มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 464
[คุณได้กลายเป็นมหาโดเกบิ]
[คุณสามารถเข้าร่วมใน ‘การลงคะแนนเสียงสุดท้าย’ ของมหาโดเกบิ
ได้แล้ว]
บีฮยองมองไปยังข้อความและกะพริบตาอย่างช้าๆ รูปลักษณ์ของเขา
เปลี่ยนไปมากนับตั้งแต่พบกับราชาโดเกบิ เขามีร่างกายเหมือนมนุษย์
เหมือนกับบารัมโดยมีหนังเสือขาวพาดอยู่บนไหล่และเขาสีเหลือง
สามเขาที่เปล่งพลังแห่งเรื่องราวอยู่บนหัว
เขาได้กลายเป็น ‘มหาโดเกบิ’ เต็มตัวแล้ว
[ข้าจะยึดมั่นในวิถีของข้า บารัม]
[เจ้าคิดที่จะไปหาพวกเขาเหรอ?]
บีฮยองไม่ตอบ
แต่บารัมก็พูดต่อ [โดเกบิทุกคนต้องค้นหาเรื่องราวสุดท้ายของตัวเอง
เมื่อจุดจบของเวลาใกล้เข้ามา แม้ว่าพวกเขาจะตายเพราะต้องบอก
เล่าเรื่องราวนั้นก็ตาม]
[เรื่องราวที่เจ้ากำลังจะไปตามหามีอัตราการชนะที่ตํ่ามากๆ]
[ข้ารู้]
[ไม่ใช่แค่นั้น พวกเขายังเป็นศัตรูกับสำนักงานและมหาโดเกบิคนอื่น
อีกจำนวนหนึ่งด้วย]
[เรื่องนั้นข้าก็รู้]
มันไม่มีโดเกบิคนไหนที่ไม่รู้ว่าการเป็นศัตรูกับสำนักงานในการ
ถ่ายทอดสดดวงดาวหมายถึงอะไร
[ถึงกระนั้นข้าก็อยากเห็นตอนจบของโลกใบนี้ด้วยเรื่องราวนั้น]
บีฮยองเลือกเรื่องราวสุดท้ายของเขา
*
“ทกจา”
“นายออกมาสนุกกับวันพักร้อนงั้นเหรอ?”
“ไม่เอาน่า ฉันบอกแล้วไง มันไม่ใช่พักร้อน แต่เป็นการปลดประจำ
การ”
“งั้นปลดประจำการจริงๆ ไหม?”
“ใช่” ลีฮุนซึงยิ้มกว้าง “ฉันไม่ใช่ทหารอีกแล้ว”
ผมเห็นเรื่องราวสีเงินรั่วไหลออกมาจากร่างทั้งร่างของเขา เมื่ออ่าน
ประโยคเปิดของนิยายบางเรื่อง คุณก็พอจะรู้ว่ามันจะเป็นยังไง
「สีเงินอันเด็ดเดี่ยว เจตจำนงอันแน่วแน่ อารมณ์ที่ทอดผ่านกาลเวลา
อันนานแสนนาน」
ย้อนกลับไป ณ เกาะแห่งการกลับชาติมาเกิด หนึ่งหมัดคงกระพันยูโฮ
ซองได้เคยกล่าวไว้ – เพื่อที่จะปกครองเรื่องราว มันจำเป็นที่จะต้อง
เข้าใจมันก่อน อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าใจมนุษย์คนอื่น
อย่างเต็มที่ นอกจากนั้นมันก็ยังเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าใจเรื่องราวได้
อย่างเต็มที่เหมือนกัน
「สิ่งที่พวกเราต้องทำแทนคือการตีความในแบบของพวกเราเอง」
ถ้าอย่างนั้น นี่ก็คือคำตอบที่ลีฮุนซึงได้รับมา
[เรื่องราว ‘ผู้ปกครองแห่งโลหะ’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
นั่นคือแก่นเรื่องราวที่เจ้านายแห่งโลหะครอบครอง ความจริงที่เขา
สามารถใช้มันได้หมายความว่าลีฮุนซึงไปถึงขั้นสุดท้ายของการแปลง
ร่างโลหะแล้ว
“ฉันไม่ได้เขียนรายงาน แต่ฉันก็ยังเข้าใจว่าทำไมนายถึงบอกให้ฉัน
อ่านหนังสือ ทกจา” ลีฮุนซึงกล่าวก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นนํ้าเสียงที่
ระมัดระวังมากยิ่งขึ้น “นั่นอาจจะเป็นเรื่องราวจากเส้นโลกการเสื่อม
ถอยรอบที่ 999 ใช่ไหม?”
ผมประหลาดใจนิดหน่อย ไม่น่าเชื่อเลยว่าเขาจะคิดไปได้ขนาดนี้
“ฉันคิดว่ามันอาจจะเป็นแบบนั้น”
“แต่ทำไมเรื่องราวที่ถูกแปลงเป็นพ่อมดแห่งออซ…?”
จากความเข้าใจของผม เรื่องราวที่เป็นรากฐานของออซคือพ่อมดแห่
งออซ อย่างไรก็ตาม เรื่องราวที่สร้างรากฐานของมันนั้นมีการ
เปลี่ยนแปลงไป
ไม่ใช่แค่นั้น สำหรับเรื่องราวจากรอบที่ 999…
ผมไม่แน่ใจว่าทั้งหมดนี้หมายความว่ายังไง แต่ถึงกระนั้นผมก็พอจะ
คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ความหมายของการเปลี่ยนแปลงพื้นฐาน
แห่งเรื่องราวนั้นค่อนข้างชัดเจน
[ผู้สนับสนุนของอวตาร ‘ลีฮุนซึง’ กำลังมองมาที่คุณ]
ผมอาจจะไม่ได้สังเกตความเปลี่ยนแปลงอันเล็กน้อยจากสายตาคู่นั้น
ถ้ามันเป็นในอดีต มันไม่ใช่กลิ่นอายเดียวกับเจ้านายแห่งโลหะที่ผม
รู้จัก ผมเบนสายตาไปหาหอคอยหยกที่มีแท่นบูชาตั้งอยู่ และจากนั้นก็
นึกถึงดาบเหล็กเล่มโตที่ผมเห็นในห้องรับแขก
“ลุงฮุนซึง!”
สหายของพวกเราที่เตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีของศัตรูวิ่งเข้ามา
หาพวกเรา
“ลุงฮุนซึง! โอเคนะ?”
ชินยูซองและลีกิลยังกระโดดคว้าแขนของลีฮุนซึงไว้แน่น
ยูจงฮยอคตามหลังมาและพึมพำออกมา “ดูเหมือนว่านายจะกลับมา
ได้อย่างปลอดภัย”
ทั้งยูซานอาและฮันซูยองก็ร่วมวงด้วย
“ยินดีด้วยนะกับการปลดประจำการ”
“ถ้านายอยากได้หัวหน้าอีกก็บอกฉันได้เลย”
คนสุดท้ายที่วิ่งเข้ามาคือจางฮีวอน เธอหยุดลงห่างออกไปสิบเมตร
และในขณะที่ริมฝีปากของเธอกระตุก เธอก็จ้องมายังทิศทางนี้
ลีฮุนซึงยิ้มให้เธอ “ฮีวอน”
ผมเริ่มสงสัยว่าผมควรจะออกไปจากที่นี่ก่อนไหม แต่คนที่แก้ไขภาวะ
ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั้นได้ก็คือคนที่ไม่คาดคิดเอาซะเลย
“เฮ้ ทุกคน! เอาไว้ค่อยมาระลึกความหลังกัน! มันยังไม่จบ!”
ลีจีฮเยตะโกนออกมาในขณะที่เธอเรียกมังกรเต่าในอากาศ
เธอพูดถูก เนบิวลานอกดาวเคราะห์ยังไม่ถอนกำลังออกไป ไม่ แทนที่
พวกเขาจะถอย จำนวนยานอวกาศกลับค่อยๆ เพิ่มขึ้น ในหมู่พวกมันมี
ยานอวกาศที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำลายดาวเคราะห์และใช้ในสงคราม
ระหว่างเนบิวลาอยู่ด้วย
“ไม่ต้องห่วง ฉันจัดการเอง” ลีฮุนซึงกล่าวออกมาในขณะที่เขาก้าว
ไปข้างหน้า
แน่นอน พวกเขายังคงสาดการโจมตีเข้าใส่พวกเราจากภายนอก แต่
บาเรียของออซก็ยังคงแข็งแกร่ง เหมือนอย่างที่ผมเคยพูดไว้ ความ
แข็งแกร่งของเจ้านายแห่งโลหะภายนอกออซแทบจะเทียบได้กับกลุ่ม
ดาวระดับเทวะเลย…
เปรีѹยะ…
เสียงอันเป็นลางไม่ดีดังออกมาจากที่ไหนสักแห่งพร้อมกับกลิ่นเหม็น
ที่เหมือนกับบางสิ่งไหม้เกรียม
ผมเงยหน้าขึ้นและเห็นว่าบาเรียกำลังถูกอาบด้วยประกายแสงเจิดจ้า
มันมีบางสิ่งกำลังหลอมละลายโลหะของลีฮุนซึง
[กลุ่มดาว ‘ดวงตะวันยามเที่ยง’ กำลังจ้องมายังดาวเคราะห์ออซ]
จากนั้นเองผมก็สัมผัสได้ว่าร่างของลีฮุนซึงแข็งขึ้นมาเป็นอย่างมาก
เขาได้ปกป้องดาวเคราะห์ทั้งดวงแทนพวกเรา ดังนั้นมันก็ไม่ต้อง
สงสัยเลยว่าเขาต้องใช้สถานะเป็นจำนวนมากไป แม้ว่าเขาแทบจะอยู่
ในระดับเดียวกันกับกลุ่มดาวระดับเทวะ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า
เขาจะเทียบได้กับกลุ่มดาวในระดับนั้น
ผมวางมือลงไปบนไหล่ของเขา อาการสั่นของเขาลดลงนิดหน่อย
หลังจากได้รับส่วนแบ่งความเป็นไปได้ของเนบิวลา มันไม่ควรมีใคร
ต้องต่อสู้เพียงลำพังเพียงเพราะเขาแข็งแกร่งขึ้นนิดหน่อย เพราะพวก
เราคือเนบิวลาเดียวกัน
“…ดูเหมือนว่าบอสใหญ่จะปรากฏตัวแล้วนะ”
ผมรู้จักเจ้าของคำขยาย ‘ดวงตะวันยามเที่ยง’ ตามปกติแล้วหมอนั่น
ไม่ควรจะมาที่นี่ได้
มันคือกลุ่มดาวระดับสุดยอดแห่งเนบิวลาพาไพรัส และการที่เขามาที่
นี่ด้วยตัวเองก็หมายความว่า…
[กลุ่มดาว ‘ดวงตะวันยามเที่ยง’ ได้เปิดเผยเจตจำนงของมันต่อการ
ถ่ายทอดสดดวงดาว]
…เขาไม่ได้ต้องการจะซ่อนความตั้งใจที่แท้จริงอีก
[เนบิวลา ‘พาไพรัส’ เปิดเผยความเป็นศัตรูต่อเนบิวลา ‘บริษัทของคิม
ทกจา’]
[สองเนบิวลาที่ถูกบันทึกไว้ในฐานะผู้ท้าชิง ‘เรื่องราวหนึ่งเดียว’
ปะทะกัน!]
สีหน้าของเหล่าสหายแข็งขึ้นหลังจากได้รับข้อความที่ไม่เคยเห็นมา
ก่อน
[เนบิวลา ‘พาไพรัส’ ประกาศสงครามระหว่างเนบิวลาต่อเนบิวลา
‘บริษัทของคิมทกจา’]
มันหาได้ยากมากในการถ่ายทอดสดดวงดาวที่มหาเนบิวลาจะประกาศ
สงครามกับคนอื่นอย่างเป็นทางการ เพราะสงครามระหว่างเนบิวลาไม่
เคยนำผลลัพธ์ที่ดีมายังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเลย มันจะต้องมีเหตุผลที่
พวกเขาประกาศสงครามแม้จะรู้ความจริงนั้นก็ตาม
[เงื่อนไขในการเปิดใช้งานสถานการณ์หลัก (จำกัด) บรรลุผล]
[สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องจะถูกปรับใช้กับเนบิวลาที่เป็นผู้ท้าชิง ‘เรื่อง
ราวหนึ่งเดียว’]
+
[สถานการณ์หลัก #98 – สงครามคัดเลือกผู้ท้าชิง (จำกัด)]
ประเภท: หลัก
ความยาก: ???
เงื่อนไขการเคลียร์: เนบิวลาทั้งหมดที่ถูกบันทึกไว้ใน ‘เรื่องราวหนึ่ง
เดียว’ สามารถเข้าร่วมในสงครามระหว่างเนบิวลาได้อย่างอิสระ มัน
สามารถประกาศสงครามได้แบบไม่มีบทลงโทษ และการร้องขอ
พันธมิตรหรือการสนับสนุนระหว่างเนบิวลาก็สามารถทำได้อย่างเต็มที่
การได้รับชัยชนะในสงครามคัดเลือกผู้ท้าชิงนี้จะทำให้คุณได้รับความ
สนใจจากการถ่ายทอดสดดวงดาว และแต้มต่อของคุณในการถูก
เลือกเป็น ‘เรื่องราวหนึ่งเดียว’ จะเพิ่มขึ้น
จำกัดเวลา: –
รางวัล: เพิ่มระดับของเนบิวลา, ได้รับเรื่องราวระดับเทวะที่เกี่ยวข้อง
กับสงครามระหว่างเนบิวลา
ความล้มเหลว: ลดระดับของเนบิวลา, ถูกถอดถอนคุณสมบัติสำหรับ
สถานการณ์สุดท้าย
+
…ผมรู้
[ปัจจุบัน เนบิวลาของคุณอยู่ในสงครามกับ ‘พาไพรัส’!]
[โปรดเอาชนะหัวหน้าของศัตรู]
[คุณจะได้รับคะแนนชัยชนะถ้าคุณชนะในสงครามที่เกี่ยวข้อง]
เหล่าสหายที่ดูตึงเครียดมารวมตัวกันรอบๆ ผม ความเป็นปรปักษ์ที่
หนักหน่วงยิ่งกว่าครั้งไหนที่พวกเราเคยรู้สึกในอดีตเข้าโอบล้อมรอบ
ดาวเคราะห์
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น‘ กำลังจ้องมองไปยังเนบิวลา
‘พาไพรัส’]
พวกเราเคยต่อสู้กับเนบิวลาใหญ่มาสองครั้งในอดีต
ในตอนกิแกนโทมาเคีย พวกเราได้ต่อสู้กับโอลิมปัส และในตอน
บันทึกการเดินทางสู่ตะวันตก พวกเราได้ต่อสู้กับจักรพรรดิ
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวในคราวนี้แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ข้อจำกัดเรื่องความเป็นไปได้ในช่วงกิแกนโทมาเคียหนักหนามากจน
กลุ่มดาวไม่อาจใช้พลังได้เต็มที่ ในขณะที่ตอนบันทึกการเดินทางสู่
ตะวันตก เห้งเจียและสมาชิกผู้ตัดสินได้ให้พวกเรายืมพลังและความ
เป็นไปได้ของพวกเขา
แล้วตอนนี้ล่ะ?
[เรื่องราว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน]
มันมีเนบิวลาไหนจะมาช่วยพวกเรา?
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน]
ทุกคนกำลังมองมาที่ผม
ทุกคนดูเหมือนจะตัดสินใจแล้ว ดวงตาของพวกเขาเป็นเครื่องพิสูจน์
ว่าพวกเขารู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นและสมรภูมิใหม่ของพวกเขาคือที่ไหน
“ไปกันเถอะ”
คงไม่มีใครมาช่วยพวกเรา
ผมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าและพูดขึ้นมา “พวกเราไม่ได้อ่อนแออีกต่อ
ไปแล้ว เปิดท้องฟ้าได้ ฮุนซึง”
ลีฮุนซึงพยักหน้า
[อวตาร ‘จางฮีวอน’ ร้องขอการเปิดใช้งาน ‘เวลาพิพากษา’!]
จางฮีวอนชักดาบออกมาก่อน ดาบแห่งการพิพากษาถูกโอบล้อมไป
ด้วยออร่าสังหารเทพเจ้า
[อวตาร ‘ลีฮุนซึง’ เห็นด้วยกับการพิพากษา]
โลหะหลอมของลีฮุนซึงเข้าโอบล้อมอุปกรณ์ของเหล่าสหาย นี่คือ
‘สัตย์สาบาน’ ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกที่จะคอยปกป้องสหายอันลํ้าค่า
ของเขา
[อวตาร ‘ลีจีฮเย’ เห็นด้วยกับการพิพากษา]
โลหะเรื่องราวสีเงินปักหลักลงบนมังกรเต่าของลีจีฮเย
[อวตาร ‘ชินยูซอง’ เห็นด้วยกับการพิพากษา]
[อวตาร ‘ลีกิลยัง’ เห็นด้วยกับการพิพากษา]
มังกรคิเมร่าเองก็ถูกย้อมไปด้วยแสงสีเงินด้วย มอนสเตอร์ตัวนั้น
คำรามออกมาและพาเด็กๆ บินขึ้นไปบนฟ้า
[อวตาร ‘ยูซานอา’ เห็นด้วยกับการพิพากษา]
แท่นดอกบัวที่ถูกเสริมพลังด้วยโลหะสีเงินเริ่มโคจรรอบๆ ยูซานอา
[อวตาร ‘ฮันซูยอง’ เห็นด้วยกับการพิพากษา]
ฮันซูยองปลดผ้าพันแผลออกจากแขนของเธอก่อนที่จะมีใครทันได้
สังเกตเห็น และมัดผมของเธอด้วยผ้าพันแผลอันเดียวกันนั้น
[อวตาร ‘ยูจงฮยอค’ เห็นด้วยกับการพิพากษา]
ดาบปีศาจทมิฬของยูจงฮยอคเอ่อล้นไปด้วยสถานะแห่งผู้บรรลุ และ…
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ เห็นด้วยกับการพิพากษา]
และผมก็ได้ชักศรัทธาไม่แตกสลายออกมา
[‘เวลาพิพากษา’ ถูกเปิดใช้งาน!]
ในช่วงเวลาที่ท้องฟ้าสีดำสนิทเปิดออก พวกเราก็ขี่เรือของลีจีฮเยและ
ทะยานขึ้นไปยังสรวงสวรรค์เบื้องบน
กองทัพศัตรูขยับเข้ามาใกล้ขึ้น พวกเราชักอาวุธออกมาในขณะที่พวก
เราเผชิญหน้ากับกองทัพยานอวกาศกว่า 600 ลำ
「นี่คือภาพที่คิมทกจารอคอยมาเนิ่นนาน」
จางฮีวอนเป็นคนแรกที่พุ่งออกไป และดาบของเธอก็สาดการโจมตี
เข้าใส่ศัตรู นักดาบแห่งความโกลาหลที่แข็งแกร่งที่สุดที่ผมรู้จักคือ
จางฮีวอน ผู้พิพากษาแห่งวันสิ้นโลก
ครืน!
เธอทะยานเข้าใส่ฝูงศัตรู และไล่ทำลายยานอวกาศไปทีละลำ
ลีจีฮเยไม่พลาดโอกาสนี้ มังกรเต่าของเธอเริ่มการโจมตีของมัน
ตู้ม!
เรือของพวกเราทะลวงผ่านการระเบิดโดยไร้รอยขีดข่วน โลหะเรื่อง
ราวของลีฮุนซึงได้ปกป้องพวกเราทุกคนไว้
ลีจีฮเยก้าวออกมาข้างหน้า เธอคืออวตารที่แข็งแกร่งที่สุดเมื่อต้อง
ต่อสู้ในศึกใหญ่ และสามารถทำลายกองเรือของศัตรูนับร้อยได้ด้วย
เรือเพียงลำเดียว
จอมพลแห่งน่านนํ้าลีจีฮเยบัญชาการปืนใหญ่
“คุณลุง พวกเราไปล่ะนะ!”
หลังจากที่ปืนใหญ่ถูกยิงออกไป มังกรคิเมร่าของชินยูซองก็บินออก
ไปด้วย
เพื่อยุติสงครามนี้ มันจำเป็นจะต้องจัดการกับหัวหน้า ดังนั้น เนื่องจาก
พวกเรามีจำนวนที่น้อยกว่ามาก มันจึงมีเพียงทางเลือกเดียวเท่านั้นที่
เหลืออยู่
ชินยูซองคือจ้าวแห่งสัตว์อสูร และลีกิลยังก็คือราชาแมลง คนสองคน
ที่มีทักษะการฝึกสัตว์ที่เยี่ยมยอดที่สุดได้สร้างเส้นทางให้กับพวกเรา
มังกรคิเมร่าภายใต้การควบคุมของชินยูซองพ่นลมหายใจเข้าใส่กลาง
กองทัพของศัตรู ในขณะที่แมลงของลีกิลยังคืบคลานผ่านช่องว่าง
เล็กๆ ที่พบเพื่อจัดการกับยานลำเล็กๆ ที่พยายามจะพุ่งเข้าใส่พวกเรา
“หยุดอยู่ตรงนี้ซะ!”
เหล่าแมลงปีนเข้าไปยังเครื่องยนต์ของยานลำเล็กๆ และทำให้แผง
วงจรระเบิดออก ส่งผลให้สมรภูมิตกลงสู่ความโกลาหลในทันที
บางทีพวกเขาอาจจะคิดว่ามันไม่อาจปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปได้
กลุ่มดาวระดับเรื่องเล่าเริ่มปีนออกมาจากยานรบทีละคน
[อวตาร ‘ยูซานอา’ กำลังปลดปล่อยสถานะของเธอ!]
[เรื่องราว ‘ห้วงเวลาแมนดาลา’ ถูกเปิดใช้งาน!]
ในช่วงเวลาที่ยูซานอาเปิดใช้งานเรื่องราวของเธอ การเคลื่อนไหวของ
ศัตรูก็เชื่องช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
ผมตกตะลึงขึ้นมา ผมพอจะรู้อยู่แล้วว่าเธอได้สืบทอดพลังส่วนหนึ่ง
ของศากยมุนีมา แต่ผมก็ไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะถือครองพลังมากมาย
ขนาดนี้… ความสามารถในการควบคุมการไหลเวียนของเวลา?
“ฉันรั้งไว้ได้ไม่นานนะ” ยูซานอากล่าว
“มันใช้เวลาไม่นานหรอก”
อาศัยข้อได้เปรียบของเวลาที่เธอซื้อให้พวกเรา ยูจงฮยอค ฮันซูยอง
และผมได้ทะยานออกไป
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ’ ยังคงเล่าเรื่องราวของมัน!]
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินตำนาน’ ยังคงเล่าเรื่องราวของมัน!]
สองมหาเรื่องราวได้ปกป้องบริษัทของคิมทกจามาจนถึงตอนนี้ พวก
เราได้ใช้สองเรื่องราวนี้เป็นพลังโจมตีหลังของพวกเรามาตลอด ออร่า
ของเรื่องราวยืดยาวออกเหมือนกับหางของดาวตก พื้นที่ที่พวกเรา
พาดผ่านเปล่งประกายระยิบระยับ
พวกเราได้ทำลายยานอวกาศไปมากมายแล้ว แต่มันก็ยังมีกลุ่มดาวนับ
ร้อยขวางทางพวกเราอยู่ ถ้าพวกเราหวาดหวั่นไปแม้แต่นิด สถานะ
ของพวกเขาก็คงจะผลักดันพวกเรากลับไปและบดขยี้พวกเราจนถึงแก่
ความตายด้วยแรงกดดัน
[เนบิวลา ‘พาไพรัส’ ปลดปล่อยสถานะของมหาเรื่องราว!]
และนี่ก็คือการต่อสู้ระหว่างสองเนบิวลา
“ตาของฉันบ้างแล้ว”
เดิมที่ ปีศาจแห่งการล่อลวงคิมนัมอุนควรจะอยู่ในตำแหน่งของฮันซู
ยอง อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่เธอจะมาแทนตำแหน่งของเขาได้ แต่เธอ
ยังเหนือลํ้ากว่าเขาไปไกล
[มหาเรื่องราว ‘ฤดูกาลแห่งแสงสว่างและความมืด’ เริ่มเล่าเรื่องราว
ของมัน]
ในที่สุดมหาเรื่องราวที่สามของพวกเราก็เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน เสียง
กู่ร้องของมังกรแห่งวันสิ้นโลกดังออกมาเหมือนกับภาพหลอน พวก
เราเห็นกลุ่มดาวของพาไพรัสที่เข้าร่วมในสงครามระหว่างกลุ่มดาว
และปีศาจกำลังสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
[น-นี่มัน…!]
ท้องฟ้าแยกออกเป็นสองส่วน ด้านหนึ่งคือแสงสว่างและอีกด้านคือ
ความมืดมิด ในขณะที่การแปลงสภาพเวทีถูกเปิดใช้งาน ร่างของฮันซู
ยองก็ทะยานขึ้นสู่เบื้องบนในขณะที่เธอเหยียบยํ่าลงบนรอยต่อ
ระหว่างแสงสว่างและความมืด ปีกของมังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ
สยายออกมาเบื้องหลังเธอ
เหมือนย้อนกลับไปตอนที่เธอช่วยผม เพลิงทมิฬสีม่วงลุกโชนขึ้นบน
หมัดทั้งสองข้างของเธอ
ครืน!
พวกเราควบขี่พายุแห่งเรื่องราวและทะยานออกไปข้างหน้า นี่คือความ
ยิ่งใหญ่แห่งมหาเรื่องราวที่แม้แต่กลุ่มดาวระดับเรื่องเล่ายังไม่อาจ
เทียบชั้นได้
พวกเราทะยานออกไปราวกับคลื่นกระแทกของมังกรแห่งวันสิ้นโลก
แต่ทันใดนั้นเอง ดวงตะวันใหญ่ยักษ์ก็เข้ามาขวางพวกเราไว้
[กลุ่มดาว ‘ดวงตะวันยามเที่ยง’ จ้องมองมายังบริษัทของคิมทกจา]
ร่างสีดำสนิทร่างหนึ่งยืนอยู่ตรงกลางลูกบอลแสงเจิดจ้า นั่นคือร่าง
ที่แท้จริงของเทพสุริยันราห์
[พวกเจ้าจะต้องตายที่นี่]
ดาบปีศาจทมิฬของยูจงฮยอคคำรามออกมา
ทุกๆ เรื่องราวที่พวกเราครอบครองก็โหยหวนและคำรามออกมาด้วย
แม้ว่ามันจะเป็นแค่พวกเราสองคนที่ต่อสู้กัน แต่การเผชิญหน้ากับกลุ่ม
ดาวระดับเทวะที่แท้จริงก็ยังตึงมืออยู่ดี
ถึงอย่างไรก็ตาม พวกเราก็อยู่แค่ในรอบที่สามเท่านั้น ดังนั้น… เดีѺยวนะ
รอบที่สาม?
[เรื่องราว ‘อเวจีนิรันดร์’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
มันเป็นเช่นนี้อีกครั้ง
[‘อ่านด้วยกัน’ เริ่มต้นขึ้น]
ภาพกระดาษพลิกผ่านหน้าของผม ในขณะที่ทิวทัศน์ของขุมอเวจีเติม
เต็มพื้นที่โดยรอบ เรื่องราวของผมก็เริ่มต้นขึ้น บนเส้นทางที่ถูกสร้าง
ขึ้นด้วยตัวอักษรมากมาย – ยูจงฮยอคออกวิ่งไปบนช่วงชีวิตอันเป็นนิ
รันดร์ของเขา
「รอบที่ 41 ยูจงฮยอคขว้างหอก」
「รอบที่ 362 ยูจงฮยอควาดคทา」
「รอบที่ 999 ยูจงฮยอคกวัดแกว่งดาบปีศาจ」
เปรี้ยง!
ประกายแสงอันรุนแรงเริ่มขุดเข้ามายังร่างของผม
[สถานะของคุณไม่อาจรับมือกับความเข้าใจในการอ่านของคุณได้!]
ชั่วขณะหนึ่งในระหว่างบันทึกการเดินทางสู่ตะวันตก ผมสามารถอ่าน
ไปถึงรอบที่ 1863 ได้ แต่นั่นก็เป็นเพราะหงอคงและเทพเจ้าภายนอก
ให้ผมหยิบยืมความเป็นไปได้
[นี่คือเทวะที่แท้จริง]
แม้ว่าจะโดนวิถีดาบทลายนภาของยูจงฮยอคเข้าไป ราห์ก็ยังไม่ขยับ
[เจ้าไม่อาจก้าวข้ามเทวะที่แท้จริงไปได้]
อย่างน้อยยูจงฮยอคต้องไปให้ถึงการเสื่อมถอยรอบที่ 1700 เพื่อจะ
ก้าวข้ามกลุ่มดาวระดับเทวะไปได้
ผมขาดพลังและขาดแคลนสถานะ อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่ถอย “ไม่
พวกเราก้าวข้ามมันได้”
เพราะพวกเรายังมีเรื่องราวเหลืออยู่ มหาเรื่องราวที่สี่ที่พวกเราได้รับ
มาจากการเคลียร์ ‘บันทึกการเดินทางสู่ตะวันตกโฉมใหม่’
[มหาเรื่องราว ‘ผู้กอบกู้อิสรภาพของเหล่าผู้ถูกลืมเลือน’ เริ่มเล่าเรื่อง
ราวของมัน!]
อึดใจต่อมา ความเป็นไปได้จำนวนมหาศาลก็เข้าอาบร่างทั้งร่างของ
ผม เรื่องราวที่หงอคงและเหล่าเทพเจ้าภายนอกร่วมมือกันสร้างขึ้น
กำลังอาบย้อมดวงดาวของผมและบริษัทของคิมทกจา
[การถ่ายทอดสดดวงดาวตกตะลึงกับสถานะของคุณ]
[การถ่ายทอดสดดวงดาวกำลังประเมินสถานะของคุณใหม่]
กลิ่นเลือดเสียดแทงเข้ามาในจมูกของผม แม่นํ้าถงเทียนที่อาบย้อม
ไปด้วยสีแดงจากซากศพของเทพเจ้าภายนอกปรากฏขึ้นรอบๆ ตัว
พวกเรา
ประกายแสงที่สาดเทลงมาที่ผมเริ่มบรรเทาลงไป หน้ากระดาษเริ่ม
พลิกผ่านไปทีละหน้าอีกครั้ง
…รอบที่ 1321
…รอบที่ 1582
….
….
และในที่สุด รอบที่ 1701
ยูจงฮยอคเคลื่อนไหว ดาบปีศาจทมิฬของเขาบรรจุไว้ด้วยพลังจาก
การเสื่อมถอยรอบที่ 1701
จากนั้นยูจงฮยอคจากรอบนั้นที่เคยตัดผ่านมหาสมุทร ทำลาย
ดวงตะวัน และบดขยี้หัวใจของโพไซดอน กลุ่มดาวระดับเทวะ ก็ลืมตา
ขึ้น
「และนี่คือภาพที่คิมทกจารอคอยมาเนิ่นนาน」
พวกเราเห็นราห์ตื่นตกใจและพยายามปลดปล่อยมหาเรื่องราวของเขา
ออกมา ผมจ้องตรงไปยังดวงตาของราห์ ริมฝีปากของหมอนั่นขยับ
เป็นคำว่า “ได้ยังไง?”
ผมหัวเราะ
“นายหมายความว่ายังไง?”
เพื่อที่จะสังหารกลุ่มดาวระดับเทวะ มันจำเป็นจะต้องมีพลังเทียบเทียม
กับสิ่งนั้น
กลุ่มดาวระดับเทวะ – ตัวตนที่เริ่มต้น ‘เรื่องราวหนึ่งเดียว’ ของตัวเอง
และได้รับ ‘บทสรุป’ ของตนมา หรือตัวตนที่รวบรวมมหาเรื่องราวอัน
ยิ่งใหญ่และไปถึงขอบเขตของ ‘บทสรุป’
[กลุ่มดาวส่วนใหญ่ตกตะลึงกับสถานะของคุณ!]
[สถานะของคุณทำให้กลุ่มดาวจากมหาเนบิวลา…!]
หรือก็คืออย่างผมในตอนนี้
[การถ่ายทอดสดดวงดาวได้ประกาศสถานะใหม่ของคุณ]
[สถานะของคุณคือ ‘ระดับเทวะ’]
เสียงระเบิดดังก้องกังวาลออกมาในขณะที่ดาบปีศาจทมิฬของยูจงฮ
ยอคตัดผ่านดวงตะวันของราห์
[เนบิวลาจำนวนมากตกตะลึงกับสถานะของคุณ!]
[เนบิวลาส่วนหนึ่งตกตะลึงกับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของกลุ่ม
ดาวระดับเทวะคนใหม่!]
[กลุ่มดาวส่วนหนึ่งเรียกร้อง ‘การประเมินความเป็นไปได้’ ไปยัง
สำนักงาน]
เปรี้ยง!
[คำร้องขอประเมินความเป็นไปได้ถูกปฏิเสธ]
[สำนักงานไม่อาจแทรกแซงในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องได้]
แสงตะวันอันเจิดจ้ากำลังร่วงหล่นลงมา – ผมไม่อาจหายใจได้อย่าง
เต็มที่ในขณะที่ผมให้ความสนใจไปยังการต่อสู้
ครืน!
พร้อมกับพายุความร้อนอันเข้มข้น สายตาของพวกเราถูกปกคลุมไป
ด้วยไอนํ้าหนา ไม่ต้องสงสัยเลย มันคือการซื้อเวลา
“ยูจงฮยอค! อย่าหยุด!”