มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 389 – สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ (5)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 389 – สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ (5)
ปัง… ปัง… ปัง…
เสียงกลองศึกดังก้องออกมาจากอีกฟากของประตู
ฮันซูยองยืนอยู่ตรงหน้าประตูที่น าไปสู่พื้นที่ความขัดแย้งที่ 119
และมองไปทางด้านหลังของเธอ“เฮ้ นายพร้อมรึยัง?”
สงครามนี้คงจะเป็นการต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับยูจงฮยอค
นิสัยของพวกเขาไม่เข้ากันเลย แต่มันก็ไม่มีพันธมิตรคนอื่นที่
ไว้วางใจได้เท่ากับเขา
น่าเสียดาย ยูจงฮยอคก าลังแสดงพฤติกรรมแปลกไปเล็กน้อย
อยู่
“ยูจงฮยอค?”
แทนที่จะเตรียมความพร้อมที่จะเข้าไปยังประตูที่ 119 เขา
ก าลังมองไปยังประตูที่ 123 ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่แทน ในตอนนี้
เธอเอ่อล้นไปด้วยลางสังหรณ์แปลกๆ เธอก าลังจะเรียกชื่อของ
เขาออกมา แต่จู่ๆ ร่างของเขาก็หายไป จากนั้นก็มีแรงผลักดัน
อันรุนแรงผลักเธอไปข้างหน้า
[คุณก าลังเข้าสู่ประตูที่ 119]
“…หืม?”
สิ่งสุดท้ายที่เธอเห็นคือสีหน้าแข็งที่อและไร้อารมณ์ของยูจงฮ
ยอค
“เธอไปคนเดียวนะ ฉันมีอีกสมรภูมิที่ต้องไป”
“เฮ้! นายจะตัดสินใจแบบนั้นไม่…!”
ก่อนที่ฮันซูยองจะทันได้ตะโกนออกมาหมด พื้นที่รอบๆ ก็ถูกฉีก
และเผยให้เห็นสมรภูมิแห่งใหม่
“บ้าเอ้ย…”
[อวตาร ‘ฮันซูยอง’ ได้เข้าสู่พื้นที่ความขัดแย้งที่ 119]
[ค่ายของอวตารฮันซูยองคือ ‘ความชั่วร้าย’]
เธอได้ข้ามประตูไปแล้วและไม่อาจกลับไปได้ เธอจะต้องยุติศึก
นี้ลงก่อนถ้าเธออยากจะกลับไป
[กลุ่มดาวจ านวนมากสังเกตเห็นคุณ]
คนเพียงคนเดียวจากค่ายที่เปิดกว้างของ ‘ความชั่วร้าย’ คือ
ฮันซูยอง ในอีกฟาก สายตาอันน่ากลัวจากกลุ่มดาวที่อยู่ฝ่าย
ตรงข้ามก าลังสาดเทลงมาที่เธอ
[กลุ่มดาว ‘เจ้านายแห่งอาร์ค’ ก าลังมองมาที่คุณ]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิทักษ์แห่งวัยเยาว์และการเดินทาง’ ก าลังมองมา
ที่คุณ]
[กลุ่มดาว ‘เทพีดารารุ่งอรุณ’ ก าลังมองมาที่คุณ]
[กลุ่มดาว ‘ผู้เผชิญหน้ากับเทพเจ้า’ ก าลังมองมาที่คุณ]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ก าลังมองมาที่คุณ]
ฮันซูยองท าได้เพียงแค่ครวญครางด้วยความหวาดกลัวใน
ขณะที่เธอยืนยันถึงเจ้าของสายตาเหล่านั้น
แม้ว่าเธอจะไม่ให้ราคา ‘เจ้านายแห่งอาร์ค’ โนอาห์เท่าไร แต่
มันก็ยังมี ‘ผู้พิทักษ์แห่งวัยเยาว์และการเดินทาง’ ทูตสวรรค์
ราฟาเอล ‘เทพีดารารุ่งอรุณ’ เทพธิดาวาไครี่ ‘ผู้เผชิญหน้ากับ
เทพเจ้า’ ทูตสวรรค์คามาเอล และ ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิง
ปีศาจ’ อูรีเอลอยู่ด้วย…
แค่มองไปยังพวกเขาเพียงคนเดียวก็ท าให้เธอลากเลือดได้แล้ว
เธอรู้ว่านี่เป็นกับดัก แต่ถึงกระนั้น เมื่อมาคิดว่าพวกเขาได้สร้าง
สมรภูมิด้วยก าลังรบที่แตกต่างกันขนาดนี้ ไม่ นี่ไม่สมควรที่จะ
ถูกเรียกว่าสมรภูมิตั้งแต่แรกด้วยซ้ า
“…ฉันสงสัยจริงๆ ว่าคิมทกจาจะจัดงานศพของฉันได้ดีไหม”
[โอ้ ‘ความชั่วร้าย’ ตัวน้อย]
ในขณะที่ฮันซูยองได้ยินเสียงที่แท้จริงของวาไครี่ เธอก็ตระหนัก
ได้ว่าสถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องสนุกเลย
[หลายคนในค่าย ‘ความดี’ ปรารถนาที่จะตัดสินคุณ]
ฮันซูยองเม้มปากของเธอ และในขณะที่เธอก าลังคลี่ผ้าพันแผล
ที่มือซ้ายของเธอ จู่ๆ ก็มีคนก้าวเข้ามาทางฝั่งของเธอ
[มีคนเข้าร่วมค่าย ‘ความชั่วร้าย’!]
…มีคนเข้ามาในสมรภูมิที่เสียเปรียบเช่นนี้ด้วย?
แต่ ใครกัน?
[ตอนแรกข้าว่าจะนั่งดูเฉยๆ แต่… เจ้าก็เห็น มันมีคนที่ข้าต้อง
จัดการอยู่]
มันเป็นเสียงที่น่าร าคาญอย่างไม่มีใครเหมือน ฮันซูยองจ า
เจ้าของเสียงได้ในทันที่
“แอสโมเดียส?”
ในตอนนั้นเองเธอก็นึกได้ถึงบางสิ่งที่คิมทกจาบอกกับเธอเมื่อไม่
นานมานี้
– ราฟาเอลและแอสโมเดียสมีประวัติร่วมกัน ถ้าสองคนนั้นเจอ
กันในสมรภูมิ ลองพยายามใช้ประโยชน์จากพวกเขาดู
กรงเล็บของแอสโมเดียสยืดขยายออกมา และแม้ฮันซูยองจะ
ไม่ได้ท าอะไร แต่ราชาปีศาจก็เต็มไปด้วยความปรารถนาในการ
ต่อสู้แล้ว
[ราฟาเอล ในที่สุดก็ถึงเวลาคิดบัญชีกับการต่อสู้ครั้งล่าสุด
แล้ว!]
แอสโมเดียสพุ่งออกไปโดยมีภาพติดตาสีด าเหลือทิ้งไว้ข้างหลัง
ราชาปีศาจอาจไม่น่าไว้วางใจในสถานการณ์ แต่อย่างน้อยมันก็
ยังดีกว่าไม่มีพันธมิตรเลย
ปัง!
ฮันซูยองหลบระเบิดและทะยานขึ้นไปในอากาศ ภาพของ
สมรภูมิที่เห็นจากเบื้องบนดูจะทอดยาวออกไปไม่มีที่สิ้นสุด
แม้ว่าแอสโมเดียสจะก าลังต่อสู้กับราฟาเอล แต่มันก็ยังมีกลุ่ม
ดาวอีกหลายคนเหลืออยู่
“ไอ้บ้าคิมทกจา! และนายก็ด้วย ไอ้บ้ายูจงฮยอค!!”
เพื่อที่จะต่อกรกับกองทัพที่ใหญ่ขนาดนี้ เธอไม่มีทางเลือกอื่น
นอกจากต้องเผยไพ่ลับที่เธอซ่อนไว้จนถึงตอนนี้
“ข้า นายเหนือแห่งเพลิงทมิฬ ฮันซูยอง ขอปลุกตราประทับ
มังกรแห่งบรรพกาล! โอ้ กลุ่มดาวที่มืดมิดยิ่งกว่าตัวความมืด
โอ้ หุบเหวที่ลึกยิ่งกว่ารัตติกาลอันทอดยาว…”
เธอไม่อยากท่องมันเลยแม้ว่าเธอจะตาย แต่ด้วยสถานการณ์
เช่นนี้ ริมฝีปากของเธอก็เริ่มเอื้อนเอ่ยมันทั้งหมดด้วยตัวเอง
แขนซ้ายของเธอมีปฏิกิริยาต่อคาถาของเธอและบิดไปมา
จากนั้นเสียงค ารามของมังกรก็ดังมาจากระยะไกล
“ณ ที่แห่งนี้ จงเผยตัวออกมา!”
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ เตรียมพร้อมส าหรับ
‘การจุติครึ่งเทพ’]
*
ในทางตรงกันข้าม ยูจงฮยอคได้เข้ามายังประตูที่ 123 เพียง
ล าพังและเริ่มมองหาใครบางคนในสมรภูมิที่ถูกปกคลุมไปด้วย
พุ่มไม้ที่ก าลังพลิ้วไหวไปตามสายลมแห่งนี้
‘ไม่ผิดเลย มันคือออร่าของเธอ’
เหตุผลที่เขาขัดค าขอของคิมทกจาและเข้ามายังประตูนี้ก าลัง
อยู่ตรงหน้าของเขาแล้ว
– ยูจงฮยอค ได้โปรดเป็นพันธมิตรกับฉัน
เขาไม่เคยลืมอดีตอันไกลโพ้นเมื่อเขาได้ยินค าเหล่านี้เป็นครั้ง
แรก
จมูกรูปทรงสง่าและผมสีบลอนด์ที่จัดอยู่เป็นระเบียบ ดวงตาที่
มันวาวไปด้วยสีแดงราวกับว่าก าลังเยาะเย้ยทุกๆ สิ่ง
“แอนนา”
เธอเป็นเหมือนกับที่เขาจ าได้
“นายมาแล้ว ยูจงฮยอค”
[อวตาร ‘ยูจงฮยอค’ ได้เข้าสู่พื้นที่ความขัดแย้งที่ 123]
[ค่ายของอวตารยูจงฮยอคคือ ‘ความดี’]
เหตุผลที่เขาเข้ามายังสมรภูมินี้ก็เป็นเพราะเขารู้ว่าแอนนาจะ
อยู่ที่นี่ และกลุ่มดาวที่บอกกับเขาก็คือ…
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ เผยรอยยิ้มอันลึกลับ]
ยูจงฮยอคกัดฟันและพูดออกมา “มันถึงเวลาแล้วที่จะมายุติ
เรื่องจากการเสื่อมถอยรอบที่สอง”
เขาปลดดาบปีศาจทมิฬอย่างเงียบๆ และดาบของเขาก็เปล่ง
เสียงร่ าร้องอันเฉียบคมออกมา
ช่วงเวลาที่ความแค้นที่เขารอคอยมาเนิ่นนานอยู่ตรงนี้แล้ว เขา
ชี้อาวุธไปที่เธอในขณะที่เธอยังคงยืนนิ่งอยู่
“เอาอาวุธของเธอออกมา”
“ฉันไม่คิดที่จะต่อสู้กับนาย”
“งั้นก็ตายซะ”
เขาก้าวไปข้างหน้าด้วยท่าทีคุกคาม แต่เธอก็ส่ายหัวตอบ “นาย
มาที่นี่เพราะเรื่องในรอบที่สองจริงๆ เหรอ?”
“…”
“การแก้แค้นของนายมันไม่มีความหมายเลย นายก็น่าจะรู้ว่า
ฉันไม่ใช่แอนนาจากรอบที่สอง”
“ตัวเธอของเมื่อวานจะไม่ใช่ตัวเธออีกต่อไปแล้วเหรอ?”
“นายหมายความว่ายังไง?”
“เธอได้สืบทอดความทรงจ าและความปรารถนาของแอนนา
จากรอบที่สองมา เธอครอบครองความคิดและเป้าหมายแบบ
เดียวกัน มันไม่ต้องสงสัยเลย เธอคือแอนนาคนนั้น”
“…สิ่งที่ก าหนดตัวตนของคนคือเรื่องราวที่พวกเขาครอบครอง
ฉันเห็นว่ามุมมองของนายก็เหมือนกันไม่ว่ามันจะเป็นรอบที่
สองหรือตอนนี้”
แม้ว่าเธอก าลังจ้องมองไปยังดาบของยูจงฮยอคที่ก าลังขยับเข้า
มาใกล้ แต่เธอก็ยังไม่ป้องกันตัวเลย เมื่อเห็นสัญญาณของการ
ยอมจ านนในดวงตาของเธอ การแสดงออกของเขาก็แข็งขึ้น
“ซาราทุสทราอยู่ไหน?”
“พวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่”
“อย่าท าให้ฉันหัวเราะน่า มันเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะมาคนเดียว”
“ถ้าเป็นแอนนาที่นายรู้จักก็ใช่ เธอไม่เคยท าแบบนั้น”
เขาก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวใหญ่ และผมของเธอก็กระพือจาก
สถานะของเขา ใบหน้าของเธอถูกเผยออกมาอย่างเต็มที่ และ
แสดงให้เห็นถึงร่องรอยของบาดแผลหลายๆ จุด สิ่งที่สะดุดตา
ของเขามากที่สุดคือรอยแผลเป็นรอบๆ ‘เนตรจอมปีศาจ’ ราว
กับว่ามีใครจงใจพยายามจะตัดมันออกไป
“…เกิดอะไรขึ้นกับเธอ?”
“ มีหลายสิ่งเกิดขึ้น” เธอผลักมือของเขาออกไปและพูดต่อ
“มันหมายความว่าแอนนาผู้สูงส่งที่นายรู้จักได้พังทลายลงไป
นานแล้ว”
เมื่อเธอพูดจบ บางสิ่งก็พุ่งออกมาจากอีกฟากของสมรภูมิ
กลุ่มดาวที่เลือก ‘ความชั่วร้าย’ ก าลังทะยานออกมาพร้อมกับ
ปลดปล่อยสถานะออกมาเต็มที่ ราวกับว่าเขารู้ว่าเรื่องแบบนี้จะ
เกิดขึ้น ยูจงฮยอคได้ขยับไปจับแอนนาเป็นตัวประกัน อย่างไรก็
ตาม มันก็มีบางสิ่งแปลกไป
[กลุ่มดาวจากเนบิวลา ‘แอสการ์ด’ ส่วนหนึ่งได้เข้าสู้พื้นที่
ความขัดแย้งที่เกี่ยวข้อง!]
[กลุ่มดาวจากเนบิวลา ‘พระเวท’ ส่วนหนึ่งได้เข้าสู้พื้นที่ความ
ขัดแย้งที่เกี่ยวข้อง!]
[กลุ่มดาวจากเนบิวลา ‘พาไพรัส’ ส่วนหนึ่งได้เข้าสู้พื้นที่ความ
ขัดแย้งที่เกี่ยวข้อง!]
แอนนาก าลังยิ้มอยู่จริงๆ ในขณะที่เธอมองไปยังดาบที่ก าลังชี้
มาที่ล าคอของเธอ “หยุดท าอะไรโง่ๆ ได้แล้วยูจงฮยอค พวก
เราอยู่ฝ่ายเดียวกัน”
[ค่ายของอวตารแอนนา คลอฟฟ์คือ ‘ความดี’]
“…ฉันคิดว่าแอสการ์ดเป็นเนบิวลาผู้สนับสนุนของเธอซะอีก?”
“ฉันเข้าใจความเสียใจของนาย แต่นายช่วยเลื่อนมันออกไป
จนกว่าจะถึงครั้งต่อไปได้ไหม?”
พวกเขาอาจจะก าลังพูดสองสิ่งที่แตกต่างกันอยู่ แต่พวกเขาก็
เข้าใจสถานการณ์ของกันและกันได้อย่างเต็มที่
เรื่องแบบนี้มันชัดเจนมาก ถึงอย่างไรก็ตาม คนหนึ่งก็คือผู้เสื่อม
ถอยที่เข้าใจอดีตได้ดียิ่งกว่าใคร ในขณะที่อีกคนคือผู้เผยพระ
วจนะที่เคยเผชิญหน้ากับผู้เสื่อมถอยคนดังกล่าวมาอย่าง
ต่อเนื่อง
ยูจงฮยอคถอนดาบออกไปและพูด “เป็นจุดจบที่เหมาะสมกับ
เธอ ผู้เผยพระวจนะ”
“และดูเหมือนว่าฉันจะต้องแบ่งปันส่วนนี้กับเธอ”
ครืน…
กองทัพอันยิ่งใหญ่ของแอสการ์ดยาตราทัพมาข้างหน้า
[กลุ่มดาว ‘เทพแห่งความยุติธรรมและความเป็นมิตร’ พบ
สถานการณ์อันน่าเศร้านี้]
[กลุ่มดาว ‘เพลิงแห่งมัสเปลเฮม’ ปรารถนาจะเผาทุกอย่าง
ภายในสมรภูมินี้]
[กลุ่มดาวที่ชอบการเปลี่ยนเพศก าลังมองมายังอวตาร ‘ยูจงฮ
ยอค’]
ราวกับว่าจะแสดงการตัดสินใจสุดท้ายของพวกเธอ เซลีน่าและ
ไอริสที่ยืนอยู่ตรงหน้าของกองทัพที่ก าลังยาตราเข้ามาได้หยุด
ลง
ยูจงฮยอคสามารถอ่านอารมณ์มากมายที่ถูกเขียนไว้บนใบหน้า
ของพวกเธอได้
“การตัดสินใจสุดท้ายของพวกเธอ”
น่าเสียดาย การหยุดของพวกเธอไม่ได้หมายความว่ากลุ่มดาว
อื่นๆ จะหยุดลงด้วย
“หลบไป”
เมื่อค าพูดของแอนนาจบลง ร่างของทั้งคู่ก็หายไป จากนั้นเสียง
ระเบิดดังกึกก้องก็ห้อมล้อมสมรภูมิทั้งหมด หลุมใหญ่สามารถ
พบได้ทั่วพื้นดินที่พวกเขาเคยยืนอยู่
เปรี้ยง!!
สายฟ้าดังก้องมาจากท้องฟ้าเบื้องบน เสียงที่คล้ายคลึงกับเสียง
หัวเราะดังก้องไปทั่ว
[กลุ่มดาว ‘เทพหมาป่าทมิฬแห่งความตาย’ เลือกค่าย ‘ความ
ชั่วร้าย’]
[กลุ่มดาว ‘ราชาเทพสายฟ้า’ เลือกค่าย ‘ความชั่วร้าย’]
ผิวของแอนนาซีดลงในขณะที่เธอยืนยันค าขยายของกลุ่มดาว
‘เทพหมาป่าทมิฬแห่งความตาย’ คือกลุ่มดาวอันทรงพลังจาก
พาไพรัส ‘อนูบิส’ ส่วน ‘ราชาเทพสายฟ้า’ …
“โอ้พระเจ้า นั่นมัน ‘พระอินทร์’ …”
ถ้าโอลิมปัสมีสิบสองเทพ งั้นพระเวทก็มีแปดโลกบาล และมี
กลุ่มดาวหนึ่งที่ปกครองแปดโลกบาลเหล่านั้นในฐานะราชาของ
พวกเขา
[กลุ่มดาว ‘ราชาเทพสายฟ้า’ อัญเชิญสายฝนอัสนี]
และนั่นคือ ‘ราชาเทพสายฟ้า’ พระอินทร์
[กลุ่มดาวจ านวนมากก าลังเรียกร้องความไม่ยุติธรรมกับการมี
ส่วนร่วมของ ‘ราชาเทพสายฟ้า’]
มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะเห็นว่าท าไมถึงมีคนวิจารณ์สถานการณ์นี้
พระอินทร์ไม่ใช่กลุ่มดาวในระดับที่ควรจะปรากฏตัวในพื้นที่
ความขัดแย้งเล็กน้อยแบบนี้เลย มันไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยที่จะ
บอกว่าพระอินทร์คือตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดใน ‘พระเวท’ ถ้า
มันไม่นับสามมหาเทพองค์หลัก
[กลุ่มดาว ‘ราชาเทพสายฟ้า’ ก าลังอยู่ในสถานะ ‘การจุติครึ่ง
เทพ’]
นอกเหนือจากนี้ เขายังไม่ได้อยู่ในร่างอวตาร แต่เป็นสถานะ
ครึ่งเทพ
แอนนาเม้มปากในขณะที่เธอหลบสายฟ้าที่กระหน่ าลงมา
แม้ว่าเธอจะเป็นนักสู้ที่ยอดเยี่ยม และไม่ว่ายูจงฮยอคจะทรง
พลังแค่ไหน แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะต่อสู้กลุ่มดาวนั้นในตอนนี้
ในขณะเดียวกัน ยูจงฮยอคก็ถามค าถามกับเธอ “ท าไมเธอถึง
หักหลังฉัน?”
“…นี่เป็นเวลาที่เหมาะสมแล้วเหรอกับการสนทนาเรื่องนั้น?”
แอนนาพูด แต่จากนั้นเธอก็เห็นว่าสายตาที่ไม่พูดอะไรของเขา
ยังคงจดจ้องอยู่ที่เธอ และตอบด้วยการถอนหายใจ “นั่นเป็นวิธี
ที่ดีที่สุดในเวลานั้น ฉันเชื่อว่าฉันจะไปถึงตอนจบได้ถ้าฉันท า
แบบนั้น”
“งั้นเธอไปถึงตอนจบนั่นรึยัง?
คราวนี้แอนนาไม่ตอบกลับมา
‘หนทางเอาชีวิตรอด’ หรือบันทึกจากรอบที่ 1863 ไม่ได้
อธิบายว่าสถานการณ์ที่แอนนาจากรอบที่สองไปถึงเป็นแบบ
ไหน
ดังนั้นมันจึงมีแค่เธอเท่านั้นที่รู้ผลลัพธ์ของมัน
อย่างไรก็ตาม เธอก็พ่นเสียงออกมาด้วยความโกรธแทน “…
นายจะถามท าไมในเมื่อนายรู้ค าตอบแล้ว?”
จากนั้นเทพหมาป่าทมิฬแห่งความตายก็เริ่มเคลื่อนไหว อนูบิ
สคือกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่าที่ห้อยกระดูกหมาจิ้งจอกสีด าสนิท
และกวัดแกว่งหอกสีด า – อาวุธของมันจ้วงแทงผ่านสายฟ้าที่
สาดเทลงมาอย่างแม่นย าและพุ่งเข้าหาหัวใจของแอนนา แต่
แล้ว…
ปัง!
“ฉันจะเป็นคนฆ่าเธอ” ยูจงฮยอคกล่าวด้วยเสียงต่ าที่หนักอึ้ง
ในขณะที่เขาคว้าหอกไว้ด้วยมือเปล่า
[กลุ่มดาว ‘เทพหมาป่าทมิฬแห่งความตาย’ ตกตะลึง]
สถานะอันทรงพลังเริ่มแผ่ออกมาจากร่างของยูจงฮยอค –
สถานะแห่งผู้บรรลุ ยูจงฮยอคอาบอยู่ในล าแสงสีทอง และ
พลังงานเวทมนตร์ก็เดือดพล่านอยู่ภายในตัวของเขา หอกขอ
งอนูบิสเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับว่ามันมีอาการชัก
อนูบิสประกาศด้วยเสียงอันดังราวกับว่ามันต้องการจะต่อต้าน
พลังนี้
[โอ้ ผู้ต่อต้านกับความตาย ข้าคือเทพแห่งความตาย อนูบิส ข้า
จะพรากชีวิตของเจ้าไป]
“เทพแห่งความตาย?” ยูจงฮยอคตอบกลับ “นายไม่ใช่เทพ
แห่งความตาย”
ในเวลาเดียวกัน ล าแสงสีน้ าเงินก็ระเบิดออกมาจากแขนขวา
ของเขา
ในขณะที่อนูบิสกรีดร้องออกมาและถอยกลับไป ดาบปีศาจ
ทมิฬในมือของเขาก็ค ารามออกมาอีกครั้ง
“ฉันเคยเห็นเทพแห่งความตายตัวจริงมาแล้ว”
นี่เป็นหนึ่งในเคล็ดวิชาที่ยูจงฮยอคซ่อนไว้มาจนถึงตอนนี้
(จบตอน)