มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 387 – สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ (3)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 387 – สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ (3)
หลังจากกล่าวค าลาสั้นๆ กับสหายของผม ผมก็ส่งข้อความไป
ยังยมโลกในทันที่ ส่วนค าตอบนั้นก็ถูกส่งกลับมาในเวลาไม่นาน
[กลุ่มดาว ‘บิดาแห่งรัตติกาล’ อนุญาตให้คุณเข้ามา]
[กลุ่มดาว ‘ราชินีแห่งวสันต์มืดมิด’ อนุญาตให้คุณเข้ามา]
[เนบิวลา ‘ยมโลก’ เปิดประตูมิติเพื่ออัญเชิญคุณ]
ปัง!
เดิมทีมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะออกจากขอบเขตของ
สถานการณ์เมื่อมีสถานการณ์ขนาดใหญ่ก าลังด าเนินการอยู่
อย่างไรก็ตาม ยมโลกก็ยินดีที่จะใช้ความเป็นไปได้จ านวนมาก
เพื่อช่วยผม
ผมรู้สึกขอบคุณมากจริงๆ
ผมอาจจะถูกเรียกว่าเป็นผู้สืบทอดของพวกเขา แต่ผมก็ไม่เคย
ไปเยี่ยมเยือนหรือทักทายพวกเขาเลยหลังจากได้รับความ
ช่วยเหลือในครั้งที่ผ่านมา…
ในตอนนี้เมื่อผมมาคิดถึงมัน ผมก็เริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาเหมือนกัน
ถ้าเหตุผลที่พวกเขาอนุญาตให้ผมเข้าไปโดยไม่มีปัญหาอะไร
เป็นการเรียกผมไปทุบตีที่ผมไม่ได้ไปเยือนยมโลกเลยล่ะ?
– คิมทกจา
ทันใดนั้นก็มีข้อความส่งมาถึงผม ผมรีบมองไปที่มัน มันไม่ใช่
จากจุดนัดพบระหว่างวัน ซึ่งหมายความว่ามันมีเพียงแค่คน
เดียวเท่านั้นที่สามารถส่งข้อความแบบนี้มาให้ผมได้
– ว่าไง? ฉันคิดว่านายจะยุ่งมากซะอีกหลังจากเป็นผู้จัดการ
สาขา แต่นายยังมีเวลาพอมาท าแบบนี้ได้อีกเหรอ?
– ไม่ ไม่ใช่แบบนั้น ฉันพอมีเวลาอยู่
บีฮยองก าลังลอยอยู่ในอากาศและบ่นเล็กน้อยพร้อมกับสูบใบ
ยาสูบ ชายคนนี้… ดูเหมือนว่าเขาจะเหนื่อยล้าจากการท างาน
หนักอยู่บ้างหลังจากได้กลายเป็นผู้จัดการเมื่อไม่นานมานี้ เขา
จ้องมองมาที่ผมด้วยสายตาที่ซับซ้อนและถอยหายใจออกมา
ผมสัมผัสได้ว่าการส่งสัญญาณไปยังช่องที่อยู่โดยรอบถูกปิดกั้น
ไปชั่วคราว
– เจ้าก าลังพยายามท าสิ่งที่อันตรายจริงๆ
– ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ฉันไม่ท าแบบนั้น?
– นี่มันแตกต่างจากในอดีต คราวนี้ การถ่ายทอดสดดวงดาว
ทั้งหมดจะให้ความสนใจกับสิ่งที่เจ้าท า
– ฉันคิดว่าฉันได้ยินมาหลายร้อยครั้งแล้วนะ
– เจ้าท าแบบนี้มาตลอด และบาดแผลของความเป็นไปได้
ทั้งหมดที่เจ้าสะสมมาก็จะระเบิดออก เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันจะเกิด
อะไรขึ้น?
ผมพยักหน้า ผมเห็นเรื่องที่น่าสะพรึงกลัวพวกนั้นหลังจาก
ความเป็นไปได้ที่บิดเบี้ยวได้ระเบิดออก ณ การคัดเลือกราชา
ปีศาจ
และพูดตามตรง ผมรู้สึกอยู่บ่อยๆ ว่าผมก าลังยืนอยู่บนสะพาน
แขวนเก่าๆ อยู่
– เจ้าต้องระวัง เจ้าไม่อาจโชคดีไปได้ตลอด แม้ว่าเจ้าจะได้รับ
การปกป้องจากมหาโดเกบิหรือเทพเจ้าภายนอกก็ตาม…
– ภายใต้การปกป้องของใคร??
– …ลืมมันไปเถอะ ข้าไม่ควรพูดอะไรทั้งนั้น
บีฮยองส่ายหัวของเขาและพ่นควันออกมาเบาๆ เมื่อเขาลงมือ
ช่องที่ถูกแช่แข็งไว้ก็เริ่มเปิดขึ้นอีกครั้งโดยมีควันใบยาสูบเป็น
จุดศูนย์กลาง
– กลับมาให้ได้ อย่าตายนะ
– นั่นเป็นสิ่งที่นายควรพูดกับคนที่ก าลังมุ่งหน้าไปยังยมโลกงั้น
เหรอ?
เขาไม่จ าเป็นต้องพูดอะไร แต่ผมก็รู้ดี บีฮยองน่าจะก าลังหยุด
การแทรกแซงทั้งหมดที่มาจากส านักงาน เขาอาจจะเป็นเพียง
แค่โดเกบิระดับต่ าในครั้งแรกที่พวกเราพบกัน แต่เขาก็ได้
กลายเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ขึ้นจนพอที่จะช่วยผมได้แล้ว อันที่
จริงมันจ าเป็นต้องมีชีวิตอยู่มานานแค่ไหนกันนะที่จะได้เห็น
อะไรแบบนั้น
[การส่งผ่านมิติกาลเวลาเริ่มต้นขึ้น]
ประสาทสัมผัสของผมดูเหมือนจะถูกแยกออกต่อหน้าของผม
และเมื่อผมลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทิวทัศน์ที่แปลกไปก็เข้ามาทักทาย
ผม มันคือยมโลก เดิมทีผมจ าเป็นต้องใช้บริการของคนแจวเรือ
แครอนเพื่อข้ามแม่น้ าก่อน แต่ขั้นตอนนั้นก็ได้ถูกข้ามไปแล้วใน
คราวนี้
ผมเดินไปตามฝั่งแม่น้ าที่แห้งแล้งและมุ่งหน้าไปยังวังของฮา
เดส และในช่วงเวลาที่ผมก้าวเข้าไปปราสาทชั้นนอก มันก็มี
สายตานับหมื่นคู่ก าลังจ้องมองมาที่ผมราวกับว่าพวกเขาก าลัง
รอคอยการมาถึงของผม
จากตุลาการทั้งสามแห่งยมโลกไปจนถึงดวงวิญญาณจ านวน
มากมาย ผมสามารถตัดสินจากบรรยากาศอันโหดร้ายได้เลยว่า
สายตาของพวกเขานั้นไม่เป็นมิตรเอาซะเลย
[ตุลาการแห่งยมโลกค้นพบตัวตนของคุณแล้ว!]
ตามที่คาดไว้ มันมีจุดประสงค์อื่นอยู่ในการเรียกผมมาที่นี่
ครืน…
สถานะที่ถูกปลดปล่อยออกมาสามารถท าให้สรรพสิ่งเหี่ยวเฉา
และแห้งเหี่ยวลงได้เลย สามตุลาการแห่งยมโลกได้เดินเข้ามา
หาผมราวกับว่าพวกเขาก าลังลอยอยู่ในอากาศ
ตุลาการแต่ละคนคือกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่า
ผมรีบจับศรัทธาไม่แตกสลายที่แนบอยู่กับล าตัว แม้ว่าผมจะ
แข็งแกร่งขึ้น แต่มันก็ไม่ง่ายเลยที่จะพยายามต่อกรกับทั้งสาม
คนนี้เมื่อพวกเรายังอยู่ในยมโลกอยู่
แต่ในเวลานั้นเอง ตุลาการทั้งสามก็คุกเข่าลงตรงหน้าของผม
…เอ่อ?
และกองทัพของยมโลกที่ตามหลังพวกเขาก็มาเริ่มทรุดตัวลง
ราวกับคลื่นยักษ์ ผมมองไปใกล้ๆ และบรรยากาศอันแปรปรวน
ก่อนหน้านี้ที่ผมรู้สึกก็แตกต่างไปจากสิ่งที่ผมคิดไว้เล็กน้อย อัน
ที่จริง เหล่าตุลาการแห่งยมโลกก าลังมองมาที่ผมพร้อมกับเช็ด
ดวงตาของพวกเขา ราวกับว่าพวกเขาก าลังประทับใจต่อบาง
สิ่งอย่างลึกซึ้ง
ฮูมมมมม!
ตัวยมโลกเองดูเหมือนจะคุกเข่าลงตรงหน้าของผมเพื่อเปิดทาง
ให้
มันเป็นเส้นทางที่น าไปสู่โถงด้านในของปราสาท ซึ่งมีกลุ่มดาว
เพียงสองคนเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เดินไปบนเส้นทางนี้
[พวกเราขอต้อนรับสู่อาณาจักรแห่งรัตติกาล ทายาทแห่ง
ยมโลก!!]
พร้อมกับค าแถลงของตุลาการ ข้อความของระบบได้ลอย
ขึ้นมาตรงหน้าของผม
[ตอนนี้คุณคือเจ้าชายแห่งยมโลก]
*
ในขณะที่เคลื่อนที่ผ่านภายในปราสาท ผมก็อดรู้สึกแปลกๆ อยู่
ภายในไม่ได้
ผมคิดว่าเรื่องแบบนี้อาจจะเกิดขึ้นได้หลังจากการเป็นผู้สืบทอด
แห่งยมโลก แต่ถึงกระนั้นการที่สถานะของผมพุ่งทะยานขึ้น
แบบนี้ก็ท าให้ผมปั่นป่วนอยู่บ้าง
ผมไม่เคยได้รับการปฏิบัติอย่างอบอุ่นเช่นนี้มาก่อนในชีวิต ยิ่ง
ไปกว่านั้น อาภรณ์อันมืดมนและอึมครึมนี้มันอะไรกัน?
[ตัวละคร ‘ริคาร์โด้ วอน ไคเซนิกซ์’ ถามคุณว่าคุณเป็นเจ้าชาย
ด้วยหรือ?]
เจ้าชายที่สี่แห่งหมู่เกาะไคเซนิกซ์ได้แบ่งปันวิสัยทัศน์เดียวกัน
กับผมได้พูดบางสิ่งออกมา ในขณะที่ผมไตร่ตรองว่าควรจะ
ตอบกลับไปยังไง ตุลาการที่ก าลังมองมาที่ผมก็ตัดสินใจคุยกับ
ผมเช่นกัน [ขออภัยด้วย องค์ชาย]
“หือ?”
[ข้าขออภัยส าหรับเรื่องเมื่อครั้งที่ผ่านมา]
เมื่อมาคิดดูแล้ว ตาลุงคนนี้ก็เป็นคนๆ เดียวกับตุลาการที่มา
‘ทักทาย’ ผมเมื่อผมมายังยมโลกเพื่อฟื้นฟูดวงวิญญาณของชิน
ยูซอง เขาเป็นคนที่ดื่มไวน์อสรพิษของโอโรจิเข้าไปและช่วยผม
อย่างลับๆ… ค าขยายของเขาคืออะไรกันนะ?
“ไม่เป็นไร สุดท้ายแล้วมันก็ออกมาดี ตอนนั้นฉันรู้สึกขอบใจ
มากจริงๆ”
ตุลาการก้มหัวลงราวกับว่าเขารู้สึกผิด และผลักประตูห้องโถง
[ราชาแห่งยมโลกก าลังรอท่านอยู่]
ผมเกร็งขึ้นและก้าวข้ามประตูไปพร้อมกับตุลาการ สถานะอัน
มั่นคงจากการที่พวกเขาปกป้องผมอยู่ทางด้านข้างท าให้ผม
รู้สึกแปลกๆ อยู่ภายใน
ถ้าผมกลายเป็นนายเหนือแห่งยมโลก ผมก็คงจะสั่งกลุ่มดาว
แบบพวกเขาได้
[…หุหุ เข้าใจละ เป็นแบบนี้นี่เอง]
เสียงของเพอร์เซโฟนีที่ดังมาจากความมืดเข้ามาแทรกความคิด
ของผม เธอนั่งอยู่บนบัลลังก์ของเธอและก าลังยุ่งอยู่กับการ
พูดคุยกับใครบางคนที่ก าลังนั่งอยู่บนมือของเธอ
[ป๊า ป๊าา ป-ป๊าาา!]
[หืม ตอนนั้นก็เหมือนกันเหรอ?]
[ป๊า ป๊า!]
มันคือ ‘โมจิ’ ลูกเล็กๆ ที่กระเด้งไปมา ผมรู้ว่ามันคือเสียงของ
ใคร และก่อนที่ผมจะทันได้พูดอะไรออกมา บียูก็พบตัวผมก่อน
และอุทานออกมาอย่างมีความสุข
[ป๊าาาา ป๊าาา!]
[ในที่สุดผู้สืบทอดตัวน้อยของข้าก็มาถึงแล้ว]
ผมไม่รู้ว่าท าไมบียูถึงอยู่ที่นี่ แต่ถึงกระนั้นนี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่แย่
อะไร เพอร์เซโฟนีดูเหมือนจะได้รับความบันเทิงจากท่าทาง
ตลกๆ ของเธออยู่
สายตาอันมั่นคงของฮาเดสและสายตาอันอบอุ่นของเพอร์
เซโฟนีจดจ้องลงมาที่ผมโดยพร้อมเพรียงกัน มันให้ความรู้สึก
ราวกับว่าร่างทั้งร่างของผมหยุดนิ่งจากแรงกดดันนี้ ตามที่คาด
ไว้ แค่สายตาจากกลุ่มดาวระดับเทวะก็มีพลังพอที่จะสะกด
สรรพสิ่งได้แล้ว
ผมนึกถึงการต่อสู้อันรุนแรงของโฟไซดอนและฮาเดส จากนั้นก็
ก้มหัวลงอย่างง่ายๆ เพื่อทักทาย
“สักพักแล้วสินะ โอ้ ‘บิดาแห่งรัตติกาล’ และ ‘ราชินีแห่ง
วสันต์มืดมิด’”
[อันที่จริง มันนานมาก บุตรแห่งข้า เจ้าสบายดีไหม?]
“เอ่อ… อื้อ สบายดี แล้วท่าน ราชินีของข้า?”
[หุหุ พวกเราสบายดีมาก แม้ว่าพวกเราจะเศร้าอยู่หน่อยๆ ที่
บุตรชายเพียงคนเดียวของพวกเรามาเยี่ยมพวกเราช้าขนาดนี้]
บทสนทนาที่พวกเราได้แบ่งปันกันนั้นท าให้บรรยากาศเริ่ม
เปลี่ยนไป แต่เนื่องจากผมไม่ได้มีประสบการณ์แบบนี้เท่าไร ผม
จึงคิดไม่ออกว่าจะคุยต่อยังไง
ฮาเดสที่ก าลังนั่งอยู่บนบัลลังก์หรูมองมาที่ผมด้วยสีหน้าที่ผม
อ่านไม่ออก ในขณะที่เพอร์เซโฟนียังคงยิ้มแย้มแจ่มใสในขณะที่
เธอพูดกับผมต่อ
[ความเหงาจากการหายไปของเจ้าได้ถูกเติมเต็มแล้วด้วย
หลานสาวผู้นี้ของเรา เมื่อมาคิดดูแล้ว ข้าไม่คิดเลยว่าจะได้เห็น
หลานโดเกบิในวัยเช่นนี้… มันช่างยาวนานจริงๆ]
เธอคงจะชอบบียูที่ก าลังเปล่งเสียง ‘ป๊า ป๊า’ อยู่จริงๆ เพอร์
เซโฟนีลูบโดเกบิตัวน้อยที่นั่งอยู่บนหลังมือของเธออย่าง
อ่อนโยน [แม้ว่าพวกเราจะมีหลาน แต่เจ้าก็ยังขาดคู่ครอง เจ้า
วางแผนที่จะแนะน าคู่ครองของเจ้าให้พวกเรารู้จักเมื่อไหร่กัน?]
“อ่า เรื่องนั้น ฉันก็ยังต้องคิดอยู่…”
ค าถามยอดฮิตที่ไม่มีใครอยากได้ยินในช่วงวันหยุดลอยเข้ามา
หาผม
หลังจากนั้นตุลาการที่นิ่งเงียบอยู่ก็ตัดสินใจก้าวออกมา
[จากการตรวจสอบของพวกเรา มันมีผู้สมัครที่มีศักยภาพอยู่
หลายคนเหมือนกัน ฝ่าบาท]
[โอ้ จริงเหรอ?]
[ใช่ ข้อมูลนี้ได้รับการรวบรวมผ่านระบบการจับคู่โชคชะตาของ
โอลิมปัส ‘ลูกศรโอลิมปัส’ และ ‘ความช่วยเหลือของอโฟร
ไดท์’]
[ตุลาการ ใช้ได้ทีเดียว]
…ไม่ เดี๋ยวก่อน ท าไมคนพวกนี้ถึงให้ตุลาการมาตรวจสอบชีวิต
ส่วนตัวของผม?
น่าเสียดาย โฮโลแกรมที่ลอยขึ้นมาในอากาศไม่ปล่อยโอกาสให้
ผมได้หยุดเลย
[คนแรก นี่คือผู้สมัครหมายเลขหนึ่ง]
สิ่งที่โผล่ขึ้นมาบนนั้นคือภาพๆ หนึ่ง
– ทกจาต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปนะ
– ชีวิตของทกจา… ทกจา นั่นคือสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุด
อะไร… จากภาพทั้งหมด ท าไมพวกเขาต้องน าประวัติศาสตร์
อันด ามืดเหล่านั้นออกมา
ตุลาการพูดด้วยน้ าเสียงที่สงบ [ผู้สมัครหมายเลขหนึ่งคือผู้หญิง
ที่ใส่ใจผู้อื่นเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่เธอจะยอมรับความรู้สึก
แปลกประหลาดขององค์ชายด้วยความอดทนที่กว้างใหญ่ราว
กับผืนน้ าและมหาสมุทร แต่เธอยังมีนิสัยอันอ่อนโยน อบอุ่น
และมีความเด็ดขาด รวมทั้งยังมีรูปร่างหน้าตาที่ยอดเยี่ยม พูด
ตามตรง องค์ชายของเราอาจจะไม่คู่ควรกับเธอก็ได้…]
ยิ่งผมฟังเขาพูด ผมก็ยิ่งรู้สึกอึ้ง
[ถัดไปคือผู้สมัครหมายเลขสอง]
ต่อจากนั้นก็มีผู้หญิงคนหนึ่งก าลังอมลูกอมมะนาวอยู่และก าลัง
มีความสุขไปกับดวงตาพริ้มรวมทั้งความสวยอันโดดเด่น
ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
– ไอ้บ้า
– ท าไมนายต้องร้องไห้ในวันดีๆ แบบนี้? ฉันหมายถึง มัน
กระทั่งมีหิมะตกลงมาด้วย… ฉันสัญญาว่าฉันจะคิดค าขยายดีๆ
ให้ในภายหลัง โอเคไหม?
ตุลาการเผยรอยยิ้มอันพึงพอใจในขณะที่มองไปยังวิดีโอและ
เล่าเรื่องราวของเขาต่อ [ถึงแม้ว่าผู้สมัครหมายเลขสองจะมี
นิสัยแปลกๆ ไปบ้างและชอบพูดจาเสียดสีประชดประชัน แต่
เธอก็มักจะแบ่งปันความสัมพันธ์ที่พิเศษกับองค์ชายของเรา
เธอเป็นคนเดียวเท่านั้นที่เข้าใจงานอดิเรกอันด ามืดขององค์
ชาย และไม่ใช่แค่นั้น พวกเขายังพูดคุยกันเกี่ยวกับงานอดิเรก
นั้นได้อย่างอิสระ เธอคือสิ่งมีชีวิตที่พิเศษโดยไม่มีใครเสมอ
เหมือน…]
เหอะ ระบบจับคู่ของโอลิมปัสต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ
ก่อนที่ใบหน้าของผู้สมัครหมายเลขสามจะปรากฏขึ้น ผมก็เรียก
ความกล้าทั้งหมดและตะโกนออกมา”ไม่สิ เดี๋ยวก่อน ฉันยัง
ไม่ได้คิดเรื่องการแต่งงานเลยนะ!”
ตุลาการก้มหัวลงราวกับว่าเขาต้องการที่จะขอโทษและถอย
ออกไป [หากองค์ชายยังไม่พร้อม งั้นการแนะน าผู้สมัครคน
ต่อไปก็สามารถชะลอไปก่อนได้…]
[หืม… ข้าสงสัยซะจริงว่าใครจะสามารถท าให้องค์ชายที่แสน
ดื้อรั้นของพวกเราเชื่อฟังได้]
เพอร์เซโฟนีบ่นด้วยน้ าเสียงคล้ายๆ กับแม่ที่แท้จริงของผม
[อืม ถ้าอะไรก็ไม่ได้ผล มันก็ไม่เป็นไรนะที่จะให้โดเกบิที่ให้
ก าเนิดเด็กคนนี้มาเป็นคู่ครองของเจ้า ทั้งข้าและฮาเดสไม่ได้
สนใจข้อจ ากัดเล็กๆ น้อยๆ และความคิดล้าสมัยของมนุษย์…]
แต่งงานกับบีฮยองเหรอ? ให้ผมฆ่าตัวตายแทนซะยังดีกว่า
[ฮาเดสและข้าจะไม่เข้าไปยุ่งแม้ว่าเจ้าจะมีรสนิยมแบบนั้น…]
[ตุลาการแห่งยมโลกก าลังรอทางเลือกของคุณอย่างใจจดใจ
จ่อ]
[กลุ่มดาวจ านวนหนึ่งให้ความสนใจกับรสนิยมของคุณ]
[กลุ่มดาวที่สนุกไปกับการเปลี่ยนเพศก าลังให้ความสนใจอย่าง
ใกล้ชิด]
ผมหายใจเข้าเบาๆ และรีบพูดออกมา “แม่”
ดวงตาของเพอร์เซโฟนีสั่นไหวหลังจากเธอได้ยินค าพูดของผม
[เจ้า…]
“ฉันเชื่อว่าเธอรู้แล้วว่าท าไมฉันถึงมาที่นี่
[…]
“ฉันมาเพื่อขอความเมตตา”
แม้ว่าการไหลของเวลาจะช้าลงในยมโลก แต่ผมก็ไม่อาจปล่อย
มันให้ช้าลงไปได้อีก ตั้งแต่ต้น ผมมีเพียงเหตุผลเดียวที่มาเยือน
ปราสาทแห่งนี้
“โปรดให้ฉันยืมกองทัพของยมโลกด้วย”
ในที่สุดค าพูดของผมก็กระตุ้นให้ฮาเดสท าลายความเงียบของ
เขา [เจ้ารู้ไหมว่าเจ้าหมายถึงอะไร?]
เสียงที่ดูเหมือนจะปกคลุมโลกทั้งใบให้อยู่ในความมืดได้เริ่มกด
ทับลงมายังทั้งปราสาท
ตัวตนแห่งยมโลกที่ได้รับอนุญาตให้น าพากองทัพมีอยู่เพียงคน
เดียวเท่านั้น และนั่นก็คือนายเหนือแห่งดินแดนนี้ ราชาแห่ง
ยมโลก
“ฉันรู้”
[งั้นก็หมายความว่าเจ้าจะยอมรับต าแหน่งผู้สืบทอดอย่างเป็น
ทางการงั้นเหรอ?]
ผมพยักหน้า
[ถ้าเจ้าตกลงที่จะเป็นราชาแห่งยมโลก งั้นเมื่อสถานการณ์
เหล่านี้ทั้งหมดสิ้นสุดลง เจ้าจะต้องอยู่ที่นี่เพื่อปกครอง
อาณาจักรแห่งนี้ เจ้าเข้าใจความหมายของมันจริงๆ ไหม?]
“มันหมายความว่าฉันไม่สามารถออกไปยังโลกแห่งชีวิตได้หาก
ปราศจากสถานการณ์พิเศษ”
[เจ้าบอกว่าเจ้าจะยังยินดีที่จะสืบทอดบัลลังก์แห่งยมโลกและ
ถูกขังไว้ที่นี่ตลอดชีวิตของเจ้างั้นเหรอ?]
“ใช่” ผมตอบอย่างไม่แยแส
เฮเดสยืนขึ้นอย่างช้าๆ จากบัลลังก์ของเขาและจ้องมาที่ผมด้วย
บรรยากาศแห่งความโดดเดี่ยว
แม้ว่าผมจะแข็งแกร่งขึ้นมาก แต่การรับมือกับฮาเดสก็ยังคง
เป็นปัญหาอยู่ หัวใจของผมรู้สึกราวกับว่าจะระเบิดออกมาด้วย
ความกังวลใจ แต่เมื่อผมท ามันแล้ว ผมก็ต้องดูมันให้จบ
พลังของยมโลกมีความส าคัญกับผมหากผมต้องการชนะใน
‘สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ’
“ฉันจะเป็นผู้สืบทอดอย่างเป็นทางการของยมโลก”
(จบตอน)