มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 456
ก็ไม่ตอบ
“บียูอยู่ไหน บียูน้อยน่ารัก?”
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ‘ กำลังหัวเราะคิกคักให้กับ
ความอับโชคของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘ราชินีแห่งวสันต์มืดมิด‘ กำลังกระตุ้นให้คุณดำเนิน
สถานการณ์นี้อย่างจริงจัง…]
เมื่อเห็นช่องเปิดขึ้น บียูก็คงจะอยู่ใกล้ๆ นี้แน่ๆ แต่…?
ผมตัดสินใจดึงไพ่ตายออกมา
“ป๊า”
สิ่งนี้ทำให้อากาศอันว่างเปล่าสั่นสะเทือนเล็กน้อย จากนั้นลูกบอล
เล็กๆ ที่มีเขาเล็กๆ ยื่นออกมาก็ปรากฏตัวขึ้น
[ป๊า]
บียูโผล่ออกมาและเริ่มหัวเราะ
ผมไม่ยิ้มตอบ “บียู ฉันขอโทษจริงๆ แต่บียูช่วยยกเลิกสถานการณ์นี้
ได้ไหม…?”
[เอ๊ะ โอ ป๊า]
ผมไม่อาจบอกได้ว่าเธอกำลังจะบอกว่า ‘ได้’ หรือ ‘ไม่ได้’
[กลุ่มดาวที่เห็นด้วยกับบทลงโทษของสถานการณ์กำลังปฏิเสธการ
ยกเลิกสถานการณ์]
…เดีѺยวก่อน หรือว่านี่จะเป็นสถานการณ์ล่ารางวัล?
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ‘ เถียงว่าสถานการณ์นี้จำเป็น
สำหรับคุณ]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ‘ กำลังวิจารณ์คุณ และบอกคุณ
ว่าคุณไม่อาจใช้วิธีการที่ขี้ขลาดได้]
[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น‘ บอกว่าถ้าคุณเป็นสหายของ
พวกเขาจริงๆ งั้นคุณก็ควรที่จะใช้ความกล้าเพื่อ…]
[กลุ่มดาว ‘ดาบเล่มแรกแห่งโครยอ‘ ปฏิเสธที่จะให้ยกเลิก]
…พวกเขาเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยในเวลาแบบนี้เนี่ยนะ?
“…ได้ๆ เข้าใจแล้ว”
[กลุ่มดาว ‘ผู้กอบกู้อิสรภาพที่เก่าแก่ที่สุด‘ ส่งเสียงเชียร์น้องเล็กของ
เขา]
ผมไม่ชินกับคำขยายใหม่ของซุนหงอคงจริงๆ พวกเราแยกทางกัน
หลังจากสถานการณ์บันทึกการเดินทางสู่ตะวันตกจบลง แต่ผมก็รู้ว่า
พวกเราคงได้พบกันอีกในไม่ช้า
ถ้าอย่างนั้น… ต่อไปมันควรเป็นใครดี? มันควรจะเป็นคนที่มีข้อร้อง
เรียนต่อผมมากที่สุดใช่ไหม?
ผมมองไปยังสหายทีละคนที่กำลังนั่งล้อมวงกันหลังจากอิ่มแล้ว จาก
นั้นจุดนัดพบระหว่างวันก็ดังขึ้น
– นายกำลังมองอะไร?
โอเค งั้นข้ามฮันซูยองไปก่อน ปัญหาของเธอคงไม่อยู่ในระดับที่ผมจะ
แก้ไขได้
– นายกำลังล้อฉันอยู่เหรอ?
ผมมองหาเป้าหมายต่อไป สองคนที่ผมเห็นคือยูซองและกิลยัง แต่มัน
ก็มีความรู้สึกราวกับว่า ‘ผลแห่งความดีและความชั่วร้าย’ กำลังกระซิบ
ผมจากภายในใจ
「ถ้ามันเป็นปัญหาของพวกเขา ฉันคงแก้ได้ง่ายๆ ใช่ไหม?」
แม้ว่าผมจะทิ้งเหตุผลที่ขี้ขลาดไปในตอนนี้ ผมก็ยังต้องคุยกับกิลยัง
อย่างจริงจังอยู่
[กลุ่มดาวผู้สนับสนุนของลีกิลยังกำลังมองมาที่คุณ]
แม้ว่าภายนอกของเขาจะดูเหมือนเดิม แต่สถานการณ์ของลีกิลยังก็มี
ออร่าปีศาจแทรกซึมอยู่เล็กน้อย มันจะโอเคไหมที่จะคุยกับเขาในตอน
นี้? อย่างไรก็ตาม มันจะไม่เปิดเผยไปเหรอ?
[กลุ่มดาว ‘จ้าวแห่งสกายวอร์ค‘ กำลังเฝ้าสังเกตการกระทำของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘ดอกลิลลี่แห่งราศีกุมภ์‘ กำลังให้ความสนใจกับคุณ]
ไม่ใช่แค่นั้น มันยังมีกลุ่มดาวกำลังจับตาดูพวกเราอยู่ด้วย ผมไม่อาจ
จินตนาการได้จริงๆ ว่ากลุ่มดาวในช่องจะมีปฏิกิริยายังไงถ้าผมไปแตะ
ต้อง ‘ฝั่งนั้น’ อย่างไม่ระมัดระวังในตอนนี้
ถึงกระนั้น อย่างน้อยผมก็ควรจะคุยกับเขา…
[ปัจจุบัน ‘มุมมองนักอ่านพระเจ้า’ ขั้นที่สองถูกเปิดใช้งาน]
…ภายในหัวของผมมีเสียงดังอื้ออึง และสกิลก็ถูกเปิดใช้งาน ช่วงหลัง
สิ่งนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ ผมไม่มั่นใจว่ามันเป็นเพราะอ่านหนทางเอาชีวิต
รอดมากไปหรือเพราะเหตุผลอื่น แต่…
「ปัѹบปาดัѹบ ปัѹบปาดัѹบ ปัѹบปาดัѹบ ปัѹบปาดัѹบ」
เสียงของพวกเขาดังขึ้นในหัวของผม
「พี่ทกจาจะมาคุยกับฉันใช่ไหม?」
「เขากำลังมา?」
…เอ๋??
「ฉันควรบอกเขาถึงเรื่องใหญ่」
「ฉันต้องบอกเขาถึงบางสิ่งที่น่าตกตะลึง」
「…ถ้าชินยูซองพูดเรื่องใหญ่กว่าฉันล่ะ?」
「ฉันจะต้องพูดเรื่องที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าลีกิลยัง」
ฝีเท้าของผมหยุดชะงักลงไป
…มันไม่ใช่เพราะผมกลัวเด็กพวกนี้ ผมเบนสายตาไปหาคนๆ หนึ่ง
ที่นอนอยู่ใกล้ๆ กับพวกเขาแทน
「…ฉันคิดถึงพวกเขา」
ลีจีฮเยที่มีหน้าตาเศร้าๆ กำลังมองไปยังท้องฟ้าไกล เธอมักจะช่างจ้อ
ดังนั้นมันจึงหาได้ยากที่เธอจะทำหน้าแบบนั้น
ผมเดาได้ว่าเธอหมายถึงใครเมื่อเธอพูดว่าเธอคิดถึงพวกเขา
สถานการณ์แรกคงจะเป็นฝันร้ายสำรับทุกๆ คน แต่มันก็เลวร้ายยิ่งกว่า
สำหรับเธอ
ผมเดินเข้าไปหาเธอโดยไม่พูดไม่จาและลูบไหล่ของเธอเบาๆ ลีจีฮเย
มองกลับมาที่ผม “เอ๋? อะไร? ลุง? ล้างจานเสร็จแล้วเหรอ?”
“ใช่”
“หืม… เดีѺยวนะ ลุงมาที่นี่เพราะสถานการณ์ใช่ไหม?”
“มันก็ไม่ใช่ทั้งหมด แต่…”
“ฉันไม่มีอะไรจะร้องเรียนหรอกนะ ดังนั้นไม่ต้องมาคุยกับฉันก็ได้มั้ง?
ทำไมลุงไม่ไปคุยกับคนอื่นก่อน?”
แม้กระทั่งตอนนี้เธอก็ยังเป็นกังวลถึงคนอื่น ไม่ว่าเธอจะเจ็บปวดแค่
ไหน เธอก็ยังคิดถึงความเจ็บปวดของคนอื่นก่อน ลีจีฮเยจากชุงมูโร
เติบโตขึ้นแบบนี้ และเธอก็เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่แบบนี้ด้วย
“เธอสามารถคุยกับฉันได้ทุกเมื่อนะ ถ้าเธอไม่อยากคุยกับฉัน งั้นคน
อื่นก็ได้ แต่เธออย่าแบกมันไว้แบบนั้น”
บางทีเธออาจจะไม่ทันได้คาดคิดว่าผมจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา
เพราะลีจีฮเยเริ่มกะพริบตาปริบๆ
“ลุง ไม่ต้องทำเท่ก็ได้ โอเคไหม?”
เธอยิ้มออกมาและต่อยผมด้วยกำปั้นอันแข็งแรงของเธอ ผมคิดว่าผม
คงจะกระดูกหักเป็นแน่
[ปัจจุบันคุณแก้ไขข้อร้องเรียนได้: 1]
การพูดคุยธรรมดาๆ ในระดับนี้คงไม่อาจแก้ไขปัญหาของลีจีฮเยได้ ถึง
กระนั้นผมก็ยังต้องพูดกับเธอ
เธอส่ายแก้วเบียร์ของเธอเบาๆ และยืนขึ้น จากนั้นก็พูดกับผม “…เอา
ล่ะ งั้นเมื่อฉันอิ่มแล้ว ฉันก็ควรจะไปยืดเส้นยืดสายสักหน่อย”
“เธอไม่ควรออกกำลังกายหลังจากดื่มนะ”
“เอาน่า”
เมื่อเห็นว่าเธอกำลังเหวี่ยงดาบแบบนั้น เธอก็คงจะเป็นลูกศิษย์ของ
หมอนั่นแน่ๆ
…เดีѺยวก่อน ในตอนนี้เมื่อผมมาคิดถึงมัน มันก็น่าจะมีชายคนหนึ่งที่น่า
จะไม่พอใจผมสุดๆ อยู่แถวนี้หนิ?
ผมรีบมองไปรอบๆ แต่ก็น่าแปลก ผมไม่เห็นหมอนั่นเลย
“เฮ้ ไอ้งั่ง?? เมื่อมีคนกำลังเรียกนาย นายก็ควรจะ…”
พร้อมกับเสียงดัง ‘เพีѹยะ!’ มันก็มีใครบางคนตบหัวของผม
ผมมองไปข้างหลังและพูดกับผู้ร้าย “เฮ้ ฮันซูยอง…”
“อะไร?”
“ยูจงฮยอคอยู่ไหน?”
“ยูจงฮยอค? เขาอยู่ทาง เอ่อ…?”
หลังจากนั้นเธอจึงตระหนักได้เหมือนกัน พูดตามตรง หมอนั่นมักจะทำ
ตามใจตัวเองและหายไปโดยไม่บอกพวกเราอยู่บ่อยๆ ดังนั้นมันก็ไม่
น่าจะประหลาดใจอะไรนัก ปัญหาก็คือคราวนี้เขาไม่ได้หายไปคนเดียว
ฮันซูยองมองไปยังประตูหลังที่เปิดอ้าออกของเฟอร์รารีกินี่และพูดขึ้น
มา “…นักเขียนลับก็หายไปด้วย”
*
นักเขียนลับที่ถูกล้อมไว้ด้วยทรงกลมผนึกโปร่งแสงตกลงไปบนพื้น
พร้อมกับเสียง ‘ตุบ’ และกลิ้งไปบนดิน เขายังไม่ได้สติ ยูจงฮยอคมอง
ลงไปที่เขาอย่างเงียบๆ จากนั้นก็ชักดาบปีศาจทมิฬออกมาอย่างช้าๆ
และพูดกับนักเขียนลับ
“ฉันรู้ว่านายตื่นแล้ว”
นักเขียนลับลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ พร้อมกับประกายแสงอันบางเบา
พลังงานจากเรื่องราวไหลผ่านร่างของเขา ในเวลานั้นเอง เรื่องราว
ของเขาก็ฟื้นกลับคืนสู่ร่าง
[[เจ้าดูเหมือนจะไม่รู้จักสนุกไปกับช่วงเวลาอันสงบสุขที่แสนสั้น
เลย]]
“ฉันไม่ได้มีนิสัยที่เพลิดเพลินไปกับสันติได้ทั้งที่มีศัตรูอยู่ใกล้ๆ
หรอก”
[[เจ้าคิดจะสังหารข้างั้นเหรอ? นั่นเป็นการเคลื่อนไหวที่ฉลาดจริงๆ
อย่างไรก็ตาม เจ้าก็น่าจะรู้ว่าในตอนนี้เจ้าไม่อาจสังหารข้าได้จริงๆ]]
นั่นเป็นความจริง นักเขียนลับคือยูจงฮยอคอีกคน การสังหารเขาก็
เท่ากับการสร้างเส้นโลกขึ้นมาอีกอัน
ถึงกระนั้นยูจงฮยอคก็ไม่ปล่อยดาบปีศาจทมิฬของเขา “มันคงจะดี
กว่าการดูนายวุ่นวายกับเส้นโลกนี้”
นักเขียนลับหัวเราะ พวกเขาทั้งคู่ต่างก็คือยูจงฮยอค พวกเขาอาจจะมี
ชีวิตที่แตกต่างกัน แต่ธรรมชาติของพวกเขาย่อมเป็นยูจงฮยอค
เหมือนกัน และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาจึงเข้าใจความคิดของ
กันและกันได้ดีที่สุด
[[เจ้าเชื่อเหรอว่าพลังของเจ้าคนเดียวเพียงพอที่จะสังหารข้าได้? ถ้า
ไม่มีเรื่องราวของคิมทกจา เจ้าในตอนนี้ก็ไม่อาจต่อกรกับเทพเจ้า
ภายนอกได้เลย]]
“มันอาจจะเป็นแบบนั้น แต่การสังหารนายนั้นง่ายมาก ฉันแค่ต้องพัง
ทรงกลมผนึกนี่ก็เท่านั้น”
ร่องรอยความไม่สงบปรากฏขึ้นบนสีหน้าของนักเขียนลับ
ในตอนนี้ นักเขียนลับอยู่ภายในทรงกลมผนึกที่ถูกสร้างขึ้นโดยอูรีเอล
แห่งรอบที่ 999
“นายจงใจไม่ทำลายทรงกลมผนึกนี้ ถ้านายทำ งั้น ‘หมาในล่าอเวจี‘
ก็จะปรากฏตัวขึ้นจากช่องว่างมิติเวลา”
มันเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่ถึงกระนั้น ยูจงฮยอคก็ยังได้ช่วงชิงเศษ
เสี้ยวความทรงจำจากรอบที่ 1864 ที่ถูกสลักไว้ยัง ‘อเวจีนิรันดร์’ มา
นั่นทำให้เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับข้อมูลบางส่วนของเทพเจ้าภายนอก
หมาในล่าอเวจี – เขารู้จักหมาในล่าอเวจีก็ในช่วงเวลานั้น
พวกมันคือคนทำความสะอาดที่สามารถตรวจจับการบิดเบี้ยวในเส้น
โลกได้
“ถ้าเป็นนายตามปกติคงจะไม่มีปัญหาอะไรกับหมาในแค่ไม่กี่ตัว แต่
ด้วยความอ่อนแอของนายในตอนนี้ มันก็ต่างออกไปมาก”
สถานะที่ลอยออกมาจากดาบปีศาจทมิฬหนาขึ้น ยูจงฮยอคยังไม่ฟื้น
ตัวจากอาการบาดเจ็บอย่างเต็มที่ ดังนั้นการต่อสู้กับนักเขียนลับตรงๆ
จึงเป็นไปไม่ได้
อย่างไรก็ตาม การทำลายทรงกลมผนึกนั้นก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร
สีหน้าของนักเขียนลับเปลี่ยนไป บางทีหลังจากคิดได้ว่ายูจงฮยอคจะ
ทำอะไร มันเป็นใบหน้าของชายที่ยอมรับ ‘บางสิ่ง’ แล้ว
และในขณะที่ดาบปีศาจทมิฬของยูจงฮยอคกำลังจะเคลื่อนไหว
“พี่”
หัวของใครบางคนยื่นออกมาจากพุ่มไม้
“พี่กำลังทำอะไรน่ะ?”
ยูจงฮยอคประหลาดใจ และในขณะที่เขาหันหน้าไปหาเธอ เขาก็
ตะโกนออกมา “ยูมียะ! อย่าเข้ามา!”
ใบหน้าของเขาปรากฏความตกใจขึ้นมา เพราะเขากำลังตั้งสมาธิ
ทั้งหมดไปยังนักเขียนลับ เขาจึงพลาดไปมหันต์
“กลับไปหาคนอื่น! ที่นี่มันอันตราย!”
“ไม่เอา”
เธอตอบด้วยนํ้าเสียงเย็นชา ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยใช้มาก่อน
ยูจงฮยอคตอบด้วยความมึนงง “…อะไรนะ?”
“พี่ไม่ค่อยกลับมาที่โลกเลย ดังนั้นหยุดจู้จี้หนูได้แล้ว พี่สัญญาว่าจะ
อยู่กับหนูตั้งหลายวันไม่ใช่เหรอ? หนูเบื่อที่จะฟังเรื่องของป้าๆ คนอื่น
แล้ว!”
ยูมียะประกาศออกมาอย่างชัดเจนในขณะที่เธอเดินเข้ามา การตัดสิน
ใจของยูจงฮยอคลังเลไปชั่วขณะจากช่วงเวลานั้น
เธอคว้าโอกาสนั้นและวิ่งไปตรงหน้าของนักเขียนลับอย่างรวดเร็ว
“ยังไงก็เถอะ เขาดูเหมือนกับพี่เลย ใครกันเหรอ?”
ไม่นานนักเธอก็เข้ามาอยู่ในระยะสัมผัสของนักเขียนลับ ยูจงฮยอค
กังวลมากยิ่งขึ้น เขาอยากจะเหวี่ยงดาบของเขาในตอนนี้และทำลาย
ทรงกลมผนึก แต่น้องสาวของเขาก็อาจจะติดร่างแหไปด้วยถ้าเขาทำ
ผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย
ในขณะที่เขาเริ่มพิจารณาถึงตัวเลือกของเขา เธอก็วางมือลงบนทรง
กลมผนึกและถามร่างที่อยู่ภายในด้วยความไร้เดียงสา “นายติดอยู่ใน
นี้เหรอ? นายอยากจะให้ฉันช่วยพาออกมาไหม?”
ยูจงฮยอคอยากจะเข้าไปดึงเธอออกมาแทบบ้า แต่ด้วยเหตุผลบาง
อย่าง เขาก็ไม่อาจทำได้
นักเขียนลับกำลังจ้องมองไปยังยูมียะ
ดวงตาของเขากำลังสั่นสะท้านจากการรบกวนอันทรงพลัง แม้แต่ยู
จงฮยอคก็ยังประหลาดใจที่ได้เห็นสีหน้าเช่นนั้นของนักเขียนลับ
ในขณะเดียวกัน ยูมียะก็เสริมเข้าไปอีก
“บอกมาสิ ตอบฉันมา”
ยูจงฮยอคเตรียมที่จะเหวี่ยงดาบปีศาจทมิฬของเขาถ้านักเขียนลับ
พยายามจะทำอะไรที่โง่เขลา แต่น่าแปลก ฝ่ายหลังกลับตอบกลับมา
อย่างง่ายๆ เขากระทั่งไม่ใช้เสียงที่แท้จริงของเขาด้วย
“ใช่ ข้าติดอยู่ในนี้”
เสียงจริงๆ อันบริสุทธิѻของเขาดังขึ้นเป็นครั้งแรก
นั่นทำให้ยูมียะตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มสดใส “ขอให้พี่ฉันช่วยสิ เขา
แข็งแกร่งมากเลยนะ”
เธอพูดด้วยนํ้าเสียงอันไร้เดียงสา แต่เขาก็ตอบกลับพร้อมกับส่ายหัว
ช้าๆ “…ข้าออกไปไม่ได้”
“ทำไมล่ะ?”
นักเขียนลับไม่ตอบ
“เดีѺยว พี่เขาทำอะไรกับนายรึเปล่า? เขาพูดไม่ดีกับนายรึเปล่า??”
“…ไม่หรอก”
“ไม่ใช่? งั้นอะไร?”