มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 440 – อวตารของคิมทกจา (3)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 440 – อวตารของคิมทกจา (3)
[สกิลเฉพาะตัว ‘มุมมองนักอ่านพระเจ้า’ ขั้นที่สามถูกเปิดใช้
งานอยู่]
สติของผมหรี่ลงไป สิ่งแรกที่ผมได้ยินภายในความมืดสีด าสนิท
คือย่อหน้าที่มาจากก าแพงที่สี่
「ในช่วงเวลานั้น ลีจีฮเยก็มองไปยังสมรภูมิ」
สมรภูมิของลีจีฮเยอยู่ตรงนั้น พร้อมกับเรือหลายสิบล าที่ดู
เหมือนจะปกคลุมแม่น้ าถงเทียนไว้ทั้งหมด
อวตารแห่งจักรพรรดิเตรียมที่จะยิงปืนใหญ่ ในขณะที่กลุ่มดาว
ระดับยิ่งใหญ่รับหน้าที่บัญชาการ
「”ยิง!”」
เรือประจัญบานของจักรพรรดิที่ล้อมมังกรเต่าไว้เริ่มท าการยิง
ออกมาโดยพร้อมเพรียงกัน
ลีจีฮเยก้าวออกไปข้างหน้าในขณะที่กวาดผ่านเรือที่ถูกท าลาย
ล าอื่นๆไป บางการโจมตีเธอก็ปล่อยให้โดนเรือของเธอ ในขณะ
ที่บางการโจมตีเธอก็หลบ
「”โหลดปืนใหญ่”」
มันเหมือนกับการดูวงออเคสตรา ความสามารถของเธอในการ
ควบคุมเรือนั้นไปถึงขอบเขตเทพเจ้าแห่งน่านน้ าแล้ว ท าให้เธอ
สามารถเคลื่อนไหวมังกรเต่าและกองเรือผีได้ตามปรารถนา
「”ยิง”」
กองเรือของจอมพลเรือลีจีฮเยเปิดฉากยิง กองเรือผีจัดรูปแบบ
ใหม่ตามค าสั่งของเธอและในไม่ช้าพวกมันก็ใช้ยุทธวิธีโจมตี
และหนี และเรือของศัตรูก็ได้ลิ้มรสกับการท าลายล้างในชั่ว
พริบตา
「”เรื่องบ้าๆแบบนี้เป็นไปได้ยังไง…?!”」
ความสามารถของเธอเอาชนะความแตกต่างในด้านจ านวนได้
– นี่คือช่วงเวลาที่มูลค่าที่แท้จริงของ ‘จอมพลเรือ’ หนึ่งใน
อวตารที่แข็งแกร่งที่สุดของหนทางเอาชีวิตรอดได้ประกาศ
ศักดาออกมา
「[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ ภูมิใจในอวตารของเขา]」
ลีจีฮเยแซงหน้าผู้สนับสนุนของเธอไปในช่วงครุ่งหลังของ
ต้นฉบับ บางทีผมอาจจะได้เห็นฉากนั้นในการเสื่อมถอยรอบนี้
「”พวกเราก าลังเปลี่ยนกลยุทธ์!”」
บางทีพวกเขาอาจจะรู้ว่าสิ่งต่างๆก าลังแย่ลง กองเรือของ
จักรพรรดิเริ่มพุ่งเข้าใส่เธอในทันใด เรือรบหุ้มเกราะรับหน้าที่
เป็นผู้น า ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเลือกต่อสู้กับเธอในระยะ
ประชิดเนื่องจากพวกเขาไม่อาจต่อกรได้ในการต่อสู้ระยะไกล
อย่างไรก็ตามมันก็น่าเสียดายที่พวกเขาไม่รู้อะไรบางอย่าง
「”…อ๊า ฉันสร้างเทคนิคนี้ไว้เพื่อตาลุงทกจาเลยนะ แต่
นี่…”」
สิ่งที่เกิดขึ้นคือจอมพลเรือลีจีฮเยก็มีความสามารถในการต่อสู้
ระยะประชิดที่สูงมากเช่นกัน
เมื่อเห็นท่าทางของเธอที่เตรียมจะชักดาบออกมา ผมก็เดาได้
เลยว่าเธอคิดที่จะท าอะไร
「สังหารพริบตา」
ผมสามารถเห็นได้ว่าเธอเป็นหนึ่งในคนที่มีทักษะการต่อสู้แบบ
ตัวต่อตัวเยี่ยมยอดที่สุดในหนทางเอาชีวิตรอด
ปัง!
ในขณะที่เสียงระเบิดดังออกมาจากด้านข้างของเธอ ลีจีฮเยก็
เริ่มการต่อสู้ระยะประชิด เธอตัด ฟัน และจากนั้นก็ฟันอีก คม
ดาบของปีศาจดาบตัดผ่านคลื่นน้ าและเก็บเกี่ยวศีรษะของผู้
บัญชาการข้าศึก
และเธอก็ฟันต่อไปอีกนานแค่ไหนกันนะ? ณ ใจกลางสมรภูมิ
แม่น้ าถงเทียนที่ในตอนนี้ถูกย้อมไปด้วยสีแดงเข้มโดยเรื่องราว
ที่กระจัดกระจายออกไป ลีจีฮเยก าลังนอนหงายหลังอย่าง
เหนื่อยล้าหลังจากจัดการกับศัตรูทั้งหมดไปแล้ว
เธอมองไปยังท้องฟ้าและถามเบาๆราวกับว่าเธอก าลังพูดกับ
ผมอยู่
「”…ลุง ลุงโอเคอยู่ใช่ไหม?”」
ผมอยากจะบอกเธอว่าผมไม่เป็นไร แต่ริมฝีปากของผมก็ไม่
ขยับ
[ระดับความช านาญของคุณใน ‘มุมมองนักอ่านพระเจ้า’ สูง
มาก]
[ตอนนี้มันเป็นไปได้ที่จะแยกมุมมอง]
[มุมมองของตัวละครจางฮีวอนถูกเพิ่มขึ้นมาใน ‘มุมมองบุคคล
ที่สาม’]
คนที่สองที่ผมเห็นคือจางฮีวอน
「”หลบ! ไป! ให้! พ้น! ทาง!”」
เธอก าลังไล่ล่าเฟยหูอยู่ ดาบลีฮุนซึงที่เธอก าไว้แน่นก าลังวุ่นอยู่
กับการยิงเปลวเพลิงที่เป็นของเพลิงอเวจี ทุกๆที่ที่เธอเดินผ่าน
ขี้เถ้าจะลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ
ผมพอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อมาคิดว่าเฟยหูยอมแพ้
ก่อน… บางทีอวตารที่แข็งแกร่งที่สุดในเกาหลีอาจจะเป็นจางฮี
วอนก็ได้
[มุมมองของตัวละครจางฮายังถูกเพิ่มขึ้นมาใน ‘มุมมองบุคคล
ที่สาม’]
จางฮายังยังคงสวมเคราปลอมในขณะที่วิ่งไปบนแม่น้ า ส่วน
ฮันมยอนโกก็ติดอยู่ภายใต้วงแขนของเธอ สายตาของเธอจด
จ้องอยู่ที่ลีกิลยัง ซึ่งก าลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับลอร์ดแห่งนพ
ดารา
「”เฮ้ เด็กน้อย! หลบไป!”」
ลอร์ดนพดาราเป็นส่วนหนึ่งของกองก าลังชั้นยอดแห่ง
จักรพรรดิ จางฮายังเตรียมพร้อมที่จะปลดปล่อยหมัดพลัง
ทลายนภาใส่พวกเขา
อย่างไรก็ตาม ลีกิลยังก็ส่ายหัวและตะโกนกลับมา
「”อย่าเข้ามายุ่งน่าพี่ฮายัง แค่ฉันก็เกินพอแล้ว!”」
เขามองไปยังศูนย์กลางของสมรภูมิอันห่างไกลและกัดฟันของ
เขา
「”…ฉันจะแพ้ชินยูซองไม่ได้”」
เสียงของลีกิลยังมีความมืดมนอยู่ในนั้นซึ่งได้ถูกแต่งแต้มด้วย
ลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่าง และในช่วงเวลานั้นเอง พายุสีม่วงก็
ระเบิดออกมาจากร่างของเด็กหนุ่ม
ไม่ เดี๋ยวก่อน หรือว่า…??
ก่อนที่ผมจะได้ข้อสรุป ภาพก็เปลี่ยนไป
[มุมมองของตัวละครยูจงฮยอคถูกเพิ่มขึ้นมาใน ‘มุมมองบุคคล
ที่สาม’]
ถัดไปคือยูจงฮยอคซึ่งก าลังเผชิญหน้ากับกลุ่มดาวแห่งสถูป 28
ชั้นเพียงล าพัง
「”ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน สุดท้ายเขาก็ยังเป็นอวตาร
จากเนบิวลาเล็กๆอยู่ดี”」
「”เจ้าคิดว่าไอ้บ้าอย่างเจ้าเพียงคนเดียวจะสามารถรับมือกับ
ดวงดาวได้จริงๆเหรอ?”」
แม้ว่าพวกเขาจะท าท่าทางแข็งแกร่ง แต่มือของยูจงฮยอคก็ถือ
หัวของดวงดาวที่ตายไปแล้วไว้สองหัว เสื้อคลุมของเขา
กลายเป็นเศษผ้าขี้ริ้วจากการโจมตีร่วมกันของสถูป 28 ชั้น
และมันก็มีบาดแผลที่เห็นได้ชัดเจนอยู่บนแขนของเขา แต่
นอกจากนั้น เขาก็ยังสมบูรณ์ดี
「”หากนายก าลังพูดถึงกลุ่มดาว ฉันก็จัดการคนแบบพวก
นายมาเยอะเลยหล่ะ”」
เลือดหยดลงมาจากหน้าผากของเขา ผมของเขาย้อมไปด้วย
เรื่องราวของกลุ่มดาว และราวกับปีศาจตนหนึ่ง ยูจงฮยอคเงย
หน้าขึ้น
「”และนั่นคือเหตุผลที่พวกนายทุกคนต้องตายในวันนี้”」
และหน้าจอก็เปลี่ยนไปเป็นครั้งสุดท้าย
「”คุณลุง”」
มันคืออวตารของผมเอง
「”ได้โปรด ได้โปรดฟังเสียงของหนูด้วย!”」
ร่างของเธอสั่นราวกับว่าเธอก าลังสะอื้นไห้
ต่อจากนั้นผมก็เห็นมือของผมถูกโอบไว้ในมือของเธอ มือที่ไร้
พลังนั้นไม่อาจจับเธอไว้ได้เลย ค าพูดของเธอถูกตัดออกไปเป็น
ระยะ และสิ่งที่ผมต้องการจะพูดกับเธอและสิ่งที่ผมต้องการจะ
ได้ยินจากเธอต่างก็หายไประหว่างค าพูดที่ถูกตัดออกไป
เหล่านั้น
[เรื่องราว ‘ผู้กอบกู้แห่งดวงดาว’ ยังคงเล่าเรื่องราวของมัน
ต่อไป]
ผม… ต้องการขยับ ผมต้องการเช็ดน้ าตาของเธอ ผมต้องการ
คุกเข่าลงและกอดเธอ ก่อนที่จะบอกเธอว่าความปรารถนาของ
เธอ…
…ก็เป็นความปรารถนาของผมด้วย
เปรี๊ยง
ความทรงจ าก าลังพังทลาย
ตัวอักษรลอยไปรอบๆ ผมรู้สึกว่าตัวเองกระจัดกระจายออกไป
ภายในความมืดนี้ ผมได้ยินเสียงเรียกผมจากเบื้องลึกความ
ความว่างเปล่า
ผมเห็นบางสิ่งที่คล้ายกับหลุมยักษ์จากระยะไกล อย่างช้าๆ
ช้าๆ ดวงวิญญาณของผมถูกดูดเข้าไปที่นั่น
[ถึง เวลา รัก ษา สัญ ญา]
ผมกลัว
ถ้าผมลืมทั้งหมดนี้ไป… งั้นอารมณ์เหล่านี้ พวกมันจะไปอยู่ที่
ไหนกัน? และก าแพงที่สี่จะจ าเรื่องราวของผมจากตรงไหนไป
จนถึงตรงไหน?
[ป๊า ป๊าาา!]
ทันใดนั้นเองบียูก็ปรากฏตัวขึ้นและคว้าดวงวิญญาณที่ก าลังถูก
ดูดไปของผมไว้ เธอท าทุกอย่างเพื่อดึงวิญญาณนั้นกลับไป
[ป๊าาาาา!]
ผมท าได้เพียงแค่มองไปยังการดิ้นรนที่สับสนของเธอ
ผมเองก็ไม่อยากไปที่นั่น
[มา หา นัก เขียน ผู้ ยิ่ง ใหญ่]
นั่นคือถ้าผมท าได้
[เจ้าคิดที่จะไปที่นั่นจริงๆเหรอ?]
พร้อมกับเสียงดัง ‘เปรี๊ยง!’ การไหลของบรรยากาศโดยรอบ
เปลี่ยนไป ตัวอักษรหยุดกระจัดกระจาย และแรงดึงดูดก็หายไป
มันมีคนก าลังใช้สถานะของเขาเพื่อข่มการสูญหายของผมไว้
[ข้าก าลังถามเจ้าอยู่]
ผมมองกลับไป และค้นพบกลุ่มดาวที่คุ้นเคยยืนอยู่ตรงนั้น ผมบ
ลอนด์แพลตตินัมของเขาโบกสะบัดเบาๆในอากาศ และรัด
เกล้าของเขาก็เปล่งแสงเบาๆออกมา
“…มหาปราชญ์”
อันที่จริงมันคือซุนหงอคงที่ก าลังยิ้มอย่างซุกซนอยู่ อย่างไรก็
ตาม เขาก็ไม่ได้อยู่คนเดียวในคราวนี้
「มี ซุน หงอ คง อยู่ ที่นี่ มาก มาย」
[โอ้ งั้นนั่นก็คือชิ้นส่วนของก าแพงสุดท้ายที่ข้าเคยได้ยินมา
สินะ? ไอ้บ้าที่ส่งเสียงดัง]
[หืม… เป็นโลกที่น่าสนใจจริงๆ]
หนึ่งในนั้นคือลิงผู้หล่อเหลาที่สวมชุดคาวบอย ในขณะที่ลิงอีก
ตัวมีสีหน้าเฉื่อยชา มือของเขาก าลังวุ่นอยู่กับอะไรบางอย่าง…
ผมจ าได้ทันทีว่าพวกเขาเป็นใคร
“…พวกนายคือราชาวานรสุดหล่อกับคนท าความสะอาดคอก
อาชาสวรรค์งั้นเหรอ?”
ก่อนที่จะมีค าตอบใดๆกลับมา เสียงก็ดังก้องมาจากอากาศ
เบื้องบน
[รา ชา วา นร]
[พวก เจ้า คิด ที่ จะ เข้า มา แทรกแซง พวก เรา เหรอ]
[อ่า หุบปากไปน่า พวกเราก าลังคุยกับอยู่]
ราชาวานรสุดหล่อรู้สึกหงุดหงิดและปลดปล่อยพลังของเขา
ส่งผลให้ระลอกคลื่นจากเทพเจ้าภายนอกหายไปในทันที่ นั่นคือ
สถานะที่ทัดเทียมกับเทพเจ้าโดยแท้
[ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น พวกเรามาที่นี่เพื่อถามบางสิ่งกับ
เจ้า]
ผู้ที่กล่าวไม่ใช่มหาปราชญ์ ราชาวานรสุดหล่อ หรือคนท าความ
สะอาดคอกอาชาสวรรค์
มันมีคนที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนอยู่ด้วย เขามีสีหน้าแปลกใหม่
และเต็มไปด้วยออร่าอันลึกลับที่ท าให้ใครก็ตามไม่สามารถระบุ
เพศของเขาได้ ผมสั้นสีด าของเขาถูกตัดแต่งอย่างประณีต และ
จีวรอันสง่างามก็คลุมร่างของเขาเอาไว้
และเมื่อพิจารณาจากที่ว่าเขาเองก็ถือกระบองทองค าอยู่ เขาก็
น่าจะเป็นซุนหงอคงด้วยแน่ๆ แต่สิ่งที่น่าแปลกคือผมไม่เห็นรัด
เกล้าอยู่บนหัวของเขา
「ส าหรับความรู้ของคิมทกจา มันมีซุนหงอคงเพียงคนเดียวที่
เป็นแบบนี้ในโลก」
“พุทธะชนะมาร”
เปรี๊ยง!
ประกายแสงระเบิดออกมาในอากาศราวกับว่าจะตอบสนองต่อ
ค าพูดของผม
พุทธะชนะมารถามผมด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ [ข้าเฝ้าดูเรื่องราว
ของเจ้ามาตั้งแต่ต้น]
“…ฮะ?”
[มันเป็นเรื่องราวที่มีความหมาย แม้แต่ในจ านวนครั้งนับไม่
ถ้วนที่บันทึกการเดินทางสู่ตะวันตกถูกเล่นซ้ า มันก็ไม่เคยมี
เรื่องราวที่ให้ความสนใจกับความเจ็บปวดของเหล่าสัตว์ปีศาจ
ที่ก าลังจะตาย]
ราชาวานรสุดหล่อฟังเขาพูดอยู่ข้างๆและพึมพ าออกมา “ไอ้บ้า
นี่ชอบเทศซะจริง” พุทธะชนะมารพูดต่อโดยไม่สนใจเขาเลย
[อย่างไรก็ตาม ความเจ็บปวดของพวกมันก็คือชะตากรรมที่ถูก
ก าหนดไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเป็นตัวเอกได้]
“ท าไมนายถึงคิดแบบนั้น?”
[เจ้าพูดราวกับว่าสัตว์ปีศาจทั้งหมดเป็นเหยื่อ แต่พวกมันก็ไม่มี
ใครเลยที่คิดได้ ในหมู่พวกมัน บางคนก็ไม่เคยพยายามอะไรเลย
สักครั้ง ในขณะที่บางคนก็กระท าชั่ว ดังนั้นมันจึงค่อนข้าง
ชัดเจนแล้วว่าพวกมันจะไม่มีทางได้กลายเป็นตัวละครหลัก]
“นายพูดถูก อย่างไรก็ตาม มันก็เหมือนที่นายพูด บางคนก็ไม่ได้
ท าผิดอะไรเลย ไม่สิ มันมีคนแบบนั้นอยู่เยอะเลย”
[และนั่นคือเหตุผลที่มีเรื่องราวอยู่มากมายในโลกนี้ มหา
เรื่องราวไม่ใช่แค่เรื่องราวดีๆ เหล่าผู้ที่ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่า
สิ่งมีชีวิตเล็กๆ สิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้สลักส าคัญอะไรภายในมหา
เรื่องราวยังสามารถกลายเป็นตัวละครหลักในเรื่องราวอื่นๆได้]
เขาพูดถูก
แน่นอน แบบนั้นมันก็ถูก อย่างไรก็ตาม…
“…มันจะเป็นแบบนั้นได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาได้รับอนุญาตให้เข้า
ร่วมในเรื่องราว”
มันมีสิ่งมีชีวิตบางส่วนในโลกนี้ที่ถูกกีดกันไม่ให้เข้าสู่เรื่องราว
ด้วยซ้ า สิ่งมีชีวิตที่ถูกใช้เป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องราวต่างๆใน
ขณะที่ไม่ได้รับส่วนแบ่งมาสักนิด
[อ่า อ่า อ่า อ่า อ่า อ่า]
[มา มา มา มา มา มา]
“เรื่องราวควรอนุญาตให้แม้แต่คนที่ล้มเหลว”
คนที่ลืมเลือนเกี่ยวกับตัวเองไม่ได้รับอนุญาตให้เพลิดเพลินไป
กับโอกาสของสถานการณ์ การถ่ายทอดสดดวงดาวได้ปิดปาก
ของพวกเขาเอาไว้ และน าให้แน่ใจว่าค าพูดของพวกเขาจะไม่
เป็นที่เข้าใจส าหรับผู้อื่น
[…นั่นคือสิ่งที่เจ้าเชื่อมั่นจริงๆเหรอ?]
พุทธะชนะมารถาม ดวงตาที่อ่านไม่ได้ของเขายังคงจดจ้องอยู่ที่
ผม ไม่สิ พูดให้ถูกยิ่งกว่านั้น เขาก าลังจ้องมองไปยังพลังแห่ง
ความโกลาหลที่พวยพุ่งออกมาจากร่างของผม
[และเจ้าต้องการที่จะเสียสละทั้งชีวิตของเจ้าและกลายเป็นเทพ
เจ้าภายนอกงั้นเหรอ?]
“…ใช่”
มหาปราชญ์หาวออกมาด้วยใบหน้าแสนเบื่อหน่ายในระหว่าง
ค าตอบของผมและเมื่อเขาหาวเสร็จ เขาก็พูดความเห็นของเขา
ออกมา [เจ้ายืนยันเสร็จรึยัง?ข้าบอกแล้วหนิ? หมอนี่เป็นแบบนี้
จริงๆ]
[…ใช่แล้ว]
[พูดตามตรงนะมนุษย์ การเชื่อในพุทธองค์คือสิ่งที่ยากที่สุดที่
เคยมีมา]
ผมไม่รู้ว่าพวกเขาก าลังพูดถึงอะไรกันอยู่
ซุนหงอคงสี่คนเหลือบมองผมในขณะที่เถียงกันเอง
[ถ้าอย่างนั้นก็ได้ งั้นใครจะเป็นท ามัน?]
[ข้าเอง ข้าได้สูญเสียความทรงจ าส่วนใหญ่ไปแล้วหลังจากข้า
ยอมรับพุทธองค์]
[…อืม ข้าคิดว่าพระปลอมอย่างเจ้าคงจะมีประโยชน์ใน
สถานการณ์เช่นนี้]
อึดใจต่อมา แสงสว่างเจิดจ้าก็พุ่งขึ้นมาทั่ว ส่งผลให้ความทรง
จ าที่ก าลังกระจัดกระจายไปของผมกลับมา และในขณะที่
ประกายแสงความเป็นไปได้ระเบิดออกมา ร่างกายของผมก็
เปล่งประกายขึ้นมาด้วย ราวกับว่าผมถูกไฟดูด
[มีคนก าลังรับมือกับบทลงโทษ ‘การกลายร่างสู่เทพเจ้า
ภายนอก’ แทนคุณ]
…อะไร?
[ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น เจ้าคิดผิดเกี่ยวกับสิ่งหนึ่ง] พุทธะ
ชนะมารกล่าว ในขณะที่เขาปลดปล่อยพลังแห่งความโกลาหล
ออกมา [การกลายเป็น ‘สัตว์ปีศาจ’ ไม่ได้ช่วยให้เจ้าเข้าใจ
พวกมัน เจ้าไม่มีคุณสมบัติที่จะดป็นตัวแทนของพวกมัน]
เขาพูดถูกอีกแล้ว
ผมไม่อาจรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานของ
เหล่าเทพเจ้าภายนอกในฐานะสัตว์ปีศาจจากบันทึกการ
เดินทางสู่ตะวันตก เพราะผมเป็นแค่นักแสดงอีกคนที่เล่นเป็น
ซุนหงอคง
ราชาวานรสุดหล่อข าและพูดประชด [เจ้าควรรู้ต าแหน่งของ
เจ้า]
คนท าความสะอาดคอกอาชาสวรรค์เสริม [หัวข้อหลักของเจ้า
ไม่ได้อยู่ที่นี่]
บุคคลสุดท้ายที่พูดขึ้นมาคือมหาปราชญ์ [ทิ้งเรื่องสัตว์ปีศาจไว้
ให้กับสัตว์ปีศาจตนอื่น และเจ้า เจ้าควรใช้ชีวิตอยู่ในเรื่องราว
ของตัวเอง]
ในที่สุดผมก็รู้ว่ามันก าลังจะเกิดอะไรขึ้น
[มหาเรื่องราว ‘บันทึกการเดินทางสู่ตะวันออก’ เริ่มเล่า
เรื่องราวของมันให้แก่คุณ]
แต่ ท าไม? ท าไมพวกเขาถึงต้องท าแบบนี้?
มหาปราชญ์ยิ้มและตอบ [เพราะพวกเราชอบเรื่องราวของเจ้า
นั่นคือทั้งหมด]
ผมคิดว่าผมได้ยินเสียงค ารามดังออกมาจากเหล่าเทพเจ้า
ภายนอกชั้นสูงจากระยะไกล ในขณะเดียวกัน ผมก็สัมผัสได้ถึง
พลังของเหล่าเทพเจ้าภายนอกที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
[เขาคือ เขาคือ เขาคือ เขาคือ เขาคือ]
[พวกเรา พวกเรา พวกเรา พวกเรา พวกเรา]
[ข้าขอโทษ แต่พวกเราไม่อาจยกเขาให้กับพวกเจ้าได้]
[ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ ไม่]
[ราชาก าลังมา ราชาก าลังมา ราชาก าลังมา ราชาก าลังมา]
หลุมยักษ์ปั่นป่วนอย่างรุนแรงภายในความมืด
มันมีบางสิ่งพยายามจะจุติลงมายังโลกใบนี้
มันคือราชาของเทพเจ้าภายนอกเหล่านี้
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ จ้องมองมายัง ‘นักโทษรัดเกล้า
ทองค า’]
ข้อความนั้นท าให้เกิดรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าของมหาปราชญ์
[ใช่ ข้าอยากจะไปหาเจ้าสักครั้ง]
ซุนหงอคงทั้งสี่ยืนอยู่รอบตัวผม
[งั้นใครจะเป็นตัวหลักในคราวนี้?]
[แน่นอนว่าต้องเป็นข้า มหาปราชญ์]
[และดังนั้นซุนหงอคงที่โง่เง่าที่สุดจึงถือก าเนิดขึ้น]
[เห้ เจ้า อย่าพลิกนิ้วแบบนั้นสิ เจ้าคิดว่านี่เป็นเรื่องเล่นๆ
เหรอ?]
ในช่วงเวลาต่อจากนั้น ซุนหงอคงที่อยู่รอบๆตัวผมก็จับมือกัน
ไว้
[โอ้ การถ่ายทอดสดดวงดาว! พวกเราจะยอมรับ ‘ราชาปีศาจ
แห่งการหลุดพ้น’ เป็นตัวตนที่ห้าของพวกเรา!]