มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 420 – นักเขียนลับ (6)
นี่คือหนังสือที่ถูกเขียนโดย ‘ผู้บันทึกแห่งความหวาดกลัว’
‘ผู้บันทึกแห่งความหวาดกลัว’ – มนุษย์คนแรกที่พบเทพเจ้า
ภายนอก และนักเขียนที่ได้ถ่ายทอดตัวตนของพวกมันออกไป
[สกิลเฉพาะตัว ‘ความเข้าใจในการอ่าน’ ถูกเปิดใช้งาน!]
[แอตทริบิวต์พิเศษ ‘ล่ามแห่งสถานการณ์’ ก าลังเปิดใช้งาน!]
ผมอดไม่ได้ที่จะรู้สึกคาดหวังขึ้นมาหลังจากได้เห็นชื่อของ
หนังสือ เมื่อมาคิดดูแล้ว นี่คงจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ
‘นักเขียนลับ’ และ ‘ความฝันที่เก่าแก่ที่สุด’
นักเขียนลับมักจะพูดถึง ‘ความฝันที่เก่าแก่ที่สุด’ อยู่บ่อยๆ
ดังนั้นผมจึงหวังว่านี่อาจจะเป็นโอกาสส าคัญในการเรียนรู้
เกี่ยวกับ ‘สิ่งนั้น’ เพิ่มเติม
ผมไม่ทันได้สังเกตเลยด้วยซ้ าว่าหมายเลข 999 ได้จากไปแล้ว
สมาธิทั้งหมดของผมจดจ่ออยู่กับการอ่านหนังสือเล่มนี้
*
แปดชั่วโมงต่อมา ผมปิดหนังสือลงพร้อมกับใบหน้ามึนงง
“นี่มัน…”
ผมรู้ดีว่าต้องอธิบายความหนังสือประเภทนี้แบบไหน
“มันน่าเบื่อยิ่งกว่าหนทางเอาชีวิตรอดซะอีก…”
ผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนเขียนมัน แต่ถ้าหนังสือเล่มนี้ถูกตีพิมพ์ลง
ไปในศตวรรษที่ 21 ผมก็มั่นใจได้เลยว่ามันจะแย่ซะยิ่งกว่า
หนทางเอาชีวิตรอด
ไม่เพียงแต่มันจะน่าเบื่อ มันยังอ่านได้ยากอีกด้วย
“…มันพูดเรื่องอะไรกันเนี่ย?”
อย่างไรก็ตาม มันก็มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ผมเข้าใจ ซึ่งก็คือมีห้ามหา
‘เทพเจ้าภายนอก’ ในหลุมยักษ์อันกว้างใหญ่ไพศาล
「’เปลวเพลิงแห่งชีวิต’ ที่ลุกโชนขึ้นมาจากทิศตะวันออก」
「’เจ้าแห่งเกาะที่ล่มสลาย’ หายนะแห่งโลกทางทิศตะวันตก
」
「’ราชันมหาอเวจี’ ผู้ปกครองแห่งจักรวาลตอนเหนือ」
「’ราชาดวงใจสีเงิน’ ผู้ปกครองมิติดวงดาวในทิศใต้」
「และสุดท้าย ‘นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่’ ผู้คืบคลานออกมาจาก
ความว่างเปล่า」
“…โครงเรื่องนี้เจ๋งยิ่งกว่าหนทางเอาชีวิตรอด”
ในบริบทของสิ่งต่างๆ ‘นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่’ ผู้นี้ดูเหมือนจะ
หมายถึง ‘นักเขียนลับ’ อันที่จริง มันมีหลายส่วนที่น่าสนใจใน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเขาด้วย
「ผู้บันทึกแห่งความหวาดกลัวหลายคนที่เคยพบกับนักเขียน
ผู้ยิ่งใหญ่รับรู้ได้ว่าเขาก าลังค้นหาความฝันที่เก่าแก่ที่สุด… (ละ
เว้น)… ผู้บันทึกที่โชคดีมีโอกาสได้ถามนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่
เกี่ยวกับตัวตนของความฝันที่เก่าแก่ที่สุด」
「[มันคือจุดเริ่มต้นของจักรวาลนี้และเจ้าแห่งฟันเฟืองยักษ์
ศัตรูคู่อาฆาตที่เก่าแก่ที่สุดของข้าและครอบครัวของข้า และ
เป็นผู้ตัดสินจุดจบของสรรพสิ่ง]」
「ผู้บันทึกแห่งความหวาดกลัวหลายคนได้มองเห็นการ
แสดงออกของนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ในเวลาที่พูดค าเหล่านั้น
ออกมาและก็หมดสติไปในทันที่ หลังจากตื่นขึ้นมา พวกเขาก็ไม่
อาจจ าได้ว่าตัวเองเป็นใครอีกต่อไป」
…บันทึกถูกเขียนโดยกลุ่มคนที่ไม่อาจจ าตัวเองได้? นั่นคือ
สาเหตุที่ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ถูกเรียกว่าเป็น ‘ผู้บันทึกแห่งความ
หวาดกลัว’ ใช่ไหม?
ผมต้องการจะอ่านเกี่ยวกับนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่และความฝันที่
เก่าแก่ที่สุดอีก แต่หนังสือส่วนใหญ่ก็ไม่มีบันทึกของทั้งสองคนนี้
อยู่ กลับกัน มันเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอันน่าเบื่อที่เกี่ยวข้องกับ
ภาพรวมของเทพเจ้าภายนอกแทน
แม้แต่โครงเรื่องแบบนี้ก็พบได้ทั่วไป
บ่อยครั้งเรื่องราวก็จบลงแบบห้วนๆ โดยไม่มีการบอกล่วงหน้า
อะไร หรือล าดับเหตุการณ์วกวนอยู่ภายในเรื่องราวเล็กๆ
ผมไม่ได้พูดถึงแค่เรื่องเดียว แต่เป็นทุกๆ เรื่อง ดังนั้นผมจึงไม่
อาจตั้งสมาธิกับหนังสือได้
「(น่าสนใจ)」
มันไม่ใช่ใครนอกจากหัวหน้าแห่งดันเจี้ยนโรงภาพยนตร์ที่พูด
ขึ้นมา
‘…ส่วนไหนกันที่นายสนใจ?’
「(หนังสือเล่มนี้ถูกออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์แบบนี้)」
‘นายก าลังบอกว่ามันจงใจถูกเขียนให้น่าเบื่อเหรอ?’
「(ข้อความของเรื่องราวนี้ปรารถนาที่จะถ่ายทอดให้ชัดเจน)
」
‘หากผู้เขียนต้องการถ่ายทอดข้อความ งั้นเขาก็ควรจะเขียนให้
คนอื่นเข้าใจง่ายสิ’
「(มันเขียนด้วยแนวความคิดที่ว่า ‘คนที่ไม่เข้าใจก็จะไม่
เข้าใจ’)」
‘ฮะ?’
ผมคิดว่าผมได้ยินเสียงถอนหายใจเบาๆ และมีประกายแสง
เล็กๆ เต้นระบ าอยู่ตรงหน้าของผม พลังที่รั่วไหลออกมาจาก
ก าแพงที่สี่ได้พลิกหน้ากระดาษของหนังสือและเริ่มแยกส่วน
หลายย่อหน้า
และเมื่อมีการเชื่อมโยงย่อหน้าเข้าหากันซึ่งมาจากเรื่องราว
สั้นๆ ส่วนต่างๆ พวกมันก็ก่อตัวขึ้นเป็นประโยคดังนี้
「อารมณ์ถูกส่งต่อลงมาจากจักรวาลอันไกลโพ้น นั่นคือ
กระแสแห่งบรรพกาลที่นักเขียนผู้นี้ไม่อาจไล่ตามได้ พวกเรา
หวาดกลัว」
「พวกเขาเป็นเหมือนกับสัตว์ประหลาดจากจักรวาลที่พวก
เราไม่อาจจ าแนกได้」
「ความกลัวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากสิ่งที่พวกเราสามารถคาดการณ์
ได้ นี่คือความหวาดกลัวที่เกิดจากสิ่งที่พวกเราไม่อาจเข้าใจ」
「ด้วยความยากล าบากแสนสาหัส พวกเราได้ก าหนดชื่อ
ให้กับความหวาดกลัวเหล่านั้น พวกเราต้องการแสร้งท าแบบ
นั้นว่าการก าหนดชื่อให้กับสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จักจะท าให้พวกเรา
เข้าใจพวกมัน」
หลังจากนั้นข้อความที่หนังสือเล่มนี้ต้องการจะสื่อจึงเผยออกมา
ให้เห็น
「แน่นอน ไม่ว่าความพยายามของพวกเราจะมีความหมาย
หรือไม่ มันก็มีแค่พวกมันเท่านั้นที่สามารถตัดสินใจได้」
หลังจากอ่านย่อหน้านี้แล้ว ผมก็คิดว่าผมพอจะเข้าใจว่าท าไม
‘เทพเจ้าภายนอก’ ถึงหัวเราะเยาะ ‘ผู้บันทึกแห่งความ
หวาดกลัว’ เหล่านี้มากนัก ค าขยายทั้งหมดที่พวกมันมีไม่ได้
สะท้อนถึงแก่นแท้ของพวกมันเลย
「หากเจ้า ผู้อ่าน ได้พบพวกมันในสักวัน โปรดจงจ าไว้ ผู้ที่
จ้องมองเข้าไปในหุบเหวจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกลายเป็น
บ้าหรือไม่ก็กลายเป็นหุบเหวซะเอง」
เมื่ออ่านส่วนนี้จบลง ผมก็ปิดหนังสือลงพร้อมกับความรู้สึกสิ้น
หวัง
“…ฉันก็ไม่ค่อยได้อะไรเลย”
ในท้ายที่สุดก็มีเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้นที่ผมได้ไปจากหนังสือ
เล่มนี้
「’เทพเจ้าภายนอก’ คือสิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้」
นั่นเป็นค าพูดที่ไม่มีความรับผิดชอบเอาซะเลย
ค าพูดเช่นนั้นสามารถใช้กับใครก็ได้ไม่ใช่แค่เทพเจ้าภายนอก
เท่านั้นหนิ?
「’ยูจงฮยอค’ คือสิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้」
「’ฮันซูยอง’ คือสิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้」
ใครก็สามารถพูดแบบนี้ได้ และมันก็ฟังดูเข้ากับบริบท
แม้ว่ามันจะไม่ใช่เทพเจ้าภายนอก แต่มันก็เป็นความจริงที่พวก
เราไม่อาจเข้าใจกันได้โดยสมบูรณ์ เราอาจจะรู้สึกว่าท าได้ แต่
มันก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าความเข้าใจผิด
ก่อนหน้านี้ผมได้สนทนากับจางฮายังเกี่ยวกับเรื่องนี้
ผู้กลืนกินความฝันฟังที่ก าลังฟังความคิดของผมอย่างเงียบๆ
เริ่มพูดขึ้นมา 「(เจ้าพูดถูก นั่นคือข้อความที่หนังสือเล่มนี้
ต้องการจะสื่อ ในท้ายที่สุดแล้ว พวกเราต่างก็เป็นเทพเจ้า
ภายนอกส าหรับกันและกัน)」
ผมวางหนังสือลงและมองออกไปนอกหน้าต่าง มันเป็นรูปทรง
กลมเหมือนห้องทรงกลมที่อยู่ข้างใน
แสงแดดส่องเข้ามาจางๆ ผมเห็นเหล่าเทพเจ้าภายนอกก าลัง
เพลิดเพลินไปกับการอาบแดดอยู่ในป่า บางคนก็เห็นผมและ
โบกหนวดของพวกเขา ราวกับว่าผมก าลังมองดูฉากอันน่ากลัว
จากเทพนิยายหรืออะไรสักอย่าง ผมยังคงจ้องมองหนวด
เหล่านั้นต่อไป มันเป็นไปได้มากว่ารูปลักษณ์ภายนอกของพวก
เขาไม่ได้สะท้อนธรรมชาติที่แท้จริงของพวกเขาออกมา
ในตอนนี้ที่ผมมองเข้าไปใกล้ๆ การเคลื่อนไหวของพวกเขาก็ดู
สง่างามอยู่เหมือนกัน
「(เฉพาะคนที่เอื้อมมือออกไปเท่านั้นที่จะได้ค้นพบความจริง)
」
บางทีผมอาจจะไม่จ าเป็นต้องอ่านหนังสือเล่มนั้นก็ได้ ณ ที่แห่ง
นี้มีเทพเจ้าภายนอกอยู่เต็มไปหมดหนิ?
ผมมองไปรอบๆ สักพัก ก่อนที่จะเปิดใช้งาน ‘การย่อขนาด’
เพื่อแอบออกไปนอกหน้าต่าง
ผมลอยขึ้นและขยับเข้าหาเทพเจ้าภายนอกคนหนึ่ง มันเองก็
ก าลังยื่นหนวดมาทางผม ผมไม่รู้สึกถึงความเป็นศัตรูจากการ
กระท านั้นเลย
「ฉัน ไม่ สน ใจ ถ้า นาย จะเสีย ใจ 」
แม้ว่าก าแพงที่สี่จะเตือนผม แต่ผมก็ยังเอื้อมมือออกไปหา
หนวดนั้น
ผมเสียใจอยู่เสมอเกี่ยวกับบางสิ่งในชีวิต อย่างไรก็ตาม ความ
เสียใจของผมในสิ่งที่ผมไม่ได้ท าลงไปก็ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งที่ผมได้ท า
[สกิลเฉพาะตัว ‘ความเข้าใจในการอ่าน’ ถูกเปิดใช้งาน!]
สถานการณ์สุดท้ายของการถ่ายทอดสดดวงดาวนี้คือมหา
สงครามต่อเทพเจ้าภายนอก และผ่านสงครามนั้น เหล่าเทพเจ้า
ภายนอกก็จะหายไปจากโลกนี้
พวกเขาคือสิ่งมีชีวิตในหนทางเอาชีวิตรอดที่ไม่มีการอธิบายลง
รายละเอียด
ผมอยากจะถามพวกเขา ถามว่าพวกเขามาจากไหน
ถามว่าพวกเขาต่อสู้กับการถ่ายทอดสดดวงดาวเพื่ออะไร
ไม่มีแม้แต่ครั้งเดียวในเนื้อเรื่องต้นฉบับที่เทพเจ้าภายนอกจะ
ตอบค าถามเหล่านั้น พวกเขาแค่ค ารามออกมาหรือไม่ก็ทะเลาะ
วิวาทกันจนพูดไม่ได้และต่อสู้กับกลุ่มดาว นั่นคือทั้งหมด
เปรี้ยง…
[‘ก าแพงที่สี่’ ก าลังเตือนคุณ!]
ผมคว้าหนวดของเทพเจ้าภายนอก ราวกับว่ามันก าลัง
ตอบสนองต่อสัมผัสของผม หนวดโอบล้อมรอบมือของผมราว
กับเถาวัลย์
ผู้บันทึกแห่งความหวาดกลัวกล่าวไว้
พวกเขากล่าวว่าเทพเจ้าภายนอกไม่อาจหยั่งรู้และอธิบายได้
พวกเขากล่าวว่าไม่มีใครรู้ว่าพวกเขามาจากไหนหรือตัวตนที่
แท้จริงของพวกเขาคืออะไร
พวกเขาอาจจะพูดถูก การกระท าของผมในตอนนี้ไม่มี
ความหมายเอาซะเลย
พวกเราอาจจะต้องลงเลยด้วยการต่อสู้กันในภายหลังเหมือน
อย่างในเนื้อเรื่องต้นฉบับ และน าพาการท าลายล้างมาสู่ทุกคน
ทันใดนั้นเอง สภาพแวดล้อมของผมก็ดูเหมือนจะถูกปกคลุมไป
ด้วยท่วงท านองช้าๆ ภายใต้แสงอาทิตย์สดใด เหล่าเทพเจ้า
ภายนอกต่างก้มหัวมายังทิศทางของผมทีละคนๆ
[เรื่องราว ‘ผู้เป็นที่รักแห่งสรรพสิ่ง’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน]
ดอกไม้เล็กๆ เริ่มเบ่งบานขึ้นบนเถาวัลย์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยเทพ
เจ้าภายนอก ราวกับว่าพวกเขาก าลังมอบของลับที่ล้ าค่าให้กับ
ผม กลิ่นหอมโชยออกมาจากดอกไม้เหล่านั้น และในไม่ช้าก็
กลายเป็นบทเพลง และหลังจากนั้นมันก็กลายเป็นเรื่องราว
「”หัวหน้า”」
มันเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจ าที่เก่าแก่มาก
「”ยูจงฮยอค”」
ผมฟังเสียงเหล่านั้นราวกับคนผีเข้า พวกมันเป็นเสียงของคนที่
แตกต่างกัน แต่ผมก็สามารถคาดเดาเจ้าของเสียงเหล่านั้นได้แม้
จะปิดตา
ผมคิดถึงเรื่องนี้มาสักพักแล้ว
ถ้านักเขียนลับคือยูจงฮยอคจากเรื่องราวต้นฉบับ และ
เหมือนกับสิ่งที่เขาแสดงให้ผมดู ถ้าเส้นโลกจ านวนนับไม่ถ้วน
ของหนทางเอาชีวิตรอดเกิดขึ้นที่นั่น งั้น…
เรื่องราวที่ล้มเหลวจ านวนนับไม่ถ้วนภายในรอบการเสื่อมถอย
เหล่านั้นจะไปลงเอยที่ไหน?
「”ในชีวิตหน้า ไม่ต้องสงสัยเลย”」
「”แม้ว่านายจะเสื่อมถอยไปอีกกี่ครั้ง ฉันก็จะติดสอยห้อย
ตามนายไปเสมอ หัวหน้า”」
คลื่นแห่งความทรงจ าสาดซัดเข้าหาผมในทันใด
ความทรงจ าเหล่านี้ไม่ได้มีจุดเริ่มต้นที่ชัดเจน และพวกมันก็
ไม่ได้เชื่อมโยงเข้าหากันอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ผมก็
สามารถติดตามพวกมันไปได้ ราวกับว่าผมก าลังเชื่อมต่อกับ
กลุ่มดาวที่ไม่อาจเชื่อมต่อได้เมื่อก่อนหน้านี้
บางทีในโลกนี้อาจจะมีแค่ผมเท่านั้นที่สามารถเชื่อมต่อกับพวก
เขาได้
และในช่วงเวลานั้นผมก็เข้าใจ
ผมเข้าใจว่าเทพเจ้าภายนอกคืออะไร ท าไมยูจงฮยอคจากเนื้อ
เรื่องต้นฉบับถึงต้องกลายเป็นเทพเจ้าภายนอกด้วยความเต็มใจ
…และท าไมเขาถึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกลายเป็น
นักเขียนลับ
เรื่องราวแห่งความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นมาตลอดหมื่นปี แสนปี
หรืออาจจะเป็นล้านปี เรื่องราวที่ถูกทอดทิ้งโดยเส้นโลกและไม่
อาจได้รับการยอมรับว่าเป็น ‘เรื่องราว’ และชิ้นส่วนของ
เรื่องราวที่ได้กลายเป็นจิตส านึกของโลกที่ล่องลอยไปรอบๆ ใน
จักรวาลและครุ่นคิดถึงความทรงจ าเก่าๆ และสุดท้าย เสียง
ของเหล่าผู้ที่ไม่ได้รับการเหลียวแล
[โฮฮฮฮฮฮ…]
กิ่งก้านของเทพเจ้าภายนอกก าลังโอบล้อมรอบๆ ตัวผมราวกับ
มีสวนขยายตัวออกมา ผมไม่อาจละสายตาจากความทรงจ า
เหล่านั้นได้ แม้ว่ามันจะรู้สึกราวกับผมจะสลบไปจากคลื่น
กระแทกของพวกมัน
「”โปรดจ าพวกเราไว้ด้วย”」
ผมคว้าจับเรื่องราวที่ก าลังแหลกสลายไปตามสัมผัสของผมและ
เริ่มสะอื้นออกมา สิ่งเหล่านี้มีค่ามากเกินไป และผมก็รู้สึกถึง
ความโศกเศร้าที่ไม่อาจควบคุมได้ที่ไม่มีใครสามารถจดจ าพวก
มันได้
ผมไม่อาจเข้าใจหรือเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ได้
ทั้งหมดที่ผมสามารถท าได้ทั้งในตอนนั้นและในตอนนี้คือการ
อ่านพวกมันเท่านั้น
เหล่าเทพเจ้าภายนอกเริ่มกรีดร้องออกมาในเวลาเดียวกัน
[เจ้ารู้ เจ้ารู้ เจ้ารู้ เจ้ารู้]
[เจ้าคือใคร เจ้าคือใคร เจ้าคือใคร เจ้าคือใคร]
เถาวัลย์เริ่มโอบล้อมรอบตัวผม ผมได้ยินเสียงสะอื้นของเหล่า
เทพเจ้าภายนอก มันฟังดูเหมือนพวกเขาก าลังมีความสุข หรือ
อาจจะเศร้าใจ
มันเป็นเสียงร้องอันเก่าแก่จากอีกฟากโพ้นจักรวาล
「บอก ว่า อย่า」
เหล่าเทพเจ้าภายนอกกรูกันเข้ามาหาผม และในไม่ช้าก็
กลายเป็นป่าทึบที่มีเถาวัลย์งอกออกมาเรื่อยๆ จนท าให้ผมแทบ
จะส าลักราวกับว่ามันจะกลืนกินผมไปทั้งหมด ราวกับว่าพวก
เขาต้องการจะยอมรับผมเป็นหนึ่งในพวกเขา ราวกับว่าพวก
เขาต้องการให้ผมเข้าร่วมกับพวกเขาและอยู่กับพวกเขาไป
ตลอด
ผมพยายามฟื้นสติและดิ้นรนออกไปจากที่นี่ในขณะที่ผลัก
เถาวัลย์ออกไป น่าเสียดาย ยิ่งผมท าแบบนั้นมากเท่าไร มันก็ยิ่ง
รัดแน่นมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
[อย่าไป]
[ท าไม]
ผมไม่อาจถูกกลืนกินที่นี่ได้
ผมไม่อาจสลบไปได้
[ไปไม่ได้]
แต่ก่อนที่ผมจะทันได้ชักศรัทธาไม่แตกสลายออกมา แขนทั้ง
สองข้างของผมก็ถูกผนึกไว้ ในขณะที่ผมก าลังถูกลากลงไปสู่
เถาวัลย์อันมืดมิด ล าแสงเจิดจ้าสายหนึ่งก็แยกพวกมันออกจาก
กัน
มันคือดาบเขย่านภาจิ๋วที่สามารถมองเห็นได้ภายใต้แสงตะวัน
อันเลือนรางนั้น ผมเงยหน้าขึ้นและพบยูจงฮยอคจิ๋วหมายเลข
999 ก าลังจ้องมาที่ผม
“ไอ้บ้าเอ้ย นายท าอะไรลงไป?”
(จบตอน)