มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 388 – สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ (4)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 388 – สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ (4)
ผมได้กลายเป็นผู้สืบทอดอย่างเป็นทางการของยมโลก แม้ว่า
ผมจะเป็นคนพูดมัน แต่มันก็ไม่ได้รู้สึกเหมือนจริงส าหรับผมเลย
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าผมจะไม่ใช่คนเดียวที่สงสัยในความ
จริงใจจากการประกาศของผม ราชาแห่งทาร์ทารัสและ
ผู้ปกครองแห่งรัตติกาล ฮาเดสก าลังจ้องมองมาที่ผม
[เจ้าโกหกในยมโลก]
พร้อมกับความรู้สึกเย็นยะเยือกที่พอจะแช่แข็งเท้าของผม
ในตอนนี้ ‘ความตาย’ ก าลังจ้องมองมาที่ผม
[หลังจากกลายเป็นบุตรของพวกเรา ข้าก็เห็นว่าเจ้าได้เรียนรู้ที่
จะหลอกลวงพวกเราแล้ว]
ฮาเดสดุผมด้วยน้ าเสียงอันเยือกเย็นและยืนขึ้นจากบัลลังก์ของ
เขาเพื่อเดินเข้ามาใกล้ผม ผมต้องการจะลุกขึ้นจากจุดที่ผมอยู่
แต่ร่างกายของผมก็ไม่ต้องการที่จะขยับ
สถานะของกลุ่มดาวระดับเทวะได้สะกดร่างทั้งร่างของผมไว้
โชคดีที่มันไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฮาเดสเดินมาถึงผม แต่จากนั้นก็
เดินผ่านผมไปโดยไม่รีบร้อนและเดินออกจากปราสาทไป
ผมถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกและหันหน้าไปหาเพอร์
เซโฟนีที่ก าลังถูคางของเธอพร้อมกับรอยยิ้มที่มีความหมายบน
ใบหน้าของเธอ
[หืม… นี่คือความขัดแย้งระหว่างพ่อลูกที่ข้าแค่เคยได้ยินมา
เหรอ…?]
น้ าเสียงที่ออกมาจากใบหน้าที่ดูมีปัญหาของเธอกลับฟังดู
ค่อนข้างสนุกสนาน
[การต่อสู้อันเป็นนิรันดร์ระหว่างพ่อและลูก พร้อมกับมีแม่อยู่
ตรงกลาง…]
…มันฟังดูเหมือนการเรื่องเล่าที่ถูกปนเปื้อนด้วยวิถีของโอลิมปัส
ราวกับจะบอกให้ผมไม่ต้องเป็นกังวล เพอร์เซโฟนีตบไหล่ของ
ผมเบาๆ หลังจากนั้นแล้วผมจึงรู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อบนร่างกาย
ของผมที่ตรึงเครียดจากสถานะของฮาเดสได้ผ่อนคลายลง
[อย่ากังวลไปนัก นิสัยของพ่อของเจ้าก็เป็นแบบนี้เสมอ]
“…”
[อย่างไรก็ตาม ความผิดของเจ้าก็คือการกล้าโกหก เจ้าไม่เคย
คิดที่จะอยู่ในยกโลกตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม?]
เธอพูดเข้าประเด็น และผมก็ไม่มีอะไรจะพูด ผมไม่เคยต้องการ
ที่จะเข้ามาแทนต าแหน่งของฮาเดสและกลายเป็นราชาแห่ง
อาณาจักรนี้ สิ่งที่ผมต้องการก็คือพลังของยมโลก ไม่ใช่การสืบ
ทอดบัลลังก์ของมัน
ฮาเดสน่าจะเข้าใจจุดประสงค์ของผมแล้ว
[มันคงใช้เวลาสักพักก่อนที่ความโกรธของเขาจะดับลง
“ฉันขอโทษ”
[ไม่จ าเป็นต้องขอโทษ – อันที่จริงทั้งข้าและฮาเดสก็รู้อยู่แล้วว่า
เจ้าไม่ได้คิดที่จะอยู่ ณ อาณาจักรแห่งนี้]
ดวงตาของเพอร์เซโฟนีโค้งขึ้นเป็นเสี้ยวพระจันทร์อันอ่อนโยน
[ถ้าเจ้าไม่เป็นอะไรแล้ว งั้นก็มากินข้าวกับแม่หน่อยนะ]
*
โต๊ะอาหารของเพอร์เซโฟนีที่ผมไม่ได้เห็นมาสักพักแล้วยังคง
เหมือนเดิม เนื้อสเต็กที่ถูกปรุงมาอย่างดีและน่าตาอร่อย
รวมทั้งสลัดหลายชั้นที่วางอยู่บนจานใหญ่ ภายนอกของพวก
มัน พวกมันดูเหมือนกับอาหารทั่วไปที่พบได้ทุกที่ แต่ผมรู้ดีว่า
มันไม่ใช่อาหารธรรมดาเลย
[ความกล้าแห่งจักรพรรดินีดาบผู้พิชิตโลก]
[ภูมิปัญญาของมหาจอมเวทย์ที่ใช้เวลาทั้งชีวิตในห้องสมุด]
[เจตจ านงของปรมาจารย์ดาบผู้ไม่อาจใช้ดาบธาตุหรือการ
ส าแดงดาบได้]
ผมสงสัยว่าผมอ่านอะไรผิดไปไหมและอ่านเมนูอีกครั้ง
[รีบกินเถอะ เจ้าไม่เจอเมนูที่เจ้าชอบเหรอ?]
“…ไม่ มันไม่ใช่อย่างนั้น แต่…”
[ตอนนี้เจ้าได้กลายเป็นกลุ่มดาวแล้ว เจ้าจะต้องกินเรื่องราวที่
เหมาะสมเพื่อความอยู่รอด เจ้าไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้
เพียงพอผ่านอาหารของมนุษย์ปกติเท่านั้น ข้าหวังว่าเมื่อเจ้าโต
เป็นผู้ใหญ่แล้ว เจ้าจะสามารถแก้ไขนิสัยการกินที่พิถีพิถันของ
เจ้าได้]
เธอพูดเหมือนแม่จริงๆ ของผม
[แม่ของเจ้ากังวลเกี่ยวกับเจ้ามากว่าเจ้าจะได้กินอะไรดีๆ หรือ
กินเป็นเวลาไหม หรือว่าเจ้าจะได้นอนพอไหม…]
หัวของผมที่ก าลังมุ่งหน้าไปยังทางแยกได้หยุดลงกับค าพูดของ
เธอ”เธอได้คุยกับแม่ของฉันไหม?”
[หุหุ พวกเราคุยกันสองสามครั้งแล้ว]
ถ้าเป็นเพอร์เซโฟนี เธอก็คงสามารถท าเช่นนั้นได้ ตับห่านที่วาง
อยู่ตรงหน้าของผมมีกระทั่งชื่อเช่นนี้:
[หัวใจของแม่ที่ก าลังส่งลูกของเธอออกไป]
…นี่คงจะไม่ใช่หัวใจของแม่ของผมจริงๆ ใช่ไหม?
ผมวางส้อมแล้วพูดออกมา “ประเภทของอาหารเปลี่ยนไปหนิ?
ครั้งก่อนมันมีปรมาจารย์ดาบและมหาจอมเวย์นะถ้าฉันจ าไม่
ผิด?”
[เกาะแห่งการกลับชาติมาเกิดได้เปิดขึ้นแล้ว ดังนั้นพวกเราก็
ควรจะเพลิดเพลินไปกับอาหารจานพิเศษส าหรับการ
เปลี่ยนแปลงหน่อย เจ้าไม่เห็นด้วยเหรอ? ข้าอาจจะดูเป็นแบบ
นี้ แต่ข้าก็ยังเป็นสมาชิกของสมาคมนักชิมอยู่ ดังนั้นข้าจึงไม่
ควรกินอาหารแบบเดียวกันทุกวัน]
ส้อมและมีดของเธอขยับพร้อมกับน้ าเกรวี่ที่อุดมไปด้วยกลิ่น
หอมได้รั่วไหลออกมาจากเรื่องราวที่ถูกหั่นบางๆ การ
เคลื่อนไหวของมือที่สง่างามของเพอร์เซโฟนีได้น าพาอาหารค า
นั้นเข้าสู่ปากของเธอ สิ่งที่เธอกินในตอนนี้ก็คือ ‘เจตจ านงของ
ปรมาจารย์ดาบผู้ไม่อาจใช้ดาบธาตุหรือการส าแดงดาบได้’
[และบางเรื่องราวจะหายไปได้ถ้าเจ้าไม่พยายามบริโภคมัน]
เรื่องราวที่ก าลังจะตายจะถูกย่อยสลาย ณ ปลายทางแยก
เรื่องราวที่ไม่มีใครค้นหาก าลังสาดเทประโยคเข้าสู่ปลายลิ้นของ
เพอร์เซโฟนีจนกระทั่งเธอกินมันไปจนหมด
ผมรู้สึกซับซ้อนในขณะที่มองดูภาพนั้น เพอร์เซโฟนีเองก็มอง
กลับมาที่ผมและยิ้ม [ข้ารู้ว่าเจ้าไม่พอใจกับพฤติกรรมการกิน
ของกลุ่มดาว เจ้าอาจจะไม่ชอบวิธีที่พวกเราบริโภคความสุข
ความโกรธ ความเศร้า และความพึงพอใจของอวตารอย่าง
ง่ายๆ]
“…”
[อย่างไรก็ตาม ทุกๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจักรวาลนั้นก็ได้ถูก
ลิขิตให้ถูกทิ้งไว้เป็นเรื่องราวอยู่แล้ว เจ้า ข้า อวตารคนอื่น และ
กลุ่มดาว ในที่สุดพวกเราก็จะถูกสิ่งอื่นบริโภค]
ชีวิตของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดจะกลายเป็นเรื่องราวของการ
ถ่ายทอดสดดวงดาว
[ถ้าพวกเราถูกพันธนาการด้วยชะตากรรมเช่นนั้น งั้นสิ่งที่ดี
ที่สุดที่กลุ่มดาวสามารถท าได้เพื่อรักษาเรื่องราวที่หลากหลาย
ไว้ให้ได้มากที่สุด… และนั่นก็คือความเชื่อของข้า]
การทิ้งเรื่องราวที่หลากหลายไว้ และการรักษาเรื่องราว
หลากหลายประเภท
บางทีสิ่งที่เพอร์เซโฟนีพูดอาจจะไม่ผิด ในวิถีทางของเธอ เธอ
ก าลังไล่ตามสิ่งที่เธอเชื่อว่าถูกต้องในการถ่ายทอดสดดวงดาว
นี่อาจจะเป็นเหตุผลว่าท าไมเธอถึงได้เป็นสมาชิกของสมาคมนัก
ชิมด้วย
แต่ผมแน่ใจว่าเธอไม่ได้เชิญผมมาที่นี่เพื่อพูดถึงปรัชญาของเธอ
ที่มีต่อเรื่องราว
“ฉันขอถามหน่อยได้ไหมว่าเธอต้องการจะบอกอะไรกับฉัน?”
[อันที่จริง ฮาเดสไม่ได้ต้องการให้เจ้าอยู่ที่นี่]
“…หมายความว่าเขาไม่ต้องการให้ฉันเป็นผู้สืบทอดของเขางั้น
เหรอ?”
[ไม่ใช่แบบนั้น ถ้าจะให้ข้าพูด…] เพอร์เซโฟนีพูดในขณะที่เธอ
เริ่มหั่นอาหารอันโอชะที่วางอยู่บนจานตรงกลางโต๊ะ [ฮาเดส
และข้า… พวกเราไม่ต้องการให้เจ้าหยุดอยู่แค่ ‘ราชาแห่ง
ยมโลก’]
“หมายความว่า…”
[โอลิมปัสได้ล่มสลาย ยมโลกก็ได้สูญเสียความรุ่งเรืองในอดีตไป
ด้วย ความพึงพอใจกับแค่ต าแหน่ง ‘ราชาแห่งยมโลก’
ในตอนนี้ก็ไม่แตกต่างอะไรจากการสลักชื่อของเจ้าลงไปบนชุด
เกราะของเรื่องราวที่ก าลังหายไป”
“ยมโลกเป็นเรื่องราวที่ดี”
[และมันก็เป็นเรื่องราวที่ก าลังตกต่ าลงไปด้วย]
อันที่จริงพลังที่ก าลังห่อหุ้มยมโลกในตอนนี้ก็ไม่เหมือนกับใน
อดีต เรื่องราวที่โบราณและเหี่ยวเฉา เรื่องราวที่มีการพูดถึง
น้อยลงไปเรื่อยๆ ในการถ่ายทอดสดดวงดาวซึ่งจะสูญเสียพลัง
ของมันไปทีละนิด
ดวงตาที่อ่านไม่ออกของเพอร์เซโฟนีก าลังจ้องไปยังอาหารที่มี
ความเศร้าแฝงอยู่อย่างลึกซึ้ง บางทีเธออาจจะก าลังคิดถึงเรื่อง
นี้อย่างต่อเนื่องแม้ในขณะที่เธอก าลังทานอาหารและ
เพลิดเพลินไปกับเรื่องราวที่แตกต่างกันมากมาย
ความกลัวที่ในที่สุดยมโลกของเธอและเขาจะถูกฝังอยู่ภายใต้
ซอกหลืบที่ถูกลืมผ่านกาลเวลาและกลายเป็นพื้นที่อีกชั้นใน
เกาะแห่งการกลับชาติมาเกิด
[นั่นเป็นเส้นเวลาที่ไม่อาจปฏิเสธได้ตราบใดที่พวกเรายังมี
ตัวตนอยู่ภายในการถ่ายทอดสดดวงดาว]
ช่วงเวลาที่ผมได้ยินค าพูดของเธอ ผมก็ถูกสาดซัดด้วยความ
โศกเศร้าอันลึกล้ า มันเป็นความเศร้าชนิดที่ผมไม่เคยเจอมา
ก่อน
ทั้งเพอร์เซโฟนีและฮาเดสจะหายไป จากความทรงจ าของผู้คน
จากความทรงจ าของผม – และเรื่องราวที่พวกเขารวบรวมมาก็
จะหายไปตลอดกาล
ผมไม่ชอบกลุ่มดาว ผมไม่ชอบการกระท าของพวกเขา และผม
ก็ไม่ชอบวิธีการมองโลกของพวกเขาด้วย แต่ท าไม…
…ท าไมผมถึงไม่ต้องการเห็นเพอร์เซโฟนีและฮาเดสหายไป?
บางทีผมอาจจะไม่อยากยอมรับความจริงนี้ เพราะผมพูด
ออกไปด้วยเสียงสั่นๆ โดยไม่รู้ตัว “ท าไมเธอถึงดีกับฉันนัก?”
ผมเม้มปากก่อนที่จะพูดออกมาอีกครั้ง”ฉันมาที่นี่เพื่อใช้
ประโยชน์จากเธอเท่านั้น”
ถ้าผมไม่ได้พลังของยมโลก บริษัทของคิมทกจาของผมก็จะลง
เอยด้วยการตกอยู่ในอันตรายอย่างร้ายแรงบนเกาะแห่งการ
กลับชาติมาเกิด ถึงกระนั้นผมก็ยังพูดค าเหล่านี้ออกมา บางที
ผมอาจจะต้องการยืนยันบางสิ่ง ในฐานะมนุษย์ที่ชื่อ ‘คิมทก
จา’ ไม่ใช่ในฐานะ ‘บริษัทของคิมทกจา’
[‘ก าแพงที่สี่’ ก าลังสั่นคลอนอย่างแผ่วเบา!]
[‘ผลแห่งความดีและความชั่ว’ ก าลังท าให้มโนธรรมของคุณแย่
ลง]
…แม้ว่าการยืนยันนั้นจะท าให้เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ก็
ตาม
เพอร์เซโฟนีจ้องมองผมอย่างเงียบๆ อยู่สักพัก เช็ดปากของเธอ
เบาๆ ด้วยผ้าเช็ดปาก และเอื้อมมือออกมาทางผม ดวงตาของ
เธอทั้งอ่อนโยนและเป็นมิตรโดยไม่มีร่องรอยของความเกลียด
ชังอยู่เลย ผมพยายามจะลุกขึ้น แต่สถานะของเธอก็มาถึงไหล่
ของผมแล้ว
[นานมาแล้ว พวกเราได้รับการเปิดเผยจาก ‘สามพี่น้องแห่ง
โชคชะตา’]
“…การเปิดเผย?”
[มันบอกว่า ‘ผู้สืบทอดแห่งรัตติกาลอันมืดมิดที่สุดจะปรากฏตัว
ขึ้นเพื่อยุติต านานที่เก่าแก่ที่สุด’ ]
ทันใดนั้นผมก็นึกถึงเรื่องราวที่ไดโอไนซัสเคยบอกกับผม
– กลุ่มดาวทั้งหลายรวมถึงตัวข้าเชื่อว่าเจ้าจะเป็นคนที่ไปถึง
■■
‘กลุ่มดาวทั้งหลาย’ ในตอนนี้คงจะเป็นเพอร์เซโฟนี้และฮาเด
สด้วย
ในขณะเดียวกันเธอก็พูดต่อ [ตอนแรกข้าโกรธมากหลังจากได้
ยินค าพยากรณ์นั้น]
…โกรธ?
[เพราะข้าครอบครอง ‘เรื่องราวที่ไม่อาจมีบุตรได้’]
ผมไม่รู้ว่าเพอร์เซโฟนีมีภูมิหลังแบบนั้น หรือว่ามันจะเป็น
เหตุผลที่ท าให้เธอไม่เคยมีลูกมาก่อน?
เพอร์เซโฟนีปัดผมของผมไปข้างหลังเบาๆ
[ตอนแรกข้ารอและสงสัยว่ามันจะเป็นไปได้เหรอ บางทีข้า
อาจจะได้รับพรด้วยปาฏิหาริย์ บางทีพวกเราอาจจะได้รับพร
เป็นลูกน้อยผู้งดงามจากคนที่ยังจ าเรื่องราวของพวกเราได้
แม้ว่ามันจะมีเพียงแค่ภูมิทัศน์อันมืดมิด ชั่วร้าย และคุกอยู่ที่นี่
แต่พวกเราก็มั่นใจว่าจะเลี้ยงดูบุตรของพวกเราได้ดียิ่งกว่า 12
เทพแห่งโอลิมปัสคนไหนตราบใดที่มีโอกาส เพื่อสอนบุตรของ
พวกเราเกี่ยวกับวิธีการท าความเข้าใจกับความมืดของสิ่งอื่นๆ
เพื่อบอกเขาถึงขุมนรกแบบอื่นที่คนอื่นไม่เคยเห็นอกเห็นใจ
และเพื่อแสดงให้เขาได้เห็นถึงคุกอันไร้ความปราณีที่จะลงทัณฑ์
ความชั่วร้ายที่เหยียบย่ าความชอบธรรมของจักรวาล]
“…”
[มันเป็นเวลาหลายร้อยปีที่ข้าใช้ชีวิตอยู่กับการหลงผิดนั้น]
ปลายนิ้วของเธอสั่นไหวเล็กน้อย
ผมไม่กล้าเข้าใจความหมายของการสั่นสะเทือนดังกล่าว ผมไม่
อาจแม้แต่จะเริ่มคิดถึงความเจ็บปวดและความเกลียดชังต่อ
โอลิมปัสที่มีอยู่ในแต่ละค าพูดของเธอ
เพอร์เซโฟนีถอนหายใจเบาๆ และพูดต่อ [ฮาเดสและข้าถูก
บังคับให้ผ่านหลายๆ สิ่งมาเนิ่นนาน พวกเรารู้ว่าพวกเราไม่
อาจมีบุตรได้ แต่พวกเราก็ไม่เคยมีความสุข แม้ว่ายมโลกจะ
สิ้นสุดลงในยุคสมัยของพวกเราและไม่มีใครจดจ าเรื่องราวของ
พวกเราได้ พวกเราก็ยังชีวิตต่อมา – พวกเราแตกต่างจากสิบ
สองเทพ พวกเราแตกต่างจากเหล่าพ่อแม่ที่บังคับส่งต่อ
เรื่องราวของพวกเขาไปยังบุตรของตน พวกเราเป็นของพวก
เราแบบนี้]
“…”
[แต่วันหนึ่งเจ้าก็ปรากฏตัว]
ตาของเพอร์เซโฟนีก าลังมองมาที่ผม
[อันที่จริงเขาเป็นคนแรกที่ค้นพบเจ้า]
เธอพูดต่อในเสียงของใครบางคนในความฝัน
[เขาบอกว่าเขาเริ่มเฝ้าดูประวัติของเจ้าตั้งแต่ที่เจ้าพยายามเอา
ชีวิตรอดในรถไฟใต้ดิน ตอนแรกข้าแทบจะไม่เชื่อเลยว่ามันจะ
มีเด็กแบบเจ้า เพราะข้าเชื่อว่าเรื่องราวแบบนั้นได้หมดไปแล้ว
ข้ายังจ าน้ าเสียงที่ตื่นเต้นเมื่อเขาพูดถึงเจ้าได้]
“…”
[พวกเราเฝ้าดูเรื่องราวเล็กๆ ที่เติบโตขึ้นจากการต่อสู้กับโลกทั้ง
ใบเพียงล าพัง พวกเราเฝ้าดูในขณะที่เจ้าท้าทายกับกลุ่มดาวที่
ยิ่งใหญ่ เผชิญหน้ากับเทพเจ้าภายนอก และในขณะที่ขัดขืนกับ
สถานการณ์ของโดเกบิ… การจัดการเพื่อรวบรวมเรื่องราวห้า
เรื่องเพื่อจุติขึ้นมาเป็นกลุ่มดาวเล็กๆ ท่ามกลางหมู่ดาว
มากมาย]
ผมนึกถึงช่วงเวลาที่บริษัทของคิมทกจาถือก าเนิดขึ้นมาเมื่อ
นานมาแล้ว ย้อนกลับไปในตอนนั้น เพอร์เซโฟนีเป็นหนึ่งในห้า
กลุ่มดาวที่สนับสนุนผม
[นั่นคือเมื่อพวกเราเริ่มคิดเกี่ยวกับสิ่งนี้เป็นครั้งแรก – นั่นคือ
เมื่อพวกเราต้องการกลายเป็นพ่อแม่ของเจ้า]
ผมพยายามกลืนบางสิ่งที่พยายามจะพูดออกมาลงไป ผมรู้สึก
ได้ว่าผมสามารถเข้าใจความจริงของความรักที่เพอร์เซโฟนีได้
แสดงให้ผมเห็นมาตลอด… แค่นิดเดียวเท่านั้น
[ทั้งฮาเดสและข้าไม่ต้องการให้เจ้าลงเอยแค่ในฐานะ ‘ราชา
แห่งยมโลก’ พวกเรายังไม่ต้องการให้เจ้าถูกผูกมัดไว้กับพวก
เรา และไม่ต้องการให้เจ้ามีชีวิตอย่างพวกเรา และกลายเป็นกฎ
ที่เจ้าต้องปฏิบัติตาม ไม่สิ สิ่งที่เจ้าต้องท าทั้งหมดก็คือการก้าว
ไปให้ถึงจุดจบของสถานการณ์ทั้งหมดเหมือนอย่างที่เจ้าท ามา
ตลอด]
“แต่ ฉัน… ฉันคือผู้สืบทอด…”
[เจ้าคือบุตรของพวกเรา นั่นคือทั้งหมดแล้ว]
ผมไม่มีอะไรจะมาตอบแทนความเมตตานี้เลย ทั้งหมดที่ผม
สามารถมอบให้พวกเขาได้มีแค่สัญญาของอนาคตที่ยังไม่ได้
เขียนขึ้นมาเลย ซึ่งไม่ได้มีอะไรมารับประกัน
“เมื่อฉันไปถึง ■■ ของสถานการณ์ทั้งหมด ฉัน… ฉันจะอยู่กับ
เรื่องราวของพวกเธอด้วยแน่ๆ”
เพอร์เซโฟนีเผยรอยยิ้มบางๆ
[มุ่งหน้าไปที่ระเบียง พ่อของเจ้าก าลังรออยู่]
*
ผมไม่ได้มีความทรงจ าที่ดีต่อพ่อของผมเลย
พ่อของผมเมาแอ๋และทุบตีผม ความไม่พอใจที่มีต่อโลกแผ่
ขยายออกมาเหมือนกับค าสาป และความเกลียดชังที่ไม่อาจ
อธิบายได้ก็มุ่งเป้ามาที่ผม
ผมมีแต่ความทรงจ าที่ผมต้องอดทนใช้ชีวิตไปเท่านั้น
“ยกโทษให้ฉันด้วย…”
ฮาเดสผู้ครอบครองเงาแห่งรัตติกาลอันสูงส่งยืนรอผมอยู่ที่
ปลายสุดของระเบียง เขาก าลังจ้องมองไปยังภาพของยมโลกที่
ทอดยาวไปอีกด้านของปราสาท
ผมไม่รู้ว่าจะพูดอะไรและท าได้เพียงแค่จ้องมองไปยังภาพที่
ทอดขยายออกไปไม่รู้จบ ผมเห็นแม่น้ าแห่งขุมนรกอยู่ภายใน
นั้น และนอกเหนือจากนั้นก็มีวิญญาณเร่ร่อนก าลังมองมาทางนี้
[เจ้าเห็นมันไหม?]
ความตายของผู้คนนับไม่ถ้วนอยู่ที่นี่ ความโศกเศร้าก็ด้วย และ
ความสุขกับความเจ็บปวดของชีวิตก็เช่นกัน ความปรารถนาที่
หวงแหนทั้งหมดที่ล้มเหลวในการบรรลุผลลอยอยู่เหนือผิวของ
แม่น้ า
[นี่คือยมโลก]
ในขณะที่กลุ่มดาวก าลังเติมเต็มความปรารถนาของตนใน
สถานการณ์ ดวงวิญญาณที่ต้องเสียสละเพื่อความปรารถนา
ของพวกเขาก็ได้ถูกกวาดต้อนมายังสถานที่แห่งนี้ โลกของผู้ที่
ถูกทิ้ง ได้รับบาดเจ็บ และถูกท าลายโดยสถานการณ์ – นั่นคือ
ยมโลก
ผมเบนสายตาไปหาฮาเดส
เขาเข้าใจความมืดนี้และได้กลายเป็น ‘ราชาแห่งยมโลก’
…ในขณะที่ไม่เคยหันหลังไปจากกระแสแห่งความโศกเศร้าที่
สาดซัดเข้ามาจากโลกแห่งชีวิต พร้อมกับช่วยเหลือดวง
วิญญาณของทุกๆ คน เขาได้ฟังเรื่องราวของคนอื่นๆ มานับ
พันปีหรืออาจจะถึงหมื่นปีด้วยซ้ า
ในเวลานั้นผมก็คิดถึงเหตุผลบางอย่าง และผมก็สามารถพูดค า
ที่ผมรั้งไว้ได้นานที่สุดออกมา
“…พ่อ”
ฮาเดสไม่ตอบกลับ บางทีค าพูดนั้นอาจจะแปลกประหลาด
ส าหรับเขาเหมือนอย่างที่มันเป็นกับผม
ถึงกระนั้น สุดท้ายเขาก็ตอบกลับมา [บัญชากองทัพ]
ผมมองไปที่เขาอีกครั้งด้วยความตกตะลึง
และในอึดใจต่อมา ผมก็ได้ยินเสียงคล้ายกับความมืดก าลัง
ค ารามออกมา
วิญญาณในบริเวณใกล้เคียงกับก าแพงป้อมปราการก าลังพุ่ง
เข้ามายังปราสาทนี้ บางคนก็มีสีหน้ามุ่งมั่น ในขณะที่บางคนก็
มีรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัว แต่ตรงหน้าของพวกเขาทุกคน มัน
มีสามตุลาการก าลังยืนอยู่
มันเป็นกองทัพขนาดมหึมาที่เหมือนกับคลื่นยักษ์ ผมต้อง
พยายามอย่างหนักในการพยายามซ่อนหัวใจที่ก าลังเต้น
กระหน่ าจากออร่าอันทรงพลังจากกองทัพอันยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยได้
เห็นมาก่อน
[เพื่อความรุ่งโรจน์แห่งยมโลก!!]
ตุลาการคนแรกตะโกนออกมา
[เพื่อความรุ่งโรจน์ขององค์ชายแห่งยมโลก!]
ตุลาการคนที่สองหมอบลงและมองมาที่ผม
และเมื่อตุลาการคนที่สามได้ชูหอกของเขาขึ้นอย่างทรงพลังไป
ทางสรวงสวรรค์ ทุกๆ ดวงวิญญาณที่อยู่ที่นี่ก็เปล่งเสียงออกมา
โดยพร้อมเพรียงกัน
[เพื่อความเป็นนิรันดร์ของทุกๆ สถานการณ์ แด่บทส่งท้ายของ
พวกเรา!]
ในขณะที่เสียงค ารามดังก้องออกมา ‘ราชาแห่งยมโลก’ ก็พูด
กับผม [ไปได้แล้ว]
ฮาเดสไม่แม้แต่จะมองมาที่ผมเมื่อเขาพูดเช่นนั้น
แม้ว่าเขาจะไม่ท า แต่เขาก็ยังคงมองมาที่ผม
เขามองมาที่ผมเสมอ
[ยมโลกคือพันธมิตรของเจ้านับจากนี้เป็นต้นไป]
(จบตอน)