มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 395 – หัวใจที่แน่วแน่ (3)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 395 – หัวใจที่แน่วแน่ (3)
ในช่วงเวลาสั้นๆ สายตาของคนทั้งสองก็สบกัน
「”ทุกคนรู้วิธีจัดการกับราชาปีศาจใช่ไหม?”」
พวกเขามีความเจ็บปวดแบบเดียวกัน และพวกเขาก็ใช้ชีวิตมา
พร้อมกับความเจ็บปวดที่เหมือนกัน
พวกเขาสูญเสียคนที่พวกเขาห่วงใยไปต่อหน้าต่อตา
「”มาเริ่มสถานการณ์สุดท้ายกันเถอะ”」
พวกเขาล้มเหลวในการช่วยสหายไว้หลายครั้ง
และนั่นคือสาเหตุที่พวกเขาไม่อาจหันหลังให้กับคนที่ก าลังจะ
ตายอยู่ตรงหน้าของพวกเขาได้
ชีวิตที่พวกเขาใช้มาจนถึงตอนนี้ท าให้พวกเขามั่นใจ
“ไปกันเถอะ!”
จางฮีวอนกระโดดขึ้นลงเบาๆ บนมือของลีฮุนซึง และเขาก็
เหวี่ยงเธอออกไปข้างหน้าอย่างรุนแรง
เธอลอยออกไปเหมือนกับล าแสงและตัดผ่านสมรภูมิ เปลว
เพลิงแห่งเพลิงอเวจีวาดผ่านอากาศและพุ่งไปข้างหน้า ส่งผล
ให้ราชาปีศาจฮาเกนติอ้าปากค้างด้วยความเจ็บปวด
มันรีบดับไฟที่สามารถแยกชิ้นเนื้อของมันได้และค ารามออกมา
อย่างชั่วร้าย [เจ้าซ่อนตัวอยู่ตรงนั้นเหรอ!]
ฮาเกนติไม่เล่นอีกและทะยานไปข้างหน้าพร้อมกับยกฝุ่นหนา
ขึ้นมา
“ย๊ากก!”
ในขณะที่ลีฮุนซึงคว้าเขาของฮาเกนติไว้เพื่อเริ่มต่อสู้กับมัน
จางฮีวอนก็เริ่มเขย่าตัวไคล์ที่ไม่ได้สติ
“ไคล์! อดทนไว้นะ! ไคล์!”
ราวกับว่าเธอได้เปลี่ยนกับไปเป็นอีริค เธอพยายามเรียกชื่อของ
ไคล์ออกมา เธอวางมือไว้ใกล้ๆ กับจมูกของเขาและรู้สึกโล่งใจ
ขึ้นมาเมื่อพบว่าเขายังไม่ตาย
「”ลองอีกครั้งกับสถานการณ์…”」
คนเหล่านี้เดินทางมาใกล้ขนาดนี้หลังจากได้ยินเสียงของเธอ
และค าพูดของบริษัทของคิมทกจา พวกเขาติดตามเธอมาเพื่อ
หาเรื่องราวของตนเอง
นั่นเป็นสาเหตุที่เธอไม่อาจปล่อยให้พวกเขาตายที่นี่ได้
“ให้ข้าพาเขาไปเอง”
ด้วยเวลาที่เหมาะสม ทหารองครักษ์ก็เดินเข้ามาหาเธอ และ
หนึ่งในนั้นก็วางไคล์ไว้บนหลังของเขา
“ฝากด้วยนะ”
“ให้พวกเราจัดการเอง”
องครักษ์พยักหน้าอย่างเคร่งขรึมและรีบวิ่งไปทางด้านหลังของ
สมรภูมิ จากนั้นเธอก็จับดาบของเธอไว้แน่น และวางแผนที่จะ
ไปช่วยลีฮุนซึง แต่แล้วในตอนนั้นเอง…
…ลางสังหรณ์อันเย็นยะเยือกก็บังเกิดขึ้นทั่วร่างของเธอ
เธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนในชีวิต
ไม่แม้แต่ตอนที่เธอก าลังจะเสียคิมทกจาไปในปราสาททมิฬ ไม่
แม้แต่ตอนที่เธอสูญเสียเขาไปอีกครั้งในอาณาจักรปีศาจที่ 73
และจากนั้น…
“ฮีวอน! หมอบลง!!”
ในเวลาเดียวกัน ลีฮุนซึงก็รวบตัวของเธอและกลิ้งลงไปบนพื้น
ล าแสงบางๆ ปัดผ่านปลายแขนของเธอ ในขณะนั้นเองเธอก็
ตระหนักได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวที่ว่า
มันเป็นกระสุนที่ถูกยิงออกมาจากบาร์บาทอส
ผิวของลีฮุนซึงเปลี่ยนเป็นสีน้ าเงินซีด และก่อนที่เธอจะทันได้
ถามว่าเขาเป็นอะไรไหม เขาก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน “เธอหนีไปก่อน
ฉันจะพยายามซื้อเวลาให้”
เขาหยุดฮาเกนติที่บุกเข้ามาด้วยมือทั้งสองข้าง และเขาก็จับ
หอกเพลิงที่ถูกโยนออกมาจากอาร์มี่ในระยะไกลไว้ด้วยฟันของ
เขา แม้แต่ภายใต้ความร้อนระอุที่หลอมละลายลิ้นของเขาและ
เผาไหม้ลูกตาของเขา ลีฮุนซึงก็ยังอดทนกับมันโดยไม่มีอะไร
มากไปกว่าจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้และไม่ย่อท้อของเขา
– เร็วเข้า!
เขาส่งเสียงมาหาเธอผ่านสกิลที่เชื่อมต่อกันเมื่อพวกเขาติดอยู่
ใน ‘หมู่เกาะไคเซนิกซ์’ ด้วยสกิลนั้น เขาจึงสามารถพูดกับเธอ
ได้
– ฉันยังพอทนได้! แต่ฉันก็ไม่สามารถปกป้องเธอไปด้วยได้!
ย้อนกลับไป หรือในตอนนี้ก็ตาม ลีฮึนซึงมักจะยืนกรานในสิ่งที่
เขาไม่อาจท าได้อยู่เสมอ และนั่นคือเหตุผลที่จางฮีวอนไม่อาจ
หนีไปได้
เธอเบี่ยงเบนกรงเล็บสีเงินที่พุ่งเข้ามาของสโตลาสและกัดฟัน
ของเธอ เพลิงอเวจีก าลังอ่อนก าลังลงเรื่อยๆ และรอยแตกบน
กระดองของลีฮุนซึงก็กว้างขึ้นทุกขณะ
เซพาร์หัวเราะ [ช่างเป็นชะตากรรมที่น่าเศร้าจริงๆ แต่ข้าก็
สนุกไปกับโศกนาฏกรรมแบบนี้]
“หุบปาก”
[กลุ่มดาวจ านวนหนึ่งหลั่งน้ าตาให้กับเรื่องราวของอวตาร]
จางฮีวอนกวัดแกว่งดาบอย่างเต็มกลืนเพื่อที่เธอจะสามารถทิ้ง
หลักฐานไว้ได้ว่าชีวิตของพวกตนไม่ใช่ความบันเทิงส าหรับคน
อื่น
เหล่าผู้กลับชาติมาเกิดที่ก าลังวิ่งหนีไปเฝ้ามองการดิ้นรนของ
พวกเขา
เพื่อช่วยชีวิตของพวกตน จางฮีวอนและลีฮุนซึงได้ต่อสู้
[อิทธิพลของเนบิวลา ‘บริษัทของคิมทกจา’ ก าลังเติบโตขึ้น]
[รากฐานของ ‘สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ’ ก าลัง
สั่นคลอน]
นับเป็นครั้งแรกที่ราชาปีศาจผู้อวดดีได้เปลี่ยนสีหน้าของตน
[น่าเสียดายจริงๆ ที่พวกเราไม่อาจสนุกไปกับมันได้อีก]
และเป็นอีกครั้ง ล าแสงสีด าได้ระเบิดออกมา กระสุนฉีกผ่าน
อากาศและพุ่งมาข้างหน้า มันเป็นสกิลของบาร์บาทอส
‘กระสุนท าลายดารา’
คราวนี้มันไม่อาจหลบได้
จางฮีวอนหมอบตัวลงเพื่อพยายามลดความเสียหายให้ได้มาก
ที่สุดเพื่อคนที่พยายามปกป้องเธอ นอกเหนือจากความรู้สึกของ
แรงปะทะอันหนักหน่วง เธอก็ได้ยินเสียงระเบิด
ปัง!
กระสุนไม่ได้จบลงแค่นัดเดียว
ปัง!!
กระสุนถูกยิงออกมาเรื่อยๆ เพื่อท าลาย ‘บางสิ่ง’
[เรื่องราว ‘มิตรภาพที่บริสุทธิ์ที่สุด’ ก าลังปั่นป่วน]
จางฮีวอนดิ้นรนอย่างเต็มกลืนและกอดคนที่ก าลังปกป้องเธอให้
กลิ้งลงไปบนพื้น มันเป็นร่างของคนๆ หนึ่งที่ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ
ด้วยกระสุน ใบหน้าเปื้อนเลือดก าลังยิ้มให้กับเธอ เขาก าลังพูด
บางสิ่งออกมา แต่อย่างช้าๆ ช้าๆ เขาก็หลับตาลง
[เรื่องราว ‘ดาบและโล่’ ได้หยุดเล่าเรื่องราวของมัน]
“ฮุนซึง?”
[กลุ่มดาว ‘เจ้านายแห่งโลหะ’ ได้รับความเสียหายหนัก]
“ฮุนซึง ได้โปรด ตื่นขึ้นมานะ”
ราวกับว่ามันมาถึงช่วงพักยก กระสุนได้หยุดลง
บางสิ่งบางอย่างภายในหัวของเธอได้พังทลายลงมาในเวลานั้น
จางฮีวอนเขย่าลีฮุนซึงอีกครั้ง
“ฮุนซึง”
เขาไม่ได้ลืมตา ริมฝีปากของเขาไม่ได้พูดอะไร และจมูกของเขา
ก็ไม่หายใจอีก หูของเขาเองก็ไม่ได้ยินอะไรเช่นกัน
“ตื่นนะ!!!”
แต่เธอก็ยังไม่ได้รับค าตอบจากเขา
“ตื่น! ตื่นได้แล้ว!!”
จากนั้น… ราชาปีศาจก็เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง
จางฮีวอนรีบยกร่างขนาดใหญ่ของลีฮุนซึงขึ้นและวิ่งไปอย่าง
เต็มที่ เธอวิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะท าได้ เธอวิ่งเร็วและแรง
พอที่จะท าให้กล้ามเนื้อขาของเธอฉีกออก และหัวใจของเธอก็
เริ่มหดเกร็ง เสียงปืนดังขึ้นในไม่ช้า และรอยแผลเป็นก็ถูกสะสม
บนร่างกายของเธอ
อย่างไรก็ตาม เธอก็ยังวิ่งต่อไป เธอยังคงหลบหนีจากทุกสิ่งใน
สถานที่แห่งนี้
ถ้ามันเป็นคิมทกจา ถ้ามันเป็นเขา เขาก็น่าจะช่วยลีฮุนซึงได้
เขาช่วยชินยูซอง และเขายังช่วยยูซานอาได้ ดังนั้นเขาก็น่าจะ
ช่วยลีฮุนซึงได้แน่ๆ
ความตายไม่มีความหมายอะไรในที่แห่งนี้
ความตายไม่อาจแยกพวกเขาได้
จางฮีวอนวิ่งไปทั้งน้ าตา แม้ว่ามันจะไม่มีอะไรมากไปกว่าการ
ซื้อเวลา แต่เวลานั้นก็ส าคัญมากในการเปลี่ยนแปลงทุกๆ อย่าง
ดังนั้นเธอจึงวิ่ง และเธอก็วิ่งไปเรื่อยๆ เธอวิ่งแบบนี้มานาน
เท่าไหร่แล้ว? สายตาของเธอเริ่มพร่ามัวขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุด
เธอก็ทรุดตัวลงบนปลักโคลน กลิ่นเหม็นเน่าของศพผู้กลับชาติ
มาเกิดคละคลุ้งไปทั่ว ร่างกายของเธอไม่มีพลังงานเหลืออยู่เลย
ส่วนการเต้นของหัวใจของลีฮุนซึง เธอก็ไม่อาจได้ยินอีก
[อวตารของอูรีเอล เจ้าไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน?]
เธอสัมผัสได้ถึงตัวตนของราชาปีศาจที่ก าลังใกล้เข้ามาและกลั้น
หายใจ ไม่ว่าจะเป็นเพราะโชคหรืออะไร สถานะของเธอ
ในตอนนี้ก็ทรุดโทรมลงจนไม่อาจจดจ าได้แล้ว และมันก็ยากที่
จะแยกแยะเธอออกจากผู้กลับชาติมาเกิดคนอื่น
[หากว่าเจ้าไม่ออกมา งั้นก็ดี พวกเราก็จะสังหารคนที่เหลือ
แทน]
ราชาปีศาจอาร์มี่หัวเราะและเริ่มเหวี่ยงหอกเพลิงของมัน
มันยังมีผู้กลับชาติมาเกิดอีกมากมายที่ยังมีชีวิตอยู่รอบตัวเธอ
พวกเขาคือคนที่จางฮีวอนควรช่วยเหลือ พวกเขาคือคนที่เธอ
ควรเข้าไปช่วย
เธอบีบดวงตาของเธอให้ปิดลง
‘ฉันขอโทษ’
ความชอบธรรมของเธอมีได้แค่นี้
เธอได้ยินเสียงระเบิดเพลิงค ารามออกมา และเริ่มนึกถึงภาพที่
เธอจะได้เห็นหลังจากที่เธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง
ภาพของเหล่าผู้กลับชาติมาเกิดที่ถูกเผาจนตาย ใบหน้าของคน
ที่ก าลังจะตาย ความไม่พอใจที่มีต่อเธอ สีหน้าของพวกเขาใน
ขณะที่พวกเขาชี้นิ้วมาที่เธอซึ่งก าลังวิ่งหนี
จางฮีวอนอธิษฐาน เธออธิษฐานว่าอย่างน้อยก็ให้มีสักคนที่หนี
ไปได้ แม้ว่ามันจะแค่นิดเดียว แต่เธอก็ต้องทนจนกว่าคิมทกจา
จะมาถึง
“เธออยู่นี่!”
จากนั้นก็มีคนตะโกนออกมา
“ข้าคืออวตารของอูรีเอล จางฮีวอน”
เธอลืมตาขึ้นด้วยความสับสน คนที่พูดออกไปคือคนที่เธอรู้จักดี
มันไม่ใช่ใครอื่นนอกจากอัศวินไคล์ คนที่เธอได้ช่วยไว้เมื่อไม่
นานมานี้
และถัดจากเขาก็เป็นอัศวินที่แบกตัวเขาที่ได้รับบาดเจ็บไป
“ไม่ ข้าคือจางฮีวอน!”
“ไม่ มันคือข้า! ข้าคือเธอ! มาฆ่าข้าแทนสิ!”
[…ไอ้เจ้าพวกบ้า พวกเจ้าบ้าไปหมดแล้วเหรอ?]
เหล่าผู้กลับชาติมาเกิดไม่ได้วิ่งหนี
เหล่าผู้ที่มาพร้อมกับเธอจากหมู่เกาะไคเซนิกซ์ เหล่าคนที่เธอ
สามารถช่วยไว้ได้ในพื้นที่ความขัดแย้งอื่น พวกเขาต่างยืนอยู่
บนฝั่งของเธอเพื่อตะโกนออกมาสุดเสียง
“ข้าคือจางฮีวอน!”
“ข้าคือลีฮุนซึง!!”
เหล่าผู้กลับชาติมาเกิดที่ยืนขึ้นได้พูดชื่อของเธอและลีฮุนซึง
ราวกับว่ามันเป็นชื่อของพวกเขา แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่ามันจะ
เกิดอะไรขึ้นก็ตาม
“ข้าคือยูจงฮยอค!”
ทุกๆ คนที่อยู่ที่นี่ก าลังจ้องมองไปยังความตายของตนเอง
“ข้าคือคิมทกจา!”
“ข้าคือฮันซูยอง!!”
พวกเขาตะโกนชื่อของผู้กอบกู้ ชื่อของบริษัทคิมทกจา
“ข้าคือจางฮีวอน!”
ราวกับว่านี่คือความชอบธรรมที่พวกเขาตัดสินใจยึดมั่น หรือ
ราวกับว่าจะให้เทพเจ้าช่วยพวกเขาเป็นการตอบแทน
“ย๊ากกก!!”
หลังจากตะโกนชื่อของเธอออกมา ไคล์ก็เริ่มทะยานเข้าไปหา
ราชาปีศาจที่อยู่ใกล้ที่สุด เหล่าผู้กลับชาติมาเกิดที่เคยวิ่งหนีไป
ยังทิศทางตรงกันข้ามต่างก็วิ่งกลับมา
บางคนมีน้ าตา บางคนเดือดดาล และบางคนก็สิ้นหวัง
[อิทธิพลของบริษัทของคิมทกจาในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง
เข้มแข็งยิ่งขึ้น!]
ราชาปีศาจเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาและเริ่มปลดปล่อยสถานะของตน
[พวกโง่พวกนี้กล้า…!]
เหล่าผู้กลับชาติมาเกิดถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยต่อหน้าต่อตา
เธอ
พวกเขาไม่อาจทนทานต่อเศษแสงจากราชาปีศาจได้ ถึงกระนั้น
พวกเขาก็ยังไม่หยุดตะโกน บางคนก็ตะโกนชื่อของจางฮีวอน
ออกมา บางคนก็ตะโกนชื่อของลีฮุนซึงออกมา บางคนก็ตะโกน
ชื่อของบริษัทของคิมทกจาออกมาในขณะที่พวกเขาโยนตัวเอง
ลงสู่อ้อมกอดแห่งความตาย
จางฮีวอนที่อยู่ภายในสมรภูมิอันน่าหวาดกลัวแห่งนี้เริ่มสั่น
ท าไมพวกเขาถึงถูกฆ่าอย่างนี้?
เธอมองไปยังลีฮุนซึงที่ทรุดตัวอยู่ข้างล่าง ก่อนที่จะมองไปยัง
ท้องฟ้าอันมืดมิดของการถ่ายทอดสดดวงดาว ดวงดาวนับไม่
ถ้วนก าลังมองลงมาที่เธอ
แม้ว่ามันจะมีดวงดาวระยิบระยับมากมายอยู่ที่นั่น…
…แต่มันก็ไม่มีใครลงมาช่วยเธอ
จางฮีวอนลุกขึ้นยืน
“…ฉัน”
จากนั้นเธอก็วิ่งเข้าหาราชาปีศาจ
“ฉันคือจางฮีวอน!”
[โฮ่ เจ้าอยู่ที่นั่นเอง!]
กรงเล็บพุ่งเข้ามาและเฉือนแผ่นหลังของเธอ
[คุณร้องขอการเปิดใช้งานสกิลเฉพาะตัว ‘เวลาพิพากษา’!]
แม้มันจะแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ไม่ว่ามันจะเป็นใคร – ตราบใดที่
พวกเขาสามารถมอบความแข็งแกร่งให้กับฉันได้…
[กลุ่มดาวฝ่ายดีส่วนใหญ่คัดค้านการเปิดใช้งานสกิล]
[การเปิดใช้งานสกิลถูกยกเลิก]
ท าไมคนที่เธอต้องการถึงตัดสินแบบนี้?
งั้นอะไรคือ ‘ความดี’ และอะไรคือ ‘ความชั่วร้าย’ กัน?
“…ไอ้ความดีระย าเอ้ย?”
ท าไมพวกนายถึงตัดสินใจเองแบบนั้น?
และท าไมฉันต้องปฏิบัติตามด้วย?
กระสุนของบาร์บาทอสพุ่งออกมา
อารมณ์ที่เสื่อมโทรมลงของเธอได้กลายเป็นเชื้อเพลิงที่เริ่มลุก
โชติช่วงขึ้นมา
[เรื่องราวทั้งหมดของคุณก าลังตอบสนองต่อความโชคร้ายของ
คุณ]
ทุกๆ อารมณ์ของเธอในตอนนี้ก าลังชี้ไปที่จุดๆ เดียว
[เรื่องราวทั้งหมดของคุณก าลังตอบสนองต่อความต้องการของ
คุณ]
และนั่นคือ ‘การแก้แค้น’
[การถ่ายทอดสดดวงดาวก าลังมองมายังเรื่องราวของคุณ]
「ฉันปรารถนาที่จะพิพากษาพวกมันทั้งหมด」
[เรื่องราวใหม่ก าลังงอกเงยขึ้นมาภายในตัวคุณ!]
อึดใจต่อมา ล าแสงอันทรงพลังก็ระเบิดออกมาจากร่างทั้งร่าง
ของเธอ
การระเบิดของล าแสงอันยิ่งใหญ่ได้บังคับให้วิถีของ ‘กระสุน
ท าลายดารา’ เบี่ยงเบนออกไป และในเวลาเดียวกัน ราชา
ปีศาจที่อยู่ใกล้ๆ ก็ถูกผลักออกไปด้วย
จากนั้นจางฮีวอนก็ได้ยินเสียงข้อความดังขึ้นในหูของเธอ
[วิวัฒนาการของอวตารจางฮีวอนก าลังใกล้เข้ามา]
[โอกาสในการพัฒนาแอตทริบิวต์ของคุณมาถึงแล้ว!]
‘ผู้หมอบคลาน’ ที่ครั้งหนึ่งได้กลายเป็น ‘ผู้พิพากษาแห่งความ
ชั่วร้าย’ เพื่อที่จะด าเนินการพิพากษาความชั่วร้ายทั้งหมดที่
เธอพานพบ
ในกรณีนั้น มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าผู้พิพากษาคนนั้นถูก ‘ความดี’
ทรยศ?
[คุณได้รับแอตทริบิวต์ระดับต านาน]
ออร่าแสงสีขาวเจิดจ้าระเบิดออกมาจากดาบของเธอ พลังงาน
ที่เดือดพล่านและเอ่อล้นของเรื่องราวถูกปลดปล่อยออกมาจาก
ร่างของเธอทั้งร่าง จากนั้นวงแหวนแห่งความโกลาหลก็ก่อรูป
ขึ้นภายในดวงตาของจางฮีวอนในขณะที่เธอมองไปยังเหล่า
ราชาปีศาจ
[คุณได้กลายเป็น ‘ผู้พิพากษาแห่งวันสิ้นโลก’]
(จบตอน)