มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 431 – เทพเจ้าภายนอก (1)
กลุ่มดาวที่ก าลังพุ่งเข้ามาสะดุ้งหลังจากที่เห็นชื่อตอนลอยอยู่ใน
อากาศ
“…เกิดอะไรขึ้นกับตอนนี้? เขาไม่ได้ซ่อนพลังของเขา? อะไร?”
“ช่างเถอะ ฆ่าเขาซะ!”
ผมถอนหายใจออกมาอย่างสง่าผ่าเผยในขณะที่มองไปยังอาวุธ
ของเหล่าวายร้าย
…ยัยฮันซูยองบ้านั่น
ผมเริ่มสงสัยขึ้นมาแล้วว่านี่เป็นสิ่งที่ตัวละครทุกคนรู้สึกอยู่
ภายใน
ตัวละครที่ต้องยึดตามเนื้อเรื่องที่ผู้เขียนสร้างขึ้น และไม่มี
ทางเลือกอื่นนอกจากต้องเอาชนะอุปสรรคตรงหน้า ยูจงฮยอค
ได้เอาชนะความยากล าบากเช่นนี้มานับหมื่นๆ ปี
ถ้าผมมีข้อได้เปรียบเขาสักข้อ งั้นก็คงจะเป็นผมที่รู้จักคนเขียน
เรื่องราวนี้
ชิ้ง!
ออร่าดาบสองสายฉีกผ่านตรงหน้าของผม ผมหลบการโจมตี
นั้นได้อย่างง่ายดายด้วยฝีเท้าอันเบาหวิวและคิดกับตัวเอง
ก่อนหน้านี้ผมเคยคุยกับฮันซูยองถึงบางสิ่ง
โลกนี้มีนักเขียนสองประเภท หนึ่ง นักเขียนที่ขยันและวางแผน
ทุกอย่างไว้ล่วงหน้า และอีกหนึ่ง นักเขียนสาวสวยอัจฉริยะที่
ไว้ใจความรู้สึกตัวเองและไม่ต้องพึ่งพาการวางแผนไว้ล่วงหน้า
– โอ้ แล้วเธอเป็นแบบไหนกัน?
– เฮ้ ไอ้งั่ง นายถามฉันเพราะนายไม่รู้จริงๆ เหรอ?
– งั้นนักเขียนอัจฉริยะนั่นก็คือเธอเหรอ?
[ผู้ตัดสิน ‘ราชาวานรสุดหล่อ’ เตรียมเบียร์ไว้แล้ว]
[ผู้ตัดสิน ‘คนท าความสะอาดคอกอาชาสวรรค์’ เตรียม
กาแฟดิปไว้แล้ว]
งั้นเธอก็ต้องการที่จะปรามาสผมไปนิดหน่อยเพื่อสนองต่อ
รสนิยมของผู้อ่านหลักสินะ? ผมจ้องมองท้องฟ้าและพึมพ า
ออกมา”เฮ้ ฟังนะ เธอรู้ไหมว่านี่คือการแลกเปลี่ยน?”
[เจ้าของสถานการณ์เอียงศีรษะของเธอหลังจากได้ยินค าพูด
ของคุณ]
แม้ว่านั่นจะเป็นปฏิกิริยาของเธอ แต่ฮันซูยองก็ควรที่จะ
ตระหนักได้ว่าผมก าลังพูดถึงอะไร ในระหว่างนี้เอง กลุ่มดาวก็
ได้ล้อมผมไว้
“นายขึ้นรถบัสมาไกลถึงขนาดนี้แล้ว ดังนั้นมันก็ได้เวลาที่นาย
ต้องลงไปแล้ว”
ลง… ไอ้พวกโง่นี่ไปหัดพูดแบบนี้มาจากไหน? “พวกเราคงต้อง
มาดูกันว่าใครที่จะได้เป็นคนลงก่อนนะ?”
ผมไม่อาจเปิดใช้งานการปล่อยกระแสไฟฟ้าและวิถีแห่งสายลม
ได้ ไม่ใช่แค่นั้น ผมยังไม่อาจใช้งานศรัทธาไม่แตกสลายได้ด้วย
ถึงอย่างไรก็ตาม มันก็คงจะเป็นปัญหาได้ถ้าปล่อยให้คนอื่นรู้ว่า
ผมคือคิมทกจา ถึงกระนั้นมันก็ไม่จ าเป็นต้องใช้อะไรแบบนั้น
เพื่อจัดการกับพวกตัวประกอบพวกนี้
เปรี้ยง…
เพราะผมไม่ใช่ใครอื่นนอกจากซุนหงอคง
[ผู้ตัดสิน ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ผงกหัวของเขา]
[คุณได้รับอนุญาตให้ใช้อักขระส่วนหนึ่งของ ‘นักโทษรัดเกล้า
ทองค า’]
ถ้าผมเป็นกลุ่มดาวทั่วๆ ไป การรับมือกับอักขระแบบนี้คงจะ
หนักหนามาก อย่างไรก็ตาม ผมก็เป็นกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่า
และมีมหาเรื่องราวที่แตกต่างกันถึงสามอัน
ฮูมมมมม!
คราวนี้ เสียงธรรมชาติไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากปากของใครบางคน
แต่เป็นจากสายฟ้าจริงๆ ที่ผ่าลงมาจากท้องฟ้า ในขณะที่
สายฟ้าเปล่งประกายขึ้นในอากาศ ผมก็ดึงผมออกมาก าหนึ่ง
และเป่าพวกมันขึ้นไปในอากาศ
[อักขระ ‘เวทมนตร์ร่างแยก’ ถูกเปิดใช้งาน!]
เคล็ดวิชาร่างแยก
พูดง่ายๆ มันก็คือสกิลอวตารในเวอร์ชั่นของซุนหงอคง
“น-นี่มันอะไรกัน?!”
“อ๊ากกก!”
ร่างแยกของซุนหงอคงแยกกันไปในพริบตาและเริ่มกระหน่ า
โจมตีศัตรู ทันใดนั้นเอง ค าบรรยายที่เป็นฟองสีด าก็ลอยขึ้น
เหนือหัวของร่างแยกที่ก าลังพุ่งไปข้างหน้า
(“ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น”)
(“ไม่ได้ซ่อน!”)
(“พลังของเขา!”)
ดูเหมือนว่าเธอจะลืมไปชั่วขณะว่าเธอเป็นผู้บรรยาย
เปรี้ยงงง…
ผมแค่ยืมพลังมาแค่สกิลเดียว แต่สภาพร่างกายของผมก็แย่ลง
อย่างเห็นได้ชัด มันเลวร้ายลงเพราะความจริงที่ว่าผมบาดเจ็บ
หนักอยู่แล้ว
…บัดซบเอ้ย ท าไมยูจงฮยอคถึงยังไม่ออกมาจากหมอกนั่นอีก?
[การฟื้นตัวของร่างอวตารของคุณล่าช้าลง!]
[สภาพร่างอวตารของคุณแย่ลง!]
ผมจ้องมองไปยังภายในหมอกและแสร้งท าเป็นไม่สนใจ ซุน
หงอคงที่เกษียณแล้วจ าเป็นต้องดูแข็งแกร่ง ไม่มีค าถามให้ถาม
และผมก็ต้องไม่เผยไต๋ทั้งหมดไม่ว่าจะยังไง
「คิมทกจาคิดกับตัวเอง ‘ฉันคือยูจงฮยอค’」
ผมเม้มปากและท าหน้าให้คล้ายกับคนที่เจ๋งที่สุดที่ผมรู้จัก
“บ้าเอ้ย… พวกเราถอย!”
ดูเหมือนว่าการแสดงของผมจะได้ผลในขณะที่กลุ่มดาวเริ่มถอย
ไปจากภัยคุกคามแก่ชีวิตของพวกเขา
[ผู้เล่นจ านวนมากก าลังออกจากสถานการณ์!]
ในพริบตา สิ่งเดียวที่เหลืออยู่รอบตัวผมก็คือเปลือกอันว่าง
เปล่าที่กลุ่มดาวได้ทิ้งไว้
“เอ๊ะ เอ๊ะ…”
อย่างไรก็ตาม แม้แต่เปลือกเหล่านี้ก็มีอัตตา พวกมันคือ
สิ่งมีชีวิตที่รับหน้าที่เป็นสัตว์ปีศาจตัวประกอบในโลกนี้
ทันใดนั้นหัวใจของผมก็เริ่มเต้นด้วยจังหวะที่ผิดปกติ
[ความโกลาหลหมุนวนอยู่ในใจของคุณ]
[อัตราการแปลงร่างสู่เทพเจ้าภายนอกเร่งความเร็วขึ้น]
[อักขระ ‘เนตรทองค าคะนอง Lv.???’ ถูกบังคับเปิดใช้งาน!]
ในขณะที่สายตาของผมลุกโชนด้วยแสงสีแดงเข้ม เหล่าสัตว์
ปีศาจที่ทรุดตัวลงก็เปิดเผยร่างจริงของมันออกมา
[นี่มันที่ไหน นี่มันที่ไหน นี่มันที่ไหน]
[อ่า อ่า อ่า อ่า อ่า อ่า]
[อีกแล้ว อีกแล้ว อีกแล้ว อีกแล้ว อีกแล้ว]
เหล่าสัตว์ปีศาจแสดงความทุกข์ทรมานออกมาพ้รอมกับหัวที่
กดลงกับพื้น มันไม่ยากเลยที่จะเข้าใจว่าท าไม ผมได้เห็น
สิ่งมีชีวิตที่คล้ายกันนี้บนเกาะแห่งการกลับชาติมาเกิดแล้ว
พวกมันคือสิ่งมีชีวิตที่ถูกรวบรวมมาเพื่อเติมเต็มความเป็นไปได้
ที่ขาดหายไปในห้องเรื่องราวนี้ เหล่าผู้ถูกสาปให้ต้องกลายเป็น
ตัวประกอบของเรื่องราวอื่นๆ ไปตลอดกาล
ปัญหาคือตรงนี้ ตัวตนที่แท้จริงของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นคืออะไร?
[พลังแห่งความโกลาหลบิดตัวไปมาภายในหัวใจของคุณ!]
ความเจ็บปวดเอ่อล้นขึ้นมาในหน้าอกของผมราวกับว่าจะ
อาเจียนออกมา
ผมเดินโซเซอย่างไม่มั่นคงและเดินเข้าหาหนึ่งในสัตว์ปีศาจ เมื่อ
มือของผมสัมผัสกับร่างอันลื่นมือของมัน รูปลักษณ์ของมันก็
เปลี่ยนไป
กลายเป็นมอนสเตอร์ที่คล้ายกับปลาหมึก
หน้าของหนทางเอาชีวิตรอดพลิกเปิดขึ้นในหัวของผม
「เนบิวลาบางแห่งจงใจเลี้ยงดูผิวหนังที่ถูกทิ้งร้างของ
‘สิ่งมีชีวิตบรรพกาล’ ระดับต่ า」
「พวกเขาใช้สิ่งเหล่านั้นเป็นเครื่องเซ่นสังเวยเพื่อเติมเต็ม
ความเป็นไปได้ที่จ าเป็นของสถานการณ์」
หัวใจของผมเต้นดังขึ้นกว่าเดิม แน่นอน ประโยคดังกล่าวได้
ปรากฏขึ้นในหนทางเอาชีวิตรอด อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่มีการ
เปิดเผยว่าเนบิวลาไหนที่ท าจนถึงตอนจบ…
หรือว่ามันจะเป็นจักรพรรดิ?
[ผู้แสวงบุญ หยุดก่อน!]
ผมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า และแน่นอน หนึ่งในกลุ่มดาวที่ดูแล
โลกสวรรค์ก าลังจุติลงมา ผมไม่แน่ใจในชื่อของเขา เนื่องจาก
มันมีกลุ่มดาวนับร้อยที่มีชื่อคล้ายกันในจักรพรรดิ
[สัตว์ปีศาจเหล่านั้นเป็นสัตว์ที่เคยบ่มเพาะบนตีนเขาหย่งฉี!
อย่างไรก็ตาม พวกมันได้แอบขโมยดื่มน้ ามันศักดิ์สิทธิ์จากมหา
อารามเล่ยหยินที่พุทธองค์พ านักอยู่และกลายเป็นสัตว์ปีศาจ
โปรดแสดงความเมตตาแก่พวกมันและให้อภัยในบาปของพวก
มัน และส่งพวกมัน…]
หลังจากทราบความจริงนี้ ในที่สุดผมก็เข้าใจว่าท าไมคนของ
จักรพรรดิถึงอยากจะเอาสัตว์ปีศาจพวกนี้กลับไป จากมุมมอง
ของพวกเขา สิ่งมีชีวิตเหล่านี้คงจะเป็นเหมือนทรัพยากรของ
พวกเขา
ทรัพยากรที่ต้องมีเพื่อด าเนินการสถานการณ์
[ผู้ตัดสินส่วนหนึ่งพอใจกับภาพสะท้อนของงานต้นฉบับ]
[ได้รับคะแนนเพิ่ม 5 คะแนน]
[ผู้ตัดสิน ‘ราชาวานรสุดหล่อ’ ก าลังหาวด้วยความเบื่อหน่าย]
สัตว์ปีศาจที่พ่ายแพ้จะไม่ตายและกลับไปเป็นสมบัติของเหล่า
เทพ การพัฒนาดังกล่าว ไม่ต้องสงสัยเลย มันสะท้อนให้เห็นถึง
สิ่งที่เกิดขึ้นในนิยายต้นฉบับว่าไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงในช่วง
หลายพันปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ถ้านั่นเป็นเหตุการณ์ที่ถูกต้องและกฎที่ถูกต้อง
ของบันทึกการเดินทางสู่ตะวันตกแล้วล่ะก็…
[ข้าคือใคร ข้าคือใคร ข้าคือใคร ข้าคือใคร]
…งั้นมันจะมีความหมายอะไรต่อชีวิตของสัตว์ปีศาจเหล่านี้?
[ผู้ตัดสิน ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ก าลังมองมาที่คุณด้วยความ
งุนงง]
เมื่อผมไม่ได้พูดอะไรสักพัก โพธิสัตว์หลิงจี๋ก็เปิดปากขึ้นอีกครั้ง
[หืม หืม ถ้าอย่างนั้น… มันก็ไม่เป็นไรใช่ไหมที่ข้าจะพาตัวสัตว์
ปีศาจเหล่านี้ไป?]
ในที่สุด ค าบรรยายก็ตัดสินใจก้าวออกมาก่อน
(ซุนหงอคงพยักหน้าให้กับโพธิสัตว์หลิงจี๋…)
“ฉันปล่อยให้นายท าอย่างนั้นไม่ได้”
(…และกล่าวว่าเขาไม่อนุญาตให้ท าเช่นนั้น)
ผมสัมผัสได้ถึงสายตาแห่งความโกรธจากเจ้าของสถานการณ์ที่
จู่โจมลงมาจากท้องฟ้า มันเป็นการจ้องมองเชิงต าหนิที่ดูราว
กับจะถามผมว่าผมก าลังคิดอะไรอยู่ที่ตอบออกไปแบบนั้น
ดูเหมือนว่าโพธิสัตว์หลิงจี๋ตกตะลึงมากพอๆ กับเธอ […เจ้าว่า
อะไรนะ?]
“ไม่ว่ายังไง พวกนายก็จะไม่ดูแลพวกมันอย่างเหมาะสม”
[จ-เจ้าก าลังพูดเรื่องอะไร?]
“นายแค่เพียงระดมสัตว์ปีศาจเหล่านี้มาเป็นตัวประกอบในห้อง
เรื่องราวอื่นๆ”
[ผู้ตัดสิน ‘ราชาวานรสุดหล่อ’ ก าลังมองมาที่คุณด้วยสายตา
ทึ่งๆ]
[ผู้ตัดสิน ‘คนท าความสะอาดคอกอาชาสวรรค์’ ปิดหนังสือที่
เขาอ่านและมองมาที่คุณ]
[ผู้ตัดสิน ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ก าลังให้ความสนใจกับ
ค าพูดของคุณ]
โพธิสัตว์หลิงจี๋ที่ก าลังตื่นตระหนกหัวเราะออกมาเสียงดัง [พวก
มันไม่มีอะไรมากไปกว่าสัตว์ปีศาจ เจ้าก าลังไล่ตามเป้าหมายที่
ยิ่งใหญ่กว่าในการเดินทางนี้ ดังนั้นท าไมเจ้าต้องมาใส่ใจใน
โชคชะตาของสิ่งมีชีวิตที่ไร้ค่าพวกนี้ด้วย?]
“พวกเขาคือคนที่แบกรับสถานการณ์ไว้เหมือนกัน นายน่าจะ
ไล่ตามค าสอนของพุทธองค์หรือไม่ก็หารือเกี่ยวกับความหมาย
ที่แท้จริงของจักรวาลและอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง ดังนั้นท าไม
นายถึงไม่สนใจใยดีในชีวิตของคนที่ไม่ใช่มนุษย์ซะล่ะ?”
ในขณะที่พูดค าเหล่านี้ออกมา ผมก็เริ่มคิดถึงฮันซูยอง เธอ
วางแผน ‘บทสรุป’ ของสถานการณ์นี้ไว้รึยัง?
[ผู้ชมหลายคนรู้สึกทึ่งกับการโต้แย้งของคุณ]
เฉกเช่นสิ่งที่ฮันซูยองได้พูดไว้ก่อนหน้านี้ เธอคือนักเขียน
อัจฉริยะที่พึ่งพาความรู้สึกในแต่ละช่วงเวลาเพื่อสร้างเรื่องราว
ในภาพรวม แต่นั่นก็หมายความว่าเธอก็ต้องเจอกับบททดสอบ
ต่างๆ อยู่เสมอ
[เจ้าของสถานการณ์ก าลังรอการประกาศครั้งต่อไปของคุณ]
เธอน่าจะต้องมีส่วนร่วมในสถานการณ์นี้อย่างเร่งรีบและไม่ได้มี
เวลาเตรียมตัวนัก
อันที่จริงแล้วมันก็ยากมากอยู่แล้วที่จะสร้างเส้นเรื่องที่ปลุกเร้า
ผู้ชมได้อยู่ตลอดเวลา
แต่ถ้าผมช่วยเธอในภารกิจนี้ล่ะ?
ผมลุกขึ้นอย่างช้าๆ ในขณะที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเหล่าสัตว์
ปีศาจ และเพิ่มระดับเสียงขึ้น “ฉันจะพาพวกมันไปกับฉัน”
ในขณะที่การแสดงออกของโพธิสัตว์หลิงจี๋เต็มไปด้วยความ
ประหลาดใจ ผมก็สามารถเห็นเหล่าสัตว์ปีศาจตกอยู่ในความ
สับสนไปด้วย
มันมีบางสิ่งที่สามารถมองเห็นได้จากมุมมองของนักเขียนหรือ
นักอ่านเท่านั้น และบางสิ่งที่สามารถเข้าใจได้ด้วยการเป็นตัว
ละครหลักเท่านั้น
[ผู้ตัดสิน ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ชอบความไม่เต็มใจที่จะ
ยอมรับความพ่ายแพ้ของคุณ]
[ผู้ตัดสิน ‘คนดูแลคอกอาชาสวรรค์’ ชอบความไม่เต็มใจที่จะ
ยอมรับความพ่ายแพ้ของคุณ]
[ผู้ตัดสิน ‘ราชาวานรสุดหล่อ’ ชอบความไม่เต็มใจที่จะยอมรับ
ความพ่ายแพ้ของคุณ]
[ได้รับคะแนนเพิ่ม 150 คะแนน!]
[ธีมของห้องเรื่องราวที่เกี่ยวข้องเริ่มเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่าง
มาก!]
เหล่าสัตว์ปีศาจก าลังเงยหน้าขึ้นมองผม
[ความเป็นไปได้ของ ‘มหาเรื่องราว’ ใหม่ก าลังงอกเงยขึ้น!]
[ส่วนแบ่งส าหรับ ‘เทพเจ้าภายนอก’ ถูกสร้างขึ้นส าหรับ ‘มหา
เรื่องราว’ ใหม่!]
…ตามที่คาดไว้ อย่างไรก็ตาม ข้อความก็ไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น
[ข้อตกลงกับราชาเวนนี่ก าลังเปิดใช้งาน!]
[เพื่อที่จะบรรลุข้อตกลง คุณจ าเป็นต้องเพิ่มส่วนแบ่งของเทพ
เจ้าภายนอกส าหรับเรื่องราวที่เกี่ยวข้องให้มากกว่า 30%]
[ปัจจุบัน ส่วนแบ่งของ ‘เทพเจ้าภายนอก’ ส าหรับสถานการณ์
ที่เกี่ยวข้องคือ 0.0003%]
…0.0003%???
ในขณะที่ผมเริ่มหมดหวังกับสัดส่วนบ้าๆ นั่น โพธิสัตว์หลิงจี๋ก็
เริ่มตะโกนออกมาอีกครั้ง [เจ้าโง่! เจ้าช่างหยิ่งผยองเหลือเกิน!
เจ้าคิดว่าเจ้าคือผู้แสวงบุญที่แท้จริงงั้นเหรอ??]
โพธิสัตว์ผู้นี้น่าจะลืมบทบาทของเขาไปชั่วขณะ เพราะเขาเริ่ม
สาดสถานะอันทรงพลังเข้าใส่ผม เพราะผมเพิ่งรับมือกับความ
เป็นไปได้ของซุนหงอคงเสร็จ ดังนั้นผมจึงไม่มีพลังงานพอที่จะ
ต่อต้านมันอีก
แต่ก่อนที่คลื่นสถานะนั้นจะทันได้พุ่งเข้าใส่ผม…
“เฮ้ นายน่ะ นายรู้ไหมว่านายพูดเหมือนกับคุณลุงทกจาเลย?”
…พร้อมกับเสียงนั้น สายฟ้าได้แยกออกจากกันในอากาศ
ผมมองไปรอบๆ และเห็นว่าหมอกหนาได้หายไปแล้ว สหาย
ของผมก าลังขยับเข้ามาหาผมจากระยะไกล และจากนั้น ยูจงฮ
ยอคก็มายืนอยู่ตรงหน้าของผมราวกับว่าจะปกป้องผม เขาจ้อง
มองท้องฟ้า และชี้ดาบปีศาจทมิฬไปยังคู่ต่อสู้
“ฉันจะไม่พูดซ้ าสอง ไสหัวไปซะ”
[อ-ไอ้สารเลว… การดูถูกครั้งนี้ ข้าจะ…]
โพธิสัตว์หลิงจี๋หนีไปด้วยความหวาดกลัวและหายตัวไปอย่าง
รวดเร็ว เหลือทิ้งไว้เพียงยูจงฮยอคที่ก าลังมองมาที่ผมด้วยสี
หน้าเย็นยะเยือก ดาบปีศาจทมิฬของเขาก าลังชี้มาที่ผมอยู่
“ไม่ใช่ว่าฉันบอกจะฆ่านายถ้านายไม่อยู่เฉยๆ เหรอ?”
“เอ่อ… ขอโทษที”
“ฉันจัดการราชาปีศาจสายลมเหลืองแล้ว”
“…ยินดีด้วยนะ”
ผมเริ่มช่วยสัตว์ปีศาจที่ยังทรุดตัวอยู่บนพื้น
[เจ้าเป็นใคร เจ้าเป็นใคร เจ้าเป็นใคร]
พวกมันจ้องมาที่ผมด้วยความหวาดกลัว แต่ในที่สุดก็เข้ามา
ใกล้ๆ และดมมือของผม อย่างไรก็ตาม พวกมันก็ยังรีบหนีไป
อย่างเร่งรีบ มันเหมือนกับลูกสุนัขที่ถูกทิ้ง พวกมันซ่อนตัวอยู่
หลังต้นไม้ที่อยู่ไกลออกไปและเริ่มแอบมองมาทางผมจากจุดที่
ซ่อนตัวอยู่
[สัตว์ปีศาจที่ถูกทอดทิ้งส่วนหนึ่งก าลังติดตามคุณ]
ยูจงฮยอคพูดกับผม “นายรู้ว่านี่เป็นการกระท าที่ไร้ความหมาย
ใช่ไหม?”
“…”
“เนบิวลาจักรพรรดิจะเอาพวกมันกลับไปเมื่อห้องเรื่องราวนี้จบ
ลง”
“ฉันรู้แล้ว”
“เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับพวกมันนับพันครั้ง ความเมตตาของ
นายไม่มีความหมายอะไรกับพวกมันเลย”
“เรื่องนั้นฉันก็รู้”
“พวกมันจะต้องแสดงบทบาทเดิมในสถานการณ์เดิมอีกใน
อนาคต และลืมทุกอย่างเกี่ยวกับนายไป พวกมันจะไม่สามารถ
จ าอะไรเกี่ยวกับนายได้เลย”
“ท าสิ่งที่ไม่อาจจ าได้…” ผมจ้องตรงไปยังยูจงฮยอคและตอบ”
และยังต้องลืมเกี่ยวกับความโศกเศร้าของพวกมันไปด้วย
เหรอ?”
ดวงตาของเขาที่ก าลังจ้องกลับมาที่ผมสั่นไหวอย่างรุนแรง ผม
ยังคงนิ่งเฉยในขณะที่เขาสั่นอยู่ มันเป็นเพราะพวกเราได้มาถึง
สถานการณ์ที่ 94 แล้วเหรอ? ตอนนี้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วย
แผลเป็นเล็กๆ แล้ว
“นาย…”
ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไรออกมา เด็กๆ ก็มาถึงแล้ว เมื่อผม
มองดูใกล้ๆ สหายของพวกเราก็เพิ่มมาอีกหนึ่งคนแล้ว
“ตามที่คาดไว้จาก… ไม่สิ นายถือเป็นพี่ชายใช่ไหม? ไม่ว่ายังไง
นายก็เจ๋งมาก! เคล็ดวิชาก่อนหน้านี้มันอะไรกัน? โปรดสอนฉัน
ด้วย!”
เสียงที่กระฉับกระเฉงของเธอท าให้ผมปวดใจก่อนที่ผมจะทันได้
สังเกตเห็น
อ่า เข้าใจแล้ว งั้นเธอก็คือ ‘ซัวเจ๋ง’ ของพวกเราสินะ
[‘ผู้เล่น 2’ ได้เข้าร่วมกลุ่มแล้ว!]
“สวัสดี~ ซุนหงอคง เฮ้ นายรู้จักวิธีพูดมั้ยเนี่ย?”
ลีจีฮเยสวมเสื้อยืดที่มีผีเสื้อตัวใหญ่พิมพ์ไว้บนนั้นและเคี้ยว
หมากฝรั่งอยู่ เธอตบไหล่ผมเบาๆ และเอื้อมมือออกมาหาผม
(และดังนั้น ในที่สุดนักแสดงหลักทั้งหมดของบันทึกการ
เดินทางสู่ตะวันตกก็ได้มารวมตัวกัน)
ผมยิ้มออกมาเบาๆ และยื่นมือออกไปหาเธอ แต่จากนั้น
ร่างกายของผมก็ทรุดตัวลงในทันใดราวกับว่าพื้นดินใต้ฝ่าเท้า
ของผมหายไป
“หืม? เกิดอะไรขึ้นกับเขา?”
ลีจีฮเยรีบมาประคองผมที่ทรุดตัวลงไป ในขณะที่ร่องรอยกลิ่น
อายปีศาจอันเลือนรางรั่วไหลออกไปจากร่างกายของผม
สายตาของผมก็ค่อยๆ หรี่ลงอย่างรวดเร็ว
[ร่างอวตารของคุณได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก!]
[อัตราการกลายร่างสู่เทพเจ้าภายนอกเร่งความเร็วขึ้น!]
[อัตราการกลายร่างสู่เทพเจ้าภายนอก: 71%]
ดูเหมือนว่าการเดินทางที่เต็มไปด้วยความสุขของผมจะเหลือ
อีกไม่กี่วันแล้ว
*
「”ฉันจะพาพวกมันไปกับฉัน”」
ฮันซูยองได้ยินค าพูดเหล่านี้ดังออกมาจากหน้าจอ และ
ขากรรไกรของเธอก็เปิดอ้าออก ลูกอมมะนาวของเธอกลิ้งตกลง
มาบนพื้น
ลีซูคยองที่อยู่ใกล้ๆ รีบขยับเข้ามาด้วยความสงสัยและถาม
“เกิดอะไรขึ้น?”
ฮันซูยองยังคงงงงัน แต่ในที่สุดริมฝีปากของเธอก็เริ่มสั่นขึ้นและ
ลงเล็กน้อย “ม-ไม่ เดี๋ยว หมอนั่น…”
เธอดูลิสต์ตัวละครบนหน้าจอโฮโลแกรม
[ผู้เล่น 1, ‘ยูจงฮยอค’ ก าลังเล่นบท ‘ตือโป๊ยก่าย’]
[ผู้เล่น 2, ‘ลีจีฮเย’ ก าลังเล่นบท ‘ซัวเจ๋ง’]
[ผู้เล่น 3, ‘ลีกิลยัง’ ก าลังเล่นบท ‘ถังซัมจั๋ง’]
…
……….
[ผู้เล่น 8, ‘ผู้เฝ้ามองแห่งแสงสว่างและความมืด’ ก าลังเล่นบท
‘ซุนหงอคง’]
เธอจ้องดูลิสต์นั้นอยู่นาน และจากนั้นก็ขยี้ตาพร้อมกับเอียง
ศีรษะของเธอกลับไปข้างหลังในทันใด
มันผ่านไปนานขนาดไหนแล้วนะ?
ฮันซูยองส่งเสียงออกมาทางจมูก ‘ฮ้าาา’ และเริ่มหัวเราะ
ออกมา
ลีซูคยองถามเธอด้วยความระมัดระวังอีกครั้ง “…ตอนนี้เธอคือ
มังกรเพลิงทมิฬใช่ไหม?”
“ไม่ ไม่ ฉันคือฮันซูยอง ฮันซูยองคนโง่”
ฮันซูยองลืมตาขึ้น แก้มของเธอแดงขึ้นเล็กน้อย
ข้อความโฮโลกราฟฟิกเริ่มโผล่ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
[ค าประกาศของบุคคลที่เกี่ยวข้องได้รับการต้อนรับจากผู้ชม
จ านวนมาก]
[ผู้ตัดสินส่วนหนึ่งมอบคะแนนเพิ่มเต็มให้กับ ‘การหักมุมซ้ าๆ’]
[การจัดอันดับปัจจุบันของห้องเรื่องราวคือ 25]
“ไอ้คนอวดดี ใครขอความช่วยเหลือจากนายกัน”
ด้วยเหตุผลบางอย่าง ปลายนิ้วของเธอที่กดลงบนแผงควบคุมดู
จะร่าเริงขึ้นกว่าเดิม
“การเป็นหมายเลขหนึ่งคือสิ่งที่ฉันท าได้ดีที่สุด ไอ้งั่งเอ้ย”
(จบตอน)