มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 399 – หนังสือแห่งการเปิดเผย (2)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 399 – หนังสือแห่งการเปิดเผย (2)
ถ้าตีความตามการประกาศของผม งั้นพวกมันคงจะแปลได้ว่า
‘ฆ่าพวกเรา ไม่งั้นก็ตายซะ’
ปฏิกิริยาแรกคือกลุ่มดาวพากันปั่นป่วน จากนั้นพวกเขาก็เริ่ม
ซุบซิบกัน และในที่สุดก็เงียบไป บางคนก็จ้องมองไปยังอากา
เรส บ้างก็จ้องมองไปยังเมทาทรอน พวกเขาต่างก็เป็นผู้มี
อ านาจสูงสุดในสมรภูมินี้ แต่พวกเขาก็ยังนิ่งเงียบด้วยสีหน้าที่
ไม่สามารถอ่านได้อยู่
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะไม่มีค าสั่งใดๆ ออกมา แต่เมฆหมอก
แห่งสงครามก็เริ่มปั่นป่วนขึ้นมาอย่างช้าๆ ณ ชายขอบของฝูง
ชนที่มารวมตัวกันแล้ว
[บริษัทของคิมทกจา พวกเรารู้ดีว่าเจ้าก าลังพยายามท าอะไร]
มันเป็นกลุ่มดาวจากพาไพรัสที่เปล่งเสียงที่แท้จริงออกมา
[อย่างไรก็ตาม พวกเราก็ยังมีหนี้ที่ต้องช าระกับเจ้า]
“ฉันก็สงสัยอยู่เหมือนกัน มันยากที่จะบอกนะว่าใครติดหนี้
ใคร”
การตอบโต้อันรุนแรงของผมท าให้กลุ่มดาวจากพาไพรัสชัก
อาวุธออกมา
[เจ้าบอกว่าเจ้าไม่ใช่ทั้งฝ่ายดีและฝ่ายร้าย นั่นหมายความว่า
เจ้าก็เป็นทั้งฝ่ายดีและฝ่ายร้ายด้วย]
เนบิวลาพาไพรัสได้เลือกที่จะเข้าร่วมกับฝ่ายความชั่วร้าย
[อย่างน้อยพวกเราก็จะฆ่าไอ้พวกบัดซบที่อยู่ฝ่ายดี!]
ช่างเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดจริงๆ คะแนนความโกลาหล
จะเพิ่มขึ้นเมื่อฝ่ายดีต่อสู้กับฝ่ายดี และฝ่ายร้ายต่อสู้กับฝ่ายร้าย
เท่านั้น พาไพรัสจึงได้คิดวิธีที่จะจัดการกับพวกเราโดยไม่ขัดต่อ
กฎของสมรภูมินี้ขึ้นมา
[ความชั่วร้ายที่เก่าแก่ที่สุดปรารถนาความย่อยยับของคุณ]
[ความดีที่เก่าแก่ที่สุดปรารถนาความย่อยยับของคุณ]
พวกเราไม่ต่างอะไรกับไวรัสในสงครามครั้งนี้ เชื้อโรคที่รบกวน
ระบบเพื่อแผ่กระจายเชื้อต่อไป
ด้วยพาไพรัสที่เป็นจุดศูนย์กลาง คลื่นแห่งความดีและความชั่ว
ร้ายจึงค่อยๆ เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี
กลุ่มดาวที่ลุกโชนไปด้วยความเป็นปรปักษ์ต่อกันเมื่อไม่นานมา
นี้ได้หันเหความเป็นศัตรูมาทางพวกเราทั้งหมด
ฮูมมมมม!
การแสดงออกของสหายของผมค่อยๆ แข็งขึ้น ยูจงฮยอค
เปลี่ยนท่าทีของเขาและพูดออกมา “คิมทกจา”
เขาเองก็น่าจะรู้เช่นกัน แม้ว่ายมโลกและแอสการ์ดจะอยู่ฝ่าย
พวกเรา และแม้ว่าสมาชิกของบริษัทของคิมทกจาจะมาอยู่ใน
ที่ๆ เดียวกัน…
…แต่หากพวกเราต้องปะทะกับพวกเขาตรงๆ มันก็ต้องมีคน
จากกลุ่มของพวกเราตายแน่ๆ
ทันใดนั้นเอง การรับรู้ของผมก็เร่งความเร็วขึ้น และเวลาก็
ชะลอตัวลง
「ความเร็วในการก้าวหน้าของพวกเราเร็วกว่าที่ฉันคิดไว้」
「กลุ่มดาวจ านวนมากตัดสินใจเร็วเกินไป」
「บางทีฉันน่าจะได้คะแนนความโกลาหลถึง 80 คะแนนก่อน
」
มันมีหลายประโยคผ่านเข้ามาในหัวของผม
ผมนึกถึงหนทางเอาชีวิตรอด ผมควรขอความช่วยเหลือจาก
ใครเพื่อให้ได้รับชัยชนะในสถานการณ์นี้?
พ่อแม่บุญธรรมของผมในยมโลก?
‘เห้งเจีย’ ที่ยังไม่ได้เข้าร่วมในสงคราม?
หรือเทพเจ้าภายนอกอย่างนักเขียนลับ?
ชองจุงยองและกลุ่มดาวจากคาบสมุทรเกาหลี?
แม้แต่ใบหน้าของอาจารย์และจางฮายังก็ลอยขึ้นมาด้วยเช่นกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งจางฮายัง แม้ว่าผมจะต้องการความ
ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ผมก็คิดว่ามันเป็นการดีที่สุดที่เธอจะ
ไม่ปรากฏตัว
[‘ผลแห่งความดีและความชั่ว’ ก าลังกระตุ้นมโนธรรมของคุณ]
บางทีนี่อาจจะเป็นความรู้สึกรับผิดชอบของผม ผมหวังว่าจาง
ฮายังที่ถือก าเนิดขึ้นมาในโลกใบนี้เพราะผมจะไม่ถูกกวาดล้าง
ในสถานการณ์ ความปรารถนาเล็กๆ ของผมที่ต้องการให้เธอ
ใช้ชีวิตไปตามเรื่องราวของเธอเอง
เหตุผลที่ผมไม่ชวนจางฮายังเข้าร่วมบริษัทของคิมทกจาหรือ
เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับอนาคตให้เธอรู้ก็เพราะผมรู้สึกถึงอารมณ์
อันสับสนเช่นนี้
“อ๊ากกก!”
แถวของเหล่าผู้กลับชาติมาเกิดที่ก าลังปะทะกับศัตรู ณ แถว
หน้าก าลังพังทลายลง พวกเขากรีดร้องออกมาในขณะที่คลื่น
ยักษ์พัดพาเข้าใส่พวกเขาและฉีกกระชากพวกเขาออกไป
[ตาย!]
ฮันซูยองมองไปยังกลุ่มดาวและราชาปีศาจที่ก าลังพุ่งเข้าใส่
พวกเราพร้อมกับตะโกนอะไรที่ซ้ าซากออกมา เธอยิ้มอย่าง
หงุดหงิด “ดูเหมือนว่าพวกเราก าลังจะชนะนะ ไอ้พวกที่พูด
อะไรซ้ าๆ แบบนี้มักจะตายไวที่สุด”
มุมปากของคนอื่นๆ กระตุกอย่างข าขันให้กับมุกในช่วงเวลาที่
เหมาะสมของเธอ
“พวกมันมาแล้ว”
ค าพูดของพวกเขาอาจจะซ้ าซาก แต่สถานะของพวกเขาก็ไม่
ธรรมดาเลย ‘ความดีและความชั่วร้าย’ อาจจะเป็นเรื่องราวที่
จืดชืดที่สุดในโลกนี้ แต่มันก็ยังเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่ทรงพลัง
ที่สุดด้วย
ความกังวลใจที่ผมรู้สึกได้ผ่านผิวหนังของผมแตกต่างจาก
สมรภูมิอื่นๆ ทั้งหมดที่ผมเคยพบมา
นี่คือของจริง
นี่คือ ‘สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ’ และนี่คือพลังที่
แท้จริงของกลุ่มดาว
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!
สถานะของ ‘ความดี’ และ ‘ความชั่วร้าย’ ดูราวกับพอที่จะ
ครอบคลุมสมรภูมิแห่งนี้ทั้งหมด คลื่นกระแทกของมันมาถึง
ตรงหน้าของพวกเราในเวลาไม่นาน
300 เมตร
200 เมตร
100 เมตร
ยูจงฮยอคพูดออกมา “ตอนนี้แหละ”
ทุกคนรู้บทบาทของตัวเอง สมาชิกของบริษัทของคิมทกจาต่าง
ก็ปลดปล่อยสถานะของพวกเขาออกมาโดยพร้อมเพรียงกัน
[ผู้บรรยายแห่งเนบิวลา ‘บริษัทของคิมทกจา’ ได้มารวมตัว
กัน]
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินต านาน’ เริ่มเล่าเรื่องราวของ
มัน!]
‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ’ โอบล้อมรอบตัวพวกเราราวกับจะ
ปกป้องพวกเราไว้ และ ‘คบเพลิงที่กลืนกินต านาน’ ก็เริ่มส่ง
เสียงกู่ร้องราวกับว่ามันจะฉีกใครก็ตามที่เข้ามาใกล้พวกเราเป็น
ชิ้นๆ ถึงกระนั้นแค่สองเรื่องราวนี้ก็ยังไม่พอที่จะหยุดพวกเขาที่
ก าลังเข้ามา
แม้ว่าพวกมันจะเป็น ‘มหาเรื่องราว’ เหมือนกัน แต่อายุขัยของ
มันก็แตกต่างกัน ช่องว่างขนาดใหญ่แบบนั้นไม่อาจลดลงได้
ด้วยเวลา 50 ปีในหมู่เกาะไคเซนิกซ์
ถึงกระนั้นนี่ก็ยังเป็นเรื่องราวของพวกเรา
30 เมตร
ลีจีฮเยบรรจุกระสุนปืนใหญ่และชูดาบของเธอขึ้น
ในขณะที่หัวมังกรเริ่มแดงขึ้นเมื่อพรแห่งเทพสงครามทะเลจุติ
ลงมาที่พวกเรา…
“เดี๋ยว!!”
ผมหยุดลีจีฮเยไว้ ขากรรไกรของเธอเปิดอ้าออกจากความตกใจ
ผมเอื้อมมือออกไปและคว้าดาบของเธอไว้ ปืนใหญ่ที่ก าลังจะ
ยิงได้ดึงพลังงานของมันกลับไป
“ลุงท าบ้าอะไรเนี่ย?!”
สหายคนอื่นๆ เองก็ประหลาดใจกับการกระท าที่ไม่คาดคิดของ
ผมเช่นกัน เมื่อมาคิดดู จู่ๆ ผมก็เข้ามาแทรกแซงเมื่อพวกเรา
พบว่าตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องตายแน่ๆ แม้ว่าพวกเรา
จะดิ้นรนด้วยพลังทั้งหมดก็ตาม
แทนที่จะตอบด้วยค าพูด ผมได้ชี้ไปยังฝ่ายตรงข้ามแทน
“หืม?”
เมื่อผ่านไปอีกประมาณ 10 เมตร คลื่นแห่งความดีและความชั่ว
ร้ายก็หยุดนิ่งไปราวกับมันเป็นเรื่องตลก
เปรี้ยง!
…ราวกับว่าพวกเขาถูกยับนั้งไว้อย่างทรงพลังโดยอะไร
บางอย่าง
ใบหน้าของกลุ่มดาวและราชาปีศาจอยู่ใกล้กับพวกเราแค่คืบ
บ้างก็มีสีหน้าไม่พอใจ บ้างก็มีสีหน้าที่ดูโล่งอก
“…แต่ จู่ๆ ท าไมถึง?”
ผมรู้เหตุผลได้ในไม่ช้า
เหตุผลคือกลุ่มดาวคนหนึ่งและราชาปีศาจคนหนึ่งก าลังลอยอยู่
เหนือคลื่นยักษ์ที่หยุดนิ่ง
พวกเขาคือเมทาทรอนและอากาเรส สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุด
ทั้งสองแห่งสมรภูมินี้ได้ปลดปล่อยเสียงที่แท้จริงออกมา
[กลุ่มดาวทั้งหมดถอนตัวจากการสู้รบของตน และกลับไปสู่
ต าแหน่งของพวกเจ้า!]
[การต่อสู้จะหยุดลงชั่วคราว]
ผมเงยหน้าขึ้นมองอากาศเบื้องบนหลังจากได้ยินการประกาศ
อย่างกะทันหันของพวกเขา
เหตุผลของการหยุดสงครามสามารถมองเห็นได้จากจุดๆ นั้น
[คะแนนความโกลาหลเกิน 80]
[การนับถอยหลังสู่วันสิ้นโลกเริ่มต้นขึ้น]
*
คะแนนความโกลาหล 80
มันหวุดหวิดจริงๆ หวุดหวิดเกินกว่าที่จะสบายใจได้
สิ่งที่ช่วยพวกเราไว้ไม่ใช่กลุ่มดาวหรือราชาปีศาจ ไม่สิ มันเป็น
ฝ่ายที่อ่อนแอที่สุดในสมรภูมิแห่งนี้แทน
“มันจะต้องมีกรณีที่ค่ายเดียวกันปะทะกันในระหว่างที่เหล่าผู้
กลับชาติมาเกิดตายในแนวหน้า”
ความดีที่อ่อนแอก็ยังคงเป็นความดี และความชั่วร้ายที่อ่อนแอ
ก็ยังคงเป็นความชั่วร้าย ความดีและความชั่วร้ายหมกหมุ่นอยู่
แค่การฆ่าพวกเราเท่านั้น และผลพวงของการเพิกเฉยต่อความ
อ่อนแอเช่นนั้นก็ได้น าไปสู่เส้นทางแห่งวันสิ้นโลกในตอนนี้
[จากนี้เป็นต้นไป คะแนนความโกลาหลจะเพิ่มขึ้นหนึ่งคะแนน
ทุกๆ สามสิบนาที]
เมื่อคะแนนความโกลาหลเกิน 80 คะแนน อัตราการเพิ่มจะเร็ว
ขึ้น แม้ว่ามันจะไม่มีการปะทะกันนับจากนี้ มันก็จะเพิ่มขึ้น
ต่อไป และในอีกสิบชั่วโมง มันก็จะไปถึงจุดวิกฤติ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง การคืนชีพของมังกรแห่งวันสิ้นโลกจะเริ่มขึ้น
[หายนะที่เก่าแก่ที่สุด ณ ส่วนลึกของขุมนรกรู้สึกยินดี]
หนึ่งในหายนะที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของการ
ถ่ายทอดสดดวงดาว มังกรแห่งวันสิ้นโลก ไม่ว่ามันจะเป็นค่าย
ความดีหรือความชั่วร้าย มันก็ไม่มีใครอยากเห็นการคืนชีพของ
มัน
เมื่อมังกรคืนชีพ กลุ่มดาวอย่างน้อยหนึ่งในสี่ในการถ่ายทอดสด
ดวงดาวจะต้องตาย ทุกคนจากสมรภูมินี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่ง
ในนั้น
[มหาสมรภูมิแห่ง ‘การถ่ายทอดสดดวงดาว’ ได้หยุดชะงักลง
ชั่วคราว]
[ตัวแทนของ ‘ความดี’ และ ‘ความชั่วร้าย’ ก าลังอยู่ในการ
ประชุมฉุกเฉิน]
และด้วยเหตุนั้นเอง ข้อความที่ลอยอยู่ในอากาศจึงชี้ให้เห็นว่า
ทั้งฝ่ายดีและฝ่ายร้ายต่างก็ก าลังดิ้นรนอย่างขมขื่นเพื่อเอาชีวิต
รอดไม่ว่าจะยังไง
[คุณประสบความส าเร็จอย่างที่ไม่เคยมีใครท าได้มาก่อน!]
[เรื่องราวระดับเทวะก าลังงอกเงยขึ้นภายในตัวคุณ!]
[ค าขยายใหม่ของคุณจะสะท้อนถึงเรื่องราวนี้]
“ชิ ฉันอยากจะเห็นซะหน่อยว่าฉันแข็งแกร่งขึ้นมาแค่ไหน”
ผมลูบหัวของลีกิลยังในขณะที่เด็กชายบ่นกับตัวเอง
ในตอนนี้พวกเราก าลังนั่งอยู่ภายในห้องโดยสารของเรือรบ
มังกรเต่า จางฮีวอนและชินยูซองก าลังดูแลลีฮุนซึงที่นอนนิ่ง
ราวกับคนตายอยู่ ในขณะที่ลีจีฮเยดูราวกับคนที่ไม่ค่อยมั่นใจ
อะไรเท่าไร
“จบแล้วจริงๆ เหรอ? แต่พวกเรายังไม่ได้สู้จริงๆ เลยนะ?”
แม้ว่าเธอจะพูดแบบนั้น แต่มันก็มีความโล่งใจอยู่บนใบหน้า
ของเธอเช่นกัน
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ แสดงความยินดีกับ
ความส าเร็จของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ รู้สึกขอโทษต่อคุณ]
“…อูรีเอล? พูดด้วยเสียงจริงๆ ของเธอก็ได้”
ในตอนนี้อูรีเอลก าลังนั่งยองๆ อยู่ ณ มุมของห้องโดยสารพร้อม
กับก้มหน้าให้ผม ด้วยเหตุผลบางอย่าง ผมคิดว่าผมพอจะ
เข้าใจได้ว่าเธอมาจากไหน
ตอนนี้เธอคงรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบ ความจริงที่ว่าเนบิวลาของ
เธอได้โจมตีบริษัทของคิมทกจา และจากนั้นก็ยังมีส่วน
เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ท าโดยเหล่าผู้ที่อ้างว่าเป็น ‘ฝ่ายดี’ ด้วย
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ก าลังเงยหน้าขึ้นมอง
คุณด้วยน้ าตาคลอ]
“ไม่ต้องห่วง อูรีเอล พวกเราไม่ได้เกลียดเธอ และส าหรับเอ
เด็น… พูดตามตรงนะ ความแค้นของฉันที่มีต่อพวกเขาก็ไม่ได้
มาก พวกเรายังเคยได้รับความช่วยเหลือจากพวกเขามาด้วย”
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ถามว่าคุณก าลังพูด
ความจริงเหรอ]
ผมโกหก
อย่างไรก็ตาม มันจะท าร้ายอูรีเอลเท่านั้นถ้าผมเปิดเผยไปว่าผม
โกรธแค่ไหน
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ กล่าวว่าอาลักษณ์
ไม่ใช่คนไม่ดี…]
“ฉันเองก็รู้ว่าเมทาทรอนเป็นคนแบบไหน ขอล่ะ เธอควรจะพัก
สักหน่อย” ผมกล่าวก่อนที่จะออกจากห้องโดยสารไป
[เวลาผ่านไป 30 นาทีแล้ว]
[คะแนนความโกลาหลเพิ่มขึ้นหนึ่ง]
[คะแนนความโกลาหลปัจจุบัน: 82]
นอกเหนือจากข้อความที่เข้ามาในหูของผม มันยังมีทรงกลมสี
เทาขนาดยักษ์ลอยอยู่ในอากาศ
ข้างในนั้นไม่อาจมองเห็นได้ มันเป็นไปได้ว่าราชาปีศาจและทูต
สวรรค์ทุกคนที่มีอันดับสูงๆ คงจะอยู่ในนั้นและประชุมกันอยู่
และมันก็เป็นไปได้ว่า ‘ความดี’ และ ‘ความชั่วร้าย’ ก าลังพูด
ถึงสิ่งเดียวกันคือ ‘บริษัทของคิมทกจา’ และ ‘ราชาปีศาจแห่ง
การหลุดพ้น’
“คิมทกจา”
ผมสะดุ้งและหันกลับไปมองฮันซูยองที่ก าลังจ้องมาที่ผม
ผมพูดขึ้นมาก่อน “เมื่อไม่นานมานี้เธอได้เรียกชื่อของฉัน และ
ฉันก็อดกลัวไว้ก่อนไม่ได้ มันเหมือนกับว่าเธอจะเกิดอุบัติเหตุ
ขึ้นมาอีก”
“มันเป็นนายที่ท าให้เกิดอุบัติเหตุแบบนั้นขึ้น” ฮันซูยองบ่น
ก่อนที่จะเบนสายตาไปหาทรงกลมและถามผม”พวกเขาก าลัง
คิดแบบนั้นอยู่จริงๆ เหรอ?”
“เธอหมายความว่ายังไง?”
“ไม่ใช่ว่าทั้งหมดนี้มันราบรื่นเกินไปเหรอ?”
“มันเป็นเพราะพวกเขาก็ไม่อยากตายเหมือนกัน”
“นายคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอ?”
เธอหรี่ตาลงและจ้องมองมาที่ผม
[เรื่องราว ‘การท านายลอกเลียนแบบ’ ก าลังด าเนินเรื่องราว
ต่อไป]
เมื่อพิจารณาจากชิ้นส่วนเรื่องราวสีขาวที่ลอยอยู่รอบๆ ดู
เหมือนว่าเธอจะได้เปิดใช้งาน ‘การท านายลอกเลียนแบบ’
และคงมันไว้ตั้งแต่เริ่มการประชุมนั่น
ผมถามเธอ “งั้นเธอคิดว่าไง?”
“พวกเขาเงียบเกินไป แม้ว่าพวกเขาจะกลัวมังกรแห่งวันสิ้น
โลก… แต่ก็มีบางอย่างแปลกๆ นายก็รู้”
สัญชาตญาณของนักเขียนเฉียบคมจริงๆ อันที่จริงผมก็เห็น
ด้วยกับความคิดเห็นของเธอเหมือนกัน
การประชุมของ ‘ความดี’ และ ‘ความชั่วร้าย’ – มันฟังดูดี
อย่างไรก็ตาม… เมทาทรอนที่ผมรู้จักคงไม่ถอยกลับไปใน
สถานการณ์เช่นนี้ เขาเป็นคนที่ชอบเสียสละคนอื่นเพื่อเติมเต็ม
ความดี
ผมจ้องมองไปยังทรงกลมสีเทาและพูดออกมา “ฉันไม่รู้ว่าพวก
เขาก าลังท าอะไรอยู่ แต่มันก็มีทางที่จะหาว่าอะไรจะเกิดขึ้นใน
อนาคต”
“อะไร?”
ผมมองตรงไปยังฮันซูยอง และในไม่ช้า ขากรรไกรของเธอก็ตก
ลง
“บ้าเอ้ย พวกเรามีวิธีการนั้นอยู่”
ไม่ว่ามันจะเป็นการประชุมหรือสงคราม มันก็จะสิ้นสุดในอีกเก้า
ชั่วโมง
และถ้ามันเป็นอนาคตที่ใกล้แบบนั้น พวกเราก็มีคนที่สามารถ
อ่านมันได้ดีกว่าใครในโลก
พวกเรารีบพุ่งไปยังห้องโดยสารที่ด้านหลัง คนที่พวกเราก าลัง
ตามหาอยู่ได้อยู่กับพวกเราแล้ว
“เฮ้ ยัยผู้เผยพระวจนะ!”
พวกเราบุกเข้าไปในห้อง และพบกับแขกที่ไม่คาดคิดอยู่ที่นั่น ยู
จงฮยอคและใบหน้าอันบูดบึ้งของเขาก าลังยุ่งอยู่กับการคว้าคอ
เสื้อของแอนนาในเวลานั้น
เขาพูด “…เธอพูดพล่ามอะไรฮะ?”
“มันเป็นอย่างที่ฉันพูด”
ฮันซูยองที่ก าลังตกใจรีบตะโกนออกมา “เฮ้ ไอ้บ้าเอ้ย! นาย
ก าลังท าอะไรฮะ?!”
ยูจงฮยอคมองกลับมาที่พวกเราด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ก่อนที่จะ
ปล่อยคอเสื้อของแอนนา เธอเผยรอยยิ้มสดชื่นหลังจากเห็น
พวกเราและโบกมือของเธอ
“ขอบคุณที่ช่วยฉัน ตามที่คาดไว้จาก ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุด
พ้น’”
“ฉันไม่ได้พยายามจะช่วยเธอหรืออะไร แต่…”
“นายมาหาฉันด้วยเหตุผลเดียวกันใช่ไหม?”
ฮันซูยองและผมจ้องไปยังยูจงฮยอค และเขาก็จ้องกลับมาราว
กับว่าก าลังถามว่าท าไมพวกเราถึงมองเขา
อย่างที่คาดไว้ เขาเร็วกับเรื่องแบบนี้จริงๆ เขาคิดหาวิธี
แก้ปัญหาส าหรับสถานการณ์นี้ได้เร็วกว่าพวกเรา ฮันซูยองเริ่ม
ขบฟันของเธอในขณะที่เธอไม่พอใจกับเรื่องนี้ แต่มันก็น่าเศร้า
ที่เขาไม่ได้แสดงสีหน้าของผู้ชนะเลย
แอนนาพูดออกมา “งั้นฉันขอพูดเลยนะ ฉันไม่เห็นอนาคต”
“เธอหมายความว่ายังไง?”
จากนั้นความคิดหลายอย่างก็ลอยขึ้นมาในหัวของผม
ในตอนนี้ที่ผมมาคิดถึงมัน แอนนานั้นไม่อาจท านายอนาคตที่
เกี่ยวข้องกับผมได้ ผมจ าได้ว่าก าแพงที่สี่มีบางอย่างเกี่ยวข้อง
กับมัน ตอนนั้นเธอพูดว่าอะไรนะ? มันมีสิ่งรบกวนซ่อนอนาคต
ไว้ราวกับมีคนวาดกราฟฟิตี้ไปทั่ว?
แต่แล้วแอนนาก็ส่ายหัวของเธอ “มันไม่ใช่สิ่งบดบังอนาคต แต่
ฉันไม่อาจอ่านมันได้เลย มันไม่ใช่เหมือนมีคนมาเขียนอะไรบัง
ไว้ แต่มันเหมือนกับว่าหน้ากระดาษทั้งแผ่นไม่มีอยู่ตั้งแต่แรก”
ฮันซูยองและผมสบตากัน ลางร้ายค่อยๆ โผล่ขึ้นมาในหัวของ
ผม
“คิมทกจา นี่มัน…”
มันไม่มีอะไรบดบังหน้ากระดาษ แต่มันได้หายไป ไม่ว่าผมจะคิด
ยังไง มันก็มีอนาคตแบบเดียวเท่านั้น
“…หรือว่า?”
ราวกับว่ามันก าลังรอคอยช่วงเวลานี้อยู่ ข้อความได้โผล่ขึ้นมา
ในอากาศอย่างกะทันหัน
[คะแนนความโกลาหลเพิ่มขึ้นหนึ่ง]
[คะแนนความโกลาหลปัจจุบัน: 83]
“แต่มันยังไม่ถึง 30 นาทีหนิ?”
“มันไม่ได้แค่เพิ่มขึ้นจากเวลาที่ผ่านไป” ยูจงฮยอคกล่าวด้วย
เสียงแข็ง
เวลายังไม่ได้ผ่านไป แต่คะแนนความโกลาหลก็เพิ่มขึ้นมา ใน
กรณีนั้น มันมีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
[สมาชิกจากค่ายเดียวกันปะทะกัน!]
[คะแนนความโกลาหลปัจจุบัน: 84]
มันมีคนก าลังพยายามท าลายโลกใบนี้
(จบตอน)