มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 408 – ไคลแม็กซ์ (1)
กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายของผมเจ็บปวดราวกับผมถูกทุบตี
อย่างหนักหน่วง
ผมหมดสติไปชั่วขณะ แต่ก็ได้สติกลับมาในไม่ช้า ผมกระอัก
เรื่องราวออกมาและลืมตาขึ้นภายใต้มิติว่างเปล่าอันด าสนิท
ผมไม่อาจเห็นอะไรที่อยู่ใกล้ๆได้เลย แต่ผมก็รู้แล้วว่าตัวเองอยู่
ที่ไหน
[‘ระยะห่างสุดพรรณนา’ ก าลังมองมาที่คุณ]
‘ระยะห่างสุดพรรณนา’ หรือที่รู้จักกันในนามหมอกนิรนาม
ผมเคยวิ่งเข้าใส่ร่างแยกของมันในอาณาจักรปีศาจที่ 73
แค่ความแข็งแกร่งของร่างแยกของมันเพียงอย่างเดียวก็
สามารถท าลายอาณาจักรปีศาจของผมได้แล้ว และยังท าลาย
กลุ่มดาวในระดับเรื่องราวและผู้บรรลุได้อีก
และผมในตอนนี้ก็ก าลังอยู่ภายในปากของหายนะที่ผมไม่
ปรารถนาที่จะพบอีก
「คิมทกจาคิดกับตัวเอง นี่คือทางเดียวที่จะหยุดมังกรแห่งวัน
สิ้นโลก」
…ใช่ ผมสงสัยว่าท าไมหมอนี่ถึงเอาแต่เงียบมาตลอด
「เพื่อหยุดยั้งหายนะของโลกโดยการอัญเชิญหายนะอีกอัน
ออกมา มีแค่คนอย่างผู้เสื่อมถอยยูจงฮยอคเท่านั้นที่อาจจะคิด
อะไรแบบนี้ได้」
ผมมองไปยังข้อความของก าแพงที่สี่ที่ก าลังลอยขึ้นมาใน
อากาศและหัวเราะเบาๆ
「ถึงกระนั้น คิมทกจาก็ต้องท ามัน」
ผลกระทบจากพายุความเป็นไปได้ยังคงอยู่ในบริเวณโดยรอบ
เจ้าได้บิดเบือนความเป็นไปได้มามากเกินไปแล้ว
เจ้าท าแบบนี้มาตลอด และบาดแผลของความเป็นไปได้ทั้งหมด
ที่เจ้าสะสมมาก็จะระเบิดออก เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันจะเกิดอะไร
ขึ้น?
นี่คือผลพวงของความเป็นไปได้ที่ผมสะสมมาจนถึงตอนนี้ ผล
กรรมที่กลุ่มดาวและโดเกบิได้เตือนผมมา
「ไม่มีเรื่องราวที่มีค่าสูญหายไป」
ทุกๆมหาเรื่องราวและเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ในการถ่ายทอดสด
ดวงดาวคือเรื่องราวแห่งการสูญเสีย
เพื่อปลุกวีรบุรุษให้ตื่นขึ้นมา มันมีบางสิ่งต้องเสียสละ
บางคนได้สูญเสียบางสิ่งไป และด้วยเหตุนั้นเอง เรื่องราวก็จะ
เสร็จสมบูรณ์
「คิมทกจาเกลียดมัน」
ผมรู้ว่าในวันหนึ่ง ผมคงจะต้องจ่ายราคาส าหรับการไม่เคย
สูญเสียสิ่งใดไปเลย เวลาที่ต้องจ่ายส าหรับการบิดเบือน
เรื่องราวและความเป็นไปได้จะมาถึงในไม่ช้าก็เร็ว
「นั่นคือเหตุผลว่าท าไมคิมทกจาถึงตัดสินใจแบบนี้」
ปัง!
มีเรื่องราวไหลออกมาจากปากของผมมากยิ่งขึ้น
นี่ไม่ใช่เพราะ ‘ระยะห่างสุดพรรณนา’ โจมตีผม ไม่ มันเป็น
ความผิดของความเป็นไปได้ที่บิดเบี้ยว ความบิดเบี้ยวของโลก
ที่ได้ถูกช่วยไว้โดยการอัญเชิญเทพเจ้าภายนอกก าลังพยายาม
ท าลายล้างผมจากสถานการณ์
[เรื่องราว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ยังคงเล่าเรื่องราวของ
มันต่อไป]
ผมต้องทนเพราะเรื่องราวของผม พวกมันยังคงกระซิบเข้ามา
ในหูของผม – พวกมันบอกว่านายคือราชาปีศาจแห่งการหลุด
พ้น นายต้องช่วยผู้คน
เฉกเช่นที่พวกมันก าลังท ากับเมทาทรอนและอากาเรส เรื่องราว
ก าลังกระซิบกับผม
[เรื่องราว ‘ราชาแห่งโลกที่ไร้ราชา’ ยังคงเล่าเรื่องราวของมัน
ต่อไป]
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ’ ยังคงเล่าเรื่องราวของมัน
ต่อไป]
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินต านาน’ ยังคงเล่าเรื่องราว
ของมันต่อไป]
แม้ว่าผมจะอยู่ภายในหมอกมืด ผมก็ยังสัมผัสได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
ข้างนอก
[‘มังกรตัวสุดท้ายแห่งวันสิ้นโลก’ ก าลังแสดงความเป็นปรปักษ์
ต่อ ‘ระยะห่างสุดพรรณนา’!]
[‘ระยะห่างสุดพรรณนา’ เริ่มการเคลื่อนไหว]
โชคดีที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน เทพเจ้าภายที่ก าลังปรากฏตัว
เพื่อกลืนกินผมได้ค้นพบเหยื่อที่น่ากินยิ่งกว่า และตอนนี้มันก็
ก าลังให้ความสนใจกับมังกรตัวนั้น
การต่อสู้ระหว่างหายนะได้เริ่มต้นขึ้น มังกรตัวสุดท้ายปะทะกับ
หมอกนิรนาม
การท าลายล้างซึ่งกันและกันของทั้งสองนี้เป็นความหวังของ
สิ่งมีชีวิตอื่นทั้งหมด
สิ่งที่ส าคัญที่สุดก็คือการซื้อเวลาให้พอ เวลาที่เพียงพอให้กลุ่ม
ดาวจัดระเบียบตัวเองใหม่
[ความเสียหายต่อร่างอวตารของคุณถึงจุดวิกฤติ!]
[สถานะของสิ่งมีชีวิตที่เหนือล้ าก าลังกัดกิน ‘บริบทค าขยาย’
ของคุณ]
[เอกภาพระหว่างเรื่องราวกับก าลังอ่อนก าลังลง]
[‘การถ่ายทอดสดดวงดาว’ ตะลึงงันกับความส าเร็จอันน่าตก
ตะลึงของคุณ]
[มหาเรื่องราวของคุณก าลังตื่นขึ้น]
ผมได้ยินบางสิ่งที่คล้ายกับเสียงเพลงจากระยะไกล
มันเป็นท่วงท านองที่ผมเคยได้ยินมานานแล้ว ผมไม่แน่ใจว่ามัน
มาจากแม่ของผม สหายของผม คือใครกันแน่
แต่ถึงกระนั้น ผมก็ยังคงฟังเสียงนั้นต่อไป…
[เรื่องราว ‘สหายร่วมเป็นร่วมตาย’ ยังคงเล่าเรื่องราวของมัน]
…ผมตระหนักได้ว่าผมไม่อยากตาย
*
ฮูมมมมม!
โลกใบหนึ่งก าลังปะทะกับโลกอีกใบ คิมทกจาที่ก าลังประสบกับ
คลื่นกระแทกของมังกรแห่งวันสิ้นโลกถูกกลืนหายไปกับหมอก
แห่งความมืด
และในตอนนี้ มันก็ไม่ใช่เขาที่จัดการกับคลื่นกระแทกนั้นอีก แต่
เป็นเทพเจ้าภายนอกอันน่าพรั่นพรึงแทน
พลังทั้งสองที่ถือก าเนิดขึ้นจากความโกลาหลเข้าปะทะกัน และ
ทุกๆสิ่งที่อยู่ใกล้เคียงก็ถูกดูดเข้าสู่ความว่างเปล่า
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิทักษ์แห่งแมนดาลา’ อ้าปากค้าง]
โชคดีที่ต าแหน่งการปะทะอยู่ไกลออกไปมาก ดังนั้นเหล่าสหาย
ที่ยังอยู่บนพื้นจึงรอดพ้นไป
สีหน้าของกลุ่มดาวส่วนใหญ่ดูน่าสงสารมากหลังจากได้เห็นทั้ง
คู่
ราวกับว่าวันเวลาทั้งหมดที่พวกเขาท่องไปบนสวรรค์ราวกับ
ราชานั้นสูญเปล่าราวกับภาพมายา หายนะที่แม้แต่กลุ่มดาว
ระดับเรื่องราวยังไม่อาจรับมือได้ก าลังดิ้นรนอย่างเต็มกลืน
หลังจากนั้นกลุ่มดาวบนท้องฟ้าจึงตระหนักได้ – จุดจบของโลก
ได้อยู่ตรงหน้าของพวกเขาแล้ว
ส าหรับคนบางคน การเสียสละของคนๆหนึ่งเป็นโศกนาฏกรรม
ที่ยิ่งใหญ่กว่าการสิ้นสุดของโลก
“ลุงงงงงง!!”
ลีจีฮเยตะโกนออกมาด้วยความสิ้นหวังและยิงปืนใหญ่ของเธอ
เข้าใส่หมอกแห่งความมืด แน่นอน มันไม่มีกระสุนลูกไหน
สามารถสร้างความเสียหายให้กับร่างหลักของหมอกนิรนามได้
ไม่มีใครที่จะสามารถบอกได้เลยว่าร่างกายของมันเริ่มต้นและ
สิ้นสุดลงตรงไหน
น่าเสียดาย เหล่าสหายต่างไม่อาจควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้
“ไม่ ไม่ ไม่!!”
ชินยูซองตะโกนออกมาอย่างไม่สม่ าเสมอราวกับว่าเธอเจ็บปวด
จากการพูดค าเดิมๆซ้ าๆ และราวกับว่ามันก าลังสะท้อน
อารมณ์ของเธอ มังกรคิเมร่าพ่นลมหายใจเข้าใส่อากาศอีกครา
สายตาของลีกิลยังที่ก าลังยืนอยู่ข้างๆพวกเธอทั้งพร่ามัวและไม่
ชัดเจน ในขณะที่ร่างกายของเขาสั่นเทา ออร่าที่เป็นลางไม่ดีก็
เริ่มพวยพุ่งออกมาจากร่างของเขา
“พันธสัญญา… ฉัน… ฉัน… ฉัน…”
และตรงหน้าของสามคนนี้ มันมีอีกสามคนก้าวออกมาข้างหน้า
เมื่อเผชิญหน้ากับหายนะอันน่าพรั่นพรึงที่พวกเขาหวาดกลัวมา
โดยตลอด สหายแต่ละคนก็ได้สูญเสียเหตุผลในแบบของตนไป
บางคนปล่อยให้ตัวเองตกลงสู่ห้วงอารมณ์ บางคนเลือกจัดการ
กับอารมณ์ของตัวเอง
ยูจงฮยอคปลดปล่อยพลังแห่งผู้บรรลุของเขา
ฮันซูยองถูกโอบล้อมไว้โดยมังกรเพลิงทมิฬ
และจางฮีวอนได้เบิกเนตรผู้สังหารเทพเจ้าขึ้นมา
ทั้งสามก้าวออกมาข้างหน้าโดยไม่ยอมให้ใครมีโอกาสได้หยุด
และพวกเขาก็มองหน้ากัน จากนั้นก็มีใครบางคนได้หยุดพวก
เขาไว้ข้างหน้า
มันคือแอนนา
“พวกนายทุกคน หยุดก่อน! พวกนายอย่าหนีไปจากสมรภูมิ
นะ!”
[เนบิวลา ‘แอสการ์ด’ ก าลังควบคุมสมรภูมิ]
เสียงของแอนนาพร้อมกับมหาเรื่องราวของแอสการ์ดได้หยุด
พวกเขาไว้
การแสดงออกของยูจงฮยอคดูไม่น่าดู “ไสหัวไปซะ”
“นี่ไม่ใช่สิ่งที่ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้นต้องการ!”
“แล้วราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้นต้องการอะไร?”
แขนซ้ายของฮันซูยองมีเพลิงทมิฬลุกโชนขึ้นมาราวกับว่ามันไม่
จ าเป็นต้องฟังอีก
แอนนารีบพูดออกมา “ฉันเริ่มเห็นอนาคตนิดหน่อยแล้ว”
เรื่องราวก าลังไหลเวียนอยู่ภายในเนตรจอมปีศาจของเธอ
“มันอาจจะเป็นเพราะเขาได้ท าแบบนั้นจริงๆ” เสียงของแอน
นาฟังดูดีมาก เธอมองไปยังการต่อสู้อันดุเดือดของหายนะทั้ง
สองที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้าอันไกลโพ้นและพูดออกมา “เพื่อช่วย
โลกนี้ เขา…”
“บ้าเอ้ย! ใครจะสนใจเรื่องพรรค์นั้นกัน?! ใครต้องการกัน…!”
“การเสียสละของเขาสูงส่งจริงๆ เธอไม่เข้าใจความหมายของ
มันจริงๆเหรอ?”
“หุบปากไปซะ!”
ฮันซูยองค ารามออกมา ออร่าอันน่ากลัวของเธอเข้าคุกคาม
แอนนา
“ท าไมคิมทกจาถึงควรช่วยโลกนี้? ท าไมหมอนั่นต้องเสียสละ
ตัวเธอกับเรื่องพรรค์นี้?! โลกอันเหม็นเน่านี่มีค่าให้ช่วยไว้
เหรอ?!”
เสียงของเธอดังขึ้นพร้อมกับความโกรธ มันเป็นเสียงของคนที่
ข่มความโกรธของตัวเองมาซ้ าแล้วซ้ าเล่า ผู้เผยพระจวนะมอง
ไปยังใบหน้านั้นและฟังเสียงนั้น จากนั้นก็นึกถึงเรื่องราวจาก
อดีตของเธอ
“ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้นเองก็เคยพูดไว้เมื่อครั้งหนึ่ง”
ไม่ว่าโลกนี้จะคุ้มค่ากับการปกป้องหรือไม่ พวกเราก็ควรจะรอ
ดูก่อน
ย้อนกลับไปในช่วงสมาคมนักชิมงั้นเหรอ? ราชาปีศาจแห่งการ
หลุดพ้นเคยพูดแบบนั้นกับเธอ แอนนารู้ดีว่าเมื่อตอนนั้นเขา
หมายถึงอะไร
นี่คือโลกที่ถูกกลุ่มดาวและโดเกบิปกครอง เธอเองก็สร้างซารา
ทุสทราขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนโลกนี้เช่นกัน
แอนนาเงยหน้าขึ้นและมองไปยังท้องฟ้าอีกครั้ง แม้แต่ในฐานะ
ผู้เผยพระวจนะ เธอก็ไม่อาจบอกได้ว่าเขาจะยังคงถามค าถาม
นั้นกับโลกนี้ไหม อย่างไรก็ตาม…
“ตอนนี้เขาอยู่ตรงนั้นแล้ว”
เรื่องราวบางอย่างอาจจะไม่ต้องพิสูจน์ด้วยค าพูด แต่เป็นการ
กระท า
“เขาได้พบกับพวกนายในโลกนี้หนิ?”
เป็นครั้งแรกที่การแสดงออกของทั้งสามคนเปลี่ยนไปคล้ายๆกัน
หลังจากได้ยินค าพูดของเธอ
แอนนาพูดต่อด้วยน้ าเสียงที่ระมัดระวัง “ได้โปรด ศรัทธาในตัว
ฉัน ผู้เผยพระวจนะ พวกเราต้องสงวนพลังไว้ และจากนั้นก็เล็ง
ไปยังช่วงที่หายนะทั้งสองต่อสู้กันและท าลายตัวเอง หลังจาก
นั้นพวกเราจึงจะรอดไปได้”
“ผู้เผยพระวจนะ? เธอคิดว่าเธอเป็นคนเดียวที่เห็นอนาคตงั้น
เหรอ?”
นั่นคือตอนที่แอนนาตระหนักได้ถึงบางสิ่ง
บริเวณโดยรอบของฮันซูยองเอ่อล้นไปด้วยเรื่องราวของการ
ท านายลอกเลียนแบบ ผู้เสื่อมถอยยูจงฮยอคก าลังเฝ้าสังเกต
สถานการณ์ผ่านเนตรแห่งปราชญ์ของเขาในขณะเดียวกัน
ไม่เพียงแค่ผู้เผยพระวจนะเท่านั้นที่สามารถท านายอนาคตได้
สองคนนี้เองก็มีความเข้าใจอันลึกซึ้งยิ่งกว่าใครเมื่อมันเป็นการ
อ่านเหตุการณ์ในอนาคต
ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังเลือกที่จะช่วยคิมทกจา
จางฮีวอนชักดาบของเธอออกมาและพูดขึ้น “ฉันไม่ได้รู้อะไร
เกี่ยวกับอนาคตเลย อย่างไรก็ตาม ฉันก็รู้อยู่สิ่งหนึ่ง เธอบอกว่า
เธอต้องการช่วยโลกนี้ใช่ไหม? ฉันก็เหมือนกัน”
ความมุ่งมั่นของเธอปรากฏออกมาในรูปของเปลวเพลิงสีขาวที่
ลุกโชติช่วงขึ้นบนดาบแห่งการพิพากษา
“ชายคนนั้นคือโลกที่ฉันต้องการช่วย”
หลังจากค าพูดเหล่านั้น ทั้งสามก็ทะยานขึ้นไปในอากาศ ไม่ว่า
จะเป็นความเป็นไปได้จากมหาเรื่องราวหรือแรงกดดันจาก
เนบิวลาก็ไม่สามารถหยุดพวกเขาได้
แอนนารีบเอื้อมมือออกไป แต่พวกเขาก็ทะยานออกไปไกลแล้ว
สิ่งที่จะหยุดพวกเขาได้ไม่ใช่ความเป็นไปได้หรือเนบิวลา
ฮันซูยองเป็นคนแรกที่พบสิ่งนั้น
“อะไรกัน?! บ้าเอ้ย…!”
ฮูมมมมม!!
ความสมดุลของสรวงสวรรค์ก าลังพังทลายลงภายใต้การต่อสู้
อย่างต่อเนื่องของหายนะทั้งสอง ปัญหาใหม่ที่เกี่ยวข้องกับ
ความสมดุลที่พังทลายลงก าลังบุกรุกเข้ามาในโลกนี้
[นั่นมัน…?]
หนึ่งในกลุ่มดาวบนท้องฟ้าพึมพ าออกมา บางสิ่งที่ซ่อนตัวอยู่
ภายในหมอกมืดเข้าปกคลุมท้องฟ้า และเริ่มแยกตัวออกจากกัน
ระยะห่างสุดพรรณนาเริ่มสร้างร่างแยกจากตัวของมันเอง
“อ๊ะ อ่า อ่าาา…”
ดวงตาสีเหลืองอ่อนอันน่าพรั่นพรึงเผยขึ้นมาภายในหมอกแห่ง
ความมืด ไหล่ของชินยูซองเริ่มสั่นไม่หยุดราวกับว่าฝันร้ายใน
อดีตได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง
เธอเคยเห็นดวงตานั้นมาก่อน อวตารที่เห็นดวงตานั้นจะไม่อาจ
คงสติไว้ได้ และในที่สุดก็จะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตจากโลกภายนอก
ในวันนั้น สิ่งมีชีวิตทั้งหมดในเขตอุตสาหกรรมต่างก็ไร้พลัง
ต่อต้านเมื่ออยู่ต่อหน้าหายนะ
อย่างไรก็ตาม มันก็มีบางคนที่จ าเหตุการณ์ในวันนั้นได้ในแบบที่
แตกต่างไปจากเธอ
[มันเล็กกว่าวันนั้นที่ข้าเห็นไปเล็กน้อยหนิ]
มันคือชองจุงยอง