มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 442 – อวตารของคิมทกจา (5)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 442 – อวตารของคิมทกจา (5)
ทุกคนคงได้อ่านเรื่องราวของซุนหงอคงมาอย่างน้อยหนึ่งครั้งใน
ชีวิต ในกรณีของผม สิ่งแรกที่ผมจ าได้หลังจากได้ยินชื่อของ
เขาคงเป็นค าอธิบายตามที่เขียนไว้ในหนทางเอาชีวิตรอด
「กระบองทองค าที่ท าลายสรวงสวรรค์」
「ร่างกายที่สามารถต่อกรกับเนบิวลาได้เพียงล าพัง」
「เมฆสายฟ้าที่ท าลายสรรพสิ่งได้」
หนึ่งในกลุ่มดาวที่แข็งแกร่งที่สุดในหนทางเอาชีวิตรอด นั่นก็คือ
มหาปราชญ์เทียมสวรรค์ ซุนหงอคง
[มหาเรื่องราว ‘บันทึกการเดินทางสู่ตะวันตก’ ยังคงเล่า
เรื่องราวของมัน!]
และตอนนี้ ผมก็ได้กลายเป็นซุนหงอคงผู้นั้น
ฮูมมมมม!
ทุกๆ ครั้งที่ก าปั้นของมหาปราชญ์ผ่านไปยังจุดไหน ดวงดาว
แห่งจักรพรรดิก็จะตกลงมา ในที่สุดผมก็ต้องกลั้นลมหายใจเมื่อ
ได้เห็นพลังอันยิ่งใหญ่นี้ด้วยตาของตัวเอง
ผมรู้แล้วว่าเขาทรงพลัง แต่ผมก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้
‘เฮ้ อย่าเพิ่งมายุ่งน่า’
ผมได้ยินเสียงราชาวานรสุดหล่อในหัวของผม
ดูเหมือนว่ามันจะรวมถึงตัวผม ซุนหงอคงทั้งห้าเวอร์ชั่นก าลัง
เฝ้าดูการอาละวาดของมหาปราชญ์แบบเรียลไทม์อยู่
‘เจ้ารู้สึกตกใจกับระดับพลังของพี่งั้นเหรอ?’
‘…พูดตามตรง ฉันประทับใจจริงๆ’
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!
[อ๊ากกก!]
ยักษ์ตัวนั้นที่กระเด็นออกไปเป็นถึงกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่า
มาถึงตอนนี้ การจัดการกับกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่าด้วยการ
โจมตีเพียงครั้งเดียวนั้นมันสมเหตุสมผลจริงเหรอ?
ราชาวานรสุดหล่อพูดราวกับจะล้อเลียนฝ่ายตรงข้าม ‘เห้อ นั่น
มันเทพยักษ์งั้นเหรอ? แค่ระดับเรื่องเล่ากระจอกๆ ดันมา
พยายามต่อสู้กับพวกเรา’
‘แต่ไม่ใช่ว่านักโทษรัดเกล้าทองค าก็อยู่ในระดับเรื่องเล่าด้วย
เหรอ…?’
คนที่ตอบกลับในครั้งนี้คือคนท าความสะอาดคอกอาชาสวรรค์
‘ถ้าแค่พวกเราคนเดียวก็ใช่ แต่ไม่ใช่ส าหรับพวกเราทุกคน’
เขาพูดถูก
ตัวเอกหลักของบันทึกการเดินทางสู่ตะวันตก ซุนหงอคง ถูก
สร้างขึ้นโดยซุนหงอคงที่แตกต่างกันสี่คน
ราชาแห่งวานรผู้ปกครองถ้ าม่านวารี ราชาวานรสุดหล่อ
ผู้ได้รับการยอมรับจากจักรพรรดิหยกด้านพลังเวทมนตร์ คนท า
ความสะอาดคอกอาชาสวรรค์
มหาปราชญ์เทียมสวรรค์ ผู้โรมรันกับโลกสวรรค์ที่อาจหาญมา
ดูแคลนเขา
และสุดท้าย… พุทธะชนะมาร ผู้รู้แจ้งผ่านเหตุการณ์บันทึกการ
เดินทางสู่ตะวันตก
หลังจากเรื่องราวของซุนหงอคงเหล่านี้มารวมตัวกัน พลังที่
แท้จริงของเขาจึงจะถูกปลดปล่อย
คนท าความสะอาดคอกอาชาสวรรค์พึมพ าออกมา ‘สหายมหา
ปราชญ์นั่น เขาก าลังสนุกจริงๆ หนิ? อืม ข้าเดาว่ามันนานแล้ว
นับตั้งแต่ที่เขาได้ท าแบบนั้น’
อันที่จริง เสียงของมหาปราชญ์ก็ฟังดูราวกับว่าเขาก าลังสนุก
จริงๆ [โลกสวรรค์อ่อนแอลงขนาดนี้เลยเรอะ! นี่คือทั้งหมดที่
พวกเจ้ามีแล้วเหรอ?]
กลุ่มดาวระดับเรื่องเล่าไม่อาจทนต่อการโจมตีได้ถึงสิบครั้งและ
ต่างล้มลงไปยังแม่น้ าถงเทียน
[โจมตีเขา!!]
แม้กระนั้น กองก าลังของจักรพรรดิก็ยังทรงพลังอยู่ ถึงอย่างไร
ก็ตาม มันก็เป็นเนบิวลาที่มีจ านวนดวงดาวมากที่สุดในการ
ถ่ายทอดสดดวงดาว
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของมหาปราชญ์ก็เพิ่งเริ่มต้นขึ้น
[โอ้ โอ้ โอ้ โอ้ โอ้ โอ้!]
เหล่าเทพเจ้าภายนอกค ารามออกมาในเวลาเดียวกัน และ
สายฟ้าก็ผ่าลงมายังกระบองทองของซุนหงอคง จากนั้นระลอก
ล าแสงสีทองก็ระเบิดออกมา และเขาก็เหวี่ยงอาวุธเข้าใส่
ท้องฟ้าอย่างทรงพลัง
ปัง!
การโจมตีอันทรงพลังของกระบองทองแผดเผาสรวงสวรรค์และ
พุ่งต่อไปด้วยพลังอันยิ่งใหญ่
สุดท้าย เมื่อละอองน้ าสงบลง หนึ่งในกลุ่มดาวที่เปียกโชกไปถึง
กระดูกราวกับหนูตกน้ าก็พึมพ าออกมาด้วยความไม่เชื่อถือ
[น-นี่มันหมายความว่ายังไง…?!]
ท้องฟ้าส่วนหนึ่งว่างเปล่าไปแล้ว
การโจมตีครั้งเดียวนั้นสามารถท าลายศัตรูไปได้นับพัน
[น-นี่ นี่คือมหาปราชญ์เทียมสวรรค์ตัวจริงงั้นเหรอ…]
แม้กระทั่งเมื่อได้เผชิญหน้ากับปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่นี้ จิต
วิญญาณของจักรพรรดิก็ไม่ได้ลดลงไปด้วย
[ไม่จ าเป็นต้องกลัว! เรื่องราวของเขาจะถึงขีดจ ากัดในไม่ช้า!]
[อย่าชักช้า โจมตี! เขามีแค่คนเดียว!]
จ านวนของนักพรตเพิ่มกลับขึ้นมาอีกครั้งและเติมเต็มช่องว่าง
ในทันที่
นี่คือวิธีที่จักรพรรดิใช้ต่อสู้
ผมขนลุก ไม่ว่าฝั่งของพวกเราจะแข็งแกร่งแค่ไหน ฝั่งนั้นก็มี
จ านวนไม่สิ้นสุดในอัตรานี้ คนที่จะแพ้ก็คงจะเป็น…
‘เห้อ ไม่ต้องห่วงน่า ไอ้งั่งนั่นยังไม่ได้ใช้พลังของเขาเลย’
‘ไอ้งั่งนั่น?’
‘ข้าหมายถึงพุทธะชนะมาร’
อ่า พุทธะชนะมารนั่นเอง เขาคือคนที่จัดการกับบทลงโทษการ
กลายร่างเป็นเทพเจ้าภายนอกเมื่อก่อนหน้านี้ให้กับผม
‘เขาสบายดีไหม?’
‘ที่สี่ไม่เป็นไร เขารู้แจ้งในวิถีของอริยสัจสี่ ดังนั้นความทรงจ า
เกี่ยวกับโลกวัตถุจึงไม่มีความหมายส าหรับเขา ทุกสิ่งจะ
กลับคืนสู่ความว่างเปล่า นั่นคือเหตุผล’
คนท าความสะอาดคอกอาชาสวรรค์รีบดึงราชาวานรสุดหล่อลง
มา ‘พุทธะชนะมารเป็นที่สี่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?’
‘เนื่องจากเขาเป็นคนที่สี่ที่ปรากฏตัวไง มันก็เป็นเรื่องปกติหนิที่
จะนับแบบนั้น?’
‘ด้วยความคิดแบบนั้น งั้น…’
‘ใช่ ข้าคือที่หนึ่งเนื่องจากซุนหงอคงเริ่มต้นขึ้นจากข้า และขอ
แสดงความยินดีด้วย แม้ว่าเจ้าจะมีชื่อเสียงน้อยที่สุด แต่เจ้าก็
ยังเป็นที่สอง’
‘เจ้าช่างท าตัวเหมือนลิงโง่ที่ชอบพ่นน้ าลายใส่หน้าตัวเองจริงๆ
เจ้าคิดว่าจะมีใครจ าราชาวานรที่ติดอยู่ในถ้ าได้จริงๆ เหรอ?’
‘อืม มันก็ดีกว่าไอ้งั่งอย่างเจ้าที่จ้องเอาแต่ท าความสะอาดขี้ม้า’
มันเป็นเพราะการทะเลาะกันของซุนหงอคงทั้งสองเหรอ?
เรื่องราวของมหาปราชญ์ไม่มั่นคงขึ้นชั่วขณะ และเขาก็ถูก
โจมตีด้วยศัตรูในทันที่
ในขณะที่ร่างหลักเริ่มสั่น ในที่สุดมหาปราชญ์ก็ระเบิดความ
โมโหออกมา [หุบปาก! ข้าไม่มีสมาธิ!]
แน่นอน เขาไม่ลืมที่จะเสริมค าพูดอีกค าด้วย [ข้ามีชื่อเสียงที่สุด
ดังนั้นมันก็เห็นได้ชัดว่าข้าเป็นที่หนึ่ง!]
ราชาวานรสุดหล่อและคนท าความสะอาดคอกอาชาสวรรค์โดน
ตวาดใส่ในคราวเดียวกัน
มันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นที่มหาปราชญ์ต้อง
ป้องกันการโจมตีที่สาดเข้ามา
ถ้าเขาถูกกดดันตรงนี้ เขาก็คงจะไม่สามารถเอาชนะในศึกนี้ได้
บางทีทั้งราชาวานรสุดหล่อและคนท าความสะอาดคอกอาชา
สวรรค์ก็คงจะเข้าใจในจุดนี้ได้ เนื่องจากพวกเขาทั้งคู่ได้หยุด
ทะเลาะกันและตั้งสมาธิด้วย
ตู้ม!! ปัง!! ตู้ม!!
ในเวลานั้นเอง มุมหนึ่งของสมรภูมิก็พังทลายลง และเรือ
ประจัญบานยักษ์ก็ปรากฏตัวขึ้น
“ลุง! ฉันอยู่นี่!!”
มันคือลีจีฮเยที่ก าลังเคลื่อนตัวมาข้างหน้าพร้อมกับท าลายกอง
เรือของจักรพรรดิ สมาชิกของบริษัทของคิมทกจาได้
เคลื่อนไหวเพื่อสนับสนุนการต่อสู้เพียงล าพังของคิมทกจา แต่
นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด
[กลุ่มดาว ‘อรหันต์ร่างทอง’ ก าลังจุติลงมายังสถานการณ์!]
สหายที่แท้จริงของมหาปราชญ์ได้เข้าสู่สถานการณ์ทีละคน
อรหันต์ร่างทอง ซัวเจ๋งได้ปรากฏตัวขึ้นบนท้องฟ้าด้วยร่าง
อวตารของเขาและยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจในขณะที่เขามอง
ลงไปยังลีจีฮเยที่อยู่เบื้องล่าง
[เจ้าคือคนที่เล่นเป็นข้าสินะ?]
“…ไอ้ปีศาจบ้านั่นมันใครกัน??”
[กลุ่มดาว ‘คนท าความสะอาดแท่นบูชา’ ก าลังจุติลงมายัง
สถานการณ์!]
คนต่อไปที่ปรากฏตัวก็คือตือโป๊ยก่าย เขาสวมผ้าเตี่ยวผืนเล็กๆ
ที่บางมากและเล็กมากๆ จนไม่ต้องมีก็ได้ ตือโป๊ยก่ายตะโกน
ออกมาเสียงดัง [เจ้าอยู่ไหน ราชาหมูสูงสุด ยูจงฮยอค? ฮ่าฮ่า
ฮ่า! ข้าประทับใจเจ้ามาก คนที่เล่นเป็นข้า!]
ดูเหมือนว่าคนท าความสะอาดแท่นบูชาจะชอบยูจงฮยอคมาก
มหาปราชญ์มองไปยังตือโป๊ยก่ายและซัวเจ๋ง และพยักหน้าของ
เขา [พวกเจ้ามาช้าไปหน่อยนะ]
[ข้าไม่ได้มาช่วยพี่จริงๆ ซะหน่อย ไม่ ข้าแค่สงสัยเกี่ยวกับคนที่
เล่นเป็นข้า ดังนั้นอย่าเข้าใจผิด]
ตือโป๊ยก่ายพึมพ าออกมา ส่วนซัวเจ๋งนั้นดูตกใจอยู่บ้างและยืน
อยู่ข้างๆ ซุนหงอคง
เมื่อไม้เท้าสังหารปีศาจและคราดเก้าซี่ปลดปล่อยสถานะของ
พวกมันออกมาข้างๆ กระบองทอง ในที่สุดสามทหารเสือแห่ง
บันทึกการเดินทางสู่ตะวันตกก็มารวมตัวกัน
[มหาเรื่องราว ‘บันทึกการเดินทางสู่ตะวันตก’ ได้ฟื้นคืนสู่
สถานะดั้งเดิมของมัน!]
ในไม่ช้า กลุ่มดาวแห่งจักรพรรดิก็ตะโกนออกมาเสียงดังลั่น
[ผู้พิพากษา! พวกเจ้าก าลังจะบอกว่าพวกเจ้าจะเข้าข้างมหา
ปราชญ์งั้นเหรอ?]
[มันไม่ใช่แค่พวกเขา]
มนุษย์อีกหกคนก าลังยืนอยู่ข้างหลังตัวละครหลักทั้งสามของ
บันทึกการเดินทางสู่ตะวันตก หนึ่งในนั้นคล้ายกับลิง ในขณะที่
คนอื่นๆ ดูคล้ายกับฉลาม สิงโต และนก
ผมจ าได้ทันทีว่าพวกเขาเป็นใคร
มหาปราชญ์ผู้ปกคลุมผืนทะเล ราชาปีศาจซอเลี่ยน
มหาปราชญ์ผู้น าพาความโกลาหลมาสู่สรวงสวรรค์ ราชาปีศาจ
รุค
มหาปราชญ์ผู้เคลื่อนขุนเขา ราชาจิตวิญญาณสิงโต
มหาปราชญ์ผู้ทะลุผ่านสายลม ราชาจิตวิญญาณลิงกัง
มหาปราชญ์ผู้ขับไล่เหล่านักพรต ราชาจิตวิญญาณวานร
คนสุดท้ายไม่ใช่สัตว์ปีศาจ แต่เป็นจางฮีวอน
“…น่าสนใจจริงๆ”
เพราะพรจากราชาปีศาจวัว สถานะของนักแสดงที่เล่นบทบาท
นั้น จางฮีวอน จึงเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
[พวกเราจะต่อสู้เคียงข้างเจ้า มหาปราชญ์เทียมสวรรค์]
ในที่สุดมหาปราชญ์ทั้งเจ็ดที่ต่อสู้ร่วมกันกับซุนหงอคงในมหา
สงครามโลกปีศาจก็มารวมกัน ณ ที่แห่งเดียวกันอีกครั้ง
สัตว์ปีศาจเหล่านี้ไม่ได้มีช่วงเวลาในบันทึกการเดินทางสู่
ตะวันตกนัก และเป็นผลให้การปรากฏตัวของพวกเขามักจะอยู่
หลังม่านหมอกแห่งความสับสนอยู่เสมอ แต่วันนี้พวกเขาได้
ปรากฏตัวขึ้นเพื่อคลายปมในใจนั้น
[ข้ารู้สึกผิดมาตลอดเพราะชื่อเล่นของข้าคือราชาวานรสุดหล่อ
เหมือนกัน วันนี้ข้าจะมาแก้ไขปมนี้เอง!]
หลังจากมหาปราชญ์ทั้งเจ็ดกระโจนออกไป กระแสสงครามก็
เปลี่ยนไปเป็นอย่างมากในทันที่
เทพเจ้าภายนอกเหล่านี้มองไปยังอารมณ์ของนักเขียนลับด้วย
ความลังเล ก่อนที่พวกมันจะเข้าร่วมศึกด้วย
ราชาวานรสุดหล่อที่ก าลังเฝ้าดูสมรภูมิพึมพ ากับตัวเอง ‘ราชา
หมูสูงสุดหายไปไหน?’
เมื่อผมคิดขึ้นได้ ผมก็ไม่เห็นยูจงฮยอคเลย
เขาน่าจะต่อสู้กับกลุ่มดาวแห่งสถูป 28 ชั้นอยู่ ดังนั้น…
ทันใดนั้นเอง ผมก็บังเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา
ผมเงยหน้าขึ้นมองราชาเวนนี่และมหาโดเกบิที่ก าลังมองดูไคล
แม็กซ์ของสถานการณ์นี้จากท้องฟ้าเบื้องบน
[ลุย! อย่าถอย สู้ต่อไป! สุดท้ายชัยชนะจะเป็นของจักรพรรดิ!]
กลุ่มดาวแห่งจักรพรรดิค ารามออกมาอย่างกระฉับกระเฉงและ
เดินหน้าต่อไป
คนที่เป็นผู้น าอยู่ตรงหน้าคือราชาสวรรค์ทั้งสี่ของวังสวรรค์
ท้าวธฤตราษฎร์แห่งทิศตะวันออก
ท้าววิรุฬหกมหาราชแห่งทิศใต้
ท้าววิรูปักษ์แห่งทิศตะวันตก
ท้าวเวสสุวัณมหาราชแห่งทิศเหนือ
ไม่ใช่แค่นั้น แต่มันยังมีหลี่จิ้งและนาจาอยู่ด้วย ดูเหมือนว่าพวก
เขาจะทุ่มหมดหน้าตักเหมือนกัน
และจากนั้น แม้กระทั่งพระมารดาแห่งทิศตะวันตก และไท่ซาน
เหล่าจวินก็ด้วย… กลุ่มดาวที่ทุกคนอาจจะจ าชื่อได้จุติลงมายัง
ที่แห่งนี้และปลดปล่อยเรื่องราวของพวกเขา
มันน่าสงสัยอยู่บ้างว่ามหาสงครามโลกสวรรค์ได้ถูกสร้างขึ้นอีก
ครั้งในตอนนี้
[เนบิวลาจักรพรรดิก าลังปลดปล่อยมหาเรื่องราวของมัน!]
นี่คือพลังของมหาเนบิวลา
แม้กระนั้น มหาปราชญ์ก็ไม่ถอย
[ผู้ชมจ านวนมากไม่อาจหุบปากได้ในขณะที่ดูปรากฏการณ์
ฉับพลันนี้]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ประกาศว่าถ้าวันนี้
‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ แพ้ พวกเขาจะไม่นับว่าเป็นคู่แข่งกัน
อีก]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ส่งเสียงเชียร์ ‘นักโทษ
รัดเกล้าทองค า’!]
[กลุ่มดาว ‘ดาบเล่มแรกแห่งโครยอ’ แสดงความเคารพต่อ
ความแข็งแกร่งของ ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’]
คนแรกที่คุกเข่าลงคือท้าวธฤตราษฎร์ ตามมาด้วยท้าววิรุฬหก
มหาราช ทุกๆ ที่ที่กระบองทองกวาดผ่านไป กองทัพโลก
สวรรค์จะพังทลายลง
ระดับวรยุทธ์เทวะ พลังแห่งกลุ่มดาวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างซุน
หงอคงถูกส าแดงออกมาอย่างเต็มที่
แต่จากนั้น เสียงสวดมนต์ก็ดังออกมาจากที่ไหนสักแห่ง ส่งผล
ให้มหาปราชญ์หยุดลงเป็นครั้งแรก
เปรี้ยง…
แม้แต่ผมก็ต้องอ้าปากค้างออกมาด้วยความเจ็บปวด
ดูเหมือนผมจะไม่ใช่คนเดียวที่ต้องทุกข์ทรมานแบบนี้ ทั้งราชา
วานรสุดหล่อและคนท าความสะอาดคอกอาชาสวรรค์ต่างก็พูด
ขึ้นมาด้วยเสียงที่หงุดหงิด
‘บ้าเอ้ย…!’
‘…พระหัวโล้นนั่น’
แถบรัดเกล้ารัดศีรษะของมหาปราชญ์แน่นขึ้น เขานวดขมับ
ด้วยมือข้างหนึ่งในขณะที่ส่งค าเตือน [กวนอิม อย่ามายุ่ง!]
ค าพูดเหล่านั้นท าให้ดอกบัวศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้นท่ามกลางหมู่
เมฆ เจ้าแม่กวนอิมนั่งอยู่ตรงกลางแท่นดอกบัวนั้น
[หงอคง เจ้าลืมสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตไปแล้วเหรอ?]
[พูดเรื่องอะไรน่ะ!?]
[หยุดซะ นี่ไม่ใช่เส้นทางที่ชอบธรรม]
[ถ้าข้าไม่ต้องการล่ะ?]
[ช่วงนี้เจ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือจากข้าใช่ไหม?]
[…ความช่วยเหลือของเจ้า?] คิ้วของมหาปราชญ์เลิกขึ้น
[เพราะความช่วยเหลือที่ยอดเยี่ยมอย่างมากของเจ้า ข้าจึงต้อง
พบกับความยากล าบากมากมายแบบนี้]
ราวกับว่าเขาก าลังระบายความขุ่นเคืองทั้งหมดที่สะสมมา
ออกไป มหาปราชญ์เริ่มตะโกนออกมาเสียงดัง [อุปสรรคและ
ความยากล าบากทั้งหมดที่พวกเราต้องเจอก็เป็นเพราะเจ้า…!]
ความทรงจ าของมหาปราชญ์เกี่ยวข้องกับกวนอิม
หายนะสุดท้ายของบันทึกการเดินทางสู่ตะวันตกก็ไม่ใช่ใครที่อยู่
เบื้องหลังนอกไปจากกวนอิม
[คนที่รับผิดชอบต่อความหายนะของโลกโดยการยกกองทัพ
ปีศาจและยุยงเหล่าสัตว์ปีศาจก็คือเจ้าและจักรพรรดิ!!]
[…พวกมันต่างเป็นอุปสรรคที่จ าเป็น เจ้าต้องใจเย็นลงก่อน]
เมื่อมหาปราชญ์เริ่มหงุดหงิดมากยิ่งขึ้น กวนอิมก็เริ่มสวดพระ
สูตรต่อ
[เจ้าคิดว่าเจ้าจะหยุดข้าได้ด้วยพระสูตรที่น่าสมเพชนั่นเหรอ?]
เปรี้ยง!!
สถานะที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากมหาปราชญ์เข้าไปขัดจังหวะ
พระสูตร
กวนอิมหงุดหงิดมากจากเหตุการณ์ดังกล่าว และในขณะที่ถอย
ไปพร้อมกับแท่นดอกบัวของเธอ เธอก็พูดขึ้นมา
[…พลังของเจ้าแข็งแกร่งเกินไป ข้าคนเดียวไม่อาจรับมือได้]
หลี่จิ้งเม้มปากของเขา [พวกเราชนะได้ถ้าพวกเราถ่วงเวลา
ออกไป แต่…]
เหลือเวลาอีกไม่ถึง 30 นาทีก่อนที่สถานการณ์จะจบลง พวก
เขารู้ว่าแม้ว่าพวกเขาจะได้รับชัยชนะจากการต่อสู้ยืดเยื้อ แต่
มันก็จะไม่มีความหมายถ้าพวกเขาพ่ายแพ้ในสถานการณ์
[ศากยมุนี! ศากยมุนีอยู่ไหน?!]
ในที่สุดจักรพรรดิก็ต้องตัดสินใจถึงการลงมือครั้งสุดท้าย
[พวกเราต้องการ ‘ห้าเสาหลัก’ ตราบใดที่พวกเรามีเรื่องราว
นั้น การเอาชนะไอ้ลิงบ้านี่ก็จะไม่เป็นปัญหาอะไร!]
‘ห้าเสาหลัก’ หมายถึงนิ้วทั้งห้าของพระพุทธเจ้า
แม้ว่ามันจะเป็นซุนหงอคงที่ท้าทายสวรรค์ ตราบใดที่เรื่องราว
ของเขาถูกควบคุมไว้โดยฝ่ามือของพุทธองค์ เขาก็จะไม่
สามารถหลบหนีไปจากอิทธิพลของการเปลี่ยนแปลงเวทีได้
และหนึ่งในร่างแยกของพุทธองค์ ศากยมุนี ก็มีตัวตนอยู่ในโลก
นี้
นาจากระซิบกับหลี่จิ้งที่อยู่ข้างๆ เขา
[เจ้าลืมไปแล้วเหรอ? ต าแหน่งของศากยมุนีไม่อาจทราบได้
เนื่องจากสงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ มันมีโอกาสที่…
ข้ากลัวว่าเขาจะตายไปแล้วในระหว่างการปิดผนึกเกาะแห่ง
การกลับชาติมาเกิด]
[ศากยมุนีตายแล้วเหรอ? ไม่ใช่ว่ามันหมายความว่าจะไม่มีวิธี
สะกดเขาไว้เลยเหรอ…?!]
[ไม่ต้องเป็นห่วงไป พวกเรามีผู้สืบทอดของเขาอยู่]
เมื่อค าพูดเหล่านี้จบลง กองทัพของจักรพรรดิก็แหวกออก
[มา ‘ผู้สืบทอดของศากยมุนี’!]
กลุ่มดาวระดับสูงของจักรพรรดิก าลังเดินออกมาจากพื้นที่ที่
กองทัพสร้างขึ้น พวกเขาแต่ละคนทรงพลังพอๆ กับสิบสอง
เทพแห่งโอลิมปัส
แต่เมื่อผมเห็นคนที่ก าลังสวมจีวรซึ่งก าลังยืนอยู่ตรงกลาง ผมก็
รู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาอย่างเงียบๆ
「ยูซานอาอยู่ตรงนั้น」
ยูซานอากลับชาติมาเกิดผ่านสัญญากับศากยมุนี และด้วยโซ่
ตรวนแห่งสังสารวัฏอันเป็นนิรันดร์ เธอได้ถือก าเนิดขึ้นมาใหม่
ในฐานะ ‘ผู้สืบทอดของศากยมุนี’
‘…มหาปราชญ์?’
ร่างของมหาปราชญ์แข็งที่อในทันที่ ผมสัมผัสได้ถึงความ
วุ่นวายทางอารมณ์ภายในตัวเขา
ผมยังได้ยินเสียงของราชาวานรสุดหล่อและคนท าความสะอาด
คอกอาชาสวรรค์ด้วย
‘งั้นนั่นก็คือเหตุผลเมื่อเขาเห็นเธอเป็นครั้งแรก…’
‘ใครจะคิดว่าจะเป็นร่างอวตารนั่น?’
ในขณะนั้นเอง ความทรงจ าบางส่วนของมหาปราชญ์ก็โผล่
ขึ้นมา เนื้อเรื่องยาวเหยียดของบันทึกการเดินทางสู่ตะวันตกถูก
ย่อลงในชั่วพริบตา
และจากนั้นผมก็ตระหนักได้ ยูซานอาไม่ได้จุติลงมาในฐานะผู้
สืบทอดของศากยมุนีเท่านั้น ไม่ ร่างอวตารของเธอในตอนนี้ยัง
เคยเป็นของใครบางคนที่พิเศษมากๆ
「”โอ้ ซัมจั๋งที่รัก”」
คนที่มีความสามารถในการควบคุมพระสูตรยิ่งกว่าใครในโลก
และนอกจากนี้ยังเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถบังคับซุนหงอคง
ได้ด้วยประโยคเพียงประโยคเดียว
กลุ่มดาวแห่งจักรพรรดิตะโกนออกมาเสียงดัง
[รีบหยุดไอ้บ้านั่นเร็ว ‘ผู้สืบทอดของ ‘ศากยมุนี’!]
แม้ในขณะที่เขาเห็นซุนหงอคงเดินเข้ามาหาเขา มหาปราชญ์ก็
ไม่แสดงสัญญาณของการเคลื่อนไหวเลย – ราวกับว่าเขาตกลง
สู่ห้วงความทรงจ าในอดีตอันยาวนาน
‘มหาปราชญ์! ขยับเร็ว! เจ้าก าลังท าอะไรอยู่?!’
‘พวกเราจบเห่แน่ถ้าเป็นแบบนี้!’
เมื่อได้ยินค าพูดเหล่านี้ มันก็ท าให้ผมเป็นกังวลขึ้นมาด้วย
ยูซานอาที่ยืนอยู่ตรงหน้าของผมคือยูซานอาที่ผมเคยรู้จักรึ
เปล่า? ถ้าเธอสูญเสียความทรงจ าของเธอไปเหมือนอย่างที่ชินยู
ซองซึ่งกลับชาติมาเกิดสูญเสียไปล่ะ?
ถ้าเธอกลายเป็นคนที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงจากคนที่ผมเคย
รู้จักล่ะ?
มือของยูซานอาเอื้อมออกมาเบาๆ และแตะรัดเกล้าของซุน
หงอคง
[ดูเหมือนว่านายจะเจ็บปวดมากเลยนะ มันต้องยากล าบาก
ส าหรับนายมากแน่ๆ]
แต่เมื่อผมได้ยินน้ าเสียงที่ชัดเจนของเธอ ผมก็ตระหนักได้ถึง
บางสิ่ง
คนๆ นี้… เป็นคนที่ผมรู้จักแน่ๆ
เธอไม่ใช่ทั้ง ‘ถังซัมจั๋ง’ หรือ ‘ผู้สืบทอดของศากยมุนี’ ไม่ เธอ
คือสหายที่ผมสามารถไว้ใจได้มากที่สุด – ยูซานอา
[ฉันเชื่อว่าไอเท็มนี้จะดูดีขึ้นเมื่ออยู่กับคนอื่น]
มือของเธอขยับอย่างช้าๆ และถอดรัดเกล้าของซุนหงอคงออก
รัดเกล้าที่รัดแน่นรอบศีรษะของซุนหงอคงตกลงกับพื้นโดยไม่มี
การต่อต้านใดๆ เลย
ราชาวานรสุดหล่อ คนท าความสะอาดคอกอาชาสวรรค์ และ
แม้แต่มหาปราชญ์ – ทุกคนจ้องมองไปที่เธอด้วยความไม่
เชื่อถือ
กลุ่มดาวแห่งจักรพรรดิตกใจมากและพยายามที่จะพุ่งเข้าใส่
แต่มันก็สายเกินไปแล้ว
ในขณะที่เสียงค ารามจากกลุ่มดาวดังออกมา ในที่สุดนักโทษ
แห่งเรือนจ าที่เก่าแก่ที่สุดก็เป็นอิสระ
[เงื่อนไขการตื่นขึ้นของกลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’
บรรลุผล]
[เรื่องราวของพุทธะชนะมารก าลังถูกเปิดผนึก]
[ค าขยายของกลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ก าลัง
วิวัฒนาการ!]
เมื่อล าแสงอันยิ่งใหญ่ระเบิดออกมา นักโทษรัดเกล้าทองค าก็
ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
[กลุ่มดาว ‘ผู้กู้อิสรภาพที่เก่าแก่ที่สุด’ ได้รับการปลดปล่อยจาก
ผนึกของเขา]
(จบตอน)