มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 447 - 1864 (3)
โลกที่เธอสร้างขึ้นในรอบที่ 1863 นั้นสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าชีวิตที่ผม
เป็นผู้นำ ทุกคนจากนิยายต้นฉบับยังมีชีวิตอยู่ และโซลก็มีโครงสร้าง
ที่จำเป็นสำหรับการรับมือกับสถานการณ์สุดท้ายด้วย
สิ่งเดียวที่ขาดหายไปก็คือยูจงฮยอค
ผมคิดว่ามันไม่ยุติธรรม ผมคิดว่าโลกที่คัดลอกมาจากต้นฉบับโดยที่
ไม่มีตัวละครหลักนั้นผิด
「ฉบับคัดลอกบางอันก็เหนือลํ้าไปกว่าต้นฉบับ」
แม้จะเป็นอย่างนั้น ผมก็ไม่อาจละสายตาไปจากโลกที่ฮันซูยองสร้าง
ขึ้นมาได้ แม้ว่าผมจะคิดว่ามันผิดก็ตาม เพราะเรื่องราวของเธอก็มีองค์
ประกอบที่ผมตั้งใจไว้เช่นกัน
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ‘ กำลังมองมาที่คุณ]
ลิขสิทธิѻมีตัวตนอยู่ตลอดไปไหม?
มันโอเคไหมที่จะอธิบายชีวิตของคนๆ หนึ่งในฐานะผลงานของผู้
เขียน?
[[ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น]]
คนที่เสนอชีวิตของตนเพื่อความสำเร็จของอีกเส้นโลกกำลังมองตรง
มาที่ผม ชายคนเดียวในโลกนี้ที่มีสิทธิѻได้เห็นบทสรุป
ถึงกระนั้น เขาก็ไม่ได้เห็นจุดจบที่เขาต้องการ ชายคนนี้จับดาบปีศาจ
ทมิฬของยูจงฮยอคไว้ด้วยมือเปล่าและพูดขึ้นมา [[เรื่องราวที่ไม่มี
จุดจบที่เหมาะสมคือเรื่องราวที่ล้มเหลวงั้นเหรอ?]]
เรื่องราวไหลออกมาจากนิ้วมือที่ถูกตัดด้วยดาบ เรื่องราวที่ผมคุ้นเคย
เป็นอย่างดี
เรื่องราวที่ผมอ่านมากว่าสิบปี
[[เจ้าเชื่อจริงๆ เหรอว่าบทสรุปที่เหมาะสมจะมีตัวตนอยู่ในโลกนี้?]]
ยูจงฮยอครีบเหวี่ยงดาบปีศาจทมิฬของเขา ส่งผลให้นิ้วของนักเขียน
ลับห่างไปจากตัวเขา
‘นิ่งไว้ คิมทกจา เขาจริงจังขึ้นมาแล้ว‘
[แอตทริบิวต์ ‘ผู้สังหารราชาปีศาจ‘ ถูกเปิดใช้งาน!]
[แอตทริบิวต์ ‘ความหวาดกลัวแห่งดวงดาว‘ ถูกเปิดใช้งาน!]
ดาบที่หํ้าหั่นราชาปีศาจและกลุ่มดาวเริ่มกู่ร้องออกมา
[เรื่องราว ‘อเวจีนิรันดร์‘ โหยหวนออกมา!]
[มหาเรื่องราว ‘นักแสวงบุญแห่งวันสิ้นโลกอันโดดเดี่ยว‘ ยังคงเล่า
เรื่องราวของมัน!]
คนที่สร้างมหาเรื่องราวขึ้นด้วยชีวิตของเขากำลังอยู่ตรงหน้าของพวก
เรา
ปัง!!
พวกเราไม่อาจรับมือกับเรื่องราวที่กำลังใกล้เข้ามาได้และถูกบังคับให้
ถอยไป เฉกเช่นสำลีเปียก ร่างทั้งร่างรู้สึกหนักอึ้ง นํ้าของแม่นํ้าถง
เทียนพลิกควํ่า และก้นแม่นํ้าก็เผยออกมา
พวกเราใช้ก้นแม่นํ้าที่เผยออกมาเป็นที่หยั่งเท้าและเหวี่ยงดาบขึ้นสู่
ท้องฟ้า
วิถีดาบทลายนภา
เคล็ดวิชาทำลายล้าง
การฟาดฟันดาวตกทลายนภา
สายฟ้าพุ่งทะลวงขึ้นสู่ท้องฟ้าจากปลายดาบปีศาจทมิฬ สถานะของ
ราชาปีศาจและกลุ่มดาว รวมทั้งผู้บรรลุถูกเสริมเข้าไปยังปลายดาบที่
เจาะผ่านท้องฟ้า
ปัง!!
เขาเองก็ครอบครองเคล็ดวิชาเดียวกันกับที่พวกเราครอบครอง ฝน
ดาวตกทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ
เมื่อเคล็ดวิชาเหมือนกัน สิ่งที่จะตัดสินผลลัพธ์ก็คือความสามารถรวม
ทั้งสถานะของเรื่องราว
[มหาเรื่องราว ‘นักแสวงบุญแห่งวันสิ้นโลกอันโดดเดี่ยว‘ กำลังจดจำ
เรื่องราว]
น่าเสียดาย พวกเราไม่อาจชิงความได้เปรียบมาได้เลย
‘คิมทกจา!‘
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเราจะถอย
ผมปลดปล่อยเรื่องราวอื่นๆ ออกมาอย่างเต็มที่ในขณะที่ยังคงใช้งาน
อเวจีนิรันดร์
[เรื่องราว ‘ผู้สังหารเทพเจ้าภายนอก‘ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
เหตุผลที่ทำไมฝ่ายตรงข้ามถึงถือครองความได้เปรียบก็เป็นเพราะ
สองแอตทริบิวต์ – ผู้สังหารราชาปีศาจและความหวาดกลัวแห่ง
ดวงดาว ในกรณีนั้น พวกเราจำเป็นต้องปลดปล่อยเรื่องราวที่ทำให้
พวกเราต่อกรกับเทพเจ้าภายนอกได้
ฮูมมมมม!
สถานะหนึ่งปะทะกับสถานะอีกอัน เลือดไหลลงมาจากจมูกของยูจงฮ
ยอค อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ถอย
ไม่ใช่แค่เขา แต่แม้แต่เรื่องราวก็ดูจะเข้าใจมัน พวกมันอาจจะรู้ว่าถ้า
พวกมันหยุดเล่าเรื่องราวตอนนี้ เรื่องราวทั้งหมดก็จะจบลงตรงนี้
[[มันไร้ประโยชน์]]
สถานะของนักเขียนลับเคลื่อนไหว ออร่าของมหาเรื่องราวที่เคยแผ่
ระลอกคลื่นอันคลุมเครือออกมากำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว นัก
แสวงบุญแห่งวันสิ้นโลกอันโดดเดี่ยวกลายร่างเป็นยักษ์ และฝ่ามืออัน
ใหญ่ยักษ์ของมันกำลังบดขยี้ลงมายังพวกเรา
ยูจงฮยอคคำรามออกมา “พวกเราก็มีมหาเรื่องราวเหมือนกัน!“
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ‘ ยังคงเล่าเรื่องราวของมันต่อ
ไป!]
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินตำนาน‘ ยังคงเล่าเรื่องราวของมัน
ต่อไป!]
โลกแห่งมหาเรื่องราวไหลผ่านตรงหน้าของพวกเรา
วสันต์แห่งโลกปีศาจที่ได้ต่อสู้กับสุริยะในการคัดเลือกราชาปีศาจ
คบเพลิงที่กลืนกินตำนานที่พวกเราได้รับมาในช่วงกิแกนโทมาเคีย
มหาเรื่องราวทั้งสอง อันหนึ่งกลายร่างเป็นสิงโต ในขณะที่อีกอันกลาย
ร่างเป็นมังกร และเริ่มฉีกทึ้งฝ่ามือยักษ์และต่อต้านมัน
[‘ยูจงฮยอค‘ แห่งรอบที่ 41 กำลังมองมาที่คุณ]
[‘ยูจงฮยอค‘ แห่งรอบที่ 666 กำลังมองมาที่คุณ]
[‘ยูจงฮยอค‘ แห่งรอบที่ 999 กำลังมองมาที่คุณ]
ยูจงฮยอคจำนวนนับไม่ถ้วนภายในตัวนักเขียนลับกำลังเฝ้าดูการต่อสู้
นี้
ผมนึกถึงหมายเลข 666 และ 999 ขึ้นมา พวกเขาน่าจะอยู่ ณ ที่ไหน
สักแห่ง พร้อมกับตัวนักเขียนลับ พวกเขาคงกำลังเฝ้าดูผมตั้งแต่ต้น
พวกเขาเฝ้าดูการต่อสู้อันดุเดือดระหว่างยูจงฮยอคทั้งสองและเริ่ม
ตึงเครียดขึ้นมา
[การแปลงสภาพเวทีถูกเปิดใช้งาน!]
ท้องฟ้าแยกออก จากนั้นแสงสว่างและความมืดก็เริ่มสร้างโลกใบใหม่
ขึ้นมา
[มหาเรื่องราว ‘ฤดูกาลแห่งแสงสว่างและความมืด‘ เริ่มเรื่องราวของ
มัน]
ฤดูกาลแห่งแสงสว่างและความมืดคือมหาเรื่องราวของพวกเรา แต่ใน
เวลาเดียวกัน มันก็เป็นเรื่องราวของนักเขียนลับด้วย
และแม้กระทั่งในมหาเรื่องราวนี้ ยูจงฮยอคก็ยังต้องพ่ายแพ้ต่อนัก
เขียนลับ
[[เจ้าชนะไม่ได้หรอก]]
ผลของการแปลงสภาพเวทีนั้นเด็ดขาด
ประวัติศาสตร์แห่งความพ่ายแพ้จะถูกดำเนินต่อไปอีกครั้ง
「ชายผู้สวมเสื้อคลุมสีขาวกำลังเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า และชายผู้
สวมเสื้อคลุมสีดำก็สบเข้ากับดวงตาคู่นั้น」
สายตาของนักเขียนลับสั่นไหว
ไม่ต้องสงสัยเลย นี่จะเป็นการต่อสู้ที่เหมือนเดิม แต่ถึงกระนั้น บางสิ่งก็
ต่างออกไป นักเขียนลับมองลงไปยังเสื้อคลุมของตัวเอง
มันเป็นสีดำ
สีของเสื้อคลุมเป็นตรงกันข้าม
「แสงสว่างและความมืดปะทะกัน และผู้เฝ้ามองคนหนึ่งกำลังเฝ้า
สังเกตเรื่องราวทั้งหมด」
สถานะอันยิ่งใหญ่มารวมตัวกันที่แขนขวาของยูจงฮยอค มันชัดเจนว่า
เขากำลังจะใช้เคล็ดวิชาไหน
เคล็ดวิชาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เขาสามารถใช้ได้ในปัจจุบัน การฟาดฟัน
ทลายดารา
ย้อนกลับไปในศึกมังกรแห่งวันสิ้นโลก ยูจงฮยอคไม่อาจเอาชนะนัก
เขียนลับได้ด้วยเคล็ดวิชานี้
[อวตาร ‘จางฮีวอน‘ ได้โอนส่วนแบ่งในมหาเรื่องราวของเธอชั่วคราว]
ทุกคนจากบริษัทของคิมทกจาที่อยู่ในสมรภูมิไม่ไกลได้เสริมความ
แข็งแกร่งให้กับพวกเรา ทุกคนที่ถือครองส่วนแบ่งในมหาเรื่องราว
กำลังเข้าร่วมในศึกนี้
[อวตาร ‘ฮันซูยอง‘ ได้โอนส่วนแบ่งในมหาเรื่องราวของเธอชั่วคราว]
[อวตาร ‘ชินยูซอง‘ ได้โอนส่วนแบ่งในมหาเรื่องราวของเธอชั่วคราว]
[อวตาร ‘ลีกิลยัง‘ ได้โอนส่วนแบ่งในมหาเรื่องราวของเขาชั่วคราว]
เรื่องราวทุกเรื่องของบริษัทของคิมทกจามารวมกันที่ดาบปีศาจทมิฬ
ของยูจงฮยอค หลังจากได้เห็นเรื่องราวของเขาบวมเป่งขึ้นเช่นนั้น นัก
เขียนลับก็เริ่มสาดสถานะของเขาออกมาด้วย
พวกเขาอาจจะเป็นยูจงฮยอคสองคน แต่เรื่องราวที่พวกเราสร้างขึ้นมา
ก็แตกต่างกัน
「ยูจงฮยอคคือใคร?」
เรื่องราวที่พวกเขาครอบครองทำหน้าที่เป็นคำตอบของคำถามนั้นแล้ว
[มหาเรื่องราว ‘นักแสวงบุญแห่งวันสิ้นโลกอันโดดเดี่ยว‘ ยังคงเล่า
เรื่องราวของมัน]
เรื่องราวของนักเขียนลับคือยูจงฮยอคจากรอบที่ 1 รอบที่ 2 รอบที่
100 และกระทั่งถึงรอบที่ 1000 เรื่องราวที่สร้างขึ้นมาจากการดำรงอยู่
ของคนๆ หนึ่งที่ซ้อนทับกัน
「โศกนาฏกรรมทั้งหมดกลายเป็นสิ่งที่น่าเบื่อ และสิ่งมีชีวิตหนึ่งก็เริ่ม
เติบใหญ่ขึ้น」
ลำแสงดาบจากดาบปีศาจทมิฬคือขั้วตรงข้ามของมหาเรื่องราวนั้น
[เรื่องราว ‘สหายร่วมเป็นร่วมตาย‘ ยังคงเล่าเรื่องราวของมัน]
นั่นคือคำตอบของยูจงฮยอค
[เรื่องราว ‘เด็กแห่งอดีตและอนาคต‘ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน]
ยูจงฮยอคคือชินยูซอง
[เรื่องราว ‘ผู้พิพากษาแห่งวันสิ้นโลก‘ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน]
ยูจงฮยอคคือจางฮีวอน และ…
[เรื่องราว ‘ผู้กอบกู้ตัวปลอม‘ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน]
เขาก็ยังเป็นฮันซูยอง และจากนั้น…
[เรื่องราว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น‘ ยังคงเล่าเรื่องราวของมัน!]
และเขาก็คือผมด้วย
เปรี้ยง!!
การฟาดฟันทลายดาราปะทะกับมหาเรื่องราวของนักเขียนลับ การ
ต่อสู้นี้ดุเดือดเป็นอย่างยิ่ง และความประมาทเพียงชั่วขณะก็สามารถ
ตัดสินผู้ชนะได้ เรื่องราวทั้งหมดของพวกเราพุ่งออกไปข้างหน้าอย่าง
ทรงพลัง และจากนั้น…
[‘ยูจงฮยอค‘ แห่งรอบที่ 666…]
การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเกิดขึ้นในท่ามกลางการต่อสู้นี้
[‘ยูจงฮยอค‘ แห่งรอบที่ 362…]
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวบังเกิดขึ้น และสายนํ้าที่ระเบิดออกก็ก่อตัวขึ้น
เป็นม่านหมอกสีเทา นํ้าในแม่นํ้าสาดลงมาหาพวกเราและกวาดร่าง
ของยูจงฮยอค สติของเขาจางหายไป
ผมเบียดแย่งเขาและลากร่างอวตารไปยังเศษเรือที่ลอยอยู่ใกล้ๆ จาก
นั้นก็ปีนขึ้นไปบนนั้น
เมื่อผมมองดูใกล้ๆ มันก็ไม่ใช่เศษเรือ แต่เป็นเกาะเล็กๆ ที่ถูกสร้างขึ้น
มาจากซากศพของเหล่าเทพเจ้าภายนอก
ในตอนนั้นเอง ผมก็ได้ยินเสียงๆ หนึ่ง
[[มันมีเพียงความแตกต่างเดียวระหว่างข้าและเจ้า]]
เมื่อหมอกสีเทาของนํ้าหายไป ร่างของนักเขียนลับก็ลอยลงมาบน
เกาะซากศพ
[[เจ้าแค่โชคดีเท่านั้น แต่ข้าไม่]]
เปรี้ยง!
เสื้อคลุมสีดำของเขาขาดรุ่งริ่ง ประกายแสงเต้นระบำไปทั่วร่างของ
เขา
[‘ยูจงฮยอค‘ แห่งรอบที่ 1562…]
[‘ยูจงฮยอค‘ แห่งรอบที่ 1321…]
ยูจงฮยอคที่อยู่ภายในร่างของเขากำลังต่อต้านเขา พวกเขาปฏิเสธที่
จะฟังเจตจำนงของนักเขียนลับ
[‘ยูจงฮยอค‘ แห่งรอบที่ 999 ประสงค์ที่จะได้เห็นตอนจบของรอบที่
1864]
สถานะของเขาลดลงทีละนิด และร่างกายของเขาก็ค่อยๆ หดตัวลงไป
ด้วย กล้ามเนื้อที่นูนออกมาเริ่มเล็กลง และความสูงของเขาก็ลดลงไป
ด้วย
ในไม่ช้า นักเขียนลับก็สูญเสียสถานะของเขาไปและกลายร่างเป็นเด็ก
ชายคนหนึ่ง
ผมเดินโซเซด้วยเท้าของยูจงฮยอค
“นาย…“
ผมอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่มีเสียงใดออกมา
[ผู้ชมส่วนใหญ่กำลังตัวสั่นไปกับการต่อสู้ของคุณ!]
[ผู้ชมส่วนหนึ่ง…]
พวกเราชนะ
ข้อความจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น แต่ผมก็ไม่สนใจสักอัน
นักเขียนลับนั่งอยู่เพียงลำพังบนเกาะนี้ ดาบเขย่านภาแทงลงไปที่พื้น
คือสิ่งเดียวที่ประคองเขาไว้
ในขณะที่จับดาบปีศาจทมิฬไว้แน่น ผมก็เดินเข้าไปหาเขาอย่าง
ระมัดระวัง
แม้ว่าเขาจะยังเป็นยูจงฮยอคคนเดิม แต่ทำไมเขาถึงได้มีชีวิตต่างออก
ไปเช่นนี้? ทำไมชายคนนี้ถึงต้องเอาชนะโศกนาฏกรรมทั้งหมดนั้น
เพียงลำพัง?
[มหาเรื่องราว ‘นักแสวงบุญแห่งวันสิ้นโลกอันโดดเดี่ยว‘ สะดุดในการ
เล่าเรื่องราวของมัน]
มันเป็นเพราะเขาไม่มีสหายงั้นเหรอ?
สหาย…
[‘ยูจงฮยอค‘ แห่งรอบที่ 41 กำลังเฝ้าระวังคุณ]
…ไม่ เขามี
เขามีสหายแน่ๆ
ยูจงฮยอคจิѺวโผล่ออกมาจากร่างของเขาและยืนอยู่กับที่
[ไม่ไม่ ไม่ได้ ไม่ได้ ไม่ได้ ไม่ได้]
ตอนนี้มียูจงฮยอคจิѺวปกป้องเขาไว้รอบๆ ตัว และจากนั้นก็เป็นเหล่า
เทพเจ้าภายนอกที่ล้อมรอบยูจงฮยอคจิѺวเหล่านั้นไว้อีก
ประวัติศาสตร์ที่นักเขียนลับใช้ชีวิตผ่านมา – ทุกๆ ส่วนของหนทาง
เอาชีวิตรอดที่เขาใช้ชีวิตอยู่กำลังปกป้องเขา
[อย่าฆ่าเขา อย่าฆ่าเขา อย่าฆ่าเขา อย่าฆ่าเขา อย่าฆ่าเขา]
พวกมันคือเรื่องราวที่ถูกละทิ้งเพราะพวกมันไม่อาจไปถึงบทสรุปได้
ผมขยับร่างกายของยูจงฮยอคอีกครั้งและลดท่าทางลง เมื่อผมเอื้อม
มือออกไป เทพเจ้าภายนอกตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งก็กัดนิ้วของผม เลือดสี
แดงเข้มย้อมปลายนิ้วที่ถูกกัด
มันคือเรื่องโกหกที่เส้นโลกนี้คือเรื่องราวใหม่
จนถึงตอนนี้ เรื่องราวของยูจงฮยอค – หนทางเอาชีวิตรอดก็ยังไม่จบ
ลง
‘คิมทกจา‘
เขาคงจะได้สติกลับมาแล้ว เพราะยูจงฮยอคเริ่มพูดกับผม
ผมไม่ได้ตอบกลับไปในทันที่ และขยับผ่านเทพเจ้าภายนอกเข้าไปหา
นักเขียนลับ
ร่างของเด็กชายกำลังเงยหน้าขึ้นมองผมในขณะที่ถูกล้อมไว้ด้วย
เหล่าเทพเจ้าภายนอก
ยูจงฮยอคเห็นผมถือดาบปีศาจทมิฬไว้แน่นและพูดขึ้นมา ‘นายจะต้อง
เสียใจกับสิ่งนี้‘
「ไม่」
ผมยกดาบขึ้นเพียงเพราะจะเก็บมันเข้าไปในฝัก
「นอกจากนี้ นายก็ไม่ได้จะฆ่าเขาด้วย」
การโต้ตอบของยูจงฮยอคกลับมาช้ากว่าปกติ ‘…แม้ว่าพวกเราจะฆ่า
เขา เขาก็คงจะเสื่อมถอยอีก‘
แม้ว่าเขาจะพูดออกมาแบบนั้น แต่มันก็ค่อนข้างชัดเจนว่าเขากำลังคิด
อะไรอยู่ พวกเรามีโศกนาฏกรรมมากพอแล้ว
[กลุ่มดาวจำนวนมากกำลังเฝ้าดูคุณ]
[กลุ่มดาวจำนวนมากไม่เข้าใจการตัดสินใจของคุณ]
ผมไม่ได้ตัดสินใจแบบนี้เพราะอยากจะได้เรื่องราว และผมก็รู้ว่านี่คงจะ
ไม่ได้ปลอบประโลมอะไรแก่ชีวิตที่ผ่านมากว่า 1864 รอบ
แต่ถึงอย่างนั้น…
“นักเขียนลับ“
ผมเรียกออกไป และเขาก็เงยหน้าขึ้นมองผม
แม้ว่าโลกนี้จะเปลี่ยนไปจากเรื่องราวต้นฉบับ แม้ว่าโลกนี้จะไม่ใช่แค่
นิยายอีกต่อไป… ถ้ามันไม่ใช่เพราะชายคนนี้ โลกใบนี้ก็คงจะไม่มีตัว
ตนอยู่
「ถ้าไม่มีเขา คิมทกจาคนนี้ก็คงจะไม่ได้มาอยู่ที่นี่」
ผมเป็นหนี้เขา หนี้ที่ไม่มีสิ่งใดสามารถชดใช้ได้
“นายบอกว่าประโยคที่ถูกเขียนไปแล้วจะไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้ใช่
ไหม? ฉันไม่เห็นด้วย“
อันที่จริง ประโยคสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เฉกเช่นการมีเวอร์ชั่นแก้ไข
ของหนทางเอาชีวิตรอด
[[เรื่องราวของข้ามาถึงตอนจบแล้ว]]
“…งั้น?”
[[…มันไม่มีคำว่า ‘งั้น‘ นั่นคือความหมายของจุดจบ]]
“เรื่องราวบางเรื่องสามารถเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้งหลังจากมาถึงตอนจบ
ของมัน ย้อนกลับไปยังโลกที่ฉันอาศัยอยู่ มันมีชายคนหนึ่งที่พูดซํ้าๆ
ว่าเรื่องราวของเขาจะจบลงในปีนั้น แต่เขาก็ยังทำต่อไปอีกกว่าสิบปี“
และเรื่องราวนั้นก็ช่วยให้ผมรอดมาได้
“ฉันคิดว่าเรื่องราวนั้นจะจบลงที่ประมาณ 500 ตอน แต่ก่อนที่ฉันจะ
ทันรู้ตัว มันก็ผ่านไป 2000 ตอนแล้ว“
[[…เจ้าต้องการจะพูดอะไรกัน?]]
“เรื่องราวนั้นถูกเขียนไว้ถึง 3149 ตอน… แต่ตอนที่ 3150 ก็ยังไม่ถูก
เขียน“
แม้ว่าจะมีการเขียนจุดไว้ แต่ตราบใดที่ประโยคต่อไปถูกเขียนขึ้น เรื่อง
ราวก็จะดำเนินต่อไป
นักเขียนลับควรจะรู้ตัวแล้วเหมือนกัน เพราะเขาคือคนที่เล่าเรื่องราว
ของเขามานานยิ่งกว่าใคร
ผมพูดด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า “มันรู้สึกเหมือนว่าเรื่องราวจะยังดำเนิน
ต่อไปได้ และบางที่ มันอาจจะเกิดขึ้นจริงๆ ฉันรู้โล่งใจขึ้นมาแล้ว“
[[เจ้า…]]
“เพราะฉันเป็นกลุ่มดาว นายก็รู้” ในขณะที่สีหน้าของนักเขียนลับแข็ง
ขึ้น ผมก็เสริมบางสิ่งด้วยนํ้าเสียงอันเยือกเย็น “กลุ่มดาวก็เป็นสิ่งมี
ชีวิตแบบนั้นแหละ“
นี่คือคำตอบที่ผมเลือก นี่เป็นวิธีเดียวที่จะไม่ไปดูถูกเขา แม้ว่ามันจะ
ทำร้ายเขาไปบ้างก็ตาม
ดวงตาของนักเขียนลับจ้องมาที่ผม [[…เรื่องราวนั่นจะทำให้เจ้า…]]
คลื่นเสียงของเขาพุ่งตรงมาที่ผม [[…จะทำให้เจ้าต้องตาย มันจะ
แสดงให้เจ้าเห็นถึงผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุด และสำหรับเนบิวลาของ
เจ้า…!]]
“ไม่สำคัญ“
ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมพูดไปตอนนี้อาจจะดูไม่มีความรับผิดชอบ ความดันทุรัง
ของผมอาจจะทำให้เกิดหายนะกับทุกคน ผมรู้
ถึงกระนั้น นี่ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมสามารถทำได้ในตอนนี้
“ทุกครั้งที่มันเกิดขึ้น ฉันจะพยายามโต้กลับไปอย่างเต็มที่“
การแสดงออกของนักเขียนลับกำลังเปลี่ยนไปเป็นสิ่งที่ผมไม่อาจ
ทำได้ การแสดงออกที่ดูราวกับจะวิเคราะห์จุดสิ้นสุดของเอกภพอัน
ไกลโพ้น เขามองผ่านสมรภูมิด้วยการแสดงออกเช่นนี้
ฝนที่ตกลงมาหยุดลง และเมฆพายุที่มหาปราชญ์อัญเชิญออกมาก็
หายไป
มหาสงครามโลกสวรรค์กำลังจะปิดฉากลง
กลุ่มดาวแห่งจักรพรรดิที่ร่วงหล่นลงมากำลังเงยหน้าขึ้นมองมหา
ปราชญ์และเหล่าสัตว์ปีศาจ ความรู้สึกปราชัยบนใบหน้าของพวกเขา
ได้บอกผมว่าใครคือผู้ชนะในวันนี้
[ปัจจุบัน ห้องเรื่องราว ‘ฉันกลายเป็นซุนหงอคงระดับ SSSSS ที่
เกษียณตัวเองแล้ว‘ กำลังครอบครอง ‘คัมภีร์ศักดิѻสิทธิѻ‘]
[สถานการณ์จะจบลงโดยอัตโนมัติถ้าคัมภีร์ศักดิѻสิทธิѻได้รับการปกป้อง
เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง]
[ระยะเวลาที่เหลืออยู่ของสถานการณ์คือ 10 วินาที]
ในที่สุด สถานการณ์อันยืดเยื้อก็กำลังจะปิดฉากลง
ผมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอันสดใสของการถ่ายทอดสดดวงดาว มหา
โดเกบิที่ควบคุมสถานการณ์สุดท้ายอยู่ตรงนั้นและกำลังจ้องมองมาที่
ผม
[สถานการณ์มาถึงบทสรุปแล้ว!]
[ห้องเรื่องราว ‘ฉันกลายเป็นซุนหงอคงระดับ SSSSS ที่เกษียณตัวเอง
แล้ว‘ ชนะในสถานการณ์]
ข้อความสดใสประกาศถึงการแจกจ่ายรางวัล และคำแสดงความยินดี
ที่ถูกส่งมาจากกลุ่มดาวมากมายก็โปรยปรายลงมา
ผมเห็นชินยูซองที่มีบียูอยู่บนหัวกำลังวิ่งมาทางผมในขณะที่โบก
คัมภีร์ศักดิѻสิทธิѻไปรอบๆ
ชื่อของคัมภีร์คือข้อความต่อไปนี้:
ฉันกลายเป็นซุนหงอคงระดับ SSSSS ที่เกษียณตัวเองแล้ว
“คุณลุง!“
[ส่วนแบ่งสำหรับ ‘เทพเจ้าภายนอก‘ ในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องมี
จำนวนมาก]
[การถ่ายทอดสดดวงดาวกำลังยอมรับการดำรงอยู่ของ ‘เทพเจ้า
ภายนอก‘]
[เทพเจ้าภายนอกสามารถมีส่วนร่วมในสถานการณ์ได้อย่างเป็น
ทางการ!]
(ในขณะที่ลำแสงเจิดจ้าปรากฏขึ้น เหล่าสัตว์ปีศาจก็ลอยขึ้นไปใน
อากาศ)
(สัตว์ปีศาจมารวมตัวกันรอบๆ ซุนหงอคงโดยมีเขาเป็นจุดศูนย์กลาง
และพากันกู่ร้องขึ้นสู่สรวงสวรรค์)
ผมได้ยินเสียงของพวกเขา
(มันฟังดูราวกับบทเพลงจากอาณาจักรที่ไม่คุ้นเคย)
จากนั้นผมก็เห็นจางฮีวอนแบกร่างอวตารของผมพร้อมกับโบกมือของ
เธอ ผมอาจจะได้ยินผิดไป แต่ผมคิดว่าผมได้ยินเธอกล่าวว่า “ในที่สุด
ฉันก็ได้ตัวนายมา” หรืออะไรทำนองนั้น
ต่อจากนั้นผมก็เห็นยูซานอา ซึ่งในตอนนี้คือผู้สืบทอดของศากยมุนี
และจางฮายังกำลังแบกร่างของลีกิลยังเข้ามา
ผมมองไปข้างๆ และเห็นนักเขียนลับที่ได้เป็นประจักษ์พยานใน
ปรากฏการณ์เดียวกันกับผม
(บันทึกการเดินทางสู่ตะวันตกจบลงแล้ว)
สถานการณ์หนึ่งจบลง แต่เรื่องราวจะดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตาม
แม้แต่เรื่องราวนั้นก็จะมีจุดจบ
[คุณได้รับ ‘มหาเรื่องราว‘ ใหม่!]
[คุณได้ผ่านเงื่อนไขที่สี่ของ ‘สถานการณ์ลับ – เรื่องราวหนึ่งเดียว‘
แล้ว!]
และอย่างเงียบๆ…
[มหาเรื่องราวของคุณได้เสร็จสิ้นครึ่งแรกของ ‘บทสรุป‘!]
ข้อความที่บอกล่วงหน้าถึงจุดจบของโลกนี้ดังออกมา
[เนบิวลาของคุณได้รับคุณสมบัติเพื่อเข้าสู่ ‘สถานการณ์สุดท้าย‘]
[สถานการณ์หลักที่ 95 ยุติลงแล้ว!]
หลังจากสถานการณ์จบลง มหาปราชญ์และเหล่าเทพเจ้าภายนอกก็
มารวมตัวกันที่ใจกลางแม่นํ้าถงเทียนเพื่อเฉลิมฉลอง
[เหล่า ‘ตัวประกอบ‘ ในมหาเรื่องราว ‘บันทึกการเดินทางสู่ตะวันตก‘
เป็นอิสระแล้ว]
เหล่าเทพเจ้าภายนอกที่กลายเป็นทาสของสถานการณ์ภายใต้การ
กดขี่ของจักรพรรดิและสำนักงานเป็นอิสระแล้ว
[โอ้ โอ้ โอ้ โอ้ โอ้]
[ราชาวานร ราชาวานร ราชาวานร]
บางส่วนก็เป็นผู้ติดตามของนักเขียนลับและเพิ่มเข้าร่วมใน
สถานการณ์ และในขณะที่สถานะของเขาอ่อนแอลง พวกมันจึงเริ่ม
ไหลไปหามหาปราชญ์หลังจากที่เขาได้กลายเป็นเทพเจ้าภายนอกคน
ใหม่
[การแจกรางวัลจะเริ่มต้นขึ้น!]