มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 465
ผมตะโกนออกมาและอ่านเรื่องราวต่อ
[เรื่องราว ‘อเวจีนิรันดร์’ ยังคงเล่าเรื่องราวของมันต่อไป!]
[เรื่องราว ‘สหายร่วมเป็นร่วมตาย’ เพิ่มผลลัพธ์ให้กับเรื่องราวอื่น!]
ผมนึกถึงการเสื่อมถอยรอบที่ 1701 ของยูจงฮยอคที่ผมเคยอ่านใน
อดีต ยูจงฮยอคได้ต่อสู้กับโพไซดอนแบบตัวต่อตัวในรอบนั้น
「ณ พรมแดนที่มหาสมุทรมาบรรจบกัน ราชาสูงสุดได้ชักดาบของเขา
ออกมา」
「”โพไซดอน วันนี้แกต้องตาย“」
「ช่วงชีวิตที่ดำเนินมากว่า 1700 ครั้ง วิถีดาบที่ถือกำเนิดขึ้นมาใน
ชีวิตนี้กำลังเปล่งประกายเจิดจ้า」
ดาบของยูจงฮยอคขยับราวกับว่าจะสร้างการต่อสู้ขึ้นมาใหม่ ดาบของ
เขาเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนทำลายดวงตะวันของราห์ได้
[กลุ่มดาว ‘ดวงตะวันยามเที่ยง’ พิโรธจากความเจ็บปวด!]
ครืน!!
ดาบของยูจงฮยอคยังคงเต้นระบำอยู่บนเวทีที่ผมสร้างขึ้น พายุความ
เป็นไปได้อันรุนแรงพยายามที่จะบดขยี้ผม แต่มหาเรื่องราวทั้งสี่ได้
สอดประสานกันและทำให้ผมทนต่อมันได้
ผมได้กลิ่นเลือดในปาก ร่างอวตารของผมไม่อาจรับมือกับการเพิ่มขึ้น
อย่างกะทันหันของสถานะได้
[เนบิวลา ‘พระเวท’ กำลังเฝ้ามองสมรภูมิของคุณ]
[เนบิวลา ‘แทมนา’ กำลังเฝ้ามองสมรภูมิของคุณ]
[เนบิวลา ‘โอลิมปัส’ กำลังเฝ้ามองสมรภูมิของคุณ]
[เนบิวลา ‘แอสการ์ด’ กำลังเฝ้ามองสมรภูมิของคุณ]
ดูไปตามใจเลย
ฉันต้องการให้ทุกคนได้เห็นการต่อสู้นี้อยู่แล้ว
[การจำกัดข้อความของช่องถูกยกเลิก]
ถึงตอนนี้ กลุ่มดาวจำนวนมากก็ยังคงเมินเฉยต่อความแข็งแกร่งของ
พวกเรา พวกเขาน่าจะคิดว่าพวกเรามาได้ไกลขนาดนี้เพราะโชคและ
ความช่วยเหลือของกลุ่มดาวอื่นๆ
[กลุ่มดาวจำนวนมากกำลังเข้าสู่ช่อง]
[กลุ่มดาวส่วนใหญ่กำลังเฝ้ามองการต่อสู้ของคุณ]
อย่างไรก็ตาม นี่คือเวลาที่จะพิสูจน์ตัวเอง
[มหาเรื่องราว ‘ฤดูกาลแห่งแสงสว่างและความมืด’ คำรามออกมา!]
เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าบริษัทของคิมทกจาไม่ใช่พวกคนน่า
สมเพชที่ต้องการความช่วยเหลือของใคร แต่เป็นคู่แข่งจริงๆ ของทุก
คนต่างหาก และพวกเราก็คือเนบิวลาที่สามารถลากเนบิวลาใหญ่ๆ ลง
มาได้ด้วยพลังของพวกเรา
ครืน!!
ดาบของยูจงฮยอคฟาดฟันเข้าใส่ราห์ แสงตะวันที่ร่วงหล่นลงมาทำให้
เกิดเสียงคล้ายกับเนื้อหนังจริงๆ ถูกฉีกออก
จากนั้นผมก็สัมผัสได้ถึงสายตาอันคมกริบจากอากาศว่างเปล่า
[มหาโดเกบิ ‘นกซู’ กำลังมองมาที่คุณ]
มหาโดเกบินกซู – ไม่ใช่แม้แต่ระดับกลางหรือระดับตํ่า แต่เป็นมหา
โดเกบิ สำหรับคนแบบนี้ การทำให้สถานการณ์ของพวกเรายาก
ลำบากขึ้นมาคงไม่ได้ยากอะไร อย่างไรก็ตาม แม้แต่พวกเขาก็ไม่
สามารถแทรกแซงได้ตามอำเภอใจในสถานการณ์ที่ 98
เปรี้ยง…
เพราะสถานการณ์นับจากนี้ไปจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับมหาโดเก
บิด้วย
[มหาโดเกบิและเนบิวลากำลังเข้าร่วมในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องด้วย
กัน]
[โดเกบิทุกคนสามารถเลือก ‘ผู้ท้าชิง’ และเรื่องราวที่ตนปรารถนาจะ
เล่าได้]
[มหาโดเกบิ ‘นกซู’ ได้เลือก ‘พาไพรัส’]
ผมนึกถึงช่วงเวลาที่มหาโดเกบิฮอจูและฮอเชได้มาเจอพวกเราก่อน
ไคลแม็กซ์ของสงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ ย้อนกลับไปเมื่อ
ตอนนั้น โดเกบิเหล่านี้ได้กล่าวไว้ว่า:
「เจ้าต้องตัดสินใจเดีѺยวนี้ จะตายที่นี่หรือมุ่งหน้าไปยังสถานการณ์
สุดท้ายกับพวกเรา」
คำพูดเหล่านั้นคือคำแนะนำที่มีความหมายในตอนนี้
เหล่ามหาโดเกบิที่กำลังเผชิญหน้ากับจุดจบของเวลาจะต้องเอาชื่อ
เสียง ความเข้าใจ และเรื่องราวของพวกเขามาเสี่ยงเพื่อเลือกผู้ท้าชิง
สำหรับเรื่องราวหนึ่งเดียว และไอ้บ้านกซูก็คงจะเลือกพาไพรัสเป็นผู้
ท้าชิงของมัน
[ตามตำนาน มันมีดวงตะวันสามดวงในพาไพรัส]
ผมพูดด้วยเสียงที่แท้จริงในขณะที่ร่างอวตารของยูจงฮยอค
เคลื่อนไหวอีกครั้ง
ด้วยความเร็วที่มากยิ่งกว่าใครในจักรวาลแห่งนี้ เขาเหวี่ยงดาบที่เต็ม
ไปด้วยคำสาปแห่งนิรันดร์ รัศมีดาบอันคมกริบจากดาบปีศาจทมิฬขุด
ลึกลงไปยังผิวหนังของราห์ อุณหภูมิแห่งเทพที่ได้ชื่อว่าสามารถ
หลอมละลายโลหะใดก็ได้ถูกต้านทานไว้โดยโลหะเรื่องราวของลีฮุน
ซึง
พร้อมกับเสียงสะบั้นดังก้อง หัวใจของราห์ระเบิดเรื่องราวออกมา กลุ่ม
ดาวระดับเทวะ กลุ่มดาวระดับเทวะผู้สูงส่งกำลังถูกทำลายด้วยมือของ
พวกเรา
[ถ้านายคิดที่จะจัดการกับพวกเราจริงๆ งั้นนายก็ควรทุ่มหมดหน้าตัก
ได้แล้ว]
กลุ่มดาวระดับเทวะ ราห์ กลุ่มดาวที่ไปถึงบทสรุปของตน และจำศีลอยู่
ภายในสถานการณ์สุดท้ายมานานแสนนาน
[นายคิดว่าคนอย่างนายที่หยุดนิ่งมานานจะสามารถเอาชนะพวกเรา
ได้ด้วยดวงตะวันแค่เพียงดวงเดียวเหรอ?]
[กลุ่มดาว ‘ดวงตะวันยามเที่ยง’ กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด!]
[กลุ่มดาว ‘ดวงตะวันยามเที่ยง’มองไปรอบๆ ด้วยความรีบร้อน!]
[พวกเจ้าจะนั่งดูอยู่อีกนานแค่ไหน?]
เสียงตะโกนของราห์ทำให้ดวงดาวบนท้องฟ้าเปล่งประกายขึ้นมา
[พระเวท! โอลิมปัส! พวกเจ้าไม่เอาด้วยเหรอ?!]
…อะไรนะ?!
หลังจากคำพูดเหล่านั้นจบลง ออร่าอันเป็นลางไม่ดีก็เริ่มสาดซัดเข้า
มาจากระยะไกล
ท้องฟ้าสั่นสะเทือนและบังเกิดเสียงดังกึกก้อง กึ่งกลางของท้องฟ้าสี
ดำสนิทแยกออกและกระแสพลังอันยิ่งใหญ่ได้ไหลออกมา
พวกเรารีบขยับออกมาจากทางและหลบคลื่นแห่งสถานะ
[มีคนประกาศการสนับสนุนเนบิวลา ‘พาไพรัส’]
[มีคนกำลังจุติลงมายังสถานการณ์!]
มันครอบครองสถานะที่ทรงพลังพอจะทำให้ผมสั่นสะท้าน ใครบางคน
ที่เทียบเคียงได้กับราห์กำลังจุติลงมา
[ช่างน่าสมเพชซะจริง ราห์ ไม่ใช่ว่าเจ้าประกาศไว้ว่าเจ้าเพียงคนเดียว
ก็พอจะจัดการกับเรื่องนี้ได้แล้วเหรอ?]
เสียงที่ชวนให้นึกถึงคลื่นยักษ์ดังก้องออกมา น่าแปลก ตัวตนที่กำลัง
จุติลงมายังที่แห่งนี้คือศัตรูที่ยูจงฮยอคแห่งรอบที่ 1701 เคยเผชิญ
หน้าด้วย
[กลุ่มดาว ‘หอกแยกโพ้นทะเล’ กำลังจุติลงมายังสถานการณ์นี้!]
โพไซดอนปรากฏตัวพร้อมกับดวงดาวอันพร่างพราว พวกเขาคือกลุ่ม
ดาวระดับเรื่องเล่าจากพระเวทและโลกบาล ที่แย่ยิ่งไปกว่านั้น ในหมู่
พวกเขายังมีตัวตนที่แทบจะอยู่ในระดับเทวะอยู่ด้วย
[เนบิวลา ‘แทมนา’ ประณามการแทรกแซงของ ‘พระเวท’!]
[เนบิวลา ‘ฮงอิก’ ประณามการแทรกแซงของ ‘โอลิมปัส’!]
โพไซดอนไม่ได้สนใจการประณามหยามเหยียดเลย เขาชี้ตรีศูลของ
เขามายังทิศทางของพวกเรา [พวกชั้นตํ่าอย่างพวกเจ้ากล้าดียังไงที่
จะเห็นตอนจบของการถ่ายทอดสดดวงดาวนี้?]
ตอนจบของการถ่ายทอดสดดวงดาว บทส่งท้ายที่กำหนดบทสรุปของ
โลกทั้งหมด ใช่ ผมรอเวลาที่จะได้เห็นมันมานานแล้ว
นั่นคือความจริง
[ฉันไม่ได้แค่อยากเห็น ‘ตอนจบ’]
พูดตามตรง สิ่งที่ผมอยากจะเห็นจริงๆ ก็คือ…
“ลุง!”
สหายของผมมารวมตัวกันรอบๆ ตัวผมก่อนที่ผมจะทันได้สังเกตด้วย
ซํ้า – จางฮีวอน ยูซานอา ลีจีฮเย ลีฮุนซึง ลีกิลยัง และชินยูซอง
เรื่องราวที่พวกเราสร้างขึ้นด้วยกันกำลังเปล่งประกายเจิดจ้าท่ามกลาง
ท้องฟ้าอันมืดมิด ผมเห็นวิถีของเรื่องราวที่พวกเราเคยใช้อยู่นอกกา
แล็คซีอันไกลโพ้น
ไม่ว่าจักรวาลแห่งนี้จะกว้างใหญ่สักแค่ไหน ผมก็มั่นใจว่าจะพบกลุ่ม
ดาวเป็นจำนวนมากไม่ว่าผมจะอยู่ที่ไหน
[เรื่องราว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ เปล่งประกายเจิดจ้า]
[เรื่องราว ‘ราชาแห่งโลกที่ไร้ราชา’ เปล่งประกายเจิดจ้า]
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินตำนาน’ เปล่งประกายเจิดจ้า]
ผมซ่อนอารมณ์ทั้งหมดที่เอ่อล้นขึ้นมาในหัวใจและมองไปยังสหาย
ของผม
「นั่นคือที่ๆ เขาพบเรื่องราวที่เขาเฝ้าปรารถนา」
โพไซดอนเปล่งสถานะอันทรงพลังเข้าใส่พวกเรา [ช่างน่ารำคาญ
จริงๆ หายไปซะ]
กองทัพของพระเวทพุ่งเข้ามา
สหายของผมเครียดขึ้นมาและมารวมตัวกันรอบๆ ผม ผมพูดกับพวก
เขา [ฉันรักเรื่องราวที่ฉันสร้างขึ้นมากับทุกคน แม้ว่าพวกเราจะต้องพบ
กับความเจ็บปวดและความโศกเศร้ามากมาย แต่พวกเรา…]
แม้กระนั้นผมก็รักเรื่องราวนี้มาก มากจนผมอยากเห็นมันไปตลอด
“…นั่นไม่ใช่ความปรารถนาสุดท้ายของนายใช่ไหม?”
จางฮีวอนถามหลังจากเห็นสีหน้าของผม เธอน่าจะสัมผัสได้ถึงลางไม่
ดีจากมัน
ผมทำได้เพียงแค่ยิ้มกลับไปก่อนจะจ้องไปยังกองทัพศัตรูที่พุ่งเข้าใส่
พวกเรา
แม่ของผมเคยบอกไว้ว่า ใครก็ตามที่เฝ้าดูเรื่องราวเรื่องหนึ่งมานานก็
จะเติบโตขึ้นคล้ายกับเรื่องราวนั้นในที่สุด
บางทีตรรกะนั้นอาจจะใช้ได้กับดวงดาวเหล่านั้นด้วย
[ตาย!]
ก่อนที่กองทัพศัตรูจะมาถึงตัวพวกเรา…
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ‘ กำลังจุติลงมายัง
สถานการณ์!]
ท้องฟ้าแยกออก และนํ้าตกที่ก่อกำเนิดขึ้นจากเพลิงอเวจีก็สาดซัด
ออกมา กลุ่มดาวอันโดดเดี่ยวที่กำลังควบขี่คลื่นความร้อนอันรุนแรงได้
เริ่มสังหารหมู่กลุ่มดาวคนอื่นๆ ด้วยดาบที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง
ของเธอ
ทูตสวรรค์ที่ผมชอบที่สุดอยู่ตรงนี้แล้ว
[บ้าเอ้ย! ไอ้พวก■!]
เสียงที่แท้จริงของกลุ่มดาวที่กำลังตื่นตะลึงดังออกมาทั่ว
[…ได้ยังไง?! เจ้า…!]
[■ซบ! ข้าคืออูรีเอล! พวกเจ้าคิดว่าพวกเจ้าจะสังหารข้าได้ด้วยจำนวน
คนแค่นั้นเหรอ??]
ต่อจากเธอ พระเพลิงสีม่วงอันรุนแรงก็ลุกโชนขึ้น
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ‘ กำลังจุติลงมายัง
สถานการณ์!]
[…ฮีฮีฮี เมื่อมาคิดว่าพวกเจ้าทำให้ข้าใช้มือทั้งสองข้างได้ พวกเจ้าก็
ทำได้ดีเลย พาไพรัส]
ปีกมังกรใหญ่ยักษ์บดขยี้กลุ่มดาว
ยานอวกาศของพระเวทเล็งเป้าไปที่มังกรเพลิงทมิฬและเตรียมพร้อม
ยิง และอึดใจต่อมา กระสุนปืนจำนวนมากมายก็ระเบิดออกมาพร้อมกับ
เสียงดังกึกก้อง
แต่แล้วกระบองทองอันหนึ่งก็สอดแทรกออกมาจากการระเบิด
[พวกเจ้าช่างน่ารำคาญจริงๆ]
เมื่อฝุ่นควันสงบลง ชายหนุ่มคนหนึ่งก็ยืนอยู่ตรงนั้นและกำลังแคะหู
ของตัวเองราวกับว่าเขาเบื่อหน่าย
[กลุ่มดาว ‘ผู้กอบกู้อิสรภาพที่เก่าแก่ที่สุด’ กำลังจุติลงมายัง
สถานการณ์!]
อูรีเอล มังกรเพลิงทมิฬ และซุนหงอคง การปรากฏตัวของสามคนนี้
ทำให้ความไม่สงบแผ่กระจายออกไป
[…มหาปราชญ์! นี่มันหมายความว่ายังไง??]
[นี่คือสงครามระหว่างเนบิวลา! เจ้าเข้าใจไหมว่าเจ้ากำลังทำอะไร…!]
ก่อนที่เสียงที่แท้จริงของกลุ่มดาวจะจบลง ใครบางคนก็ได้ประกาศ
การสนับสนุนของตนออกมา [ก็เหมือนอย่างพวกเจ้า พวกเราเองก็มี
เรื่องราวที่พวกเราอยากจะสนับสนุน]
ผมรู้จักเจ้าของเสียงนั้นดี
ความมืดสีดำสนิทอันอบอุ่นได้โอบล้อมพวกเรา และมือข้างหนึ่งได้
แตะไหล่ของผม
[กลุ่มดาว ‘ราชินีแห่งวสันต์มืดมิด‘ กำลังจุติลงมายังสถานการณ์!]
และถ้าเธออยู่ที่นี่ งั้นมันก็หมายความว่า…
[กลุ่มดาว ‘บิดาแห่งรัตติกาล‘ กำลังจุติลงมายังสถานการณ์!]
ดวงตาอันเยือกเย็นของราชาแห่งยมโลกกวาดผ่านสมรภูมิ เขาอยู่ที่นี่
แล้ว ผู้เก็บเกี่ยวแห่งความตายอันน่าพรั่นพรึงที่สามารถทำให้ดวงดาว
ทุกดวงสั่นไหวด้วยความหวาดกลัวได้
ทั้งหงอคงและราชาแห่งยมโลก – การปรากฏตัวของกลุ่มดาวระดับ
เทวะอย่างต่อเนื่องทำให้กลุ่มดาวฝ่ายศัตรูลังเลและล่าถอยไป
[เนบิวลา ‘ยมโลก’ กำลังสนับสนุน ‘บริษัทของคิมทกจา’]
ผมเห็นการแสดงออกที่ไม่น่าดูของโพไซดอลและราห์จากระยะไกล
และมันผ่านไปนานแค่ไหนกันนะ? กลุ่มดาวจากอีกฝั่งเริ่มล่าถอยไป
โดยไม่พูดอะไร
[กลุ่มดาว ‘หอกแยกโพ้นทะเล’ ออกจากสถานการณ์นี้]
กลุ่มดาวของศัตรูเริ่มหายไปทีละคน และในที่สุด…
[เนบิวลา ‘พาไพรัส’ ประกาศถอนกำลัง]
ไม่นานหลังจากนั้นมันก็เหลือเพียงดวงตะวันที่ถูกบดขยี้ไปครึ่งหนึ่ง
ราห์กัดฟันแน่นและจ้องมาที่พวกเรา แต่จากนั้นไม่นาน เสียงของ
ดวงดาวที่แตกสลายก็ดังออกมา
[กลุ่มดาว ‘ดวงตะวันยามเที่ยง’ ออกจากสถานการณ์นี้]
แสงตะวันปกคลุมทั่วท้องฟ้า และลูกบอลเพลิงอันเจิดจ้าก็หายไปตาม
เส้นขอบฟ้า ในที่สุดผู้ชนะของสถานการณ์นี้ก็ถูกตัดสิน
「และนี่คือภาพที่คิมทกจารอคอยมาเนิ่นนาน」
ภายในแสงตะวันที่บางเบา ผมมองกลับไปยังเหล่าสหายของผม
「บางสิ่งไม่ได้ผลตามที่เขาคาดหวังไว้」
ในขณะที่จ้องมองไปยังแสงตะวันที่กำลังจางหายไป ยูจงฮยอคก็ยัง
คงจับดาบปีศาจทมิฬไว้แน่น
「ในขณะเดียวกัน บางสิ่งก็ดีกว่าที่เขาคาดหวังไว้」
ริมฝีปากของฮันซูยองกระตุกเล็กน้อยในขณะที่เธอรีบพันผ้าพันแผล
ไปรอบๆ แขนของเธอ
「มันมีหลายครั้งที่พวกเขาโชคดีโดยไม่ได้ตั้งใจ」
ยูซานอาถอนหายใจเบาๆ และยิ้มกลับมาที่ผม
「อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เหล่านั้นทั้งหมดก็ก่อให้เกิดช่วงเวลานี้ขึ้น
มา」
[เนบิวลา ‘บริษัทของคิมทกจา’ ชนะสงครามระหว่างเนบิวลา!]
[รางวัลกำลังถูกจัดเตรียม]
ทั้งสหายและผมต่างก็ไม่ได้พูดอะไร
นี่ไม่ใช่ชัยชนะแรกของพวกเรา แต่ในแง่หนึ่ง มันก็เป็นชัยชนะครั้งแรก
จริงๆ ของพวกเรา หลังจากนั้นอยู่นาน พวกเราก็ไม่พูดอะไรออกมา
และมองหน้ากันเท่านั้น
พวกเราชนะ
พวกเราเอาชนะเนบิวลาอื่นได้จริงๆ
[มหาโดเกบิ ‘ฮอจู’ อ้าปากค้างหลังจากเห็นเรื่องราวของคุณ]
[มหาโดเกบิ ‘การัง’ ปรารถนาที่จะโหวตเรื่องราวของคุณ]
[มหาโดเกบิ ‘เฮซอล’ ปรารถนา…]
เวลานี้มีแต่ข้อความของระบบปรากฏขึ้นมาในอากาศอันว่างเปล่า
[มหาโดเกบิ ‘บีฮยอง’ โหวตเรื่องราวของคุณ]
[โดเกบิระดับกลาง ‘บียู’ ชอบเรื่องราวของคุณมากๆ]
ผมมองไปยังเงาของโดเกบิทั้งสองที่วาดผ่านดวงอาทิตย์และเริ่มคิด
กับตัวเอง
พวกเราใกล้แล้ว
ผมหันไปหาสหายอีกครั้ง ผมอยากจะพูดอะไรบางอย่างกับพวกเขาใน
ขณะที่มองไปยังพวกเขา แต่พวกเขาก็ทำหน้าว่าพวกเขารู้อยู่แล้วว่า
ผมจะพูดอะไร
จางฮีวอนพูดขึ้นมาแทนผม “ไปกันเถอะ ไปดูบทสรุปของโลกใบนี้
ด้วยกัน”
ผมพยักหน้า
[■■ ของคุณใกล้เข้ามาแล้ว]
ข้อความของระบบกระซิบข้างหูของผม มันเล่นซํ้าต่อไปอีกหลายวัน
“ดูเหมือนว่ามันคงอีกไม่นานแล้ว”
“ใช่”
แม่ของผมและผมนั่งหันหน้าเข้าหากันและดื่มชาด้วยกัน พวกเรา
กำลังดูหน้าจอที่ถูกติดตั้งไว้ในห้องรับรองของเขตอุตสาหกรรม
– ทวีปอเมริกาพินาศแล้ว! เป้าหมายต่อไปของเทพเจ้าภายนอกพวก
นี้คือที่ไหน?
– เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือประกาศการอพยพฉุกเฉิน!
– พวกเนบิวลาทอดทิ้งโลกแล้ว “มันไม่มีที่ให้หนีอีก”
สถานที่สุดท้ายในรายงานข่าวคือคาบสมุทรเกาหลี ผู้ลี้ภัยที่หลั่งไหล
เข้ามาจากทั่วทุกมุมโลกจนทำให้ทั้งคาบสมุทรดูแน่นขนัดไป
ผมรู้ดีว่าพวกเขาหวังอะไรถึงมาที่นี่