มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 451
[กลุ่มดาว ‘ดาบเล่มแรกแห่งโครยอ’ ตกตะลึงมากกับการปรากฏตัว
ของเทพเจ้าภายนอกคนใหม่!]
[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ กำลังเฝ้ามองสมรภูมินี้พร้อมกับ
ลืมเช็ดหัว]
[กลุ่มดาว ‘ดอกลิลลี่แห่งราศีกุมภ์’ เบิกตากว้าง!]
ดูเหมือนว่ากลุ่มดาวก็จะตกใจเหมือนกับผม
…แต่การออกอากาศจากที่แห่งนี้ควรจะเป็นไปไม่ได้หนิ?
บางทีบาเรียที่ป้องกันการออกอากาศอาจจะเสียหายไปหลังจากป่าถูก
เผา
[สำนักงานกำลังให้ความสนใจกับป่าเอ็นไก]
เพลิงแห่งวิบากกรรมขยับในมือของอูรีเอล ดาบที่หลอมละลายทั้งป่า
ลอยเข้ามา แต่นักเขียนลับก็เอียงศีรษะออกไปเล็กน้อยเท่านั้น ดาบ
เล่มนั้นพลาดเป้าหมายไปแบบฉิวเฉียดและระเบิดให้ห้องโถงครึ่งหนึ่ง
ตกอยู่ในทะเลเพลิง
[อ๊า อ๊า อ๊า อ๊า อ๊า]
เหล่าเทพเจ้าภายนอกที่ตกใจจากพลังทำลายล้างอันไร้ความปรานีพา
กันกรีดร้องออกมาเสียงดัง
เพลิงแห่งวิบากกรรมขยับอีกครั้ง คราวนี้ด้วยสถานะที่เพียงพอจะ
ระเบิดห้องโถงทั้งหมด เส้นขนทุกๆ เส้นบนร่างเกีѹยวของผมลุกชันขึ้น
มา แม้กระทั่งสุริยะในรอบที่ 265 จากนิยายต้นฉบับก็ยังไม่ทรงพลัง
ขนาดนี้เมื่อทำลายล้างโลก
ครืน!!
คราวนี้ อุกกาบาตได้ปรากฏขึ้น ณ ปลายดาบ มันบรรจุไว้ซึ่งพลังที่มาก
พอจะทำลายล้างทั้งป่า และอาจจะกระทั่งลบมิติที่อยู่ระหว่างทางออก
ไปทั้งหมดด้วย
ผมดึงแรงจากทุกๆ ส่วนภายในร่างวิญญาณออกมา แต่น่าเสียดาย มัน
ไม่มีทางที่ผมจะป้องกันการโจมตีเช่นนั้นได้เลยโดยไม่มีร่างอวตาร
นอกจากนั้น ถ้าจะป้องกันการโจมตีแบบนั้น มันจำเป็น…
[มหาเรื่องราว ‘นักแสวงบุญแห่งวันสิ้นโลกอันโดดเดี่ยว‘ เริ่มเล่าเรื่อง
ราวของมัน!]
สุดท้ายนักเขียนลับก็ออกหน้า อนุภาคสีดำสนิทพุ่งออกมาในขณะที่
เขาเหวี่ยงดาบเขย่านภา มันคือพลังของมหาเรื่องราว สถานะสีดำแผ่
ออกมาราวกับกำแพงยักษ์และป้องกันการโจมตีนั้นไว้
ตู้ม!!
ลมพายุอันรุนแรงกวาดออกมา และต้นไม้ที่ถูกขุดรากถอนโคนก็ลอย
ขึ้นสู่อากาศ กระแสลมอันรุนแรงทำให้เปลวเพลิงเข้าเผาผลาญทุก
สรรพสิ่งที่อยู่โดยรอบ
การได้เห็นการปะทะกันเช่นนี้คงเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง แม้แต่การ
ต่อสู้ระหว่างฮาเดสและโพไซดอนในกิแกนโทมาเคียก็ยังไม่น่าตื่นเต้น
เท่านี้เลย
[เนบิวลาใหญ่กำลังให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดกับการต่อสู้ระหว่างทั้ง
สอง]
เปรี้ยง…!
ณ ใจกลางของสถานะทั้งสองที่กำลังปะทะกัน ประกายแสงรุนแรง
และหนักหน่วงยิ่งขึ้น ดาบเขย่านภาของนักเขียนลับสั่น เขาถูกผลักดัน
กลับมา ทั้งหมดก็เป็นเพราะสถานะของเขาอ่อนแอลงหลังจากต่อสู้กับ
ผมและยูจงฮยอค
นี่คือพลังของอูรีเอลที่ได้เห็นบทสรุป
ด้วยอัตรานี้ ทั้งผมและนักเขียนลับก็คงจะหายไปจากการถ่ายทอดสด
ดวงดาวพร้อมกับป่าเอ็นไก
[ปัจจุบัน ดวงวิญญาณของคุณเป็นของ ‘นักเขียนลับ’ ชั่วคราว]
[เวลาที่เหลืออยู่จนกระทั่งดวงวิญญาณของคุณสามารถกลับไปได้:
20 ชั่วโมง 31 นาที่ 20 วินาที]
มันยังเหลือเวลาอีกกว่า 20 ชั่วโมงก่อนที่ดวงวิญญาณของผมจะกลับ
ไปได้ การถ่วงเวลาออกไปคงไม่ช่วยอะไรเลย เพราะมันไม่ได้ดู
เหมือนว่านักเขียนลับจะสามารถถ่วงเวลาออกไปได้นานขนาดนั้น
[สกิลเฉพาะตัว ‘กำแพงที่สี่’ ถูกเปิดใช้งาน!]
ผมจำเป็นต้องใจเย็นในเวลาแบบนี้ ผมตัดสินใจทำความเข้าใจกับ
สถานการณ์ก่อน
“ทำไมอูรีเอลถึงโจมตีนาย??”
ก่อนอื่นเลย อูรีเอลคนนั้นมาจากเส้นโลกไหน? และทำไมเธอถึงโจมตี
นักเขียนลับ?
[‘ยูจงฮยอค’ แห่งรอบที่ 999 กำลังมองไปยัง ‘เปลวเพลิงแห่งชีวิต’
ด้วยสีหน้าหมดหนทาง]
ในเวลานั้นเอง ผมก็รู้สึกว่าภายในหัวของผมว่างเปล่า
…หรือว่า?
มันเป็นการเสื่อมถอยรอบที่ผมชอบมากที่สุด มันเกือบจะเป็นรอบที่
สมบูรณ์แบบที่มีรอยด่างพร้อยเพียงแค่รอยเดียว – รอบการเสื่อมถอย
ที่ไปถึงบันไดหน้าประตูของบทสรุปแล้ว
อูรีเอลเริ่มพูดขึ้นมาอีกครั้ง [[โอ้ ข้าถามเจ้าหน่อย เทพเจ้าภายนอก
ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ลืมเกี่ยวกับเหตุการณ์ในรอบที่ 999 นะ]]
[[…ข้าจำได้]]
[[ดี]]
ดาบของอูรีเอลที่กำลังโกรธเกรี้ยวบรรจุไว้ด้วยเรื่องราวที่เธอรวบรวม
มา
[มหาเรื่องราว ‘อัคคีนิรันดร์’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
มหาเรื่องราวของเธอลุกโชนขึ้น เรื่องราวที่ผมไม่เคยได้เห็นมาก่อน
ปรากฏตัวขึ้น
「”มาสเตอร์ พวกเราเกือบถึงแล้ว อีกแค่นิดเดียว อีกแค่นิดเดียว!“」
นั่นคือเสียงของลีจีฮเย
คำพูดเริ่มเล่าเรื่องราวของพวกเธอ
「”จงฮยอค ทนอีกหน่อย พวกเราเกือบจะถึงแล้ว!“」
ยูจงฮยอคแห่งรอบที่ 999 ได้สูญเสียแขนซ้าย ขาขวา และดวงตาทั้ง
สองข้างของเขาไป นี่คือยูจงฮยอคที่มีชีวิตอยู่เพื่อสหายของเขา
เท่านั้น
โลกของเขาถูกย้อมไปด้วยความมืด แต่เสียงหนึ่งก็ดังเข้ามาเหมือน
กับลำแสง
「[ราชาสูงสุด เจ้าต้องอยู่กับพวกเรา]」
ใช่ อูรีเอลเองก็อยู่ด้วยกันกับพวกเขาในรอบที่ 999
เธอคือสหายของยูจงฮยอค เพื่อชายที่ยอมเสี่ยงทุกๆ อย่างเพื่อต่อสู้
ทูตสวรรค์จึงยินดีที่จะกลายเป็นพันธมิตรของเขา
「บทสรุปของโลกนี้อยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว」
ผมจำได้ว่ารอบที่ 999 คือปาฏิหาริย์
แม้ว่าพวกเขาจะโชคดีเมื่อมาคิดว่าเขาเกือบจะไปถึงบทสรุปได้ในรอบ
ที่ 999
แต่ความจริงก็คือมันไม่ใช่แค่โชคเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
「ยูจงฮยอคแห่งรอบที่ 999 ได้ทำสัญญากับเทพเจ้าภายนอก」
เหตุผลว่าทำไมผมถึงไม่ต้องการบัลลังก์หนึ่งเดียว และพยายามที่จะ
ไม่ทำพันธะสัญญาต่างโลกถ้าเป็นไปได้ มันก็เป็นเพราะผมรู้จุดจบ
ของรอบที่ 999
「เทพเจ้าลึกลับ พันธะสัญญาต่างโลกที่ได้ถูกทำกับเทพเจ้าตนนั้น
ในที่สุดมันก็พรากชีวิตของยูจงฮยอคไป」
นิยายต้นฉบับไม่ได้กล่าวถึงว่าเทพเจ้าภายนอกตนนั้นคือใคร แต่มันก็
เป็นสิ่งมีชีวิตที่ได้มอบความเป็นไปได้ของตนเองให้แก่ยูจงฮยอคแห่ง
รอบที่ 999 เพื่อทำให้เขามีพลังอันมหาศาลและโชคดีเป็นอย่างยิ่ง
ผมหนาวสันหลังขึ้นมา
– ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น ข้าเคยตัดสินใจผิดพลาดมามากมาย
เหมือนอย่างเจ้า
– แต่ช่างโง่เขลานัก ข้าพยายามที่จะเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วใน
อดีต
เทพเจ้าภายนอกตนนั้นคงไม่ใช่ใครอื่นนอกจากนักเขียนลับ
– เจ้าเข้าใจแล้วสินะ? นี่คือผลลัพธ์ของการบิดเบือนเส้นโลก
เขาได้เข้าไปยังเส้นโลกในอดีตที่เป็นของเส้นเรื่องต้นฉบับและ
พยายามที่จะบิดเบือนความเป็นไปได้ และผลลัพธ์นั้นก็ทำให้อูรีเอลที่
ได้เห็นบทสรุปของการเสื่อมถอยรอบที่ 999 ปรากฏตัวขึ้นที่นี่
[[ข้าจะแก้แค้นให้กับเส้นโลกของข้า]]
เธอมาที่นี่เพื่อแก้แค้นให้กับสหายของเธอที่มีต่อเทพเจ้าภายนอกเมื่อ
ตอนนั้น
[[เหมือนอย่างที่เจ้าพรากของลํ้าค่าทั้งหมดไปจากข้า ข้าก็จะทำแบบ
เดียวกันกับเจ้า]]
ความพิโรธอันไร้ขอบเขตและบริสุทธิѻของเธอเต็มไปทั่วเสียงที่แท้จริง
ของเธอ ผมรู้สึกไร้เรี่ยวแรงขึ้นมา
ผมเข้าใจแล้วว่าอูรีเอลมาจากไหน ผมจำได้อย่างชัดเจนถึงช่วงเวลาที่
ยูจงฮยอคแห่งรอบที่ 999 ตาย
– นักเขียน นี่ยังไม่จบใช่ไหม จงฮยอคจะไม่น่าสงสารไปหน่อยเหรอ
ที่จบลงแบบนี้?
ยูจงฮยอคแห่งรอบที่ 999 ได้เสียสละชีวิตของตนเพื่อนำพาสหาย
ของเขาไปยังบทสรุป แต่ราคาที่เขาต้องจ่ายคือการไม่ได้เห็นบทสรุป
ของโลกด้วยตัวเอง
ทั้งหมดก็เป็นเพราะพันธะสัญญาต่างโลกบัดซบนั่น เขาตายก่อนได้
เห็นมัน
– มันพอจะคืนชีพเขาได้ไหม? อย่างเช่นยมโลกหรือผ่านการกลับ
ชาติมาเกิด ผมหมายถึง มันมีวิธีอีกมากมายใช่ไหม? นอกจากนั้น
เทพเจ้าภายนอกตนนั้นมันอะไรกัน…?
ผมไม่พอใจคนเขียน และไม่พอใจเทพเจ้าภายนอกตนนั้น และผมก็
หมดอาลัยตายอยากในขณะที่มองดูยูจงฮยอคที่กำลังจะตายโดยอยู่
ห่างจากบทสรุปไปอีกแค่นิดเดียว
ความเจ็บปวดทางจิตใจรุนแรงมากจนผมลังเลว่าจะอ่านตอนของวัน
ต่อไปดีไหม
ในตอนนี้ ผมสงสัยขึ้นมา
ทำไมนักเขียนลับถึงทำแบบนั้นในรอบที่ 999
[[ข้าต้องการเปลี่ยนมัน]]
…อะไรนะ?
[[ข้าต้องการเห็นบทสรุปที่เหมาะสม แม้ว่านั่นจะเกิดขึ้นในเส้นโลกที่
ต่างออกไป]]
นักเขียนลับบอกกับผมว่าผมต้องระวังความเป็นไปได้ และผมจำเป็น
ต้องสร้างบทสรุปที่ถูกต้อง แต่กระทั่งคนที่พูดอะไรแบบนี้ยังต้องการที่
จะเปลี่ยนอดีตของเขา
เหมือนอย่างที่ผมอยากจะเปลี่ยนการเสื่อมถอยรอบนี้ เขาก็รู้สึกแบบ
เดียวกันเหมือนกัน
ถึงแม้ว่าบทสุดท้ายจะกลายเป็นแบบนี้ก็ตาม…
แม้ว่าความเป็นไปได้ของการถ่ายทอดสดดวงดาวจะพังทลายลง…
…เขาต้องการไปให้ถึงบทสรุปที่เหมาะสมสักครั้ง เขาต้องการไปถึง
บทสรุปพร้อมกันกับสหายของเขา
อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ได้ผล
[[ข้ามั่นใจว่าเจ้าคิดว่าข้าดูน่าสมเพช ข้าก็ทำผิดพลาดแบบเดียวกับ
เจ้า]]
สถานะของนักเขียนลับเสื่อมคลายลงไป ร่างของเขาค่อยๆ หดเล็กลง
ยูจงฮยอคทุกคนที่หลับใหลอยู่ภายในตัวเขากำลังกรีดร้องออกมา
และราวกับว่าจะพูดแทนเสียงกรีดร้องเหล่านี้…
[[ข้าต้องการหาผู้รับผิดชอบในการสร้างโศกนาฏกรรมนี้ขึ้นมา]] นัก
เขียนลับกล่าว [[ผู้ที่สร้างจักรวาลนี้ขึ้นมา ผู้ที่ทำให้ข้าเสื่อมถอย และ
ทำให้ข้าต้องเจอกับสถานการณ์ซํ้าๆ เป้าหมายของข้าคือการสังหาร
คนที่อยู่หลังกำแพงนั้น]]
นั่นคือเป้าหมายที่แท้จริงของเขา
การหยุดการเสื่อมถอย การช่วยเทพเจ้าภายนอก การเปิดกำแพง
สุดท้าย…
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป้าหมายหลักของเขา
เขาโบกมือของเขา และดวงวิญญาณของผมก็หลุดออกไปจากเกีѹยวบู๊
ลิ้ม ผมเครียดขึ้นมา ผมไม่อาจบอกได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
ผมรีบพูดกับเขา
– นายในตอนนี้ไม่อาจหยุดอูรีเอลได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าฉันและสหาย
ของฉันช่วย…
นักเขียนลับเบนสายตามาหาผม [[เจ้าเข้าใจไหมว่าเจ้ากำลังพูดอะไร
อยู่?]]
– เข้าใจ
ผมด้นสดขึ้นมา แต่ผมก็รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เนื่องจากผมได้ยินเป้า
หมายสุดท้ายที่แท้จริงของเขา มันจึงได้เวลาที่ผมต้องตอบ
– ตั้งแต่ต้น โลกที่แอบมองและกลืนกินชีวิตของคนอื่นนั้นก็ผิดอยู่แล้ว
การถ่ายทอดสดดวงดาวผิด การเสื่อมถอยของยูจงฮยอคผิด และเรื่อง
ราวที่สถานการณ์สร้างขึ้นก็ไม่ยุติธรรม
– นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันถึงไม่นิ่งเฉย ฉันจะต้องเห็นบทสรุป นาย
บอกว่าฉันไม่ควร แต่ฉันจะต้องเห็นมันให้ได้ ฉันจะข้ามกำแพงที่นาย
ไม่อาจข้ามได้ไปพร้อมกับสหายของฉัน และสำหรับสิ่งที่อยู่หลัง
กำแพงนั้น…
นักเขียนลับกำลังรอผมพูดให้จบ
– …ฉันจะฆ่ามัน ฉันจะปิดฉาก ‘ความฝันที่เก่าแก่ที่สุด’ ของนาย
สถานะของอูรีเอลทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
ห้องโถงอันกว้างขวางเริ่มพังทลายลงมา ราวกับโลกกำลังแตกเป็น
เสี่ยงๆ ป่าเอ็นไกกำลังหายไป
เหล่าเทพเจ้าขยับเข้ามาใกล้นักเขียนลับ บางทีพวกมันอาจจะสัมผัส
ได้ถึงจุดจบที่ใกล้เข้ามา ในขณะเดียวกัน เขาก็พูดขึ้น [[เจ้าบอกว่า
เจ้าเอาชีวิตรอดมาได้เพราะเรื่องราวของข้า]]
“….”
[[งั้นมันก็ถึงเวลาใช้หนี้ของเจ้าแล้ว]]
ก่อนที่ผมจะทันได้ถามเขาชัดๆ เรื่องราวของยูจงฮยอคก็ไหลออกมา
จากตัวของเขา
[มหาเรื่องราว ‘นักแสวงบุญแห่งวันสิ้นโลกอันโดดเดี่ยว‘ โหยหวน
ออกมา!]
[มหาเรื่องราว ‘อเวจีนิรันดร์‘ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
ความทรงจำของนักเขียนลับกำลังแทรกซึมเข้ามายังผม – ความทรง
จำที่ผมไม่รู้
ข้อมูลที่เขาได้รับมาหลังจากผ่านรอบที่ 1863 กำลังไหลเข้ามาหาผม
– นาย…!
ประตูมิติถูกสร้างขึ้นด้านหลังของผม มันถูกสร้างขึ้นโดยพลังของ
เทพเจ้าภายนอก มันเริ่มดูดผมเข้าไปอย่างช้าๆ
– ฮ-เฮ้ เดีѺยวก่อน! นายพยายามจะทำอะไร…!
[[ข้าไม่ได้จะทิ้งบทสรุปของโลกนี้ไว้ในมือเจ้า]]
ในเวลานั้น เขาก็ไม่ได้ดูเหมือนกับนักเขียนลับอีก
[[ข้าจะเสื่อมถอย]]
ในตอนนี้ เขาคือยูจงฮยอค
[[ข้าจะใช้ชีวิตผ่านรอบที่ 1864 และจากนั้นก็รอบที่ 1865 ข้าจะเอา
ชีวิตรอดในรอบเหล่านั้น ไปให้ถึงบทสรุป และกลายเป็นเทพเจ้า
ภายนอกมากขึ้นไปอีก และ…]]
ในที่สุด ห้องโถงก็พังทลายลง ทุกๆ สิ่งหลอมละลายภายใต้ลำแสง
เจิดจ้า ดาบของอูรีเอลตัดผ่านประวัติศาสตร์หนาของการเสื่อมถอย
1863 รอบรวมกัน และพุ่งเข้าหานักเขียนลับ
[[เพื่อให้ได้เห็นบทสรุปของเส้นโลกนี้ ข้าจะกลับมา]]
ร่างกายของเขาถูกแทงอย่างไร้การป้องกัน และผมก็ทำได้เพียงเฝ้าดู
โดยไม่สามารถทำอะไรได้ เขาถูกฟันโดยเพลิงแห่งวิบากกรรม และ
เรื่องราวของเขาก็กระจัดกระจายออกมา
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ‘ กำลังเปิดใช้งานอักขระ ‘การเสื่อมถอย
LV.??’!]
แม้ว่าเขาจะกลายเป็นเทพเจ้าภายนอก แต่เขาก็ยังเป็นผู้เสื่อมถอย
สิ่งหนึ่งที่เขาไม่ได้ทำมานาน การเสื่อมถอย คงจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
เขาจะตื่นขึ้นมาในรถไฟใต้ดินของรอบที่ 1864 อีกครา และไปสร้าง
เส้นโลกอันน่าสะพรึงกลัวขึ้นมาอีก
「คิมทกจาคิดกับตัวเอง ‘ฉันไม่อาจปล่อยไปแบบนี้ได้’」
ก่อนที่ผมจะทันได้ปลดปล่อยเรื่องราวในร่างวิญญาณ อูรีเอลก็ลงมือ
ก่อน
[[เจ้าจะไม่ได้หลบหนีไปยังรอบต่อไป]]
มือสีขาวของเธอคว้าคอของนักเขียนลับไว้ ลำแสงสีดำพุ่งออกมาจาก
มือของเธอได้หยุดเรื่องราวที่กำลังกระจัดกระจายออกไป ลำแสงที่แผ่
ออกมาค่อยๆ ห่อหุ้มร่างกายของเขาไว้ และในไม่ช้า ลำแสงนั้นก็ก่อ
ตัวขึ้นเป็นทรงกลมเล็กๆ
ผมจำได้ว่ามันคืออะไร
มันคือทรงกลมผนึกที่ถูกใช้ในรอบที่ 1863 เพื่อผนึกมังกรแห่งวันสิ้น
โลก
ทำไมผมถึงไม่คิดถึงมันมาก่อน? อูรีเอลในตอนนี้คือเทพเจ้าภายนอก
ดังนั้นเธอก็น่าจะตระหนักได้ถึงความสามารถของนักเขียนลับ หรือยู
จงฮยอค เธอน่าจะรู้ว่าเขาจะเสื่อมถอยและไม่ได้ตายจริงๆ
มือของเธอกำแน่นยิ่งขึ้น ในไม่ช้าผนึกทรงกลมก็เปล่งแสงสีขาวซีด
ออกมา
[[ข้าจะผนึกเจ้าไว้ตลอดกาล]]
การผนึกโดยใช้ทรงกลมผนึกนั้นคล้ายคลึงกับแผนการที่ฮันซูยองแห่ง
รอบที่ 1863 คิดค้น
「”มันจะหยุดเวลาของพื้นที่นั้น และโลกก็จะถูกผนึกไปพร้อมกับ
มังกรแห่งวันสิ้นโลก แช่แข็งสถานการณ์ที่ 95 ไปตลอดกาล“」
「”และนั่นก็จะทำให้นายสามารถฆ่ายูจงฮยอคได้“」
มันคือวิธีที่ใช้ผนึกยูจงฮยอคไว้ภายในห้วงเวลาอันเป็นนิรันดร์และ
หยุดการเสื่อมถอยของเขา
ผมมองไปยังนักเขียนลับโดยอัตโนมัติ ผมต้องการจะบอกเขาว่าตอนนี้
มันเป็นเวลาที่ต้องหนีไปแล้ว แม้ว่ามันจะเป็นเขา เขาก็ไม่สามารถหนี
ไปจากการถูกผนึกในสิ่งนั้นได้
อย่างไรก็ตาม ทำไมเขา… ถึงยิ้ม?
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ‘ กำลังมองไปยัง ■■ ของเขา]
เขาแข็งแกร่งพอที่จะเอาชีวิตรอดมาได้ 1863 ชีวิต แต่เพราะเหตุนั้น
เขาจึงเหนื่อยล้าพอที่จะพังทลายลงได้ทุกเมื่อ