มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 469
เมื่อพวกเราเห็นท้องฟ้าอีกครั้ง พวกเราก็ตระหนักได้ว่าเรือของพวก
เรากำลังตกลงไปเบื้องล่างราวกับว่าพื้นดินด้านล่างได้หายไป ผมรีบ
เปิดใช้งานการแปลงร่างราชาปีศาจและสยายปีกออกมา
“ลีจีฮเย!!”
เธอรีบคว้าหางเสือและควบคุมการเคลื่อนไหวของเธอ เปลวเพลิงถูก
จุดติดขึ้นมาใต้ลำเรือ และมังกรเต่าก็เริ่มบินออกไป
หลังจากทรงตัวได้แล้ว พวกเราก็เห็นสภาพแวดล้อมโดยรอบ มันเกิด
อะไรขึ้นกันเนี่ย…?
「และจากนั้น คิมทกจาก็ไม่อาจหุบขากรรไกรของเขาได้」
จู่ๆ เรือที่อยู่กลางมหาสมุทรก็ตกลงมาบนพื้น – หมายความว่านํ้าที่
ควรจะพยุงเรือไว้ได้หายไป
ครืน!
มหาสมุทรได้แยกออกเป็นสองส่วน และก้นบึ้งส่วนลึกของมันก็ได้เผย
ตัวออกมา สัตว์นํ้าดิ้นไปมาด้วยความเจ็บปวด และพวกเราก็เห็นฝูง
เทพเจ้าภายนอกกำลังฉีกกระชากสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นอย่างมีความสุข
[ฮ่าาาาาาาา!]
ฝูงเทพเจ้าภายนอกกำลังวิ่งไปตามก้นมหาสมุทร ร่างกายของพวกมัน
ดิ้นไปมาราวกับหนอน จากทั้งสองฟากของมหาสมุทรที่เพิ่งแห้งเหือด
ไป สึนามิลูกใหม่กำลังไหลเข้ามา
“เร็วเข้า!”
ผมตะโกนออกมา และลีจีฮเยก็รีบหันเรืออีกครั้ง
[[บรรจุกระสุน]]
จากนั้นพวกเราก็ได้ยินเสียงบรรจุกระสุนเป็นครั้งที่สอง จากแค่เสียง
ที่แท้จริงเพียงอย่างเดียวก็สามารถสลักความหวาดกลัวเข้าสู่ร่างของ
พวกเราได้แล้ว
ผมเงยหน้าขึ้นและเห็นลีฮุนซึงกำลังหลั่งเหงื่อออกมาด้วย แม้ว่ามันจะ
เป็นโลหะเรื่องราว แต่มันก็ไม่อาจต้านทานการโจมตีแบบนี้ได้หลาย
ครั้งนัก
“ลุง! ทำอะไรสักอย่างสิ!”
ผมกำลังวางแผนอยู่เหมือนกัน
ผมนึกถึงธงขาวแห่งการยอมจำนนและตัดสินใจชูมันขึ้น
[ไอเท็ม ‘ธงขาวแห่งการยอมจำนน’ ถูกเปิดใช้งาน!]
[ศัตรูของคุณสามารถเห็นการยอมจำนนของคุณได้จากระยะไกล!]
[กลุ่มดาวส่วนหนึ่งตกตะลึงกับการกระทำของคุณ!]
[กลุ่มดาวจำนวนหนึ่งกำลังชี้นิ้วใส่ความขี้ขลาดของคุณ!]
ขี้ขลาดบ้านแกสิ พวกแกไม่คิดที่จะปรากฏตัวด้วยซํ้า
ผมใช้พลังทั้งหมดเพื่อโบกธงขาว
“ลีจีฮเย! ทางนี้!”
ผมตะโกนออกไป แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา
ไม่สิ คนที่ตอบกลับมาก็คือลีจีฮเยจริงๆ “ลุง เป็นบ้าอะไรไปเนี่ย??”
“มันอาจจะดูไม่เท่เท่าไร แต่นี่คือไอเท็มระดับ SSS นะ”
“มันไม่มีอะไรมารับประกันนะว่าพวกเราจะรอดไปเพราะพวกเรายอม
จำนน!”
“อืม ลีจีฮเยของทางนั้นอาจจะเป็นเด็กน้อยใจดีก็ได้ มั่นใจหน่อยสิ”
“ยังจะมาตลกอีกเหรอ”
น่าเสียดาย ผมไม่ได้ล้อเล่น
กระสุนปืนใหญ่ถูกบรรจุจนเสร็จ และในขณะที่พวกมันเริ่มเปล่งแสง
ออกมา ผมก็โบกธงขาวและตะโกนออกไปด้วยคำพูดที่เตรียมเอาไว้
“โอ้ ลีจีฮเย! มาสเตอร์ของเธอสอนให้เธอโจมตีศัตรูที่กำลังโบกธง
ขาวอยู่เหรอ”
กึก…
และจากนั้นเอง ฝ่ายนั้นก็หยุดเคลื่อนไหวเป็นครั้งแรก กระสุนปืนใหญ่
ที่ถูกบรรจุไว้หยุดลงก่อนที่จะทันได้ยิง ไอนํ้าสีเทาหนากระจายหายไป
และเผยให้เห็นร่างๆ หนึ่งที่ยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือ
มันคือเทพเจ้าภายนอก เจ้าแห่งเกาะที่ล่มสลาย
ลีจีฮเยจากรอบที่ 999 กำลังยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับผมยาวสลวยที่
ปลิวไสวท่ามกลางสายลม
แม้ว่าเธอจะมีชีวิตอยู่มานานแสนนาน แต่รูปลักษณ์ของเธอก็ยังดูอยู่
ในวัยยี่สิบ มันราวกับว่าเวลาของเธอได้หยุดนิ่งลงนับตั้งแต่ที่เธอได้
เห็นบทสรุปของการเสื่อมถอยรอบที่ 999
ริมฝีปากของเธอเริ่มแยกออกจากกันอย่างช้าๆ
[[ธง…]]
“ใช่ ธงนี่ เธอจำได้ไหม?”
หน้ากระดาษพลิกผ่านหัวสมองของผม ฉากจากรอบที่ 999 กำลังเล่น
ซํ้า – กลิ่นคาวเลือด ความมืดอันน่าขนลุกของรถไฟใต้ดิน
[สกิลเฉพาะตัว ‘ความเข้าใจในการอ่าน’ ถูกเปิดใช้งาน!]
[แอตทริบิวต์ ‘ล่ามสถานการณ์’ ถูกเปิดใช้งาน!]
[คำพูดของคุณได้ปลุกเรื่องราวเก่าๆ ภายในตัวฝ่ายตรงข้าม!]
「ภายในความมืดนั้นมียูจงฮยอคกำลังยืนอยู่」
ประกายแสงพุ่งออกมาจากขบวนรถไฟ แสงสว่างเหล่านั้นได้ส่องให้
เห็นดาบของยูจงฮยอคที่กำลังเข่นฆ่ามอนสเตอร์
「ในวันนั้น ปีศาจดาบผู้มีบาดแผลก็ได้พบกับราชาสูงสุด」
ปีศาจดาบตัวสั่นหลังจากได้เห็นดาบของเขาฉีกทะลวงเหล่าศัตรูที่เธอ
รับมือได้อย่างยากลำบากแบบไม่ยากเย็น ลีจีฮเยตะโกนออกมา
ดวงตาของเธอกำลังไล่ตามวิถีดาบที่ดูเหมือนจะเลือนหายไปเป็นเส้น
แสงสีขาว
「“ถ้าฉันติดตามนาย ฉันจะแข็งแกร่งขึ้นเหมือนกันไหม? ฉันจะ
สามารถเอาชีวิตรอดในโลกบ้าๆ นี่ได้ไหม?”」
เปรี้ยง!
ประกายแสงเต้นระบำอย่างรุนแรงตรงหน้าของผม พายุความเป็นไป
ได้ที่ตามมาทรงพลังมากจนผมไม่อาจมองไปข้างหน้าได้เลย
สัตว์นํ้าและเหล่าเทพเจ้าภายนอกที่กำลังพุ่งเป้ามาหาพวกเราถูกดูด
เข้าไปในประกายแสงและดิ้นไปมาด้วยความเจ็บปวด
[อะไรกัน อะไรกัน อะไรกัน อะไรกัน อะไรกัน]
เหล่าเทพเจ้าภายนอกหันไปมองราชาของตน อย่างไรก็ตาม ราชา
ของพวกมันก็ไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว ราวกับว่าเธอได้หายตัวไป
ภายในความทรงจำอันไกลแสนไกล ลีจีฮเยแห่งรอบที่ 999 กำลัง
เอื้อมมือออกไปหาอากาศอันว่างเปล่า
[[มาส… เตอร์…]]
อย่างที่ผมคิด
ผมคิดเรื่องนี้ได้เป็นครั้งแรกเมื่อผมเห็นนักเขียนลับและอูรีเอลจากรอบ
ที่ 999… คนเหล่านี้ พวกเขาเสียสติไปแล้วจริงๆ
[ตัวละคร ‘เจ้าแห่งเกาะที่ล่มสลาย’ กำลังแยกเขี้ยวด้วยความเจ็บ
ปวด]
เมื่อคนผู้นั้นได้กลายเป็นเทพเจ้าภายนอก มันก็เป็นธรรมดาที่คนผู้นั้น
จะกลายเป็นตัวตนที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง มันได้สูญเสียความ
ทรงจำทั้งหมดในชีวิตไปและถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ในฐานะสิ่งมีชีวิตตน
ใหม่
อย่างไรก็ตาม นั่นก็เป็นแค่เทพเจ้าภายนอกทั่วไปเท่านั้น ราชานั้นแตก
ต่างออกไป พวกเขายังคงมีอารมณ์และความทรงจำในช่วงชีวิตก่อน
อยู่
นักเขียนลับได้แบ่งเรื่องราวของเขาออกเป็นการเสื่อมถอยรอบต่างๆ
และเก็บพวกมันเอาไว้ได้ ในขณะที่เปลวเพลิงแห่งชีวิตได้ผลักดัน
อารมณ์ความรู้สึกของเธอไปเป็นความพยาบาท
ถ้าอย่างงั้นแล้วเจ้าแห่งเกาะที่ล่มสลายล่ะ?
เธอจะสามารถจดจำได้ไหมว่าเธอเคยเป็นใคร?
“ลีจีฮเย! นึกให้ออกสิว่าเธอเคยเป็นใครมาก่อน!”
ผมไม่แน่ใจว่าทำไมลีจีฮเยถึงกลายเป็นเทพเจ้าภายนอก อย่างไร
ก็ตาม ผมก็สามารถคิดได้ถึงความเป็นไปได้หนึ่ง
“อย่าทำลายเส้นโลกนี้! ที่นี่คือโลกใบเดียวกันกับที่เธอเคยอาศัยอยู่!
ยูจงฮยอคก็อยู่ที่นี่ด้วย ลีฮุนซึงและตัวเธอก็ด้วย ลีจีฮเย!”
เปรี้ยง!
[การถ่ายทอดสดดวงดาวจับตาดูการกระทำของคุณอย่างใกล้ชิด]
[มหาโดเกบิส่วนหนึ่งขมวดคิ้วให้กับการกระทำของคุณ]
เรื่องราวจากรอบที่ 999 เริ่มไหลออกมาตรงหน้าของผม
“อย่าหลับตานะ! ดูซะให้เต็มตาว่าเธอกำลังจะฆ่าใคร!”
「”อย่าหลับตานะ! ดูซะให้เต็มตาว่าเธอกำลังจะฆ่าใคร“」
ยูจงฮยอคในความทรงจำของลีจีฮเยยืนนิ่ง ชายคนนั้นสอนวิธีใช้ดาบ
และวิธีเอาชีวิตรอดให้กับเธอ ศึกชิงธงเริ่มต้นขึ้น และหลังจากพิชิต
สถานีชุงมูโรได้ เธอก็พูดกับเธอ
「”จดจำความตายของเหล่าคนที่เธอสังหารไปเอาไว้ นี่อาจจะเจ็บ
ปวดสำหรับเธอ แต่เพราะแบบนั้น เธอจะสามารถหลีกเลี่ยงการกลาย
เป็นปีศาจดาบได้“」
ธงของยูจงฮยอคยังคงเป็นสีขาวและไม่แปดเปื้อน ธงนั้นโบกสะบัด
อย่างช้าๆ มันได้กลายเป็นสีแดง และจากนั้นก็สีดำ ลีจีฮเยมองไปยัง
ธงที่ติดแน่นกับแผ่นหลังของชายผู้นั้นและคิดกับตัวเอง
「ฉันอยากจะกลายเป็นคนแบบเขา」
นั่นก็เป็นสิ่งที่ผมคิดอยู่บ่อยๆ
[เรื่องราวของตัวละคร ‘เจ้าแห่งเกาะที่ล่มสลาย’ สั่นสะเทือนอย่าง
รุนแรง!]
ผมไม่พลาดโอกาสนี้และยิงกระสุนนัดต่อไปโดยไม่ลังเล “เธอลืมทุก
อย่างที่ยูจงฮยอคเคยสอนไปแล้วเหรอ?! เรื่องราวต่างๆ พวกนั้นน่ะ!”
ลีจีฮเยอ้าปากค้างในขณะที่เธอมองมาที่ผม เธอคงจะไม่รู้ว่าผมรู้เรื่อง
พวกนั้นได้ยังไง มันไม่สำคัญหรอกว่าใครจะคิดว่าผมขี้ขลาดเพราะผม
ไม่มีทางเลือก ผมต้องพยายามกระตุ้นความทรงจำของเธอให้ได้เพื่อ
ซื้อเวลาให้กับพวกเรา ผมไม่มีหลักประกันอะไรมารับรองเลยว่าวิธี
พวกนี้จะได้ผล
[[ยิง]]
…บ้าเอ้ย แค่นี้ยังไม่พออีกเหรอ
เปรี้ยง!
เสียงกระสุนดังออกมา
แม้ว่าพลังในคราวนี้จะอ่อนแอลงไป แต่พลังทำลายล้างของมันก็ยัง
มากมายสำหรับพวกเราอยู่ดี แต่ก็ต้องขอบคุณที่การโจมตีนั้นเป็นการ
โจมตีแบบกระจายตัวแทนที่จะเป็นการโจมตีแบบจุดเดียว
ผมมองดูกระสุนตัดผ่านมหาสมุทรเข้ามาและเม้มปากอย่างแรง “ฮุน
ซึง!”
“…ฉันยังเตรียมตัวไม่เสร็จเลย!”
มันเป็นเพราะเขาให้สหายยืมโลหะเรื่องราวไปเหรอ? อัตราการฟื้นฟู
พลังเวทมนตร์ของลีฮุนซึงช้ามาก โลหะที่ปกคลุมลำเรือมีแค่ครึ่งหนึ่ง
เท่านั้นเมื่อเทียบจากครั้งก่อน
ซึ่งหมายความว่าพวกเราต้องต้านทานการโจมตีรอบนี้โดยไม่มีความ
ช่วยเหลือจากการแปลงร่างโลหะ
มังกรเต่าเริ่มถอยออกไปด้วยพลังงานทั้งหมดเพื่อหลบห่ากระสุน
อย่างไรก็ตาม ลีจีฮเยก็ขยับไปในทิศทางตรงกันข้ามกับเรือและยืนอยู่
ข้างหน้าเพื่อปกป้องทั้งผมและลีฮุนซึง
“ลุง ยืนอยู่ข้างหลังฉันไว้ ฉันจะจัดการเอง”
คำพูดที่ไม่คาดคิดของเธอทำให้ผมต้องหันไปมองเธอ พร้อมกับแสง
สว่างอันไม่คุ้นเคยในดวงตาของเธอ เธอกำลังมองไปข้างหน้า
“การต่อสู้นี้… มันเป็นของฉัน”
ผมไม่รู้ว่าอะไรทำให้เธอตัดสินใจลงมือ แต่มันก็มีสิ่งหนึ่งที่แน่นอน –
ลีจีฮเยได้เลือกสมรภูมิของเธอแล้ว
“ฉันไม่รู้หรอกนะว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้น อย่างไรก็ตาม ถ้ามันมีฉันอีกคน
ที่พยายามจะทำลายโลกนี้ด้วยข้ออ้างเรื่องโศกนาฏกรรมจากการ
เสื่อมถอยอีกรอบ…” เพลิงภูตผีลุกโชนขึ้นภายในดวงตาของเธอหลัง
จากเธอตัดสินใจ “ฉันก็จะไม่มีวันยกโทษให้กับตัวฉันคนนั้นแน่ๆ”
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ ปลดปล่อยสถานะออกมา!]
ผมมองไปที่เธออย่างเงียบๆ
มหาสมุทรคือสมรภูมิที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเธอ
สิ่งเดียวที่ผมไว้ใจได้ในตอนนี้คือลีจีฮเยและเรือรบของเธอ
[ความเป็นไปได้ของเนบิวลา ‘บริษัทของคิมทกจา’ กำลังแทรกซึม
อยู่ภายในตัวอวตาร ‘ลีจีฮเย’!]
มหาเรื่องราวที่ผมครอบครองกำลังส่งพลังไปให้กับเธอ
เธอลืมตาขึ้นและยิ้มให้กับผม “ขอบคุณนะลุง”
เรือรบของลีจีฮเยพุ่งทะยานไปข้างหน้า
มังกรเต่าหลบหลีกห่ากระสุนที่พุ่งเข้ามาและพ่นพระเพลิงออกไป
“เดินหน้าเต็มกำลัง!”
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินตำนาน‘ เริ่มพูดถึงศึกใหญ่!]
เปลวเพลิงที่ถูกพ่นออกไปจากมังกรตัวเล็กปะทะเข้ากับกระสุนจากอีก
ฝั่งและจางหายไป ประวัติศาสตร์ที่พวกเรามีร่วมกันได้กลายเป็นเรื่อง
ราวและกำลังปะทะกับเรื่องราวของรอบที่ 999
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ‘ กำลังช่วยเหลืออวตาร ‘ลี
จีฮเย’]
[มหาเรื่องราว ‘ฤดูกาลแห่งแสงสว่างและความมืด’ เริ่มเล่าเรื่องราว
ของมัน!]
ถ้ามองแค่พลังทำลายล้างของมหาเรื่องราวเพียงอย่างเดียว ฝ่ายของ
พวกเราก็ไม่ควรจะเสียเปรียบนัก
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ มอบการบัญชาการให้กับอวตารของ
เขา]
[ตัวละคร ‘ลีจีฮเย’ เปิดใช้งาน ‘กองเรือผี LV.???’!]
ในที่สุดกองเรือผีก็เผยตัวออกมาเหนือน่านนํ้า แต่ละลำนั้นมีขนาด
ใหญ่ขึ้นมากจากเรือลาดตระเวนไปเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินเลยที
เดียว พวกมันคุ้มกันมังกรเต่าและสาดเปลวเพลิงออกมาโดยพร้อม
เพรียงกัน
“บรรจุกระสุน!”
กองเรือผีของลีจีฮเยเพิ่มความเร็วขึ้น แต่ก็น่าเสียดาย อีกฝ่ายได้เริ่ม
โจมตีออกมาก่อน
คลื่นเพลิงแหวกผ่านเหนือน่านนํ้า และกองเรือก็ได้มุ่งหน้าตรงไปยัง
คลื่นนั้น กำแพงวารียักษ์ได้ขวางหน้าพวกเราเอาไว้ แต่ดวงตาของเธอ
กลับโฟกัสไปที่จุดๆ เดียว
“ยิง!”
กระสุนอันแม่นยำได้ทำให้ฟากหนึ่งของคลื่นระเบิดออก กองเรือขุด
เข้าไปยังช่องว่างเล็กๆ นั้นและเดินหน้าต่อ กองเรือของเธอในตอนนี้
กำลังก่อขบวนเป็นเส้นตรง และเปิดฉากการโจมตีออกไป
เหล่าเทพเจ้าภายนอกที่ติดอยู่ภายในห่ากระสุนร้องออกมาด้วยความ
เจ็บปวด ลีจีฮเยเหยียบยํ่าผ่านพวกมันและมุ่งหน้าต่อไปอีกครั้ง
เธอกระอักเลือดออกมาหลังจากใช้พลังเวทมนตร์เกินขีดจำกัด แต่เธอ
ก็ไม่ยอมแพ้
「แม้ว่ามันจะเป็นแค่กระสุนนัดเดียว」
ดวงตาของลีจีฮเยเปล่งแสงอันเย็นยะเยือกในขณะที่มองจ้องไปยังจุด
เดียว จุดที่มีเรือรบลำหนึ่งกำลังรออยู่เหนือกำแพงคลื่นหนานั้น
[[บรรจุกระสุน]]
“บรรจุกระสุน!”
[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ ส่งเสียงเชียร์อวตาร ‘ลีจีฮเย’]
[กลุ่มดาว ‘ราชาฮึงมิว’ ส่งเสียงเชียร์อวตาร ‘ลีจีฮเย’]
[กลุ่มดาว ‘พ่อมดคนแรกแห่งโชซอน’ ส่งเสียงเชียร์อวตาร ‘ลีจีฮเย’]
[กลุ่มดาว ‘วีรบุรุษคนสุดท้ายแห่งฮวางซาบอล’ ส่งเสียงเชียร์อวตาร
‘ลีจีฮเย’]
[กลุ่มดาว ‘เมตตรัยตาเดียว’ ส่งเสียงเชียร์อวตาร ‘ลีจีฮเย’]
กลุ่มดาวแห่งคาบสมุทรเกาหลีกำลังมองมาที่เธอ
ในขณะที่เฝ้าดูเธอฝ่าฟันสถานการณ์ที่เสียเปรียบสุดขีด ผมก็เริ่ม
นึกถึงประโยคๆ หนึ่งจากนิยายต้นฉบับ
[แอตทริบิวต์ของตัวละคร ‘ลีจีฮเย’ ใกล้จะวิวัฒนาการแล้ว!]
การวิวัฒนาการครั้งสุดท้ายของแอตทริบิวต์ของเธอ สิ่งที่เธอได้สัมผัส
ในนิยายต้นฉบับกำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้าของผมแล้ว สิ่งๆ นั้นเป็นไป
ได้เพราะสถานการณ์เดียวเท่านั้น
กลุ่มดาวแห่งคาบสมุทรเกาหลีให้เธอหยิบยืมความเป็นไปได้ เรื่องราว
ของเธอที่เธอสะสมมาด้วยความเร็วอันแสนผิดปกติ และสุดท้าย ความ
มุ่งมั่นของลีจีฮเยที่ยอมเสี่ยงชีวิต ทั้งหมดได้ก่อให้เกิดปาฏิหาริย์นี้ขึ้น
มา
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ กำลังมองไปยังอวตารของเขา]
จากท้องฟ้าอันไกลโพ้น ผู้สนับสนุนของลีจีฮเย เทพสงครามทะเล
กำลังมองลงมาที่เธอ เขาคือกลุ่มดาวที่ปกป้องและแนะนำเธอมาเนิ่น
นาน
ผมรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ผมสัมผัสได้ เพราะผมเองก็เป็นดวงดาว
เหมือนกับเขา เขากำลังจะได้เห็นเหตุการณ์ที่มีกลุ่มดาวเพียงเล็กน้อย
เท่านั้นที่จะได้เห็น
「เหตุการณ์ที่อวตารคนหนึ่งมีสถานะเหนือลํ้าไปกว่าผู้สนับสนุนของ
ตน」
นี่ควรจะเป็นสิ่งที่เทพสงครามทะเลตระหนักได้ – เวลาที่เขาจะ
ยอมรับความจริงมาถึงแล้ว เวลาที่เขาต้องปล่อยอวตารของตนไปจาก
อ้อมแขน
「และมหาสมุทรก็ปรารถนาราชาคนหนึ่งเพื่อมาปกครองเหนือพายุ
คลั่ง」
เทพสงครามทะเลสาธยายเรื่องราวราวกับว่าเขากำลังส่งข้อความ
แสดงความยินดีไปยังนกน้อยที่ออกบินสู่ท้องฟ้าเป็นครั้งแรก
「ดังนั้นมันจึงไม่จำเป็นจะต้องมีราชาสองคนในมหาทะเลแห่งนี้」
[แอตทริบิวต์ของตัวละคร ‘ลีจีฮเย’ กำลังวิวัฒนาการ!]
[ตัวละคร ‘ลีจีฮเย’ ได้รับแอตทริบิวต์ระดับตำนาน!]
ในที่สุดปีศาจดาบผู้มีบาดแผลก็ได้ออกเดินทางไปยังมหาสมุทรของ
ตัวเอง
[แอตทริบิวต์ของตัวละคร ‘ลีจีฮเย’ วิวัฒนาการเป็น ‘ราชาแห่งมหา
ทะเล’!]
[[ยิง]]
“ยิง!!”
ในขณะที่เสียงปืนใหญ่ดังก้องออกมา ทุกๆ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของพวก
เราก็ถูกโอบล้อมไปด้วยแสงสว่างเจิดจ้า
[[เทพ… สงคราม… ทะเล…]]
ลีจีฮเยแห่งรอบที่ 999 แสดงปฏิกิริยาออกมาราวกับว่าในที่สุดเธอก็
จำผู้สนับสนุนของเธอได้
「ในการเสื่อมถอยรอบที่ 999 เทพสงครามทะเลได้เสียสละตัวเอง
เพื่อช่วยลีจีฮเย」
บางทีอาจจะเพื่อปฏิเสธทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นในรอบนี้ การโจมตีทาง
เรืออันทรงพลังยังคงดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตาม ลีจีฮเยของพวกเรา
เองก็ตอบโต้กลับไปด้วย
「กลุ่มดาวแห่งคาบสมุทรเกาหลีทั้งหมดอยู่ข้างลีจีฮเย」
ราชาแห่งมหาทะเล – ขอบเขตที่ลีจีฮเยไปถึงได้เมื่ออยู่ในช่วงปลาย
สุดของหนทางเอาชีวิตรอด เธอไปถึงได้เมื่อผ่านการเสื่อมถอยไปถึง
1800 รอบ
เธอไปถึงตำแหน่งสูงที่สุดเท่าที่มนุษย์จะไปถึงได้และก้าวข้ามผู้
สนับสนุนของเธอจนได้กลายเป็นเทพแห่งท้องทะเลในที่สุด
「อย่างน้อยเมื่ออยู่บนผืนนํ้า เธอก็มั่นใจว่าจะไม่ถูกกดดันโดยกลุ่ม
ดาวระดับเทวะคนไหน」