มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 407 – มังกรตัวสุดท้าย (5)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 407 – มังกรตัวสุดท้าย (5)
บรรยากาศอันด ามืดแต่ก็อบอุ่นปรากฏขึ้นจากด้านหลังของ
พวกเรา นับตั้งแต่มี่ผมรู้ว่านี่เป็นสถานะของใคร ผมก็ยิ้ม
ออกมาโดยอัตโนมัติ
[เพื่อให้ยมโลกต้องรับผิดชอบต่อความเป็นไปได้ที่ใช้ส าหรับ
การอัญเชิญ…]
“ฉันยังอยู่ในวัยที่ต้องพึ่งพาพ่อแม่อยู่”
[ข้าได้ยินมาว่าหนุ่มสาวบนคาบสมุทรเกาหลีแยกตัวออกมา
ตั้งแต่อายุยังน้อยแล้ว แต่ข้าเดาว่าข้าเข้าใจผิดนะ]
ผมนึกถึงวันที่ผมออกจากบ้านของญาติเพื่อไปอยู่ยังหอพัก ใน
ตอนนั้นผมอายุได้ 17 ปี
ผมยักไหล่และยิ้ม “อืม เด็กหนุ่มอย่างฉันจ าเป็นต้องรักษา
สมดุลไว้”
[กลุ่มดาว ‘ราชินีแห่งวสันต์มืดมิด’ จุติลงมายังสถานการณ์!]
ทันใดนั้นเอง มุมหนึ่งของหัวใจของผมก็เริ่มรู้สึกจั๊กจี้ขึ้นมา
เล็กน้อย ในที่สุดผมก็ต้องนึกถึงที่ว่างที่สงวนไว้ให้กับพ่อแม่
ในช่วงงานโรงเรียนเมื่อตอนที่ผมยังเป็นนักเรียน
ผมสงสัยอยู่เสมอว่าเพื่อนๆของผมจะรู้สึกยังไงในตอนนั้น มัน
จะรู้สึกอย่างไรเมื่อมีคนมาเติมเต็มในช่องว่างที่ว่า มันจะรู้สึก
อย่างไรเมื่อมีคนมาในยามที่เราเรียกหา?
[กลุ่มดาว ‘ราชินีแห่งวสันต์มืดมิด’ ปลดปล่อยสถานะออกมา!]
และในตอนนี้ ผมคิดว่าในที่สุดผมก็สามารถเข้าใจสิ่งที่พวกเขา
รู้สึกในตอนนั้นได้แล้ว
เพอร์เซโฟนียืนอยู่ข้างผมในขณะที่มองไปยังฮาเดสที่ก าลัง
ป้องกันคลื่นความร้อน และพูดขึ้นมา [แต่พวกเราตกลงกันไว้
แล้วว่ามันเป็นตาของฉันขับพลูโต… เขานี่มัน]
ความร้อนที่ถูกป้องกันไว้โดยฮาเดสแผ่กระจายออกไปราวกับ
เถ้าถ่านในอากาศ บางทีมันอาจจะรู้ว่ามีศัตรูอันทรงพลัง
ปรากฏขึ้น มังกรแห่งวันสิ้นโลกได้เพิ่มพลังของมันขึ้นเช่นกัน
ปัง!!
พลูโตที่อยู่ไกลออกไปค่อยๆถูกผลักกลับมาอย่างช้าๆในขณะที่
มันยังคงรับมือกับคลื่นความร้อน นั่นก็สมเหตุสมผลเพราะฮา
เดสก็ยังไม่ได้ปลดปล่อยสถานะออกมาเต็มที่
[กลุ่มดาว ‘บิดาแห่งรัตติกาล’ โซเซในขณะที่เขามองกลับไปยัง
ภรรยา]
[ข้าบอกแล้วหนิว่ามันเป็นไปไม่ได้ด้วยตัวเจ้าเพียงคนเดียว?]
[กลุ่มดาว ‘บิดาแห่งรัตติกาล’ ก าลังมองไปยังภรรยาของเขา
ด้วยสีหน้าอับโชค]
เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ผมก็พอจะบอกได้ว่ามัน
ก าลังจะเป็นยังไง บนเกราะของพลูโตที่มีฮาเดสอยู่ภายใน
เรื่องราวก าลังสั่นสะเทือนและอาละวาดออกมา
[เรื่องราว ‘ผู้เชื่อฟังภรรยาแม้ในยามหลับ’ เริ่มเล่าเรื่องราว
ของมัน!]
เพอร์เซโฟนีถอนหายใจออกมาอย่างสง่างามและยกมือขึ้นราว
กับว่าก าลังจะจัดคอนเสิร์ต และหลังจากนั้น วัตถุเล็กๆที่คล้าย
กับตัวโน๊ตก็ลอยขึ้นมาจากปลายนิ้วของเธอ
เฉกเช่นการบรรเลงเพลงคลาสสิค เรื่องราวเริ่มเปิดปากขึ้น
[กลุ่มดาว ‘ราชินีแห่งวสันต์มืดมิด’ ก าลังระดมความเป็นไปได้
ของยมโลก!]
ฮาเดสไม่ใช่ผู้ปกครองคนเดียวของยมโลก อันที่จริง เพอร์
เซโฟนีนั้นไม่ใช่มเหสีเลย แต่เป็นราชินี ซึ่งก็หมายความว่าทั้งคู่
มีส่วนแบ่งในยมโลกเท่าเทียมกัน
คุณสมบัติของฮาเดสคือความมืดและไฟ ผู้พิทักษ์แห่งโอลิมปัส
ในยามรัตติกาลและขุมนรกก าลังปลุกสถานะที่แท้จริงของเขา
ขึ้นมา
[กลุ่มดาว ‘บิดาแห่งรัตติกาล’ ปลดปล่อยสถานะออกมา!]
ครู่ต่อมา แรงปะทะที่รุนแรงเป็นอย่างยิ่งก็แผ่ออกมา ผมโซเซ
สายตาของผมพร่ามัว แต่ถึงกระนั้นผมก็ยังเงยหน้าขึ้นเพื่อดู
พลูโตที่ยืนอยู่กับที่ราวกับอวตารแห่งความมืดและเปลวเพลิง
[กลุ่มดาวแห่งสถานการณ์สุดท้ายไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง!]
[กลุ่มดาวแห่งสถานการณ์สุดท้ายก าลังจับตาดู ‘บิดาแห่ง
รัตติกาล’!]
[กลุ่มดาวแห่งสถานการณ์สุดท้ายบ่นเกี่ยวกับการแทรกแซง
ของ ‘ยมโลก’!]
[กลุ่มดาวจ านวนมากประทับใจกับการมีส่วนร่วมของ ‘บิดา
แห่งรัตติกาล’!]
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!
อัคนีจากพระเวทตายแล้ว ในขณะที่กลุ่มดาวที่ได้รับมอบหมาย
ให้จัดการกับไฟจากทั้งแอสการ์ดและจักรพรรดิต่างก็หนีไปเมื่อ
ไม่นานมานี้ ส าหรับสุริยะ เขาก าลังใช้ล าแสงจากตัวเองเพื่อ
สร้างบางสิ่งที่คล้ายกับเปลวเพลิงและต่อสู้ในแบบนั้น แต่
เรื่องราวครึ่งหนึ่งของเขาได้สลายไปแล้ว นี่คือพลังของหายนะ
ที่กลุ่มดาวนับร้อยไม่อาจหยุดยั้งได้
แต่ฮาเดสก็ก าลังป้องกันหายนะนั้นเพียงล าพัง
[ฮาเดส ไม่ใช่ว่ามันสักพักแล้วเหรอนับตั้งแต่ที่เจ้าตัดขาดอะไร
แบบนี้ไป?]
ฮาเดสค ารามออกมา และเพอร์เซโฟนีก็ยังคงสอดประสานกับ
เสียงค ารามของเขาต่อไป เรื่องราวที่ไหลออกมาจากมือของเธอ
ได้แทรกซึมเข้าไปยังร่างของพลูโต
นี่คือพลังของยมโลกที่ถูกบดบังภายใต้เงาของโอลิมปัสมานาน
แสนนาน ในที่สุดพวกเขาก็ได้พิสูจน์ตัวเอง
[อาวุธเรื่องราว ‘พลูโต’ ก าลังใช้สตาร์รีลิค ‘โล่เอจิส’!]
กลุ่มดาวจากโอลิมปัสเองก็ก าลังเสริมพลังของพวกเขาเช่นกัน
อาธีน่าให้ยืมโล่ของเธอ ในขณะที่คนอื่นๆได้เสียสละความ
เป็นไปได้จากมหาเรื่องราวของตนเพื่อให้หยิบยืมความเป็นไป
ได้
จนถึงเมื่อครู่ ผมคิดมาตลอดว่ากลุ่มดาวบนฟากฟ้านั้นไม่น่า
ประทับใจเอาซะเลย แต่แล้ว ผมก็ตระหนักได้ว่านี่เป็นครั้งแรก
ที่ความคิดของผมควรจะเปลี่ยนไป
[กลุ่มดาวจ านวนมากขอบคุณต่อการจุติของราชาแห่งยมโลก]
[กลุ่มดาวส่วนใหญ่แสดงความเคารพต่อ ‘บิดาแห่งรัตติกาล’]
[กลุ่มดาวส่วนใหญ่สรรเสริญ ‘ราชินีแห่งวสันต์มืดมิด’!]
ในตอนนี้ที่ผมได้เห็นฮาเดสก าลังป้องกันต่อการท าลายล้างโลก
อย่างกล้าหาญ ผมก็ได้ชื่นชมต่อระดับ ‘เทวะ’ จริงๆเป็นครั้ง
แรกในชีวิต
ความเต็มใจที่จะเสี่ยงชีวิตเมื่อต้องเผชิญหน้ากับวันสิ้นโลก บาง
ทีนั่นอาจจะเป็นมหากาพย์ที่โดเกบิรุ่นแรกต้องการแสดงให้กลุ่ม
ดาวได้เห็น
“ท าไมนายถึงยืนบื้ออยู่แบบนี้? มันยังไม่จบ มาลงมือกันเถอะ”
ผมมองย้อนกลับไปเห็นยูจงฮยอคและสีหน้าแข็งๆของเขาที่
ก าลังจ้องมองมาที่ผม เขาเองก็เสียสละตัวเองเพื่อเหตุผลที่
ยิ่งใหญ่กว่าเหมือนกัน และตอนนี้เขาก าลังคิดอะไรอยู่กันนะใน
ขณะที่เขามองไปยังฮาเดส?
[ฮ่าฮ่าฮ่า เฮ้ พ่อหนุ่มตั๊กแตน! นี่คือพลังที่แท้จริงของฉัน! เคี๊ยก
เคี๊ยกๆ!]
เสียงของคิมนัมอุนดังออกมาจากศีรษะของพลูโต
อ่า เขาเองก็อยู่ที่นั่นด้วย
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ก าลังสนุกไปกับความ
บ้าคลั่งของพลูโต]
ใช่ ในเนื้อเรื่องต้นฉบับสองคนนี้เป็นคู่ขากันจริงๆ…
[ระยะที่สองจะสิ้นสุดลงในไม่ช้า]
ไม่ว่ายังไง สถานการณ์ในตอนนี้ก็เป็นฝ่ายเราที่ได้เปรียบ เปลว
เพลิงจากคลื่นความร้อนลดลงในอัตราที่รวดเร็ว และฮาเดสก็
สามารถป้องกันมันไว้ได้แน่ๆ ความทนทานของพลูโตดูเหมือน
เพียงพอส าหรับภาระที่เป็นอยู่ และจ านวนของกลุ่มดาวที่เสริม
ความเป็นไปได้มาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
มันผ่านไปนานขนาดไหนแล้วนะ? ในที่สุด เปลวเพลิงจากคลื่น
ความร้อนก็มอดดับลง
[ระยะที่สองสิ้นสุดลงแล้ว]
[ขอแสดงความยินดีด้วย คุณรับมือกับคลื่นกระแทกที่สองจาก
การสะบัดหางครั้งแรกได้อย่างปลอดภัย!]
พวกเราสามารถต้านทานระยะนี้ได้ ทั้งหมดก็เป็นเพราะทุกคน
ร่วมมือกัน
ถ้าจางฮีวอนและฮันซูยองไม่พยายามอย่างเต็มที่ ถ้าลีจีฮเยไม่
พุ่งออกไปพร้อมกับเรือรบของเธอ ถ้าคู่รักแห่งยมโลกมาถึงไม่
ทันเวลา…
ถ้ามีส่วนหนึ่งส่วนใดขาดหายไป พวกเราก็คงไม่อาจหยุดมันได้
[กลุ่มดาวส่วนใหญ่เพลิดเพลินไปกับ ‘มหาเรื่องราว’ นี้]
[กลุ่มดาวแห่งสถานการณ์สุดท้ายไม่สบายใจกับ ‘มหา
เรื่องราว’ นี้]
ในที่สุดพวกเราก็สามารถเอาตัวรอดมาได้สองจากสามระยะ
ทุกระยะของการสะบัดหางครั้งแรกจ าเป็นต้องยับยั้งไว้ตั้งแต่
แรกเพื่อลดทอนความเสียหายลง ถ้าหากย้อนกลับไปยังนิยาย
ต้นฉบับ เนบิวลาหลายสิบแห่งได้ถูกท าลายลงในตอนนี้และ
กลุ่มดาวหนึ่งในแปดบนท้องฟ้าก็ถูกท าลายล้างไปแล้ว
เวลาส าหรับการเตรียมตัวสู่ระยะสุดท้ายถูกมอบให้กับพวกเรา
อีกครั้ง
ฮูมมมมม!
“ทกจา! ตรงนั้น!”
ผมมองย้อนกลับไปทางด้านหลังหลังจากได้ยินเสียงของจางฮี
วอน และเห็นบางสิ่งก าลังไหลออกมาจากหางของมังกรแห่งวัน
สิ้นโลก
แต่ระยะคลื่นความร้อนได้สิ้นสุดลงแล้วหนิ? เป็นไปไม่ได้
เมทาทรอนพูดราวกับว่าอ่านความคิดของผมได้ [มันเร็วกว่าที่
คาดไว้มาก]
[ความเป็นไปได้ของสถานการณ์ถูกปรับเนื่องจากการเข้ามา
ของกลุ่มดาวระดับเทวะ]
[ความเป็นไปได้ของสถานการณ์เพิ่มความเร็วของระยะต่อไป]
[‘ระยะที่สาม’ จะเริ่มขึ้นในสามสิบวินาที]
ราวกับจะหยุดการเริ่มต้นของระยะ ฮาเดสได้ใช้สถานะของเขา
เพื่อกดดันมังกรแห่งวันสิ้นโลก แม้แต่เพอร์เซโฟนีและกลุ่มดาว
อื่นๆก็ดูเป็นกังวลมากจริงๆ
[…บุตรแห่งข้า]
หากระยะที่สามเกิดขึ้นในตอนนี้ แม้แต่ฮาเดสก็คงจะไม่สามารถ
หยุดยั้งมันได้
คุณสมบัติของเขาคือความมืดและไฟ ซึ่งหมายความว่าเขา
ไม่ใช่กลุ่มดาวที่เหมาะสมกับการรับมือกับคลื่นกระแทกที่สาม
ผมถามเมทาทรอน “อีกนานแค่ไหนกว่าผนึกจะเสร็จ
สมบูรณ์?”
[ข้าก็ไม่แน่ใจว่ามันจะทันเวลาไหม]
ร่องรอยของความสิ้นหวังดูเหมือนจะย้อมสีหน้าของเทวทูต
เขาน่าจะตระหนักได้ถึงสิ่งที่เขาท าลงไปแล้ว
[ข้าจะซื้อเวลาให้เอง]
มิคาเอลพูดออกมา เขาได้สงวนสถานะของเขาไว้จนถึงตอนนี้
บางทีเขาอาจจะถูกกระตุ้นจากการกระท าของฮาเดสเมื่อก่อน
หน้านี้ เพราะเขาเองก็เริ่มปลดปล่อยสถานะทั้งหมดออกมา
พร้อมกับกระพือปีกของเขา
เขาคือความดีครึ่งหนึ่งและความชั่วร้ายครึ่งหนึ่ง
เมทาทรอนมองไปยังเรื่องราวที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมิคา
เอลและพูดออกมา [ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น ข้าแน่ใจว่า
เจ้ารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว คลื่นกระแทกที่สามสามารถต้านทานได้โดย
สิ่งมีชีวิตที่ครอบครองพลังแห่งความโกลาหลเท่านั้น]
คลื่นกระแทกเริ่มขยับเข้ามาในระยะไกล
คลื่นกระแทกสองครั้งก่อนหน้านี้ที่พวกเราเจอมา โดยทาง
เทคนิคแล้วมันไม่ใช่คลื่นกระแทกจริงๆ แต่เป็นอารัมภบทสู่
คลื่นกระแทกที่สามเท่านั้น สิ่งที่พวกเราก าลังเผชิญหน้า
ในตอนนี้คือ ‘การสะบัดหางครั้งแรก’ ที่แท้จริง
เมทาทรอนถาม [เจ้าเองก็มีคนที่ครอบครองพลังแห่งความ
โกลาหลหนิ?]
ผมมองสหายของผมรวมทั้งกลุ่มดาวอื่นๆ
พูดตามตรง มันไม่มีประโยชน์ที่จะท าแบบนั้นเลย แม้แต่ยูจงฮ
ยอคก็ไม่สามารถใช้คุณสมบัติความโกลาหลได้
เพราะความโกลาหลไม่ใช่คุณสมบัติ แต่เป็นเหมือนกับการ
ต่อต้านคุณสมบัติซะมากกว่า เดิมทีแล้วความโกลาหลก็ไม่ใช่
พลังที่กลุ่มดาวหรือราชาปีศาจจะครอบครองได้
[พลังของ ‘ผลแห่งความดีและความชั่วร้าย’ ก าลังสั่นอยู่
ภายในตัวคุณ]
แต่แล้วผมก็เป็นทั้งกลุ่มดาวและราชาปีศาจ ตัวตนที่ไม่อาจจัด
ประเภทได้
ราชาปีศาจที่กลืนกิน ‘ผลแห่งความดีและความชั่วร้าย’ ลงไป
[ส าหรับเจ้าน่าจะเป็นไปได้]
ผมพยักหน้า
ธรรมชาติของ ‘ความโกลาหล’ คือความยุ่งเหยิง ถ้ามันเป็นผม
ที่ต่อต้านค าสั่งของทั้งคู่ มันก็เป็นไปได้ที่จะมีพลังของความ
โกลาหลเช่นกัน
จากนั้นก็มีใครบางคนจับไหล่ของผม
“ฉันเองก็ท าได้”
“ฮีวอน?”
ผมเห็นวงแหวนแห่งความโกลาหลภายในดวงตาของจางฮีวอน
ผมของเธอในตอนนี้เป็นสีขาวบริสุทธิ์ และก าลังเต้นระบ าอย่าง
ช้าๆภายใต้รัศมีอันลึกลับและเป็นลางไม่ดี
ผมตระหนักได้ในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ
“เยี่ยม ลุยกันเถอะ”
จากนั้นผมก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
อันที่จริงผมได้ค้นหากลุ่มดาวหนึ่งบนท้องฟ้ามาสักพักแล้ว แต่
น่าเสียดาย ผมสัมผัสถึงมันไม่ได้เลย ถ้าหมอนั่นช่วยพวกเราล่ะ
ก็ พวกเราก็คงจะรับมือกับสิ่งนี้ได้ แต่ผมก็มีแผนในใจส าหรับ
เรื่องนั้นเช่นกัน…
[‘ระยะที่สาม’ เริ่มต้นขึ้น!]
ดูเหมือนว่ามันจะสายเกินไปแล้ว
[ราชาปีศาจ ‘ราชาเทวทูตแห่งความเสื่อมทราม’ ปลดปล่อย
สถานะออกมา!]
[กลุ่มดาว ‘ผู้กอบกู้แห่งความทุจริต’ ปลดปล่อยสถานะ
ออกมา!]
หนึ่งตัวตนที่มีสองค าขยาย – มิคาเอลแสดงพลังที่แท้จริงของ
เขาออกมาและพุ่งขึ้นไปยังแนวหน้า แน่นอนว่าสถานะเหล่านี้
มากเกินพอที่จะท าให้เขารู้สึกมั่นใจในตัวเอง
[เขตแดนแห่งการพิพากษา]
ความสามารถพิเศษของเขาที่แทบจะท าให้ผมตายในอดีตเริ่ม
แผ่เข้าหาคลื่นกระแทกแห่งความโกลาหล มันเป็นก าแพงแห่ง
การพิพากษาที่มอบให้กับโลกนี้ผ่านความเมตตาอันศักดิ์สิทธิ์
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!!
อย่างไรก็ตามพื้นที่อันไร้เทียมทานนั้นก็ถูกท าลายไปอย่าง
ง่ายดาย ไม่ต้องพูดถึงการป้องกันคลื่นกระแทกเลย มันไม่อาจ
ซื้อเวลาได้ด้วยซ้ า มิคาเอลกรีดร้องออกมาเสียงดังในขณะที่เขา
มองดูเขตแดนแห่งการพิพากษาของเขาแตกละเอียดเหมือนกับ
เศษแก้ว
หายนะแห่งสถานการณ์ที่ 89 คลื่นแห่งความโกลาหลที่เหนือล้ า
ยิ่งกว่านิยายต้นฉบับได้คืบคลานเข้ามาเพื่อบดขยี้ร่างของมิคา
เอลและท าลายล้างเขาไปอย่างสิ้นเชิง
เสียงของยูจงฮยอคดังออกมาจากทางด้านหลังของผม “หลบ
ไป!!”
ดูเหมือนว่ายูจงฮยอคจะรู้ว่ามีบางสิ่งผิดแปลกไป คลื่นกระแทก
นี้อยู่ในขอบเขตที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับสอง
อันก่อนหน้านี้
ผมตัดสินใจอย่างรวดเร็วและก าลังจะก้าวไปข้างหน้า แต่จางฮี
วอนก็ยืนขวางทางของผมไว้ซะก่อน
“ฮีวอน”
“เงียบไปเลย ฉันรู้ว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น”
แผ่นหลังของเธอหันมาทางผมและไม่แสดงอาการเคลื่อนไหว
ใดๆ – ราวกับว่าเธอรู้ว่าผมก าลังพยายามจะท าอะไร ร่างอัน
ใหญ่โตของลีฮุนซึงยังคงห้อยอยู่ทางด้านหลังของเธอ
ผมพูดออกมาอีกครั้ง “ฮีวอน ถ้ามีคนต้องเสี่ยงชีวิตล่ะก็…”
“อย่าท ามันอีกเลย ฉันจะเป็นบ้าไปจริงๆนะถ้านายท าแบบนั้น”
[เรื่องราว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ เริ่มเล่าเรื่องราวของ
มัน]
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน]
ราวกับว่าจะสะท้อนถึงอารมณ์ของเธอ เรื่องราวทั้งสองเริ่มเล่า
เรื่องราวของมัน พวกมันก็ได้รับมาผ่านสถานการณ์ที่คล้ายคลึง
กัน
[อักขระ ‘เจตจ านงแห่งการเสียสละ LV.8’ ถูกเปิดใช้งาน]
และอักขระนี้ก็ได้รับมาผ่านสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกัน ผมรู้ดีว่า
อักขระนี้ท าให้จางฮีวอนเจ็บปวดแค่ไหน
ถึงกระนั้นผมก็ยังต้องพูดออกไป “ถ้าคลื่นนั้นไม่หยุดลงตรงนี้ ฮุ
นซึงจะต้องตาย”
ผมต้องใจแข็งกว่าใคร
“มันมีวิธีหยุดมัน ถ้าเธอเป็นฉัน เธอจะท าไหม?”
“ฉันไม่อยากได้ยินอะไรแบบนั้น ได้โปรด!”
จางฮีวอนหันกลับมา ดวงตาของเธอเป็นสีแดงด้วยน้ าตา
“ใช่ นายมีวิธี! ฉันรู้แล้ว! นายเป็นคนแบบนั้น ทกจา! นาย
มักจะมีแผนการที่งี่เง่าและบ้าบอที่มีแค่นายเท่านั้นที่รู้เสมอ
และเมื่อนายใช้มัน นายก็จะตาย!”
“ฉันคิดว่าเธอน่าจะเข้าใจอะไรบางอย่างผิดไปนะ ฉันจะไม่
ตาย”
เธอไม่มีสกิลจับเท็จ
“ตอนนี้มันต่างจากในอดีตแล้ว ฮีวอน เธอและคนอื่นๆ
เปลี่ยนไปแล้วใช่ไหม? ฉันเลือกที่จะท าแบบนี้เพราะฉันเชื่อใน
ตัวเธอ นั่นคือเหตุผล…” ผมพูดพร้อมกับหันหน้าหนีไป “ฮีวอน
เธอต้องช่วยฉันในคราวหลัง”
ฉันใช้พลังของวิถีแห่งสายลมและการปล่อยกระแสไฟฟ้าเพื่อ
ผลักเธอกลับไปในแนวหลัง
“คิมทกจา…!!”
ในทันทีที่ผมท้าทายกับคลื่นกระแทกที่พุ่งเข้ามาหาผม ผมก็
ค ารามออกมาด้วยน้ าเสียงที่แท้จริง [สุริยะ!!]
เมื่อสิ้นสุดเสียงค ารามของผม รถไฟขบวนหนึ่งก็พุ่งออกมาจาก
ทางด้านหลังและรับผมขึ้นไป ราวกับว่ามันถูกสร้างขึ้นอย่างเร่ง
รีบ รถไฟดูค่อนข้างประหลาด และมีแค่หัวของมันเท่านั้น
[ไปกันเถอะ]
ในขณะที่ผมสัมผัสได้ถึงสถานะของสุริยะที่ก าลังสนับสนุนผม
จากทางด้านหลัง รถไฟก็แล่นออกไป
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินต านาน’ เริ่มเล่าเรื่องราวของ
มัน!]
รถไฟใช้มหาเรื่องราวเป็นเชื้อเพลิงเพื่อเคลื่อนไปข้างหน้า –
ผ่านชิ้นส่วนเรื่องราวต่างๆและพุ่งเข้าหาคลื่นแห่งความ
โกลาหล
ปัง!!
พร้อมกับแรงกระแทกที่แทบจะท าให้ร่างกายของผมแตกเป็น
เสี่ยงๆ ชิ้นส่วนรถไฟกระจัดกระจายทั่วไปหมด
ร่างอวตารที่ถูกท าลายลงไปครึ่งหนึ่งของมิคาเอลที่ก าลังติดอยู่
ภายในพายุก าลังมองมาที่ผม [บัดซบ…!]
ผมเคลื่อนตัวผ่านเขาไปและพุ่งไปข้างหน้าต่อ มันรู้สึกราวกับ
ว่าสติของผมก าลังจางหายไป ‘ก าแพงที่สี่’ ยังคงส่งสัญญาณ
เตือนอย่างต่อเนื่องและเรื่องราวทั้งหมดที่ผมครอบครองก็กรีด
ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
พวกมันตะโกนออกมาด้วยน้ าเสียงที่ว่าพวกเราไม่อาจต้านทาน
ต่อมันได้ พวกเราทุกคนต้องตายแน่ๆ
นอกเหนือจากคลื่นกระแทกที่จะลบล้างทุกสรรพสิ่ง ผมรู้สึกได้
ว่าสายตาของมังกรแห่งวันสิ้นโลกก าลังจดจ้องมาที่ผม
[เจ้าไม่อาจหยุดยั้งสิ่งนี้ได้]
ผมรู้สึกถึงสายตานั้นและฉีกยิ้มออกมา
“นายพูดถูก ฉันไม่อาจหยุดนายได้ อืม นายไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่จะ
สังหารได้ แต่เป็น ‘หายนะ’ นายคือสิ่งที่เหนือล้ ายิ่งไปกว่ากลุ่ม
ดาวและราชาปีศาจ”
ไม่มีทางที่กลุ่มดาวเพียงล าพังจะสามารถต้านทานต่อหายนะ
เช่นนี้ได้
อย่างไรก็ตาม ผมก็รับรู้ได้ถึงอีกหนึ่งหายนะที่มีขนาดไม่ยิ่ง
หย่อนไปกว่ากัน
[กลุ่มดาวแห่งการถ่ายทอดสดดวงดาวเดาได้ถึงแผนการของ
คุณและพากันตกตะลึง!]
[กลุ่มดาวแห่งสถานการณ์สุดท้ายประหลาดใจมากกับแผนการ
ของคุณ!]
[โดเกบิทุกคนในส านักงานก าลังมองไปยังความเป็นไปได้ของ
สถานการณ์…]
ประกายแสงในระดับอันน่าเหลือเชื่อระเบิดออกมาและท าให้
เกิดความบ้าคลั่งขึ้นในอากาศ เพียงแค่การพยายามเรียกชื่อ
ของมันก็ท าให้เกิดปฏิกิริยาเช่นนี้แล้ว ผมปลดปล่อยความ
เป็นไปได้ทั้งหมดที่กลุ่มดาวได้รวบรวมมาให้ระเบิดเปิดมิติขึ้น
และเรียกชื่อของสิ่งมีชีวิตตนหนึ่งออกมาอีกครั้ง
สิ่งมีชีวิตที่แม้ว่าพวกเขาจะรู้ชื่อที่แท้จริงของมัน แต่ก็ไม่มีใคร
อาจหาญจะเรียกขานมันมาสู่สถานการณ์
[จงมา! ■■■■■!!]
นอกเหนือจากคลื่นกระแทก มิติภายนอกของการถ่ายทอดสด
ดวงดาวก็สามารถมองเห็นได้ พายุผลพวงที่เกิดขึ้นจากความ
เป็นไปได้ก าลังพุ่งเข้ามา
หมอกความมืดขนาดมหึมาที่คืบคลานเข้ามาเริ่มลบร่องรอย
ของดวงดาวและเนบิวลา ผมตัวสั่นหนักจนพอที่จะท าให้จิตใจ
ของผมว่างเปล่าในขณะที่ดวงตาใหญ่ยักษ์จากระยะไกลจนถึง
เหมือนเป็นอนันต์จับจ้องมาทางนี้
ผมเคยเห็นสิ่งนี้ในอาณาจักรปีศาจที่ 73 เมื่อไม่นานมานี้
ย้อนกลับไป มันเป็นเพียงแค่ร่างโคลน อย่างไรก็ตาม ในคราวนี้
มันก็แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
[‘ระยะห่างสุดพรรณนา’ ก าลังมองลงมายัง ‘มังกรตัวสุดท้าย
แห่งหนังสือวิวรณ์’]
เทพเจ้าภายนอกที่ถือก าเนิดขึ้นมาภายในความโกลาหล
หายนะอันยิ่งใหญ่ที่น าพาการท าลายล้างมาสู่อาณาจักรปีศาจ
ของผมก าลังคืบคลานเข้ามาสู่เกาะแห่งผู้กลับชาติมาเกิด