มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 419 – นักเขียนลับ (5)
“…สถานการณ์สุดท้าย?”
จางฮีวอนขมวดคิ้วมุ่นในขณะที่จ้องไปยังข้อความที่กะพริบอยู่
ในอากาศ
‘สถานการณ์สุดท้าย’ เริ่มต้นแล้ว?
สถานการณ์มังกรแห่งวันสิ้นโลกน่าจะเป็นสถานการณ์ที่ 89
ดังนั้นนี่ก็หมายความว่าสถานการณ์ที่ 90 คือสถานการณ์
สุดท้าย?
ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้นที่สับสน ทุกๆ กลุ่มดาวที่ยังอยู่บนเรือโนอาห์
ก็แลกเปลี่ยนสายตากันและเริ่มบ่นออกมาในหมู่พวกเขา
[…หมายความว่ายังไง?]
[เดี๋ยวก่อน สถานการณ์ที่ 90 เริ่มขึ้นแล้วเหรอ?]
บางคนกระทั่งบ่นกับโดเกบิบีฮยองด้วย
[นี่มันเป็นแผนการซ่อนเร้นอะไร? มันยังไม่ใช่เวลาส าหรับ
สถานการณ์สุดท้ายหนิ…]
[เจ้าก าลังวางแผนที่จะพาบริษัทของคิมทกจาออกไปต่างหาก
เหรอ?]
บีฮยองมองไปยังปฏิกิริยาของกลุ่มดาวเหล่านี้ก่อนที่จะส่ายหัว
[ค าเชิญสู่สถานการณ์สุดท้ายเพิ่งออกมาเมื่อไม่นานนี้ พูดให้
ชัดๆ มันก็เนื่องมาจากพวกเจ้าตัดสินใจที่จะปลุกมังกรแห่งวัน
สิ้นโลกขึ้นมา]
การประกาศของเขาท าให้กลุ่มดาวเริ่มส่งเสียงดังออกมา หลาย
คนดูเหมือนจะตระหนักได้ถึงบางสิ่ง และในขณะที่มองไปรอบๆ
ด้วยสายตาที่เป็นกังวล พวกเขาก็เริ่มตะโกนออกมาเสียงดัง
[ง-งั้นก็ส่งพวกเราไปยังสถานการณ์สุดท้ายด้วย!]
[ช-ใช่! พวกเราเองก็มีคุณสมบัติ!]
บีฮยองพูดราวกับว่าจะท าให้พวกเขาสงบลง [ข้าขอโทษ แต่ข้า
ไม่ได้รับผิดชอบทุกคน แต่ถ้าพวกเจ้ามีคุณสมบัติ งั้นโดเกบิที่
ได้รับมอบหมายคนอื่นก็จะมาถึงในเร็วๆ นี้เพื่อน าทางเจ้า
ดังนั้นโปรดวางใจได้]
อย่างไรก็ตาม น้ าเสียงของเขาก็ไม่ใช่น้ าเสียงที่เป็นมิตรแน่ๆ
[นั่นคือตราบใดที่พวกเจ้ามีคุณสมบัตินะ]
ผิวของกลุ่มดาวซีดลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากนั้นไม่นาน เรือ
โนอาห์ก็ประกาศอีกครั้ง
– จุดหมายต่อไปคือระบบดาวเคราะห์ที่ 8612
ระบบดาวเคราะห์ที่ 8612 ที่ๆ ดาวโลกอยู่ บ้านของบริษัท
ของคิมทกจา
บีฮยองเบนสายตาของเขาไปหาสมาชิกของบริษัทของคิมทกจา
ราวกับว่าเขาไม่อาจชะลอเรื่องนี้ไปได้อีก
[เอาล่ะ ทุกคนจากบริษัทของคิมทกจา โปรดมารวมตัวกัน]
นั่นท าให้ฮันซูยองก้าวออกมาข้างหน้า “ไม่ เดี๋ยวก่อน พวกเรา
เพิ่งผ่านสถานการณ์ล่าสุดมาเมื่อไม่กี่วันเองหนิ?”
“โปรดให้พวกเราไปที่โลกก่อน พวกเรายังเตรียมตัวสู่
สถานการณ์ต่อไปไม่เสร็จเลย”
จางฮีวอนเองก็แทรกขึ้นมาด้วย เหล่าสหายมารวมตัวกันทีละ
คน – ชินยูซอง ลีกิลยัง และลีจีฮเยก็ด้วย… พวกเขาต่างก็มีสี
หน้าที่สับสนและไม่มั่นคง
บีฮยองถอนหายใจเบาๆ [อย่างที่คิดไว้แล้ว มันไม่สะดวกเอาซะ
เลยตอนที่ไม่มีคิมทกจาอยู่ ถ้าเขาอยู่ที่นี่ เขาคงจะเข้าใจแล้ว]
“ท าไมต้องรีบแบบนี้? ถ้านายไม่ให้ค าอธิบายกับพวกเรา…”
ริมฝีปากของบีฮยองขยับอย่างเงียบๆ
– เหลือตั๋วอีกไม่มากแล้ว พวกเจ้าต้องไปถึงที่นั่นให้เร็วที่สุด
เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
ค าเหล่านั้นถ่ายทอดผ่าน ‘การสื่อสารโดเกบิ’
สมาชิกของบริษัทของคิมทกจามองหน้ากันในเวลาเดียวกัน
หากโดเกบิคนนี้ก าลังส่งข้อความลับมาแบบนี้ มันก็หมายความ
ว่าเขาไม่ต้องการให้กลุ่มดาวคนอื่นๆ ได้ยิน
อย่างไรก็ตาม อะไรคือ ‘ตั๋ว’ ที่ว่า? พวกเขาต้องใช้สิ่งนั้น
ส าหรับสถานการณ์ต่อไปงั้นเหรอ?
ยูจงฮยอคเดินมาจากทางด้านหลังของกลุ่มที่ก าลังลังเลใน
ทันใด “ไปกันเถอะ”
“แต่ เดี๋ยวก่อน!”
ยูจงฮยอคยังยืนยันแม้ว่าจางฮีวอนจะพยายามหยุดเขา
“สถานการณ์สุดท้ายไม่ได้จะเริ่มขึ้นเพียงเพราะพวกเราไปถึง
มันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่จะฟังค าแนะน าของเขา”
“แต่ฮุนซึงล่ะ…”
“ฝากเขาไว้กับอาจารย์ของฉันก่อน”
จางฮีวอนรีบมองไปยังฮันซูยอง ฝ่ายหลังดูเหมือนจะก าลังคิด
อะไรบางอย่างอยู่สักพัก และจากนั้นก็คว้าไหล่ของจางฮีวอน
“…ตอนนี้ไปที่นั่นกันก่อน มันคงมีเหตุผลแน่ๆ ถ้าเขายืนกราน
แบบนั้น บางทีคิมทกจาอาจจะล่วงหน้าไปก่อนและรออยู่ที่นั่น
แล้ว มันคุ้มค่าที่จะลองดู”
ค าว่าคิมทกจาท าให้เกิดความแน่วแน่บนสีหน้าของสมาชิก
“เข้าใจแล้ว”
“เหมือนกัน! เหมือนกัน!”
ชินยูซอง ลีกิลยัง และแม้แต่ลีจีฮเยก็รีบตัดสินใจ จางฮีวอนดู
เหมือนจะเป็นห่วงลีฮุนซึงอยู่ แต่ในที่สุดเธอก็พยักหน้าหลังจาก
ได้ฟังค าพูดของยูจงฮยอค
“พวกเราอาจจะสามารถหาวิธีฟื้นคืนชีพจักรพรรดิดาบเหล็กได้
เร็วขึ้นถ้าพวกเราไปยังต าแหน่งของสถานการณ์สุดท้าย”
“…ถ้างั้นฉันก็ไม่มีเหตุผลให้ลังเลแล้ว”
[เอาล่ะ ไปกันเถอะ]
พร้อมกับเสียงของบีฮยอง สภาพแวดล้อมของบริษัทของคิมทก
จาก็ถูกย้อมไปด้วยแสงเจิดจ้าในทันที่
[การส่งผ่านสถานการณ์เริ่มขึ้นแล้ว!]
อาจจะเป็นเพราะอ านาจของโดเกบิระดับสูงถูกเรียกใช้งาน
เวลาที่ใช้ในการข้ามประตูมิติทั้งสั้นและสะดวกสบาย
ในพริบตา ทั้งกลุ่มก็พบว่าตัวเองถูกเคลื่อนย้ายมายังกลางมิติสี
ด าสนิท พูดให้ชัดเจนกว่านั้น มันอยู่ด้านบนของวงกลมโปร่ง
แสงที่ท าให้พวกเขาสามารถมองลงไปยังจักรวาลเบื้องล่างได้
“นี่…”
พื้นที่นั้นถูกปกป้องด้วยบาเรียทรงโดมที่มีทางเข้าทางออกเพียง
ทางเดียวเท่านั้น ซึ่งมีโดเกบิหลายคนยืนอยู่หน้าประตูทางเข้านี้
ยูจงฮยอคมองไปยังเหล่าโดเกบิครั้งหนึ่ง และจากนั้นก็ที่ประตู
ก่อนที่จะพึมพ ากับตัวเอง “มันคือประตูแห่งการถ่ายทอดสด
ดวงดาว”
“นายรู้เหรอว่ามันคือที่ไหน?”
เขาพยักหน้าให้กับค าถามของฮันซูยอง “มันคือส านักงานใหญ่
ของส านักงาน เธอจะต้องผ่านที่นี่ไปเพื่อไปสู่ต าแหน่งของ
สถานการณ์สุดท้าย”
“ฟังดูเหมือนนายเคยมาที่นี่มาก่อนเลย?”
“ไม่ นี่เป็นครั้งแรกของฉัน”
“แล้วนายรู้ได้ยังไง? บันทึกจากรอบที่ 1863 พูดถึงสถานที่แห่ง
นี้ไว้เหรอ?”
“เรื่องนั้น…”
ทันใดนั้นเขาก็จับขมับของเขาและเซไปมาอย่างไม่มั่นคง
เขารู้จักบันทึกจากรอบที่ 1863 ก็เพราะนักเขียนลับ อย่างไรก็
ตาม บันทึกนั้นก็ไม่ได้มีข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับสถานการณ์นี้ คิ
มทกจาเองก็ไม่ได้พูดอะไรเป็นพิเศษเช่นกัน
ถ้าอย่างนั้น เขารู้ข้อมูลนี้ได้อย่างไร?
เปรี้ยง…
ประกายแสงเต้นร าเบาๆ เหนือเสื้อคลุมของเขา ลีจีฮเยสัมผัส
ได้ว่ามีบางสิ่งผิดปกติ และในขณะที่เธอก าลังจะเอื้อมมือ
ออกมาหาเขา ล าแสงเจิดจ้าก็ระเบิดออกมาจากบริเวณใกล้ๆ
กับประตู กลุ่มดาวอีกกลุ่มหนึ่ง รวมทั้งโดเกบิ ได้ถูกวาร์ปมาที่นี่
ด้วยเช่นกัน
[กลุ่มดาว ทางนี้]
กลุ่มดาวและอวตารเดินผ่านกลุ่มของพวกเขาโดยการน าทาง
ของมหาโดเกบิ และในหมู่พวกเขาที่ก าลังเดินผ่านบริษัทของคิ
มทกจาไปนั้นก็มี ‘ฮอเช’ โดเกบิคนเดียวกันกับที่เคยเสนอ
ทางเลือกให้กับพวกเขาเมื่อก่อนหน้านี้
[ไม่ใช่ว่าข้าพูดไว้เหรอ? พวกเจ้าจะต้องเสียใจกับการตัดสินใจ
ของพวกเจ้า]
ฮันซูยองและยูจงฮยอคเหลือบมองหน้ากันหลังจากได้ยินเสียง
ของมหาโดเกบิที่เดินผ่านไป
มันมีบางสิ่งแปลกๆ
แตกต่างจากกลุ่มดาวของมหาโดเกบิคนนี้ที่ผ่านประตูไปได้
อย่างง่ายดาย บริษัทของคิมทกจาไม่อาจเข้าใกล้มันได้เลยด้วย
ซ้ า
บีฮยองยืนอยู่หน้าทางเข้า และกลุ่มก็ได้ยินเสียงของเขาก าลัง
โต้เถียงกับผู้เฝ้าประตู
[หมายความว่ายังไง? พวกเราผ่านขั้นตอนทั้งหมดแล้ว อวตาร
เหล่านี้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมส าหรับการเข้าสู่สถานการณ์
สุดท้าย ดังนั้นโปรดหลีกทางด้วย]
ในขณะที่ประตูเปล่งแสงบริสุทธิ์ออกมาเพื่อกลืนกินกลุ่มของ
มหาโดเกบิ มันก็หยุดลงก่อนและกระซิบบางอย่างกับหัวหน้าผู้
เฝ้าประตู
บีฮยองไม่สามารถรอต่อไปได้อีก เขาก้าวออกไปข้างหน้า แต่
แล้วหัวหน้าคนนั้นก็เปิดปากขึ้น [โดเกบิระดับสูงบีฮยอง เจ้า
และบริษัทของคิมทกจาไม่อาจเข้าไปยังสถานการณ์สุดท้ายได้]
*
เมื่อผมยังเด็ก ผมมักจะฝันว่าตัวเองได้กลายเป็นยูจงฮยอค อืม
ส าหรับผมเขาเป็นเหมือนกับซูเปอร์แมนหรือแบทแมนเลย
ทีเดียว
ไม่เพียงแค่นั้น ผมมักจะท าตัวเป็นเขาแม้แต่ตอนที่ผมตื่นนอน
ผมถูกทุบตีเพราะสิ่งนั้น และก็ประสบกับความเจ็บปวดที่น่า
กลัวด้วยเช่นกัน
ถึงกระนั้น ผมก็สามารถเอาชีวิตรอดมาได้จนถึงตอนนี้เพราะผม
ได้กลายเป็นยูจงฮยอคแบบนั้น
「”หัวหน้า รีบไปยังสถานการณ์ต่อไปกันเถอะ!”」
แน่นอน มันไม่ใช่แค่ยูจงฮยอคเท่านั้นที่ปรากฏขึ้นในความฝัน
ของผม มันมีลีจีฮเยผู้ห้าวหาญอยู่ด้วย และ…
「”การเตรียมอุปกรณ์เสร็จแล้ว จงฮยอค”」
…ลีฮุนซึงก็อยู่ที่นั่นด้วย และสุดท้าย…
「”หัวหน้า โอเคไหม? สีหน้าของหัวหน้าดูไม่ค่อยดีเลย…”
」
…ชินยูซองผู้เปี่ยมไปด้วยน้ าใจก็ด้วย
พวกเขาเป็นเหมือนกับครอบครัวของผม ถ้ายูจงฮยอคเป็นพ่อ
แม่ ลีฮุนซึงก็เป็นเหมือนพี่ชาย ลีจีฮเยเป็นพี่สาว และชินยูซอง
นั้นก็เป็นเหมือนกับเพื่อน
ผมรักเรื่องราวของพวกเขา ผมให้ก าลังใจพวกเขาในระหว่าง
การต่อสู้ และมองดูความโชคร้ายของพวกเขา และผม…
…ผมไม่แน่ใจว่านี่จะเป็นข้อแก้ตัวได้หรือไม่ แต่ผมอยากให้พวก
เขามีความสุขจริงๆ
ผมสงสัยว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา?
สิ่งสุดท้ายที่ผมเห็นคือใบหน้าของยูจงฮยอค
「”ทั้งหมดเป็นเพราะนาย”」
ทันใดนั้นมุมมองของผมก็หมุนไปรอบๆ ผมส่งเสียงคราง
ออกมาด้วยความเจ็บปวดและลืมตาขึ้น
“สีหน้าของนายดูไม่ดีเลยนะ นายโอเคไหม?”
ผมสงสัยว่าท าไมหน้าอกของผมจึงหนักอึ้งนัก แต่มันก็
กลายเป็นว่ายูจงฮยอคจิ๋วหมายเลข 999 ก าลังยืนอยู่ เขาใช้
ดาบเขย่านภาจิ๋วหยิบถ้วยที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ ขึ้นมาและส่ง
ให้กับผม
“ดื่ม”
“…ขอบคุณนะ”
ผมค่อยๆ ตื่นขึ้นมาหลังจากได้ดื่มน้ าเย็น
[อัตราการฟื้นฟูร่างกายในปัจจุบัน: 36%]
แม้ว่าผมจะละเลย แต่ร่างอวตารของผมก็ก าลังฟื้นฟูอย่างช้าๆ
แน่นอน มันไม่เพียงพอจะท าให้ผมรู้สึกพึงพอใจ
– บริษัทของคิมทกจาได้เวลาออกเดินทางสู่สถานการณ์สุดท้าย
แล้ว
ภาพที่ผมเห็นในสมาร์ทโฟนของยูจงฮยอคจิ๋วหมายเลข 999
ยังติดอยู่ในหัวของผม สหายของผมคงเผชิญหน้ากับข้อเสนอ
ของสถานการณ์สุดท้ายแล้ว ผมไม่อาจเสียเวลาได้อีก
“นายสามารถไปจากที่นี่ได้ตามต้องการ ตราบใดที่นายหา
ค าตอบได้”
“อีกแล้วเหรอ?”
ผมบ่นอย่างไม่พอใจและลุกขึ้นนั่ง แต่แล้วยูจงฮยอคจิ๋ว
หมายเลข 999 ก็โยนค าถามที่ไม่คาดคิดออกมา”นายไม่ชอบ
อาหารแบบไหน”
“ท าไมจู่ๆ ถึง?”
“หุบปากแล้วตอบค าถาม”
ผมอึ้งไปชั่วขณะ “…มะเขือเทศ”
เขาดึงแผ่นบันทึกขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าและจดลงไปว่า
‘มะเขือเทศ’ ด้วยลายมือที่เรียบร้อย
ท าไมเขาถึงเขียนมันลงไป?
“แล้วอาหารจานโปรดล่ะ?”
“…เกี๊ยวน้ าบู๊ลิ้ม”
ค าตอบของผมท าให้ยูจงฮยอคจิ๋วหมายเลข 999 เปลี่ยนสีหน้า
ไป”ดูเหมือนว่าลิ้นของนายจะรู้เรื่องรู้ราวอยู่”
อืม แน่นอน ลิ้นของผมช่วยชีวิตผมมาเยอะแล้ว
“หมายเลข 81 เป็นคนรับผิดชอบเรื่องอาหาร วิถีดาบของเขา
อาจจะแย่ไปหน่อย แต่เขาก็มีความสามารถพอตัวเมื่อเป็นเรื่อง
อาหาร รอดูได้เลย”
เมื่อผมมาคิดดูแล้ว ยูจงฮยอคแห่งรอบที่ 81 นั้นได้เรียนรู้ทักษะ
การท าอาหารมามากมายหนิ? ดูเหมือนว่าเขาจะกลายมาเป็น
ผู้รับผิดชอบเรื่องอาหาร ณ ที่แห่งนี้
หมายเลข 999 จดบันทึกจนเสร็จ กระโดดลงจากเตียง และ
มองกลับมาที่ผม “ถ้านายมีอะไรไม่สบายใจก็บอกฉัน แม้จะ
เป็นแขกโง่ๆ แต่ก็ยังเป็นแขกอยู่”
“มีบางอย่างที่ฉันอยากจะถามหน่อย”
“ตราบใดที่มันไม่ใช่สิ่งที่ไม่จ าเป็น”
“ท าไมยูจงฮยอคถึงกลายเป็นเทพเจ้าภายนอก?”
การแสดงออกของยูจงฮยอคจิ๋วแข็งขึ้นเล็กน้อย ผมถามต่อ
“ไม่ใช่แค่นั้น เขายังแสดงตัวเป็นกลุ่มดาวที่มีค าขยายว่า
นักเขียนลับด้วย… ยูจงฮยอคที่ฉันรู้จักจะไม่มีทางท าอะไรแบบ
นั้น เขา…”
สิ่งหนึ่งที่ผมตระหนักได้หลังจากมาที่นี่คือยูจงฮยอคจิ๋วเกือบทุก
คนไม่ชอบผมจริงๆ บ่อยครั้ง พวกเขาได้พยายามต่อสู้กับผม
โดยไม่มีเหตุผล และนานๆ ครั้งที่พวกเขาจะตอบค าถามดีๆ
เมื่อผมถามเกี่ยวกับบางสิ่ง
อย่างไรก็ตาม หมายเลข 999 คนนี้ก็แตกต่างออกไป มันยังมี
เรื่องราวเกี่ยวกับหมาป่าด้วย ราวกับว่าเขาต้องการจะบอก
อะไรกับผม
โชคดีที่ความรู้สึกของผมไม่ได้ผิดพลาด
“นายคิดว่านายรู้อะไรเกี่ยวกับยูจงฮยอค?”
เสียงของเขามีร่องรอยของการดูหมิ่นเล็กน้อย ผมไม่รู้ว่าจะพูด
อะไรดี
“นายยังเชื่อว่านายสามารถเข้าใจคนบางคนได้ผ่านข้อความ
เพียงแค่ไม่กี่บรรทัดงั้นเหรอ?”
ผมไม่อาจตอบกลับไปได้
ผมไม่แน่ใจว่าท าไม มันอาจจะเป็นเพราะผมคิดว่าผมไม่มีสิทธิ์
ที่จะตอบเขา หรือบางทีผมก็อาจจะไม่สามารถหาค าตอบที่
ถูกต้องได้
หมายเลข 999 มองมาที่ผมด้วยความลังเล ก่อนที่จะขึงตาใส่
ผม จากนั้นเขาก็ดึงบางสิ่งออกมาจากลิ้นชักที่อยู่ติดกับโต๊ะและ
โยนบางสิ่งมาให้กับผม”ฉันได้ยินมาว่านายชอบอ่าน บางทีการ
อ่านสิ่งนี้อาจจะช่วยนายได้ หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นมาเพื่อท า
ความเข้าใจกับความกลัวแห่งการไม่รู้ของคนโง่อย่างนาย”
สิ่งที่หมายเลข 999 ขว้างใส่ผมคือหนังสือหลายเล่ม ผมหยิบ
มาดูเล่มหนึ่ง
[ภาพรวมโดยสังเขปของเทพเจ้าภายนอก – เกี่ยวกับ
‘นักเขียนลับ’ และ ‘ความฝันที่เก่าแก่ที่สุด’]
(จบตอน)