มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 448 - กำแพงสุดท้าย (1)
เหล่าอวตารเห็นไอเท็มรางวัลโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า และพวก
เขาก็พากันฉีกยิ้มออกมา แต่น่าเสียดาย ความสุขของพวกเขาก็อยู่ได้
เพียงไม่นาน สายตาของพวกเขาเบนไปหาอวตารกลุ่มหนึ่งที่ได้รับ
รางวัลจำนวนมหาศาล
“ว้าว นั่น…”
“ฉันควรจะเข้าร่วมห้องเรื่องราวนั้น…”
มันคือกลุ่มบริษัทของคิมทกจา แต่ละคนได้รับเงินหนึ่งล้านเหรียญ
และรางวัลที่แตกต่างกันไปอีก ในขณะที่บางคนกระทั่งได้รับสตาร์รีลิค
ของจักรพรรดิด้วย
เนื่องจากรางวัลถูกแจกจ่ายไปตามกฎ มันจึงไม่มีใครสามารถบ่นเกี่ยว
กับเรื่องนี้ได้
[เนบิวลา ‘จักรพรรดิ‘ กำลังประท้วงถึงความเป็นธรรมต่อสำนักงาน!]
ไม่สิ มีบางคนที่ทำได้ มันไม่ใช่ใครอื่นนอกจากตัวจักรพรรดิเอง
แน่นอน พวกเขาคงรู้สึกแย่เพราะความจริงที่ว่ารางวัลของสถานการณ์
ใหญ่ที่พวกเขาจัดขึ้นเองนั้นได้ตกเป็นของเนบิวลาเล็กๆ
[การถ่ายทอดสดดวงดาวไม่สนใจข้อร้องเรียนของจักรพรรดิ]
กลุ่มดาวส่วนหนึ่งของจักรพรรดิไม่อาจระงับความโกรธไว้ได้และ
กำลังจะปลดปล่อยสถานะของพวกเขาออกมา แต่ก็มีบางคนหยุดพวก
เขาไว้ก่อน
“พอเถอะทุกคน พวกเราแพ้แล้ว” มันเป็นอวตารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ
จักรพรรดิ เฟยหู “กลุ่มดาวระดับเทวะของพวกเราจะคิดยังไงถ้าพวก
เขาได้เห็นการกระทำของพวกเราในตอนนี้?”
กลุ่มดาวระดับเทวะของจักรพรรดิไม่ได้เข้าร่วมในสถานการณ์นี้ พวก
เขาเพียงแค่เฝ้าดูจากสถานการณ์สุดท้าย
“การกระทำแบบนั้นจะนำพาความอับอายมาสู่พวกเรา”
กลุ่มดาวของจักรพรรดิที่ได้ยินเสียงอันเด็ดเดี่ยวของอวตารของพวก
ตนก้มหัวลง
ห่างออกไปเล็กน้อย จางฮีวอนและลีจีฮเยกำลังเฝ้าดูปรากฏการณ์นั้น
“…น่าประหลาดใจจริงๆ”
“จริง”
บุคคลผู้มีอิทธิพลจากเนบิวลาใหญ่ๆต่างก็ไม่ยอมรับในชัยชนะของ
พวกเธอแบบนี้เลย แต่คราวนี้มันต่างออกไป
บางทีเขาอาจจะรู้สึกได้ถึงสายตาของเธอ เฟยหูเผยรอยยิ้มออกมา
และเดินเข้าหาคนทั้งสอง
“อวตารจางฮีวอน”
จางฮีวอนเครียดขึ้นมาและจับดาบเหล็กไว้แน่น เขาเป็นหนึ่งในศัตรูที่
แข็งแกร่งที่สุดที่เธอได้เผชิญหน้ามา
แต่เขาก็เริ่มพูดออกมาด้วยนํ้าเสียงอันอบอุ่น “อวตารจางฮีวอน การ
ต่อสู้ของพวกเราในครั้งนี้ทำให้ฉันประทับใจมาก”
“…โอ้ งั้นเหรอ”
“หากมีโอกาสในอนาคต ฉันขอเชิญเธอมาที่ประเทศจีนและเลี้ยงข้าว
สักหน่อยนะ”
แก้มของเฟยหูมีลักยิ้มปรากฏขึ้น ลีจีฮเยเห็นภาพนั้น และพูดขึ้นผ่าน
‘การถ่ายทอดเสียง‘ ด้วยความชื่นชม
– …ว้าว แม้ว่าโลกจะเป็นแบบนี้ แต่ผู้ชายอย่างเขาก็ยังรอดมาได้
จางฮีวอนจ้องกลับไปที่เขาด้วยความตะลึงงัน ในขณะเดียวกัน เขาก็
ไม่กล้าที่จะสบตาของเธอและรู้สึกเขินขึ้นมาเล็กน้อย
ลีจีฮเยกระแทกศอกในสีข้างของจางฮีวอนเบาๆ
– พี่ พี่ทำอะไรเนี้ย?? เขาน่าจะเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดที่พวกเราเคยพบมา
เลยนะ? แน่นอน เขาอาจจะไม่สู้มาสเตอร์ในด้านของหน้าตา แต่ก็ยัง…
“ฉันขอโทษนะ แต่…” จางฮีวอนตอบกลับด้วยนํ้าเสียงที่สุภาพราวกับ
ว่าเธอเป็นผู้เชี่ยวชาญจากบู๊ลิ้ม “ฉันได้ตัดสินใจอุทิศชีวิตให้กับดาบ
แล้ว ดังนั้น…”
“ฉันก็เหมือนกัน”
“…ฮะ?”
“ฉันอยากจะเชิญเธอมาที่จีนและแบ่งปันมุมมองของพวกเราเกี่ยวกับ
วิถีดาบกันตลอดทั้งคืน”
ดวงตาของเฟยหูลุกโชนไปด้วยความปรารถนาในขณะที่เขาเริ่มร่าย
ยาว ทำให้จางฮีวอนรู้สึกอึดอัดขึ้นมา เธอเหลือบมองไปด้านข้างและ
เห็นลีจีฮเยที่กำลังยิ้มกว้างด้วงดวงตาที่เป็นประกาย หากเรื่องทั้งหมด
นี้เป็นแค่ความเข้าใจผิดก็ดี แต่ถ้าไม่ งั้นก็คงมีสิ่งที่น่ารำคาญเกิดขึ้น
ในอนาคต
เปรี้ยง…
ผู้สนับสนุนของเธอไม่สามารถดูสิ่งเหล่านี้ได้อีกต่อไปและส่งเสียง
ของเธอออกมา
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ‘ …]
‘ไม่เป็นไร อูรีเอล อยู่เฉยๆไว้‘
หากอูรีเอลออกหน้ามา เรื่องราวอาจจะเลวร้ายขึ้นไปอีกก็ได้
“ฉันขอโทษนะ ฉัน…”
เมื่อเธอพูดมาถึงตรงนี้ ดาบเหล็กในมือของเธอก็สั่นขึ้นมาในทันใด ลี
ฮุนซึงได้กลายเป็นดาบเล่มนี้ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เธอรู้สึกไม่
พอใจขึ้นมาเล็กน้อย
ทำไมดาบเล่มนี้ไม่ใช่ดาบที่พูดได้?
“นี่มันอะไรกันเนี่ย? หลบไป!”
คนที่ช่วยเธอไว้คือฮันซูยอง เธอเข้ามายังสถานการณ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็
ไม่รู้ แต่เธอก็ผลักเฟยหูออกไปก่อนที่จะโยนคำถามออกมา และมอง
ไปรอบๆ
“คิมทกจาอยู่ไหน?”
…คิมทกจา?
จางฮีวอนหันไปมองร่างอวตารที่ทรุดตัวอยู่บนแผ่นหลังของเธอ
เฟยหูมองไปยังแขกไม่ได้รับเชิญอย่างฮันซูยองด้วยดวงตาที่ไม่มี
ความสุข จางฮีวอนหันไปมองเขาสลับกับคิมทกจาบนแผ่นหลัง และ
เกิดความคิดดีๆขึ้นมา
“นายท่าน!”
ราวกับว่าเธอสวมบทบาทเป็นนักแสดงชั้นยอด เธอรีบกอดคิมทกจาไว้
และตะโกนออกมาด้วยนํ้าเสียงที่เร่าร้อน
“นายท่านเป็นอะไรไป?”
ร่างอวตารอันซีดเซียวของเขาไร้เรี่ยวแรงในอ้อมแขนของเธอและสั่น
เล็กน้อย
“โอ้ ราชาของข้า!”
ทุกๆคนกำลังมองไปที่เธอ ขากรรไกรของลีจีฮเยเปิดออกเล็กน้อย ใน
ขณะที่ฮันซูยองดูตะลึงงัน
สำหรับเฟยหู…
“อ่า…”
เขาดูราวกับว่าเขาเข้าใจทุกอย่างแล้ว
“ฉันเข้าใจแล้ว อวตารจางฮีวอน ถ้าอย่างนั้น…”
สายตาของเขาเบนจากจางฮีวอนไปยังฮันซูยองและลีจีฮเย ก่อนที่จะ
หยุดลงที่คิมทกจา เขาลอบเม้มปากของเขา ราวกับตัวประกอบอัน
แสนเศร้าที่รู้สึกอิจฉาตัวเอกที่ถูกเลือก เขาก้มหัวลงอย่างช้าๆและจาก
ไป
ลีจีฮเยที่เห็นเหตุการณ์นั้นได้ใช้การถ่ายทอดเสียงไปหาจางฮีวอนอีก
ครั้ง
– ไม่เป็นไรแล้วพี่ เขาไปแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจผิดไปไกลเลย
อย่างไรก็ตาม จางฮีวอนก็ไม่หยุด
“นายท่าน! ตื่น! นายท่าน! ถ้าคุณไม่ตื่น ฉันจะฆ่าคุณนะ!”
เพีѹยะ! เพีѹยะ! เพีѹยะ! เพีѹยะ!
แก้มซ้ายของคิมทกจาเริ่มบวมขึ้นมาหลังจากโดนฝ่ามือของเธอ
กระแทกเข้าใส่
ฮันซูยองมองไปที่เธอด้วยสีหน้าประหลาดใจและถาม “…เธอกำลัง
ทำอะไรหน่ะ?”
“แก้แค้น”
เธอพยักหน้ารับ และคว้าคอของคิมทกจามาจากจางฮีวอน จากนั้นก็
เขย่าเขาอย่างแรง
“เฮ้ นายหน่ะ”
“…”
“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะสร้างคำขยายใหม่ให้นาย? แต่นายดันรอไม่
ไหวและสร้างเองงั้นเหรอ?”
“…”
“นายได้ฟังคำบรรยายของฉันไหม? นายได้ยินส่วนสุดท้ายไหม? มัน
เป็นยังไง? มันสุดยอดไปเลยใช่ไหมไอ้งั่ง ฉันรู้ว่านายประทับใจจน
นํ้าตาไหลแน่ๆใช่ไหม?”
คิมทกจายังคงไม่ตอบ ฮันซูยองขมวดคิ้วมุ่นและเริ่มตบแก้มอีกข้างที่
ยังไม่บวม
ชินยูซองไม่อาจทนดูได้อีกและรีบวิ่งเข้ามา “พวกเธอทำอะไรเนี้ย?!”
“ไม่ต้องห่วง เขายังหายใจอยู่ เขายังไม่ตาย”
แม้ว่ามันจะมีความวุ่นวายทั้งหมดนี้ แต่เขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้น
มา สิ่งนี้ทำให้เกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมาในกลุ่ม
“เป็นไปได้ว่าเขาจะยังไม่ตื่นขึ้นมาตอนนี้ เขารู้ว่าเขาผิด”
“มีเหตุผล ถ้าอย่างนั้น พวกเราจะทำให้เขาได้ลิ้มรสถึงความเจ็บปวด
อันแสนสาหัสแบบที่เขา…”
“มันจะไม่มากเกินไปหน่อยเหรอ??”
สถานการณ์นี้ดำเนินต่อไปอีกห้านาที แต่หลังจากผ่านไปอีกสิบนาที
เขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมา และเมื่อนั้นการแสดงออกของคนใน
กลุ่มจึงจริงจังขึ้นมาด้วย
“…เกิดอะไรขึ้น?”
ในที่สุด คนในกลุ่มก็ต้องหาคนที่สามารถอธิบายสถานการณ์นี้ได้ มัน
คือยูจงฮยอคที่นอนไม่ได้สติอยู่ข้างๆคิมทกจา
“เฮ้ ยูจงฮยอค! ลืมตาหน่อย! ทำไมไอ้งั่งคิมทกจาถึงยังไม่ตื่น??”
เพีѹยะ! เพีѹยะ! เพีѹยะ! เพีѹยะ!
แก้มกระชับของเขาไม่ได้บวมขึ้นมาง่ายๆเหมือนกับของคิมทกจา มัน
ผ่านไปนานขนาดไหนแล้ว? ดวงตาของยูจงฮยอคเปิดขึ้นเล็กน้อย
“ฉันคือยูจงฮยอค…”
“บ้าเอ้ย เกิดอะไรขึ้นกับเขาอีก?”
เหมือนดั่งผู้ป่วยทางจิต เขายังทำสิ่งเดียวกันซํ้าๆ
ยูซานอาเดินเข้ามาและหยุดฮันซูยองไว้ “หยุดรบกวนจงฮยอคแบบ
นั้นก่อน ความทรงจำของเขายังไม่เข้าที่จากเรื่องราว ดังนั้นเขาน่าจะ
ยังไม่เป็นตัวเอง”
“ซานอา!”
คนทั้งกลุ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งและมารวมตัวกันรอบๆยูซาน
อา มันมีความรู้สึกที่แตกต่างออกไปจากร่างอวตารใหม่ของเธอ
ฮันซูยองสังเกตความเปลี่ยนแปลงและถามด้วยรอยยิ้ม “ฉันได้ยินมา
ว่าเธอได้กลายเป็นผู้สืบทอดของศากยมุนี แต่เธอยังไม่ได้โกนหัว
เลย”
“ศาสนาทุกวันนี้ปรับเปลี่ยนไปมากแล้ว”
“ยินดีต้อนรับกลับมานะ เธอมาช้า แต่ก็ยังมา”
“มันยากเหมือนกันที่จะกลับมาทันตอนเธอเจอปัญหา แต่ฉันก็มา
แล้ว”
“…ฉันไม่ใช่คนที่ก่อปัญหา มันคือหมอนี่”
ยูซานอายักไหล่และยื่นมือออกไปหาคิมทกจาที่ยังไม่ได้สติ รัดเกล้า
พระสูตรบนหัวของเขาเริ่มเปล่งแสงสดใสออกมา
จางฮีวอนพยักหน้าออกมาด้วยความพึงพอใจ “นั่นเป็นความคิดที่
ดี ฉันเดาว่าเขาคงจะไม่สามารถหนีไปไหนได้แล้ว”
“…น่าเสียดาย แต่ดูเหมือนเขาจะหนีไปแล้ว”
“เอ๋?”
“วิญญาณของเขายังไม่กลับมาที่ร่าง”
ด้ายบางๆยื่นออกมาจากรัดเกล้าบนหัวของคิมทกจาและทะยานขึ้นไป
สู่ท้องฟ้าเบื้องบน ดูเหมือนว่ามันจะเชื่อมต่อกับที่ไหนสักแห่ง ยูซาน
อาเฝ้ามองปลายด้ายและพูดขึ้นมา “แต่ไม่ต้องเป็นห่วง เขาไปได้ไม่
ไกล และมันก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ตั้งใจจากไปด้วย”
ไม่ได้จากไปด้วยความตั้งใจ – มันมีความหมายซ่อนอยู่ในคำพูดนี้
ฮันซูยองรีบมองไปรอบๆและถาม “แล้วนักเขียนลับหายไปไหน?”
*
ภาพของประตูมิติขยับผ่านผมไปอย่างรวดเร็ว
ทุกอย่างเกิดขึ้นในพริบตา ในช่วงเวลาที่ผมยกเลิกมุมมองนักอ่าน
พระเจ้า มันก็มีบางสิ่งคว้าจับดวงวิญญาณของผม และในเวลาที่ผม
ได้สติกลับมา ผมก็กระโดดข้ามประตูมิตินี้ไปพร้อมกับนักเขียนลับแล้ว
ปกติแล้ว เรื่องแบบนี้คงจะเป็นไปไม่ได้ แต่ในคราวนี้มันก็เป็นกรณี
พิเศษ
[คุณล้มเหลวในการรักษา ‘สัตย์สาบาน‘]
[ดวงวิญญาณของคุณจะถูกผูกติดกับสัญญาของสัตย์สาบานชั่วคราว]
[คู่สัญญาของคุณจะครอบครองสิทธิѻในดวงวิญญาณของคุณเป็นเวลา
24 ชั่วโมง]
ผมมองไปยังข้อความที่ลอยอยู่ในอากาศและหัวเราะเบาๆ
– ฉันไม่คิดเลยว่าสัตย์สาบานจะใช้แบบนี้ได้
สัตย์สาบาน – ห้ามติดต่อกับบริษัทของคิมทกจาในช่วงสถานการณ์
หรือเปิดเผยตัวตนของผม
นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ผมล้มเหลวในสถานการณ์
เนื่องจากเนื้อหาของสถานการณ์เปลี่ยนไปกลางคัน ผมจึงคิดว่ามันจะ
มีช่องว่างอยู่บ้าง แต่มันก็ดูเหมือนว่าการถ่ายทอดสดดวงดาวจะตัดสิน
ว่าผมได้ผิดสัญญาดังกล่าว
– นายจะฆ่าฉันงั้นเหรอ?
นักเขียนลับที่อยู่ในร่างของเด็กชายถูกห่อหุ้มไปด้วยประกายแสงทั่ว
ร่าง ผมสัมผัสได้ถึงยูจงฮยอคจำนวนนับไม่ถ้วนที่มองมาที่ผมจาก
ภายในเรื่องราวของเขา แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกถึงความเกลียดชังใดๆ
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คิดที่จะฆ่าผม
เหมือนอย่างที่ยูจงฮยอคเคยให้ความเห็นไว้ ถ้าหมอนี่ต้องการจะฆ่า
ผม มันก็มีโอกาสหลายครั้งที่จะทำแบบนั้น
หลังจากนั้นไม่นาน ประตูมิติก็ปิดลง ปลายทางของพวกเราเป็นสถาน
ที่ที่คุ้นเคย มันคือป่าที่ถูกปกคลุมไปด้วยความมืด
มันคือป่าเอ็นไก บ้านของนักเขียนลับ
[[เข้าไปข้างใน]]
พร้อมกับคำพูดเหล่านั้น ดวงวิญญาณของผมถูกดูดเข้าไป
ผมกระพริบตา และดวงตาของผมก็ขยับ อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่มีแขน
หรือขา ผมสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันและมองไปรอบๆ จากนั้นผมจึง
เห็นภาพสะท้อนบนกระจกที่อยู่บนกำแพงใกล้ๆ
…ตอนนี้ผมได้กลายเป็นเกีѹยวบู๊ลิ้มอันเล็กๆแล้ว
ผมรู้สึกว่ามันเป็นรูปแบบเดียวกันกับที่หมายเลข 999 เคยใช้
“มันรู้สึกยังไงที่ได้กลายเป็นเกีѹยว?!”
ไม่รู้ว่าพวกเขาโผล่ออกมาตั้งแต่ตอนไหน กลุ่มยูจงฮยอคจิѺวพุ่งเข้ามา
หาผมและเตะผมไปรอบๆ โชคดีที่มันไม่ได้เจ็บอะไรนักเพราะพวกเขา
ต่างก็ตัวเล็กจิѺว
ผมตะโกนออกมา
– ไม่รู้หรอกนะว่าพวกนายจะทำอะไร แต่พวกนายหยุดฉันไม่ได้
หรอก ในอีก 24 ชั่วโมง ฉันจะกลับไปยังร่างอวตาร พวกนายก็รู้ ถ้า
พวกนายอยากจะฆ่าฉัน งั้นก็ทำซะตั้งแต่ตอนนี้ซะ
แน่นอนว่าผมไม่ได้หมายความให้พวกเขาฆ่าผมจริงๆ
ผมถามนักเขียนลับที่นั่งอยู่บนบัลลังก์
– นักเขียนลับ เป้าหมายที่แท้จริงของนายคืออะไร? ทำไมนายถึงไว้
ชีวิตฉัน?
คำถามของผมทำให้ยูจงฮยอคจิѺวหยุดกระทืบผม
นักเขียนลับมองลงมาที่ผม เขาคือเทพเจ้าภายนอกรวมทั้งกลุ่มดาวที่
แข็งแกร่งที่สุดที่ผมรู้จัก ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นยูจงฮยอคที่แข็งแกร่ง
ที่สุดจากยูจงฮยอคทั้งหมด
– ฉันรู้ว่าพวกเราไม่มีทางเอาชนะนายได้แน่ถ้านายเอาจริง
แม้ว่ายูจงฮยอคจะได้ความทรงจำกลับมาและรวมพลังกับผม แต่มันก็
ยังเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะนักเขียนลับเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์
ของเรื่องราวของพวกเรา
ไม่เพียงแต่เขาจะมีประวัติศาสตร์ของรอบที่ 0 ถึง 1863 แต่เขายังมี
ชีวิตอยู่มาเนิ่นนาน
ถึงกระนั้นนักเขียนลับก็เลือกที่จะยอมแพ้แทนที่จะฆ่าพวกเรา
“เพราะนายจำเป็นไงไอ้โง่” หมายเลข 41 ที่กำลังฟังอยู่ตวาดออก
มา “นายมีชิ้นส่วนสุดท้ายของกำแพงสุดท้ายไง”
บีฮยองอารมณ์ดีมาก มันช่วยไม่ได้ เนื่องจากโดเกบิได้เฝ้าดู
สถานการณ์อยู่ในหน้าจอตรงหน้าของเขา
– ทุกครั้งที่มันเกิดขึ้น ฉันจะพยายามโต้กลับไปอย่างเต็มที่
พร้อมกับเสียงของคิมทกจาที่เป็นประกาศสรุปสถานการณ์ ข้อความ
จากกลุ่มดาวจำนวนนับไม่ถ้วนก็ดังขึ้น และทั้งการถ่ายทอดสด
ดวงดาวก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
เจ้าของคนใหม่ของมหาเรื่องราว ‘บันทึกการเดินทางสู่ตะวันตก’ ถูก
ตัดสิน
‘เขาทำได้ คิมทกจานั่น เขาทำได้จริงๆ’
นักเล่าเรื่องควรจะวางตัวเป็นกลาง แต่ในความเป็นจริง ผู้ตัดสินทุกคน
ก็ล้วนแล้วแต่มีทีมที่ตัวเองชอบ นี่คือความจริงสำหรับบีฮยองด้วย
ราวกับพ่อแม่ที่มองดูบุตรซึ่งได้เติบโตขึ้นของตน บีฮยองลูบใบหน้าที่
ปรากฏขึ้นบนหน้าจอด้วยความประทับใจยิ่ง
[ขอแสดงความยินดีด้วย ผู้อำนวยการบีฮยอง]