มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 458
ในขณะที่ข้อความของระบบดังออกมา พวกเราก็ได้เห็นคลื่นซัดมา
จากอีกฟากของมหาสมุทรแปซิฟิก ระดับการเปลี่ยนแปลงของ
ภูมิประเทศในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนได้อุบัติขึ้น ดังนั้นมันจึงเห็น
ได้ชัดว่าจะมีสึนามิระดับไหนที่จะซัดเข้าหาส่วนต่างๆ ของโลกในไม่
ช้า และหนึ่งในผู้ประสบภัยที่ต้องรับผลมากที่สุดย่อมต้องเป็นอเมริกา
ว้ากก!
เสียงกรีดร้องแห่งความหวาดกลัวจากเหล่าอวตารดังออกมา และท้อง
ถนนนิวยอร์คก็ถูกกวาดออกไป คลื่นสึนามิยังไม่จบ – โดยการใช้คลื่น
เหล่านั้น เทพเจ้าภายนอกระดับตํ่า ‘พวกไร้นาม’ ได้พุ่งออกมา รวมทั้ง
เหล่าสิ่งมีชีวิตระดับตํ่าที่พุ่งเข้าหาแผ่นดินอเมริกาและกลืนกินมัน
มันไม่มีเวลามาขอความช่วยเหลือ เกือบครึ่งทวีปได้หายไปในเวลาไม่
ถึงสามสิบนาทีหลังจากที่ภัยพิบัติเริ่มต้นขึ้น หนึ่งชั่วโมงให้หลัง ทั่วทั้ง
อเมริกาก็ถูกปกคลุมไปด้วยออร่าสีดำสนิท
ระดับของหายนะนี้ยิ่งใหญ่มากเกินกว่าปราสาททมิฬหรือภัยพิบัติแห่ง
อุทกภัย จนพวกมันไม่อาจเทียบเทียมได้เลย
“หรือว่าแม่ของฉัน…”
ไอลีนพยักหน้าและเสริมบางสิ่ง “ฉันก็… ไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นสิ่งที่ดี
ไหม แต่…”
อึดใจต่อมา หน้าจอก็เปลี่ยนไปยังฝั่งทะเลทางตะวันออกของ
คาบสมุทรเกาหลี ตามที่คาดไว้ คลื่นสึนามิมาถึงนี่แล้ว แม้ว่ามันจะมี
ระดับความสูงไม่เท่ากับที่ถล่มอเมริกา และไม่มี ‘พวกไร้นาม’ อยู่บน
นั้น แต่คลื่นสึนามิก็ยังเป็นภัยธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ด้วยตัวมันเอง
โอ้ เทพวายุสวรรค์!
ในทันทีที่เสียงตะโกนของแม่จบลง ลมพายุอันทรงพลังก็ระเบิดออก
มาจากพัดที่เธอถือไว้ ดูเหมือนพังเบ็กที่ทำตัวเข้มงวดเมื่อตอน
สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจจะกำลังออกหน้าแล้วในคราวนี้
แม้แต่ผู้ที่เรียกได้ว่าเป็นมือขวาของแม่ก็ยังมีส่วนร่วมด้วยในคราวนี้
[มหาเรื่องราว ‘ชินเด็นสุ’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
ฮงอิกคงจะให้ความสนใจกับเหตุการณ์นี้ เพราะเรื่องราวของชินเด็นสุ
ได้แผ่รากลึกลงไปยังมหาสมุทรและเข้าป้องกันหายนะโดยใช้ความ
เป็นไปได้ของคาบสมุทรเกาหลี
ในขณะที่ดูราวกับเธอได้สูญเสียอายุขัยไปกว่าสิบปี ฮันซูยองได้
พึมพำออกมาด้วยความตกตะลึง “…ยังไงก็เถอะ ไม่ใช่ว่าผู้หญิงคน
นั้นก็อยู่ที่อเมริกาด้วยเหรอ?”
มันมีคนๆ เดียวที่ฮันซูยองหมายถึง
“ไม่ใช่ว่าเธอใช้การพยากรณ์ของเธอทำนายได้เหรอ?”
“ฉันกำลังจะพูดอยู่เลย…”
ก่อนที่ไอลีนจะทันได้พูดจบ ประตูข้างของห้องสถานการณ์ก็เปิดขึ้น
และคนๆ หนึ่งก็ปรากฏตัว เมื่อเห็นผู้มาเยือน ยูจงฮยอคก็เอื้อมมือไป
หาดาบปีศาจทมิฬในทันที
“พวกเราไม่ได้มาเพื่อสู้ เก็บดาบของนายไว้ก่อน ราชาสูงสุด”
เนตรจอมปีศาจของเธอเปล่งประกายเจิดจ้า
พวกเธอคือผู้เผยพระวจนะและซาราทุสทราที่เธอเป็นผู้นำ
*
“สัญญาณเตือนดังขึ้นเมื่อห้าชั่วโมงก่อน คนส่วนใหญ่ได้หนีไปยัง
ส่วนอื่นๆ ของโลก แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีหลายคนจากไปไม่ทัน”
“ทำไมเธอไม่ขอความช่วยเหลือจากพวกเรา?”
“พวกเราไม่มีเวลา และนอกจากนั้น พวกเรายังไม่ไว้ใจข้อมูลจากการ
พยากรณ์อย่างเต็มที่ด้วย มันเป็นครั้งแรกที่ข้อมูลขนาดใหญ่ของ
อนาคตแบบนั้นได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน ดังนั้นฉัน
เลย…”
แอนนาดูจนปัญญามาก
การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของข้อมูลขนาดใหญ่จากอนาคต –
นั่นคงจะเป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่าแม้แต่การหยั่งรู้ที่เธอครอบครองก็ยังไม่มี
ความหมายอะไรเมื่อมาถึงสถานการณ์สุดท้าย
ฮันซูยองถามราวกับว่าเธออยากจะจิกกัด “แล้วแอสการ์ดล่ะ? พวก
เธอประสบความสำเร็จในสงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ ดังนั้น
พวกเขาก็ควรที่จะเริ่มสนับสนุนเธออีกสิ”
แอนนาเม้มปากอย่างรุนแรงในขณะที่เธอก้มหัวลง จากนั้นเธอก็พึมพำ
เบาๆ “…พวกเขาบอกให้ฉันทิ้งอเมริกา”
สถานการณ์สุดท้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น มันเป็นไปได้ว่าแม้แต่แอสการ์
ดก็คงจะไม่มีเวลามามัวห่วงโชคชะตาของทวีปจากดาวเคราะห์แห่ง
หนึ่ง
เพราะโลกคงไม่ใช่แค่ดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวที่ต้องเจอกับเรื่อง
เหล่านี้
เสียงดังอื้ออึงโผล่ออกมาจากหน้าจอ
[ก๊า ก๊า ก๊า ก๊า ก๊า ก๊า]
[พวกเรา พวกเรา พวกเรา พวกเรา พวกเรา]
เหล่าเทพเจ้าภายนอกที่ยึดแนวชายฝั่งอเมริกาได้เริ่มโหยหวนออกมา
ผมนึกถึงสถานการณ์ที่ 95 ที่ผมพบเจอในช่วงรอบที่ 1863 การรุกราน
ของเหล่าเทพเจ้าภายนอกเริ่มขึ้นในเส้นโลกนั้น และในไม่ช้า พวกเรา
ก็ต้องตกอยู่ในสภาพเดียวกัน เพราะนั่นคือเรื่องราวที่สำนักงาน
ต้องการจะเห็น
“…เกาหลีจะตอบโต้อะไรได้ไหม?”
“คิดอยู่”
“ฉันได้ยินมาว่านายลอบติดต่อกับราชาแห่งเทพเจ้าภายนอก”
ดูเหมือนว่าเธอกำลังพูดถึงนักเขียนลับ
“พูดตามตรงแล้ว พวกเราไปจับเขามา”
ดวงตาของแอนนาสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเธอได้ยินคำพูดของผม
เธอดูเหมือนจะไม่ได้ตระหนักถึงมันเลย
“ถ-ถ้าอย่างนั้น… หายนะนี้ก็สามารถหยุดได้ผ่านเขาสิ…?”
“เขาหมดแรงแล้ว ดังนั้นมันคงไม่ได้ผล นอกจากนี้เขายังไม่เกี่ยวข้อง
กับหายนะนี้”
“นายรู้อะไรงั้นเหรอ?”
ผมไม่ตอบกลับไปในทันทีและมองตาแอนนาเท่านั้น
อีกฝ่ายจำเป็นต้องมอบข้อมูลอะไรออกมาก่อนถ้าพวกเขาต้องการ
ข้อมูลจากคนอื่น นั่นคือพื้นฐานของการแลกเปลี่ยนข้อมูล
เธอคงจะคิดได้ถึงสิ่งที่ผมต้องการจากเธอ เพราะเธอได้ถอนหายใจ
ออกมาเบาๆ และเริ่มเล่าเรื่องของเธอ “ฉันไม่มีข้อมูลอะไรจะมอบให้
นายนักหรอก”
“เธอจะเริ่มแบบนั้นก็ได้”
“…ก่อนอื่นเลย ตำแหน่งปัจจุบันของ ‘สถานการณ์มหาภัยพิบัติ’ คือ
ส่วนหนึ่งของแปซิฟิกและทวีปอเมริกา”
ผมรู้อยู่แล้ว
[ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องคือตำแหน่งปัจจุบันของ ‘มหาภัยพิบัติ’]
ผมยืนยันได้ว่าโดมโปร่งแสงได้ปกคลุมไปทั่วทวีปอเมริการวมทั้ง
มหาสมุทรแปซิฟิกด้วย ดูเหมือนว่าเหล่าผู้ไร้นามจะไม่ได้รับอนุญาต
ให้ออกไปจากโดมนี้ นั่นอาจจะเป็นขอบเขตของความเป็นไปได้ที่
เทพเจ้าภายนอกได้รับอนุญาตในเวลานี้
“อย่างที่สอง เหล่าผู้ไร้นามไม่อาจถูกล่าได้โดยอาวุธทั่วไป เห็นได้
ชัดว่าอาวุธเก่าๆ ไม่ได้ผลแล้ว และแม้แต่สตาร์รีลิคจากสถานการณ์ระ
ดับตํ่าๆ ก็ยังไร้ประโยชน์ด้วย”
อันที่จริงหน้าจอก็กำลังแสดงภาพของอวตารหลายคนที่กำลังโรมรัน
กับเหล่าผู้ไร้นาม หนึ่งในนั้นเป็นเจ้าของสตาร์รีลิคที่เป็นที่รู้จักกันดี แต่
ขวานของเขากลับไม่อาจทำอะไรผู้ไร้นามได้นัก
ได้ยังไง…?!
ร่างอวตารถูกฉีกเป็นชิ้นๆ โดยคมเขี้ยว ส่งผลให้ลีจีฮเยขมวดคิ้วมุ่น
และเบือนหน้าหนีไป ผมไม่ได้เบือนหน้าหนีไปด้วยและเลือกที่จะมอง
ดูใกล้ๆ ต่อ
[สกิลเฉพาะตัว ‘ความเข้าใจ’ ถูกเปิดใช้งาน]
บนผิวหน้าที่เป็นกระดองของเหล่าผู้ไร้นาม ผมเห็นตัวอักษรรางๆ ลอย
อยู่รอบๆ
ยูจงฮยอคพูดขึ้นมาก่อน “มันคืออักขระ”
“มันก็ไม่ใช่อักขระซะทีเดียว ถ้ามันสามารถเปิดใช้งานได้อย่างต่อ
เนื่องแบบนั้น งั้นมันก็คงจะอยู่ในขั้น ‘เรื่องราวจินตนาการ’ ไปแล้ว”
เรื่องราวจินตนาการ อันที่จริงมันคงต้องเป็นช่วงเวลาเช่นนั้นที่ความ
เป็นไปได้ในระดับนี้จะได้รับอนุญาต
ยูจงอยอคพยักหน้าเห็นด้วย “ถ้าอย่างนั้นราชาของผู้ไร้นามเหล่านี้
คงจะต้องครอบครองความสามารถในการป้องกันที่ทรงพลังเป็นอย่าง
ยิ่ง”
เหล่าผู้ที่อยู่ในความดูแลของราชาย่อมต้องติดตามเรื่องราวของเจ้า
นายของตน เหมือนอย่างยูจงฮยอคจิѺว เหล่าผู้อยู่ในความดูแลของนัก
เขียนลับ
เทพเจ้าที่ยกเกาะขึ้นมากลางมหาสมุทรแปซิฟิกน่าจะเป็นหนึ่งในห้า
ราชาที่ถูกพูดถึงในหนังสือที่ถูกเขียนโดยเหล่าผู้บันทึกแห่งความ
หวาดกลัว
「หายนะแห่งโลกทางทิศตะวันตก เจ้าแห่งเกาะที่ล่มสลาย」
ผมพูดขึ้นมาราวกับจะทำให้สหายของผมมั่นใจ “อย่าเพิ่งมากังวล
อะไรนักเลย กลุ่มดาวระดับตํ่าน่าจะมีอาวุธที่สามารถฆ่าพวกมันได้”
“แต่มันไม่มีกลุ่มดาวที่เข้าร่วมในศึกนี้นะ”
แน่นอน ผมไม่อาจเห็นกลุ่มดาวคนไหนบนหน้าจอได้ ไม่มีกระทั่งกลุ่ม
ดาวระดับยิ่งใหญ่ด้วยซํ้า
“งั้นพวกเราก็ควรเริ่มรวบรวมพวกเขา”
ผมเหลือบมองบียูในขณะที่เตรียมใช้เสียงที่แท้จริงของผม ช่องเงียบ
ผิดปกติด้วยเหตุผลบางอย่าง ทุกๆ คนคงจะกำลังมองดูเหตุการณ์นั้น
อยู่ แต่มันก็ไม่มีข้อความเลยสักข้อความ
…มันเป็นไปได้ว่าพวกเขาหวาดกลัวราชาที่ยังไม่ปรากฏตัวขึ้นมาจาก
ส่วนที่ลึกที่สุดของมหาสมุทร
“จางฮายัง”
สายตาของพวกเราสบกัน และเธอก็หยักหน้า ถ้ามันยากที่จะคุยกับ
กลุ่มดาวผ่านช่อง งั้นมันก็เป็นความคิดที่ดีที่จะยืมพลังของเธอ และไม่
นานหลังจากนั้น…
“…ไม่มีใครตอบเลย”
“ไม่มีสักคน?”
แต่นั่นก็เป็นไปไม่ได้ ถึงอย่างไรก็ตาม มันก็มีกลุ่มดาวอยู่มากมายใน
การถ่ายทอดสดดวงดาว
“มังกรเพลิงทมิฬเป็นคนเดียวที่ตอบ แต่… เขาก็บอกว่าเขายุ่งอยู่และ
คุยไม่ได้…”
“เธอได้ติดต่อโอลิมปัสไหม? แล้วยมโลกล่ะ?”
“ฉันติดต่อไปหาพวกเขาก่อนเลย แต่ก็ไม่มีคำตอบเหมือนกัน”
แปลกๆ แล้ว
ผมพอจะเข้าใจถ้ามันเป็นโอลิมปัส แต่ยมโลกน่าจะต้องตอบมาแน่ๆ
ไม่ใช่แค่นั้น แล้วอูรีเอลกับเห้งเจียล่ะ…?
ฮันซูยองที่อยู่ข้างๆ ผมเดาะลิ้นและพูดขึ้นมา “ก็เห็นได้ชัดแล้วหนิ นี่
คือธรรมชาติที่แท้จริงของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ากลุ่มดาว”
คำขยายของกลุ่มดาวทุกๆ คนที่เคยเชียร์พวกเราปัดผ่านหัวของผม
มันมีพวกเขาอยู่มากมาย แต่กลับไม่มีใครต้องการช่วยพวกเราเลย?
ในขณะเดียวกัน ฮันซูยองก็พูดต่อ “กลุ่มดาวมากมายเฝ้าดูเรื่องราว
ของพวกเรา บางคนก็ส่งเสียงเชียร์ ในขณะที่บางคนก็อิจฉา มันมี
ปฏิกิริยามากมาย แน่นอน และพวกเราก็ได้รับเหรียญมามากด้วย แต่
มันก็เท่านั้น”
“…”
“นายคิดว่าโลกจะเปลี่ยนไปเพราะเรื่องราวของพวกเราจริงๆ เหรอ?
นายคิดจริงๆ เหรอว่านายสามารถเปลี่ยนแปลงการถ่ายทอดสด
ดวงดาวได้?”
“ฉันไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดนั้น แต่ถึงกระนั้น…”
“กลุ่มดาวก็แค่ติดตามช่องที่พวกเขาชอบเท่านั้น พวกเขาไม่ได้สนุก
อีกแล้ว ดังนั้นพวกเขาก็ย่อมย้ายไปยังช่องอื่น”
ผมไม่มั่นใจว่าฮันซูยองพูดถูกไหม
[ตำแหน่งต่อไปของมหาภัยพิบัติคือ ‘เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ’]
[เวลาที่เหลืออยู่ก่อนจะเริ่มต้น ‘สถานการณ์มหาภัยพิบัติ’ คือ 14 วัน
12 ชั่วโมง 7 นาที]
แต่ผมก็มั่นใจว่าโลกต้องจบเห่แน่ถ้าพวกเขาทอดทิ้งพวกเราแบบนี้
จางฮีวอนถาม “พวกเราควรทำยังไงดี?”
“…อืม มันไม่ใช่ว่าฉันไม่คิดไว้นะว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น”
คำพูดของผมทำให้ฮันซูยองหรี่ตาลง “อะไร?”
“ถ้าพวกเขาไม่อยากพบพวกเรา งั้นพวกเราก็ไปหาพวกเขาแทนสิ”
“งั้นนายจะไปไหนก่อน? ตามที่ฉันคิด มันคงเป็นยมโลกที่ง่ายที่สุดใช่
ไหม?”
ผมไม่สนใจฮันซูยองที่กำลังยิ้มอยู่และมองไปยังจางฮีวอน
การขอความช่วยเหลือจากยมโลกคือสิ่งสำคัญ แต่มันก็มีบางสิ่งที่เร่ง
ด่วนยิ่งกว่าในตอนนี้ พวกเขาเหลือเวลาอีกประมาณ 14 วัน ด้วยความ
พยายามที่น้อยที่สุด พวกเราจำเป็นต้องได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
“พวกเราจะไปเอาสหายของพวกเรากลับมาก่อน”
ผมมองไปยังดาบเหล็กบนเอวของจางฮีวอน
[ดวงวิญญาณของตัวละคร ‘ลีฮุนซึง’ หลับใหลอยู่]
ดูเหมือนว่าผลลัพธ์จากการแปลงร่างโลหะขั้นที่ห้านั้นเลวร้ายกว่าที่
ผมคิด
“พวกเราจะไปหาเจ้านายแห่งโลหะ”
“เจ้านายแห่งโลหะ? คนแบบนั้นจะช่วยพวกเราเหรอ?”
ผมพยักหน้า “เจ้านายแห่งโลหะเป็นกลุ่มดาวที่ทรงพลัง แม้ว่าเขาจะ
ไม่ใช่กลุ่มดาวระดับเทวะ แต่มันก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเราต้องการ
พลังของเขายิ่งกว่ากลุ่มดาวระดับสูงๆ ซะอีก”
“ยังไง?”
“ฉันไม่มีเวลามาอธิบาย ตอนนี้เตรียมเคลื่อนไหวกันก่อน”
พวกเราอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ดังนั้นจางฮายัง กงพิลดู และลีซอลฮ
วาจึงต้องถูกทิ้งไว้ที่เขตอุตสาหกรรม ผมรู้สึกแย่ที่ต้องทิ้งพวกเขาไว้
อีก แต่หลังจากเห็นสีหน้าของพวกเขา ผมก็รู้สึกว่าผมดูถูกพวกเขาไป
จริงๆ ที่คิดแบบนั้น เมื่อผมคิดได้แบบนั้น ลีซอลฮวาก็พูดออกมา
“รีบกลับมานะ ฝากที่นี่ไว้กับพวกเราได้เลย”
การถูกทิ้งไว้ที่โซลก็ไม่ใช่งานที่ง่ายเหมือนกัน
เฉกเช่นที่เรื่องราวดำเนินต่อไปเพราะมันยังมีสิ่งที่ยังไม่ถูกบอกเล่า
*
พวกเราเข้าไปในเฟอร์รารีกินี่ในทันทีและมุ่งหน้าไปยังประตูมิติ
ปลายทางของพวกเราคือ ออซ-7611 ดวงดาวอันสุกสกาวแห่งการ
ถ่ายทอดสดดวงดาวปัดผ่านพวกเรา และใบหน้าของทุกๆ คนก็เริ่ม
อาบไปด้วยความเครียด
“ไม่ต้องเครียดแบบนั้นก็ได้ ทุกๆ คน แค่คิดว่าพวกเรากำลังจะไป
เที่ยวกัน…”
“…แต่ตอนนี้มันเวลาทำงานหนิ?”
“ฉันพูดแบบนี้เพราะที่ๆ พวกเรามุ่งหน้าไปนั้นไม่ได้น่ากลัวแบบนั้น”
“พวกเรากำลังจะมุ่งหน้าไปที่ไหนกันแน่?”
“อืม อย่างที่ฉันบอกไป พวกเรากำลังมุ่งหน้าไปยังฐานที่มั่นของเจ้า
นายแห่งโลหะ…”
“หมอนั่นเป็นใครกันแน่??” ฮันซูยองเริ่มฉุนขึ้นมาและยิงคำถามใส่
ผม “มันเป็นไปได้ที่จะคาดเดาตัวตนของกลุ่มดาวผ่านคำขยายของ
พวกเขาใช่ไหม? นักโทษรัดเกล้าทองคำก็ซุนหงอคง ในขณะที่เทพ
แห่งไวน์และความปิติยินดีก็ไดโอไนซัส แต่หมอนั่น ฉันเดาไม่ออก
เลย และมันก็ไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเขาเท่าที่ฉันเคยอ่านมาเลย”
“ถ้าเธอสงสัยมาก ทำไมไม่ลองเดาโดยใช้การทำนายลอกเลียนแบบ
ดู?”
“นายอยากให้ฉันใช้ความสามารถกับเรื่องเล็กๆ แบบนี้เหรอ??”
ผมยักไหล่
ผมมองไปยังใบหน้าของเหล่าสหาย และไม่ใช่แค่ฮันซูยองเท่านั้น แต่
ทุกๆ คนดูเหมือนจะสงสัยจริงๆ ว่าเจ้านายแห่งโลหะเป็นใคร
จางฮีวอนถามผม “เขาคือคนจากตำนานที่พวกเรารู้จักรึเปล่า?”
“เขาไม่ได้มาจากตำนาน แต่อืม เขาเป็นกลุ่มดาวที่มีชื่อเสียงจริงๆ อัน
ที่จริง มันมีกระทั่งเรื่องราวที่มีชื่อเสียงที่ใช้เรื่องราวของเขาเป็น
รากฐานของมัน แต่ เอ่อ… ฉันไม่คิดว่าเด็กๆ จะรู้เรื่องนั้นเท่าไร”
คำพูดของผมทำให้ทั้งชินยูซองและลีกิลยังหดหู่ลงไปในทันที่ ใน
ขณะที่ผมกำลังจะพูดต่อ เสียงระเบิดก็ดังออกจากข้างหลังของพวก
เรา
“…อะไรกัน!!”
ฮันซูยองบังคับพวงมาลัยด้วยความตกตะลึง
เงาของยานอวกาศกวดเข้ามาจากกระจกหลัง และมันก็ไม่ใช่แค่ลำ
หรือสองลำ เพียงแค่มองคร่าวๆ มันมียานอวกาศกว่าสิบลำไล่ตามพวก
เรามา
ชินยูซองถามผม “พวกมันไม่ได้มาจากเนบิวลาเหรอ? ทำไมพวกมัน
ถึงโจมตีพวกเรา?”
ผมไม่แน่ใจ แต่ของพวกนี้ดูเหมือนกับอาวุธเรื่องราวที่มาจากมหา
เนบิวลาอย่างเช่นพระเวทหรือพาไพรัส
ลีจีฮเยขมวดคิ้วมุ่นและพูดขึ้นมา “ให้ฉันจัดการไหม?”
“ไม่ ไม่ต้อง พวกเราไม่มีเวลามาสู้ เหยียบเลย ฮันซูยอง!”
พวกเราอยู่ห่างจากเป้าหมายไม่มากแล้ว
ในชั่วพริบตา เฟอร์รารีกินี่ก็พุ่งไปข้างหน้าและข้ามมิติด้วยความเร็วสูง
และหลังจากนั้นไม่นาน ข้อความใหม่ก็โผล่ขึ้นมาในอากาศ
[คุณมาถึงเป้าหมาย ‘ออซ-1900’!]
พร้อมกับเสียงดังแสบแก้วหู พาหนะของพวกเราหยุดลงกลางอากาศ
สถานที่ที่พวกเรามาถึงดูคล้ายกับสถานีรถไฟ และสถานีนั้นก็คือบ้าน
ไม้หลังเล็กๆ
ผมตะโกนออกมา “ทุกคน รีบออกมา! วิ่งไปยังบ้านหลังนั้น!”
แทบจะในเวลาเดียวกันกับที่ทุกๆ คนเข้าไปในบ้าน รถก็ระเบิดออก
เป็นชิ้นๆ
…บ้าเอ้ย ผมขับไปได้ไม่กี่ครั้งเองนะ
ผมยืนยันว่าทุกคนเข้ามาข้างในแล้วและปิดประตู หลังจากนั้นพายุอัน
ทรงพลังก็โหมกระหนํ่ารอบๆ ตัวบ้าน สิ่งปลูกสร้างลอยขึ้นไปใน
อากาศ ก่อนที่จะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง
ผมตะโกนออกมาอีกครั้ง “ปิดหน้าต่าง ล็อคด้วย!”
“นายคิดว่าการปิดหน้าต่างจะช่วยได้จริงๆ เหรอ?!”
ฮันซูยองโยนคำถามออกมา แต่เธอก็ยังปิดหน้าต่างอย่างขยันขันแข็ง
ผมเห็นเนบิวลาลึกลับกำลังโหลดอาวุธของพวกเขาในระยะไกล
แน่นอนว่ามันเป็นภาพที่น่าประทับใจที่ได้เห็นยานอวกาศหลายสิบลำ
กำลังชาร์จปืนใหญ่โฟตอนพร้อมกัน การโจมตีครั้งนี้คงสามารถระเบิด
คาบสมุทรเกาหลีได้ในครั้งเดียว
ลีจีฮเยรีบตะโกนออกมา “ลุง ถ้าตอนนี้ไม่…!”
“ไม่ต้องห่วง พวกเราปลอดภัย”
ทันใดนั้นเอง บ้านทั้งหลังก็เปลี่ยนร่าง ภายในของมันขยายตัวอย่าง
รวดเร็ว และพร้อมกับเสียงโลหะดังอื้ออึง ท่อเหล็กก็ขยายทั่วบ้านทั้ง
หลัง
“อะไรกันเนี่ย? ไม่ใช่ว่ามันเป็นบ้านไม้เหรอ??”
[ขั้นตอนการเทียบท่าเริ่มต้นขึ้น!]
บ้านที่ลอยอยู่ในอากาศปลอดภัยดีพร้อมกับเสียงที่ดังอื้ออึง และใน
เวลาเดียวกัน เสียงกระหนํ่าโจมตีก็สาดเข้ามาหาพวกเรา
แต่จากนั้น บาเรียเหล็กขนาดมหึมาเหนือจินตนาการก็เข้าปกคลุมไป
ทั่วพร้อมกับเสียงที่ดังสนั่น ห่ากระสุนปะทะเข้ากับบาเรียนั้นและหาย
ไปโดยไม่เหลือร่องรอย
สหายของผมต่างพากันหันมามองทางผม
ชั้นนอกของดาวเคราะห์ที่พวกเรามาถึงสามารถมองเห็นได้ผ่าน
หน้าต่าง มันเป็นเมืองที่ส่องประกายไปด้วยสีเงิน ดาวเคราะห์ยักษ์ที่
ทำให้หัวใจต้องหดเกร็ง
[ยินดีต้อนรับสู่หัวใจแห่งเหล็ก ออซ!]
หัวใจแห่งเหล็ก ออซ
นี่คือดาวเคราะห์ที่เหล็กกล้าที่แข็งแกร่งที่สุดในการถ่ายทอดสด
ดวงดาวเติบโตขึ้นมา
[ตัวพาหนะกำลังเข้าสู่กระบวนการรักษาเสถียรภาพ]
[โปรดอยู่กับที่]
ในขณะที่ฟังข้อความของระบบ สหายของผมก็มองออกไปนอก
หน้าต่างด้วยความตกตะลึง
บ้านถูกลมพายุกวาดออกไป และได้เข้าสู่โลกแห่งใหม่… แน่นอน บาง
คนน่าจะตระหนักได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
“…ลุง นี่ นี่คือพ่อมดแห่งเมืองออซใช่ไหม?”
น่าแปลก คนที่ถามผมคนแรกคือลีจีฮเย
“เธอเคยได้ยินมาเหรอ?”
“เอ่อ เพื่อนของฉันชอบดนตรีเกี่ยวกับมันมาก”
ลีจีฮเยโม้ขึ้นมานิดหน่อย แต่จากนั้นสีหน้าของเธอก็เศร้าลงไปใน
ทันใด
จางฮีวอนสังเกตเห็นสิ่งนั้นและรีบเข้ามาแทรก “ยังไงก็เถอะ ไม่ใช่ว่า
พ่อมดแห่งเมืองออซเป็นวรรณกรรมสมัยใหม่เหรอ?”