มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 461
“พลทหาร นายคิดว่าคำพูดของหัวหน้าเป็นเรื่องตลกงั้นเหรอ??”
เขาตระหนักได้นานแล้วว่าเขาค่อนข้างหัวช้า ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร เขา
จะเรียนรู้ได้ช้ากว่าคนอื่น และเขาก็ยังรับรู้ถึงสถานการณ์ของตัวเองได้
ช้าอีกด้วย
ถึงกระนั้น เขาก็สามารถจัดการกับชีวิตของตัวเองได้ค่อนข้างดีเพราะ
มันมีคนที่มักจะชื่นชมนิสัยอันผ่อนคลายและจริงใจของเขาอยู่เสมอ
แต่มันกลับไม่มีคนแบบนั้นในกองทัพเลย
“ทำไมฉันต้องจับคู่กับเขาเป็นบัดดี้ด้วย…”
“ร่างกายใหญ่โตและไม่มีอะไรนอกจากนั้น…”
ลีฮุนซึงทนต่อชีวิตการเป็นพลทหารแม้ว่าเขาจะโดนดูถูกและถากถาง
ก็ตาม
เมื่อเวลาที่เขาฝึกจนเสร็จ เขาก็กลายเป็นคนที่สามารถอาบนํ้าเสร็จได้
ในห้านาทีและสามารถเก็บที่นอนได้ในเวลาไม่ถึงนาที
ไม่นานหลังจากนั้น ช่วงเวลาที่เขาถูกส่งกลับฐานก็มาถึง นี่คือช่วง
เวลาที่เขารอคอยมาตลอดนับตั้งแต่เขาได้เกณฑ์ทหาร
– คำแนะนำดีๆ สำหรับคนที่กำลังจะเข้ากองทัพ ทำตามคำแนะนำ
เหล่านั้นหลังจากไปที่ฐาน (ยอดนิยม!)
เขาศึกษาสิ่งต่างๆ อย่างขยันขันแข็งตั้งแต่ก่อนที่จะเข้ากองทัพด้วย
ความหวังอันเต็มเปี่ยม
เพื่อนพลทหารของเขาจากไปทีละคน
เขาคือคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ และคนที่มารับเขาก็คือ ‘จ่าสิบเอกจาง’
หมวกเหล็กที่อยู่บนศีรษะของคนๆ นี้ได้บดบังใบหน้าของเขา
“นาย มากับฉัน”
ในขณะที่เขาขึ้นรถบรรทุกทหารมุ่งหน้าไปที่ไหนสักแห่ง ลีฮุนซึงก็คิด
เกี่ยวกับชีวิตของเขาอีกครั้ง เขาคิดเกี่ยวกับวันข้างหน้า รวมทั้งการ
ทดสอบและอุปสรรคที่รอคอยเขาอยู่
ฐานทัพใหม่ของเขาอยู่กลางเขาเล็กๆ และนี่คงจะเป็นที่ๆ ชีวิตทหาร
ของเขาเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เขาขึ้นทะเบียนทหารใหม่ด้วยความช่วยเหลือ
ของผู้จัดการและมุ่งหน้าไปยังค่ายทหาร
และในช่วงเวลาที่เขาเปิดประตูออกไปนั้น…
– นายต้องทำแบบนี้
ลีฮุนซึงทำในสิ่งเดียวกันกับที่บทความบนอินเทอร์เน็ตได้เขียนไว้
“ฝากตัวด้วยครับ-!!”
ถ้านี่เป็นกองทัพทั่วไป ชีวิตทหารของเขาก็คงจะจบลงตรงนี้ ถ้านี่
เป็นกองทัพทั่วไปล่ะก็นะ
เมื่อกระเป๋าของเขาถูกเหวี่ยงไปในอากาศ ทุกๆ อย่างรอบตัวของเขาก็
ดูช้าลงราวกับเต่าคลาน กระเป๋าเปิดออกกลางอากาศ เสื้อผ้าที่ยังไม่
ได้ซัก กระดาษชำระ และสบู่ที่เขาใช้ค่อยๆ กระจัดกระจายออกมา
นอกจากนั้น ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความฮึกเหิมของลีฮุนซึงที่ใฝ่ฝันถึง
ชีวิตทหารของเขา…
ราวกับภาพฉากจากหนังโศกนาฏกรรมถูกฉายออกมา ใครบางคนได้
ถามออกมาในทันใด
– …พวกเราควรทำไงดี?
นั่นได้ทำให้ใครบางคนตอบกลับมา
– ช่างเถอะ นั่นคือฮุนซึง ไม่ว่ายังไงพวกเราก็ควรจะยอมรับความจริง
นี้ การทำแบบนั้นอีกคงไม่ได้ผล ดังนั้นคราวนี้ก็มาลองวิธีอื่นกันเถอะ…
– หยุดส่งเสียงได้แล้ว มันเริ่มแล้ว คิมทกจา
– …อืม งั้นก็มาเริ่มกันใหม่ดีกว่า!
และจากนั้น ภาพฉากก็เริ่มขยับไปข้างหน้าอีกครั้ง
แปะ!
กระเป๋าของเขาพุ่งออกไปข้างหน้าดูราวกับกระสุนปืนใหญ่พุ่งชน
กำแพง
บรรยากาศเย็นยะเยือกลงไปในทันทีราวกับมีใครบางคนราดนํ้าเย็นลง
ไป และสายตาของเหล่ารุ่นพี่ก็ได้ทิ่มแทงมายังลีฮุนซึง เหงื่อเย็นไหล่
ผ่านแผ่นหลังของเขา หรือว่า… เขาจะทำอะไรผิดพลาดไป?
จากนั้น
จ่าสิบเอกจางก็ยิ้มออกมาและปรบมือ “เริ่มได้สวย! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ว้าว
ตลกจริงๆ! มันเป็นครั้งแรกเลยที่ฉันได้เห็นการเปิดตัวแบบนี้”
นั่นทำให้รุ่นพี่คนอื่นๆ ในค่ายปรบมือต้อนรับเขาราวกับว่าพวกเขา
กำลังรอช่วงเวลานี้อยู่
“น้องใหม่ ทำได้ดี!”
“เจ๋ง”
ในขณะที่เสียงปรบมือดังก้องออกมา ลีฮุนซึงก็ยิ่งงงมากยิ่งขึ้น แต่ถึง
กระนั้น ใบหน้าแห่งความมั่นใจของเขาก็กลับคืนมา บทความนั้นพูด
ถูกจริงๆ
จ่าสิบเอกจางพูดกับทหาร “จงฮยอค นายคือผู้บังคับบัญชาโดยตรง
ของเขา ดังนั้นดูแลเขาให้ดีด้วย”
“…ครับ”
บรรยากาศอันโหวกเหวกดำเนินต่อไป ในขณะเดียวกัน ลีฮุนซึงก็พบ
ว่าผู้บังคับบัญชาได้จัดข้าวของที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นให้กับเขา
เครื่องแบบของเขาเรียบตรง แสงในดวงตาของเขาเฉียบคมและเดือด
พล่าน ใบหน้าของเขาราวกับประติมากรรมชั้นยอด หน้าอกของเขา
ประดับยศเอาไว้ และป้ายชื่อของเขาก็คือ ‘ยูจงฮยอค’
‘อ่า งั้นคนๆ นี้ก็คือหัวหน้าของฉันสินะ’
จากนั้นสายตาอันน่ากลัวของหัวหน้าคนนี้ก็จดจ้องมายังลีฮุนซึง
“ผม ผมลีฮุนซึงครับ!!”
“ที่ของนายอยู่ตรงนี้”
กระเป๋าของเขาถูกจัดในพริบตาและถูกวางไว้ในล็อคเกอร์ รุ่นพี่คน
อื่นๆ ดูประทับใจราวกับว่าพวกเขาคาดหวังถึงมันไว้แล้ว
“น้องใหม่ ดูและเรียนรู้จากเขา จงฮยอคคือมือหนึ่งเลยนะ”
แค่ดูจากบรรยากาศของเขา เขาก็สามารถบอกได้ว่าหัวหน้าของเขา
เป็นคนแบบไหน เครื่องแบบที่สมบูรณ์แบบ – มันราวกับว่าทุกๆ แห่ง
ที่คนๆ นี้สัมผัสจะเปล่งประกายอย่างสดใส ถ้าเขาสามารถใช้ชีวิต
ทหารของเขาได้เหมือนกับชายคนนี้ล่ะก็…
“อะไรกัน? พวกเรามีน้องใหม่เหรอ?”
ในเวลานั้นเองก็มีเสียงระรื่นดังออกมาจากทางเข้า ใบหน้าของชาย
หนุ่มที่ชุ่มเหงื่อราวกับเขาเพิ่งกลับมาจากงานหนักได้รออยู่ตรงนั้น
ลีฮุนซึงมองดูยศในขณะที่ชายคนนั้นเดินผ่านเขา และเขาก็รีบ
ทำความเคารพ “สวัสดีครับ!”
“อ่า อ่า ไม่ต้องมากพิธีไป ไม่เป็นไร” จ่ามองหน้าของลีฮุนซึงก่อนที่
จะยิ้มออกมา จากนั้นเขาก็เบนสายตาไปหายูจงฮยอค “ดูเหมือนว่า
ชีวิตทหารของจงฮยอคของพวกเราจะง่ายขึ้นแล้วสินะ? เขาได้ลูกน้อง
แล้ว”
ผิวพรรณของชายที่กำลังหัวเราะคิกคักขาวเกินไปสำหรับทหาร แต่
ทำไมถึงเป็นแบบนี้? ในเวลาที่เขาเห็นชายคนนี้ ลีฮุนซึงก็สัมผัสได้ถึง
ความเจ็บปวดลึกภายในจิตใจของเขา
เหล่าทหารมองหน้าของชายคนนั้นและตะโกนออกมา
“จ่าคิมทกจา! ยินดีต้องรับกลับมาครับ!”
“…ยิน…ดี…ต้อน…รับ…”
จ่าสิบตรียูจงฮยอคสั่นอย่างเห็นได้ชัด ผิวของเขาขาวซีด มันราวกับว่า
เขาไม่ได้หน้าบึ้งจากความกลัว แต่เป็นความโกรธ
จ่าสิบเอกคิมทกจายักไหล่หลังจากมองดูปฏิกิริยาของเขา และจาก
นั้นก็พูดขึ้นมา “ยินดีต้อนรับสู่ทีมของพวกเรานะ ลีฮุนซึง”
“ผมนายทหารลีฮุนซึงครับ!”
นี่คือการพบกันครั้งแรกระหว่างลีฮุนซึงและหัวหน้าทีมคิมทกจา
*
สองสัปดาห์ผ่านไปนับตั้งแต่เขาถูกส่งตัวมา
ในระหว่างนั้น ลีฮุนซึงได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่นี่ ยกตัวอย่างเช่น
จ่าสิบเอกคิมทกจาคือผู้มีอำนาจในทีมนี้
“เข้าใจไหม? ถ้าไอ้โง่ยูจงฮยอคทำอะไรออกนอกลู่นอกทาง นายต้อง
บอกฉันทันที”
“มันไม่มีของแบบนั้นหรอกครับ!”
“ไม่ ฟัง เรื่องแบบนั้นจะเกิดขึ้น นายก็เคยถูกลงโทษมาแล้วหนิ”
“…ผมคิดว่าฟังผิดไปนะครับ?”
และจากนั้นยังมียูจงฮยอคที่มักจะอยู่ข้างเขาเสมอและทำสิ่งต่างๆ
เป็นตัวอย่างและมักจะมองไปยังคิมทกจาทุกๆ ครั้งที่เขามีโอกาส
“ขัดรองเท้าของนายแบบนี้”
“ผมจะพยายามครับ!!”
“การพยายามอย่างหนักไม่มีความหมาย สิ่งที่สำคัญคือการทำให้ถูก
ต้อง”
นอกจากนี้ยังมีแพทย์สนามยูที่มักจะเข้ามาตรวจสุขภาพอยู่เป็นระยะๆ
“หืม นายมีอาการชํ้าที่ขานะ… ฉันควรให้นายลาพักหน่อยไหม?”
“ผมไม่เป็นไรครับ!!”
“งั้นฝังเข็มหน่อยไหม? ฉันเก่งเลยนะ”
จากนั้นจ่าสิบเอกจางที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจแต่ก็ยังเข้มงวด และ
บางครั้งก็ยังมองมาที่ลีฮุนซึงด้วยสีหน้าเศร้าๆ
“…เป็นไงบ้าง?”
“ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ!!”
“ทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร นายพยายามเต็มที่อยู่แล้ว”
…ทุกคนที่อยู่ที่นี่ พวกเขาต่างก็มีบางสิ่งแปลกๆ ไป
“เพื่อประโยชน์ของกองทัพ!”
อย่างไรก็ตาม ถ้าเขาต้องเลือกคนที่แปลกที่สุดล่ะก็…
“ทหารทุกคนต้องอ่านนิยายในอินเทอร์เน็ตตอนพัก การอ่านนิยายคือ
การพัฒนาตัวเองขั้นสุดยอด”
มันไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหัวหน้าหน่วย หัวหน้าฮัน
“พอแล้ว! ได้เวลาพักแล้ว! ทุกคนไปอ่านนิยาย”
“ครับ!”
นั่นคือช่วงเวลาที่ชีวิตทหารในฝันของลีฮุนซึงเริ่มต้นขึ้นโดยที่เขาก็
ไม่รู้ตัว
[ปัจจุบัน บริษัทของคิมทกจากำลังท้าทายศูนย์ประสบการณ์ความจำ
‘ฉันทำปลอกกระสุนหาย’]
[ความยากของศูนย์ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องคือ ‘ยากที่สุด’]
[ปัจจุบันจำนวนความพยายามในการเคลียร์คือ 3]
เขาไม่รู้ว่าชีวิตทหารนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของเขา
*
มันไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรมาก แต่จำนวนคนที่เข้าร่วมใน
สถานการณ์นี้คือห้าคน ได้แก่ยูจงฮยอค ยูซานอา จางฮีวอน ฮันซูยอง
และผม
สถานการณ์ลับที่พวกเราได้รับในคราวนี้คือสิ่งนี้
+
[สถานการณ์ลับ – ฉันทำปลอกกระสุนหาย]
ประเภท: ลับ
ความยาก: ???
เงื่อนไขการเคลียร์: อวตาร ‘ลีฮุนซึง’ ติดอยู่ในความทรงจำของเขา
แก้ไขบาดแผลเก่าของเขาและช่วยเขาจากความทรงจำของตัวเอง
จำกัดเวลา: ???
รางวัล: การกลับคืนมาของลีฮุนซึง, โอกาสที่จะได้รับไอเท็มรางวัล
หลักที่เกี่ยวข้องกับการเสริมความแข็งแกร่งของออซ
ความล้มเหลว: เร่งความเร็วการล่มสลายของออซ
+
ช่างเป็นสถานการณ์ที่ไม่เป็นเรื่องเอาซะเลย การจำกัดเวลาก็ทำให้
พวกเราสับสนอยู่แล้ว แต่เงื่อนไขการเคลียร์และความล้มเหลวกลับน่า
สับสนมากยิ่งกว่า
จ่าสิบเอกจางฮีวอน… ไม่ เดีѺยว แค่จางฮีวอนเฉยๆ ถามคำถาม “จ่าคิม
ทกจา”
“ฮะ?”
“ลืมเรื่องที่เหลือไปก่อน แต่ทำไมออซต้องล่มสลายด้วยถ้าพวกเรา
ล้มเหลว?”
“มันมีทฤษฎีที่เป็นไปได้อยู่สองอย่าง หนึ่งคือการเสื่อมถอยของออซ
และ… สองคือมันหมายถึงอันตรายบางอย่าง”
พร้อมกับเสียง ‘ตู้ม!!’ มันมีบางสิ่งกระเพื่อมออกมาจากขอบฟ้าไกล
ผมนึกถึงเนบิวลาที่ไล่ล่าพวกเรามาจนถึงที่นี่ มันเป็นไปได้ว่าพวกเขา
จะเริ่มบุกเข้ามาอย่างจริงจังแล้ว ถ้ามันเป็นแบบนั้น พวกเราก็เหลือ
เวลาไม่มากแล้ว
บางทีเขาอาจจะได้ยินเสียงนั้น ลีฮุนซึงรีบวิ่งมาหาพวกเราจากระยะ
ไกลพร้อมกับใบหน้าอันซีดเซียว
“จ่าคิม!!”
“อ่า ว่าไง”
“ดูเหมือนว่าเกาหลีเหนือจะกำลังโจมตีพวกเราครับ!!”
“อ่าห้ะ ไม่เป็นไรๆ กลับไปพักก่อน”
“ครับ!”
ลีฮุนซึงดูเหมือนจะพูดอะไรไม่ออก แต่สุดท้ายเขาก็มุ่งหน้ากลับไปยัง
มุมหนึ่งของฐานและเริ่มฝึกซ้อมท่วงท่าของทหารที่เขายังไม่ชำนาญ
จางฮีวอนมองไปที่เขาและพึมพำกับผม “ฮุนซึงจะกลับไปกับพวกเรา
ได้จริงๆ เหรอ?”
“ฉันไม่แน่ใจ แต่พวกเราต้องลองดู”
นี่คือความพยายามครั้งที่สามของพวกเราแล้ว
ความพยายามครั้งแรกคือความล้มเหลวเนื่องจากพวกเราหลายคนไม่
ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับกองทัพนัก (ผมคือคนเดียวที่เคยเกณฑ์ทหาร) และ
ความพยายามครั้งที่สองก็ต้องลงเอยด้วยความล้มเหลวอีกครั้งเพราะ
การลงมืออย่างหนักข้อของยูจงฮยอค
ยูจงฮยอคทำหน้าบึ้ง “ไร้สาระ ลีฮุนซึงจะต้องเอาชนะใจตัวเองเพื่อให้
เขาตื่นขึ้นมาได้เร็วยิ่งขึ้น นายลืมเรื่องเหตุการณ์ไคเซนิกซ์ไปแล้วเห
รอ?”
“พวกเราลองแล้วในครั้งที่สอง”
“ฉันทำได้ดีกว่านี้แน่ถ้าได้โอกาสอีกสักครั้ง”
“นายน่าจะรู้ดียิ่งกว่าใครว่ามันไม่จริง”
“…..”
“นายก็รู้ว่าการช่วยคนอื่นไม่เคยง่าย”
ยูจงฮยอคผู้นี้ได้ผ่านการเสื่อมถอยมาสามรอบ… หรืออาจจะถึง 1864
รอบ ดังนั้นเขาน่าจะรู้ดีแม้ว่าผมจะไม่พูดถึงมันก็ตาม
“ลีฮุนซึง! ลำดับการออกกำลังกายของนายผิด!”
…หรือมันอาจจะเป็นไปได้ว่าเขาไม่รู้
ยูจงฮยอคก้าวเข้าหาลีฮุนซึงที่กำลังตกอกตกใจ
ผมดูคนทั้งสองออกท่วงท่าอยู่ข้างกันและพึมพำบางสิ่งกับจางฮีวอน
“ฉันคิดว่าการอยู่ที่นี่นานเกินไปคงจะไม่ดีต่อพวกเรา แม้แต่ยูจงฮยอค
ก็ยังทำตัวแปลกไป”
“…เอ๋”
“เขาไม่เคยเกณฑ์ทหารมาก่อน แต่เขากลับปรับตัวได้โคตรดี”
ผมดูยูจงฮยอคออกกำลังกายอย่างกระตือรือร้น มันมีเหตุการณ์หนึ่งที่
เกิดขึ้นในรอบที่ 144 ที่เขาบังเอิญได้รับการถ่ายทอด ‘เรื่องราวทหาร’
ของลีฮุนซึงและเสียสติไป
ถ้าเวลาผ่านไปมากกว่านี้ล่ะก็ เรื่องราวอย่าง ‘ทหารคลั่งยูจงฮยอค’ ก็
อาจจะถูกสร้างขึ้นก็ได้…
จางฮีวอนตอบ “ไม่ใช่ว่ามันก็ดีแล้วเหรอที่เขาปรับตัวได้เร็ว?”
“ใช่ เขาปรับตัวได้เร็ว แต่ปัญหาก็คือเขาจะปฏิบัติกับฉันได้แย่ขนาด
ไหน เขาอาวุโสสูงกว่า กองทัพทุกวันนี้เปลี่ยนไปมาก ฉันไม่อยากจะ
พูดถึงตอนฉันอยู่ในกองทัพเลย…”
“ทกจา นายก็แค่โมโหที่จงฮยอคไม่ได้เกฑณ์ทหารใช่ไหม? ฉัน
หมายถึง เขาถูกละเว้นใช่รึเปล่า?”
ผมตอบเธอด้วยท่าทีใจเย็น “…ช่างเถอะ สถานการณ์คงไม่แย่นักถ้า
พวกเราไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับส่วนนั้น ยังไงนี่ก็ยังเป็นดาวเคราะห์ออซอยู่”
[ปัจจุบัน กลุ่มดาวจำนวนมากกำลังให้ความสนใจกับสถานการณ์ที่
เกี่ยวข้อง!]
บางทีข่าวลือที่ว่าบริษัทของคิมทกจากำลังสร้างเรื่องราวที่น่าตื่นตะลึง
อีกอันคงจะได้แพร่ออกไปแล้วเพราะผู้ชมของช่องบียูได้เพิ่มขึ้น
ผมไม่แน่ใจ แต่เนบิวล่าที่กำลังเล็งเป้ามาที่พวกเราซึ่งอยู่นอกดาว
เคราะห์นั้นคงจะกำลังดูพวกเราอยู่ ถ้าพวกเขาไม่สามารถโจมตีพวก
เราได้ในทันที่ งั้นการใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ก็เป็นสิ่งที่ฉลาด
[กลุ่มดาวจำนวนมากได้เข้ามายังช่องที่เกี่ยวข้อง!]
[ชื่อเสียงของดาวเคราะห์ออซแพร่ไปทั่ว!]
[เรื่องราวใหม่ที่เกี่ยวข้องกับอวตาร ‘ลีฮุนซึง’ กำลังก่อตัวขึ้น!]
สิ่งที่แปลกก็คือกลุ่มดาวที่เพิ่งเข้ามาใหม่นั้นไม่ใช่กลุ่มดาวที่ผมรู้จัก อู
รีเอล เห้งเจีย มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ ดาบเล่มแรกแห่งโครยอ…
ผมมองไม่เห็นพวกเขาเลย
ผมบังเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา หรือว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขา?
[กลุ่มดาวส่วนหนึ่งเฝ้ารอการกลับมาของอวตาร ‘ลีฮุนซึง’ อย่างใจจด
ใจจ่อ!]
ผมจำเป็นต้องจบสถานการณ์ให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะได้รู้ว่ามันเกิดอะไร
ขึ้น แต่…
“มันจำเป็นต้องเคลียร์จริงๆ เหรอ?”
“ฮะ?”
จางฮีวอนไม่ตอบและมองไปยังลีฮุนซึง ในขณะที่อยู่ภายใต้การ
แนะนำของยูจงฮยอค เขาได้ออกท่วงท่าพร้อมกับใบหน้าเปื้อนเหงื่อ
บางทีเขาอาจจะทำได้ถูกต้องในคราวนี้เพราะยูจงฮยอคได้พยักหน้า
ให้กับเขา ลีฮุนซึงดูร่าเริง
[ตัวละคร ‘ลีฮุนซึง’ กำลังมีความสุข!]
“เพราะเขามักจะยึดติดกับคู่มือนั่นนี่อยู่เสมอ ฉันคิดว่าฮุนซึงเป็นทหาร
โดยกำเนิด”
ผมเห็นด้วยกับความเห็นของเธอ ดังนั้นผมจึงพยักหน้าตามไปด้วย
ภูมิหลังของลีฮุนซึงไม่ได้ถูกกล่าวถึงในเชิงลึกภายในหนทางเอาชีวิต
รอด
ชายที่ชื่อลีฮุนซึงที่ได้มีชีวิตและตายตามกฎของคู่มือ แต่ในความเป็น
จริงแล้วชายผู้นั้นกลับห่างไกลจากคู่มือยิ่งกว่าสิ่งใด
โลกนี้คือที่ๆ คู่มือของลีฮุนซึงมีชีวิตขึ้นมา
[ตัวละคร ‘ลีฮุนซึง’ ชอบที่นี่]
จางฮีวอนยิ้มออกมาอย่างไร้พลังและพูดด้วยนํ้าเสียงเศร้าๆ “บางที
การพาเขาไปจากที่นี่อาจจะเป็นการเห็นแก่ตัวเกินไป”
แน่นนอน ลีฮุนซึงอาจจะมีความสุขกว่าที่ได้อยู่ที่นี่แทนที่จะพเนจรอยู่
ภายในสถานการณ์อันเลวร้าย การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและสบายใจ
ภายในความทรงจำของเขาอาจจะเป็นชีวิตที่ดีกว่าสำหรับเขา
ครืน…
จากนั้นเอง พวกเราก็ได้ยินเสียงดังก้องออกมาอีกครั้ง
ในขณะที่ผมกำลังจะสบตากับจางฮีวอน ข้อความหลายๆ อันก็ปรากฏ
ขึ้น
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ‘ เข้าสู่ช่อง!]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ‘ เข้าสู่ช่อง!]
[กลุ่มดาว ‘ดาบเล่มแรกแห่งโครยอ‘ เข้าสู่ช่อง!]
กลุ่มดาวที่เคยหายไปได้กลับสู่ช่องพร้อมกัน แต่ก่อนที่ผมจะทันได้
ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น…
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ‘ พยายามเตือนคุณ…!]
เปรี้ยง!
[ข้อความทั้งหมดภายในช่องถูกระงับ]
…ข้อความหายไปซะก่อน
ผมเงยหน้าขึ้นมองบียูที่กำลังทำหน้าประหลาดใจ เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่
ฝีมือของเธอ… ถ้างั้นใครกัน?
เสียงดังกึงก้องแผ่ออกมาจากท้องฟ้าอีกครั้ง พร้อมกับเสียงดัง
สะเทือนสวรรค์ ท้องฟ้าที่อยู่ไกลออกไปเริ่มแตกออก
ครืนนนน
“…ทกจา”
บางสิ่งแปลกไปแล้ว
อูรีเอลอารมณ์ไม่ดีนัก
– บียูอยู่ไหนกัน?
เรื่องราวก่อนหน้านี้ของบริษัทของคิมทกจากำลังถูกออกอากาศอยู่บน
การถ่ายทอดสดดวงดาว แต่เธอก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับเรื่องพวกนั้น
ความคิดที่ถูกวางไว้ก่อนหน้านี้ของอูรีเอลเริ่มซับซ้อนมากยิ่งขึ้นกับ
ทุกๆ สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น ปัจจัยในการตัดสินใจของเธอกำลังวิ่งเข้าหาตัว
เธอจากเส้นโลกที่ 999 และเธอยังได้รับความทรงจำบางส่วนมาด้วย
「ข้าคือพันธมิตรของเจ้า ยูจงฮยอค ข้าจะจบสถานการณ์และแก้แค้น
ให้กับเจ้าให้ได้」
เธอรับรู้ถึงตัวตนในอีกเส้นโลก แต่เธอก็ไม่คาดคิดว่าจะได้พบเจอกับ
ประสบการณ์แบบนั้น
เส้นโลกแห่งการเสื่อมถอยรอบที่ 999
เธอทำอะไรลงไปในโลกนั้น?
[…อัѹค น่าโมโหจริงๆ ข้าไม่ได้อยากรู้เรื่องราวของโลกอื่น แค่การ
พยายามติดตามเรื่องราวของเด็กๆ ก็ยากพออยู่แล้ว]