มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 415 – นักเขียนลับ (1)
สองวันผ่านไปนับตั้งแต่สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ
สิ้นสุดลง
เกาะแห่งการกลับชาติมาเกิดที่เต็มไปด้วยฝันร้ายได้หายไป
กลุ่มดาวค่อยๆ พากันเดินทางจากเรือโนอาห์ไป
– โอลิมปัส ถึงแล้ว
กลุ่มดาวจากโอลิมปัสยืนขึ้นจากเก้าอี้ของพวกเขาหลังจากเรือ
ประกาศ ไดโอไนซัสซึ่งเป็นตัวแทนของพวกเขาเบนสายตาไป
หาจางฮีวอนและกล่าวขึ้นมา [ข้าขอโทษที่ต้องไปก่อนแม้ว่ามัน
จะเป็นช่วงเวลาที่ยากล าบากส าหรับเจ้า]
“ไม่เป็นไร พวกเราอยู่ได้ ขอบคุณนะ”
[อย่ากังวลไปนัก เขาไม่ใช่กลุ่มดาวธรรมดาๆ ไม่ต้องสงสัยเลย
เขายังมีชีวิตอยู่]
เขาแตะไหล่ของเธอเบาๆ และหายไปในมิติมืดพร้อมกับกลุ่ม
ดาวอื่นๆ เธอยืนนิ่งและรอจนกระทั่งพวกเขาหายไปจากสายตา
ของเธออย่างเงียบๆ ก่อนที่จะปีนลงมาจากกาบเรือ และเมื่อ
เธอเดินลงบันไดมา เธอก็พบว่ามีคนก าลังรอเธออยู่ – ฮันซูยอง
“ไดโอไนซัสล่ะ?”
“เขาไปแล้ว”
“ทั้งชองจุงยองและยมโลกก็ด้วยเหรอ?”
“ฉันคิดว่าพวกเขาคงจะออกเดินทางในเร็วๆ นี้”
“แล้วอูรีเอลล่ะ?”
ฮันซูยองถามต่อ และจางฮีวอนก็ตอบค าถามต่อไป สิ่งที่พวก
เธอคุยกันส่วนใหญ่ก็เป็นข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นเรื่องของ
ฮาเดสและเพอร์เซโฟนี อูรีเอล หรือจะเป็นที่พักของชองจุงยอง
บางคนก็ก าลังจะจากไป บางคนก็รั้งอยู่ต่อ บางคนก็ติดสอย
ห้อยตามไปกับพวกเธอ… ส่วนหนึ่งของข้อมูลเหล่านั้นก็เป็น
เรื่องที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว ถึงกระนั้นมันก็ไม่ได้ส าคัญอะไรว่าจะมี
ใครรู้เรื่องนี้หรือไม่
“ฮายังหมดสภาพอยู่ และพวกอาจารย์ก าลังช่วยเธออยู่”
“จีฮเยล่ะ?”
“อยู่ที่ด้านหลัง ก าลังซ่อมเรือของเธออยู่”
“แล้วลีฮุนซึงล่ะ?”
คนหนึ่งถาม ในขณะที่อีกคนตอบ พวกเธอเดินไปบนทางเดิน
ของเรือโนอาห์และท าแบบนี้ไปเรื่อยๆ ราวกับว่าพวกเธอไม่
อาจอยู่เฉยๆ ได้แม้แต่วินาทีเดียว
“แล้วเด็กๆ ล่ะ?”
“อืม พวกเขา…”
ก่อนที่จางฮีวอนจะทันได้พูดจบ พวกเธอก็ได้ยินเสียงของเด็กๆ
ดังออกมาจากห้องโดยสารห้องหนึ่งบนทางเดิน
– ฉันรู้ ฉันจะต้องเซ็นสัญญากับความมืดเพื่อที่ฉันจะได้แก้แค้น
ให้กับพี่ได้…
– แก้แค้น? การแก้แค้นอะไร? คุณลุงยังมีชีวิตอยู่ ฉันรู้สึกได้
– …เอ่อ ฉันก็รู้เหมือนกัน ถ้าเป็นพี่ทกจา เขาจะต้อง…!
– นายต้องตื่นได้แล้ว พวกเราจ าเป็นต้องวางแผนกันได้แล้ว
ฝีเท้าของจางฮีวอนและฮันซูยองหยุดลงในเวลาเดียวกันราวกับ
ว่าพวกเธอสัญญากันไว้ พวกเธอฟังบทสนทนาของเด็กๆ เด็ก
สองคนที่โหวกเหวกโวยวายอย่างไม่อาจควบคุมได้เมื่อวันก่อน
อย่างไรก็ตาม พวกเขาสองคนก็ดีขึ้นมากแล้ว…
“…ฉันคิดว่าพวกเขาสบายดีนะ” จางฮีวอนกล่าว
ฮันซูยองรอจังหวะอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะถามเธอ “แล้วเธอล่ะ?”
ฝ่ายหลังไม่ตอบกลับ กลับกัน สายตาของเธอค่อยๆ ไม่มีความ
มั่นใจ ฝ่ายหลังหยุดมองไปยังคู่สนทนาของเธอ และหลุบตาลง
ในที่สุดจางฮีวอนก็พูดออกมา “เขาขอให้ฉันช่วยเขา”
“…”
“เขาขอร้องให้ฉันช่วยเขา”
เธอก าหมัดแน่น พวกเธอไม่จ าเป็นมองหน้ากันก็รู้สึกได้ถึง
อารมณ์ที่สะท้อนออกมาระหว่างพวกเธอ
มันฟังดูราวกับมีฝนอันแห้งแล้งตกลงมาสักที่ ฮันซูยองฟังเสียง
ดังกล่าวก่อนที่จะพูดขึ้นมา “พวกเรามีหลายสิ่งต้องท าเมื่อพวก
เรากลับไป”
“…ใช่ ฉันรู้” จางฮีวอนถูหน้าของเธอด้วยแขนเสื้อและยิ้มอย่าง
อ่อนแรง”ในตอนนี้พวกเราควรกลับไปที่โซลใช่ไหม?”
“อื้อ”
“มันจะมีไอ้บ้าบางคนเล็งเป้าไปที่โซลตอนที่คิมทกจาได้หายไป
และพวกเราต้องออกกฎและกลับบ้านด้วย”
“งั้นใครจะเป็นคนบอกลีซูคยอง?”
“เรื่องนั้น…”
หญิงสาวทั้งสองหยุดพูดและจ้องมองไปยังพื้นที่ว่างเปล่า
ชั่วขณะ คนแรกที่ท าลายความเงียบขึ้นมาคือฮันซูยอง “ฉัน
หวังว่าพวกเราจะยังมียูซานอาอยู่ด้วยในเวลาแบบนี้”
“…ฉันคิดถึงซานอาจัง”
พวกเธอสูญเสียไปมากกว่าจะมาถึงตรงนี้
สายตาของพวกเธอเบนออกไปนอกหน้าต่างเพื่อดูวิวที่ผ่านไป
พวกเธอเห็นดวงดาวบนกาแล็คซี่อันห่างไกลที่ก าลังเปล่ง
ประกายอย่างนุ่มนวล
จักรวาลจะไม่ถูกท าลายเพียงเพราะดาวดวงเดียวได้หายไป มัน
มีดวงดาวอยู่นับไม่ถ้วน และแสงของพวกมันก็จะยังคงอยู่ต่อไป
แต่ส าหรับผู้ที่อยู่อาศัยบนดาวเคราะห์ดวงหนึ่งนั้น ดวงดาวดวง
ที่ว่าอาจจะเป็นทุกๆ สิ่งที่พวกเขารู้จักก็ได้
ฮันซูยองพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะไม่มองไปยังเงาสะท้อน
บนหน้าต่างของจางฮีวอน ฝ่ายหลังพึมพ าขึ้นมาในเวลา
เดียวกันนั้น “เกิดอะไรขึ้นกับทกจากัน?”
ฮันซูยองไม่ตอบและเดินออกไปอีกครั้ง ไม่นานหลังจากนั้น
พวกเธอก็มาถึงห้องโดยสารที่ปลายทางเดิน พวกเธอเปิดประตู
ไปอย่างเงียบๆ และเข้าไปหายูจงฮยอคที่ถูกพันแผลไว้ตั้งแต่หัว
จรดเท้า
ฮันซูยองพูดในขณะที่เธอควานหาลูกอมในกระเป๋า “…พวกเรา
คงจะรู้หลังจากไอ้โง่นี่ตื่นขึ้นมา”
*
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อผมยังอยู่ในระหว่างการอ่านหนทางเอา
ชีวิตรอดอยู่
ผมเลื่อนตอนลงมา และพอใจมากเมื่อรู้ว่าหลังจากการท างาน
มาตลอดทั้งวัน ผมได้พบกับสิ่งที่ถูกเขียนไว้ตรง ‘มุมผู้เขียน’
ซึ่งอยู่ที่ตรงด้านล่าง
– ทกจา นายคิดว่าไง?
ผมลืมไปแล้วว่าค าถามนั้นเกี่ยวข้องกับอะไร มันอาจจะ
เกี่ยวกับการพัฒนาโครงเรื่อง หรือเขาอาจจะพูดถึงตัวนิยายอยู่
ก็ได้ ตอนนั้นผมตอบเขากลับไปว่ายังไงนะ?
– อืม การหักมุมแบบนี้ออกจะ…
– นายคิดอย่างนั้นเหรอ?
ผมประหลาดใจกับความทรงจ าในส่วนนี้ เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงๆ
เหรอ? ผมจ าได้ดีเกี่ยวกับหนทางเอาชีวิตรอด ดังนั้นท าไมผม
จึงลืมความทรงจ าส่วนนี้ไปหมด? ผมไม่อาจเข้าใจได้เลย
ในตอนนี้ที่ผมมองย้อนกลับไป ผู้เขียนได้คุยกับผมมาตลอด
เลยหนิ?
ส าหรับผม ผมได้เขียนความเห็นเพื่อดึงดูดผู้เขียน ส่วนใหญ่จะ
เป็นการให้ก าลังใจหรือไม่ก็ถามค าถามเขาเกี่ยวกับการเสื่อม
ถอยรอบต่อไป ผมพยายามท าให้เขาเขียนนิยายต่อไปด้วย
ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นราวๆ การเสื่อมถอยรอบที่ 600
ผมไม่อาจเข้าใจบางสิ่งเกี่ยวกับนิยายได้ไม่ว่าจะคิดยังไง ดังนั้น
ผมจึงโต้เถียงกับผู้เขียนผ่านช่องความเห็น
– ผู้เขียน พิมพ์ผิดรึเปล่า? จงฮยอคยิ้มได้ยังไง?
‘tls123’ ตอบกลับ
– ทุกคนจะเปลี่ยนไปเช่นนั้นหลังจากเสื่อมถอยไป 600 ครั้ง
ผมคิดว่ามันเป็นค าตอบที่เหมาะสมเหมือนกัน และนั่นก็เป็น
ครั้งแรกที่ผมเริ่มคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับจ านวนครั้งที่ยูจงฮยอค
ได้เสื่อมถอย
เสื่อมถอยไป 600 ครั้งแล้ว ชีวิตที่ต้องทวนซ้ าขนาดนั้นจะเป็น
ยังไงนะ?
「คิม ทก จา ตื่น」
ผมปวดหัวขึ้นมาและสติของผมก็ค่อยๆ ฟื้นกลับคืน ร่างกาย
ของผมรู้สึกเฉื่อยชา และความเจ็บปวดแสนสาหัสก็แผ่ไปทั่ว
ร่างกายของผม ผมแทบจะลืมตาขึ้นมาไม่ได้ และแสงสลัวๆ ก็
เจาะเข้ามาในดวงตาของผม
จากนั้นเสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมาในหูของผม
“ดูเหมือนว่าในที่สุดเขาจะตื่นขึ้นมาแล้ว”
อ่า เขานี่เอง
ผมยิ้มเล็กน้อยและหันหน้าไปทางที่มาของเสียง
อย่างไรก็ตาม มันก็มีบางสิ่ง… แปลกไป
“งั้นไอ้โง่นี่ก็คือคิมทกจาใช่ไหม?”
เมื่อผมลืมตาขึ้นมาเต็มที่ ผมก็พบว่าตัวเองถูกรายล้อมไว้ด้วยยู
จงฮยอคจ านวนนับไม่ถ้วน
*
ผมต้องใช้เวลาอีกกว่าสิบนาทีเพื่อฟื้นสติขึ้นมาอีกครั้ง
ผมหมดสติไปอีก และหลังจากตื่นขึ้นมา หลับตาลง และ
พยายามคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่นี่ อย่างน้อยที่สุด ผมก็ต้องพอรู้
อะไรบ้าง
ประการแรก สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจจบลงแล้ว
ผมมั่นใจในสิ่งนี้ เนื่องจากมีข้อความพิสูจน์
[คุณได้รับมหาเรื่องราว ‘ฤดูกาลแห่งแสงสว่างและความมืด’!]
[มหาเรื่องราวที่สามของคุณบรรลุ ‘ไคลแม็กซ์’ ของมัน!]
[เงื่อนไขที่สามส าหรับสถานการณ์ลับ – ‘เรื่องราวหนึ่งเดียว’
บรรลุแล้ว!]
[เรื่องราวสุดท้ายก าลังรอคุณอยู่]
[การถ่ายทอดสดดวงดาวทั้งหมดตื่นตะลึงกับความส าเร็จของ
คุณ!]
[กลุ่มดาวส่วนใหญ่ของการถ่ายทอดสดดวงดาวก าลังให้ความ
สนใจต่อเนบิวลาของคุณ]
[จากเรื่องราวของคุณ กลุ่มดาวส่วนใหญ่…]
ในที่สุดผมก็ส าเร็จไคลแม็กซ์ของเรื่องราวหนึ่งเดียว พลังงานที่
เป็นของเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ก าลังไหลเวียนอยู่ภายในตัวผม
อย่างทรงพลัง
มหาเรื่องราวฤดูกาลแห่งแสงสว่างและความมืด
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินชื่อมหาเรื่องราวนี้ แต่นั่นก็
สมเหตุสมผล – การปะทะกันของหมอกนิรนามและมังกรแห่ง
วันสิ้นโลกไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในนิยายต้นฉบับ… ด้วย
จุดเริ่มต้นนั้น เส้นโลกทั้งหมดก็น่าจะเริ่มประสบกับการ
เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันและรุนแรง
การเดินหน้าไปสู่วันสิ้นโลกได้เร่งความเร็วขึ้น ดังนั้นมันจึงเป็น
ที่ชัดเจนแล้วว่าอัตราความคืบหน้าของสถานการณ์ทั้งหมดก็จะ
เพิ่มขึ้นด้วย
ประกายที่สอง มันมีคนช่วยผมไว้
ปัญหาของผมเริ่มต้นจากจุดนี้ ใครช่วยผมไว้กัน?
“มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะแสร้งท าเป็นไม่รู้สึกตัว”
ถ้าผมจ าไม่ผิด ใบหน้าสุดท้ายที่ผมเห็นคือใบหน้าของยูจงฮ
ยอคที่ก าลังมาช่วยผม
แต่ปัญหาก็คือ…
“ไม่ใช่แค่ดูโง่เท่านั้น แต่เขาน่าจะโง่จริงๆ”
“เหมือนกับสิ่งที่ฉันได้ยินมาเลย”
…ท าไมมันถึงมียูจงฮยอคอยู่มากมายขนาดนี้?
ไม่เพียงแค่นั้น…
ในความสับสน ผมเหลือบมองยูจงฮยอคจิ๋ว 5 – 6 คนที่ก าลัง
ยืนอยู่ตรงหัวเตียง ไม่ต้องสงสัยเลย พวกเขาคือยูจงฮยอค แต่
พวกเขา… มีหัวโตและแขนขาเล็กๆ ทั้งยังมีขนาดพอๆ
กับเคียร์อีออส
…ผมยังฝันอยู่เหรอ?
ใช่นี่ต้องเป็นความฝันแน่ๆ ใช่ ความเครียดที่ผมสะสมมาคงจะ
ท าให้ผมตกอยู่ในภาพลวงตาอันน่าสะพรึงกลัวนี้ มันต้องเป็น
แบบนั้นแน่ๆ ผมรีบตบแก้มของตัวเอง ซึ่งมันก็ไปกระตุ้นให้ยู
จงฮยอคจิ๋วพูดออกมา
“เขาคงจะคิดว่านี่เป็นความฝัน เหมือนคนโง่เลย”
“เขาคงต้องใช้เวลาในการพิจารณาสถานการณ์ปัจจุบันของ
เขาซะก่อน”
“น่าร าคาญจริงๆ พวกเราจ าเป็นต้องรอเขาเหรอ?”
ผมไม่สนใจพวกเขาเลยและกวาดตามองห้องที่ผมอยู่ มันเป็น
ห้องทรงกลม ทุกๆ สิ่งไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ หรือโต๊ะเล็กๆ
และแม้กระทั่งเตียงนอนที่ผมนอนอยู่ก็เป็นทรงกลม
…ผมอยู่ที่ไหนกันเนี่ย?
ผมคิดอย่างหนักหน่วง แต่ก็คิดอะไรไม่ออกเลย ห้องที่มีการ
ตกแต่งแปลกๆ เช่นนี้คงจะน่าจดจ ามากพอ แต่ผมก็ไม่อาจจ า
ได้เลยว่าเคยอ่านมันในหนทางเอาชีวิตรอด
ผมสงสัยว่าผมอาจจะสะดุดเข้ามายังพื้นที่สถานการณ์ใหม่โดย
บังเอิญ ผมเปิดหน้าต่างสถานการณ์ขึ้นมา แต่ก็พบเพียงแค่
ข้อความเหล่านี้เท่านั้น
[การถ่ายทอดสดดวงดาวในปัจจุบันอยู่ในระหว่างการปรับปรุง
ระบบสถานการณ์]
ความหมายของมันคือผมไม่อาจหาข้อมูลอะไรจากมันได้
“ดูเหมือนว่าเขาเกือบจะวิเคราะห์สถานการณ์เสร็จแล้ว”
“ฉันจะถามอีกครั้ง นายคือคิมทกจาใช่ไหม?”
ยูจงฮยอคจิ๋วที่มีสีหน้าใจร้อนถามผม ในตอนนี้เมื่อผมมาดู
ใกล้ๆ มันก็มีบัตรหมายเลขต่างๆ ติดอยู่ที่หน้าอกของยูจงฮยอค
จิ๋วแต่ละคน และคนที่ถามผมก็มีหมายเลข ‘999’ ติดไว้
ผมตัดสินใจที่จะตอบค าถามของพวกเขากลับไป “ใช่ ฉันคือคิ
มทกจา”
ยูจงฮยอคจิ๋วมองหน้ากันและพยักหน้าโดยพร้อมเพรียงกัน
หนุ่มน้อยเหล่านี้ แม้ว่าพวกเขาจะตัวเล็กกว่าต้นฉบับ แต่พวก
เขาก็เหมือนกับยูจงฮยอคเป๊ะๆ
“งั้นก็ดูเหมือนว่าจะพามาถูกคนแล้ว”
แม้แต่เสียงก็เหมือนกันด้วย…
ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ แต่ในเวลานี้ ผมก็ต้องยอมรับมัน ผม
ไม่ได้ติดอยู่ในความฝัน และต้องขอบคุณความแปรปรวนบ้าๆ
ของความเป็นไปได้ ผมมาลงเอยในอาณาจักรแปลกๆ ที่มียูจงฮ
ยอคจิ๋วอาศัยอยู่
“พวกนายเป็นใครกัน?”
ผมตัดสินใจที่จะถามพวกเขาก่อน ถึงกระนั้นผมก็รู้ว่าพวกเขา
คงไม่ตอบผมอย่างตรงไปตรงมาถ้าพวกเขาเป็นเหมือนกับยูจงฮ
ยอคในต้นฉบับ หนึ่งในยูจงฮยอคจิ๋วพึมพ าออกมา “น่าสมเพช
จริงๆ แค่ดูยังไม่รู้อีกเหรอ?”
อ่า ปวดหัวจริงๆ ถ้าผมติดอยู่ในโลกเช่นนี้ งั้นผมก็คงอยากจะ
อยู่ท่ามกลางยูซานอาในเวอร์ชั่นคนจิ๋วที่ใจดีและอ่อนโยนแทน
ผมสงสัยว่าผมควรโต้ตอบกลับไปอย่างไรเพื่อให้ได้ยินค าตอบที่
ถูกต้องจากคนเหล่านี้ แต่จากนั้นยูจงฮยอคหมายเลข ‘888’ ก็
พูดสิ่งที่ไม่คาดคิดออกมา “ด้วยหัวทึบๆ ของนาย นายคงไม่มี
ทางได้ค าตอบที่ถูกต้องแน่ๆ ไม่ว่าจะคิดจนหัวแทบแตกแค่ไหน
ดังนั้นฉันจะบอกให้เอง พวกเราคือส่วนหนึ่งของ ‘นักเขียนผู้
ยิ่งใหญ่’”
…นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่? หรือว่า?
จากนั้นความรู้สึกหนาวสั่นก็พุ่งขึ้นมาจากในหัวของผม
ยูจงฮยอคหมายเลข ‘777’ คงจะตีความความเงียบของผมใน
แบบของเขาและพูดด้วยน้ าเสียงเยาะเย้ย”สติปัญญาอันน่า
สมเพชของนายน่าจะไม่พอต่อการท าความเข้าใจในตอนนี้”
ใช่แล้ว คนพวกนี้ต้องเป็นยูจงฮยอคแน่ๆ ตอนนี้มันไม่ต้อง
สงสัยเลย
“ถ้านายตื่นแล้ว งั้นก็ลุกขึ้น มีคนก าลังรอนายอยู่”
“ใครรอฉันอยู่?”
“นายจะเห็นเองเมื่อไปถึง”
ผมลุกขึ้นอย่างโงนเงนและตามหลังคนจิ๋วไป ประตูทรงกลมเปิด
ขึ้น และทางเดินขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของผม คนที่
น าทางไปคือยูจงฮยอคจิ๋วหมายเลข 999 ผมเดินตามเขาไป
ส่วนคนจิ๋วที่เหลือก็เดินตามพวกเรามา
ผมถามหนึ่งในนั้น “ที่นี่คือที่ไหนกัน?”
นั่นท าให้หนึ่งในยูจงฮยอคที่ตามผมมาพูดขึ้น “อึนกุยเอซป”
“อะไรนะ?”
“มันหมายถึงป่าเอ็นไก นายน่าจะเป็นผู้เผยพระวจนะ แต่นายก
ลับไม่รู้เหรอ?”
อะไรกัน ท าไมเขาถึงพูดแบบนั้นออกมา?
ยูจงฮยอคจิ๋วหมายเลข 666 เหลือบมองผมราวกับว่าเขา
ผิดหวังและเบือนหน้าหนีไป เห็นได้ชัดว่าเขาไม่พอใจเท่าไร
จากนั้นผมก็เริ่มคิดว่าบางทีตัวเลขเหล่านี้อาจจะเป็นตัวแทน
รอบการเสื่อมถอยของยูจงฮยอคแต่ละคน
…ยูจงฮยอคท าอะไรในรอบที่ 666 นะ? เขาได้ร่วมมือกับมังกร
อเวจีเปลวเพลิงทมิฬใช่ไหม?
ผมเห็นวิวของป่าสีเงินภายนอกหน้าต่างเรียงรายไปตาม
ทางเดิน ป่าเอ็นไก? มันฟังดูคุ้นเคย ราวกับว่าผมเคยได้ยินมา
ก่อน อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่มั่นใจว่าสถานที่แห่งนี้เคยปรากฏขึ้น
ภายในหนทางเอาชีวิตรอด…
จากนั้นกลุ่มของพวกเราก็พบกับอีกกลุ่มที่เดินมาจากอีกฝั่ง
ทางเดิน
[นี่คือคนที่นักเขียนให้พามาใช่ไหม?]
ไม่ ผมไม่อาจอธิบายการเคลื่อนไหวของพวกเขาว่าเป็น ‘การ
เดิน’ ได้?
เส้นขนทั่วทั้งร่างของผมลุกชันขึ้นมา ผมจับด้ามศรัทธาไม่แตก
สลายไว้แน่นโดยจิตใต้ส านึก
เพราะ ‘เทพเจ้าภายนอก’ ก าลังเดินมาหาพวกเราจากฝั่งตรง
ข้าม
การด ารงอยู่ที่แผ่กลิ่นอายอันไม่มั่นคงและเป็นลางร้ายยิ่งกว่า
กลุ่มดาวไหนๆ หนึ่งในนั้นมีหัวเป็นม้า ในขณะที่บางคนก็เป็น
สัตว์ประหลาดที่ปกคลุมไปด้วยหนวดที่ดูน่าขยะแขยง หนวด
เหล่านั้นยื่นออกมาในอากาศซึ่งดูราวกับมันก าลังเอียงศีรษะอยู่
เล็กน้อย ไม่ว่าใครที่เห็นแบบนี้ พวกเขาก็คงไม่สามารถอธิบาย
เจตนาของคนพวกนั้นได้ว่าเป็นมิตรหรือไม่
โดยไม่คาดคิด ยูจงฮยอคจิ๋วหมายเลข 999 ก้าวออกมา
“เขาเป็นแขกของพวกเรา อย่าแม้แต่จะคิดรบกวนเขา”
[แต่การคุยนิดๆ หน่อยๆ คงไม่มีปัญหาใช่ไหม?]
“ฉันไม่อนุญาต”
ยูจงฮยอคหมายเลข 999 ประกาศ และชักดาบเขย่านภารุ่นจิ๋ว
ออกมาจากหลังของเขา
หลังจากนั้นยูจงฮยอคจิ๋วหมายเลข 888, 777 และแม้กระทั่ง
หมายเลข 666 ต่างก็ชักอาวุธออกมา
…คนพวกนี้ พวกเราจะต่อสู้ได้จริงๆ เหรอ? ผมหมายถึง พวก
เขาต่างก็เหมือนกับหุ่นโมเดลทั้งนั้น…
บางทีอีกฝ่ายอาจจะคิดเช่นเดียวกันกับผม เพราะพวกเขาเริ่ม
แผ่ออร่าคุกคามเข้าหาพวกเรา
[ช่างกล้า… แค่เพราะพวกเจ้าเป็นผู้ติดตามของ ‘นักเขียนผู้
ยิ่งใหญ่’…]
ในขณะที่สถานการณ์เริ่มแปรปรวนมากยิ่งขึ้น และทั้งสองฝ่าย
ก าลังจะปะทะกัน เสียงดัง ‘ปัง’ ก็ดังออกมาจากที่ไหนสักแห่ง
เทพเจ้าภายนอกที่ก าลังกวัดแกว่งหนวดไปมาคุกเข่าลงใน
ทันใด
คนเดียวที่ยังยืนอยู่ในหมู่พวกเขาคือหัวม้าที่แสดงความเป็น
ปรปักษ์ต่อผม
[■■■…!!]
เสียง ‘ปัง’ ดังออกมาอีกครา ในที่สุด แม้แต่หัวม้าก็ต้องก้มหัว
ลงบนพื้น แรงสั่นสะเทือนเหล่านั้นไม่น่าจะใช่แค่คลื่นของ
แผ่นดินไหวธรรมดาๆ เท่านั้น
ไม่สิ ใครบางคนก าลังข่มขู่เหล่าเทพเจ้าภายนอกด้วยสถานะอัน
ยิ่งใหญ่อยู่
[หวือ หวือออ…]
เทพเจ้าภายนอกร้องครวญด้วยความเจ็บปวดและขยับหลบ
ทาง ณ ปลายทางเดินมีทางเข้าที่น าไปสู่ห้องโถงใหญ่ มันเป็น
แบบเปิดโล่งที่มีเพดานทรงกลมขนาดใหญ่ที่ตกแต่งไปด้วยกิ่ง
ไม้ที่ร่วงโรย ผมเดินเข้าไปยังห้องโถงนั้นพร้อมด้วยเหล่ายูจงฮ
ยอคจิ๋ว
แสงอาทิตย์บางส่วนส่องผ่านกิ่งไม้เข้ามาสู่บัลลังก์โบราณที่ทรุด
โทรมซึ่งอยู่กลางห้องโถง
ไม่ต้องมีใครบอกผม ผมก็รู้ได้ในทันที่ ผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์นั้น
ย่อมเป็นราชาของป่าแห่งนี้
ไม่เพียงแค่นั้น แต่ผมยังรู้แล้วว่าเขาเป็นใคร
รอยแผลเป็นบนใบหน้าของเขาเผยออกมาผ่านแสงตะวันสลัว
และชุดคลุมสีขาวที่เหมือนกับของผมเป๊ะๆ
สิ่งที่ผมคิดว่าคงไม่ได้เจอกันอีกก าลังนั่งอยู่บนบัลลังก์นั้น
[สักพักแล้วสินะ คิมทกจา]
(จบตอน)