มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 413 – ไคลแม็กซ์ (6)
มหาศึกระหว่างมังกรแห่งวันสิ้นโลกและระยะห่างสุดพรรณนา
ดวงดาวยังคงโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่องในขณะที่สอง
หายนะเข้าโรมรันกัน และปรากฏการณ์นี้ก็ถูกถ่ายทอดออกไป
ทั่วทุกมุมของการถ่ายทอดสดดวงดาว
[จุดจบของเกาะนี้ก าลังใกล้เข้ามาแล้ว]
ผู้พิทักษ์แห่งแมนดาลาเองก็ก าลังเฝ้าดูมันผ่านหน้าจอ ในขณะ
ที่เกาะแห่งการกลับชาติมาเกิดเริ่มล่มสลายลงไป เสียงรบกวน
เบาๆ ก็เริ่มปรากฏขึ้นบนร่างอวตารของเขา
ยูซานอายังคงติดอยู่ภายในถังน้ าพูดกับผู้พิทักษ์
– แต่นายรู้ว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นใช่ไหม?
[อะไรที่ท าให้เจ้าพูดแบบนั้น?]
วิญญาณของเธอเปล่งแสงเบาๆ โดยไม่พูดอะไร ในตอนนี้ร่าง
อวตารใหม่ของเธอยังไม่ตื่นขึ้นมา
– เพราะ… นายที่ฉันได้อ่านในห้องสมุดคือ…
[ขอล่ะ เจ้าไม่ควรพูดถึงเรื่องนั้น มันมีคนแอบฟังการสนทนา
ของเราอยู่]
เมื่อค าพูดของเขาจบลง ทั่วทั้งวิหารก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
บรรยากาศที่เป็นลางไม่ดีกดทับลงมายังบริเวณโดยรอบ
ต่อมาก็มีเสียงค ารามของสัตว์ร้ายดังขึ้น และบางสิ่งที่โผล่
ออกมาจากเงามืดก็ถูกโยนไปยังมุมทั้งสี่ของห้องพร้อมกับบิด
ตัวไปมา
ดวงวิญญาณของยูซานอาสั่นคลอนด้วยความเป็นกังวล
หลังจากสัมผัสได้ถึงออร่าที่เป็นลางไม่ดี ในขณะที่ฟองสบู่ในถัง
น้ าเพิ่มจ านวนขึ้น ในที่สุดศากยมุนีก็ก้าวออกมา
[โอ้ พวกหมาล่าเนื้อแห่งทินดาลอส ดูเหมือนว่าวันนี้พวกเจ้าจะ
เลือกเหยื่อผิดแล้ว]
เขาท่องมนต์ ส่งผลให้เงาที่ลอยอยู่รอบๆ หายไปในพริบตา
หลังจากที่เงาเหล่านั้นหายไปทั้งหมด ยูซานอาก็เริ่มพูดออกมา
อีกครั้งด้วยความยากล าบาก
– พวกนั้นมันอะไร…?
[โอ้ เด็กน้อย ประตูสู่สถานการณ์สุดท้ายใกล้เข้ามาแล้ว]
เสียงของศากยมุนีรุนแรงและหนักอึ้งมากขึ้นเรื่อยๆ
ปัง…
ลูกประค าที่อยู่รอบล าคอของเขาแผ่ความร้อนขึ้นสู่อากาศโดย
พร้อมเพรียงกัน เมื่อรู้แล้วว่าเขาคิดที่จะท าอะไร ยูซานอาก็
ถามเขาด้วยค าถามใหม่
– ฉันไม่ได้ก าลังจะกลับชาติไปเกิดใช่ไหม?
[ท าไมเจ้าถึงคิดแบบนั้น?]
– ถ้าเกาะแห่งนี้จบสิ้นลง นายก็จะตายไปด้วย และฉันก็จะไม่
สามารถกลับชาติมาเกิดได้
[เด็กน้อย พวกเราได้ท าข้อตกลงกันแล้ว] ศากยมุนียิ้มออกมา
อย่างเมตตาและพูดต่อ [และด้วยเหตุนั้นเจ้าก็จะได้กลับชาติมา
เกิดตามที่สัญญาไว้ แม้ว่าเจ้าจะไม่ได้รับสืบทอดร่างอวตารจน
ท าให้ไม่อาจสร้างตราประทับของเจ้าได้ แต่จงจ าไว้ว่าบทบาท
ของเจ้าใน ‘สถานการณ์สุดท้าย’ นั้นมีความส าคัญมาก นั่นคือ
เหตุผล…]
เธอต้องการถามเขาว่าเขาหมายถึงอะไร แต่ก่อนที่เธอจะทันได้
ถาม สติของเธอก็เริ่มดับวูบไป
[…ในตอนนี้ โปรดพักผ่อนก่อนเถอะ]
หลังจากที่วิญญาณของเธอผลอยหลับไป ศากยมุนีก็สกัดร่าง
อวตารของเธอและเริ่มขั้นตอนการส่งมันไปยังที่อื่น
วิหารดังกล่าวสั่นสะเทือนอีกครั้งพร้อมกับเสียงดังก้องกังวาล
แผงหน้าจอเองก็เริ่มเปลี่ยนไปด้วย มันเป็นภาพของชายสอง
คนที่มีใบหน้าเหมือนกันก าลังจ้องหน้ากันอยู่ คนหนึ่งสวมชุด
คลุมสีด าในขณะที่อีกคนสวมชุดคลุมสีขาว
[ในที่สุดเจ้าก็เคลื่อนไหว โอ้ ผู้ที่ยืนอยู่ปลายวัฏจักร] ศากยมุนี
ยืนนิ่งดูฉากนี้สักพัก ก่อนที่จะส่งเสียงของเขาออกมาราวกับเขา
รู้สึกเสียใจต่อบางสิ่ง [งั้นข้าก็ควรเริ่มเตรียมตัวด้วยแล้ว]
*
แต่ ได้ยังไง?
ยูจงฮยอคเกลียดค าถามนั้น มันเป็นค าถามที่พบบ่อยที่สุดใน
ขณะที่ใช้ชีวิตอยู่ในฐานะผู้เสื่อมถอย เขากระทั่งรู้ถึงทุกๆ การ
เปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย – จาก “แต่ นายรู้ได้ยังไง?”
เป็น “แต่ นายท าแบบนั้นได้ยังไง ไอ้บ้า??”
เขาเบื่อและเหนื่อยหน่ายกับค าถามเหล่านั้น ในความเป็นจริง
มันมีหลายครั้งที่เขาแค่ฆ่าคนที่อาจจะยิงค าถามเหล่านั้น
ออกมา
แต่ตอนนี้ เขา…
“…แต่ ได้ยังไง?”
เขาลงเอยด้วยการถามค าถามแบบนั้นด้วยตัวเอง แม้ว่าเขาจะรู้
ว่าฝ่ายตรงข้ามอาจจะเยาะเย้ยเขาก็ตาม
เปรี้ยง…
ใบหน้าที่เขารู้จักเป็นอย่างดีมองย้อนกลับมาจากภายในพายุ
ความเป็นไปได้ มันเป็นใบหน้าที่ไม่ควรอยู่ที่นี่ บางสิ่งที่ไม่ควร
ปรากฏขึ้นที่นี่โดยเด็ดขาด
[คะแนนความโกลาหลในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องก าลังเพิ่มขึ้นอย่าง
รวดเร็ว!]
[มีปัญหาเกิดขึ้นในความสมดุลของสถานการณ์!]
ยูจงฮยอคเซไปมาอย่างไม่มั่นคง แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังพยายาม
อย่างเต็มที่ที่จะคิดถึงสถานการณ์ปัจจุบัน เหมือนกับเวลาที่
ผ่านไปอย่างเชื่องช้าด้วยนาฬิกาพังๆ ได้วิ่งไปข้างหน้าอย่าง
ฉับพลันอีกครั้ง สมมติฐานมากมายอาละวาดไปทั่วศีรษะของ
เขา
…
「เขาน่าจะเป็นคิมทกจา」
「แต่เขาไม่ใช่คิมทกจา」
「1863」
「แต่ ยังไง? เรื่องแบบนั้นจะเป็นไปได้ยังไง…」
[เจ้าน่าจะรู้ดีว่าข้าเกลียดค าถามนั้น]
ราวกับว่าความคิดเขาถูกอ่าน คนตรงหน้าของเขาตอบค าถาม
เมื่อก่อนหน้านี้ ยูจงฮยอคมองใบหน้านั้นอีกครั้ง
ชุดคลุมมิติอนันต์สีขาวส่องประกายระยิบระยับภายในการ
ระเบิดของประกายแสงอันเจิดจ้า เบ้าตาซึ่งความมืดอันว่าง
เปล่าคู่หนึ่งควรจะอยู่ ในตอนนี้ได้เต็มไปด้วยม่านตาที่มีขนาด
เท่ากันกับเขาทุกประการ มันไม่ใช่แค่ดวงตาเท่านั้น – จมูก ริม
ฝีปาก ขากรรไกร และแม้กระทั่งโครงร่างก็ด้วย ร่างๆ หนึ่งที่
เหมือนกันกับเขาก าลังมองดูกระจกอยู่ ความแตกต่างเพียง
อย่างเดียวคือรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ที่ตัดผ่านแก้มข้างหนึ่ง
ของคนๆ นั้น
ยูจงฮยอคพูดออกมาด้วยความโกรธและความไม่เชื่อถือ
“นายไม่ใช่ฉัน”
[ใช่ ข้าไม่ใช่เจ้า]
ดวงตาที่มีความมืดมิดอันด ามืดนั้นก าลังมองลงไปยังคิมทกจาที่
ห้อยอยู่บนเอวของเขา
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ ก าลังมองไปยังกลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจ
แห่งการหลุดพ้น’]
ข้อความโผล่ขึ้นมาเหมือนกับการยืนยันครั้งสุดท้าย และยูจงฮ
ยอคก็ตัวสั่นโดยไม่ได้ตั้งใจ
“นักเขียนลับ…”
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากนักเขียนลับ
จริงๆ??
ผู้ที่ส่งคิมทกจาไปยังการเสื่อมถอยรอบที่ 1863 ผู้ที่บอก
ความลับของคิมทกจา และก่อให้เกิดความวุ่นวายมากมาย ผู้ที่
ส่งข้อความจ านวนนับไม่ถ้วนมาจนถึงตอนนี้…
นักเขียนลับคนนั้นคือคนที่ผ่านรอบที่ 1863 มาด้วยตัวเอง??
ยูจงฮยอคเม้มปากหลังจากได้ยินเสียงระเบิดดังมาจากระยะไกล
เขาควรคิดถึงเรื่องนี้ในวันอื่น
“ปล่อยคิมทกจาซะ”
คู่ต่อสู้ของเขาคือนักเขียนลับ เทพเจ้าภายนอกที่ถือก าเนิด
ขึ้นมาจากความโกลาหล เมื่อพิจารณาถึงรูปแบบที่คาดเดา
ไม่ได้ของเขามาจนถึงตอนนี้ มันก็เป็นไปได้ว่าใบหน้านั้นก็เป็น
ของปลอม…
[มันเป็นปาฏิหาริย์ที่เจ้าสามารถเอาชีวิตรอดมาได้จนถึงตอนนี้
ด้วยหัวที่ช้าขนาดนั้น]
“หุบปากและปล่อยเขาซะ ไม่อย่างนั้น…”
[ไม่อย่างนั้นอะไร?]
ยูจงฮยอครู้สึกว่าศีรษะของเขาอื้ออึงจากสถานะที่แผ่เข้าใส่
ตรงหน้าของเขา
เขารู้ว่าคู่ต่อสู้ของเขาทรงพลัง ถึงกระนั้น เขาก็ไม่คาดคิดว่า
ช่องว่างของพลังจะมากมายขนาดนี้ ปัจจุบันเขาสามารถต่อสู้
กับพระอินทร์ที่เป็นกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่าระดับสูงได้อย่าง
ทัดเทียม และไม่เพียงแค่นั้น เขายังสามารถท าให้เทพเจ้า
บาดเจ็บหนักได้ด้วย
แต่เมื่อเทียบกับคนที่อยู่ตรงหน้าของเขา…
[เจ้าจะท าอะไรกับข้าได้?]
นี่มันอะไรกัน?
ยูจงฮยอคสูดลมหายใจอย่างหนักหน่วงในขณะที่ขาของเขาสั่น
จนแทบจะควบคุมไม่ได้ เขาสังเกตเห็นว่าร่างแยกของระยะห่าง
สุดพรรณนาที่ก าลังล้อมเขาเข้ามาจากทุกทิศทางเริ่มล่าถอยไป
อย่างลับๆ นับตั้งแต่นักเขียนลับปรากฏตัว
「เป็นไปไม่ได้」
เขาโกรธกับความไร้เหตุผลของสถานการณ์ และโมโหที่การ
ถ่ายทอดสดดวงดาวยอมให้ความเป็นไปได้อันไร้สาระนี้เกิดขึ้น
และเมื่อความคิดของเขาไปถึงจุดนั้น ในที่สุดภายในหัวของเขา
ก็ว่างเปล่า
「หากฉันคิดถึงทุกๆ สิ่งที่นักเขียนลับได้ท าลงไป งั้นการที่เขา
จุติลงมาที่นี่ตอนนี้ก็ควรจะเป็นไปไม่ได้」
นักเขียนลับนั้นแตกต่างจากหงอคง อูรีเอล หรือแม้กระทั่งมังกร
เพลิงทมิฬ ไม่ เขาคือเทพเจ้าภายนอก และคงต้องการความ
เป็นไปได้จ านวนมากเป็นอย่างยิ่งเพียงเพื่อจะจุติลงมายังโลกใบ
นี้
เปรี้ยง…!
แน่นอน ร่างทั้งร่างของนักเขียนลับก าลังถูกกวาดเข้าใส่พายุ
ความเป็นไปได้ที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ ทุกวินาที่ ไม่ว่ามันจะเป็น
ใคร มันก็ไม่มีวันหลุดพ้นจากผลพวงของความเป็นไปได้ ซึ่ง
หมายความว่าโอกาสชนะไม่ได้เป็นศูนย์
「ถ้าฉันเป็นคิมทกจาในสถานการณ์นี้…」
ราวกับว่าเขากลายเป็นคิมทกจา ยูจงฮยอคเริ่มพูดด้วยน้ าเสียง
ที่ใจเย็น”ฉันไม่เข้าใจ นายที่ไม่เคยเปิดเผยตัวมาก่อน ท าไมจู่ๆ
ถึงเข้ามาแทรกแซงแบบนี้?”
[เพราะตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสม]
“…เวลาที่เหมาะสม?”
ทันทีที่การแลกเปลี่ยนนี้สิ้นสุดลง เสียงค ารามที่แปลก
ประหลาดก็ดังก้องมาจากอีกด้านหนึ่งของความว่างเปล่า ดู
เหมือนว่าการต่อสู้ระหว่างมังกรแห่งวันสิ้นโลกและระยะห่าง
สุดพรรณนาจะมาถึงจุดสุดยอดแล้ว
มิติโดยรอบบิดเบี้ยวอย่างรุนแรงหลังจากการระเบิดอันน่า
สะพรึงกลัวกวาดออกมา ยูจงฮยอคได้เห็นภาพของเอกภพที่ดู
เหมือนจะถูกบดขยี้ และมันท าให้เขาคิดจริงๆ ว่าการ
ถ่ายทอดสดดวงดาวก าลังเดินไปสู่ความพินาศจริงๆ
แน่นอน มันคงจะไม่แปลกไม่ว่าเรื่องบ้าๆ อะไรจะเกิดขึ้นตอนนี้
ด้วยความเป็นไปได้ที่อาละวาดอยู่ และนักเขียนลับก็ก าลังรอ
คอยช่วงเวลานี้มาตลอด
ฮูมมมมม!
‘หลุมยักษ์’ ก าลังเปิดขึ้นเหนือหัวของเขา นี่เป็นครั้งแรกที่เขา
ได้เห็นหลุมยักษ์มากมายขนาดนี้ปรากฏขึ้นพร้อมกัน
นั่นคือหลุมแห่งหายนะที่สามารถท าลายโลกได้แม้ว่าจะมีแค่
หลุมเดียวที่เปิดขึ้น และผ่านหลุมอันกว้างใหญ่และห่างไกล
เหล่านั้น หนวดจ านวนนับไม่ถ้วนก็เริ่มสอดส่ายออกมา
[โอ้ววววว!]
[■■■… ■■■■■■]
[โอ้ นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่!]
[การลุกขึ้นของเกาะที่หายไปจะเริ่มขึ้นแล้ว…!]
…
เสียงร้องที่น่ากลัวดังมาจากทุกที่ เสียงที่แท้จริงเหล่านั้นท าให้
ร่างของผู้ฟังถูกย้อมไปด้วยพลังงานอันยุ่งเหยิง
ราวกับว่าเขาก าลังตอบสนองต่อเสียงที่แท้จริงเหล่านั้น
นักเขียนลับที่ก าลังแบกคิมทกจาไว้เริ่มลอยขึ้นอย่างช้าๆ พูดให้
ชัดๆ เขาก าลังลอยเข้าหาหลุมยักษ์หลุมหนึ่ง
สีหน้าของยูจงฮยอคแข็งที่อขึ้นมา
“เดี๋ยว! หยุด!”
แม้ว่าเขาจะไม่มีแผนที่เป็นรูปธรรม แต่เขาก็ยังยืนขวางทาง
ของนักเขียนลับ นั่นคือทั้งหมดที่เขาท า แต่เขาก็ยังมีเลือดไหล
ลงมาจากรูจมูกของเขา สายตาของเขาเริ่มพร่ามัวขึ้น และมือ
ที่ก าลังถือดาบอยู่ก็สั่นไหว ถึงกระนั้น เขาก็ยังพูดออกมา “ฉัน
ไม่ยอมให้นายไป”
นักเขียนลับมองไปยังยูจงฮยอคในสภาพเช่นนั้นและพูดออกมา
[อย่าพยายามท าสิ่งที่โง่เขลา ความสามารถในการเสื่อมถอย
ไม่ได้รับประกันว่าเจ้าจะมีชีวิตที่สมบูรณ์ในรอบต่อไป]
ยูจงฮยอคเข้าใจดีว่าค าพูดเหล่านั้นหมายความว่ายังไง ชีวิต
หนึ่งไม่ได้จบลงในชีวิตนั้น ทุกชีวิตก่อนหน้าจะกลายเป็น
เหมือนดังค าสาปในรอบต่อไป
เขาจับดาบไว้แน่นจนพอที่จะท าให้ด้ามดาบแตกและพูดออกมา
“ฉันไม่ได้คิดที่จะไปยังรอบต่อไป”
[…งั้นเหรอ?]
หลังจากนั้นเขาก็รู้สึกเจ็บปวดเหมือนทั่วทั้งร่างของเขาถูกบด
ขยี้ การโจมตีนี้ไม่มีเสียง ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า เพียงแค่
การเคลื่อนไหวของสายตา ร่างทั้งร่างของยูจงฮยอคก็ถูกบีบ
แน่นราวกับเขาถูกโยนลงไปในเครื่องบด
เขากระอักเลือดก่อนที่จะค ารามออกมา “อย่ามาดูถูกฉันนะ!”
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินต านาน’ เริ่มเล่าเรื่องราวของ
มัน!]
แรงกดดันจากสถานะข่มให้เขาโงนเงนไปชั่วขณะในขณะที่ออ
ร่าจากมหาเรื่องราวเข้าห่อหุ้มร่างกายของเขา
นับตั้งแต่ที่คิมทกจาหมดสติไป ยูจงฮยอคในตอนนี้ก็กลายเป็นผู้
ถือครองส่วนแบ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมหาเรื่องราวที่บริษัทของคิ
มทกจาครอบครอง
เขาไม่พลาดโอกาสนี้และเหวี่ยงดาบปีศาจทมิฬของเขา
เขาเทพลังเวทมนตร์ทั้งหมดที่เหลืออยู่ลงไปยังอาวุธ และคลื่น
ทลายนภาก็อาบใบดาบของเขาเอาไว้
ดาบที่สามารถทลายสวรรค์และสะบั้นดวงดารามาแล้ว ดาบ
เล่มนั้นก าลังเคลื่อนไหวเพื่อสะบั้นตัวของเขาเอง มันเป็นการ
โจมตีอันน่าประหลาดใจที่ไม่มีการเสแสร้งหรือกลอุบายใดๆ
อย่างไรก็ตาม ดาบของเขาก็หยุดลงพร้อมกับเสียงโลหะปะทะ
กันดังก้องกังวาล บางสิ่งที่ท าขึ้นจากโลหะได้ปัดป้องการโจมตี
ของเขาเอาไว้ ดวงตาของยูจงฮยอคเบิกกว้างขึ้น
มันคือดาบเขย่านภา
อาวุธที่ถูกท าลายไปนานแล้วในรอบที่สามของเขาได้ถูกถือไว้
โดยนักเขียนลับ
[เจ้าเอาชนะข้าไม่ได้]
ดาบสองเล่มปะทะกันอีกครั้ง ส่งผลให้เกิดประกายแสงอัน
รุนแรงลุกลามไปทั่ว เลือดไหลออกมาจากจมูกและริมฝีปาก
ของยูจงฮยอค มันรู้สึกราวกับว่าดวงวิญญาณของเขาก าลังพัง
พินาศลงจากแค่การปะทะกันของดาบ เพียงแค่การปะทะกัน
หนึ่งครั้ง แขนขวาของเขาก็ถูกทุบเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และ
กระดูกซี่โครงของเขาก็แตก
ยูจงฮยอคไม่ได้แสดงร่องรอยของความเจ็บปวดใดๆ และ
ยกระดับสถานะของเขาต่อ
อย่างน้อยที่สุด เขาก็ไม่ตาย
ซึ่งหมายความว่ามันยังเป็นไปได้
“นายเองก็เป็นคนปัญญาอ่อน เช่นเดียวกันฉัน”
อันที่จริง สถานะของนักเขียนลับนั้นเริ่มไม่เสถียรขึ้นมาแล้ว
ประกายแสงได้ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ในขณะที่เรื่องราวซึ่ง
ก าลังคงสภาพชุดคลุมและร่างอวตารของเขาไว้เริ่มกระจัด
กระจายออกไป มันราวกับว่าเรื่องราวที่ไม่อาจผสานเข้า
ด้วยกันถูกผสมเข้าใส่กัน
「ไม่ต้องสงสัยเลย หมอนี่ก าลังผลักดันตัวเอง ฉันต้องซื้อเวลา
ให้มากกว่านี้」
ยิ่งไปกว่านั้น นักเขียนลับดูเหมือนจะเป็นกังวลเกี่ยวกับสิ่งอื่น
ไปเล็กน้อยด้วย เขาไม่ได้แสดงมันออกมาผ่านสีหน้า แต่ยูจงฮ
ยอคก็สามารถสัมผัสมันได้
อันที่จริง สถานะของเขาก าลังพยายามหลบหลีกการถูกตรวจ
พบโดยบางสิ่ง ซึ่งก็หมายความว่าไอ้บ้านี่ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะ
สามารถปรากฏตัวขึ้นที่นี่โดยไม่สนใจอะไรเลยได้
[พยายามซื้อเวลาเหรอ เหอะ… มันเป็นแผนที่ไม่เหมาะกับเจ้า
เลย เจ้าเรียนรู้มันมาจากคิมทกจางั้นเหรอ?]
ยูจงฮยอคไม่ตอบกลับ ความจริงที่ว่าคู่ต่อสู้ของเขาได้กลายเป็น
คนช่างพูดนั้นก็หมายความว่านักเขียนลับเองก็มีความกังวล
ขึ้นมาด้วยเช่นกัน
[เจ้าอยู่ในรอบที่สามเท่านั้น ดังนั้นเป้าหมายสุดท้ายของเจ้าไม่
ควรเกี่ยวข้องอะไรกับคิมทกจา ดังนั้นท าไมต้องยึดติดกับเขา
นัก?]
“นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากจะถามนายมากกว่า”
[เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของข้า ข้าต้องการตัวคิมทกจา]
“งั้นนั่นก็คือค าตอบของฉันเหมือนกัน”
ในเวลานั้นเอง ร่องรอยของอารมณ์บางๆ ก็กะพริบอยู่ภายใน
ดวงตาของนักเขียนลับ ราวกับว่าเขารู้ว่ายูจงฮยอคก าลังคิด
อะไรอยู่
[เจ้าคงท าไม่ส าเร็จ เพราะแม้แต่คิมทกจาก็คงไม่รู้ว่า
สถานการณ์สุดท้ายของการเสื่อมถอยรอบนี้เป็นยังไง]
“ถ้ามันแค่เขาน่ะนะ”
[ตลกจริงๆ รอบที่สามผู้ไม่รู้อะไรเลย…]
“ฉันอาจจะเป็นแค่รอบที่สาม แต่…” เรื่องราวหลั่งไหลออกมา
จากร่างทั้งร่างของยูจงฮยอค”อย่างน้อยที่สุด ฉันก็ได้ใช้ชีวิตใน
รอบที่สามที่นายไม่รู้อะไรเลย”
มหาเรื่องราวที่เขาได้รับมาในรอบที่สามนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่ง
ของตัวเขาและยังคงหมุนเวียนอยู่ภายในตัวเขา บางข้อความ
ไหลผ่านด้วยความโศกเศร้า ในขณะที่บางข้อความไหลผ่าน
ด้วยความงดงามและสง่าผ่าเผย เรื่องราวที่ไม่มีตัวตนอยู่ใน
อดีต – และเรื่องราวเหล่านี้ที่เขาอาจจะไม่ได้รับอีกในอนาคต
นักเขียนลับมองไปยังเรื่องราวเหล่านั้นอย่างเงียบๆ ก่อนที่จะ
เปิดปากเพื่อพูด
[ไม่ ข้ารู้จักชีวิตนี้ โอ้ หุ่นเชิดแห่งความฝันที่เก่าแก่ที่สุด]
(จบตอน)