมดที่ฉันได้ยินจากเขา นั่นคือค าถามทั้งหมดที่ฉัน
ได้รับอนุญาตให้ถาม”
“นายขุดข้อมูลมาอีกไม่ได้เหรอ?”
“แบบนั้นฉันต้องท าข้อตกลงกับเขาอีก ถ้าฉันท า ฉันก็คงต้อง
แบกรับภาระที่หนักยิ่งกว่าครั้งที่ผ่านมา” ยูจงฮยอคกล่าวและ
เบนสายตาขึ้นไปยังท้องฟ้า
เธอเงยหน้าขึ้นด้วยและเปิดใช้งาน ‘จุดนับพบระหว่างวัน’
– เขาก าลังมองพวกเราอยู่เหรอ?
– ฉันไม่อาจสัมผัสถึงสายตาของเขาได้
นั่นเป็นผลลัพธ์ที่น่าผิดหวังเล็กน้อย พวกเขาก าลังพูดคุยกัน
อย่างเปิดเผยในลักษณะนี้เพื่อให้คนในค าถามได้ยินพวกเขา
แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ดูพวกเขาอยู่เลย เธอควรจะพูดว่ามัน
ไม่เหมือนกับนักเขียนลับเลยใช่ไหม?
ฮันซูยองกล่าว
– อืม มีปัญหาแล้วสิ ถ้าเทพเจ้าในระดับนั้นตัดสินใจที่จะบุก
เข้ามาตอนจังหวะส าคัญ งั้นไม่ว่าแผนการของพวกเราจะดีแค่
ไหน มันก็จะไร้ประโยชน์แน่ๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่บนเวทีที่ส าคัญอย่าง ‘สงคราม
ระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ’ ถ้าตัวแปรเล็กๆ สามารถพลิกคว่ า
กระดานได้ มันก็ไม่มีทางเลยที่เธอจะไม่เป็นกังวลกับมัน
อย่างไรก็ตาม ความคิดของยูจงฮยอคก็ต่างไปจากเธอ “เขา
น่าจะไม่เข้ามาแทรกแซงเป็นการส่วนตัว”
“อะไรท าให้นายคิดอย่างนั้น?”
“หลักฐานคือเขาใช้ฉันหรือคิมทกจาเพื่อท าตามแผนการของ
เขา ถ้าเขาสามารถลงมือได้เอง เขาก็คงท าไปแล้ว ตัวตนใน
ระดับเขาคงจะต้องใช้ความเป็นไปได้จ านวนมหาศาลแน่ถ้าเขา
จะลงมือ”
“…ก็สมเหตุสมผล ใครจะรู้ว่ามันจะมีตอนที่ฉันขอบคุณไอ้ความ
เป็นไปได้บัดซบนี่จริงๆ?”
“เอาล่ะ ฉันก็มีอะไรจะถามเธอ”
“หืม?”
“ฉันยังไม่ได้ยินสมมติฐานขัดหูของเธอเลย ท าไมเธอถึงบอกว่า
นักเขียนลับคือ ‘คนๆ นั้น’…?”
ค าถามของยูจงฮยอคเรียกรอยยิ้มจากฮันซูยองได้ “อะไร? ฉัน
คิดว่านายไม่สนใจซะอีก แต่ฉันเดาว่ามันคงไปกวนใจนาย
สินะ”
“เธอไม่เคยพูดอะไรที่ไม่มีประโยชน์”
ก่อนที่เขาจะคว้าด้ามดาบเย็นของเขาไว้ได้ น้ าเสียงอันเจ้าเล่ห์ก็
ลอยมาหาพวกเขาจากบริเวณใกล้ๆ “พวกนายสองคนดูมี
ความสุขกันจังนะ”
สายตามุ่งร้ายของคนทั้งคู่กวาดไปหาคิมทกจาอย่างรวดเร็ว
เขาเผยรอยยิ้มอันขมขื่นและก าลังจะโบกมือพร้อมกับถอยไป
แต่ข้อความสถานการณ์ก็ลอยขึ้นมาในอากาศซะก่อน
[พิกัดของพื้นที่ความขัดแย้งที่ 113 แห่งใหม่ถูกก าหนดแล้ว]
สายตาของคนทั้งกลุ่มจดจ้องไปยังคิมทกจา ในที่สุดเวลาที่จะ
เคลื่อนไหวอีกครั้งก็มาถึงแล้ว
“เอาล่ะ ไปลุยกันอีกสักตั้งเถอะ”
ราวกับว่าพวกมันก าลังรออยู่ เรื่องราวแห่งบริษัทของคิมทกจา
เริ่มส่งเสียงดังออกมา
[เรื่องราวใหม่ก าลังแตกหน่อในราชาปีศาจ ‘ราชาปีศาจแห่ง
การหลุดพ้น’!]
[ลิสต์รายชื่อส าหรับค าขยายที่สองของ ‘ราชาปีศาจแห่งการ
หลุดพ้น’ ถูกสร้างขึ้น]
*
อันดับที่สองแห่งโลกปีศาจถูกเรียกด้วยค าขยายที่หลากหลาย
‘ผู้ปกครองแห่งนรกตะวันออก’, ‘ตัวแทนแห่งโลกปีศาจ’ หรือ
‘ผู้ท าลายล้างความศักดิ์สิทธิ์’
แม้ว่าเขาจะมีหลากหลายนาม แต่มันก็มีชื่อจริงเพียงหนึ่งเดียว
ส าหรับเขา
นายเหนือแห่งอาณาจักรปีศาจที่สอง อากาเรส
นับตั้งแต่นายเหนือแห่งอาณาจักรปีศาจที่หนึ่งได้หายตัวไป
อย่างกะทันหัน อากาเรสก็ได้ปกป้องโลกปีศาจมานับพันปี เขา
ตัดหัวของเหล่าทูตสวรรค์ที่น้ าลายสอมายังดินแดนของเขา
และปกป้องเหล่าเรื่องราวที่ยอมให้ ‘ความชั่วร้าย’ มีตัวตนอยู่
ในขณะเดียวกันเขาก็ทดสอบคุณสมบัติของ ‘ความชั่วร้าย’
จ ากัด และแม้กระทั่งปกครองมัน ความสนใจของเขาทั้งหมด
อยู่กับแค่ค าถามเพียงข้อเดียว
‘ความชั่วร้าย’ มีตัวตนอยู่เพื่ออะไร?
ทุกๆ ครั้งที่เขาฉีกกระชากสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นชิ้นๆ เขาจะหมกมุ่น
อยู่กับค าถามนั้น มันไม่ส าคัญว่าค าตอบนี้จะมีค าถามหรือไม่ ไม่
สิ ค าถามนั้นเป็นแค่เชื้อเพลิงส าหรับเขาเท่านั้น
[พื้นที่ความขัดแย้งที่ 113 ถูกบังคับให้ยุติลง]
[พื้นที่ความขัดแย้งที่ 114 ถูกบังคับให้ยุติลง]
อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นปรากฏการณ์
ดังกล่าวในช่วงหลายพันปีที่เขามีชีวิตอยู่
– ทุกคน อดทนอีกหน่อย!
– พวกเราจะปราบพวกมันได้หมดแล้ว!
มันมีคนก าลังช่วยเหล่าผู้กลับชาติมาเกิดจากสมรภูมิอัน
โกลาหล สิ่งมีชีวิตที่ถูกสังเวยโดยไม่ค านึงถึงผลของมหา
สงครามระหว่างความดีและความชั่วร้ายก าลังถูกช่วยโดยใคร
บางคน
ปกติแล้วการกระท าเช่นนี้คงจะสอดคล้องกับฝ่าย ‘ความดี’
อย่างไรก็ตาม ปัญหาก็คือราชาปีศาจตนนั้นเป็นผู้รับผิดชอบใน
การกระท าทั้งหมดนั้น
[คะแนนความโกลาหลเพิ่มขึ้น 4]
[คะแนนความโกลาหลปัจจุบัน 60]
[ค าเตือน! คะแนนความโกลาหลมีมากกว่า 60!]
ความโกลาหล มันไม่ใช่ทั้งความดีและความชั่วร้าย มันเป็นสิ่งที่
มีตัวตนอยู่นอกเหนือจากความเป็นไปได้ของโลกและความเป็น
ธรรมชาติของมัน
[เจ้าต้องการเพิ่มคะแนนความโกลาหลและหยุดสงคราม
ระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจงั้นเหรอ?]
เขาสีแดงเข้มงอกลงมาจากหมวกบนศีรษะของอากาเรส ซึ่ง
เป็นลักษณะเฉพาะเมื่อเขาก าลังขบคิดอะไรบางอย่าง
[หยุดการท าลายล้างขนาดเล็กด้วยการคุกคามของการท าลาย
ล้างที่ใหญ่ยิ่งกว่า มันช่างเป็นความคิดที่มีแต่ ‘ราชาปีศาจแห่ง
การหลุดพ้น’ เท่านั้นจริงๆ ที่จะคิดได้]
คนที่ออกความเห็นคือ ‘ปีศาจแห่งความโกรธเกรี้ยวและ
ตัณหา’ แอสโมเดียส
อากาเรสพูดพร้อมกับนิ้วที่แกว่งไปมาบนบัลลังก์ [ท าไมเขาถึง
ไม่เข้าข้าง ‘ความชั่วร้าย’? แน่นอนว่าเขาจะไม่แพ้แน่ๆ ถ้าเขา
เข้าร่วมฝ่ายนี้]
[เมื่อสงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจนี้สิ้นสุดลง ‘ไคล
แม็กซ์’ ของเขาจะเสร็จสมบูรณ์ นอกจากนี้มันยังหมายความ
ว่า ■■ ที่เขาแสวงหาจะไม่ได้อยู่บนเส้นทางของความชั่วร้าย]
[ถึงกระนั้น เขาก็ดูไม่ได้แสวงหา ■■ ของความดีด้วยเช่นกัน]
นี่เป็นสถานการณ์ที่น่าอึดอัดมากกว่าการที่เขาเลือกฝ่ายดีหรือ
ฝ่ายชั่วร้าย
อากาเรสถามอีกครั้ง [เจ้าคิดว่าไง?]
[เมทาทรอนจะลงมือก่อนพวกเรา มันไม่มีทางที่เทวทูตเฒ่าผู้
กระหายสงครามยิ่งกว่าใครจะปล่อยให้แผนการที่รอบคอบของ
เขาถูกโยนลงสู่ความโกลาหล]
แทบจะในทันทีที่ค าพูดของเขาจบลง ข้อความบรรทัดหนึ่งก็
มาถึงผ่านการส่งสัญญาณของราชาปีศาจ
– อากาเรส ข้ามีเรื่องอยากจะหารือกับเจ้า
มุมปากที่ฉีกขาดของอากาเรสขดตัวเป็นรอยยิ้ม
– เมทาทรอน ข้ามั่นใจว่าพวกเราไม่ได้มีความสุขกับ
ความสัมพันธ์ที่พวกเราสามารถคุยกันได้อย่างผ่อนคลายใน
เวลาเช่นนี้
ผู้ครองอ านาจสูงสุดในโลกปีศาจและเอเด็นก าลังพูดคุยกันแบบ
เห็นหน้าผ่านหน้าจอ เพียงแค่การสบสายตาของพวกเขา
ประกายแสงแห่งความเป็นไปได้อันทรงพลังก็แทบจะระเบิด
ออกมาแล้ว
– ข้าไม่รังเกียจที่จะคุยเล่นกับเจ้านะ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าข้า
จะต้องยืมพลังของเจ้าสักหน่อย
– เจ้าเคยได้ยินเรื่องราวที่ความดีและความชั่วร้ายร่วมมือกัน
ไหม?
– อืม เรื่องราวแห่งความชั่วร้ายจะพยายามบรรลุเป้าหมายของ
มันด้วยวิธีการใดก็ได้ นั่นเป็นเรื่องปกติใช่ไหม?
แม้หลังจากได้ยินน้ าเสียงประชดประชันของอากาเรส แต่เมทา
ทรอนก็ยังสงบนิ่งอยู่
– มันมีเนบิวลาวัยเยาว์อยู่แห่งหนึ่ง หนุ่มสาวต่างเชื่อว่าพวก
เขาคือจุดศูนย์กลางของโลก
มันค่อนข้างชัดเจนว่าใครคือหนุ่มสาวในเรื่องราวสั้นๆ นี้ อากา
เรสหัวเราะเบาๆ และตอบกลับ
– เจ้าใช้สายด่วนเพื่อที่เจ้าจะได้เหยียบย่ าเนบิวลาเล็กๆ แค่นั้น
เหรอ ตลกจริงๆ
– หากสิ่งต่างๆ ผิดที่ผิดทางไป งั้นแม้แต่สงครามระหว่างกลุ่ม
ดาวและปีศาจก็อาจจะพังทลายลงได้เพราะเนบิวลาเล็กๆ นั้น
– เจ้าต้องการปลูกฝังวินัยในตัวพวกเขาในฐานะผู้อาวุโสของ
การถ่ายทอดสดดวงดาวงั้นเหรอ? ความเป็นอาวุโสของเจ้า
ยังคงอยู่อีกเหรอ
– ถ้าจะพูด ข้าก็แค่อยากจะสอนถึงวิถีทางที่แท้จริงของโลก
ให้กับพวกเขา
– ข้าปฏิเสธ ข้าไม่จ าเป็นต้องร่วมมือกับคนอย่างเจ้า เพราะการ
บดขยี้เนบิวลาเล็กๆ แบบนั้นไม่ได้ส าคัญอะไรกับข้า
– ข้าไม่ได้เสนอให้เราจับมือกัน
– งั้นอะไร?
แทนที่จะตอบกลับด้วยวาจา เมทาทรอนลอยไม้กางเขนเล็กๆ
ไว้เหนือมือของเขาแทน มันลอยขึ้นไปในอากาศและหมุนวนไป
รอบๆ
– บริษัทของคิมทกจาสามารถท าลายสมรภูมิได้เนื่องจาก
ข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขาใช้ประโยชน์จากกองก าลังที่สมดุล ซึ่ง
พลังของแต่ละฝั่งนั้นเท่ากัน
– แล้วไง?
– แต่จะเป็นยังไงถ้ามันเป็นการต่อสู้ที่สมดุลถูกพังทลายลง
ตั้งแต่แรก?
เมทาทรอนพัดไม้กางเขน และเมื่อเขาท าแบบนั้น แกนการหมุน
ของมันก็ถูกรบกวนเล็กน้อยและเริ่มหมุนอย่างไม่แน่นอน อากา
เรสถามราวกับว่าเขาไม่พอใจบางสิ่ง
– เจ้าก าลังบอกให้พวกเราสร้างสมรภูมิที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
เสียเปรียบตั้งแต่แรก?
– ใช่แล้ว
ถ้าก าลังรบของทั้งสองฝ่ายไม่สมดุลกัน บริษัทของคิมทกจาก็
ต้องพยายามท าให้มันเอนเอียงไปยังอีกฝั่งให้ได้ ถ้ามันเอนเอียง
ไปทางความชั่วร้าย พวกเขาก็ต้องท าให้มันเอียงไปทางความดี
และถ้ามันเอนเอียงไปทางความดี พวกเขาก็ต้องผลักมันกลับไป
ยังความชั่วร้าย
หากสถานการณ์พลิกผันไปแบบนั้น มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะ
จัดการกับพื้นที่ความขัดแย้ง และบริษัทของคิมทกจาก็ต้อง
เผชิญหน้ากับการท าลายล้าง
– และเจ้าต้องการเริ่มการต่อสู้โดยที่ใครเป็นฝ่ายเสียเปรียบ?
– อย่างน้อยพวกเราควรเล่นเรื่องนี้อย่างยุติธรรม หากพวกเรา
สร้างพื้นที่ความขัดแย้งที่ฝ่ายความชั่วร้ายเสียเปรียบ งั้นข้าก็
จะสร้างอีกพื้นที่ที่ฝ่ายความดีเสียเปรียบ
– น่าสนใจ ข้าเดาว่าเจ้าคงอยากจะฆ่าพวกเขาแม้ว่าจะต้อง
เสียสละทูตสวรรค์ไปบ้างก็ตาม
– พวกเราไม่อาจนั่งดูคะแนนความโกลาหลเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ
แบบนี้ได้ นอกจากนี้ ด้วยการสร้างพื้นที่ความยัดแย้งหลายๆ
จุด พวกเราก็จะกระจายตัวบริษัทของคิมทกจาไปได้
– แล้วถ้าพวกเขาไม่ตอบสนองต่อการยั่วยุนี้ล่ะ?
– ไม่ใช่ว่านั่นก็เพียงพอแล้วเหรอ?
ดวงตาของเมทาทรอนบนหน้าจอส่องสว่างด้วยแสงสีขาว
– หากพวกเขาไม่ตอบสนอง งั้นผู้ชนะของสงครามนี้ก็จะลงเอย
ด้วยความดีและความชั่วร้าย
*
[ประตูสู่พื้นที่ความขัดแย้งที่ 115 เปิดออกแล้ว!]
[ประตูสู่พื้นที่ความขัดแย้งที่ 116 เปิดออกแล้ว!]
[ประตูสู่พื้นที่ความขัดแย้งที่ 117…!]
ผมหัวเราะเบาๆ ในขณะที่ดูประตูเปิดออก
ผมรู้ ไม่มีทางที่เมทาทรอนหรืออากาเรสจะปล่อยให้เป็นแบบนี้
ต่อไป
จางฮีวอนมองไปยังประตูมิติที่ปรากฏขึ้นและหายไป จากนั้นก็
ถาม”ทกจา เกิดอะไรขึ้น?”
“พวกเราเริ่มพื้นที่ความขัดแย้งหลายๆ แห่งพร้อมกัน”
“แต่มันเป็นไปได้เหรอ?”
“เดิมทีก็ไม่ แม้ว่ามันจะเป็นพื้นที่ความขัดแย้งปกติ แต่มันก็ไม่
อาจเริ่มต้นและจบลงได้อย่างรวดเร็วขนาดนั้น เธอก็รู้”
[พื้นที่ความขัดแย้งที่ 115 ยุติลง]
[พื้นที่ความขัดแย้งที่ 116 ยุติลง]
พร้อมกับสมรภูมิที่ปิดฉากลงในทันที่ ข้อความของสถานการณ์
ก็ลอยขึ้นไปในอากาศด้วย
+
[สถานะปัจจุบันของความก้าวหน้าของมหาสงคราม]
คะแนนฝ่ายดี: 57
คะแนนฝ่ายชั่วร้าย: 57
คะแนนความโกลาหล: 60
+
ความฝ่ายดี/ชั่วร้ายทะยานขึ้นไปอย่างรวดเร็วราวกับจะชิงชัย
กับคะแนนความชั่วร้ายที่พวกเราท าไว้ คนที่ลุกจากที่นั่งขึ้นมา
เป็นคนแรกคือลีฮุนซึง
“พวกเรานั่งอยู่เฉยๆ ไม่ได้แล้ว” เขาก าหมัดแน่นและพูดต่อ”
มันจะต้องมีผู้กลับชาติมาเกิดที่ต้องเสียสละในสมรภูมิเหล่านั้น”
“แน่นอนว่ามี แต่ถ้าพวกเราเข้าไป พวกเราจะตายกันหมด”
ฮันซูยองตอบพร้อมกับกัดเล็บของเธอ
“…อะไรนะ?”
“นายไม่เข้าใจเหรอ? มันเป็นกับดัก พวกเขาตัดสินใจท าลาย
พวกเราทั้งหมด”
ลีฮุนซึงจ้องมองมาที่ผมด้วยความมึนงง และผมก็พยักหน้า
ให้กับเขา”ฮันซูยองพูดถูก มันเป็นไปได้ว่าพวกเราจะถูกโจมตี
ในทันทีที่เข้าไป”
“มันก็จบแบบเดียวกันแม้ว่าพวกเราจะไม่เข้าไป”
ความซับซ้อนของกลุ่มกลายเป็นความเศร้าโศกหลังจากได้ยิน
ค าพูดของยูจงฮยอค
ในปัจจุบัน สมาชิกของบริษัทของคิมทกจาถูกแยกออกเป็น
ความดีและความชั่วร้าย
หากผู้ชนะของสงครามได้รับการตัดสิน ฝ่ายที่แพ้ก็จะต้องพบ
กับโชคชะตาอันน่าสะพรึงกลัว มันชัดเจนว่าร่างอวตารของ
พวกเขาต้องถูกลบตัวตนไป และแม้ว่าจะโชคดีและพวกเขาได้
กลายเป็นดวงวิญญาณ แต่พวกเขาก็ยังต้องทนทรมานด้วย
ความร้อนของขุมนรก และอัตตาของพวกเขาก็จะถูกท าลายใน
ที่สุด
พวกเราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเข้าร่วมการต่อสู้
“…มันก็ช่วยไม่ได้นะ ฉันเดาว่างั้น”
บางครั้งพวกเราก็ต้องเดินหน้าต่อแม้จะรู้ว่ามันเป็นกับดัก
ผมรีบแบ่งสมาชิก “ฮีวอนกับฮุนซึงไปเข้าร่วมในพื้นที่ความ
ขัดแย้งที่ 11 ซูยองกับจงฮยอค พวกนายสองคนไปยังประตูที่
119…”
“เฮ้ เดี๋ยวก่อน แล้วนายล่ะ?”
“ฉันจะไปยังประตูที่ 121 คนเดียว”
ยูจงฮยอคเหลือบมองผมและจับดาบของเขาโดยไม่พูดอะไร
ดังนั้นผมจึงต้องรีบอธิบาย
“ม-ไม่ ฉันไม่ได้บอกว่าฉันจะไปคนเดียวจริงๆ”
“งั้นนายจะไปกับใคร?”
“คนที่จะมาเป็นพันธมิตรของพวกเรา”
คราวนี้เป็นฮันซูยองที่จ้องมาที่ผม “ใคร? ใครอยากจะมาเป็น
พันธมิตรกับพวกเราในสถานการณ์ปัจจุบัน?”
อันที่จริง ตามปกติแล้วคงไม่มีใครอยากจะมาอยู่ฝ่ายของเรา
อย่างไรก็ตาม ถ้าความคิดของผมถูกต้อง มันต้องมีอย่างน้อย
หนึ่งคน ไม่สิ สองคน
[เนบิวลา ‘ยมโลก’ ก าลังรอคุณอยู่]
ผมยิ้มและตอบ “พ่อ แม่”
(จบตอน)