มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 452 - กำแพงสุดท้าย (5)
การหลับใหลอันเป็นนิรันดร์ ด้วยวิธีนั้น มันก็จะทำให้เขาได้ในสิ่งที่เขา
เฝ้าปรารถนามาตลอดชีวิต
– ด-เดีѺยวก่อน!! อูรีเอล! หยุดก่อน!
คำพูดของผมกระตุ้นให้อูรีเอลหันมามองผมเป็นครั้งแรก
เธอดูเหมือนจะประหลาดใจที่สิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไรเรียก
ชื่อที่แท้จริงของเธอออกมา และเธอได้เปิดปากพูด?
[[ใครกัน? สิ่งมีชีวิตจากเส้นโลกนี้เหรอ?]]
ผมไม่แน่ใจว่าจะพูดอะไรออกไปดี
ก่อนที่ผมจะทันได้พูดอะไรออกมา นักเขียนลับก็พูดขึ้นมาก่อน [[เขา
คือคนธรรมดาคนหนึ่ง ปล่อยเขาไป]]
ในเวลานั้นเอง เขาก็มองตรงมาที่ผม ไม่เหมือนกับตัวเขาตามปกติ
ดวงตาของเขากำลังแสดงอารมณ์ที่ชัดเจน
เขาต้องการให้ผมหนีไปจากที่นี่ได้จริงๆ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ก็ยังดูน่ากลัว – ประตูมิติถูกปิดลงโดยอูรี
เอล
เธอมองสลับไปมาระหว่างนักเขียนลับและผม ดวงตาของเธอยังคงไม่
สามารถอ่านได้ ก่อนที่เธอจะพูดออกมาอีกครั้ง
[[แม้ว่าเจ้าจะทำลายตัวเองและไปวุ่นวายกับเส้นโลกของคนอื่น แต่
เจ้าก็ยังมีสิ่งที่เจ้าต้องการปกป้องอยู่เหรอ?]]
พลังของเธอแผ่ออกมาในพริบตาและจับตัวผมไว้ พลังนี้ทำให้
สถานการณ์แย่ลงจนถึงขีดสุด
[[ดี ข้าจะผนึกมันไปพร้อมกับเจ้าด้วย เพื่อให้เจ้าได้เพลิดเพลินกับ
นิทราอันเป็นนิรันดร์กับสหายของเจ้าด้วย]]
– ด-เดีѺยวก่อน! ไม่ใช่ว่าเธอควรฟังความจากฝั่งของฉันด้วยเหรอ?!
อูรีเอลจ้องมาที่ผมราวกับว่าผมกำลังพูดจาไร้สาระ
ผมไม่ถอยและตะโกนกลับไป
– ฉันเข้าใจว่าเธอมาจากไหน ฉันรู้ว่าเธอรู้สึกแย่แค่ไหนหลังจากเส้น
โลกของเธอถูกบิดเบือนไป และฉันก็เข้าใจความโกรธของเธอ
อย่างไรก็ตาม นี่มันก็ผิด นี่ไม่ใช่เส้นโลกของเธอ สิ่งที่เธอกำลังทำก็
เหมือนกับสิ่งที่คนที่เธอเกลียดทำ มันก็เหมือนกันกับนักเขียนลับ!
ในขณะที่ผมรีบพูดออกไป ผมก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่หน้า
ผาก ศีรษะของผมที่ไม่ได้มีตัวตนทางกายภาพกำลังเจ็บปวดอยู่
สัมผัสจากรัดเกล้าทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
– ทำไมพวกเราไม่หยุดสิ่งนี้ไว้ก่อน? ฉันหมายถึง พวกเราก็มีความ
แข็งแกร่งไม่พอจะทำลายการถ่ายทอดสดดวงดาวอยู่แล้ว ดังนั้น
ทำไมพวกเราถึงต้องต่อสู้กันแบบนี้? ไม่ใช่เธอก็รู้เหรอว่าศัตรูที่แท้จริง
ของเธอคือใคร? ไม่ใช่เธอก็รู้เหรอว่าต้นเหตุที่แท้จริงของเรื่องทั้งหมด
นี้อยู่ตรงไหน…
[[เจ้าต้องการจะทำลายการถ่ายทอดดวงดาวงั้นเหรอ? ทำไมเจ้าถึง
ปรารถนาถึงสิ่งนั้น?]]
คำถามที่ไม่คาดคิดดังออกมา
– นั่นเป็นเพราะ โลกแห่งการถ่ายทอดสดดวงดาวนั้น…
[[ถ้าการถ่ายทอดสดดวงดาวหายไป ทั้งจักรวาลก็จะตกลงสู่ความ
โกลาหล]]
ในเวลานั้นเอง มุมหนึ่งของหน้าอกของผมก็รู้สึกหนาวสั่นขึ้นมา
ผมแอบเชื่อว่าสหายของผมทุกคนต้องการที่จะเห็นบทสรุปเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม… ถ้ามันไม่เป็นแบบนั้นล่ะ?
หลังจากความตายของยูจงฮยอค สหายแห่งรอบที่ 999 ก็คงจะไปถึง
สถานการณ์สุดท้าย และเคลียร์มันได้
ปลายทางที่พวกเขาไปถึงนั้นเป็นแบบไหนกัน?
[[เส้นโลกแบบนั้นไม่มีทางถูกสร้างขึ้นมาได้ นั่นคือหนทางแห่งความ
ชั่วร้าย]]
พร้อมกับคำประกาศของเธอ สถานะของเธอก็เริ่มพันรัดรอบตัวผม
แน่นขึ้น
– …ถ้าอย่างนั้นมันก็ช่วยไม่ได้ พวกเราก็คงต้องสู้กันเท่านั้น
[[สู้? สิ่งที่ไม่มีแม้แต่ร่างอวตาร…?]]
– ฉันไม่ใช่คนที่จะสู้กับเธอ
ผมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าและยิ้มกลับไปหาเธอ
– สหายของฉันต่างหาก
ประกายแสงอันทรงพลังระเบิดออกมาตรงหน้าของผม ศีรษะของผม
ถูกบีบแน่นราวกับว่ามันจะแตกเป็นเสี่ยงๆ และวิสัยทัศน์ของผมก็แตก
เป็นเสี่ยงๆ ในขณะที่บางสิ่งขยับเข้ามาใกล้
「ทกจา… นิ่งไว้」
…พวกเขามาแล้ว
[ป๊าา!]
พร้อมกับเสียงร้องของบียู ประตูมิติอันใหม่ได้เปิดขึ้นกลางอากาศ
แทบจะในเวลาเดียวกัน เพลิงมังกรดำก็สาดซัดออกมา อูรีเอลทิ้งผม
ไปอย่างรวดเร็วและถอยไปจากเพลิงอันร้อนแรงที่พุ่งเข้าใส่
ในเวลาเดียวกัน ใครบางคนก็คว้าจับดวงวิญญาณของผมและบินขึ้น
ไป
“ไปไหนก็สร้างเรื่องซะจริง… แล้วทำไมนายถึงดูเป็นแบบนี้ไปได้?”
มันคือฮันซูยอง
“ฉันเดาว่าแค่รัดเกล้าคงจะไม่พอแล้วสินะ”
และจากนั้นก็ยูซานอา
เธอกำลังอุ้มร่างอวตารของผมไว้บนแผ่นหลังของเธอ เธอดูเหมือนจะ
เดาสภาพในปัจจุบันของผมได้
[ปัจจุบัน พันธะระหว่างสัตย์สาบานอยู่ในสภาพอ่อนแอ]
ผมไม่ลังเลและกระโจนกลับไปยังร่างของผม สายตาของผมฟื้นกลับ
มาอีกครั้ง และสัมผัสจากแขนขาก็กลับคืนมา แม้ว่าร่างอวตารของผม
จะยังไม่โอเค แต่มันก็ยังดีกว่าที่จะไม่มี
ผมเห็นอูรีเอลกำลังเปิดใช้งานเพลิงอเวจีผ่านวิสัยทัศน์อันพร่ามัวของ
ผม
ฮันซูยองที่อยู่ข้างผมเบิกตากว้าง “ฮ-เฮ้ นี่มันอะไรกัน…?!”
“ไม่มีเวลามาอธิบายแล้ว พวกเราต้องออกไปจากที่นี่เดีѺยวนี้”
ทั้งฮันซูยองและยูซานอาต่างก็เป็นตัวตนอันทรงพลัง แต่น่าเสียดาย
ศัตรูของพวกเราในคราวนี้แข็งแกร่งเกินไป และด้วยพวกเธอแค่สอง
คน…
ฮูมมมม!!
ราวกับว่ากำลังรอโอกาสนั้นอยู่ เพลิงอเวจีได้พุ่งเข้าใส่สหายของผม
“บ้าเอ้ย!!”
คลื่นความร้อนอันน่าสะพรึงกลัวที่ไม่อาจหลบไปไหนได้ไม่ว่าจะหนี
ไปที่ไหน – สถานะของมันยิ่งใหญ่มากจนเพลิงทมิฬของฮันซูยองไม่
เพียงพอที่จะโต้กลับไป จากนั้นเพลิงสีแดงชาดอันทรงพลังก็ระเบิด
ออกมาจากประตูมิติบานเดียวกับที่ฮันซูยองใช้ มันมีสีเหมือนกับเพลิง
ของศัตรูเป๊ะๆ ต้นกำเนิดความร้อนอันทรงพลังทั้งสองปะทะกันและก่อ
ให้เกิดพายุเปลวเพลิงอันรุนแรงขึ้นมา
[อะไรกัน? นี่มันเรื่อง■อะไรกัน?!]
ใครบางคนกระแอมออกมาและปรากฏตัวขึ้นจากเพลิงหนา ทูตสวรรค์
คนหนึ่งได้ปัดเป่าควันออกไปด้วยมือข้างหน้า และปรากฏตัวขึ้น
ทูตสวรรค์คนนั้นสวมชุดสีดำและกำไลข้อเท้าสีทอง ทูตสวรรค์คนที่
ผมคุ้นเคยดีกำลังยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับเขม่าบนแก้ม
[เอ๋?? ไอ้■ที่ไหนกล้ามาทำร้ายคิมทกจาของข้า…]
อูรีเอลเบนสายตาขึ้นไปเหนือเพลิงอเวจี และหลังจากนั้น สีหน้าของ
เธอก็งุนงง จากนั้นขากรรไกรของเธอก็ตกลงในขณะที่เธอพึมพำออก
มา [ข้า… คือไอ้■?]
…ผมไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะเป็นส่วนหนึ่งของทีมช่วยเหลือ
สถานการณ์ซับซ้อนขึ้น อูรีเอลสองคนประจัญหน้ากัน
[[…เจ้าคือ?]]
ดูเหมือนว่าเทพเจ้าภายนอกอูรีเอลก็จะตกตะลึงด้วย
[[ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าคืออูรีเอลของเส้นโลกนี้…]]
ในเวลาที่อูรีเอลทั้งสองคนมองหน้ากัน ประกายแสงอันทรงพลังก็
ระเบิดออกมาในอากาศ
มันเห็นได้ชัดว่าฝ่ายของพวกเรายังเสียเปรียบมาก แน่นอนว่าอูรีเอล
ของพวกเราแข็งแกร่ง แต่อูรีเอลคนนั้นก็คือคนที่ได้เห็นจุดจบของเส้น
โลก
ถ้าพวกเราไม่รีบหาโอกาสหนีไปล่ะก็…
เปรี้ยง!
เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้บังเกิดขึ้น
[การถ่ายทอดสดดวงดาวขบคิดเกี่ยวกับการพบกันของคนทั้งสอง]
[‘ทฤษฎีแผ่นฟิล์มไม่เชื่อมต่อ’ ถูกเปิดใช้งาน!]
เมื่อเรื่องราวทั้งสองพบกันและพัวพันกันในอากาศ ความทรงจำ
จำนวนมากก็อุบัติขึ้น
「[ลุกขึ้น ยูจงฮยอค! เร็วเข้า!]」
ความทรงจำจากการเสื่อมถอยรอบที่ 999 ผ่านเข้ามา
ดวงตาของอูรีเอลเบิกกว้างขึ้นในทันใดกับความทรงจำแปลกๆ เหล่านี้
[อ-อะไรกัน? เกิดอะไรขึ้น?]
คลื่นความทรงจำที่ไม่คุ้นเคยไหลบ่าเข้าหาพวกเรา อูรีเอลจากรอบที่
999 ที่กำลังต่อสู้โดยหันหลังชนกันกับยูจงฮยอคกำลังแสดงให้เห็น
ว่าสหายร่วมเป็นร่วมตายนั้นเป็นอย่างไร
อูรีเอลของพวกเราไม่อาจทนต่อความทรงจำที่พวยพุ่งเข้ามาได้และ
เริ่มโซเซ
ทฤษฎีบ้านั่น อีกแล้วเหรอ… ก่อนที่ผมจะจัดการกับความคิดได้ ผมก็
ตระหนักได้ว่าสถานการณ์ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ผมคาดไว้ เพราะการ
แลกเปลี่ยนเรื่องราวนั้นเกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่ หลักฐานก็คืออูรีเอลแห่ง
รอบที่ 999 ไม่เพียงแต่จะโซเซเท่านั้น แต่เธอยังทรุดตัวลงไปกับพื้น
ด้วย
「[คิมทกจา! ทางนี้! มานั่งข้างข้ามา!]」
แน่นอน
「[ไอดีไม่ควรจะสะดุดตานัก ดังนั้น… แบบนี้จะดีกว่า ]」
「[…หนวดของปลาหมึก]」
และมันยังมีอีกหลายเรื่องราวที่อาจจะสร้างความตกตะลึงให้กับผู้ชม
อยู่ด้วย
[[น-นี่ นี่ นี่มันอะไรกัน…??]]
อูรีเอลแห่งรอบที่ 999 ขมวดคิ้วมุ่นราวกับว่าเธอกำลังเจ็บปวด ฮันซู
ยองไม่พลาดโอกาสนี้ เธอประคองอูรีเอลของพวกเราและตะโกนออก
มา “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นี่คือโอกาสที่ดี ไปจากที่นี่กัน
เถอะ แค่ดูก็รู้แล้วว่าเธอแข็งแกร่งมาก”
การตัดสินใจของเธอถูกต้อง อย่างไรก็ตาม เธอก็ลืมรายละเอียดเล็กๆ
น้อยๆ ไป
“เดีѺยวก่อน พาเขาไปกับพวกเราด้วย”
ผมชี้ไปยังนักเขียนลับที่ทรุดตัวอยู่กับพื้น
บางทีความทรงจำจากเส้นโลกนี้อาจจะน่าตกตะลึงมากสำหรับเธอ
ทรงกลมผนึกที่อูรีเอลสร้างขึ้นเริ่มพังทลายลง
ฮันซูยองพูดด้วยนํ้าเสียงที่เหลือเชื่อ “นายโง่รึเปล่า? ทำไมพวกเรา
ต้องพาเขาไปด้วย?!”
“พวกเราต้องพาเขาไปด้วย เพื่อที่พวกเราจะได้ไปถึงบทสรุปที่ถูก
ต้อง”
“พูดบ้าอะไรของนาย…”
อันที่จริง มันก็เป็นคำพูดที่ดูไร้สาระ ผมกำลังดื้อรั้น และการกระทำ
ของผมก็ไม่ได้สมเหตุสมผลเลย ถึงกระนั้น ผมก็ยังพูดต่อ “ชายคนนั้น
ต้องไม่ตายที่นี่ เขามีสิทธิѻที่จะได้เห็นบทสรุปเหมือนกัน”
「โลกทั้งหมดกำลังตำหนิยูจงฮยอค」
อูรีเอลจากรอบที่ 999 ทุกๆ คนจากเส้นโลกนั้นก็ด้วย – ราคาของการ
ใช้ชีวิตทั้งชีวิตของเขาเพื่อไปถึงบทสรุปของเขา เขาได้กลายเป็นศัตรู
กับทุกๆ เส้นโลก
「นอกจากการเสื่อมถอยรอบที่ 1863 มันไม่มีรอบไหนเลยหนิที่เขามี
ความสุขได้?」
เมื่อผมได้สติกลับมา ผมก็วิ่งออกไปข้างหน้าแล้ว
อูรีเอลแห่งรอบที่ 999 ก็กำลังได้สติของเธอกลับมาอย่างช้าๆ ด้วย
และผมก็เห็นเธอกำลังพยายามจุดเพลิงอเวจีขึ้นมาใหม่
ฮันซูยองตะโกนออกมา “นายมันไอ้โง่!! พวกเราไม่มีเวลาแล้ว!!”
ผมเปิดใช้งานวิถีแห่งสายลมเต็มกำลัง เพลิงอเวจีเริ่มหลั่งไหลออกมา
มากยิ่งขึ้น และยืดขยายออกมาหาผม
– …ผู้เขียน ไม่เป็นไร อีกแค่ครั้งเดียวใช่ไหม?
ผมไม่อาจจำได้ว่าความทรงจำนี้เก่าแก่แค่ไหน
– ผมหมายถึง มันมีการเสื่อมถอยมากมายหลายครั้งแล้ว ดังนั้นอีกแค่
ครั้งเดียวคงจะ…
…ผมพูดแบบนั้นออกไปจริงๆ เหรอ? ความทรงจำของผมไม่ชัดเจนพอ
อย่างไรก็ตาม มันก็เหมือนกับในตอนนั้นที่ผมทำได้เพียงพิมพ์ลงไป
บนแป้นพิมพ์เท่านั้น ในตอนนี้ผมทำได้เพียงแค่วิ่งไปข้างหน้าอย่างบ้า
คลั่ง
– ไม่ใช่ว่ามันโอเคแล้วที่เขาจะมีความสุข?
บางทีนั่นอาจจะเป็นผมที่ครํ่าครวญต่อเทพเจ้าผู้สร้างโลก
– ดูเหมือนว่านายจะดูไม่พอใจกับสิ่งที่ฉันเขียนลงไปนะ
จากนั้นเทพเจ้าก็ตอบ
– ถ้าอย่างนั้นเจ้าอยากเห็นบทสรุปแบบไหนกันล่ะทกจา? บทสรุปที่มี
ความสุขสำหรับตัวเอกเหรอ?
ตอนนั้นผมพูดอะไรกลับไป? ผมพยายามคิด แต่ก็จำไม่ได้เลย และแม้
กระทั่งในตอนนี้ ผมก็ไม่มั่นใจว่าคำตอบที่ถูกต้องคืออะไร ผมไม่มี
สิทธิѻพูดอะไรกับความสุขของคนอื่น
อย่างไรก็ตาม ถ้ามันเป็นคนอย่างผมที่ไม่มีสิทธิѻ มันก็ยังมีหนึ่งสิ่งที่ผม
เข้าใจ
「นี่ไม่ใช่ตอนจบที่มีความสุข」
ร่างของนักเขียนลับถูกดูดเข้าไปยังความร้อนจากเพลิงอเวจีที่รุกคืบ
เข้ามา ผมไม่มีเวลาโอ้เอ้ ผมคว้าข้อมือของเขา และจากนั้นก็เริ่มวิ่งไป
ยังทิศทางตรงข้าม
สีหน้าของฮันซูยองซีดเซียวยิ่งขึ้น และเธอก็รีบเรียกเฟอร์รารีกินี่ระดับ
X ออกมาในขณะที่ยูซานอาตะโกนว่า “ทกจา! เร็วเข้า!”
[[ไม่ได้หรอก]]
ผมหลบเปลวเพลิงที่พุ่งเข้ามาและอุ้มนักเขียนลับขึ้นมาบนแผ่นหลัง
ฝ่าเท้าของผมเริ่มร้อนขึ้นมาแล้ว ผมวิ่งไปด้วยพลังทั้งหมดเพื่อ
พยายามจะหลบหนีจากคลื่นความร้อนนี้
“อ๊าก บ้าเอ้ย… ฉันไม่สนแล้ว! รีบเข้ามาเร็ว!”
ฮันซูยองเอื้อมมือออกมาหาผม และผมก็กระโดดเข้าไปในรถอย่างฉิว
เฉียด ผมเห็นอูรีเอลตัวสั่นอยู่บนเบาะหลัง และแทบจะในเวลาเดียวกัน
คลื่นเปลวเพลิงสีแดงฉานก็ได้พุ่งเข้าใส่พวกเรา
[[หยุด!!]]
ผมลอบภาวนาต่อผู้ผลิตสินค้าจำนวนมากอยู่ภายในใจ ผมภาวนาให้
รถคันนี้มีประสิทธิภาพกว่ารุ่นขายจำนวนมากสักเล็กน้อย
[กลุ่มดาว ‘ผู้ผลิตสินค้าจำนวนมาก’ ยิ้มแฉ่ง]
ด้วยการระเบิดความเร็วออกมา เฟอร์รารีกินี่ระดับ X เร่งความเร็วออก
ไป ในเวลาเดียวกัน บียูก็เปิดประตูมิติ และพวกเราก็กระโจนเข้าไปยัง
ประตูนั้น
เสียงโหยหวนอันน่าสะพรึงกลัวของอูรีเอลแห่งรอบที่ 999 ดังไล่หลัง
พวกเรามา ผมกลัวว่าเธอจะไล่ตามพวกเรามาได้จริงๆ แม้ว่าพวกเราจะ
หนีกลับไปยังโลกได้อย่างปลอดภัยแบบนี้ แต่ถ้าอูรีเอลตามพวกเรา
ไปได้และอาละวาดล่ะก็…
เปรี้ยง!
อูรีเอลแห่งรอบที่ 999 หยุดไล่ตามในขณะที่ประกายแสงกวาดออก
มาอย่างบ้าคลั่ง แต่เธอก็ยังถลึงตาใส่ผมอยู่
[การถ่ายทอดสดดวงดาวกำลังเฝ้ามอง ‘เปลวเพลิงแห่งชีวิต’ อย่าง
ระมัดระวัง]
ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สามารถใช้ประตูมิตินี้ได้ พายุความเป็นไปได้อัน
ทรงพลังระเบิดขึ้นด้านหลังของเธอ แต่นั่นก็สมเหตุสมผล สิ่งมีชีวิตที่
ครอบครองพลังมหาศาลแบบนี้คงจะไม่ค่อยมีอิสระเท่าไรในการ
ถ่ายทอดสดดวงดาว
อย่างไรก็ตาม มันก็มีสิ่งหนึ่งที่คอยรังควานใจผมอยู่ ถ้าเธอถูกจำกัดไว้
แบบนั้น งั้นเธอมาปรากฏตัวในป่าเอ็นไกในช่วงเวลาที่เหมาะสมแบบ
นั้นได้อย่างไร?
มันราวกับว่ามีใครบางคนได้แทรกแซงเรื่องทั้งหมดนี้
…แทรกแซง?
[มหาโดเกบิ ‘โฮจู’ กำลังจับตาดูคุณอย่างใกล้ชิด]
ในเวลานั้นเอง ทฤษฎีอันบางเบาบางอย่างก็ลอยขึ้นมาในหัวของผม
ถ้าการปรากฏตัวของอูรีเอลไม่ใช่เรื่องบังเอิญล่ะ?
[มหาโดเกบิ ‘โฮเช’ กำลังจับตาดูคุณอย่างใกล้ชิด]
[มหาโดเกบิ ‘บาแรม’ กำลังจับตาดูคุณอย่างใกล้ชิด]
ถ้ามีบางคนในการถ่ายทอดสดดวงดาวต้องการให้มันเกิดขึ้น และพวก
เขาก็ได้อัญเชิญเธอมายังเส้นโลกนี้?
มันแทบจะไม่มีองค์กรไหนในโลกนี้ที่สามารถเคลื่อนไหวความเป็นไป
ได้จำนวนมากขนาดนั้นได้
[สำนักงานกำลังจับตาดูคุณอย่างใกล้ชิด]
ป่าเอ็นไกสามารถมองเห็นได้ผ่านหน้าต่างรถ เหล่าเทพเจ้าภายนอก
ที่มาจากเส้นโลกที่สูญสิ้นไปกำลังพากันดับไฟอยู่
ชาวเมืองแห่งอาณาจักรเล็กๆ กำลังกล่าวคำอำลาต่อราชาของตน
[เอาชีวิตรอด เอาชีวิตรอด เอาชีวิตรอด เอาชีวิตรอด เอาชีวิตรอด]
มันไม่ใช่ใครอื่นนอกจากราชาแห่งเทพเจ้าภายนอก
เหมือนอย่างที่อูรีเอลแห่งรอบที่ 999 ปรากฏตัวขึ้นที่นี่ ราชาคนอื่นก็
คงจะปรากฏตัวขึ้นด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย แน่นอน คนที่พยายามจะ
แทรกแซงบทสรุปที่ผมต้องการจะเห็นก็คงจะเรียกพวกเขามาที่โลก
แห่งนี้
[การถ่ายทอดสดดวงดาวกำลังมองมาที่คุณ]
ผมเงยหน้าขึ้นมองโลกที่ผมต้องการจะต่อสู้ด้วยซึ่งกำลังมองมาที่ผม
นี่คงจะเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากและหนักหน่วงมาก
ฮันซูยองมองมาที่ผมผ่านกระจกมองหลังและพึมพำบางสิ่งออกมา ยู
ซานอาที่นั่งอยู่ข้างหน้าก็กำลังมองมาที่ผมด้วย ผมพยักหน้าอย่าง
เงียบๆ และมองไปยังนักเขียนลับที่ไม่ได้สติกับอูรีเอลที่กำลังตะลึงงัน
อยู่
มันมีแนวโน้มว่าจะไม่มีใครในจักรวาลนี้ที่จะยืนอยู่บนฝั่งของพวกเรา
ผมเห็นทางออกของประตูมิติที่อยู่ไกลออกไป
[ทางเลือกของคุณก่อให้เกิดผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อ■■]
[■■ของคุณกำลังโน้มเอียงไปหา 「ชั่วนิรันดร์」]
และแล้วเวลาสำหรับการเตรียมการสู่หน้าสุดท้ายของโลกก็มาถึง
ในระหว่างขับรถผ่านประตูมิติ ทั้งฮันซูยองและยูซานอาก็ไม่ได้พูด
อะไรกันมาก ด้วยเหตุนั้นผมจึงสามารถจัดระเบียบความคิดพร้อมกับ
มองออกไปนอกหน้าต่างได้ – สิ่งที่ผมต้องทำในอนาคต และสิ่งที่ผม
อยากจะทำ
ข้างๆ ผม ในที่สุดอูรีเอลก็หยุดพึมพำอะไรออกมาและหลับไป ในขณะ
เดียวกัน นักเขียนลับก็ยังไม่ได้สติและเอนตัวพิงเธออยู่
มันรู้สึกแปลกๆ จริงๆ ที่ได้เห็นผู้เฝ้าดูที่เก่าแก่ที่สุดสองคนในช่องของ
ผมกำลังนอนหลับอย่างไร้การป้องกันแบบนั้น
ฮันซูยองมองดูผมผ่านกระจกมองหลังและพูดขึ้นมาในทันใด “นาย
ยิ้มอะไร? นายควรเตรียมคำอธิบายไว้ให้พวกเราเมื่อกลับไปต่างหาก”
คำอธิบาย? มันค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าผมจำเป็นต้องอธิบายให้พวก
เธอฟัง
“นายมีโอกาสแค่ครั้งเดียวนะ”
ผมพบว่ารอยยิ้มอันสดใสของยูซานอากลับดูน่ากลัวขึ้นมา
“พวกเรามาถึงแล้ว”