มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 462
อูรีเอลบ่นออกมาพร้อมกับกุมหัวของเธอ
นอกจากนี้ บรรยากาศของการถ่ายทอดสดดวงดาวยังดูเหมือนจะไม่
มั่นคงขึ้นมาด้วย เนื่องจากสถานการณ์สุดท้ายได้ปรากฏตัวขึ้น ความ
ตึงเครียดจึงปกคลุมไปยังกลุ่มดาวทุกคน มันมากจนมีข่าวลือที่ไร้สาระ
ว่าสำนักงานได้ทิ้งเส้นโลกนี้ไปแล้ว
[สำนักงานได้อัญเชิญกลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’!]
[คุณจะตอบรับการอัญเชิญหรือไม่?]
อูรีเอลเงยหน้าขึ้นหลังจากที่ได้ยินข้อความที่กะทันหันแบบนี้
…ทำไมถึงต้องเป็นเวลานี้?
เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะแตะปุ่ม ‘ยืนยัน’ และเมื่อเธอทำแบบ
นั้น เธอก็ถูกส่งตัวไปยังตำแหน่งอื่นพร้อมกับลำแสงเจิดจ้า
[การเคลื่อนย้ายเสร็จสมบูรณ์]
สถานที่ที่เธอมาถึงคือพื้นที่ว่างเปล่าที่ไม่คุ้นเคย นอกจากเธอ มันยังมี
กลุ่มดาวอื่นมาถึงก่อนหน้านี้ด้วย
[กาเบรียล? มาด้วยเหรอ?]
[สำนักงานจะส่งข้อความมารัวๆ ถ้าเจ้าปฏิเสธน่ะ]
เธอมองไปรอบๆ และเห็นกลุ่มดาวหลายคนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่
เหมือนกับเธอ หลายๆ คนดูสงสัยว่าทำไมถึงถูกอัญเชิญมา แม้ว่า
สำนักงานจะเป็นพวกอันธพาล แต่พวกเขาก็คงจะไม่เรียกตัวกลุ่มดาว
มาที่นี่โดยไม่มีเหตุผล
ไม่ใช่แค่นั้น เธอยังเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยอีกหลายคนอยู่ด้วย อย่างเช่น
ร่างเตี้ยๆ ที่มีผ้าพันแผลพันอยู่รอบๆ แขนข้างหนึ่ง…
[โอ้พระเจ้า! ไม่ใช่ว่านั่นคือมังกรเพลิงน้อยเหรอ?!]
อูรีเอลวิ่งเข้าไปหาร่างของมังกรเพลิงทมิฬและกอดคอเขาไว้
[เห้ย! ศัตรูลอบโจมตี?!]
[ข้าเอง พี่สาวทูตสวรรค์]
[ปล่อยข้าได้แล้ว]
มังกรเพลิงทมิฬตกใจและดิ้นอยู่ภายในอ้อมแขนของอูรีเอล
ในขณะที่มองดูภาพตรงหน้า กาเบรียลก็พึมพำออกมา […อูรีเอล หมอ
นั่นคือฝ่ายชั่วร้ายนะ]
[ใครสน เอเด็นถูกทำลายแล้ว พวกเราก็ควรจะเป็นเพื่อนกับคนอื่นได้]
เนบิวลาเอเด็นแทบจะล่มสลายไปในช่วงสุดท้ายของสงครามระหว่าง
กลุ่มดาวและปีศาจ กองทัพทูตสวรรค์ที่เคยเกรียงไกรถูกทำลาย และ
ทูตสวรรค์ที่พอจะเคลื่อนไหวได้อยู่ก็มีแค่อูรีเอลและกาเบรียล
อูรีเอลหยุดคิดถึงเรื่องอันขมขื่นและมองไปรอบๆ [เฮ้ ไม่ใช่ว่านั่นคือ
ดาบเล่มแรกแห่งโครยองั้นเหรอ?]
ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น แต่ยังมีกลุ่มดาวของคาบสมุทรเกาหลีด้วย ทั้งยัง
มีเนบิวลาอย่างโอลิมปัสอีก หรือจะเป็นสุริยะก็ด้วย
ดวงตาของอูรีเอลขยับด้วยความรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม
เธอเห็นกลุ่มดาวที่คุ้นเคยมากขึ้นเรื่อยๆ เธอเริ่มสังหรณ์ใจมากยิ่งขึ้น
กลุ่มดาวทุกคนที่อยู่ที่นี่ ทุกคนมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน
ในที่สุดมังกรเพลิงทมิฬก็ผละออกมาจากมือของเธอและพึมพำออก
มาเสียงดัง […ทุกคนที่นี่มาจากช่องของคิมทกจา]
เขาพูดถูก ทุกคนที่มารวมตัวกันที่นี่ พวกเขา…
…ครืน!
ทันใดนั้นเอง อูรีเอลก็สัมผัสได้ถึงสถานะอันยิ่งใหญ่ มันมีคนกำลัง
ล้อมพื้นที่ว่างนี้ไว้อยู่ ทุกคนต่างมีสถานะที่เทียบเคียงได้กับกลุ่มดาว
ระดับเรื่องเล่า
อูรีเอลรับรู้ได้ถึงตัวตนของพวกเขาในทันที่ […พาไพรัส พระเวท และ
กระทั่งจักรพรรดิ นี่มันหมายความว่าไง? พวกเจ้ามารวมตัวกันแบบนี้
ทำไม]
อูรีเอลพูดขึ้นมาและรู้สึกเครียดเล็กน้อย แม้ว่ามันจะเป็นเธอ แต่เมื่อ
ต้องต่อสู้กับกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่ามากมายขนาดนี้ก็คงจะหนักเกินไป
ไม่เพียงแค่นั้น…
[แม้แต่ตาเฒ่านั่นก็ด้วย… อะไรที่พาให้ตัวตนจากสถานการณ์สุดท้าย
มาที่นี่?]
เธอมั่นใจ ขนของเธอลุกชันขึ้นมาถือเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ดีถึงตัวตนอัน
ทรงพลังที่ซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆ
แม้ว่าการถ่ายทอดสดดวงดาวจะกว้างใหญ่ไพศาล แต่มันก็มีกลุ่มดาว
เพียงหยิบมือที่ครอบครองสถานะในระดับนี้ เธอเหลือบมองไปด้าน
ข้างและเห็นว่าแม้แต่มังกรเพลิงทมิฬก็ยังทำหน้าเครียดขึ้นมา
ไม่ต้องสงสัยเลย – สิ่งมีชีวิตนี้ มันคือ…
[ทุกคนอยู่ที่นี่แล้ว?]
…กลุ่มดาวระดับเทวะที่แท้จริง
เปรี้ยง!
ในช่วงเวลาที่เสียงที่แท้จริงดังออกมา บรรยากาศโดยรอบก็เปลี่ยนไป
ในทันที่ มันราวกับว่าออกซิเจนที่อยู่รอบๆ ได้ระเหยออกไปในทันที
สัมผัสที่แข็งแกร่งมากจนทำให้กลุ่มดาวที่อยู่ใกล้ๆ กับเธอโอนเอนไป
ในขณะเดียวกัน แม้แต่อูรีเอลผู้มีชื่อเสียงก็ยังต้องขมวดคิ้วมุ่น
…ทำไมกลุ่มดาวระดับเทวะถึงมาอยู่ที่นี่?
ด้วยการยกเว้นที่หาได้ยากยิ่งอย่างราชาแห่งยมโลก เมทาทรอน หรือ
มหาปราชญ์ กลุ่มดาวระดับเทวะส่วนใหญ่จะไม่เข้ามาวุ่นวายใน
สถานการณ์ระดับตํ่า เพราะพวกเขาคือสิ่งมีชีวิตที่มี ‘บทสรุป’ แล้ว
และสลักชื่อของตนลงไปในนามผู้ท้าชิงแห่ง ‘เรื่องราวหนึ่งเดียว’
พวกเขาไปถึงสถานการณ์สุดท้ายแล้ว และเรื่องราวของพวกเขาก็ได้
รับการรับประกัน
[ดูเหมือนว่าจะมีแค่ไอ้ลิงบ้าและราชาแห่งยมโลกเท่านั้นที่ไม่มา
อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะล่าช้าออกไปอีก ดังนั้นข้าจะเริ่ม
การอธิบายเอง]
[เดีѺยวก่อน!]
[กลุ่มดาว ‘ดวงตะวันยามเที่ยง’ กำลังมองไปยัง ‘ผู้พิพากษาเปลว
เพลิงปีศาจ’]
ในช่วงเวลาที่เธอสบตากับดวงตาคู่นั้น อูรีเอลก็ตระหนักได้ว่าเจ้าของ
เสียงที่แท้จริงนั้นคือใคร
มันมี ‘ดวงตะวัน’ มากมายภายในการถ่ายทอดสดดวงดาว อย่างไร
ก็ตาม ดวงตะวันที่ครอบครองศูนย์กลางของจักรวาลก็หาได้ยากยิ่งใน
หมู่พวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามันเป็นตัวตนที่ครอบครอง
ดวงตะวันในช่วงเวลาที่ดีที่สุดอย่างยามเที่ยงวัน…
[เทพแห่งตะวัน ราห์ เจ้าเรียกพวกเรามาที่นี่เหรอ?]
เขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากราห์ กลุ่มดาวระดับสุดยอดแห่งมหาเนบิวลา
พาไพรัส
[ใช่]
[แปลก ข้าคิดว่าสำนักงานเรียกพวกเรามาซะอีก?]
ราห์ไม่ตอบเธอ
อันที่จริง อูรีเอลก็สามารถสัมผัสได้ถึงตัวตนของมหาโดเกบิในหมู่คน
ที่ล้อมอยู่ เธอตัดสินใจจะใจเย็นไว้ก่อน ถ้าฝ่ายนั้นเลือกที่จะเข้าพวก
กับสำนักงานจริงๆ แม้ว่าจะต้องสูญเสียความเป็นไปได้จำนวนมากไป
ก็ตาม งั้นสถานการณ์นี้ก็คงจะไม่ง่ายเลย
[โอเค งั้นมันมีเรื่องสำคัญอะไรนักถึงทำให้เจ้าเต็มใจที่จะเปิดเผย
ความสัมพันธ์อันชื่นมื่นกับสำนักงาน?]
[ข้าเรียกตัวพวกเจ้ามาที่นี่เพราะ ‘สถานการณ์สุดท้าย’ ในไม่ช้า เรื่อง
ราวหนึ่งเดียวจะถูกเลือก ซึ่งหมายความว่าเรื่องราวที่จะเป็นตัวแทน
ของเส้นโลกนี้จะถูกตัดสิน]
เรื่องราวหนึ่งเดียว
มันไม่มีกลุ่มดาวไหน ณ ที่แห่งนี้ที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แม้กระทั่งบริษัท
ของคิมทกจาที่พวกเขาเฝ้าดูมาจนถึงตอนนี้ก็เป็นเนบิวลาที่กำลัง
สร้างเรื่องราวหนึ่งเดียวของตัวเองขึ้นมา
[งั้นมันเกี่ยวอะไรกับพวกเรา?]
[พวกเจ้าส่วนใหญ่ไม่ได้รับสิทธิѻให้เข้าสู่สถานการณ์สุดท้าย อย่างไร
ก็ตาม มันจะต่างออกไปถ้าพวกเจ้าเข้าร่วมกับข้า ข้าจะพาพวกเจ้าไป
ยังสถานการณ์สุดท้าย ซึ่งหมายความว่าข้าจะมอบโอกาสให้พวกเจ้า
ได้สลักนามลงไปยัง ‘เรื่องราวหนึ่งเดียว’]
ข้อเสนอนี้ทำให้ดวงตาของกลุ่มดาวหลายคนสั่นสะเทือน ส่วนใหญ่
แล้วพวกเขาจะเป็นกลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่
อูรีเอลเฝ้ามองราห์อยู่สักพักก่อนที่จะยิ้มออกมา [อะไรกัน? ไม่เห็นมัน
จะสำคัญอะไรเลย ถ้าเจ้าพูดจบแล้ว ข้าก็ขอตัวก่อนล่ะ]
เธอหันออกไป แต่ก็ไม่อาจก้าวขาออกไปได้ สถานะอันทรงพลังเป็น
อย่างยิ่งได้ตรึงเธอไว้กับที่
[…นี่มันหมายความว่ายังไง?]
[ข้ายังพูดไม่จบ]
[แต่ข้าพอจะเดาได้แล้วว่าเจ้าจะพูดอะไร]
เสียงที่แท้จริงของอูรีเอลคมกริบ มันมีแค่กลุ่มดาวจากช่อง BY-9158
เท่านั้นที่อยู่ที่นี่ และคนที่รวบพวกเขาไว้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากกลุ่ม
ดาวระดับสุดยอดแห่งพาไพรัส
[เจ้าต้องการให้พวกเราโจมตีบริษัทของคิมทกจาใช่ไหม?]
ในช่วงเวลาสั้นๆ ความเงียบก็ได้เข้าปกคลุมพื้นที่
[…ทำไมเจ้าถึงคิดแบบนั้น?]
[เพราะพวกเขาได้รับคุณสมบัติในการเข้าสู่สถานการณ์สุดท้าย และ
การทำลายพวกเขาที่เป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงที่แข็งแกร่งที่สุดก็ย่อมเป็น
เรื่องธรรมดา]
ความสับสนกระจายไปทั่วกลุ่มดาว อูรีเอลสัมผัสได้ถึงสถานะของกลุ่ม
ดาวที่ล้อมพวกเธออยู่ได้ปั่นป่วนขึ้นมา
เธอพ่นลมหายใจออกมาด้วยความเย้ยหยัน [ราห์ เจ้าไปถึง
สถานการณ์สุดท้ายแล้ว ดังนั้นการแทรกแซงสถานการณ์ระดับตํ่าเช่น
นี้ มันช่างน่าสมเพชจริงๆ…]
[…..]
[เจ้าเป็นห่วงลูกหลานของเจ้างั้นเหรอ? เจ้าโกรธที่ลูกหลานซึ่ง
สืบทอดเรื่องราวของเจ้าไม่อาจเอาชนะเนบิวลาเพิ่งเกิดใหม่และไม่
อาจกลายเป็นผู้ท้าชิงเรื่องราวหนึ่งเดียวได้งั้นเหรอ…]
ทันใดนั้นเองก็มีการระเบิดครั้งใหญ่บังเกิดขึ้น และร่างของอูรีเอลก็ถูก
ฝังลึกลงไปในพื้น ในขณะที่เธอพ่นคำสบถออกมา เสียงที่แท้จริงของ
ราห์ก็ดังเข้าไปในหูของเธอ
[บัดซบ…]
[อันที่จริงเจ้าก็พูดถูก นี่เป็นความโกรธของพ่อแม่ที่ไม่อาจสั่งสอนลูก
ได้อย่างเหมาะสม นี่คือความโกรธอันชอบธรรมของพ่อแม่ที่ไม่อาจนั่ง
เฉยๆ และดูลูกหลานของตนเดินไปผิดทางได้ และเนบิวลาเล็กๆ นั้นก็
ยังมีอายุไม่ถึง 10 ปีด้วยซํ้า]
ราวกับว่าเธอคาดคิดไว้อยู่แล้ว อูรีเอลตะโกนกลับไป [และในที่สุดเจ้า
ก็เปิดเผยจุดประสงค์ที่แท้จริงออกมา ขอโทษนะ แต่มันไม่มีกลุ่มดาว
ไหนที่อยู่ที่นี่ที่จะเข้าข้างลูกๆ ของเจ้าหรอก ดูเหมือนเจ้าจะไม่รู้ว่า
พวกเรากำลังติดตามช่องไหนกันอยู่]
มังกรเพลิงทมิฬและกาเบรียลเอื้อมมือออกมาและช่วยอูรีเอลขึ้นมา
จากหลุม ด้านหลังของพวกเขา กลุ่มดาวแห่งคาบสมุทรเกาหลีรวมทั้ง
ดาบเล่มแรกแห่งโครยอได้พยักหน้าของพวกเขา
อูรีเอลสัมผัสได้ถึงความพึงพอใจแปลกๆ หลังจากสบตากับพวกเขา
ในตอนนี้ ที่นี่ ผู้คนที่ได้เชียร์เรื่องราวของคนๆ หนึ่งจากใจได้มารวมตัว
กัน
ตั้งแต่เริ่มต้นสถานการณ์แรก ‘การพิสูจน์คุณสมบัติ’ ไปจนถึง
‘สถานการณ์สุดท้าย’ ที่โชคชะตาของเส้นโลกจะถูกตัดสิน
อูรีเอลไม่แน่ใจว่าทุกคนคิดแบบเดียวกับเธอไหม อย่างไรก็ตาม มันก็
ไม่ต้องสงสัยเลย มันต้องมีคนชอบเรื่องราวของบริษัทของคิมทกจา
มากกว่าเรื่องราวของตัวเองเหมือนกับเธออยู่แน่
[และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเจ้าถึงเป็นพวกขี้แพ้]
[อะไรนะ?]
[พวกเจ้าทุกคนได้จมอยู่กับการเฝ้าดูและหลงลืมไปแล้วเหรอว่าพวก
เจ้าเองก็เป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์?]
อึดใจต่อมา พายุความเป็นไปได้อันทรงพลังก็กวาดออกมาและร่างๆ
หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น
เปรี้ยง!
มันเป็นตุ๊กตาที่มีผิวเป็นโลหะ กลุ่มดาวระดับเรื่องเล่าที่เต็มไปด้วย
บาดแผลคนหนึ่งถูกมัดไว้ด้วยวงแหวนแห่งแสงอันแข็งแกร่ง
[ไอ้โง่นี่ก็กำลังสนับสนุนเรื่องราวโง่ๆ เหมือนอย่างพวกเจ้า]
อูรีเอลจ้องมองไปยังกลุ่มดาวคนนั้นด้วยความตกตะลึง เธอไม่เคยพบ
กับเขามาก่อน แต่ในช่วงเวลาที่เขาปรากฏตัว เธอก็สามารถบอกได้ว่า
เขาเป็นใคร ไม่ใช่แค่นั้น เธอยังเคยได้แลกเปลี่ยนข้อความกับเขา
หลายครั้งในอดีต
[กลุ่มดาว ‘เจ้านายแห่งโลหะ’ กำลังหดตัวด้วยความเจ็บปวด]
เจ้านายแห่งโลหะ เขาคือผู้สนับสนุนของอวตารลีฮุนซึง
เสียงหัวเราะของราห์ดังออกมา [เขาคงจะปลอดภัยดีถ้าเขารั้งอยู่ที่ออ
ซอย่างเงียบๆ แต่ไอ้โง่นี่กลับเข้าไปแตะต้องกับตัวตนจากอีกเส้นโลก
เพื่อหวังจะช่วยเรื่องราวโง่ๆ นั่น]
[แก…!]
[พวกเจ้าทุกคนไม่มีทางเลือก พวกเจ้าจะช่วยพวกเราจัดการกับเรื่อง
ราวของบริษัทของคิมทกจาหรือ…]
พร้อมกับคำพูดเหล่านั้น วงแหวนแห่งแสงที่พัดรัดรอบร่างของเจ้านาย
แห่งโลหะก็เริ่มรัดแน่นยิ่งขึ้น เขาถูกรัดอย่างเจ็บปวด แต่ถึงกระนั้นเขา
ก็ยังจ้องตรงมายังอูรีเอล
[กลุ่มดาว ‘เจ้านายแห่งโลหะ’ กล่าวว่าความตายของเขาในวันนี้ไม่มี
ความหมายอะไร]
[กลุ่มดาว ‘เจ้านายแห่งโลหะ’ ประกาศว่าเรื่องราวและคำขยายของ
เขาจะถูกสืบทอดไปยังคนอื่น!]
วงแหวนรัดแน่นยิ่งขึ้น อูรีเอลรีบลงมือ
และจากนั้น…
[กลุ่มดาว ‘เจ้านายแห่งโลหะ’ ขอให้คุณอย่ายอมแพ้ต่อเรื่องราว]
เปรีѹยะ!
ร่างของเจ้านายแห่งโลหะถูกบดขยี้โดยไม่อาจต่อต้านอะไรได้ และ
เรื่องราวก็ระเบิดออกมาจากร่างของเขา มันเป็นความตายแห่งกลุ่ม
ดาวระดับเรื่องเล่าที่ไร้ความหมายจริงๆ
ทุกคนจากช่องเดียวกันเฝ้ามองภาพฉากนั้นราวกับว่าพวกเขาหยุดนิ่ง
ไป
ต่อหน้าความตายของดาวเคราะห์ ราห์ได้พูดต่อ [หรือจะตายแบบนี้]
พร้อมกับเสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง อูรีเอลได้ปลดปล่อย
สถานะของเธอออกมาเต็มกำลัง
ครืน!
ราวกับแก้วแตก ท้องฟ้าเบื้องบนแตกออกจากกัน
ลีฮุนซึงจ้องมองไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยรอยแยกและถามผม “จ่า
คิมทกจา? พวกเราจะไม่เป็นไรจริงๆ เหรอ?”
“….”
ผมเองก็เงยหน้าขึ้นหลังจากได้ยินเขา โลกดูเหมือนจะกำลังพังทลาย
ลงมาไม่มีผิด
เหตุผลนั้นก็ชัดเจน – มันมีใครบางคนกำลังโจมตีออซจากภายนอก
ไม่ใช่แค่ใครบางคน แต่เป็นคนที่ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง
ผมหันกลับไปและเห็นสหายของผมกำลังมองมาที่ผม ยูจงฮยอค ฮัน
ซูยอง ยูซานอา จางฮีวอน
ผมไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่พวกเราก็รู้อยู่แล้วว่าพวกเราจะทำยังไง
“ไม่เป็นไรน่า นายคิดว่าฉันเป็นจ่าแค่ชื่อเฉยๆ เหรอ? ไม่ต้องห่วง
หรอก”