มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 443 – อวตารของคิมทกจา (6)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 443 – อวตารของคิมทกจา (6)
หลังจากเขาเป็นอิสระจากผนึก มหาปราชญ์เทียมสวรรค์ก็ราว
กับกลายเป็นยักษา
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ประหลาดใจมาก]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ มองดูสมรภูมิด้วย
ความตื่นตะลึง]
[กลุ่มดาว ‘หอกแยกโพ้นทะเล’ เบิกตากว้าง]
[กลุ่มดาว ‘มารดาผู้สร้างมวลมนุษย์’ ไม่อาจละสายตาจากไป
ได้]
พลังนี้ ไม่ต้องพูดถึงกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่าระดับสูง แม้กระทั่ง
กลุ่มดาวระดับเทวะก็ยังไม่อาจละความสนใจได้
ร่างแยกของซุนหงอคงเพิ่มจ านวนขึ้นนับร้อยนับพัน และเริ่ม
จัดการกับกองทัพอันยิ่งใหญ่ของเนบิวลา สายฟ้าที่พุ่งออกมา
จากหมัดของพวกเขาท าลายล้างกลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่ทั้งกลุ่ม
ในคราวเดียว และกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่าหลายสิบคนก็
กระแทกลงกับพื้นเบื้องล่างหลังจากถูกกระบองทองโจมตี
แม่น้ าถงเทียนทั้งสายไม่อาจรับมือกับพลังของเขาได้และเริ่มกู่
ร้องออกมา
ฮูมมมมมมม!!
นี่คือพลังของซุนหงอคง ผู้ผ่านบทสรุปของมหากาพย์อัน
ยิ่งใหญ่ ‘บันทึกการเดินทางสู่ตะวันตก’ มา
ปัง!
ประกายแสงระเบิดออกมาจากร่างของเขาไม่มีหยุด พวกเราอยู่
ภายในบันทึกการเดินทางสู่ตะวันตก ต าแหน่งเรื่องราวของเขา
แต่การถ่ายทอดสดดวงดาวก็ยังข่มพลังของเขาไว้อยู่ ความ
เป็นไปได้ที่ขาดช่วงก าลังกลับคืนสู่ตัวของซุนหงอคงรวมทั้งผม
และด้วยเหตุนั้น ผมก็คิดว่าผมอาจจะหมดสติไปได้
[ความผิดเพี้ยนที่มากเกินไปของความเป็นไปได้ก าลังท าให้คุณ
หมดสติ!]
‘ดูเหมือนว่ามันยากที่เขาจะจัดการนะ’
‘ปล่อยเขาไป’
[ซุนหงอคงสี่คนตกลงที่จะแยก ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’]
ร่างกายของผมงอกตัวออกมาจากตัวหลักเฉกเช่นต้นอ่อนและ
เริ่มตกลงสู่พื้นเบื้องล่าง
ผมต้องเจอกับความทรมานอย่างไม่อาจควบคุมได้ และในเวลา
ที่ผมได้สติกลับมา ผมก็พบว่าตัวเองอยู่บนเศษเรือบนแม่น้ าถง
เทียน
ผมเห็นซุนหงอคงที่เคยเป็นส่วนหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ก าลังวุ่นอยู่
กับกลุ่มดาวแห่งจักรพรรดิบนท้องฟ้า
“คุณลุง!”
เสียงๆ หนึ่งดังขึ้น และในไม่ช้า ร่างสองร่างก็พุ่งเข้าใส่ผม ร่าง
หนึ่งค่อนข้างใหญ่และร่างหนึ่งค่อนข้างเล็ก
[ป๊าา! ป๊าาาา!]
ผมยกร่างท่อนบนขึ้นมาด้วยความยากล าบากและเห็นชินยูซอง
กับบียูแนบติดกับผมอยู่
ชินยูซองกอดแขนผมไว้พร้อมกับร้องไห้ออกมาด้วยร่างกายที่
เปื้อนไปด้วยเลือดของสัตว์ปีศาจ ผมเช็ดมือที่เปื้อนไปด้วย
เลือดของผมเข้ากับเสื้อและกอดเธออย่างระมัดระวัง
แม้ว่าจะมีก าแพงที่สี่ แต่อารมณ์ที่พุ่งขึ้นมาก็ไม่อาจยับยั้งได้
ผมกลับมาแล้ว
ผมกลับมาอีกครั้ง
“ทกจา”
ผมเงยหน้าขึ้นและเห็นยูซานอาในชุดคลุมสีขาวยืนอยู่ใกล้ๆ
เธอกลับชาติมาเกิดในร่างอวตารของถังซัมจั๋ง แม้ว่าร่างของ
เธอจะต่างออกไป แต่รูปลักษณ์ของเธอก็เหมือนกับยูซานอาที่
ผมจ าได้
ผมยิ้มให้กับเธออย่างอ่อนแรง “เธอกลับมาแล้ว”
“ฉันเห็นทุกสิ่งที่นายท ามาทั้งหมดในขณะที่ฉันไม่อยู่ ทกจา”
ไหล่ของผมสั่นไหวเล็กน้อยก่อนที่ผมจะทันได้รู้ ผมสงสัยว่าเธอ
จะดุผมไหม แต่ก็โล่งอกไปที่ เธอแค่ยิ้มออกมาเบาๆ
“มันคงยากส าหรับนาย”
ก่อนที่ผมจะทันได้ตอบอะไร เธอก็พูดต่อ
“อย่างไรก็ตาม ช่วยอยู่แบบนี้ไปก่อนสักพักนะ”
เอ๋?
ในขณะที่ผมอ้าปาก ยูซานอาก็เอื้อมมือออกมาและวางบางสิ่ง
ไว้บนหัวของผม
[คุณได้เป็นเจ้าของ ‘รัดเกล้าพระสูตร’]
[เนื่องจากเอฟเฟกต์ของ ‘รัดเกล้าพระสูตร’ ค าขยายใหม่จึงถูก
สร้างขึ้น]
[คุณได้กลายเป็น ‘นักโทษรัดเกล้าพระสูตร’!]
ขากรรไกรของผมเปิดอ้าออกจากเหตุการณ์ที่ไม่น่าเชื่อนี้
“หืม งั้นฉันควรท ายังไงกับนายในตอนนี้ดี?”
เมื่อเห็นว่ายูซานอาก าลังกดนิ้วของเธอมายังหน้าผากของผม
และกระดิกนิ้วไปมา ผมก็เกิดความหวาดกลัวขึ้นมาเล็กน้อย
ผมคุ้นเคยกับความเจ็บปวดจากรัดเกล้ามาแล้ว
ผมรีบเปิดปาก “ฉ-ฉันรู้ว่าฉันท าผิดพลาดไปหน่อย ใช่ อย่างไร
ก็ตาม… ฉัน ฉันขอบอกรายละเอียดในภายหลังได้ไหม?
ตอนนี้…”
“ตอนนี้ควรให้ความส าคัญกับฝั่งนั้นก่อน ฉันรู้”
ผมพยักหน้า
พวกเราเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าซึ่งหลุมยักษ์ยังคงอยู่ และ ณ ใจ
กลางของหลุม มันมียูจงฮยอคสองคนก าลังต่อสู้กันอยู่
*
ยูจงฮยอคหมายเลข 999 ที่ถือดาบปีศาจทมิฬพุ่งทะยานขึ้นสู่
อากาศในขณะที่เปล่งสถานะของผู้บรรลุออกมา
ปลายทางของเขามีราชาแห่งยูจงฮยอคทุกคนรออยู่
[[งั้นนี่ก็คือสิ่งที่เจ้าเลือกในตอนท้ายสินะ]]
ยูจงฮยอคที่เก่าแก่ที่สุดในจักรวาล
เขาคือยูจงฮยอคที่ผ่านการเสื่อมถอยรอบที่ 1863 และได้เห็น
บทสรุปของตน
หมายเลข 999 จ้องมายังนักเขียนลับและนึกถึงความทรงจ าอัน
เก่าแก่ของเขา
‘■■’
จุดจบที่สรรพสิ่งจะเจอได้เพียงครั้งเดียว
หมายเลข 999 เองก็ได้พบกับตอนจบของเขา แม้ว่าสิ่งที่เขา
เห็นจะแตกต่างจากบทสรุปของนักเขียนลับ แต่อย่างน้อยเขาก็
ได้เห็นตอนจบของเขา แม้จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวก็ตาม
การเสื่อมถอยรอบที่ 999 ค่อนข้างแตกต่างจากรอบอื่นๆ
คนส่วนใหญ่คงไม่มีทางเข้าใจถึงความหมายของการใช้ชีวิต
เพียงล าพังนับพันครั้ง อย่างไรก็ตาม หมายเลข 999 ก็ได้ท า
เช่นนั้น และเขาก็รู้ว่าเขาต้องใช้ชีวิตแบบนั้นอีกมากมายใน
อนาคต และนั่นคือเหตุผลว่าท าไม เขา…
「”…อย่างน้อยในรอบนี้ ฉันก็ได้ใช้ชีวิตเพื่อทุกคน”」
เขาเสียสละตัวเองเพื่อสหายของเขาในรอบที่ 999
「”หัวหน้า ลืมฉันไปซะ! ฉันบอกแล้วไง ทิ้งฉันไว้ แล้วไปต่อ
เลย!!”」
ในช่วงสถานการณ์ที่ 38 เขาสูญเสียแขนซ้ายของเขาไปเพื่อ
พยายามจะช่วยลีจีฮเย
「”จงฮยอค! ไม่!! จงฮยอค!!”」
ในช่วงสถานการณ์ที่ 55 เขาสูญเสียขาขวาไปเพื่อลีฮุนซึง
「”แต่ แต่ท าไมนาย เพื่อคนอย่างฉัน…”」
และในช่วงสถานการณ์ที่ 74 เขาได้เสียสละดวงตาทั้งสองข้าง
เพื่อปลุกชินยูซอง
「”นั่นก็เพราะพวกเธอทุกคนก็ท าเพื่อฉัน”」
ไม่ว่ามันจะเป็นเพราะเขาพยายามจะชดเชยให้กับชีวิตในอดีต
หรืออะไรก็ตาม มันก็ไม่อาจบอกได้
นอกจากนั้น ยูจงฮยอคแห่งการเสื่อมถอยรอบที่ 999 ยังได้
จริงจังต่อการใช้ชีวิตของเขา มันเป็นครั้งแรกที่เขายอมแพ้ที่จะ
เห็นบทสรุป กลับกัน สิ่งที่เขาต้องการก็คือ…
「”ฉันหวังว่าทุกคนจะได้เห็นจุดจบของโลกใบนี้”」
มันไม่ส าคัญว่าต้องเป็นเขา เขาแค่ต้องการให้ใครสักคนได้เห็น
จุดจบของการถ่ายทอดสดดวงดาว
ยูจงฮยอคแห่งรอบที่ 999 ได้เสียสละความทรงจ าและดวง
วิญญาณของเขาเพื่อจุดประสงค์นั้น เขาไม่ลังเลที่จะท าพันธ
สัญญาต่างโลก หากสิ่งนั้นยอมให้สหายของเขาแข็งแกร่งขึ้น
และปลายทางที่เขาได้เสียสละซึ่งทุกๆ สิ่ง…
「”หัวหน้า พวกเราเกือบถึงสถานการณ์สุดท้ายกันแล้ว”」
ปาฏิหาริย์เล็กๆ ได้เกิดขึ้น
「”อีกนิดเดียว อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น! จงฮยอค!!”」
เขาไม่อาจเดินไปได้ด้วยพลังของเขาอีก เขาไม่มีมือคอยเหวี่ยง
ดาบอีก เขาไม่มีดวงตาคอยมองดูโลกอีก และไม่อาจใช้สกิล
ใดๆ ได้หลังจากกระแสเลือดของเขาปั่นป่วนไปหมด
แต่รางวัลส าหรับการเสียสละของเขา สหายของเขาสามารถ
เข้าใกล้สถานการณ์สุดท้ายได้
「”ตื่น! ตื่นสิ ได้โปรด!”」
ในท้ายที่สุด เขาก็ไม่ได้เห็นบทสรุปของทุกสถานการณ์ เพราะ
พันธสัญญาต่างโลกได้พรากชีวิตของเขาไปเมื่อเกือบจะถึง
สถานการณ์สุดท้าย
นักเขียนลับมองไปยังหมายเลข 999 และพูดขึ้นมา [[ยูจงฮ
ยอคจากรอบที่ 999 ข้าเคารพชีวิตของเจ้า ไม่นับรวมถึงข้า
เจ้าเป็นคนเดียวที่สามารถเข้าใกล้ ‘บทสรุป’ ได้]]
หมายเลข 999 ชี้ดาบปีศาจทมิฬอย่างเงียบๆ
จากร่างของนักเขียนลับ เสียงตะโกนจากยูจงฮยอคคนอื่นๆ ดัง
ออกมา
– นายจริงจังเหรอ?
– นายต้องการจะต่อสู้กับนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ เหรอ?
– นายต้องตื่น หมายเลข 999!
[[อย่างไรก็ตาม เจ้าก็เป็นส่วนหนึ่งของข้า ไม่ว่าเจ้าจะท ายังไง
เจ้าก็ไม่มีทางเอาชนะข้าได้]]
“ถ้านายคือฉันจริงๆ งั้นนายก็น่าจะรู้ว่านายไม่อาจโน้มน้าวฉัน
ได้”
[[ชีวิตที่เจ้าได้ใช้มาเป็นแค่ประสบการณ์ครึ่งหนึ่งของข้าเท่านั้น
นอกจากนี้ ความทรงจ าของเจ้ายังไม่สมบูรณ์ แต่เจ้ากลับ
ต้องการต่อสู้กับข้างั้นเหรอ?]]
หมายเลข 999 ไม่ตอบและแผ่แรงกดดันออกมา
บางทีเขาอาจจะอ่านบางสิ่งจากหมายเลข 999 ได้ ท่าทีของ
นักเขียนลับจึงเปลี่ยนไปในทันใด
[[ถ้านี่คือสิ่งที่เจ้าต้องการจริงๆ ล่ะก็]]
ควันด าพุ่งขึ้นมาและเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นผิวชั้นนอกของนักเขียน
ลับ รูปลักษณ์ของชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ
ภายในฝุ่นควัน
ราชาผู้เดียวดายที่สุดในจักรวาลนี้ ยูจงฮยอคที่สวมชุดคลุมสี
ขาวจากรอบที่ 1863 ก าลังยืนอยู่ตรงนั้น
[[ข้าก็ไม่ต้องการตัวต่อที่ไร้จุดหมายนี้อีกต่อไป]]
เมื่อพูดค าเหล่านั้นจบ นักเขียนลับก็ถอยเสื้อคลุมของเขา
ออกไป เสื้อคลุมสีขาวลอยไปตามลมและตกลงบนผิวน้ าถง
เทียน
ความมืดสีด าสนิทที่ดูราวกับจะโอบไหล่ของเขาไว้ปรากฏขึ้น
และหลังจากนั้นไม่นาน เสื้อคลุมสีด าก็คลุมร่างของเขาไว้ มัน
เป็นเสื้อคลุมตัวเดียวกันกับที่เคยอยู่กับเขามาจนถึงรอบที่
1863
ดาบเขย่านภาในมือของเขาเริ่มเปล่งออร่าที่ดูเป็นลางไม่ดี
ออกมา
และในเวลาเดียวกัน ร่างของยูจงฮยอคทั้งสองก็หายตัวไปใน
อากาศ
ปัง!
เสียงปะทะกันนับครั้งไม่ถ้วนที่บังเกิดขึ้นจากดาบทั้งสองเล่ม
ปะทะกันส่งสัญญาณเตือนให้ผู้อื่นรับรู้ได้ถึงการต่อสู้อันดุเดือด
การปะทะกันอย่างรุนแรงของสถานะทั้งสองส่งผลให้ประกาย
แสงระเบิดออกมาอย่างไม่รู้จบและย้อมท้องฟ้าทั้งผืนให้เป็นสี
ฟ้าคราม
การปะทะกันอย่างฉับพลันนี้ท าให้สายตาของผู้ชมที่เคยพุ่งเป้า
ไปยังมหาปราชญ์เบนมาทางนี้
นั่นยังรวมถึงยูจงฮยอคที่ยืนอยู่บนผืนน้ าถงเทียนและมองขึ้นไป
ยังการต่อสู้อันดุเดือดระหว่างรอบที่ 999 และรอบที่ 1863
หมัดของเขาก าแน่นจนสั่น ทั้งคู่ต่างก็เป็นคู่ต่อสู้ที่ตึงมือส าหรับ
เขา หากเขาได้รับชีวิตเพิ่มขึ้นอีก เขาก็อาจจะไปถึงระดับนั้นได้
ยูจงฮยอคเบิกตากว้างและไม่หันหน้าไปไหน ราวกับว่าเขา
ต้องการดูดซับทุกๆ สิ่งเกี่ยวกับนักเขียนลับและหมายเลข 999
เขาอ่านเรื่องราวของพวกเขาซ้ าแล้วซ้ าเล่า
[เรื่องราว ‘อเวจีนิรันดร์’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
เรื่องราวแสดงให้เห็นถึงภูมิทัศน์อันเลวร้ายอย่างแท้จริง – ยู
จงฮยอคที่เคยเดินไปบนฝันร้ายครึ่งหนึ่ง และอีกครั้งคือยูจงฮ
ยอคที่ได้เห็นตอนจบของขุมนรกนั่นจริงๆ ทั้งคู่ก าลังปะทะกัน
อยู่
วิถีดาบทลายนภาทั้งสองวาดผ่านอากาศเหมือนกับดาวตก
อันหนึ่งมาจากดาบเขย่านภา และอีกอันมาจากดาบปีศาจทมิฬ
ดาบทั้งสองเล่มเปล่งล าแสงโชติช่วงออกมา
[[เมื่อข้ามาคิดดูแล้ว เจ้าไม่ได้ใช้ดาบเขย่านภาเป็นอาวุธหลัก
ของเจ้าใช่ไหม?]]
ในรอบที่ 999 ยูจงฮยอคได้มอบดาบเขย่านภาของเขาให้กับลี
จีฮเย
นักเขียนลับใช้การฟาดฟันดาวตกทลายนภาเข้าใส่ร่างของ
หมายเลข 999
[[เจ้าไม่มีทางเอาชนะข้าได้ด้วยเคล็ดวิชาดาบที่น่าสมเพชนั่น]]
“…ฉันแน่ใจว่าเป็นอย่างนั้น อย่างไรก็ตาม”
หมายเลข 999 เต็มไปด้วยบาดแผลในพริบตา แต่เขาก็ยังไม่
ถอยและจับดาบไว้มั่น
ครู่หนึ่ง ดวงตาของนักเขียนลับสั่นไหว
หมายเลข 999 หายตัวไปในพริบตา และจากนั้น เขาก็มา
ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเทพเจ้าภายนอกที่ก าลังตื่นตะลึง นี่ไม่ใช่
วิถีดาบทลายนภา
มันคือ ‘การสังหารชั่วพริบตา’
“อย่างน้อย ฉันก็สามารถแสดงให้นายเห็นถึงชีวิตของฉันได้”
มันคือเคล็ดวิชาของลีจีฮเย
[[ของแบบนี้…!]]
ดาบปีศาจทมิฬถูกเบนออกไปในช่วงเวลานั้น และวิถีดาบก็
แปรเปลี่ยนเป็นรูปแบบของเคนโด้
เปรี้ยง!
ดวงตาของหมายเลข 999 เปล่งประกายขึ้นด้วยล าแสงของผู้
สังหารปีศาจ
ชีวิตของลีจีฮเยในรอบที่ 999 ก าลังปรากฏขึ้นในมือของ
หมายเลข 999 การเตะหนักแน่นราวกับของลีฮุนซึง เคล็ดวิชา
กรงเล็บอันดุร้ายดุจลีซอลฮวา สัมผัสตามธรรมชาติของชินยู
ซอง และกระทั่งเซ้นต์ในการต่อสู้อันยอดเยี่ยมของคิมนัมอุนก็
ด้วย
ประวัติศาสตร์ที่หมายเลข 999 ได้ประสบผ่านร่างกายของเขา
เริ่มเล่าเรื่องราวของพวกมันออกมา
ในช่วงเวลานี้ หมายเลข 999 ไม่ได้อยู่เพียงล าพัง
เคล็ดวิชาจากเหล่าสหายที่ถูกช่วยเอาไว้ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ผ่าน
เนื้อหนังของเขา
[[ด้วยเคล็ดวิชากระจอกๆ พวกนี้…!]]
[มหาเรื่องราว ‘นักแสวงบุญแห่งวันสิ้นโลกอันโดดเดี่ยว’ เริ่ม
เล่าเรื่องราวของมัน!]
เรื่องราวของหมายเลข 999 เริ่มพังทลาย การป้องกันของลีฮุ
นซึงพังยับ และกรงเล็บของลีซอลฮวาก็หัก ทั้งคิมนัมอุนและลี
จีฮเยทรุดตัวลง ในขณะที่ชินยูซองนั้นคุกเข่าลงกับพื้น ดาบ
ปีศาจทมิฬกระเด็นออกไปจากมือของเขาหลังจากเขาไม่อาจ
ทนต่อแรงกระแทกได้ และอาวุธก็ตกลงไปยังน้ าแม่ถงเทียน
เฉกเช่นเดิม หมายเลข 999 ถูกทิ้งไว้เพียงล าพัง
[[หมายเลข 999 เจ้าแพ้แล้ว]]
เมื่อเผชิญกับสิ่งมีชีวิตเช่นนี้ ชีวิตของสหายต่างก็ต้องพังทลาย
ลง
หมายเลข 999 พยักหน้า แต่เขาก็ยังไม่สิ้นหวัง “…ในจักรวาล
อื่น มันอาจจะต่างออกไป”
สายตาของหมายเลข 999 เบนไปหาสมรภูมิของมหาปราชญ์
และบริษัทของคิมทกจา เหตุการณ์ของจักรวาลนี้ที่ไม่เคยเกิด
ขึ้นมาก่อน
[[…ดูเหมือนว่าแม้แต่เจ้าก็จะถูกหลอกไปด้วยความหวังลมๆ
แล้งๆ นี้ด้วย]]
“นายพูดราวกับว่ามันเป็นเรื่องของคนอื่นเลยนะ นักเขียนผู้
ยิ่งใหญ่” หมายเลข 999 เดินโซเซ แต่เขาก็ยังพูดต่อ “พวกเรา
ล้มเหลว พวกเราไม่อาจช่วยสหายได้สักคน และได้เห็นจุดจบ
เพียงล าพัง นั่นคือจุดจบที่พวกเราต้องการจะเห็นจริงๆ
เหรอ?”
[[นั่นคือความรู้สึกอันไร้ประโยชน์]]
“จักรวาลนี้แตกต่างออกไป”
[[ไม่ จักรวาลนี้ไม่ควรมีอยู่ตั้งแต่แรก]]
นักเขียนลับพูดอย่างเย็นชาในขณะที่ร่างของเขาขยับ
[[จักรวาลนี้ถูกสร้างขึ้นโดยผลลัพธ์จากการขัดขวางต้นเหตุ
จักรวาลนี้เร่งการล่มสลายของความเป็นไปได้ อันที่จริง ที่แห่ง
นี้ไม่ควรมีอยู่ตั้งแต่แรก เนื่องจากมันเป็นเพียงเรื่องตลกของ
‘ความฝันที่เก่าแก่ที่สุด’…]]
“นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ นายเข้าใจเรื่องนี้ด้วยเหรอ? ภายใน
จักรวาลที่ถูกปิดของ ‘เนื้อเรื่องต้นฉบับ’ ที่ยิ่งใหญ่นั้น มัน
เป็นไปไม่ได้ที่จะได้เห็นเรื่องราวที่พวกเราต้องการ และนั่นคือ
เหตุผลที่นาย…”
มันเป็นครั้งแรกที่นักเขียนลับสะดุดไปเล็กน้อย แต่นั่นก็กินเวลา
เพียงชั่วครู่เท่านั้น
เขาใช้ดาบเขย่านภาแทงร่างของหมายเลข 999 เบาๆ
[[กลับมาสู่ข้า หมายเลข 999 ข้าต้องการเจ้ากลับมา]]
การแทงดาบเขย่านภาเริ่มดูดความทรงจ าของหมายเลข 999
อัตตาของพวกเขาที่ถูกแยกออกจากกันก าลังถูกเรียกกลับคืน
สายตาอันพร่ามัวของหมายเลข 999 เบนไปยังแม่น้ าถงเทียน
เบื้องล่าง นักเขียนลับรู้อยู่แล้วว่าใครอยู่ตรงนั้นและพูดด้วย
น้ าเสียงเยาะเย้ย [[เขาได้ลิ้มรสความพ่ายแพ้ด้วยมือของข้า
แล้ว เจ้าเชื่อจริงๆ เหรอว่าคนที่ไม่อาจจ าอะไรได้ด้วยซ้ าจะ
สามารถหยุดข้าได้?]]
“ยูจงฮยอค เก็บดาบไป!”
เสียงอันเศร้าโศกดังก้องไปทั่วแม่น้ าถงเทียน และยูจงฮยอคที่
ยืนอยู่ปลายทางของเสียงนั้นก็ไม่ใช่ทั้งหมายเลข 999 และ
นักเขียนลับ
เขาเงยหน้าขึ้นด้วยความสับสน และจากนั้นก็มองลงไปยังไอ
เท็มทั้งสองที่วางอยู่บนเศษเรือ
ดาบปีศาจทมิฬของหมายเลข 999 และ… เสื้อคลุมสีขาวที่
นักเขียนลับถอดออกไป
「”ฉันต้องการมีชีวิตอยู่”」
「”ถ้าฉันมีโอกาส เหมือนโลกที่ฉันได้เห็น”」
ความเจ็บปวดจู่โจมเข้าใส่หัวของเขา ความทรงจ าที่ไม่รู้จักปัด
ผ่านหัวของเขา
[เรื่องราวของคุณก าลังปั่นป่วน]
“นายต้องจ าให้ได้ว่านายเป็นใคร!”
ราวกับว่าเขาตกอยู่ในมนตร์สะกด ยูจงฮยอคจับดาบปีศาจ
ทมิฬไว้ มันให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติในมือของเขาราวกับว่า
มันเป็นของเขามานานแล้ว และเขาก็หยิบเสื้อคลุมขึ้นมาด้วย
มันเป็นสีขาว สีที่เขาไม่ชอบ
– เจ้าไม่ใช่ยูจงฮยอคแห่งรอบที่สาม
วันนั้น หมายเลข 999 บอกกับเขา
– นายไม่เคยสงสัยบ้างเหรอว่ามีอะไรแปลกๆ แม้ว่าคิมทกจา
จะอยู่ที่นี่ แต่นายก็เป็นแค่รอบที่สาม ซึ่งการพัฒนาที่รวดเร็ว
แบบนี้มันสมเหตุสมผลงั้นเหรอ?
ในขณะที่เขาจมลงสู่ห้วงความคิด เขาค่อยๆ สวมเสื้อคลุมสี
ขาว มันพอดีกับเขาราวกับถุงมือ ราวกับว่าเขาเคยสวมใส่มัน
มาก่อน
– อย่าพยายามโกหกฉัน ฉันคือรอบที่สาม ฉัน…
มันคงเป็นเรื่องโกหกถ้าจะบอกว่าเขาไม่เคยคิดถึงมันมาก่อนสัก
ครั้ง
เขาคือยูจงฮยอครอบที่สามจริงๆ เหรอ?
– …และแม้ว่าฉันจะไม่ใช่รอบที่สาม แต่ทั้งหมดที่ฉันจ าได้ก็คือ
ความทรงจ าจนถึงรอบที่สาม
ยูจงฮยอคเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆ และมองขึ้นไปบนท้องฟ้า
หมายเลข 999 ที่ก าลังหายไปอย่างช้าๆ ก าลังมองกลับมาที่
เขา
– ไม่ใช่ว่านายมีสหายแล้วเหรอ?
ใบหน้าที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แม้กระทั่งในกระจก
– สหายที่จดจ าชีวิตของนายได้ดียิ่งกว่าตัวนายเอง?
ดาบเขย่าสวรรค์ของนักเขียนลับขยับ สถานะสีด าสนิทที่
สามารถท าลายได้กระทั่งเอกภพได้เล็งมาที่เขา และในช่วงเวลา
นั้น ยูจงฮยอคก็นึกถึงใครบางคน
และจากนั้น…
[‘มุมมองนักอ่านพระเจ้า’ ขั้นที่สามถูกเปิดใช้งาน!]
ราวกับว่ามีผู้สนับสนุนจุติลงมา พลังของดวงดาวอันคุ้นเคยจุติ
ลงมาที่เขา
「ไปกันเถอะ」
และเรื่องราวก็เริ่มขึ้น
(จบตอน)