มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 418 – นักเขียนลับ (4)
ความคิดอันซับซ้อนทุกรูปแบบพุ่งพล่านในหัวของผม
“ฉัน…”
มันให้ความรู้สึกราวกับว่ามีใครบางคนก าลังสั่นกระดิ่งอยู่ข้างๆ
หูของผม ผมปิดปากของผมด้วยความรู้สึกคลื่นไส้ในทันใด ยู
จงฮยอคจิ๋วยังคงเงยหน้าขึ้นมองผมในขณะที่ผมเริ่มเซไปเซมา
อย่างไม่มั่นคง
「คิมทกจารู้ว่าคนพวกนี้คือใคร」
การแก้ไขครั้งสุดท้ายของหนทางเอาชีวิตรอดพ่นข้อความที่
สดใสออกมาจากกระเป๋าของผม
「เขารู้ แต่ในเวลาเดียวกัน เขาก็ไม่อยากรู้」
“คิมทกจา?”
ยูจงฮยอคจิ๋วตระหนักได้ว่ามีบางสิ่งผิดปกติกับผมและพูด
ออกมา
ผมต้องหยุดคิด
[‘ก าแพงที่สี่’ ก าลังสั่นคลอน]
หยุดคิด
[‘ก าแพงที่สี่’ ก าลังสั่นอย่างรุนแรง]
อย่างไรก็ตาม ผมก็ท าไม่ได้
หน้ากระดาษพลิกไปมาอยู่ภายในหัวของผม ราวกับว่ามีพายุ
โหมกระหน่ าอยู่ภายในนั้น หน้ากระดาษทั้งหมดหมุนวนและ
ลอยขึ้นมาในเวลาเดียวกันเพื่อปกปิดจิตส านึกของผม
“…เฮ้ นาย?”
และในที่สุด สายตาของผมก็ถูกย้อมไปด้วยความมืดอันด าสนิท
*
“ดูเหมือนว่าเขาจะรู้แล้ว”
ยูจงฮยอคจิ๋วหมายเลข 41 พูดราวกับว่ามันเป็นปกติ ถัดจาก
เขาคือนักเขียนลับที่ก าลังนั่งอยู่บนบัลลังก์โบราณ
“ยังไงก็เถอะ นายจงใจให้ค าใบ้นั้นไปเหรอ?”
[นั่นไม่ใช่ความตั้งใจของข้า]
“ฉันไม่เห็นรางวัลอะไรที่นายจะได้หลังจากเตรียมอุปกรณ์
ประกอบฉากไปโชว์แบบนี้”
ยูจงฮยอคจิ๋วหมายเลข 41 พูดในขณะที่เขาจ้องมองไปยังเสื้อ
คลุมสีขาวของนักเขียนลับ มันเป็นเสื้อคลุมตัวเดียวกันกับของยู
จงฮยอคจากรอบที่ 1863
นักเขียนลับรู้สึกได้ถึงสายตานั้น ในขณะที่ถอดเสื้อคลุมออก
เขาก็พูดขึ้น [ข้าไม่ได้จะโชว์ ชายคนนั้นจากรอบที่ 1863 ควร
เป็นส่วนหนึ่งของข้าตั้งแต่แรก เหมือนกับพวกเจ้าทุกคน]
“อย่างไรก็ตาม เขาก็เปิดประตูและจากไปโดยไม่เตือนหนิ?
แล้วยังทิ้งเสื้อคลุมนั่นไว้ด้วย”
ยูจงฮยอคจิ๋วหมายเลข 41 เดินเข้ามาเก็บเสื้อคลุม ราวกับว่า
ทั้งสองก าลังพูดถึงสิ่งต้องห้ามอยู่ ความเงียบสั้นๆ บังเกิดขึ้น
ระหว่างพวกเขา
นักเขียนลับยื่นมือออกไปในอากาศอันว่างเปล่าโดยไม่พูดอะไร
ทันใดนั้นเองก็มีโต๊ะกลมปรากฏขึ้นตรงหน้าบัลลังก์โบราณ มัน
มีแก้วไวน์ที่เต็มไปด้วยไวน์สีแดงอยู่ด้านบน เขาหยิบแก้วขึ้นมา
เบาๆ
[ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะเร็วกว่าที่คาดไว้มาก]
“ทั้งหมดเป็นเพราะไอ้ทึ่มคิมทกจานั่น”
[ราชาโดเกบิเคลื่อนไหวรึยัง?]
ยูจงฮยอคจิ๋วหมายเลข 41 พลิกบันทึกข้อความในอากาศที่ว่าง
เปล่า”ไม่ ยัง อย่างไรก็ตาม มหาโดเกบิก าลังเคลื่อนไหวอยู่
เบื้องหลังแล้ว พวกเวนนี่ก็ติดต่อมาหาพวกเราด้วยเหมือนกัน”
[งั้นมันคงจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า]
“ฉันเดาว่างั้นนะ”
ยูจงฮยอคสองคนหยุดพูดคุยกันไปสักพัก เสียงโหยหวนที่เป็น
ลางไม่ดีดังผ่านรอยแยกของก าแพงเข้ามา นั่นคือเสียงร้องของ
หมาในแห่งโลกภายนอกที่ก าลังค้นหาพวกเขา
นักเขียนลับเปิดริมฝีปากของเขา [หมายเลข 41 เจ้าดูคล้ายกับ
ยูจงฮยอคมากที่สุดเมื่อเทียบกับข้า]
“ช่างเป็นเกียรติจริงๆ”
[เจ้าจะตายในไม่ช้า]
“ไม่ใช่ว่าพวกเรามาไกลกันขนาดนี้เพื่อจุดประสงค์เดียวกัน
เหรอ?”
พวกเขาหยุดพูดอีกครั้ง แสงสีขาวซีดเปล่งประกายขึ้นใน
อากาศอันว่างเปล่า และในไม่ช้า หน้าจอการถ่ายทอดสด
ดวงดาวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า นักเขียนลับพลิกหน้าจอราวกับ
ว่าเขาเบื่อหน่ายและพูดขึ้นมา
[อีกไม่นานเรื่องราวยาวๆ นี้ก็จะจบลงแล้ว]
*
เมื่อผมลืมตาขึ้นมา ผมก็พบว่าตัวเองอยู่ภายในห้องสมุด
「คิม ทก จา น่า ร าคาญ」
ผมได้ยินเสียงเบาๆ ของก าแพงและส่ายหัวเพื่อฟื้นสติ
‘ขอโทษทีนะ’
แสงไฟจากตะเกียงท าให้ความมืดสลัวสว่างขึ้น ดูเหมือนว่าผม
จะถูกดูดเข้ามาภายในก าแพงที่สี่อีกครั้ง กล่าวอีกนัยหนึ่ง
ก าแพงได้ปกป้องจิตใจของผมจากการพังทลาย
ผมนวดศีรษะและหายใจเข้าออก ผมต้องการเวลาอีกสักหน่อย
เพื่อให้จิตใจของผมปลอดโปร่งขึ้น มันผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว
นะ?
ในที่สุดก็มีข้อความเพียงบรรทัดเดียวเท่านั้นที่ฝังอยู่ภายใน
จิตใจอันวุ่นวายของผม
「นักเขียนลับคือยูจงฮยอคจากหนทางเอาชีวิตรอดต้นฉบับ
」
เขาไม่ใช่ยูจงฮยอคที่ผมพบในรอบที่ 1863 หรือชายที่ผ่านรอบ
ที่สามมากับผม
ไม่ เขาคือคนที่ผมไม่เคยพบมาก่อน
อันที่จริงเขาคือยูจงฮยอคที่ได้เห็นบทสรุปของการถ่ายทอดสด
ดวงดาวก่อนที่รอบที่สามจะทันได้มีโอกาสเริ่มต้นด้วยซ้ า
– เดี๋ยวก่อน ผู้เขียน! จะเกิดอะไรขึ้นกับจงฮยอคในตอนนี้? เมื่อ
เป็นแบบนี้…
ผมนึกถึงความคิดเห็นสุดท้ายที่ผมพิมพ์ลงไปในตอนสุดท้าย
ของหนทางเอาชีวิตรอด นิยายเรื่องนี้มาถึงตอนจบและทิ้งทุกๆ
อย่างไปถึงบทส่งท้าย ค าตอบส าหรับค าถามที่ผมอยากรู้มากใน
ตอนนั้น…
ผมลุกขึ้นอย่างช้าๆ และมองไปยังชั้นหนังสือรอบตัว
[ยูจงฮยอค บันทึกจากรอบที่สี่ เล่มที่แปด]
ผมยืนงงหลังจากมองไปยังสันหนังสือที่เผยให้เห็นภายใต้แสง
สลัว
เรื่องราวที่ผมอ่านมาพร้อมกับการเติบโตอยู่ที่นี่
ผมค่อยๆ เอื้อมมือออกไปหาหนังสือเล่มนั้น ปลายนิ้วของผมที่
ก าลังสัมผัสหนังสือสั่นไหวเล็กน้อย นี่คือเรื่องราวที่ผมอ่านซ้ า
แล้วซ้ าเล่า แต่ละวลีเหล่านั้นคือชีวิต และเลือดเนื้อของผม แต่
ตอนนี้ ท าไมเรื่องเราดังกล่าวถึงรู้สึก…
…แปลกแยกไปจากผมขนาดนี้?
ผมบังคับตัวเองให้คว้าหนังสือเล่มนั้น และหวังว่าจะก าจัด
ความรู้สึกเหล่านี้ออกไป นี่เป็นเรื่องราวที่ผมสามารถอ่านได้
อย่างเพลิดเพลินโดยไม่สนใจว่ามันจะเป็นเวลาอะไรหรือมันจะ
เป็นหน้าไหน
เรื่องราวนี้ไม่เคยหักหลังผม ถ้าผมอ่านมัน ผมก็ควรจะรู้สึกดีขึ้น
เหมือนกับที่เคยท ามา
บังเอิญมาก หน้ากระดาษที่ผมพลิกไปคือฉากที่แอนนาและยู
จงฮยอคเผชิญหน้ากัน
ยูจงฮยอคในนิยายพูดขึ้น
「”นี่เป็นเพราะเธอ”」
มือของผมสั่นในขณะที่พลิกหน้ากระดาษ ผมไม่กล้าที่จะอ่านสิ่ง
ที่อยู่ในหน้าถัดไป บางทีผมอาจจะไม่มีคุณสมบัติในการท า
เช่นนั้น
ผมก าลังอ่านเรื่องนี้อย่างมีความสุขงั้นเหรอ?
ทั้งชีวิตของผมไม่มีอะไรมากไปกว่าการอ่านความทุกข์และ
ความเจ็บปวดของใครบางคนงั้นเหรอ? ถึงอย่างนั้น ผมจะ
แตกต่างจากกลุ่มดาวบ้าๆ พวกนั้นที่อยู่บนท้องฟ้ายังไง?
「(เจ้าจะท าอะไร?)」
ผมหันไปหาเนอร์วาน่าที่อยู่ทางด้านหลัง
「(มันมียูจงฮยอคอยู่ในโลกนี้สองคน)」
เหล่าบรรณารักษ์ได้มารวมตัวกันรอบๆ ผม ดวงตาสามคู่ก าลัง
จดจ้องมาที่ผมด้วยความสงสาร
ผมสบตากับพวกเขาและถาม ‘…พวกนายคิดว่าไง?’
「(เจ้าอยากได้ความเห็นงั้นเหรอ?)」 เนอร์วาน่าก้าว
ออกมาเพื่อตอบ น้ าเสียงของเขาฟังดูมั่นใจราวกับว่าเขารู้
ค าตอบที่ถูกต้องแล้ว 「(ไม่จ าเป็นต้องอ้ าอึ้งไป ทุกสรรพสิ่ง
ล้วนเริ่มต้นจากการเป็นหนึ่งเดียวกันมาตั้งแต่ต้น)」
‘นายก าลังจะพูดถึงการเป็นหนึ่งเดียวอีกแล้ว?’
「(สรรพสิ่งเริ่มต้นจากการเป็นหนึ่งเดียว ดังนั้นมันจะส าคัญ
อะไรที่จะมียูจงฮยอคสองคนหรือมากกว่านั้น? การกลายเป็น
หนึ่งเดียวกันกับยูจงฮยอคทั้งหมดคือเป้าหมายที่ส าคัญของ
จักรวาล…!)」
ใช่ มันเป็นความผิดของผมเองที่ถามไอ้งั่งนี่ตั้งแต่แรก
ผมเบนสายตาของผมไปหาเจ้านายแห่งดันเจี้ยนโรงภาพยนตร์
ที่ก าลังมองมาที่ผม
「(ดูเหมือนว่าเจ้าก าลังทรมานอยู่ภายใต้น้ าหนักของมโน
ธรรมส านึกผิด)」
มโนธรรมส านึกผิด -มันเป็นไรไหมที่จะระบุสิ่งที่ผมรู้สึกลงไปใน
อารมณ์แบบนั้น? มือของผมที่ก าลังถือหนังสือสั่น ส่งผลให้
หน้ากระดาษเริ่มสั่นสะเทือนไปด้วย
「(ท าไมเจ้าถึงต้องรู้สึกผิด? เจ้าทุกข์ทรมานกับความโชคร้าย
ที่เขาต้องประสบงั้นเหรอ?)」
‘ฉันก็ไม่แน่ใจ’
「(ไม่ว่าจะยังไง เจ้าก็ไม่อาจช่วยเขาได้ เขาได้ใช้ชีวิตไปแบบ
นี้แล้ว และเจ้าก็แค่อ่านเรื่องราวของเขา นั่นคือบทสรุปความ
เป็นจริงของเจ้า)」
เสียงของเขาแต่งแต้มไปด้วยเหตุผลบางอย่าง และบรรจุภูมิ
ปัญญาของสิ่งมีชีวิตโบราณที่ได้อ่านเรื่องราวมากมายมาเป็น
เวลานานแสนนาน
และคนสุดท้ายที่พูดขึ้นมาก็คือผู้กลืนกินความฝัน มันดัน
แว่นตาของมันขึ้นด้วยหนวดของมันและพูดราวกับว่าจะเยาะ
เย้ยผม 「(โอ้ กลุ่มดาวที่รัก เจ้าเชื่อจริงๆ เหรอว่านักเขียนลับ
ผู้ยิ่งใหญ่ก าลังขอความเห็นใจจากเจ้า?)」
ทันทีที่ผมได้ยินค าพูดเหล่านั้น อารมณ์ของผมก็เย็นลงราวกับ
ว่าพวกมันถูกแช่อยู่ในน้ าเย็น
มันถูกต้อง อารมณ์นี้ที่ผมก าลังรู้สึกเป็นเหมือนกับการที่ผมได้ดู
ถูกทุกๆ เรื่องราวที่ผมอ่าน
นอกจากนี้ ตอนนี้มันยังไม่ใช่เวลามาท าแบบนี้
เนอร์วาน่าพูดต่อ 「(ดูเหมือนว่าในที่สุดเจ้าก็จะได้สติมาบ้าง
แล้ว)」
ในตอนนี้ผมจ าเป็นต้องกังวลกับปัญหาที่อยู่ตรงหน้าซะก่อน
‘ฉันต้องกลับไปหาสหายของฉัน แต่ฉันก็ไม่มีวิธีออกไปจากที่นี่’
ผู้กลืนกินความฝันพยักหน้า 「(ข้าแน่ใจว่าเป็นอย่างนั้น
ภายในป่านั้น เขาย่อมเป็นเทพเจ้า)」
‘นายพอจะรู้อะไรไหม?’
「(ข้ารู้ แต่มันก็ไม่มีความหมายอะไรนักแม้ว่าข้าจะอธิบาย
เพราะเจ้าอยู่ห่างจากแหล่งก าเนิดของพวกเขามากยิ่งขึ้นไปอีก
ถ้าเจ้าพยายามจะอธิบายอะไรที่เกี่ยวพันกับเทพเจ้าภายนอก
เหมือนอย่าง ‘บันทึกแห่งความหวาดกลัว’ ที่เคยได้ท าไปแล้ว)
」
บันทึกแห่งความหวาดกลัว… ดูเหมือนว่าผมจะเคยได้ยิน
เรื่องราวแบบนั้นมาก่อน
ในขณะเดียวกัน ผู้กลืนกินความฝันก็พูดต่อ 「(ทางเข้าและ
ทางออกอยู่ในที่เดียวกัน ในกรณีส่วนใหญ่ ประตูที่เขียนไว้ว่า
‘ดึง’ จะเปิดเมื่อเจ้าดัน เจ้าต้องเข้าใจว่าท าไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่
เมื่อเจ้าเข้าใจ เจ้าย่อมจะพบทางออกได้ด้วยตัวของเจ้าเอง)」
ผมนึกถึงสิ่งที่นักเขียนลับพูดไว้ก่อนหน้านี้หลังจากได้ยินค าพูด
เหล่านี้
– เมื่อเราเล่นเกมเสร็จ เจ้าต้องคิดให้ออกว่าท าไมเจ้าถึงถูกพา
ตัวมาที่นี่
เหตุผลที่ผมมาที่นี่
เมื่อผมคิดถึงมัน บางทีการที่เกมนี้ถูกระงับไว้ก็อาจจะเป็นโชคดี
ส าหรับผม
ผมอาจจะสามารถคาดเดาตัวตนของนักเขียนลับได้ แต่ผมก็ไม่
สามารถหาเหตุผลได้ว่าท าไมเขาถึงพาผมมาที่นี่
หมอนั่น ท าไมเขาถึงพาฉันมาที่นี่?
「(เขาคือสิ่งมีชีวิตที่ได้เห็นจุดจบของโลก)」ผู้กลืนกินความ
ฝันพูดถึงราวกับว่ามันรู้อยู่แล้วว่าค าตอบของผมคืออะไร 「(
ผู้ที่รู้ ■■ จะโยนตัวเองกลับมายังวงจรอันยิ่งใหญ่อีกครั้ง
ท าไม…?)」
ในช่วงเวลานั้น ผมก็นึกถึงช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตของผม มันเป็น
ความทรงจ าของผมเมื่อนานมาแล้ว ผมคือเด็กน้อยที่นั่งอยู่ตรง
ข้ามกับแม่ของผมและก าลังอ่านหนังสือที่วางอยู่บนตักของผม
– ทกจา อ่านอีกครั้ง
การอ่านเรื่องราวที่รู้อยู่แล้วอีกครั้งจะมีความหมายอะไร?
「นาย ต้อง ออก ไป แล้ว คิมทก จา」
อึดใจต่อมา สายตาของผมก็พร่ามัว และผมก็ถูกพัดเข้าไปในวัง
วน ภาพของห้องสมุดกระจัดกระจายออกไปเหมือนกับหมอก
ควัน ทุกๆ สิ่งหมุนไปรอบๆ จนกระทั่งสติของผมกลับไปสู่ที่ๆ
มันอยู่ ถึงจะยังปวดหัวและเวียนหัวอยู่เล็กน้อย แต่ผมก็ค่อยๆ
ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับเสียงคร่ าครวญเบาๆ
[อัตราการฟื้นฟูร่างกายในปัจจุบัน: 34%]
หยดเรื่องราวหยดลงมาจากแพ็คเรื่องราวที่ติดอยู่กับแขนของ
ผม และมีข้อมูลเกี่ยวกับร่างกายของผมลอยอยู่บนหน้าจอ
[ในปัจจุบัน การฉีดยารักษาไม่อาจรักษาได้เนื่องจากความ
เสียหายที่มากเกินไปต่อพื้นฐานเรื่องราวของคุณ]
[ขอแนะน าให้ใช้การฟื้นตัวตามธรรมชาติ]
[คุณมีความต้านทานที่สูงต่อน้ าอมฤต]
[คุณสามารถใช้น้ าอมฤตประเภทใหม่เพื่อเพิ่มอัตราการฟื้นฟู
ได้]
ผมพยายามจะลุกขึ้น ทุกส่วนของร่างกายของผมเจ็บปวดอย่าง
บ้าคลั่ง แต่ถึงกระนั้น การเคลื่อนไหวในข้อต่อของผมก็ยัง
ราบรื่นขึ้นกว่าแต่ก่อน
“บียู”
อย่างที่คาดไว้ บียูไม่ตอบกลับ อย่างไรก็ตาม ผมก็ยังได้รับการ
ต้อนรับด้วยข้อความอื่นแทน
[คุณได้เชื่อมต่อกับช่องชั่วคราว]
ช่องชั่วคราว – หมายความว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ต าแหน่ง
สถานการณ์อย่างเป็นทางการของการถ่ายทอดสดดวงดาว
“จ านวนการเชื่อมต่อทั้งหมด”
[จ านวนกลุ่มดาวที่เชื่อมต่อกับช่องทางชั่วคราวในปัจจุบัน: 2]
มันบอกว่า ‘2’ ซึ่งมากพอๆ กับจ านวนคลิกที่หนทางเอาชีวิต
รอดได้รับ
ผมเริ่มคิด ถ้าผมต้องการหนีไปจากที่แห่งนี้ มันก็มีทางเลือกไม่
มากนอกจากต้องเผชิญหน้าแบบใหม่กับนักเขียนลับ
แต่ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะยอมเจอผมอีกครั้งได้ง่ายๆ ไหม
ในกรณีนั้น มันก็เหลืออีกแค่วิธีเดียวเท่านั้น
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ก าลังเรียกกลุ่มดาว
‘นักเขียนลับ’]
ถ้าไอ้หมอนี่ไม่อยากเจอผม งั้น…
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ก าลังมองไปยังกลุ่ม
ดาว ‘นักเขียนลับ’]
งั้นก็จนกว่าเขาจะมองมาที่ผมอีกครั้ง
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ก าลังโยนอารมณ์
โกรธไปยังกลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’]
ใช่ ผมแค่ต้องไปวุ่นวายกับเขา
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ …]
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ ก าลังมองมาที่คุณ]
ตามที่คาดไว้ เขาตอบสนอง ก่อนหน้าที่ผมจะทันได้ส่งข้อความ
กลับไปอีก ประตูห้องของผมก็เปิดออกด้วยแรงบางอย่าง
“ไอ้โง่ ท าไมนายถึงต้องส่งเสียงดังขนาดนี้?”
“โอ้ นายมาแล้ว”
ยูจงฮยอคจิ๋วหมายเลข 666 ก าลังจ้องมาที่ผม “ถ้านายอยาก
ได้อะไร นายก็เรียกฉันได้ ดังนั้นหยุดก่อกวนด้วยการส่ง
ข้อความได้แล้ว”
เนื่องจากยูจงฮยอคจิ๋วเหล่านี้ต่างก็เป็นผู้ติดตามของนักเขียน
ลับ พวกเขาก็น่าจะได้ยินข้อความด้วยเหมือนกัน
ไม่ว่ายังไง หมายเลข 666 นั่นก็ดูเหมือนจะได้รับมอบหมายให้
ดูแลความเป็นอยู่ของผม แต่สิ่งที่ท าให้ผมประหลาดใจก็คือเขา
ก าลังถือสิ่งที่เหมือนกับสมาร์ทโฟนอยู่ ตัวโทรศัพท์ของเขามี
ขนาดใหญ่เป็นปกติโดยไม่เหมือนกับขนาดตัวอันเล็กจิ๋วของเขา
เลย
“มองอะไร? นายอยากเล่นเกมเหรอ?”
ผมลุกขึ้นจากเตียงและรีบคว้าโทรศัพท์ไปจากมือของไอ้งั่งที่ไม่
ทันระวังคนนี้
อาชีพเดิมของยูจงฮยอคคือ ‘โปรเกมเมอร์’ ดังนั้นมันจึงไม่ใช่
เรื่องแปลกอะไรที่เขาจะเล่นเกมแบบ…
…เอ๋?
“เอามานะ!!”
หมายเลข 666 กระโดดขึ้นและทุบเอวของผมในขณะที่ค าราม
ออกมาด้วยความโกรธ ส่วนผมนั้นก าลังมองไปยังหน้าจอด้วย
ความงุนงง
…เฮ้ นี่ไม่ใช่เกมหนิ?
[คุณก าลังเชื่อมต่อกับช่องสองช่อง]
[คุณอยู่นอกพื้นที่การควบคุมของสถานการณ์ ตอนนี้คุณก าลัง
เชื่อมต่อกับช่องทางการ]
หน้าจอสมาร์ทโฟนก าลังแสดงภาพพื้นหลังที่คุ้นเคย
「”คุณลุงทกจาไม่เป็นไร เขาต้องมีชีวิตอยู่ ฉันสามารถบอก
ได้”」
ใต้ไอคอน ‘สด’ ข้อความจากกลุ่มดาวที่ผมคุ้นเคยเรียงซ้อนกัน
ราวกับเป็นห้องแชท
[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ พยักหน้าอย่าง
กระฉับกระเฉง]
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ ก าลังปลอบใจสมาชิกของ
บริษัทของคิมทกจา]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ …]
สิ่งที่ท าให้ผมตกใจมากยิ่งขึ้นคือสิ่งที่ผมเจอด้านล่างของ
หน้าจอห้องแชท
[ชื่อกลุ่มดาว: นักเขียนลับ]
[ในขณะนี้คุณเป็นสมาชิก VIP]
[เนื่องจากหนึ่งในเอกสิทธิ์ของสมาชิกวีไอพี คุณได้รับการ
ยกเว้นค่าใช้จ่ายในการส่งข้อความ]
– โปรดเลือกถ้อยค าที่คุณต้องการสื่อ
[ขณะนี้คุณเลือก (เข้มแข็งไว้) แล้ว ]
– กรุณาใส่จ านวนเหรียญที่จะสนับสนุน (คุณสามารถสนับสนุน
ได้ตั้งแต่ 50 เหรียญขึ้นไปในช่องที่เกี่ยวข้อง)
[(ไม่ได้ป้อนจ านวน) เหรียญ]
– โปรดป้อนข้อความที่คุณต้องการจะส่ง
[ลืมไอ้โง่บ้านั่นไปได้แล้ว (คุณป้อนข้อความที่มีความยาวเกิน
ขีดจ ากัด)]
ผมหยุดอ่านลงตรงนั้นและมองลงไปยังยูจงฮยอคจิ๋วหมายเลข
666″เฮ้ ฉันขอถามหน่อยสิ…”
“…”
“คนที่ส่งข้อความทั้งหมดคือ…”
“แค่วันนี้เป็นตาของฉัน! จะเอามันมาหรือจะให้ฉันฆ่านาย คิ
มทกจา!!”
ยูจงฮยอคจิ๋วหมายเลข 666 ถือดาบเขย่านภาไว้แน่นและหอบ
หายใจด้วยความโกรธ ในที่สุดผมก็เข้าใจสิ่งที่ผมคิดไม่ออกมา
โดยตลอด
งั้นยูจงฮยอคจิ๋วพวกนี้ก็เป็นคนส่งข้อความจ านวนนับไม่ถ้วนใน
นาม ‘นักเขียนลับ’ มาหาผม
「”คราวนี้ถ้าเขากลับมา งั้นก็โยนเขาใส่โลงแล้วฝังไว้ที่ไหน
สักแห่งละกัน มันคงจะดีกว่าถ้าจะปล่อยให้เขาออกมาหลังจาก
สถานการณ์จบลงแล้ว”」
ลีจีฮเยพูดอะไรบางอย่างที่ฟังดูน่าขนลุกออกมา ผมมองดูเด็กๆ
นั่งอยู่ด้วยกันบนหน้าจอ และหัวใจของผมก็เริ่มเจ็บปวดราวกับ
ว่าผมถูกลอบโจมตี
ไม่นานนักนับตั้งแต่ที่พวกเราแยกจากกัน แต่ผมกลับคิดถึงพวก
เขาแล้ว
ไม่ว่ายังไง ผมก็ต้องกลับไปหาพวกเขา
เพราะสถานการณ์มังกรแห่งวันสิ้นโลกได้จบลงแล้ว ดังนั้นถ้า
ผมไม่รีบกลับไปล่ะก็…
เปรี้ยง!
ทันใดนั้นเองก็มีประกายแสงแห่งความเป็นไปได้ระเบิดออกมา
และจากนั้นเหล่าโดเกบิก็เริ่มปรากฏกายขึ้นบนท้องฟ้ากรุงโซล
ผมเห็นบีฮยองอยู่ในหมู่พวกเขาด้วย
「[สถานการณ์หลักใหม่มาถึงแล้ว!]」
บ้าเอ้ย… เร็วขนาดนี้เลย?
บีฮยองภายในหน้าจอเริ่มพูดออกมา 「[บริษัทของคิมทกจา
ได้เวลาออกเดินทางสู่สถานการณ์สุดท้ายแล้ว]」
(จบตอน)