มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 409 – ไคลแม็กซ์ (2)
ชองจุงยองชักดาบออกมาพร้อมกับก้าวออกมาข้างหน้า
เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเกาะแห่งการกลับชาติมาเกิดโอบ
ล้อมรอบตัวของเขาและกระเพื่อมออกมาเหมือนกับกล้ามเนื้อ
จริงๆ
[ลุยกันเถอะ ผู้บรรลุตัวน้อย]
เคียร์อีออสปีนขึ้นไปบนไหล่ของชองจุงยอง พวกเขาเคย
ร่วมมือกันต่อสู้กับระยะห่างสุดพรรณนาในอดีต
หลังจากทะยานขึ้นไปเบื้องบน การปล่อยกระแสไฟฟ้าของ
เคียร์อีออสก็เต้นระบ าอยู่บนดาบของชองจุงยอง และในขณะที่
สายฟ้าสีขาวบริสุทธ์อันเจิดจ้าโอบล้อมรอบร่างของชองจุงยอง
เขาก็เริ่มเปล่งประกายราวกับเทพเจ้าสายฟ้า
[ข้า ชองจุงยอง รอวันนี้มานานแล้ว!]
สถานะอันยิ่งใหญ่เปิดเผยออกมา
ศัตรูที่ดาบของเขาซึ่งเคยใช้สะบั้นภูเขาและแยกทะเลไม่อาจตัด
ได้ ตอนนี้ได้อยู่ตรงหน้าของเขาแล้ว
เขาฝึกฝนอย่างหนักหน่วงเพื่อท าให้ ‘ดาบที่สี่’ ที่ยังไม่เสร็จ
สมบูรณ์ได้เสร็จสมบูรณ์ในตอนนี้ เพื่อต่อสู้กับความว่างเปล่า
อันไร้ขอบเขต เขาได้ใช้เวลาไปมหาศาลในการสร้างวิชาดาบนี้
และนี่คือผลลัพธ์
เรื่องราวของเขาที่ควบแน่นจนถึงขีดสุดจนเกือบจะระเบิด
ออกมาลุกโชนขึ้น และกระแสไฟฟ้าของเคียร์อีออสก็โคจรอย่าง
รุนแรงอยู่รอบๆ
กลุ่มดาวที่อยู่บนพื้นต่างเงยหน้าขึ้นมอง
หนึ่งกลุ่มดาว และหนึ่งผู้บรรลุ
ราวกับว่าจะล้อเลียนสถานะของคนทั้งสอง ร่างแยกของ
ระยะห่างสุดพรรณนาอ้าปากเข้าหาพวกเขา และก่อนที่
ขากรรไกรของหมอกแห่งความมืดก าลังจะกลืนกินแสงดาว…
‘กฎข้อที่สี่’
…ล าแสงพุ่งออกมาจากดาบของชองจุงยอง
‘ดาบที่สี่ที่ลบล้างความว่างเปล่า’
จุดศูนย์กลางของหมอกค่อยๆ แยกตัวออกจากกันเหมือนกับ
ท้องของสัตว์ที่ถูกหั่น และบางสิ่งก็เริ่มรั่วไหลออกมาจากจุด
ศูนย์กลางที่ถูกเปิดออก
ดวงตาสีเหลืองที่ยื่นออกมาจากหมอกแห่งความมืดเริ่มสลายตัว
ไปในขณะที่มันพ่นเรื่องราวออกมา
[กลุ่มดาวจ านวนมากไม่อาจละสายตาไปจากความยิ่งใหญ่ที่
ส าแดงออกมาโดย ‘ดาบเล่มแรกแห่งโครยอ’]
[ขากรรไกรของกลุ่มดาวจ านวนมากเปิดอ้าออกโดย
ปรากฏการณ์อันน่าเหลือเชื่อนี้!]
กลุ่มดาวทั้งหมดที่อยู่บนพื้นรู้สึกตะลึงงันกับสิ่งที่ได้เห็น
แม้ว่ามันจะเป็นแค่ร่างแยกก็ตาม แต่ฝ่ายตรงข้ามก็ยังเป็น
ระยะห่างสุดพรรณนา ผู้ท าความสะอาดแห่งการถ่ายทอดสด
ดวงดาวและหายนะที่กลืนกินความเป็นไปได้ที่บิดเบี้ยวทั้งหมด
หายนะที่ว่ากันว่าไร้เทียมทานถูกตัดขาดครึ่งโดยชองจุงยอง มัน
ไม่มีใครเข้าใจการโจมตีที่ว่านั้นได้อย่างเต็มที่เลย
มีเพียงแค่ชองจุงยองเท่านั้นที่สามารถส าแดงการโจมตีนั้น
ออกไปได้ แม้แต่ชายที่เคยผ่าครึ่งดวงดาวก็ยังดูตกตะลึง
เหมือนกัน
“ดาบแห่งเจตจ านง…”
พลังที่จะสะบั้นท าลายล้างโลกให้ไม่เหลืออะไรเลยนอกจาก
เจตจ านงของตัวเอง จุดสูงสุดอันโด่งดังที่จะเข้าถึงได้ผ่านการ
ฝึกฝนเท่านั้น และชองจุงยองก็มาถึงขอบเขตอันสูงส่งนั้น
หลังจากกลายเป็นกลุ่มดาว
[ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดที่ไม่อาจถูกตัดได้ด้วยดาบของข้า!]
ชองจุงยองยืนอยู่ภายในการระเบิดของแสงและเฝ้ามองดูหมอก
ที่กระจัดกระจายออกไปพร้อมกับรู้สึกถึงความรู้สึกแห่งการ
ปลดปล่อยของเขา
เขาต้องอดทนมานานแค่ไหนกันนะจึงจะสามารถตัดสิ่งนั้นได้?
ความปิติยินดีเมื่อครั้งเขาเหยียบย่างลงไปยังดินแดนแห่งความ
ว่างเปล่าอันเวิ้งว้างและเจตจ านงของตัวเขาได้กลายเป็นดาบ
‘ดาบที่สี่ลบล้างความว่างเปล่า’ ของวิถีสี่ดาบคือการสะสมของ
วิชายุทธ์ทั้งหมดที่เขาเชี่ยวชาญ
เขามองไปยังทิศทางของยูจงฮยอคและตะโกนออกมา [เอาล่ะ
ไปเลยเด็กน้อย! ไปเอาตัวคิมทกจา…]
น่าเสียดายที่เขายังไม่ทันพูดได้จนจบ แรงกระแทกอันรุนแรงก็
ปะทะเข้าจากด้านหลังของเขาและท าให้ร่างอวตารของเขา
ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง เขาตกลงไปเหมือนกับดาวตก
และกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรง
ในขณะที่สายตาของเขาสั่นไหวอย่างไม่มั่นคง เขาก็ฝืนตัวเอง
ให้เงยหน้าขึ้น และในตอนนั้นเองเขาก็ตระหนักได้ว่าเกิดอะไร
ขึ้นกับเขา มันมีบางคนพึมพ าบางสิ่งอยู่ใกล้ๆ กับเขา
[โอ้ ท่านที่รัก… การถ่ายทอดสดดวงดาวอาจจะจบเห่ลงได้ใน
อัตรานี้]
เขาไม่เข้าใจมัน ชองจุงยองรู้สึกว่าร่างกายของเขาสั่นเทาอย่าง
ไม่อาจควบคุมได้
…แต่ ยังไง?
ข้าเพิ่งตัดมันไปแล้วหนิ งั้นได้ยังไงกัน?
ราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นแค่เรื่องตลกเท่านั้น ดวงตาอัน
ใหญ่ยักษ์บนท้องฟ้ายังคงมองลงมาที่เขา
มันมีร่างแยกมากกว่าหนึ่ง
มากมายจนดูเหมือนว่าทั่วทั้งท้องฟ้าจะถูกปกคลุมไปด้วยพวก
มัน ร่างแยกของระยะห่างสุดพรรณนานับสิบร่างพุ่งลงมาบน
พื้นเพื่อที่จะกลืนกินสิ่งมีชีวิตทุกสรรพสิ่งที่อยู่เบื้องล่าง
[อ๊ากกกก!!]
กลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเริ่มวิ่งหนี
ไปอีกฟากหนึ่งของท้องฟ้า น่าเสียดาย หายนะเองก็พุ่งเข้าหา
พวกเขาจากทางด้านนั้นเช่นกัน
แคว๊กกกก!
คมเขี้ยวผุดขึ้นมาจากภายในหมอกและเข้าบดขยี้ร่างอวตาร
ของกลุ่มดาวราวกับเนื้อผลไม้นุ่มๆ ในตอนนี้มันไม่มีที่ให้หนี
หรือซ่อนตัวอีกต่อไป แม้ว่ามันจะดีกว่าการรับมือกับคลื่น
กระแทกของมังกรแห่งวันสิ้นโลกอยู่เล็กน้อย แต่สถานการณ์นี้
ก็เป็นความสิ้นหวังเหมือนกัน
[ทุกๆ คน ใจเย็นก่อน! ทุกคนก็เห็นหนิ? พวกเราสามารถต่อสู้
กับสิ่งมีชีวิตนั้นได้!] ไดโอไนซัสตะโกนออกมาจนเสียงของเขา
แหบแห้ง แต่กลุ่มดาวก็ยังไม่อาจร่วมมือกันต่อสู้ได้ [บัดซบ…]
กลุ่มดาวจากโอลิมปัสได้ใช้สถานะไปเป็นจ านวนมากในขณะที่
ต้องต้านทานต่อคลื่นกระแทกสองครั้งจากเมื่อก่อนหน้านี้และ
ไม่อาจแสดงความกล้าหาญได้ตามปกติแล้ว และแม้แต่ยมโลก
เองก็ได้ใช้ความเป็นไปได้มากเกินไปแล้ว แต่อย่างน้อย อูรีเอล
และมังกรเพลิงทมิฬก็ยังคงต่อสู้อยู่
“ไสหัวไปซะ! ฉันบอกว่าไสหัวไปจากฉันไง ไอ้พวกบ้าเอ้ย!”
ยูจงฮยอค ฮันซูยอง และจางฮีวอนปลดปล่อยสถานะออกมา
พร้อมกับหันหลังชนกัน
พวกเขาคิดที่จะต่อสู้กับหมอกแห่งความมืดต่อและพุ่งเข้าไปยัง
จุดที่คิมทกจาหายตัวไปในทันทีที่ช่องว่างถูกสร้างขึ้น อย่างไรก็
ตาม มันก็ไม่มีช่องว่างส าหรับพวกเขาเลย ในอัตรานี้ พวกเขา
จะถูกกวาดออกไปก่อนที่พวกเขาจะทันได้ช่วยคิมทกจาด้วยซ้ า
“บ้าเอ้ย! ไม่มีใครอีกแล้วเหรอ? คิมทกจาไม่มีเพื่อนคนอื่นอีก
แล้วเหรอ?!”
ไม่ว่าฮันซูยองจะคิดยังไง เธอก็ไม่อาจหาใครมาช่วยได้ในเวลา
นี้
สถานะของมังกรเพลิงทมิฬและอูรีเอลเริ่มลดลงแล้วในเวลานี้
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ มองไปยัง ‘อาลักษณ์
สวรรค์’]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ กล่าวว่าเขายังไม่
สามารถใช้ ‘มือขวาแห่งการท าลายล้างอันว่างเปล่า’ ได้…]
หมอกแห่งความมืดเข้าโอบล้อมเกาะแห่งการกลับชาติมาเกิด
ซึ่งก าลังจะเป็นเหมือนกับการที่มันได้เตรียมการเพื่อกลืนกินที่นี่
ทั้งหมด
และในเวลานั้นเอง มันก็มีไฟหน้าของรถส่องมาจากระยะไกล
พร้อมกับเสียงดังลั่น บางสิ่งบางอย่างก็มาหยุดลงข้างๆ พวก
เขาหลังจากทะลวงผ่านความมืดเข้ามา
ยานพาหนะที่ดูคุ้นเคยส าหรับสมาชิกของบริษัทของคิมทกจา
ได้ปรากฏตัวขึ้น
[หืม มันจะเป็นปัญหาเอาได้นะถ้าพวกเจ้าบาดเจ็บที่นี่ พวกเจ้า
ยังมีโฆษณาอีกสามตัวที่ต้องถ่ายให้ข้านะ]
ประตูของเฟอร์รารี่กินี่เปิดออก และชายวัยกลางคนที่มีผมสี
เทาก็โบกมือพร้อมกับรอยยิ้มของเขา เขาสวมเสื้อโปโลสีชมพูที่
มีภาพสับปะรดปักไว้พร้อมกับกางเกงยีนส์ขาดๆ ฮันซูยองเห็น
แฟชั่นอันฉูดฉาดของเขาที่ไม่เข้ากับสมรภูมิในตอนนี้เลย และ
ขากรรไกรของเธอก็เปิดอ้าออก
“…ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมาก??”
กลุ่มดาวหลายๆ คนที่ก าลังต่อสู้กับหายนะเริ่มพึมพ ากัน
หลังจากได้ยินเสียงของเธอ
[ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมาก? เขาเป็นกลุ่มดาวที่แข็งแกร่งไหม?]
[ไม่ ตาแก่นั่นคงช่วยอะไรมากไม่ได้]
[ข้าคิดว่าข้าได้ยินเรื่องของเขามาก่อน ตาบอดไปด้วยเงินตรา
เขาเสพแต่เรื่องราวที่ไร้ค่า…]
ฮันซูยองจ้องไปยังผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากคนนั้น เขาควรจะ
เป็นกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่า แต่ตรงกันข้ามกับต าแหน่งของเขา
สถานะที่เธอสัมผัสได้นั้นไม่ได้มีอะไรน่าสนใจเลย
ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากหัวเราะเบาๆ อย่างใจดี [หุหุหุ ดู
เหมือนว่าข้าจะได้เจอเรื่องที่น่าเหลือเชื่อเข้าซะแล้ว]
ท่าทีอันผ่อนคลายของเขากระตุ้นให้ธอร์หยุดกระดกไวน์ลงไป
และตะโกนกลับไป [โฮ่ ตาแก่! เมื่อเจ้ามาแล้วก็รีบช่วยพวกเรา
เร็ว! พวกเราต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แม้ว่าจะมา
จากตาแก่อย่างเจ้าก็ตาม!]
[หืม แต่ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อต่อสู้]
[งั้นเจ้ามาที่นี่ท าบ้าอะไร?]
[อืม ข้าก าลังคิดว่าจะสนับสนุนเหรียญซะหน่อย]
[ตาแก่บ้า… ตอนนี้เอาไงกันดี?!]
กลุ่มดาวไม่อาจระงับความโกรธของพวกเขาไว้ได้และตะโกน
ออกมา
[ถ้าเจ้าจะพูดอะไรบ้าๆ อีก งั้นก็ไสหัวไปซะ! ตาแก่บ้าที่ตาบอด
ไปด้วยเงินตรา…!]
น่าแปลก ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากไม่ได้แสดงอาการอะไร
ออกมา มันเป็นช่วงเวลาที่ฮันซูยองนึกถึงบทสนทนาของเธอ
กับคิมทกจาในอดีต
ในตอนนั้นเธอก าลังมองไปยังผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากที่ก าลัง
คุยกับโดเกบิอยู่ เธอได้ถามเขา
– เฮ้ คิมทกจา กลุ่มดาวนั่นเป็นใครกัน? เขาดูไม่ได้แข็งแกร่ง
อะไรเลย… ท าไมโดเกบิพวกนั้นถึงได้นอบน้อมต่อเขาขนาดนั้น?
คิมทกจาตอบราวกับว่ามันเป็นสิ่งที่ชัดเจนที่สุดในโลก
– เพราะ… เขามีเหรียญมากมาย
เช่นเดียวกับคิมทกจาในตอนนั้น ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากก าลัง
ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ในตอนนี้ [ข้าไม่เข้าใจเด็กๆ อย่างพวกเจ้า
เลย ท าไมพวกเจ้าถึงได้เมินเฉยเหรียญแบบนั้น?]
[ใครจะสนใจของสิ้นเปลืองพวกนั้นกัน…?!]
พร้อมกับเสียงหมุน เหรียญๆ หนึ่งได้โผล่ขึ้นมาบนฝ่ามือของ
ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมาก มันเป็นเพียงแค่เหรียญๆ เดียวเท่านั้น
[เอาล่ะ ดูใกล้ๆ เหรียญนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าของสิ้นเปลือง
ส าหรับพวกเจ้าใช่ไหม? พวกเจ้าเคยสงสัยกันไหมว่าท าไมการ
ถ่ายทอดดวงดาวจึงใช้เหรียญพวกนี้เป็นหน่วยการแลกเปลี่ยน
มาตรฐาน? พวกเจ้าคิดว่ามันแปลกไหม?]
[เจ้าจะพล่ามอะไรอีก?!]
ในขณะที่จ้องมองไปยังร่างแยกที่ก าลังพุ่งมาตรงหน้าของเขา
ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากก็พูดขึ้นมา [ข้าจะใบ้อะไรให้สักหน่อย
นะ ทุกๆ สิ่งภายในการถ่ายทอดสดดวงดาวถูกสร้างขึ้นผ่าน
เรื่องราว แล้วอย่างนั้น เหรียญล่ะ?]
[…นี่คือสัญญาณของความแก่ชรางั้นเหรอ? ข้ายุ่งอยู่ หยุดพูด
กับข้าได้แล้ว!]
กลุ่มดาวที่ตั้งสมาธิอยู่กับการยิงพลังเวทมนตร์ของพวกเขาใส่
พื้นที่รอบๆ ท าราวกับว่าพวกเขาไม่อยากฟังเสียงโหยหวนของ
ชายชราอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ฮันซูยองก็ยังคงฟังต่อไปแม้ว่า
จะอยู่ในสถานการณ์ที่เร่งด่วนนี้เหมือนกันก็ตาม
และเธอก็ขนลุกชันขึ้นมา
มันเป็นเหมือนกับที่ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากได้กล่าวไว้ ทุกๆ สิ่ง
ในการถ่ายทอดสดดวงดาวคือเรื่องราว
ในกรณีนั้น ท าไมหน่วยการแลกเปลี่ยนมาตรฐานของการ
ถ่ายทอดสดดวงดาวจึงไม่ใช่เรื่องราว แต่เป็นเหรียญ?
เปรี้ยง!
ความเป็นไปได้จ านวนมหาศาลพรั่งพรูออกมารอบๆ ตัวผู้ผลิต
สินค้าจ านวนมาก และเมื่อเขาอาบอยู่ในความเป็นไปได้นั้น
สถานะของเขาก็พุ่งทะยานขึ้น
อัตราการเพิ่มขึ้นอันพุ่งทะยานนี้สร้างความตกตะลึงให้กับกลุ่ม
ดาวจากทั้งฝ่ายดีและฝ่ายร้าย และพวกเขาต่างก็มองไปยัง
ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมาก
[เรื่องราวที่เก่าแก่มากๆ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน]
ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมาก – เขาเองก็เป็นกลุ่มดาวที่ไล่ตาม
‘เรื่องราวหนึ่งเดียว’ ในแบบของเขา
ถ้าอย่างนั้น ■■ ที่เขาไล่ตามคืออะไรกัน?
[สิ่งที่เป็นกฎของโลกนี้ไม่ใช่ทั้งความดีและความชั่วร้าย มันคือ
‘ทรัพย์สิน’]
จากนั้นเขาก็โยนเหรียญขึ้นไปบนอากาศ
ยูจงฮยอคเห็นมัน ฮันซูยองและจางฮีวอนก็เช่นกัน แต่ไม่มีใคร
เห็นว่าเหรียญนั้นถูกเขียนไว้เท่าไร
[และข้าก็มีเหรียญมากกว่าใครในการถ่ายทอดสดดวงดาว]
พูดให้ชัดเจนยิ่งกว่านั้น พวกเขาคงไม่อาจเชื่อได้ว่ามีเงิน
จ านวนมากเท่านั้นถูกเขียนไว้บนเหรียญนั้น หากใครต้องการ
สร้างปาฏิหาริย์เช่นนั้นกับเหรียญ มันจะต้องใช้เงินมากเท่าไร
กัน?
[มีคนใช้เหรียญไปเป็นจ านวนมาก!]
[นิทาน ‘วัตถุนิยม’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
ไม่นานหลังจากนั้น เสียงดังกึกก้องก็ระเบิดออกมาจากอีกฟาก
ของท้องฟ้าที่เหรียญหายไป พร้อมกับเสียงดังนั้น ประตูเปิด
กว้างก็ปรากฏขึ้นที่นั่น มันคือประตู
[ประตูทางเดียวถูกสร้างขึ้น]
ประตูที่มีเพียงแค่โดเกบิและส านักงานเท่านั้นที่สามารถเปิดขึ้น
ได้ก าลังถูกเปิดขึ้นโดยกลุ่มดาวเพียงคนเดียว
[ส านักงานของการถ่ายทอดสดดวงดาวก าลังมองไปยังความ
เป็นไปได้ของสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง…]
[การอัญเชิญเริ่มขึ้น!]
ร่างของมนุษย์หลายร่างเริ่มปรากฏขึ้นเหนือประตู พร้อมกับ
ใบหน้าที่ผ่อนคลาย ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากยักไหล่ของเขา
[โอ้ ยังไงก็เถอะ พวกเจ้าพูดถูกอยู่เรื่องนึง ข้าต่อสู้ได้แย่มาก]
แสงสว่างเจิดจ้าระเบิดออกมาจากอีกด้านของประตู
ชายชราสวมแว่นกันแดดราวกับว่าเขาคาดไว้อยู่แล้วและพูด
ต่อ [แต่ข้าสามารถพาสหายที่แข็งแกร่งมาได้]
มันมีคนถูกอัญเชิญมายังสมรภูมิผ่านประตู คนแรกที่จ าพวก
เขาได้คือยูจงฮยอค
“…อาจารย์?”
เซียนดาบทลายนภาและเหล่าผู้บรรลุก าลังลอยออกมาจาก
ประตู มันมีใบหน้าหลายอันที่เป็นที่คุ้นเคยในคนกลุ่มนั้นด้วย
อย่างเช่น หนึ่งหมัดไร้เทียมทาน ยูโฮซอง
หนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังที่สุดบนเกาะแห่งการกลับชาติมาเกิด
ได้เข้าสู่สถานการณ์นี้เพื่อช่วยเหลือพวกเขา เหตุผลที่เซียน
ดาบทลายนภามาถึงที่นี่ช้าก็คงต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับการ
ชักชวนให้คนพวกนี้มาที่นี่แน่ๆ อย่างไรก็ตาม สีหน้าของยูจงฮ
ยอคก็ยังไม่ดีขึ้นเลย
…พวกเขาพอที่จะหยุดหายนะนี้ได้ไหม?
มันมีร่างแยกของหายนะหลายสิบร่าง ซึ่งแต่ละร่างทรงพลัง
มากจนกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่าไม่อาจรับมือได้ด้วยตัวคนเดียว
ด้วยซ้ า ไม่ว่าเซียนดาบทลายนภาและยูโฮซองจะแข็งแกร่งแค่
ไหน ศัตรูผู้นี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้บรรลุเพียงกลุ่มเดียวจะรับมือได้
แต่แล้วก็มีใบหน้าอันคุ้นเคยอีกคนอยู่ ณ ปลายสุดของขบวนผู้
บรรลุ
“จริงจังได้แล้ว! น่าจะช่วยพวกเราตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง!”
มันคือจางฮายัง
สหายหลายคนตะโกนไปทางเธอเพื่อเรียกเธอมาที่นี่ เธอยิ้ม
อย่างอายๆ และโบกมือของเธอกลับไป “ขอโทษที่มาช้า! ข้า
พยายามชักชวนใครบางคนอยู่”
…ชักชวน?
อย่างไรก็ตาม จางฮายังก็ไม่อาจพูดต่อได้
เพราะการมาถึงของสิ่งมีชีวิตอันทรงพลังกลุ่มใหม่ได้ท าให้ร่าง
แยกของระยะห่างสุดพรรณนาเปลี่ยนทิศทางการโจมตีของ
พวกมัน
ความกังวลใจอาบย้อมใบหน้าของเธออย่างรวดเร็วในขณะที่
เธอมองไปยังเทพเจ้าภายนอกที่ขยับเข้ามาใกล้
จางฮายังได้เห็นสิ่งเหล่านี้ในโลกปีศาจแล้ว เธอรู้ดีว่าตัวเธอ
ในตอนนี้ไม่อาจรับมือกับร่างแยกได้แม้แต่ร่างเดียว
แต่นั่นก็เป็นแค่พลังของเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น
ทันใดนั้นเอง ออร่าสีทองก็ระเบิดออกมาจากร่างของเธอ
สถานะอันยิ่งใหญ่จ านวนมหาศาลถูกปลดปล่อยออกมาโดยมี
ตัวเธอเป็นจุดศูนย์กลาง
เส้นแสงสีทองแผ่ออกมาราวกับคลื่น และแถบคาดหัวสีทองก็ได้
ปรากฏขึ้นเหนือหน้าผากสีขาวของเธอ จากนั้นเสื้อคลุมขนสัตว์
สีทองอันงดงามก็เข้าปกคลุมร่างทั้งร่างของเธอ
เธอลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ หรี่ตาลง]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ประหลาดใจมาก]
[กลุ่มดาว ‘ดาบเล่มแรกแห่งโครยอ’ ถอนหายใจออกมา]
[กลุ่มดาวที่เป็นกลางทั้งหมดไม่อาจซ่อนความประหลาดใจไว้
ได้!]
ทุกๆ คนในที่นี่จ าเจ้าของสถานะนั่นได้ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะ
จ าไม่ได้
จางฮายังยื่นมือออกมา และกระบองที่หนักที่สุดในโลกก็ปรากฏ
ขึ้นในมือของเธอ ดวงตาอันหยิ่งผยองและสันโดษทอดมอง
ออกไปยังท้องฟ้าสีคราม และเมฆทุกๆ ก้อนในโลกก็
สั่นสะเทือนโดยพร้อมเพรียงกัน
[ไปช่วยคิมทกจา]
ค าเหล่านี้ไม่ได้ถูกพูดออกมาโดยคิมทกจา
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ จุติลงมายังสถานการณ์!]
(จบตอน)