มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 463
*
ท้องฟ้ากำลังแตกออก แต่เขากลับบอกว่าไม่เป็นไร?
ลีฮุนซึงไม่เข้าใจเลย กองทัพทั่วไปเป็นแบบนี้เหรอ?
「คิมทกจายิ้มออกมาอย่างเงียบๆ」
รอยยิ้มอันสงบนิ่งลอยอยู่บนใบหน้าของเขา
จ่าคิมทกจาคงจะพูดแบบนี้ “แม้แต่หัวหน้าก็จะบอกว่าไม่เป็นไร”
และก็จริง ไม่นานนักหัวหน้าก็ได้เรียกรวมทหารที่สนามฝึกและเริ่มพูด
ขึ้น
เธออาจจะมีร่างเล็ก แต่ถึงกระนั้นก็เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ เธอมองไปยัง
ทหารด้วยสีหน้าที่ไม่อาจอ่านได้และเปิดปากขึ้น “พลทหาร ฉันผิด
หวังในตัวนายจริงๆ”
คำเปิดที่ไม่คาดคิดทำให้ทหารเครียดขึ้นมา
“นายไม่อ่านนิยายตอนพัก”
ลีฮุนซึงลอบสะดุ้งอยู่ภายในใจ มันเป็นความจริง แม้แต่เมื่อวานเขาก็
ไม่ได้อ่านนิยายในตอนพัก แต่เลือกฝึกกับยูจงฮยอคแทน
“ดังนั้นฉันจึงกำลังคิดที่จะไปจากค่ายแห่งนี้”
ลีฮุนซึงงุนงงขึ้นมากับคำประกาศที่ไม่คาดคิด
…เธอจะไปแล้ว? เสียงฮึมฮำดังออกมาทั่ว
“และลีฮุนซึง”
เมื่อเขาได้สติกลับมา เธอก็มาอยู่ข้างๆ เขาแล้ว และมือของเธอก็แตะ
ไหล่ของเขาอยู่
“ครับผม!”
นี่คงจะเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นเธอใกล้ๆ ขนาดนี้ ชื่อและตำแหน่ง
ของเธอสามารถมองเห็นได้บนชุด
ร้อยเอกฮันซูยอง – นั่นคือตำแหน่งและชื่อของเธอ
「“นายจะอึ้งไปอีกนานแค่ไหน? เริ่มขยับได้แล้ว! นายอยากเห็นคิม
ทกจาเตะถังต่อไปอีกเหรอ?”」
ทำไมถึงเป็นแบบนี้? ชั่วขณะหนึ่ง ความเจ็บปวดจากความทรงจำ
แปลกๆ ได้กัดเซาะหัวสมองของเขา
อะไรกัน…?
“ดูสิ นายยืนบื้ออีกแล้ว”
“ครับผม”
หัวหน้าจ้องมาที่เขาด้วยสายตาที่ไม่สามารถอ่านได้ก่อนที่จะแตะแก้ม
ของเขาเบาๆ “นายต้องอ่านหนังสือให้มากเข้าไว้ โอเคไหม? นายหัว
ช้า ดังนั้นนายต้องอ่านหนังสือให้มาก แล้วนายจะเอาชีวิตรอดไปได้”
หัวหน้าฮันซูยองทิ้งคำพูดที่ไม่อาจเข้าใจได้ไว้และจากไป
*
สองวันหลังจากร้อยเอกฮันซูยองจากไป
รอยแยกบนท้องฟ้าก็เพิ่มมากยิ่งขึ้น มันเหมือนกับสัญญาณของวันสิ้น
โลกไม่มีผิด
“ลีฮุนซึง นายจำการฝึกเมื่อวานได้ไหม?”
เขามองกลับไปและพบว่ามันคือยูจงฮยอค
“ครับ! ผมจำได้ทุกอย่างครับ!”
“เติมนํ้าในโรงอาหารรึยัง?”
“เติมไปสองลิตรละครับ!”
ลีฮุนซึงรู้สึกกลัวขึ้นมาเล็กน้อยจากดวงตาอันคมกริบของเขา เขายัง
ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่พวกมันก็ยังดูน่ากลัวอยู่
“แล้วจรรยาบรรณของทหารล่ะ?”
“ผม ร-เรื่องนั้น ผมยัง…!”
ในช่วงเวลาที่เขาพูดแบบนั้นออกมา เขาก็ลอบอุทานอยู่ภายในใจ เขา
ต้องโดนดุแน่ๆ เขากลืนความกระวนกระวายลงไป และในขณะที่เขา
กำลังพยายามจะปิดตาลง เขาก็ได้ยินเสียงของยูจงฮยอค
“นายน่าจะจำได้ในไม่ช้า มันไม่ได้ยาวอะไรนัก”
“…เอ๋? อ่า ผมพูดผิดรึเปล่า ไม่ ผมยังไม่ได้…!
เกิดอะไรขึ้นกัน? เขาทำเรื่องผิดพลาดไป แต่ยูจงฮยอคกลับไม่ว่าเขา
ไม่ใช่แค่นั้น ดวงตาอันน่ากลัวคู่นั้นยังไม่ได้มีความโกรธอยู่เลยเมื่อ
พวกมันกำลังมองมาที่ลีฮุนซึง
“พรุ่งนี้ฉันต้องไปจากที่นี่แล้ว”
“…เอ๋ อะไรนะครับ?”
“ลีฮุนซึง นายไม่สามารถยึดติดคู่มือไปได้ทุกเรื่อง นายไม่อาจมองหา
คนมาช่วยนายได้ทุกเวลา”
ทำไมกัน?
ทำไมแผ่นหลังของจ่ายูจงฮยอคที่หันหลังให้กับเขาถึงได้รู้สึกคุ้นเคย
กับเขานัก?
“มันจะมีช่วงเวลาที่นายต้องตัดสินใจซึ่งไม่มีคำแนะนำอยู่ในคู่มือ”
คำพูดเหล่านั้นได้ถูกทิ้งไว้โดยยูจงฮยอค
*
สมาชิกของหน่วยเริ่มหายไปทีละคน คนแรกคือร้อยเอกฮันซูยอง จ่ายู
จงฮยอค ตามมาด้วยแพทย์สนามยูซานอา เมื่อเขารู้ตัว จ่าจางฮีวอน
ก็ได้กลายมาเป็นหัวหน้าหน่วยแล้ว (แม้ว่าสถานการณ์จะไม่สมเหตุสม
ผล แต่ลีฮุนซึงก็บอกตัวเองว่ามันช่วยไม่ได้เพราะมันเป็นเรื่องฉุกเฉิน)
ภารกิจประจำวันของลีฮุนซึงหลังจากการออกกำลังกายในตอนเช้า
และบ่ายก็คือการเดินตรวจค่ายหรือตามจ่าคิมทกจาไปยังห้องสมุด
ค่าย
“กองทัพทุกวันนี้มีนิยายเก็บไว้ด้วยเหรอ? ว้าว นี่เป็นหนังสือที่เก่า
จริงๆ”
คิมทกจารักหนังสือ อันที่จริง มันเหนือลํ้ายิ่งไปกว่าคำว่ารักซะอีก –
เขาคือชายที่ใช้เวลาทั้งวันไปกับการอ่านหนังสือ
ลีฮุนซึงนั่งอยู่ข้างๆ เขาและมองดูเขาพลิกหน้ากระดาษอย่างเงียบๆ
“นายอยากอ่านด้วยไหม?”
“เอ่อ ไม่ ไม่ครับ…”
ก่อนที่ลีฮุนซึงจะทันได้พูดจบ เสียงระเบิดดังกึกก้องก็บังเกิดขึ้นอีก
ครั้งจากท้องฟ้า
สีหน้าของคิมทกจาแข็งขึ้นเล็กน้อย
เสียงระเบิดดังขึ้นครั้งแรกเมื่อสี่วันก่อน ร้อยเอกฮันซูยองได้จากไป
เมื่อตอนนั้น และหลังจากเสียงระเบิดเมื่อสองวันก่อน จ่ายูจงฮยอคก็
หายไปด้วย
ลีฮุนซึงกระสับกระส่ายมากยิ่งขึ้น
“จ่าคิมทกจา”
“หืม?”
“จ่าเองก็จะไปด้วยไหม?”
ผู้คนทิ้งเขาไว้ข้างหลัง เขาสูญเสียบางสิ่งไปเรื่อยๆ
คิมทกจายิ้มออกมาเบาๆ “อาจจะนะ ฉันเองก็มีหน้าที่ ฉันคงต้องออก
ไปในไม่ช้า ฉันไม่ได้คิดที่จะอยู่ที่นี่ไปตลอดหรอก”
“…ผมเข้าใจ”
“นายเองก็อยากจะออกไปจากที่นี่ด้วยใช่ไหม?”
ลีฮุนซึงกำลังจะตอบว่า “ใช่ครับ” แต่จากนั้นดวงตาของเขาก็มอง
เห็นรั้วลวดหนามนอกหน้าต่าง พวกมันดูแข็งแกร่งและน่ากลัวมาก
ทำไมเขาถึงรู้สึกแบบนี้? เขารู้สึกกลัวที่จะต้องออกไปนอกรั้วนี้
“ผม…”
ถ้าเขาข้ามรั้วไปอย่างไม่ระวัง เขาต้องบาดเจ็บแน่ๆ อย่างไรก็ตาม
พวกมันก็คงจะกลายเป็นบาเรียคอยปกป้องเขาตราบใดที่เขาอยู่ข้าง
ใน
เมื่อเขาคิดแบบนี้ เขาก็รู้สึกว่าหัวใจของเขาสงบลง
ท้องฟ้ากำลังถล่มลงมา มันคือโลกภายนอกที่ไม่มีคู่มือเล่มไหนกล่าว
ถึง
เขาเบนสายตากลับไปและเห็นคิมทกจากำลังจ้องมาที่เขา ริมฝีปาก
ของคิมทกจาขยับขึ้นและลงราวกับว่าเขาต้องการจะพูดอะไรบาง
อย่าง แต่จากนั้น เขาก็ยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย “เฮ้ ถ้านายอยากจะ
ไป นายก็น่าจะอ่านหนังสือให้มากกว่านี้”
“…การอ่านหนังสือเยอะๆ จะช่วยลดเวลาประจำการลงไปได้เหรอ?”
ริมฝีปากของคิมทกจากระตุกหลังจากได้ยินคำถามนั้น “การอ่าน
หนังสือและเขียนรายงานอาจจะทำให้นายได้วันหยุด”
เขียนรายงาน?
“มันมีการประกวดเขียนรายงานในแผนกของพวกเรา ลองอ่านและฝึก
ดู ถ้านายชนะ นายก็จะได้วันหยุดเป็นรางวัล”
คิมทกจาชี้ไปยังป้ายประกาศงานประกวด และลีฮุนซึงก็ได้รู้เป็นครั้ง
แรกว่ามีของแบบนั้นอยู่
อ่า มันเป็นความจริง ถ้าเขาเขียนรายงาน เขาก็จะได้เวลาพัก
“ถ้าเขียนเสร็จ เอามาให้ฉันอ่านก็ได้นะ โอเคไหม?”
หลังจากเช้าวันนั้น จ่าคิมทกจาก็หายตัวไป
*
“เหลืออยู่กันแค่สองคนแล้ว ใครจะสนเรื่องงานกัน?”
จ่าจางฮีวอนบ่นเสียงดัง
ลีฮุนซึงยิ้มเจื่อนๆ และถอนหญ้าใกล้ๆ ฐาน “อืม พวกเราไม่รู้ว่าจะเกิด
อะไรขึ้น หัวหน้าอาจจะกลับมาอย่างกะทันหันก็ได้ และ…”
จางฮีวอนนั่งลงบนม้านั่งและเท้าคางลงบนแขนพร้อมกับดูลีฮุนซึง
ราวกับว่าเขาคือสิ่งมีชีวิตอันแปลกประหลาด
“นายชอบที่นี่เหรอ?”
ตามปกติเธอคงจะไม่ใช่นํ้าเสียงแบบนี้ อย่างไรก็ตาม นํ้าเสียงของเธอ
ก็ยังได้ล้วงความปรารถนาในส่วนลึกของเขาออกมาอยู่
บางทีมันอาจจะเป็นความปรารถนาที่ทำให้เขาต้องตอบไปตามตรงใน
คราวนี้
“ก็ทั้งชอบและไม่ชอบ”
สถานที่ที่เขาทั้งชอบและไม่ชอบ นั่นคือความประทับใจของลีฮุนซึงที่
มีต่อค่ายทหาร
“นอกจากนั้น มันยังไม่ต้องคิดอะไรเมื่ออยู่ที่นี่”
ใช่ – นั่นคือเหตุผลที่เขาเลือกกองทัพ
ในขณะที่เขาอยู่ที่นี่ เขาก็สามารถลืมเรื่องโลกภายนอก อาชีพ ภาระ
สายตาของคนอื่น และเรื่องครอบครัวได้
“…แต่เมื่อมาคิดดู ผมอาจจะชอบที่นี่ขึ้นมาก็ได้”
เขาชอบที่นี่จริงๆ งั้นเหรอ? เขาอธิบายได้อย่างไม่เต็มที่
「”ฉันชอบนาย“」
และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้หัวใจของเขาเจ็บปวดมากขนาดนี้เหรอ?
จ่าจางฮีวอนที่กำลังมองมาที่เขาพูดขึ้นมาในทันใด “ถ้าอย่างนั้น นาย
ก็อยู่ที่นี่ซะลีฮุนซึง รอจนกว่าพวกเราจะกลับมาละกัน”
เขาไม่อาจตอบกลับไปได้
เพราะเขาได้ยินสิ่งที่เธอพูดชัดเจน
“พวกเราจะปกป้องโลกของนายเอง”
ในช่วงเวลาที่เขาต้องการจะพูดอะไรบางอย่างออกไป ลำแสงเจิดจ้าก็
สาดเทลงมาจากท้องฟ้า และจางฮีวอนก็หายตัวไปจากสายตาของ
เขา
ครืน…
ก่อนที่จะมีคนสังเกตเห็น รอยแตกบนท้องฟ้าก็กลืนกินท้องฟ้าไปครึ่ง
หนึ่งแล้ว
และลีฮุนซึงก็เหลืออยู่คนเดียว
*
ฉันทำอะไรอยู่กัน?
ที่นี่คือค่ายทหารจริงๆ เหรอ?
กองทัพที่ฉันรู้จักคือ…
ลีฮุนซึงทำภารกิจประจำวันซํ้าๆ และปกป้องค่ายที่ไม่มีใครอยู่ เขาตื่น
ขึ้นมาในเวลาเดิมๆ และทำกิจกรรมต่างๆ ไปเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่มีอะไรให้ทำอีก เขาถอนหญ้าที่อยู่รอบๆ ค่าย
ไปหมดตั้งแต่เมื่อวานแล้ว
“…เขียนรายงาน”
เขานึกถึงคำพูดของคิมทกจาขึ้นมา
ลีฮุนซึงเดินไปยังห้องสมุด ราวกับว่าจะบอกให้โลกรู้ว่าคิมทกจาเคย
อยู่ที่นี่ มันมีกองหนังสืออยู่กองหนึ่ง
เขาเอื้อมมือออกไปหาหนังสือบนกองพร้อมกับสัมผัสได้ถึงความรู้สึก
แปลกๆ นี้ หนังสือช่างดูคุ้นเคยซะจริง
「พ่อมดแห่งออซ เวอร์ชั่น 999」
แม้ว่าเขาจะเคยได้ยินชื่อหนังสือมาจากที่ไหนสักแห่ง แต่เขาก็ไม่เคย
อ่านมันมาก่อน ลีฮุนซึงเปิดหนังสือและเริ่มอ่านประโยคแรก
「ทหารกระป๋องผู้หวาดกลัวการมีหัวใจ」
ทหารกระป๋อง? มันคงจะเป็นตัวเอกของพ่อมดแห่งออซ เขาพลิกไป
ยังหน้าต่อไป
「สหายคนแรกที่ทหารกระป๋องพบคือชายผู้น่ากลัว ทหารกระป๋อง
เรียกเขาว่า ‘หัวหน้า’」
ในช่วงเวลาที่เขาอ่านถึงบรรทัดนี้ เขาก็ปวดหัวขึ้นมา หัวหน้า?
「จากนั้นทหารกระป๋องก็กลายเป็นสหายกับนางฟ้าผู้งดงาม เมื่อ
นางฟ้าคนนั้นโกรธขึ้นมา เธอก็มักจะกลายร่างเป็นปีศาจอยู่บ่อยๆ」
ด้วยเหตุผลบางอย่าง หัวใจของเขาเจ็บปวดขึ้นมาเมื่อเขาอ่านประโยค
เหล่านี้
「ทหารกระป๋องกลายเป็นสหายกับนักรบที่สวมเกราะหนา นักรบที่ใช้
ดาบของเขาทดสอบความแข็งแกร่งของทหารกระป๋องอยู่บ่อยๆ」
ทำไม ทำไมมันถึงรู้สึกเหมือนกับว่าคำอธิบายนี้กลับมามีชีวิตอยู่ตรง
หน้าของเขา?
「ทหารกระป๋องกลายเป็นสหายกับมังกรที่พ่นเปลวเพลิงอันน่า
หวาดหวั่นออกมา มังกรที่บางครั้งก็ทำตัวน่ารำคาญ」
แต่ฉันไม่เคยพบกับคนแบบนี้มาก่อนหนิ?
「และจากนั้น ราชาปีศาจตนหนึ่งที่มาจากอีกโลกก็ได้ช่วงชิงสิ่งที่
ลํ้าค่าที่สุดสำหรับพวกเขาไป」
ทุกๆ ครั้งที่เขาอ่านข้อความ ความรู้สึกอันปั่นป่วนทุกรูปแบบและเสียง
กรีดร้องต่างๆ นานาจะดังขึ้น เขาไม่คุ้นเคยกับภาพเหล่านั้นเลย แต่ถึง
กระนั้น ร่างทั้งร่างของลีฮุนซึงก็สั่นไหว
เขาไม่อาจเข้าใจมันได้ เขาไม่อาจเข้าใจเรื่องราวนี้ได้
เขาไม่เข้าใจถึงสิ่งที่ผู้เขียนกำลังพยายามจะสื่อ
ที่แย่ยิ่งกว่านั้น เขาไม่อาจเข้าใจได้ว่าทำไมถึงมีนํ้าตาไหลลงมาจาก
ดวงตาของเขา
「และตอนจบของเรื่องราวนี้ ทหารกระป๋องก็ตระหนักได้ว่าความเจ็บ
ปวดในหัวใจของเขาคืออะไร」
「ความเจ็บปวดนั้นค่อยๆ กลายเป็นหัวใจของเขาในที่สุด」
ในทันทีที่เขาอ่านถึงบรรทัดนี้ ลีฮุนซึงก็จำได้
เขาเองก็เคยมีสหายแบบพวกเขา
「“ฉันชอบฟังเรื่องราวของนายนะลีฮุนซึง เมื่อโศกนาฏกรรมทั้งหมด
จบลงและเรื่องราวของพวกเขาไม่ได้เป็นสถานการณ์อีกต่อไป”」
สหายคนแรกคือคนที่สุภาพและอบอุ่น ทุกๆ คนต่างพากันติดตามเขา
「“ถึงกระนั้น ความปลอดภัยของทุกคนก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด”」
สหายคนที่สองเป็นคนใจดี ทุกๆ คนเชื่อมั่นว่าคำพูดของเธอถูกต้อง
เสมอ
「”ไม่ เดีѺยวก่อน มันสำคัญกว่าที่ทุกคนจะรอดไปได้ แต่ว่ามันจะต้อง
แลกด้วยคนสักคน แต่คนนั้นก็ต้องเป็นคิมทกจา ไอ้งั่งนั่นรู้วิธีกลับมา
จากความตายอยู่แล้ว“」
สหายคนที่สามเป็นคนฉลาด ทุกๆ คนคิดว่าแผนการของเธอจะประสบ
ความสำเร็จอยู่เสมอ
「”ไม่มีใครต้องตาย ฝากที่นี่ไว้ให้ฉันจัดการเอง“」
สหายคนที่สี่เป็นคนที่แข็งแกร่ง ทุกคนสามารถไว้ใจเขาได้
「”นายก็รู้ ฮุนซึง ถ้าฉันลืมนายล่ะก็…“」
และสหายคนที่ห้า…
「”…งั้นก็ฆ่าฉันซะ“」
ความทรงจำของเขาย้อนกลับคืนมา และหัวใจของเขาก็เริ่มเต้นอย่าง
ช้าๆ อย่างช้าๆ แต่ก็ด้วยความรู้สึกที่เด่นชัด การเต้นแต่ละครั้งได้ยํ้า
เตือนว่าพวกมันกำลังเจ็บปวด
เขาลืมเรื่องพวกนี้ไปได้ยังไง?
ลีฮุนซึงกำหมัด ร่างของเขาสั่นไหว เขาไม่ควรจะอยู่ที่นี่
เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้านอกหน้าต่าง รอยแตกบนท้องฟ้าปกคลุม
ทั่วทั้งท้องฟ้าแล้ว มันชัดเจนแล้วว่าสหายของเขาหายไปไหน
พวกเขาออกไปเพื่อปกป้องโลกใบนี้ที่เขาติดอยู่ข้างใน ทุกคนกำลัง
เผชิญหน้ากับหายนะที่เกาหลีเหนือไม่อาจเทียบชั้นได้เลย
「ลีฮุนซึงคิดกับตัวเอง ‘ฉันครอบครองพลังแบบนี้เหรอ?’」
[กลุ่มดาว ‘เจ้านายแห่งโลหะ’ กำลังมองมาที่คุณ]
ผู้สนับสนุนของเขากำลังมองมาที่เขา
เปรี้ยง เปรี้ยงงงง!!
อย่างไรก็ตาม บางสิ่งที่สัมผัสได้ก็แตกต่างออกไปจากเดิม มันคงจะ
เป็นผู้สนับสนุนของเขา แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงความแตกต่างบางอย่าง
ในสายตาคู่นั้น
[กลุ่มดาว ‘เจ้านายแห่งโลหะ’ ถามว่าคุณกำลังเจ็บปวดเหรอ]
ลีฮุนซึงพยักหน้า
「อารมณ์นี้ หัวใจนี้ ฉันปรารถนาที่จะปกป้องมัน」
เขากลัว กลัวว่าจะลืมช่วงเวลานี้ไปอีก กลัวว่าหัวใจของเขาจะหยุด
เต้นอีก กลัวว่าทุกสิ่งจะหายไป
จากนั้นผู้สนับสนุนของเขาก็พูดกับเขา [[เจ้าสามารถปกป้องมันได้]]
เสียงของเขาดังก้องราวกับเหล็กที่ถูกหลอมมานับหมื่นปี
[[อย่างไรก็ตาม เจ้าอาจจะต้องตกลงสู่ความทรมานไปชั่วนิรันดร์
เพราะผลที่ตามมาจากความล้มเหลวในการปกป้องมัน]]
“ถึงกระนั้นมันก็ไม่เป็นไร มันยังดีกว่าการไม่มีโอกาสได้ปกป้อง”
เขาคุ้นเคยกับสิ่งที่เขาสูญเสียไปแล้ว ส่วนที่สำคัญที่ไม่อาจปล่อยให้
หลุดมือไปได้อีก
[[นามของเจ้าคือจักรพรรดิดาบเหล็ก]]
เขาเห็นรั้วลวดหนามที่อยู่ห่างออกไปกำลังพังทลายลง โลกแห่งคู่มือ
ที่เขาปกป้องกำลังหายไป
ลีฮุนซึงก้าวออกไปข้างหน้า ก้าวออกไปหาเรื่องราวของตัวเอง
*
“ทกจา”
พวกเรากำลังปกป้องออซที่กำลังพังทลายลงมา
ด้วยการเสื่อมถอยของเรื่องราวของเจ้านายแห่งโลหะและพ่อมดแห่
งออซ ระบบป้องกันทางอากาศของออซกำลังพังทลายลง
ผมเห็นยานอวกาศนับร้อยลำกำลังล้อมออซไว้ พวกเราแบ่งปันความ
แข็งแกร่งของพวกเราและปกป้องดาวเคราะห์จากกองทัพนั้น
ถึงกระนั้น พวกเราก็มาถึงขีดจำกัดของพวกเราแล้ว
อีกฝ่ายอาศัยการโจมตีระยะไกลจากเรือรบเป็นหลัก วิธีการเดียวที่
พวกเราใช้ป้องกันได้คือมังกรเต่าของลีจีฮเย และมังกรคิเมร่าของชิน
ยูซอง
ปัญหาก็คือทั้งเรือรบของลีจีฮเยและมังกรของชินยูซองต่างก็เพิ่งฟื้น
ตัวขึ้นมาจากความเสียหายในช่วงสงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ
พวกเรามาเพื่อแก้ปัญหา แต่นี่…
“การป้องกันทางอากาศจะใช้การไม่ได้แล้ว!”
พวกเราพร้อมสู่ศึกสุดท้ายแล้ว
จางฮีวอนถาม “ยังติดต่อกลุ่มดาวอื่นไม่ได้เลยเหรอ?”
“มันต้องมีเรื่องแย่ๆ เกิดขึ้นแน่”
มันเป็นไปได้ว่าที่คนพวกนี้กำลังโจมตีพวกเรานั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
ด้วย
ฮันซูยองพึมพำออกมาเสียงดัง “นายจะไม่เสียใจจริงๆ เหรอ? พวกเรา
ควรทำแบบนี้จริงๆ เหรอ?”
ผมพยักหน้า “ลีฮุนซึงต่อสู้อยู่ในแนวหน้าเพื่อพวกเรามาเสมอ มันเป็น
ตาของพวกเราที่ต้องตอบแทนเขาบ้าง”
เหล่าสหายเห็นด้วยกับผม
ยูจงฮยอคอยู่บนอาคารที่สูงที่สุดบนดาวเคราะห์ ในขณะที่จางฮีวอน
กำลังปลดปล่อยสถานะอันทรงพลังที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร
「พวกเราเชื่อในตัวลีฮุนซึง」
ผมไม่มั่นใจว่าพวกเราจะซื้อเวลาได้มากแค่ไหน แต่ถึงกระนั้นผมก็
ทำได้เพียงแค่ภาวนาให้มันพอสำหรับลีฮุนซึง
“มาแล้ว!”
ตู้ม!!
ยานอวกาศนับร้อยลำในระยะไกลได้สาดเปลวเพลิงออกมาโดยพร้อม
เพรียงกัน กระสุนเวทมนตร์ของพวกเขาเพียงพอที่จะถล่มดาวเคราะห์
ทั้งดวง
พวกเราพากันปลดปล่อยสถานะทั้งหมดของพวกเราออกมา พวกเรา
จำเป็นต้องต้านทานคลื่นการโจมตีนี้ให้ได้
หลังจากรวบรวมพลังเวทมนตร์ทั้งหมดของพวกเรา…
อึดใจต่อมา
ลำแสงสีเงินอันยิ่งใหญ่ก็เข้าโอบล้อมโลกทั้งใบในทันใด
บาเรียป้องกันอันทรงพลังที่ก่อกำเนิดขึ้นจากโลหะเรื่องราวได้แพร่ไป
ทั่วท้องฟ้า ผ่านบาเรียกึ่งโปร่งใส ผมเห็นปลอกกระสุนจากยานอวกาศ
ระเบิดออกมาอย่างไร้พลัง
“การถูกทิ้งให้อยู่ที่นี่คนเดียวไม่สนุกเอาซะเลย”
นี่ไม่ใช่เรื่องราวของพ่อมดแห่งออซ ไม่ มันเป็นเรื่องราวโฉมใหม่ที่
แตกต่างออกไปจากต้นฉบับ
「ในโลกใบนั้น เขาถูกเรียกขานว่าจักรพรรดิดาบเหล็ก」
ครืน!!
ผมรู้สึกหนาวสันหลังขึ้นมา
ไอนํ้าปกคลุมไปทั่วดาวเคราะห์ โลหะแผ่ขยายออกไปเหมือนกับกิ่ง
ก้านของต้นไม้และเริ่มปกคลุมพื้นผิวของดาวเคราะห์
นี่คือโลหะที่แข็งแกร่งที่สุดในการถ่ายทอดสดดวงดาว โลหะเรื่องราว
เพียงอันเดียวที่สามารถต่อกรกับอาวุธอันน่าพรั่นพรึงของกลุ่มดาว
ระดับเทวะได้
[กลุ่มดาวจำนวนมากตกตะลึงกับขนาดของเรื่องราวนี้!]
และมันคืออักขระที่ทรงพลังพอที่จะปกคลุมทั้งดาวเคราะห์ด้วยโลหะ
นั้น นั่นคือระบบป้องกันทางอากาศที่ดาวเคราะห์ออซภาคภูมิใจ
‘โลหะสุดท้าย’
ชายที่ผมคุ้นเคย ชายที่สูงยิ่งกว่ายูจงฮยอคและมีร่างกายที่หนักแน่น
ยิ่งกว่า
ดวงดาวบนฟากฟ้ากำลังสั่นไหว
[กลุ่มดาวจากเนบิวลา ‘พาไพรัส’ ตกตะลึงกับการคืนชีพของ ‘เจ้า
นายแห่งโลหะ’!]
และในตอนนี้มันก็เป็นเวลาสำหรับการโจมตีสวนกลับแล้ว
[คุณได้กลายเป็นมหาโดเกบิ]
[คุณสามารถเข้าร่วมใน ‘การลงคะแนนเสียงสุดท้าย’ ของมหาโดเกบิ
ได้แล้ว]
บีฮยองมองไปยังข้อความและกะพริบตาอย่างช้าๆ รูปลักษณ์ของเขา
เปลี่ยนไปมากนับตั้งแต่พบกับราชาโดเกบิ เขามีร่างกายเหมือนมนุษย์
เหมือนกับบารัมโดยมีหนังเสือขาวพาดอยู่บนไหล่และเขาสีเหลือง
สามเขาที่เปล่งพลังแห่งเรื่องราวอยู่บนหัว
เขาได้กลายเป็น ‘มหาโดเกบิ’ เต็มตัวแล้ว
[ข้าจะยึดมั่นในวิถีของข้า บารัม]
[เจ้าคิดที่จะไปหาพวกเขาเหรอ?]
บีฮยองไม่ตอบ
แต่บารัมก็พูดต่อ [โดเกบิทุกคนต้องค้นหาเรื่องราวสุดท้ายของตัวเอง
เมื่อจุดจบของเวลาใกล้เข้ามา แม้ว่าพวกเขาจะตายเพราะต้องบอก
เล่าเรื่องราวนั้นก็ตาม]
[…..]