มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 459
“ถ้าฉันจำไม่ผิด มันถูกสร้างขึ้นในปี 1900 นะ” ยูซานอากล่าว
“ตามที่คาดไว้จากพี่ซานอา พี่รู้ทุกอย่างจริงๆ”
ลีจีฮเยชูนิ้วโป้งขึ้นมา
จางฮีวอนพูดต่อ “แต่นั่นก็ไม่สมเหตุสมผลเลยนะ? โลกนี้มีอายุแค่
ราวๆ 100 ปี แต่… ฉันได้ยินจากลีฮุนซึงมาว่าเจ้านายแห่งโลหะเก่าแก่
ยิ่งกว่ากลุ่มดาวทั้งหลายซะอีก”
“เธอพูดถูก ฮีวอน”
เธอถามได้ถูก เรื่องราวทั้งหมดนั้นเกี่ยวพันกับช่วงเวลาที่มันคงอยู่
“เธอคิดยังไงเกี่ยวกับบันทึกการเดินทางสู่ตะวันตก?”
“ฮะ?”
“เธอคิดว่าบันทึกการเดินทางสู่ตะวันตกเกิดขึ้นก่อน หรือเห้งเจียอยู่
มาก่อนนั้น?”
นั่นทำให้สหายของผมตระหนักขึ้นมาได้
“หมายความว่าเจ้านายแห่งโลหะมีตัวตนอยู่มาก่อนเรื่องราวนั้น?”
“อาจจะใช่ หรืออาจจะไม่ก็ได้”
“อะไรกัน?”
มันเป็นอย่างที่ผมกล่าว
ยุคสมัยที่สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นได้กลายเป็นเรื่องราวจะแยกแยะยากขึ้น
เมื่อเวลาผ่านไป กลุ่มดาวจะเริ่มต้นขึ้นจากแหล่งที่มาของเรื่องราว แต่
แม้กระทั่งเรื่องราวก็จะมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป
[พาหนะเข้าสู่กระบวนการรักษาเสถียรภาพเสร็จสิ้น]
[ทางออกถูกเปิด]
“ไว้พวกเราไปหากันละกัน” ฮันซูยองกล่าว ในขณะที่เธอกระโจน
ออกไปก่อน ลีจีฮเยและเด็กๆ ทั้งสองดูตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัดและรีบ
ตามหลังเธอไป
“ไปกันเถอะ” ผมกล่าว
สหายที่เหลือพยักหน้าและพากันออกจากพาหนะลำนี้
ถ้าผมจำไม่ผิด สถานการณ์ของออซจะสะท้อนออกมาจากการผจญ
ภัยของนิยายต้นฉบับ บ้านได้ถูกพัดออกมาโดยพายุจะมาถึงโลกอีก
ใบที่มีนามว่าออซ และคนโชคร้ายที่ถูกทับจนแบนก็คงจะเป็นแม่มด
ชั่ว…
“อะไรกันเนี่ย?!”
และผมก็ได้ยินเสียงตะโกนของลีจีฮเย เธอคงจะเห็นแม่มดอยู่ใต้บ้าน
แล้ว อย่างไรก็ตาม…
“…เฮ้ มันเป็นของปลอม?”
บางสิ่งถูกทับอยู่ใต้บ้านจริงๆ อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ใช่แม่มดจริงๆ แต่
เป็นตุ๊กตาทำเหมือนเท่านั้น สภาพของมันสกปรกและยับเยินจนยากที่
จะบอกว่ามันเคยเป็นแม่มด
ฮันซูยองหยิบขาพังๆ ของตุ๊กตาขึ้นมาและถามผม “อะไรเนี่ย?”
ผมมองไปยังขานั้นอย่างเงียบๆ
「เรื่องราวได้เปลี่ยนแปลงไปจากต้นฉบับ」
ดาวเคราะห์ออซจากหนทางเอาชีวิตรอดคือสวนสนุกประเภทหนึ่ง
ผู้มาเยือนจะได้เล่นตามเส้นเรื่องของนิยายพ่อมดแห่งเมืองออซ – ได้
พบกับมันช์กิ้นก่อน จากนั้นหลังจากได้รับบทบาทต่างๆ ก็จะเดินทาง
ไปสู่ปราสาทมรกต
อย่างไรก็ตาม บางสิ่งก็แปลกออกไป
「ไม่เจอคนแคระ ‘มันช์กิ้น’ เลย」
ยูจงฮยอคพึมพำอย่างเงียบๆ “มันต่างออกไปจากสิ่งที่อาจารย์บอก”
ผมเห็นด้วยกับเขา วิวนี้มันอะไรกัน? นครสีเงินที่มีลมเย็นยะเยือกพัด
ผ่าน มันแทบจะไม่มีสัญญาณแห่งชีวิตเลย
“มันรู้สึกอับเฉาจริงๆ ไม่ใช่ว่าโลกนี้ควรจะเป็นเทพนิยายเหรอ…?”
แม้แต่ผม ชายที่เคยอ่านหนทางเอาชีวิตรอดมาก็ไม่ได้มีข้อมูลเกี่ยว
กับออซเท่าไร
มันเคยถูกกล่าวถึงเพียงครั้งเดียวในนิยายต้นฉบับ – ในช่วงการเสื่อม
ถอยรอบที่ 999 พวกเขาไปที่ออซเพื่อหาโลหะเรื่องราวที่สามารถ
เสริมความแข็งแกร่งให้กับอาวุธของพวกเขาได้
「มันเป็นสถานที่อันน่าเศร้าใช่ไหม? มันคงจะดีกว่าที่จะมีเรื่องราวที่มี
ความสุขกว่านี้แทรกซึมเข้าไปยังที่แห่งนี้」
ลีฮุนซึงจากรอบที่ 999 กล่าวไว้แบบนั้น มันยังคงดังก้องอยู่ในหัวของ
ผมแม้แต่ตอนนี้ นี่คือที่ๆ เขาปลุกพลังของเขาขึ้นมาและได้สืบทอด
สถานะและเจตจำนงของเจ้านายแห่งโลหะ
แต่ไม่ว่าผมจะมองยังไง ภาพที่พวกเราเห็นในตอนนี้ก็แตกต่างไปจาก
นิยายต้นฉบับโดยสิ้นเชิง ทำไม? มันเป็นเพราะพวกเราเปลี่ยนเส้น
เรื่องต้นฉบับไปเยอะเหรอ?
นี่ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากออซ มันไม่ได้เป็นดาวเคราะห์ที่ได้รับอิทธิพล
จากการเปลี่ยนแปลงของบริษัทของคิมทกจาเท่าไรเลย
“ไม่ใช่ว่ามันน่าจะมีพวกภูติมารวมตัวอยู่รอบๆ พวกเราเพื่อร้องเพลง
และเต้นระบำในขณะที่พูดคุยกับพวกเราเหรอ? ลืมเรื่องภูติไปก็ได้ ฉัน
ไม่เห็นแมลงสักตัวเลยด้วยซํ้า” ฮันซูยองกล่าว
ป้ายประกาศพังๆ ของสวนสนุกตกอยู่บนพื้น มันราวกับว่าพวกเรากำลัง
มองไปยังสวนสนุกที่ปิดตัวลงแล้ว
ถึงกระนั้นเด็กๆ ก็ยังดูตื่นเต้นอยู่ พวกเขายืนอยู่ข้างๆ ผมและเริ่มพึมพำ
ออกมา “มันเกือบจะเหมือนกับบ้านผีสิงเลย”
พวกเราตัดสินใจเดินตามเส้นทางบนพื้นไปก่อน ตามต้นฉบับ ปราสาท
มรกตควรจะรอพวกเราอยู่ ณ ปลายทางสายนี้
และแน่นอน พวกเราเห็นหอคอยสีเขียวสูงหลังจากเดินมาได้สักพัก
และเมืองเล็กๆ ก็ถูกสร้างขึ้นรอบๆ หอคอยแห่งนั้น
「ปราสาทเก่าแก่ได้ถูกสร้างขึ้น ณ ที่ซึ่งการเดินทางทั้งหมดมา
บรรจบ」
「พวกเราหวังว่าทุกคนจะยินดีมาเยือนและจดจำเรื่องราวของพวก
เรา」
มันมีคำพูดถูกเขียนไว้ที่ทางเข้าเมือง
ยูจงฮยอคพูดขึ้นมาในทันใด “จากนี้ไปฉันจะลงมือเอง”
“อะไร? ทำไม?”
“มันมีช่างตีเหล็กที่ยอดเยี่ยมอยู่ในหมู่คนแคระที่นี่”
ผมนึกถึงประโยคหนึ่งขึ้นมาหลังจากได้ยินเขา
「โลหะออซเต็มไปด้วยเวทมนตร์ที่เก่าแก่ที่สุด ดังนั้น…」
อันที่จริง ออซเป็นแหล่งกำเนิดนของโลหะที่อุดมไปด้วยเรื่องราวที่
เก่าแก่ที่สุดในการถ่ายทอดสดดวงดาว แม้แต่อาวุธของยูจงฮยอคใน
นิยายต้นฉบับก็ยังถูกเสริมพลังด้วยโลหะจากที่นี่
ดาบอันยิ่งใหญ่ที่ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ในฐานะสตาร์รีลิคหลังจากโลหะ
ออซและเรื่องราวของยูจงฮยอคผสานเข้าด้วยกัน – นั่นคือสตาร์รีลิค
ที่เขาใช้ในช่วงครึ่งหลังของนิยาย ‘ดาบเขย่านภา’
แน่นอน นั่นเป็นเรื่องราวจากต้นฉบับ และดาบที่จะถูกเสริมพลังใน
คราวนี้ก็คงจะเป็นดาบปีศาจทมิฬ แต่ถึงกระนั้น…
“โลหะออซแข็งแกร่งที่สุดในการถ่ายทอดสดดวงดาว อาวุธที่คู่ควร
คือสิ่งสำคัญ”
หลังจากประกาศเช่นนั้นออกมา ยูจงฮยอคก็ไม่รอพวกเราตอบและ
เดินไปตามทางของเขา เหล่าสหายมองมาที่ผมและถามอย่างเงียบๆ
ว่าแบบนี้มันโอเคเหรอ และผมก็ตอบกลับไปด้วยการยักไหล่
เนื่องจากผมมีเหตุผลหลายอย่างที่มาที่ออซ มันจึงจำเป็นต้องแบ่งคน
ออกไป นอกจากนี้ คนทั้งกลุ่มยังไม่จำเป็นต่อการช่วยลีฮุนซึงเท่าไร
ผมพูดกับลีจีฮเย “เธอควรไปกับเขาด้วย ไม่ใช่ว่าเธอก็อยากอัพเกรด
เรือรบเหรอ?”
“เย่!”
ลีจีฮเยที่ดูมีความสุขมากวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
ต่อมาผมก็มองไปยังยูซานอา “ยูซานอา เธอช่วยดูแลพวกเขาหน่อย
ได้ไหม? ฉันเป็นห่วงที่จะต้องส่งพวกเขาออกไปแค่สองคน และ
นอกจากนี้ เด็กๆ… ฉันมั่นใจว่ามันมีที่ให้เที่ยวอยู่พอสมควร”
“ไปกันเถอะ! ไปๆ!”
เด็กๆ กอดแขนทั้งสองข้างของยูซานอา และพวกเขาก็จากไป ในตอน
นี้กลุ่มที่ครึกครืนได้ถูกแยกออกไปแบบนี้ และผมก็รู้สึกโหวงขึ้นมา
แปลกๆ
คนที่เหลืออยู่คือจางฮีวอน ฮันซูยอง และผม
ฮันซูยองพึมพำออกมา “งั้นก็เหลือแค่โดโรธี หุ่นไล่กาเจ้าปัญญา
แล้วก็ราชสีห์ขี้ขลาดสินะ”
มันมีสมาชิกหลักสี่คนในพ่อมดแห่งเมืองออซ พวกเขาคือตัวเอกโด
โรธี ช่างไม้กระป๋อง หุ่นไล่กา และราชสีห์ขี้ขลาด
ผมพูดขึ้นมา “เธอพูดถึงหุ่นไล่กาเจ้าปัญญา งั้นฉันก็เดาว่านั่นคือเธอ
สินะ”
“บิงโก”
“ฉันจะไม่ถามถึงอีกสองคนหรอกนะ”
“ก็แหง นายคือราชสีห์ขี้ขลาด”
“ขอบคุณนะ”
ในขณะที่เดินคุยกันไป พวกเราก็มาถึงกลางเมือง ถ้าสถานที่แห่งนี้ยัง
คงเป็นสวนสนุก องค์ประกอบแบบนี้ก็คงจะสนุกพอดู จางฮีวอนส่ายหัว
ของเธอในขณะที่มองมายังพวกเราและเดินออกไปข้างหน้าโดยไม่
ลังเล
ลิงจำนวนหนึ่งกำลังซ่อนอยู่ในตรอกซอกซอยและกำลังมองมาที่พวก
เรา
มันไม่ได้รู้สึกถึงบรรยากาศของการต้อนรับเลย นี่คงจะไม่ใช่การ
ต้อนรับพวกเราหรือแม้กระทั่งการทักทาย ลืมเรื่องเทพนิยายไปก่อน
ทั้งหมดนี้เหมาะที่จะเรียกว่านิยายสยองขวัญซะมากกว่าอีก
ไม่นานหลังจากนั้น พวกเราก็มาถึงหอคอยมรกต
ฮันซูยองพูดขึ้นมาก่อน “มันดูเหมือนกับหอคอยเวทมนตร์เลย”
“อืม พ่อมดตัวจริงอาศัยอยู่ที่นี่ ดังนั้น…”
แม้แต่ผมก็ไม่มั่นใจว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่ไหม
พวกเราเดินเข้าไปยังทางเข้าและเคาะประตู จากนั้นก็มีเสียงผู้ชาย
ตอบกลับมาแบบห้วนๆ
– แจ้งธุระมา
“พวกเราต้องการจะเข้าพบเจ้านายแห่งโลหะ”
ไม่มีเสียงตอบกลับมา ประตูยังคงปิดอยู่
ดูเหมือนว่าผมจะลืมอะไรบางอย่างไป ผมรีบนึกถึงหนทางเอาชีวิต
รอด พวกเราพูดว่ายังไงในรอบที่ 999 นะ?
ในขณะที่ผมกำลังใช้ความคิด จางฮีวอนก็ชักดาบออกมาในทันใดและ
พูดขึ้นมา “คืนดวงวิญญาณของลีฮุนซึงกลับมานะก่อนที่ฉันจะผ่า
หอคอยบ้าๆ นี่ออกเป็นสองส่วน”
สถานะแห่งทูตสวรรค์ระเบิดออกมาจากร่างทั้งร่างของเธอ และใน
ขณะที่เพลิงอเวจีลุกโชนขึ้นมาบนดาบเหล็ก ประตูก็เปิดออกด้วย
ความลังเล
[ปราสาทมรกตยินดีต้อนรับพวกเจ้าทุกคน]
ผมสงสัยว่ามันจะเป็นอะไรไหม แต่เนื่องจากพวกเรามีเวลาไม่มาก ผม
จึงคิดว่ามันก็ดีเหมือนกัน
ฮันซูยองเห็นโอกาส ดังนั้นเธอจึงพึมพำออกมาด้วยนํ้าเสียงที่น่า
ประทับใจ “ตามที่คาดไว้จากโดโรธีของพวกเรา”
“หุบปากไปเลย ฉันไม่ได้มาเล่นๆ นะ”
ฮันซูยองลอบขยับเข้ามาข้างๆ ผมและกระซิบผ่านจุดนัดพบระหว่าง
วัน
– โคตรน่ากลัว นี่คือพลังแห่งรักงั้นเหรอ?
จางฮีวอนเดินไปข้างหน้าในขณะที่ดาบเหล็กของเธอวาดไปมา เดิมที
เธอเป็นคนที่มีชีวิตชีวา แต่เมื่อเห็นเธอเป็นแบบนี้ ผมก็อดยอมรับไม่
ได้ว่าออร่าของเธอในตอนนี้ช่างน่าตกตะลึงซะจริงๆ
– ฉันเดาว่างั้นนะ
ภายในของหอคอยค่อนข้างธรรมดา มันไม่ได้มีของประดับที่สะดุดตา
เลย และมีแค่ของจำเป็นเท่านั้นที่ถูกวางไว้ในที่ต่างๆ มันเหมือนกับ
ภายในฐานทัพของลีฮุนซึงเลย
พวกเราเดินต่อไปอีกห้านาทีก่อนที่จะเจอกับห้องที่คล้ายกับห้อง
รับแขก พวกเราเปิดประตูและเข้าไปในทันที่ ภายในห้องมีแสงไฟ
หลากสี และหน้ากากสีเงินลอยอยู่กลางอากาศพร้อมกับดวงตาอันน่า
ขนลุกคู่หนึ่งที่กำลังมองมาที่พวกเรา
[บริษัทของคิมทกจาสินะ]
เสียงที่แท้จริงของโลหะดังก้องออกมา
ผมตระหนักได้ในทันทีว่าหมอนี่คือเจ้านายแห่งโลหะ กลุ่มดาวระดับ
เรื่องเล่าและผู้สนับสนุนของลีฮุนซึง หน้ากากนี้น่าจะเป็นสัญลักษณ์
ของเขา
“ใช่แล้ว ยินดีที่ได้พบนะ”
[เจ้าคงจะเป็นราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้นสินะ]
ผมพยักหน้า หน้ากากเงินมองมาที่ผมราวกับว่าสิ่งต่างๆ ช่างน่า
รำคาญ [เจ้ามาที่นี่เพื่ออะไร?]
ตรงเข้าประเด็นเลยเหรอ? ผมคิดว่านี่ก็ดีเหมือนกัน
“โปรดคืนดวงวิญญาณของลีฮุนซึงมาให้พวกเราด้วย พวกเรารู้ว่านาย
ครอบครองมันไว้อยู่”
[เป็นไปไม่ได้]
“ทำไม?”
[ดวงวิญญาณของเขาจำเป็นต้องใช้เพื่อรักษาดาวเคราะห์แห่งนี้]
นั่นเป็นคำตอบที่ไม่คาดคิดเอาซะเลย ผมเหลือบมองไปข้างๆ และ
เห็นจางฮีวอนกำลังจ้องมายังทิศทางของผม
ผมรีบพูดขึ้นมา “ฉันรู้ดีว่าสัญญาผู้สนับสนุนมักจะเป็นแบบนี้ แต่ถึง
อย่างนั้นลีฮุนซึงก็เป็นสหายของพวกเรา ฉันคิดว่านายก็ชอบเรื่องราว
ของพวกเรานะ?”
[…….]
“นอกจากนี้ ไม่ใช่ว่าออซครอบครองมหาเรื่องราวพอแล้วเหรอ?
แน่นอน มันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะใช้ดวงวิญญาณของลีฮุนซึงเป็น
แหล่งกำเนิดพลังเลยหนิ?”
เรื่องราวของพ่อมดแห่งเมืองออซมีชื่อเสียงพอที่จะเป็นที่รู้จักไปถึง
โลก แน่นอนว่าชื่อเสียงอาจจะลดลงไปหน่อยหลังจากผ่านกาลเวลา
ไป แต่เรื่องราวนี้ก็เคยสร้างความตกตะลึงไปทั่วโลกในครั้งหนึ่ง
มันมีชื่อเสียงขนาดนั้นในโลก ดังนั้นมันจะเป็นที่นิยมขนาดไหนในการ
ถ่ายทอดสดดวงดาว? ดังนั้นการขาดแคลนแหล่งกำเนิดพลังจึงไม่สม
เหตุสมผลเอาซะเลย
ถึงกระนั้นเจ้านายแห้งโลหะก็ยังยืนกรานหัวชนฝา
[กลับไปซะ ข้าไม่อาจคืนดวงวิญญาณของเขาได้]
“ถ้านายต้องการแหล่งพลังจริงๆ งั้นทำไมพวกเราไม่แลกเปลี่ยนเรื่อง
ราวกัน? พวกเราสามารถมอบเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ให้ได้”
[ข้าบอกให้กลับไป]
อย่างที่คิดเลย บางสิ่งแปลกไปจริงๆ ถ้ามันเป็นแค่การใช้ลีฮุนซึงเป็น
แหล่งพลัง งั้นมันก็ไม่ควรมีเหตุผลที่จะปฏิเสธข้อเสนอของผม
“ขอโทษนะ แต่ฉันต้องเอาดวงวิญญาณของเขากลับไปด้วย
สถานการณ์สุดท้ายจะเริ่มต้นขึ้นในไม่ช้า ซึ่งหมายความว่ามันไม่มี
เวลาให้พวกเรามากังวลกับนายแล้ว”
[เรื่องราว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
ผมปลดปล่อยสถานะของผม ส่งผลให้เจ้านายแห่งโลหะพูดด้วยความ
หงุดหงิดเล็กน้อย [เจ้ากล้าต่อต้านข้าภายในออซงั้นเหรอ??]
พร้อมกับเสียงดัง ‘เปรี้ยง!’ ประกายแสงได้ระเบิดออกมาจากภายใน
ห้อง เจ้านายแห่งโลหะคือกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่า แต่เมื่ออยู่ในออซ
สถานะของเขาก็คง…
[ข้าใจกว้างกับเจ้ามาก แต่เจ้า…!]