มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 455
“ฉันรู้ นั่นคือสิ่งที่นายคิดจริงๆ เหรอ นายจะประชดอะไรรึเปล่า?”
“ไม่ ไม่มีทาง”
“ฉันรู้ว่าคนอื่นต้องเข้าสู่สถานการณ์ที่อันตราย แม้ว่ามันจะเป็นแบบ
นั้น แต่ก็อยู่ในโซลก็ไม่ได้สบายเลย นายก็รู้” ลีซอลฮวาลดระดับ
สายตาลงและเริ่มมองไปยังบางสิ่งที่อยู่ในพุ่มไม้ “มันน่าจะอยู่แถวๆ
นี้…”
「ลีซอลฮวาไม่เคยได้พักเลย」
เรื่องราวของเธอเริ่มพูดแทนเธอ
「หลังจากสมาชิกกลุ่มออกไปจากเขตอุตสาหกรรม เธอก็งานรัดตัว
และต้องคอยดูแลเหล่าผู้ป่วย ทุกๆ วัน อาการบาดเจ็บจากบาดแผลที่
คล้ายๆ กันจะวิ่งเข้ามา เธอเฝ้าดูพวกเขาตาย และในขณะที่มองดูพวก
เขาจากไป เธอก็คิดถึงสหายของเธอ」
“ฉันคงช่วยอะไรไม่ได้มากในช่วงครึ่งหลัง ฉันรู้ถึงศักยภาพของฉันดี
และกลุ่มดาวของฉันก็เป็นแค่กลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่ฉันก็ยัง
พยายามอย่างเต็มที่ทุกวัน”
แน่นอน ความเข้มข้นของสถานะที่ลอยอยู่รอบๆ ตัวเธอแตกต่างออก
ไปจากเดิม มันไม่ใช่ว่าความสามารถทางการต่อสู้ของเธอเพิ่มขึ้น แต่
อืม ผมควรจะพูดว่าไงดี? มันเหมือนกับว่าเธอมีความเข้าใจในทักษะที่
ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
“ใครก็ตามที่อยู่ในบริษัทของคิมทกจา ฉันสามารถช่วยคนๆ นั้นได้
ตราบใดที่ยังหายใจ ฉันมั่นใจว่าจะไม่มีใครตาย”
มันเป็นความจริงที่ว่าการเติบโตของลีซอลฮวาในปัจุบันไม่อาจเทียบ
ได้กับในการเสื่อมถอยไหนในเวอร์ชั่นต้นฉบับ ถ้าการคาดเดาของผม
ถูกต้อง เธอน่าจะเข้าถึงหลักการแห่งชีวิตและหมอมหัศจรรย์แห่ง
ความตายได้ในไม่ช้า โดยไม่ต้องสงสัยเลย เธอเป็นคนที่จำเป็นต่อ
จุดจบในฝันของผม
“ฉันเป็นคนแบบไหนกันในนิยายที่นายอ่าน ทกจา?”
ผมอึ้งไปชั่วขณะจากคำถามที่ไม่คาดคิด “เธอคือคนสำคัญ”
“สำคัญ สำคัญขนาดไหน?”
ลีซอลฮวาคือหนึ่งในนางเอกที่ปรากฏตัวขึ้นในหนทางเอาชีวิตรอด
อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่อาจพูดออกมาได้ว่าเธอคือคนรักของยูจงฮยอค
ในอดีต ตั้งแต่ต้น ผมคิดว่าเขาคงจะไม่ต้องการให้เธอรู้… และสิ่งที่
สำคัญที่สุด ผมไม่มั่นใจว่ามันจะเป็นคำอธิบายที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ
คนที่ชื่อ ‘ลีซอลฮวา’ จริงๆ ไหม?
“เรื่องนั้น…”
ก่อนที่ผมจะทันได้พูดออกมา สีหน้าของลีซอลฮวาก็สดใสขึ้นในขณะ
ที่เธอตะโกนออกมา “อ๊า! เจอแล้ว!”
มือของเธอถือดอกไม้เล็กๆ ไว้ นั่นคงจะเป็นสมุนไพรที่เธอกำลังตาม
หาอยู่ ผมจำได้ในทันทีว่ามันคืออะไร
「ดอกเพลิงภูตผีขาว ส่วนผสมสุดท้ายสำหรับ ‘ยาความเป็นความ
ตาย’」
ถ้ามองผ่านๆ มันก็ดูเหมือนดอกไม้ป่าธรรมดาๆ และเมื่อกินมันไปเพียง
ลำพัง มันก็จะไม่มีผลลัพธ์ใดๆ อย่างไรก็ตาม ยาแห่งปาฏิหาริย์ ‘ยาค
วามเป็นความตาย’ ก็ไม่อาจถูกปรุงขึ้นมาได้ถ้าไม่มีมัน
เธอเริ่มยิ้มออกมาเหมือนกับเด็กน้อย สัมผัสแห่งชีวิตนี้ที่ไม่อาจสัมผัส
ได้จากหน้ากระดาษกำลังเปล่งประกายอยู่ตรงหน้าของผม
「นี่คือลีซอลฮวา」
นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเลิกนึกถึงคำพูดจากนิยาย และจากนั้นผมก็
พูดออกมาเบาๆ “เธอคือหมอที่ดีที่สุดที่ฉันรู้จัก”
การชมอาหารที่เด็กๆ ทำอาจจะฟังดูดีกว่า
แต่ถึงกระนั้น ลีซอลฮวาก็ยิ้มกลับมาที่ผม “ขอบคุณนะ แม้ว่านายจะ
ไม่ได้หมายความแบบนั้นก็เถอะ”
“ฉันหมายความแบบนั้นจริงๆ…”
“รอฉันก่อนเถอะ ฉันจะเปลี่ยนคำพูดอันว่างเปล่าเหล่านี้ให้กลายเป็น
ความจริงในไม่ช้า”
ผมมองดูเธอจากไปหาสมุนไพรอื่น และตระหนักได้ สิ่งที่เธออยากรู้
ก่อนหน้านี้ไม่ใช่หนทางเอาชีวิตรอด ไม่เหมือนกับผม เธอไม่ต้องการ
นิยายแบบนั้นตั้งแต่แรก
[ปัจจุบันคุณแก้ไขข้อร้องเรียนได้: 0]
ผมยังไม่มีความคืบหน้าในสถานการณ์เลย แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจ
“มันไม่ง่ายเลยใช่ไหม?”
ผมมองกลับไปด้านหลังและเห็นยูซานอาอีกครั้ง
“…ใช่ ไม่ง่ายเลย”
“แต่นั่นก็ธรรมดา ถ้านายสามารถจบการสนทนาทั้งหมดที่นายมี
เหมือนกับว่ามันเป็นสถานการณ์บางอย่างได้ งั้นนั่นก็เป็นนิยาย ไม่ใช่
ความเป็นจริง”
“ก็คงงั้น”
“ถึงกระนั้น นายก็ต้องทำต่อ”
ผมพยักหน้า “เธอคิดว่าฉันควรจะคุยกับใครต่อ?”
“นายคิดเองจะดีกว่า แต่ฉันจะช่วยนายเป็นครั้งสุดท้ายละกัน”
เธอใช้มือป้องตาและกวาดผ่านสหายของพวกเรา จากนั้นข้อความ
หนึ่งก็ดังขึ้น
[ปัจจุบัน ลูกจ้างชั่วคราวของบริษัทของคิมทกจากำลังรู้สึกไม่พอใจ]
…ลูกจ้างชั่วคราว? มีคนแบบนี้ในเนบิวลาของพวกเราด้วยเหรอ?
จากนั้นยูซานอาก็ชี้ไปที่จุดๆ หนึ่ง “ทำไมนายไม่ลองไปทางนั้นดู?”
ในช่วงเวลาที่ผมมองไปทางนั้น ผมก็ตระหนักได้ว่าใครคือลูกจ้าง
ชั่วคราวคนนั้นกัน
*
หลังจากนั้นไม่นาน ผมก็พูดอยู่กับคนสามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของผม
“ฉันมีบางอย่างที่ต้องหารือด้วย”
“อะไร? ฉันยุ่งอยู่ รีบๆ หน่อย ฉันต้องไปหาสตาร์รีลิคของมังกรเพลิง
ทมิฬอยู่!!”
ฮันมยอนโกเพิ่มระดับเสียงของเขาราวกับว่าจะกระตุ้นผมไปด้วย ส่วน
กงพิลดูและจางฮายังนั้นก็ยืนอยู่ข้างๆ เขา ผมสามารถบอกได้ง่ายๆ
เลยว่าพวกเขาไม่ได้มีความสุขเท่าไรที่ถูกเรียกมาแบบนี้
แม้ว่าพวกเขาจะมีประสบการณ์ในสถานการณ์ร่วมกันกับพวกเรา แต่
พวกเขาก็ยังไม่ได้เข้าร่วมบริษัทของคิมทกจาอย่างเหมาะสมเลย
“ทุกคน มันมีบางสิ่งที่พวกนายควรรู้ก่อน”
ผมตัดสินใจเล่าบางสิ่งที่พวกเขาไม่รู้ให้พวกเขาฟัง ข้อมูลที่สหายของ
บริษัทของคิมทกจารู้แล้ว – หนทางเอาชีวิตรอด
มันคือการตัดสินใจครั้งใหญ่ในส่วนของผมที่จะบอกพวกเขาเกี่ยวกับ
มัน แต่ตรงข้ามกับความคาดหวังเริ่มแรกของผม ปฏิกิริยาของกงพิลดู
นั้นกลับดูไม่ค่อยสนใจเท่าไร
“มันมีช่วงเวลาที่ฉันเคยเชื่อทุกๆ สิ่งในใบราคา ฉันเดาว่านายยังไร้
เดียงสาเกินไปอยู่”
“ฮะ?”
“หนุ่มสาวในทุกวันนี้…”
ดูเหมือนว่ากงพิลดูจะไม่เข้าใจจริงๆ ว่าผมพูดอะไร
ในทางกลับกิน ฮันมยอนโกดูเหมือนจะอยู่ภายใต้อาการตกใจครั้ง
ใหญ่ “ง-งั้นนายก็รู้ทุกๆ อย่าง แต่นายกลับปล่อยให้ฉันต้องลงเองใน
สภาพที่น่าอนาถเช่นนี้??”
จางฮายังเองก็ดูประหลาดใจ แม้ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลที่ต่างออกไป
“งั้นมันก็เป็นอย่างนี้นี่เอง นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมเจ้าถึงรู้อะไรเยอะ
แยะเลยในโลกปีศาจ…”
ขอบคุณ ปฏิกิริยาของพวกเขาไม่ได้แย่อย่างที่ผมคิด แต่จากนั้นก็เป็น
อีกครั้ง พวกเขาได้พบกับผู้เสื่อมถอยและผู้กลับชาติมาเกิดมา
มากมายแล้ว ดังนั้นบางที่ เรื่องราวของผมอาจจะไม่ได้ฟังดูน่าตื่นเต้น
สำหรับพวกเขาแล้ว
ผมถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกและพูดต่อ “มันมีเหตุผลเดียว
ว่าทำไมฉันถึงเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ฉันอยากจะจ้างพวกนายเข้ามายัง
บริษัทของคิมทกจาอย่างเป็นทางการ”
คำพูดของผมทำให้ทั้งสามมองหน้ากัน
คนแรกที่พูดขึ้นมาคือกงพิลดู “อาศัยอำนาจอะไร?”
[อวตาร ‘กงพิลดู’ เข้าร่วม ‘บริษัทของคิมทกจา’]
…ปากแข็งจริงๆ เลย
คนต่อมาคือฮันมยอนโก “นายจะจ้างฉันในตำแหน่งหัวหน้าแผนก
เหมือนเดิมไหม?”
“เอ่อ พวกเราไม่มีตำแหน่งแบบนั้น แต่ถ้านายต้องการ ฉันจะสร้างให้
นายก็ได้”
“งั้นก็จ่ายเงินเดือนให้ตรงเวลาด้วย สำหรับการลาและโอที…”
[อวตาร ‘ฮันมยอนโก’ เข้าร่วม ‘บริษัทของคิมทกจา’]
สุดท้าย ผมก็เบนสายตาไปทางจางฮายัง
[อวตาร ‘จางฮายัง’ เข้าร่วม ‘บริษัทของคิมทกจา’]
“…โอเค งั้น มังกรเพลิง เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแล้ว และมัน…”
เธอกำลังใช้ ‘กำแพง’ ของเธอเพื่อส่งข้อความการจ้างงานของเธอ
ออกไปทั่ว
ข้อความแสดงความยินดีจากเพื่อนของเธอในการถ่ายทอดสด
ดวงดาวไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่มองไปที่เธอที่กำลังมี
ความสุข ผมก็เกิดความซับซ้อนในหัวมากยิ่งขึ้น
ถ้าผมรู้ว่าเธอจะมีความสุขแบบนี้ ผมก็คงจะชวนเธอนานแล้ว
“ยังไงก็เถอะ คิมทกจา ทำไมจู่ๆ เจ้าถึงชวนข้า?”
เธอรอคำตอบของผมด้วยดวงตาเป็นประกาย
ผมมีหลายเหตุผลที่ผมไม่ชวนจางฮายังเข้าร่วมบริษัทของคิมทกจา
แต่อย่างน้อยที่สุดในวันนี้ ผมก็ไม่ต้องการจะคิดถึงพวกมัน ผมต้องการ
เธอ อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่ได้พาเธอเข้ามายังเนบิวลาเพราะเธอ
จำเป็นต่อการไปถึงบทสรุป
“ฉันต้องการเห็นบทสรุปของสถานการณ์ไปพร้อมกับเธอ”
ดวงตาของจางฮายังเบิกกว้างขึ้นหลังจากที่เธอได้ยิน
ผมรู้สึกไม่สบายใจในขณะที่มองดูแก้มสีขาวของเธอสั่นขึ้นมา
เธอกะพริบตากลมโตและใสกระจ่างของเธอ และพยักหน้าของเธอ
อย่างรุนแรง “ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่!”
เธอกำหมัดแน่นและเริ่มพิมพ์ลงไปอีกครั้ง
[ปัจจุบันคุณแก้ไขข้อร้องเรียนได้: 1]
ในที่สุดผมก็ทำสำเร็จไปหนึ่งแล้ว
งั้นการเป็นหัวหน้าก็ยากแบบนี้นี่เอง
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ‘ กำลังถามคุณว่าข่าวลือเป็น
เรื่องจริงเหรอ?]
ข่าวลืออะไร??
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ‘ กำลังถามคุณว่าคุณสารภาพ
ต่อจางฮายังจริงๆ เหรอ?]
[กลุ่มดาว ‘ผู้กอบกู้อิสรภาพที่เก่าแก่ที่สุด‘ กำลังถามซุนหงอคงคน
เล็ก…]
…ข่าวลืออะไรกันที่แพร่ออกไป?
ผมไม่รู้ว่าเธอกำลังวุ่นอยู่กับการพิมพ์อะไร แต่ยังไงก็ตาม ผมก็เห็นว่า
จางฮายังกำลังกดแป้นพิมพ์ในจินตนาการอย่างขันแข็ง
“เฮ้ มากินข้าวเย็นเร็ว!”
เสียงของฮันซูยองดังมาจากระยะไกล
กลิ่นหอมแสนอร่อยลอยมาจากที่ไหนสักแห่งและดึงดูดเหล่าสหาย
พวกเรามารวมตัวกันทีละคน จากนั้นฮันซูยองก็มองไปยังยูจงฮยอ
คราวกับว่ามันเป็นสิ่งที่ชัดเจนที่สุดในโลก
“อืม งั้น พวกเราจะได้ลิ้มรสอาหารแสนอร่อยใช่ไหม?”
“…และทำไมฉันควรจะแบ่งอาหารให้?” เขามองมายังคนที่เหลือด้วย
สายตาน่ากลัว ก่อนที่จะหันออกไปพร้อมกับทิ้งคำพูดเหล่านี้ไว้ข้าง
หลัง “…มันมีของเหลืออยู่ตรงนั้น ทำไมพวกนายไม่ไปกินตรงนั้นล่ะ”
พวกเรามองไปยังทิศทางที่เขาชี้ และในทันที่ พวกเราก็พูดไม่ออก
เลย
「พวกเขาได้เห็นแก่นแท้แห่งอาหาร」
พวกเรานั่งลงอย่างเงียบๆ บนโต๊ะเหมือนหนูกลุ่มหนึ่งที่ตื่นตะลึงกับคน
เป่าปี่ และจากนั้นก็เริ่มขยี้ตาด้วยความไม่เชื่อถือ
มันมีอาหารที่ถูกทำขึ้นจากมอนสเตอร์ที่ลีกิลยังและลีจีฮเยไปจับมา
รวมทั้งสมุนไพรที่ลีซอลฮวาพบด้วย ไม่ เดีѺยวก่อน… เขาจัดงานระดับ
นี้ขึ้นมาด้วยวัตถุดิบแค่นั้นได้ยังไง?
ผมมั่นใจว่านี่เป็นโต๊ะอาหารที่แม้แต่โต๊ะอาหารขององค์จักรพรรดิก็ยัง
ต้องชิดซ้าย
“ว้าว มาสเตอร์ มาสเตอร์ช่วยมาทำอาหารในงานศพของฉันด้วยได้
ไหม?”
“ทำไมต้องเป็นงานศพของเธอด้วย? พูดเป็นลางนะเนี่ย”
ทั้งกลุ่มเริ่มตั้งสมาธิไปกับการกิน
แม้แต่ฮันซูยองและยูซานอาก็ด้วย
“เฮ้ เดีѺยวก่อน นี่ของฉัน”
“มันจะไม่พอสำหรับทุกคนนะ ทำไมเธอต้องโลภด้วย?”
บางคนกระทั่งเริ่มต่อสู้ชิงอาหารด้วย
“คุณลุง ลองอันนี้หน่อย!”
“พี่ อันนี้ด้วย!”
ลีกิลยังและชินยูซองนั่งอยู่ข้างๆ ผมและตักอาหารใส่ปากผมเต็มคำ
โดยไม่มีเวลาให้พักเลย แก้มของผมพองออกมาเหมือนกับแฮมเตอร์
ในขณะที่ผมเคี้ยวข้าว และแน่นอน ผมไม่ลืมที่จะป้อนเด็กๆ ด้วย มัน
อร่อย อร่อยจริงๆ อร่อยมาก ในความเป็นจริง ผมแทบจะรู้สึกขอบคุณ
ขึ้นมาเลยที่หนทางเอาชีวิตรอดได้กลายเป็นความจริง
ดวงตาของชินยูซองกลอกไปมาในขณะที่เธอเคี้ยวเนื้อ จากนั้นเธอก็
กระซิบด้วยเสียงเล็กๆ “มันเหมือนว่าพวกเราไปทัศนศึกษากันเลย”
เมื่อผมได้ยินเธอ ผมก็อยากจะเตะตัวเองให้ตายจริงๆ ที่รู้สึกขอบคุณ
ว่าหนทางเอาชีวิตรอดได้กลายเป็นความจริงขึ้นมา
ทัศนศึกษา – หนึ่งในสิ่งที่เด็กๆ สูญเสียไปในโลกนี้
ผมวางมือลงไปบนหัวของเด็กๆ และพูดกับพวกเขา “ใช่แล้ว มัน
เหมือนกับทัศนศึกษาจริงๆ”
แม้ว่าคนที่ได้เรียนรู้จากทริปนี้จะไม่ใช่เด็กๆ แต่เป็นผมก็ตาม
“คุณลุง คุณลุงอยากจะทำอะไรหลังจากสถานการณ์จบลง?”
“พี่จะอยู่กับผม”
“ฉันไม่ได้ถามนาย!”
สิ่งที่ผมอยากจะทำหลังจากสถานการณ์จบลง… ปกติแล้ว ผมมักจะ
ยิ้มและกลบเกลื่อนหัวข้อนี้ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ผม… ผมลงเอย
ด้วยการพูดบางสิ่งออกมาโดยไม่ได้ตระหนักถึงมันเลย
“ฉันอยากจะซื้อบ้านหลังใหญ่และอยู่ด้วยกันกับทุกๆ คน”
เมื่อผมเงยหน้าขึ้น ผมก็เห็นว่าสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยเสียงดังได้
เงียบลง ลีจีฮเย จางฮีวอน กงพิลดู… แม้กระทั่งฮันซูยองก็ยังมองมาที่
ผมพร้อมกับปากที่เปิดอ้า
จางฮีวอนเป็นคนแรกที่พูดขึ้นมา “…ถ้าอย่างนั้น ทกจา นายจะเป็นคน
จ่ายค่าบ้านใช่ไหม?”
…เอ๋?
“ลุงนี่รวยจริงๆ งั้นก็ซื้อบ้านที่กังนัมเลย”
“ฉันจะขายที่ดินของฉันให้”
“ถ้าเป็นไปได้ งั้นก็สักที่ที่ใกล้กับโรงเรียนของเด็กๆ…”
ผมไม่คิดว่าบางสิ่งที่ผมพูดออกไปจะส่งผลให้เกิดแรงกระเพื่อมเช่นนี้
และดังนั้น ทั้งกลุ่มจึงพูดคุยกันถึงบ้านที่ผมจะซื้อ รวมถึงรายละเอียด
ต่างๆ ของมัน…
การล้างจานตกเป็นหน้าที่ของผมและจางฮีวอน สองผู้แพ้จากการเป่า
ยิ้งฉุบ ผมสามารถเอาชนะได้โดยใช้มุมมองนักอ่านพระเจ้า แต่แน่นอน
ว่าผมคงไม่ทำแบบนั้นในช่วงเวลานี้
[คุณได้รับเรื่องราวใหม่!]
[คุณได้รับเรื่องราว ‘ผู้ถูกกระตุกมโนธรรม’]
…นอกจากนี้ มันยังดีที่ได้รับเรื่องราวใหม่มาด้วย
ในขณะที่ผมล้างจาน ผมก็เห็นบางสิ่งตกลงมาจากท้องฟ้าในระยะไกล
มันคือดาวตก ดาวตกที่ทิ้งเส้นแสงยาวไว้
มันน่าจะมีดาวเคราะห์ที่ล่วงหล่นลงมา
การถ่ายทอดสดดวงดาวกำลังเดินหน้าแล้ว
จางฮีวอนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าข้างๆ ผมและพูดขึ้นมา “มันเหมือน
กับไปอยู่ในดันเจี้ยนโรงภาพยนตร์เลย”
ผมพยักหน้า แน่นอน มันก็คล้ายกับวันนั้น พวกเราได้อยู่ด้วยกันแบบนี้
บนดาดฟ้าโรงภาพยนตร์ พวกเรามองไปยังดาวตกและอธิษฐาน
“ทกจา ตอนนั้นนายขอให้ฉันเป็นดาบของนาย”
อันที่จริง ผมได้ขอให้เธอมาเป็นสหายของผม ณ ที่แห่งนั้น และหลัง
จากนั้น เธอก็กลายเป็นพันธมิตรที่ทุกคนสามารถพึ่งพาได้ ถ้าไม่มีเธอ
ผมคงไม่สามารถเดินทางมาถึงจุดนี้ได้
“…แต่ มันมีใครบางคนได้กลายมาเป็นดาบจริงๆ แทนฉัน”
คำพูดเหล่านี้ทำให้ผมเบนสายตาไปยังดาบเหล็กที่นอนอยู่บนพื้น
อย่างเงียบๆ แม้ว่าทุกคนจะกำลังพักผ่อนกัน แต่ก็มีคนๆ หนึ่งที่ขาด
หายไปในตอนนี้ ลีฮุนซึง ด้วยหัวใจที่ไม่เต้นของเขา – เขาดูเหมือน
จะฟื้นสติกลับมาได้เป็นช่วงๆ แต่เขาก็ยังเป็นดาบอยู่และไม่ต้องการ
เคลื่อนไหว
“ไม่ต้องห่วง ก่อนที่พวกเราจะออกเดินทางไปยังสถานการณ์ต่อไป
ฉันจะต้องปลุกลีฮุนซึงขึ้นมาแน่ๆ”
“นายรู้วิธีเหรอ?”
ผมพยักหน้า
ปัญหาของลีฮุนซึงไม่ใช่สิ่งเดียวที่พวกเราต้องจัดการ
พวกเราจำเป็นต้องมีพลังมากยิ่งขึ้น เพราะเป้าหมายของพวกเราไม่ได้
หยุดอยู่แค่การเคลียร์สถานการณ์
เพื่อต่อสู้กับสำนักงาน รวมทั้งการถ่ายทอดสดดวงดาวทั้งหมด ผม
จำเป็นต้องเริ่มรวบรวมกลุ่มดาวที่ยืนอยู่ข้างพวกเรา
[กลุ่มดาว ‘เจ้านายแห่งโลหะ‘ กำลังมองมาที่คุณ]
และกลุ่มดาวผู้สนับสนุนของลีฮุนซึงก็จะเป็นคนแรกที่เข้าร่วมกับพวก
เรา
จางฮีวอนพูดราวกับว่าเธอประทับใจต่อความมั่นใจของผม “ยังไงก็
เถอะ ทกจา?”
“ฮะ?”
“มันจะไม่เป็นไรเหรอที่นายจะยืนเต๊ะอยู่ที่นี่? ฉันหมายถึง ไม่ใช่ว่า
นายอยู่ระหว่างสถานการณ์เหรอ? นายไม่ใช่คนที่ชอบถูกลักพาตัว
หรือชอบตายใช่ไหม?”
“เอ่อ…”
พร้อมกับข้อความของเธอ หน้าต่างสถานการณ์ก็โผล่ขึ้นมาตรงหน้า
ของผม
[วันกำลังจะหมดลง]
[ปัจจุบันคุณแก้ไขข้อร้องเรียนได้: 1]
ผมยืนยันถึงบทลงโทษความล้มเหลวของสถานการณ์ย่อยอีกครั้ง
+
ความล้มเหลว: ความตาย (?)
ผมเง ยหน้าขึ้นมองดวงดาวบนท้องฟ้า
.บางทีนีอาจจะเป็นสถานการณ์สุดท้ายของฉันก็ได้”
เวลาของสถานการณ์นี้สิ้นสุดลงตอนเที่ยงคืน ตอนนี้มันเป็นเวลาสาม
ทุ่มแล้ว ดังนั้นมันจึงเหลือเวลาอีกไม่ถึงสามชั่วโมง
…ทำไมเวลาถึงผ่านไปไวขนาดนี้นักนะ?
ผมเคยได้ยินมาว่าช่วงเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็ว ดูเหมือนมัน
จะเป็นอย่างนั้นจริงๆ
「มันยังเหลือข้อร้องเรียนอีกอย่าง และเวลาอีกแค่สามชั่วโมง
เท่านั้น」
ไม่ว่ายังไง ผมก็มายืนอยู่บนเส้นด้ายแล้ว ตั้งแต่ต้น สถานการณ์แบบนี้
นับได้ว่าเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากจริงๆ
แต่สุดท้าย ผมก็ต้องทำมันให้ได้
“บียู”
โดเกบิมีอำนาจในการควบคุมสถานการณ์ย่อย ดังนั้นเธอก็ควรจะ
ควบคุมมันได้
ดังนั้นเนื่องจากบทลงโทษของสถานการณ์นี้ไม่ใช่ ‘ความตาย’ แต่
เป็น ‘ความตาย (?)’ ผมจึงคิดว่ามันน่าจะไม่ได้ฆ่าผมจริงๆ และ… บียู