มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 432 – เทพเจ้าภายนอก (2)
ความขมที่คล้ายกับน ้าซุปที่ต้มจากโสมแดงได้แพร่กระจายอยู่
ภายในปากของผม ผมลงเอยด้วยการตบริมฝีปากของผมโดย
ไม่รู้ตัว ท้าให้เสียงที่คุ้นเคยดังขึ นในหูของผม
“หืม? ดูเหมือนจะได้ผลนะ ใส่นี่เข้าไปอีก”
มันมีคนเปิดเปลือกตาของผมขึ นและหยดของเหลวที่คล้ายกับ
ยาหยอดตาลงไปในลูกตาของผม ส่งผลให้ความรู้สึกเย็นวาบ
แพร่ออกไปและช่วยได้ผมได้สติกลับมาในพริบตา
[เนื่องจากน ้าอมฤตชนิดใหม่ การฟื้นฟูร่างอวตารของคุณจะเร่ง
ความเร็วขึ น]
สายตาของผมฟื้นกลับคืนมา และผมก็พบว่าตัวเองก้าลังนอน
อยู่บนม้า อาชามังกรขาว – มังกรคิเมร่าร้องออกมาด้วยความ
ไม่พอใจและเหลือบมองผม
“โอ้ เขาตื่นแล้ว!”
ผมเห็นใบหน้าของลีกิลยังและชินยูซองที่เต็มไปด้วยความ
กังวลเริ่มสดใสขึ นมา ลีจีฮเยที่เปิดเปลือกตาของผมขึ นก็ก้าลัง
ยิ มออกมาเช่นกัน
“เฮ้ พวกเราจะท้ายังไงกับนายดีในเมื่อนายอ่อนแอเกินกว่าที่จะ
ขึ นรถบัสได้?”
“หืม หืม นายต้องรับใช้อาจารย์ของนาย ดังนั นมันจึงไม่ดีเอา
ซะเลยที่นายจะอ่อนแอแบบนี รู้ไหม?”
เด็กชายวางมือไว้ที่เอวของเขาและแกล้งกระแอมออกมา ผม
ยิ มอย่างขมขื่นและพยายามพยุงร่างกายขึ น และชินยูซองก็ให้
ผมยืมมือ
“นายโอเคนะ? จู่ๆ นายก็หมดสติไป…”
“ฉันรู้สึกดีขึ นแล้ว ขอบคุณทุกคนนะ ยังไงก็เถอะ น ้าอมฤต
นั่น…”
ผมมองดูน ้าอมฤตที่เหลืออยู่รอบๆ ตัว มันมีหลายอันที่ดูไม่
คุ้นเคย แต่ก็มีอันหนึ่งที่ผมจ้าได้
มันเป็นยาหยอดตาที่ถูกบรรจุอยู่ในขวดสีแดงซึ่งมีชื่อว่า ‘โลหิต
เก้าผลไม้สามบุปผา’ และเป็นหนึ่งในสมบัติที่พบได้ภายใน
บันทึกการเดินทางสู่ตะวันตกซึ่งสามารถได้รับมาโดยการ
เอาชนะราชาปีศาจสายลมเหลือง
ผมค่อนข้างสับสนและถามเด็กๆ “…พวกนายใช้สิ่งนั นกับฉัน
เหรอ?”
ชั่วขณะหนึ่ง ผมคิดว่าผมสามารถเห็นใบหน้าของยูซานอาทาบ
อยู่บนรอยยิ มอันสดใสของชินยูซองได้
‘โลหิตเก้าผลไม้สามบุปผา’ เพียงแค่หยดมันลงไปบนดวงตา
มันก็สามารถฟื้นฟูพลังงานในร่างและขยายขอบเขตของ
สายตาได้
[ผู้ตัดสินส่วนหนึ่งพอใจกับความพยายามในการสะท้อนงาน
ดั งเดิมครั งนี !]
[ได้รับคะแนนเพิ่ม 10 คะแนน!]
อันที่จริง ซุนหงอคงก็ลงเอยด้วยการใช้โลหิตเก้าผลไม้สามบุป
ผาในเส้นเรื่องต้นฉบับเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม… เมื่อมาคิดว่า
พวกเขาเต็มใจที่จะใช้ไอเท็มนี กับผมทั งที่พวกเขาสามารถเก็บ
ไว้ใช้เองได้ ผมจึงรู้สึกผิดเกี่ยวกับเรื่องนี ด้วยเหตุผลบางอย่าง
ผมรู้สึกว่าข้อมือขวาของผมชา ดังนั นผมจึงมองลงไปดู จากนั น
สิ่งที่น่ากลัวจึงบังเกิดขึ น
“นายอ่อนแอเหมือนกับไอ้บ้านั่นเลย มันเกิดอะไรขึ นกับร่าง
อวตารของนาย?”
ยูจงฮยอคจับข้อมือขวาของผมไว้อย่างแรงจนมันบวมออกมา
เหมือนลูกโป่งในขณะที่เขาสัมผัสชีพจรของผม ในตอนนี เมื่อ
ผมมาคิดถึงมัน หมอนี่ก็มีสกิลรักษาที่ดีที่สุดรองลงมาจาก
ลีซอลฮวาในกลุ่มของพวกเรา
เขาท้าหน้าบึ งตึงในขณะที่เขาดูสภาพของผมต่อ “ไม่มีเส้น
เลือดสักเส้นในอวัยวะภายในของนายที่ไม่เสียหาย มันเป็น
ปาฏิหาริย์จริงๆ ที่นายเข้าร่วมในสถานการณ์นี ได้”
“…งั นเหรอ”
“มันหาได้ยากจริงๆ ที่ได้เห็นกลุ่มดาวอยู่ในสภาพแบบนี นาย
ก้าลังถูกไล่ล่าอยู่เหรอ?”
ผมมองไปที่เขาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
มันไม่มีทางที่เขาจะถามผมด้วยความกังวลแบบนั น ดังนั น…
เมื่อเห็นว่าเขาจับดาบปีศาจทมิฬไว้แน่นด้วยมือข้างที่ว่างเมื่อ
ไม่นานมานี ผมก็พอจะรู้ว่าเขาคิดที่จะท้าอะไร
“ไม่ ไม่ใช่อย่างนั น ฉันแค่รีบมาเข้าร่วมในมหาเรื่องราวนี
ดังนั นฉันจึงไม่มีเวลาพอมาฟื้นฟูร่างอวตาร”
“ฉันจะจัดการนายทันทีถ้าเห็นว่านายเป็นภาระ” ยูจงฮยอคปัด
ข้อมือของผมทิ งไปราวกับขยะและยืนขึ น“…พวกเราเสียน ้า
อมฤตที่มีค่าไปแล้ว”
ยูจงฮยอคก้าวออกไปและนั่งลงบนก้อนหินใกล้ๆ เพื่อขัดดาบ
ปีศาจทมิฬอีกครั ง มันคงหักมาก่อน ดังนั นความทนทานของ
มันคงจะลดลงไปมากเลยทีเดียว
ลีจีฮเยที่ก้าลังดูอยู่พูดกับผม “มาสเตอร์ของฉัน ไม่สิ พี่ชาย
ของฉันเท่สุดๆ เลยใช่มั ย? แม้ว่าเขาจะพูดแบบนั น แต่เขาก็
เป็นคนแรกที่บอกให้ใช้น ้าอมฤตกับนาย”
…ยูจงฮยอคท้าแบบนั นเหรอ?
ผมไม่อาจเข้าใจได้เลยไม่ว่าจะคิดยังไง แม้ว่าผมจะเป็นคิมทก
จา ไม่ใช่ผู้เฝ้ามองแห่งแสงสว่างและความมืด เขาก็คงไม่ท้า
เช่นนั น…
– เขาไม่ใช่คนเลือดเย็นอย่างที่นายคิด
ผมได้ยินเสียงเกี๊ยวหมายเลข 999 กระซิบกับผม
「”นายยังเชื่อว่านายสามารถเข้าใจคนบางคนได้ผ่าน
ข้อความเพียงแค่ไม่กี่บรรทัดงั นเหรอ?”」
หมายเลข 999 เคยพูดกับผมไว้เมื่อไม่นานมานี
เขาพูดถูก แม้ว่าผมจะรู้ว่าค้าพูดของเขาถูกต้อง แต่ผมก็ยังลืม
พวกมันไปอีก
ชีวิตของคนๆ หนึ่งจะยิ่งใหญ่กว่าเรื่องราวที่เขียนเกี่ยวกับเขา
เสมอ
「ยูจงฮยอคอยู่ด้านหลังสหายของเขาเสมอ」
มันมีวรรคตอนนี อยู่นับไม่ถ้วนในหนทางเอาชีวิตรอด แต่พวก
มันก็ไม่อาจอธิบายช่วงเวลาที่ยูจงฮยอคมีชีวิตอยู่ได้อย่างเต็มที่
รอบที่ 3, รอบที่ 4, รอบที่ 5… เขามักจะมองไปยังสหายของ
เขาจากระยะไกลเสมอ เขายืนอยู่ตรงนั นและปกป้องพวกเขา
และเผชิญหน้ากับศัตรูของพวกเขา
「”ยูจงฮยอค นายสามารถปกป้องทุกสิ่งที่นายต้องการ
ปกป้องได้เหรอ?”」
บ่อยครั ง เขาไม่อาจปกป้องคนที่เขาต้องปกป้องได้
แม้แต่ตอนนั น เขาก็ยังคงอยู่ในจุดเดียวกัน
มันอาจจะเป็นเพราะผมไม่เคยเข้าใจความมุ่งมั่นของเขาอย่าง
เต็มที่แม้ว่าผมจะตายและตื่นขึ นมาอีกครั ง
ชินยูซองเดินไปหายูจงฮยอคที่ก้าลังขัดดาบของเขาอยู่
“ลุงจงฮยอค”
เขามองกลับมาที่เธอด้วยดวงตาอันเฉยเมยที่เป็นเครื่องหมาย
การค้าของเขา และมือเล็กๆ ของเธอก็กดลงกับแก้มของเขา
เมื่อมองดูใกล้ๆ มันก็เป็นครีมชนิดหนึ่ง
“…เธอท้าอะไร?”
“นิ่งไว้ ไม่งั นจะติดเชื อเอาได้ อ๊ะ อย่าหันหน้าไปสิ!”
“ถึงจะไม่มีมันก็เถอะ…”
ราวกับว่าเขาเป็นสัตว์ป่าดุร้ายที่ถูกกระตุ้น สีหน้ายูจงฮยอคเริ่ม
ซับซ้อนขึ น
มันต้องใช้ชื่อของคนๆ หนึ่งเพื่อหยุดเขา
“พี่ซอลฮวาบอกให้ฉันท้าให้ เธอบอกว่าลุงคงไม่สนใจเรื่องแบบ
นี ดังนั นต้องมีใครบางคนมาช่วยจัดการให้”
ชื่อของลีซอลฮวาท้าให้ไหล่ของเขาสะดุ้งอย่างแรง ดูเหมือนว่า
เขาก้าลังจะตัดสินใจอยู่นาน แต่จากนั นก็นั่งกลับลงไปบนก้อน
หินอย่างช้าๆ เขาประกาศด้วยเสียงอันดังและมีเสน่ห์ “จัดการ
ให้เสร็จในสิบวินาที”
ชินยูซองหัวเราะคิกคักและพยักหน้า และเริ่มถูครีมไปทั่ว
ใบหน้าของเขาอย่างกระฉับกระเฉง ริมฝีปากของเขายังคง
กระตุกอยู่ แต่เขาก็ไม่ได้พยายามจะหยุดเธอ
บาดแผลบนร่างกายของเขาหายเป็นปกติหลังจากมือของเธอ
ปัดผ่านพวกมัน
ตามที่คาดไว้ ครีมของลีซอลฮวาช่างน่าทึ่งจริงๆ ย้อนกลับไป
ในนิยายต้นฉบับ ผู้ผลิตสินค้าจ้านวนมากกระทั่งน้าเข้าครีม
ของเธอและขายพวกมันเป็นเครื่องส้าอางด้วย ชื่อของมันคือ
อะไรกันนะ? ครีมเรื่องราวขาวบริสุทธิ์รึเปล่า?
“ฟ่อ…”
หูของผมได้ยินเสียงเลียนแบบธรรมชาติ ดังนั นผมจึงมอง
กลับไปด้านข้างเพื่อดูว่ามีอะไรเกิดขึ น และเห็นลีกิลยังอยู่ตรง
นั น
เด็กหนุ่มเริ่มมองสลับไปมาระหว่างยูจงฮยอคและชินยูซอง
อย่างรวดเร็ว
…โอ้โห?
ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจอะไรบางอย่าง
“เฮ้ ชินยูซอง!”
เสียงเรียกของเขาท้าให้ยูจงฮยอคและชินยูซองมองกลับมาที่
เขาโดยพร้อมเพรียงกัน ลีจีฮเยเดินมาข้างๆ ผมและพยักหน้า
ของเธอ สีหน้าของเธอดูพึงพอใจอยู่ “ในที่สุด กิลยัง นายก็ตื่น
แล้ว”
[ผู้ตัดสิน ‘ผู้สืบทอดของศากยมุนี’ ชอบถังซัมจั๋งน้อยพวกนี ]
[ผู้ชมส่วนหนึ่งมีความสุขกับการได้ชมความน่ารักของถังซัมจั๋ง]
[ได้รับคะแนนเพิ่ม 20 คะแนน]
ลีกิลยังลังเลมากและไม่สามารถท้าอะไรได้นอกจากขยับปาก
ของเขาขึ นและลง เขาได้เริ่มเรื่องทั งหมดนี แต่สีหน้าของเขา
กลับแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาไม่รู้จะท้ายังไงต่อ
ในที่สุด เขาก็ตะโกนออกไปด้วยใบหน้าสีแดงก่้า “ฉันอยากจะ
ใช้ครีมของพี่ทกจาบ้าง!”
ราวกับว่าในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ถึงสิ่งที่จ้าเป็นต้องพูดออกไป
เขาพูดต่อ “ได้ไหม? เธอช่วยจัดการเรื่องนี ให้หน่อยได้ไหม!”
ลีจีฮเยพุ่งออกไปข้างหน้าก่อนที่ผมจะทันได้รู้ตัวและตบหัวของ
ลีกิลยัง ไม่น่าแปลก เด็กหนุ่มหน้าคะม้าไปกับพื น
“ท้าไมนายต้องพูดถึงคิมทกจาด้วย ไอ้งั่ง?!”
เธอบิดหูของเขาและดึงเขาขึ นมาเพื่อสอนเขาให้ถูกต้อง
ในขณะเดียวกัน ชินยูซองก็มองดูภาพตรงหน้าและส่ายหัวของ
เธอ ก่อนที่จะกลับไปท้าหน้าที่ของเธอต่อ
ยูจงฮยอคลูบแก้มของเขาด้วยความกระอักกระอ่วนราวกับว่า
เขาไม่คุ้นเคยกับการใช้ครีมจริงๆ…
「คิมทกจาดูทุกสิ่งที่เกิดขึ นด้วยรอยยิ มเงียบๆ」
[‘ก้าแพงที่สี่’ ค่อยๆ หนาขึ น]
「ราวกับว่าเขาก้าลังมองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ นในระยะไกล
」
สมาร์ทโฟนในกระเป๋าของผมวุ่นอยู่กับการสร้างประโยคของ
มันขึ นมา ในขณะที่ข้อความลอยขึ นมา ผมก็มองไปยังสหาย
ของผมและคิดกับตัวเอง
ใช่ บางทีผม…
「บางทีในเวลานั น คิมทกจาได้ตัดสินใจท้าอะไรบางอย่างเป็น
ครั งแรก」
*
การกลายร่างเป็นเทพเจ้าภายนอกค่อยๆ เร่งความเร็วขึ น จาก
ตัวเลข 71% กลายเป็น 75% ในไม่ช้า และมันก็ใช้เวลาไม่
นานเพิ่มขึ นไปถึง 80% แต่เมื่อมันไปถึง 85% มันก็หยุดลง
อย่างกะทันหัน
ทั งหมดนี ต้องขอบคุณเหล่าสหายที่คอยดูแลผม
“นี่ กินนี่ดู โอ้ นี่ก็ด้วย”
ราวกับว่ามันแปรผกผันกับอัตราการติดเชื อของผม ความเร็ว
ในการเคลียร์สถานการณ์ของสหายของผมค่อยๆ เร็วขึ น อย่าง
ที่คาดไว้ การร่วมมือกันของยูจงฮยอคและลีจีฮเยใน
สถานการณ์ที่ 94 ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ
“พี่ชาย ทางนี !”
“ด้านล่างเรา”
ในฐานะศิษย์ของวิถีดาบทลายนภา พวกเขาสอดประสานกันได้
อย่างสมบูรณ์แบบ
ศัตรูส่วนใหญ่ถูกจัดการก่อนที่พวกมันจะทันได้เข้ามาหาพวก
เราหรือก่อนที่จะคิดแผนร้ายกับพวกเราด้วยซ ้า ยิ่งไปกว่านั น
พวกเขายังได้ใช้ระดับพลังที่เกินกว่าขอบเขตของต้นฉบับเพื่อ
จัดการกับเหล่าศัตรู
[ความคืบหน้าของบันทึกการเดินทางสู่ตะวันตก: 43%]
[การจัดอันดับห้องเรื่องราวได้รับการปรับปรุง!]
[การจัดอันดับในปัจจุบันของห้องเรื่องราวที่เกี่ยวข้องคือ 21]
[ผู้ตัดสิน ‘อรหันต์ร่างทอง’ มีความสุขกับรูปลักษณ์ในปัจจุบัน
ของเขาในฐานะนักดาบสาวผู้น่ารัก]
ชินยูซองในตอนนี พบว่าตัวเธอไม่มีอะไรให้ท้าเหมือนกับผมและ
พึมพ้าออกมาลอยๆ”มันคงจะดีถ้าพี่ฮีวอนและลุงฮุนซึงมาด้วย
ได้”
ดูเหมือนว่าทั งสองจะไม่สามารถเข้าร่วมได้ในคราวนี
ลีฮุนซึงคงยังไม่ตื่นขึ นมา เขาเข้าสู่ขั นตอนสุดท้ายของ ‘การ
แปลงร่างโลหะ’ ดังนั นผมจึงคิดว่าเขาน่าจะต้องหลับไปนาน
อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกับชีวิตของเขา
ปัญหาที่แท้จริงจะเกิดขึ นหลังจากที่เขาตื่นขึ นมาแล้ว
ไม่ว่าจะยังไง ผมก็คิดว่าสถานการณ์นี คงจะจบลงในเวลาไม่เกิน
สิบวันด้วยอัตราความคืบหน้าในตอนนี
และอีกวันหนึ่งก็ผ่านไป จากนั นก็อีกวัน และในที่สุด สี่วันก็ผ่าน
ไป
[ความคืบหน้าของบันทึกการเดินทางสู่ตะวันตก: 64%]
[การจัดอันดับในปัจจุบันของห้องเรื่องราวที่เกี่ยวข้องคือ 15]
[คู่แข่งจ้านวนมากก้าลังจับตาดูด้วยความเป็นศัตรูกับห้อง
เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง]
ทั งหมดที่ผมท้าในช่วงสี่วันคือการขึ นรถบัส หลับ คุยกับสหาย
เกี่ยวกับเรื่องที่ไม่ได้ส้าคัญ และกินน ้าอมฤต
[ร่างอวตารของคุณฟื้นตัวกลับขึ นมาอย่างรวดเร็ว!]
[พลังงานกลับคืนสู่ร่างอวตารของคุณอย่างช้าๆ]
…มันรู้สึกเหมือนว่าแก้มของผมอวบขึ นเล็กน้อยด้วย
ในขณะที่ผมเพลิดเพลินไปกับช่วงชีวิตอันเรียบง่าย ลีจีฮเย ชิน
ยูซอง และลีกิลยังต่างก็ได้เฝ้าสังเกตผมด้วยสีหน้าพึงพอใจ
…ราวกับว่าพวกเขาเป็นเกษตรกรที่มีความสุขเมื่อหมูที่พวกเขา
เลี ยงไว้อ้วนขึ นแบบนี
“นี่! กินอันนี ด้วย!”
“อันนี อีก”
…ท้าไมพวกเขาถึงมีความสุขนักที่ผมกินของพวกนี เข้าไป?
ลีจีฮเยที่อยู่ข้างๆ ผมบ่นเล็กน้อยพร้อมกับหัวเราะออกมา
“พวกเขาบอกว่าถ้านายไม่ได้กินไก่ฟ้าก็ให้กินไก่ธรรมดาแทน
ฉันหมายความว่า มันดีที่ได้เห็นนายกินอิ่มนอนหลับแบบนี ”
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ
“อั๊ค! นี่ยังไม่จบ ตือโป๊ยก่าย!”
พวกเราเจอกับฮันมยอนโกที่มีบทบาทแตกต่างกันไปหลายครั ง
และ…
…พวกเรายังได้เจอกับผู้ช่วยที่มีตัวตนคลุมเครือ ซึ่งมีหนวดหนา
ราวกับว่าเขาคือนักพรตหรืออะไรสักอย่าง
[หืม หืม ข้าคือจิตวิญญาณแห่งขุนเขา ข้ารู้มานานแล้วว่าพวก
เจ้าก้าลังเดินทางไปยังอินเดีย ข้ารอให้พวกเจ้ามาถึงที่นี่เพื่อที่
ข้าจะได้ช่วยเหลือพวกเจ้าสักหน่อย…]
เด็กๆ ตะโกนใส่คนที่ถูกเรียกว่าจิตวิญญาณแห่งขุนเขาซึ่งเต็ม
ไปด้วยผมสีบลอนด์และหนวดเคราปลอมๆ
“พี่ฮายัง!”
“พีฮายัง!”
(จบตอน)