มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 450
– โปรดเลือกผู้สนับสนุนของคุณ
– ผู้สนับสนุนที่ถูกเลือกจะกลายเป็นผู้สนับสนุนของคุณ
1. มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ
2. ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ
3. นักเขียนลับ
4. นักโทษรัดเกล้าทองคำ
+
…ผมจำได้
เมื่อตอนนั้น นักเขียนลับได้ปรากฏขึ้นในการเลือกผู้สนับสนุนครั้งแรก
ของผมในฐานะตัวเลือกที่สาม เขาได้พยายามจะเป็นผู้สนับสนุนของ
ผมจริงๆ
[[หลังจากนั้น ข้าก็เฝ้ามองเส้นโลกนี้มาตลอด บางครั้งข้าก็ประหลาด
ใจ ข้าประหลาดใจกับความจริงที่ว่าข้าประหลาดใจได้ เพราะข้าไม่
เคยประหลาดใจกับอะไรมานานแล้ว]]
ผมรู้ดี ในระหว่างเรื่องราวของเส้นโลกนี้ เขาเฝ้ามองพวกเราและส่ง
ข้อความต่างๆ เข้ามา ถ้าผมย้อนอ่านข้อความ ผมก็น่าจะเจออันที่เขา
ส่งเข้ามาได้
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ‘ ขบคิดกับทางเลือกของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ‘ ประทับใจกับระดับความโง่ของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ‘ ผิดหวังกับการประกาศที่คึกคะนองของคุณ]
[ดวงตาของกลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ‘ เปล่งประกายหลังจากเขาได้ยิน
แผนการของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ‘ กำลังสงสัยเกี่ยวกับแผนการของคุณ]
…..
ข้อความเหล่านั้นคือข้อความที่มาจากเขา ผมรู้ว่ามันเป็นหมายเลข
666 และยูจงฮยอคคนอื่นที่รับผิดชอบในข้อความเหล่านี้ แต่ถึง
กระนั้น…
[[ข้าตัดสินใจ – ว่าจะเฝ้าดูโลกที่บิดเบี้ยวนี้ต่อไป และไม่ทำลาย
มัน]]
“…ทำไมนายถึงส่งฉันไปยังรอบที่ 1863”
นักเขียนลับพยักหน้า ทางเลือกของเขาได้นำไปสู่จุดเริ่มต้นของเส้น
โลกนี้
เขาพูดต่อ [[มันก็คล้ายๆ กับเหตุผมที่ว่าทำไมข้าถึงมอบข้อมูลของ
รอบที่ 1863 ให้กับยูจงฮยอคในรอบนี้ ข้าต้องการทดสอบเจ้า เพื่อหา
ว่าเจ้าหรือยูจงฮยอคในรอบนี้ที่จะเหมาะสมต่อการได้เห็นบทสรุป
มากกว่ากัน]]
“โอเค งั้นตัวเลือกของนายคืออะไร?”
นักเขียนลับไม่ตอบและจ้องมาที่ผมเท่านั้น ก่อนที่จะเปิดปากขึ้นมา
[[มันมีกำแพงใหญ่อยู่ ณ สุดทางของโลกใบนี้ มันคือกำแพงสุดท้ายที่
สามารถเปิดขึ้นได้เมื่อกุญแจทุกดอกถูกรวบรวม]]
– คุณได้รับคำตอบทั้งหมดแล้ว
– เกมสามคำถามสามคำตอบสิ้นสุดลงแล้ว
จากนั้นผมก็ตระหนักได้ คำตอบของเขาคือคำตอบของคำถามที่สาม
ของผม
ประกายแสงที่อยู่รอบๆ ร่างของนักเขียนลับทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
ข้อมูลบางอย่างจำเป็นต้องใช้ความเป็นไปได้จำนวนมากเพียงแค่จะ
กล่าวถึงมัน และถ้าข้อมูลนั้นเกี่ยวพันกับตอนจบของโลกนี้ งั้นมันก็
เห็นได้ชัดว่าความเป็นไปได้ที่ต้องใช้นั้นจะมากมายมหาศาลแค่ไหน
กำแพงสุดท้าย
นั่นคือบทสรุปที่นักเขียนลับได้เจอในบทส่งท้ายของเขา
[[ชิ้นส่วนที่เจ้าครอบครองคือกุญแจดอกสุดท้ายที่ข้าตามหา]]
ผมตื่นตระหนกขึ้นมาและก้าวถอยไป เนื่องจากผมอยู่ในร่างเกีѹยวบู๊ลิ้ม
มันจึงค่อนข้างยากที่จะก้าวถอยไปข้างหลัง แต่ไม่ว่าจะยังไง ผมก็ต้อง
สร้างระยะห่างระหว่างพวกเราบ้าง
ถ้าเป้าหมายของเขาคือกำแพงที่สี่ที่ผมครอบครองล่ะก็ งั้นเขา…
นักเขียนลับที่กำและคลายหมัดดูน่ากลัวขึ้นมาด้วยเหตุผลบางอย่าง
ยูจงฮยอคคนอื่นเองก็เงยหน้าขึ้นมองนักเขียนลับด้วยสีหน้าตึงเครียด
[[มีหลายสิ่งที่ถูกบิดเบือนเพื่อสร้างเส้นโลกนี้ ข้าไม่อาจตัดสินใจได้
ว่าการปล่อยเจ้าไปจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่]]
เส้นโลกบิดเบี้ยว ความเป็นไปได้ที่พังทลาย
ผมได้ยินเกี่ยวกับสองสิ่งนี้มาหลายครั้งแล้ว
“โอเค แล้วไง งั้นนายต้องการอะไร?”
ผมโยนสิ่งที่อยู่ในใจออกมา สิ่งสำคัญก็เพื่อซื้อเวลา ผมจำเป็นต้อง
ถ่วงเวลาออกไปให้นานที่สุดและกลับสู่ร่างเดิม นั่นคือสิ่งสำคัญ
“ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่านายจะพูดอะไร ฉันไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้เลย
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะยังไง ฉันและสหายของฉันก็พยายามอย่างเต็ม
ที่แล้วเพื่อมาถึงจุดๆ นี้ บทสรุปได้มาอยู่ตรงหน้าของพวกเราแล้ว”
ผมแทบจะได้เห็นมันแล้ว บทสรุปของเรื่องราวที่ไม่ได้ถูกเขียนไว้
[[การได้เห็นบทสรุปไม่ใช่ทุกสิ่ง สิ่งที่สำคัญจริงๆ คือการได้เห็นบท
สรุปที่ถูกต้อง]]
“บทสรุปที่ถูกต้อง? การตัดสินแบบนั้น…”
[[เรื่องราวที่มีความเป็นไปได้อันบิดเบี้ยวจะก่อให้เกิดหายนะอยู่
เสมอ]]
ผมงุนงงจากการประกาศนั้น บางสิ่งที่มีเพียงโดเกบิเท่านั้นที่จะทำ
“นั่นไม่เหมือนนายเลย กับสิ่งที่กระทั่งนายก็ยังไม่ได้เห็น…”
จากนั้นก็มีแผ่นดินไหวบังเกิดขึ้นในทันใด บางสิ่งได้พังทลายลงพร้อม
กับเสียง ‘ครืน!’
แก้วไวน์บนโต๊ะทรงกลมสั่นไปมา ทั่วทั้งป่าสั่นสะเทือน
“…เกิดอะไรขึ้น?”
นี่ไม่ใช่การสั่นสะเทือนธรรมดาแน่ๆ
นักเขียนลับยืนขึ้นจากบัลลังก์อย่างช้าๆ และเดินผ่านผมไป ดวงตาอัน
ว่างเปล่าของเขากำลังมองลึกลงไปยังป่ากว้าง
ป่าเอ็นไกถูกโอบล้อมไปด้วยอัคคีภัยอันรุนแรง
ป่าของเขากำลังลุกโชติช่วง
[อ๊า อ๊า อ๊า อ๊า อ๊า อ๊า]
[ช่วยด้วย ช่วยด้วย ช่วยด้วย ช่วยด้วย ช่วยด้วย ช่วยด้วย]
เหล่าต้นไม้ที่มีความสูงพุ่งแทงขึ้นสู่สรวงสวรรค์เบื้องบนกำลังถูกเผา
กลายเป็นเถ้าถ่าน เทพเจ้าภายนอกที่ซ่อนอยู่ภายในป่าพากันกรีดร้อง
ออกมา อุณหภูมิพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วจากพลังของอัคคี สิ่งนี้
ไม่ใช่การวางเพลิงธรรมดาๆ เลย
ถึงกระนั้นผมก็สามารถสัมผัสมันได้
บางคนที่มีสถานะอันทรงพลังกำลังโจมตีสถานที่แห่งนี้
แต่ใครกันล่ะ?
เรื่องแบบนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้เลย นี่ไม่ใช่ดินแดนของใครอื่นนอกจาก
นักเขียนลับ ใครจะกล้ารุกรานที่แห่งนี้กัน?
หรือว่าจะเป็นหนึ่งในเนบิวลาใหญ่?
พระเวท? โอลิมปัส? หรือ… แอสการ์ด?
ผมรีบนึกถึงรายชื่อของกลุ่มดาวทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับไฟในหัวของ
ผม แต่ผมก็นึกไม่ออกเลย
เปลวเพลิงอันรุนแรงนี้ได้แผดเผาไปทั่วป่าอันกว้างใหญ่… หรือว่ามัน
จะมีตัวตนอื่นที่ครอบครองพลังมากมายขนาดนี้ในเรื่องราวต้นฉบับ?
[ราชาของข้า ราชาของข้า ราชาของข้า ราชาของข้า ราชาของข้า]
[หนี หนี หนี หนี หนี]
เทพเจ้าภายนอกตัวเล็กๆ มารวมตัวกันรอบๆ นักเขียนลับ เทพเจ้า
ภายนอกหลายคนได้จากเขาไปแล้ว แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังมีอีกหลาย
คนที่เลือกจะรั้งอยู่ พวกเขาเป็นเหมือนกับชาวเมืองที่กรูกันเข้ามาปก
ป้องราชาของตนหลังจากสัมผัสได้ถึงการล่มสลายของอาณาจักร
นักเขียนลับมองไปยังลูกน้องของเขาและพูดกับผม [[ราชาปีศาจแห่ง
การหลุดพ้น ข้าเคยตัดสินใจผิดพลาดมามากมายเหมือนอย่างเจ้า]]
เสียงของเขายังคงผ่อนคลายถึงแม้ว่าเขาจะเผชิญหน้ากับสถานการณ์
วิกฤติที่ป่าของเขาถูกเผา ราวกับว่าเขาได้คาดการณ์เหตุการณ์
ทั้งหมดนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว
[[แต่ช่างโง่เขลานัก ข้าพยายามที่จะเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วใน
อดีต]]
“…จู่ๆ นายพูดเรื่องอะไรขึ้นมา? นายกำลังพูดถึงเหตุการณ์ในรอบที่
41 เหรอ?”
ถ้าเป็นแบบนั้น งั้นผมก็พอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ยูจงฮยอคจากรอบที่ 41 ได้ทำสัญญากับปีศาจแห่งเส้นขอบฟ้าและส่ง
ชินยูซองไปยังรอบที่สาม มันเป็นผลให้เธอกลายเป็นหายนะของรอบ
ที่สาม
ถ้านักเขียนลับกำลังคิดถึงหายนะบางอย่าง งั้นผมก็อยากจะบอกเขา
ว่าไม่จำเป็นต้องกังวลกับเรื่องนั้น
น่าเสียดาย หมายเลข 41 ที่อยู่ข้างๆ ผมส่ายหัว “นี่ไม่ใช่เรื่องจากรอบ
ของฉัน”
“อะไร? งั้น…”
หมายเลข 41 ไม่ตอบและมองไปยังนักเขียนลับ
หัวของผมสับสน ตามความรู้ของผม มีแค่รอบที่ 41 เท่านั้นที่เขา
เข้าไปแทรกแซงอดีตที่เกิดขึ้นไปแล้ว
…แต่ตอนนี้มันมีรอบอื่นด้วยเหรอ?
รอบไหนกัน? มันเกิดขึ้นนอกเรื่องราวต้นฉบับงั้นเหรอ?
ดวงตะวันที่ถูกโอบล้อมอยู่ในเปลวเพลิงบริสุทธิѻพวยพุ่งขึ้นมาเหนือ
เพดานห้องโถง อย่างไรก็ตาม ดวงตะวันนี้ก็ไม่ใช่ทั้งของสุริยะและอ
พอลโล และ ณ จุดศูนย์กลางของดวงตะวันที่กำลังระเบิดนี้ จุดดับบน
ดวงอาทิตย์ที่ดูเป็นลางไม่ดีก็ค่อยๆ ขยายขนาดขึ้น มันไม่มีกลุ่มดาว
ไหนเลยที่ผมรู้จักซึ่งจะครอบครองดวงตะวันอันน่าสะพรึงกลัวแบบนี้
นั่นคือพลังที่เป็นของตัวตนที่ผมไม่รู้จัก
[ยูจงฮยอคแห่งรอบที่ 999 ถอนหายใจด้วยความเศร้าโศกให้กับ
ดวงตะวัน]
…รอบที่ 999?
ทันใดนั้นเอง ผมก็นึกถึงบางสิ่งขึ้นมา
「ยูจงฮยอคจากรอบที่ 999 ข้าเคารพชีวิตของเจ้า นอกจากข้า เจ้า
เป็นคนเดียวที่เข้าใกล้บทสรุปได้」
หนึ่งในสิ่งที่นักเขียนลับได้กล่าวไว้ และ…
「“แม้ว่าฉันจะเสื่อมถอย โลกนี้ก็จะไม่หายไป หมายความว่าโลกนี้จะ
ไม่ถูกย้อนกลับไปใหม่เพียงเพราะแค่ฉันตาย”」
…และอีกสิ่งที่ยูจงฮยอคเคยกล่าวไว้
ถ้าเขาตาย โลกจะไม่หายไป แม้ว่าจะเสื่อมถอยไปแล้ว โลกก็จะยังคง
อยู่
「ถ้ามันไม่ใช่แค่นักเขียนลับที่ได้เห็นบทสรุปล่ะ?」
「ถ้ามีเรื่องราวอื่นที่ไม่ถูกพูดถึงในเส้นเรื่องต้นฉบับ?」
「ถ้ามีคนอื่นหลังจากที่ยูจงฮยอคตายได้คงอยู่ในโลกและผ่าน
สถานการณ์ต่อไป? ในขณะที่ต่อสู้ซํ้าแล้วซํ้าเล่า…」
ดวงตะวันในตอนนี้ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยเปลวเพลิงสีดำสนิทแตกออก
ในทันใดราวกับเปลือกไข่ และลำแสงเจิดจ้าก็ระเบิดออกมา
「ถ้ามีคนอื่นที่ได้ไปถึงจุดจบของโลกและได้เห็นบทสรุปของตน
ล่ะ?」
เจ้าของเปลวเพลิงเผยตัวออกมา ณ ใจกลางลำแสง ภาพเงาที่งดงาม
เกินกว่าที่จะบอกว่าเป็นแค่นักวางเพลิงสั่นไหว
อีกตัวตนที่ครอบครองพลังเทียบเทียมนักเขียนลับ ตัวตนเช่นนั้นกำลัง
สยายปีกสีขาวบริสุทธิѻของเธออยู่ตรงหน้าของผม
นักเขียนลับเงยหน้าขึ้นมองร่างนั้นและพูดขึ้นมา
[[เปลวเพลิงแห่งชีวิต]]
เปลวเพลิงแห่งชีวิต เขากล่าว
มันมีชื่อนั้นถูกเขียนไว้ในบันทึกแห่งความหวาดกลัว
「เปลวเพลิงแห่งชีวิต‘ ที่ลุกโชนขึ้นมาจากทิศตะวันออก」
หนึ่งในราชาผู้ปกครองเทพเจ้าภายนอกเคียงคู่กันกับนักเขียนลับ
ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าราชาคนอื่นคือใคร หรือพวกเขามาจาก
ที่ไหน
ช่างโง่เขลาซะจริง
เทพเจ้าภายนอกทั้งหมดคือสิ่งที่ถูกทอดทิ้งจากหนทางเอาชีวิตรอด
ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมก็น่าจะคิดออกว่าราชาของพวกเขาก็คงจะเป็นสิ่งมี
ชีวิตจากหนทางเอาชีวิตรอดด้วย
ครืนนน!
ราวกับว่ามือของผมกำลังสั่นอย่างบ้าคลั่ง
ผมไม่อยากจะจินตนาการถึงเหตุผลหรือผลลัพธ์ ไม่ ผมไม่ต้องการจะ
ยอมรับมัน ในตอนนี้ ผมไม่อยากจะยอมรับว่าโลกที่คนผู้นี้มีตัวตนอยู่
นั้นมันน่าพรั่นพรึงแค่ไหน
นักเขียนลับพูดกับผมด้วยนํ้าเสียงอันเฉยเมยที่เป็นเครื่องหมายการค้า
ของเขา [[เจ้าเข้าใจแล้วสินะ? นี่คือผลลัพธ์ของการบิดเบือนเส้น
โลก]]
ในขณะที่คำพูดของเขาจบลง ดาบที่ถูกโอบล้อมไปด้วยเปลวเพลิงอัน
เจิดจ้าและร้อนแรงที่สุดก็กำลังชี้มาทางพวกเรา
มันคือดาบของทูตสวรรค์ที่ผมคุ้นเคยด้วยเป็นอย่างดี
ทำไมผมจะไม่รู้จักมัน? บางที่ ผมอาจจะไม่อยากรู้ตั้งแต่แรกก็ได้?
เปลวเพลิงเหล่านั้นสามารถร้อนและเลือดเย็นได้ขนาดนี้เลยเหรอ?
เปลวเพลิงนั้นที่มีความหมายอยู่เพื่อเผาผลาญปีศาจสามารถเผา
ผลาญสิ่งอื่นได้ด้วยเหรอ?
ดาบเพลิงแห่งวิบากกรรมที่ถูกปกคลุมไปด้วยเพลิงอเวจีกำลังเปล่ง
แสงเจิดจ้า เจ้าของดาบเล่มนั้นกำลังยิ้มอยู่ และด้วยสีหน้าอันน่าสะ
พรึงกลัวสุดขีดที่ผมไม่เคยได้เห็นมาก่อน เธอเปิดปากพูดขึ้น
[[ข้าตามหาเจ้ามานานแล้ว ยูจงฮยอคจากรอบที่ 1863]]
ดวงตาของทูตสวรรค์ผู้ตัดสินทุกสรรพสิ่งกำลังลุกโชนด้วยเปลวเพลิง
สีดำสนิท
[[โอ้ เทพเจ้าภายนอกผู้ทำลายโลกของข้า]]
มันคืออูรีเอล
(จบตอน)
แสงนั้นในดวงตาของเธอคือจิตสังหาร
พวกมันคือดวงตาคู่เดียวกันของทูตสวรรค์ที่รู้จัก แต่พวกมันก็แตกต่าง
ออกไปด้วย
นี่คือร่างจริงของอูรีเอล ผู้พิพากษาอันโหดเหี้ยมและเลือดเย็น เธอคือ
ผู้เผาผลาญศัตรูทั้งหมดเพื่อความชอบธรรม
「อูรีเอลผู้นี้ได้ไปถึงบทสรุปของเธอแล้ว และ…」
[การถ่ายทอดสดดวงดาวกำลังเฝ้ามองการปรากฏตัวของเทพเจ้า
ภายนอกคนใหม่]
[การถ่ายทอดสดดวงดาวกำลังตัดสินว่าจะยอมอนุญาตความเป็นไป
ได้ของเป้าหมายหรือไม่!]
「และเธอมาไกลขนาดนี้ก็เพื่อสังหารนักเขียนลับ」
[โอ้ โอ้ โอ้ โอ้ โอ้ โอ้]
[ราชาสองคน ราชาสองคน ราชาสองคน ราชาสองคน ราชาสองคน]
การปรากฏตัวของเทพเจ้าภายนอกอีกคนที่มีสถานะระดับเดียวกันกับ
นักเขียนลับส่งผลให้เกิดความสับสนในหมู่เทพเจ้าภายนอกตัวเล็กๆ