มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 470
เธอเคยกล่าวเช่นนั้นเอาไว้ และพวกมันก็กลายเป็นความจริงในภาย
หลัง – ในเส้นเรื่องต้นฉบับ เธอได้ต่อสู้กับโพไซดอนระดับเทวะอย่าง
สูสี อย่างน้อยก็เมื่อทั้งคู่อยู่บนท้องทะเล
“ยิง!!”
[ผลของแอตทริบิวต์ ‘ราชาแห่งมหาทะเล’ กำลังเปิดใช้งาน!]
พายุโหมกระหนํ่าจากด้านหลังของลีจีฮเย คลื่นแยกออกจากกัน และ
พายุเพลิงก็แผดเผาผ่านเส้นทางที่เธอแล่นไป มันราวกับว่าพายุคลั่ง
เหล่านั้นกำลังพยายามพิทักษ์เรือของเธอ เธอยืนอยู่ตรงหน้าพายุ
เหล่านั้นและสาดกระสุนต่อไป
[สกิลเฉพาะตัว ‘กองเรือผี LV.???’ ยังคงโต้กลับไป!]
และจากนั้น กำแพงคลื่นยักษ์ก็ค่อยๆ แยกออก
[ราชา แห่ง มหา ทะ เล]
[สองคน สองคน สองคน สองคน สองคน]
แม้แต่เทพเจ้าภายนอกที่ติดตามฝ่ายนั้นก็ดูจะลนลานขึ้นมา
「ราชาแห่งมหาทะเลจะไม่มีวันปราชัยบนพื้นนํ้า」
นั่นเป็นกฎที่ถูกยอมรับภายในหนทางเอาชีวิตรอด ผมเชื่อในคำพูด
เหล่านั้นและทำให้พวกเรามาไกลกันขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม…
“อัѹค…”
พร้อมกับเสียงดังกึกก้อง เลือดไหลออกมาจากจมูกและปากของลี
จีฮเย พลังงานเวทมนตร์อันเดือดพล่านของเธอเริ่มตีกลับ ไม่ใช่แค่
นั้น…
[ผลของแอตทริบิวต์ ‘ราชาแห่งมหาทะเล’ กำลังเปิดใช้งาน!]
ข้อความนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากสถานะของฝ่ายเรา
ผมคิดว่ามีบางสิ่งกำลังพุ่งเข้าใส่พวกเรา และในพริบตา กระแสลมอัน
ทรงพลังก็พลิกควํ่าวิสัยทัศน์ของพวกเรา กองเรือผีและมังกรเต่าถูก
ดูดเข้าไปในคลื่นยักษ์และถูกโหมกระหนํ่าอยู่ภายในกระแสนํ้าคลั่ง
“จีฮเย!”
ลีจีฮเยกระเด็นออกไปราวกับว่าวสายป่านขาด ผมเอื้อมมือออกไปและ
คว้าเอวของเธอเอาไว้ พลังงานเวทมนตร์ของผมช่วยให้เธอได้สติ
กลับมา และเธอก็ตีลังกาอยู่ในอากาศก่อนที่จะร่อนกลับลงมายัง
ดาดฟ้าเรือ
เธอกัดฟันและตะโกนออกมา “ฉันบอกให้หนีไปไง!”
“ฉันทำไม่ได้”
สำหรับลีจีฮเยคนเดียวในตอนนี้ นี่คงจะมากเกินไป แม้ว่าเธอจะกลาย
เป็นราชาแห่งมหาทะเล แต่ฝ่ายตรงข้ามของพวกเราก็มีสถานะแบบ
นั้นตั้งนานมาแล้ว และในตอนนี้ยังเป็นเทพเจ้าภายนอกอีกด้วย
เปรี้ยง!
เนื่องจากคำอวยพรของสถานการณ์มหาภัยพิบัติ ภัยพิบัตินี้จึงเหนือลํ้า
ยิ่งไปกว่ากลุ่มดาวระดับเทวะ และนั่นคือคนที่พวกเรากำลังเผชิญหน้า
อยู่
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ‘ กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บ
ปวด!]
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินตำนาน‘ กำลังต้านทานต่อเทวะ!]
[มหาเรื่องราว ‘ฤดูกาลแห่งแสงสว่างและความมืด‘ เผยตัวออกมา]
มหาเรื่องราวทั้งสามเริ่มเล่าเรื่องราวของพวกมันออกมาพร้อมกัน
เนื่องจากส่วนแบ่งของมหาเรื่องราวส่วนหนึ่งถูกใช้ไปโดยทีมแรก
พวกเราจึงไม่สามารถปลดปล่อยพลังทั้งหมดของพวกมันออกมาได้
อย่างไรก็ตาม พวกเราก็ยังพอที่จะกระตุ้นฝ่ายตรงข้ามได้
[[พวกเจ้า…]]
ในที่สุดเป้าหมายของผมในการใช้ธงขาวเพื่อกระตุ้นความทรงจำของ
เธอก็ได้ผลเหรอ? อารมณ์บางอย่างภายในเสียงที่แท้จริงของเธอต่าง
ไปจากเดิม
เปรี้ยง!
[ตัวละคร ‘เจ้าแห่งเกาะที่ล่มสลาย’ กำลังจ้องมองไปยังมหาเรื่องราว]
[‘ทฤษฎีแผ่นฟิล์มไม่เชื่อมต่อ’ ถูกเปิดใช้งาน!]
ในที่สุดช่วงเวลาที่ผมรอคอยก็มาถึง เรื่องราวที่ถูกสร้างขึ้นโดยลีจีฮเย
ที่แตกต่างกันสองคนปะทะกัน และทฤษฎีแผ่นฟิล์มไม่เชื่อมต่อก็เริ่ม
ส่งผล
ถ้าทุกอย่างไปได้สวย พวกเราก็น่าจะสามารถซื้อเวลาได้อีกหน่อย แต่
จากนั้นเอง ภาพฉากตรงหน้าของพวกเราก็เปลี่ยนไปในทันใด
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ‘ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน]
「นี่คือเรื่องราวของทกจา」
「[โปรดรอดไปให้ได้]」
「”ลุง!! ไม่นะ! หยุด! ฉันบอกให้หยุด…!“」
ความทรงจำเหล่านี้มาจากครั้งเมื่อพวกเราต่อสู้กับระยะห่างสุด
พรรณนาเป็นครั้งแรก ราวกับว่าการนึกถึงพวกมันช่างเจ็บปวดสำหรับ
เธอ ลีจีฮเยรีบเบนสายตาออกไป
…อ่า เมื่อตอนนั้นเธอทำหน้าแบบนี้เอง
ผมเองก็จำเรื่องพวกนั้นได้แม่นยำเหมือนกัน
เพื่อที่จะเคลื่อนย้ายเขตอุตสาหกรรมทั้งหมด ผมได้ทำสัญญากับนัก
เขียนลับและต่อสู้กับภัยพิบัตินั้น
[[พวกเจ้า…]]
อย่างไรก็ตาม การแสดงออกของลีจีฮเยจากรอบที่ 999 ก็ไม่น่าดูไป
ด้วย เรื่องราวอีกเรื่องกำลังปรากฏขึ้นตรงหน้าของพวกเรา
[มหาเรื่องราว ‘นักพเนจรแห่งขอบฟ้าอันเป็นนิรันดร์’ เริ่มเล่าเรื่องราว
ของมัน]
นั่นคือเรื่องราวของลีจีฮเยแห่งรอบที่ 999
ทิวทัศน์ของกรุงโซลที่ถูกทำลายโดยเนบิวลาซึ่งลอบเข้ามาโจมตีมัน
ได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าของพวกเรา ต่อมาก็เป็นเหล่าสหายที่ไม่ได้สติ
และสุดท้าย กำแพงของปราสาทที่กำลังพังทลาย
บนกำแพงนั้น ยูจงฮยอคตาเดียวแขนเดียวกำลังจ้องมองไปยังสมรภูมิ
「”…นี่คือทางเดียวเท่านั้น“」
ออร่าแห่งความโกลาหลสีดำสนิทพวยพุ่งออกมาจากร่างของเขา
「”มาสเตอร์! หยุด! ฉันบอกให้หยุด!!“」
ผมรู้ว่าฉากนี้คืออะไร นี่คือฉากที่ยูจงฮยอคแห่งรอบที่ 999 ตาย
ดวงวิญญาณของเขายับยู่ยี่หลังจากพันธสัญญาต่างโลกที่เขาทำกับ
เทพเจ้าภายนอกถูกเรียกใช้ซํ้าๆ และนี่ก็คือการแลกเปลี่ยนครั้ง
สุดท้ายของเขา
โซลกำลังจมดิ่งสู่ส่วนลึกของมหาสมุทร
ยูจงฮยอคพูดขึ้นมา「”เธอต้องรอดไปให้ได้“」
และจากนั้น… ความทรงจำของรอบที่ 999 ก็กระจัดกระจายออกไป
เหนือไอนํ้าสีเทาอันพร่ามัว จากดวงตาทั้งสองข้างของเด็กสาว ‘เจ้า
แห่งเกาะที่ล่มสลาย’ มันมีบางสิ่งกำลังไหลลงมา เรื่องราวบางเรื่องจะ
ไม่หายไปแม้ว่าจะผ่านไปเนิ่นนาน เรื่องราวแบบนั้นทำให้เธอมาไกล
ได้ขนาดนี้
“ลุง นั่นมัน…”
ผมมองไปด้านข้างและเห็นว่าลีจีฮเยของพวกเราก็กำลังร้องไห้ออก
มาด้วย
“คุ้นๆ นะ… ว่าไหม…?”
[‘มหาเรื่องราว’ ทั้งสองกำลังตอบสนองต่อกัน]
แน่นอน เรื่องราวมีความคล้ายคลึงกันได้
「คิมทกจาเชื่อว่าการเสื่อมถอยที่สมบูรณ์แบบที่สุดคือรอบที่ 999
และ…」
และผมก็ใช้การเสื่อมถอยรอบนั้นเป็นต้นแบบของผม
「การเสื่อมถอยรอบนั้นเข้าใกล้บทสรุปที่ถูกต้องที่สุดจากการเสื่อม
ถอยรอบอื่นทั้งหมด」
มันคือการเสื่อมถอยเพียงรอบเดียวที่ทุกคนรอดชีวิตไปได้และได้เห็น
บทสรุป
เปรี้ยง!
ในขณะที่พายุความเป็นไปได้โหมกระหนํ่าออกมา ลีจีฮเยแห่งรอบที่
999 ก็ขยับเข้ามาหาพวกเรา ระยะห่างหดเข้ามาในแต่ละก้าว ผมเกิด
ความรู้สึกไม่ดีขึ้นมา
“ลุง รีบถอยไป!”
ลีจีฮเยของพวกเราเองก็สัมผัสได้ถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามาและชักดาบ
มังกรคู่ก่อนที่จะพุ่งออกไปข้างหน้า
‘สังหารชั่วพริบตา’ – มันคือสกิลต่อสู้กับมนุษย์ที่ดีที่สุดที่เธอครอบ
ครอง น่าเสียดายที่การโจมตีนั้นกลับไม่ได้ผล พร้อมกับเสียงกรีดร้อง
อันรุนแรง ลีจีฮเยของพวกเรากระเด็นออกไปจากดาดฟ้าเรือและ
กระอักเลือดออกมา
“จีฮเย!”
ลีฮุนซึงรีบไปรับตัวเธอไว้
ในขณะที่ผมถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ลีจีฮเยแห่งรอบที่
999 ก็หยุดอยู่ตรงหน้าของผม และก่อนที่ผมจะทันได้ปลดปล่อย
เรื่องราวและสถานะออกมา มือขวาสีขาวอันแข็งแกร่งของเธอก็คว้า
คอของผมเอาไว้
[[เจ้า… เจ้าเป็นใครกัน?]]
…เออ ลูกศิษย์ก็เหมือนกับอาจารย์เลย
ผมทำได้แค่ยิ้มออกมา
ถ้าอย่างนั้น ความจริงที่ว่าพวกเราสามารถคุยกันได้ก็ไม่ได้แย่อะไร
“ชื่อของฉันคือคิมทกจา ฉันเป็นเพื่อนสนิทกับอาจารย์ของเธอ”
[[…เพื่อนสนิท??]]
ลีจีฮเยแห่งรอบที่ 999 ทำหน้าสับสน จากนั้นเธอก็เริ่มจ้องไปยังเรื่อง
ราวรอบๆ ตัวผม
「”ก่อนที่นายจะเริ่มต่อสู้กับพวกมัน นายต้องหากำแพงอีกด้านก่อน
จากนั้นนายจะรู้ได้ในทันทีว่าฉันกำลังจะพูดอะไรกับนาย“」
「”ฉันกำลังบอกนายอยู่นี่ไงว่านายสามารถสู้กับพวกมันได้ในช่วง
สถานการณ์ที่ 28″」
เรื่องราวของผมเปิดทางให้เธออ่าน
[[แต่ ได้ยังไง…?]]
「”ฉันคือยูจงฮยอค“」
[[…มาสเตอร์?]]
เธอคงจะเต็มไปด้วยความสับสน ในขณะที่เธอใช้มือซ้ายนวดขมับของ
เธอ ดวงตาของเธอก็แผ่กลิ่นอายที่เป็นลางไม่ดี
กึก…!
การกำมือของเธอบนลำคอของผมแน่นขึ้น สถานะของเธอที่แผ่ออก
มาทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น และผมก็เริ่มหายใจลำบาก
“ด-เดีѺยวก่อน ทำไมเธอไม่ปล่อยฉันและ…!”
[[มาสเตอร์ มาสเตอร์ มาสเตอร์ มาสเตอร์]]
เหล่าเทพเจ้าภายนอกเปล่งคำพูดตามเธอ ด้วยภาษาที่เศร้าที่สุดที่
คนๆ หนึ่งจะรู้จัก พวกมันกรีดร้องออกมาแทนลีจีฮเย เสียงของพวกมัน
ฟังดูราวกับเส้นเสียงของพวกมันถูกฉีกขาด ราวกับว่าตัวตนทั้งหมด
ของพวกมันกำลังพังทลาย
[สกิลเฉพาะตัว ‘มุมมองนักอ่านพระเจ้า’ ถูกเปิดใช้งาน!]
[เรื่องราวทั้งหมดของคุณกำลังเห็นอกเห็นใจบุคคลที่เกี่ยวข้อง]
[ระดับความเข้าใจของคุณที่มีต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นอย่าง
รวดเร็ว!]
ดวงตาของเธอสะท้อนช่วงเวลาที่พวกเราเคยมีด้วยกันในอดีต
จากศึกเลือกราชาปีศาจไปยังกิแกนโทมาเคีย จากสงครามระหว่าง
กลุ่มดาวและปีศาจไปจนถึงบันทึกการเดินทางสู่ตะวันตก และจาก
นั้น…
[เรื่องราว ‘วงกลมสี่เหลี่ยม’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน]
「”นายสามารถคุยกับฉันได้ทุกเมื่อ ถ้านายไม่อยากคุยกับฉัน งั้นจะ
คนอื่นก็ได้ แต่นายไม่จำเป็นต้องปล่อยมันไว้และให้มันรบกวนจิตใจ
ของนาย“」
ผมเห็นใบหน้าของลีจีฮเยแห่งรอบที่ 999 ซึ่งกำลังบิดเบี้ยวด้วยความ
โศกเศร้า ทำไมมันถึงทำให้ผมนึกถึงนักเขียนลับขึ้นมานะ?
「[[ทำไม ทำไมมันไม่ใช่ข้า แต่เป็นเจ้า??]]」
สำหรับลีจีฮเยแห่งรอบที่ 999 ‘เจ้าแห่งเกาะที่ล่มสลาย’ เรื่องราวนี้มี
ความหมายอะไรต่อเธอ?
เธอเองก็เกลียดผมด้วยรึเปล่า?
เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ในเส้นโลกนี้ ก่อร่างประวัติศาสตร์ของเธอและสหาย
ของเธอที่ผมอ่าน…
「ข้าอิจฉา」
…อะไรนะ?
เปรี้ยง!
ราวกับว่าเธอกำลังมองไปยังสิ่งที่เธอโหยหามาชั่วนิรันดร์ ลีจีฮเยแห่ง
รอบที่ 999 ค่อยๆ เอื้อมมือออกมาและวางฝ่ามือของเธอลงบน
หน้าอกของผม
แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องราวเดียวกัน แต่ความประทับใจที่ได้รับหลังจาก
การอ่านก็จะแตกต่างออกไปตามแต่ละคน บางคนอาจจะสิ้นหวังหลัง
จากได้เห็นเรื่องราวที่ตนทำไม่สำเร็จ ในขณะที่บางคนอาจจะรู้สึกว่า
ถูกปลอบโยนหลังจากได้เห็นความเศร้าที่คล้ายคลึงกับของตัวเอง
ปัญหาเดียวก็คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนั้น
「ข้าอยากจะมีแบบนั้น」
ดวงตาที่ชุ่มไปด้วยความโศกเศร้าของเธอได้เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง
ในทันใด ลีจีฮเยแห่งรอบที่ 999 ค่อยๆ หันหน้าไป สายตาของเธอ
จดจ้องไปยังลีจีฮเยที่ยังไม่ได้สติ
「ข้าเองก็อยากจะมีชีวิตแบบนั้นบ้าง」
จากนั้นผมจึงตระหนักได้ว่าเด็กคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่
ทฤษฎีแผ่นฟิล์มไม่เชื่อมต่อบิดเบี้ยวไปมาอย่างรุนแรง ลีจีฮเยแห่ง
รอบที่ 999 เอื้อมมือออกไป และอากาศโดยรอบก็โอบล้อมลีจีฮเยที่
ยังไม่ได้สติ นี่มันอันตรายแล้ว
[เรื่องราวของคนทั้งสองเริ่มสะท้อนหากัน!]
เรื่องราวของรอบที่ 999 เริ่มเคลื่อนไหว เรื่องราวนั้นกำลังกลืนกิน
เรื่องราวจากเส้นโลกของพวกเรา ผมตกใจและรีบปลดปล่อยสถานะ
ออกมา
ผมต้องหยุดมันให้ได้ ผมต้องไม่ปล่อยให้ลีจีฮเยแห่งรอบที่ 999 กลืน
กิน…
ครืน!
โลหะหลอมโผล่ออกมาจากดาดฟ้าเรือและยืดขยายออกมาปกป้อง
ผมและลีจีฮเยของพวกเราในพริบตา มันเป็นฝีมือของลีฮุนซึง อย่างไร
ก็ตาม ผมก็สัมผัสได้ถึงสิ่งที่ต่างออกไปจากกลิ่นอายของเรื่องราวที่มา
จากบาเรียเหล็ก ผมเบนสายตาไปหาเขา
ลีฮุนซึงอยู่ตรงนั้น แต่มันก็ไม่ใช่เขา ใครบางคนได้หยิบยืมร่างของเขา
และปลดปล่อยพลังออกมา
[ผู้สนับสนุนของอวตาร ‘ลีฮุนซึง’ กำลังปกป้องคุณ!]
สถานะนี้แข็งแกร่งพอที่จะเทียบเคียงได้กับเจ้าแห่งเกาะที่ล่มสลาย
กำแพงเหล็กเปล่งเสียงดังแสบแก้วหู และลีจีฮเยแห่งรอบที่ 999 ก็
โผล่หัวของเธอออกมา ราวกับว่าเธอถูกราดด้วยนํ้าเย็น สีหน้าของเธอ
แข็งขึ้นในระดับที่น่ากลัว
คนแรกที่เปิดปากออกมาคือผู้สนับสนุนของลีฮุนซึง
[[ลีจีฮเย เรื่องราวของพวกเราจบไปนานแล้ว]]
นั่นคือเสียงที่แท้จริงของเทพเจ้าภายนอก
และผมก็ตระหนักได้ในทันทีว่ามันเป็นของใคร
*
ในเวลาเดียวกัน
ฮันมยอนโกได้ซื้อเฟอร์รารีกินี่ระดับ X มาอีกคันด้วยเหรียญที่เขายืม
มาจากคิมทกจา เขาได้ขับมันด้วยความเร่งรีบ เป้าหมายของเขาคือ
เกาะแห่งการกลับชาติมาเกิดที่ถูกผนึก
“ดารึม! ถ้าได้ยินเสียงของพ่อโปรดตอบพ่อด้วย! ดารึม!”
ฮันดารึม – นั่นคือชื่อที่เขามอบให้กับลูกสาวของเขา เขาพเนจรไปทั่ว
และร้องเรียกชื่อของเธอ
“ดารึม!!!”
และในที่สุด เขาก็พบมือที่คุ้นเคยโผล่ออกมาจากความมืดมิดที่บิด
เบี้ยว
เขาจำมือนั้นได้ดี เขาไม่เคยปล่อยมือนั้นจนกระทั่งเธอถูกพรากไป
โดยราชาปีศาจ
ฮันมยอนโกคว้ามันไว้แน่น และจากนั้น เขาก็เริ่มลากร่างของลูกสาว
ออกมาจากชั้นความมืด มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้
[มหาเรื่องราว ‘ผู้กอบกู้อิสรภาพแห่งผู้ที่ถูกหลงลืม’ เริ่มเล่าเรื่องราว
ของมัน!]
เรื่องราวของบริษัทของคิมทกจาที่เขายืมมาเพื่อค้นหาลูกสาวเริ่มเล่า
เรื่องราวของมัน และเขาก็สามารถดึงร่างของเธอออกมาได้ทีละนิดๆ
โชคดี ร่างอวตารของเธอยังไม่บุบสลาย แต่ก็ไม่ได้โชคดีขนาดนั้น
หัวใจของเธอหยุดเต้นไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เขาก็มียาเป็นตายที่เขา
ได้มาจากลีซอลฮวาอยู่
“ดารึม! ตื่นสิ! พ่อเอง! พ่อของลูกอยู่ที่นี่แล้ว!”
ฮันมยอนโกร้องเรียกพร้อมกับรํ่าไห้ และมันก็เป็นเช่นนี้อยู่นานแค่ไหน
กันนะ? ในที่สุด ฮันดารึมก็ลืมตาขึ้นมา อย่างไรก็ตาม มันก็มีลำแสงสี
แดงวาดผ่านม่านตาของเธอ
[…เจ้าทำได้ดี ลูกน้องของข้า]
สิ่งที่ลืมตาขึ้นมาไม่ใช่ฮันดารึม
[…‘ผู้ชี้นำแห่งจุดจบ’ แทบจะถึงจุดจบไปแล้วในช่วงสงครามระหว่าง
กลุ่มดาวและปีศาจ]
สถานะที่เป็นลางไม่ดีของราชาปีศาจแผ่ออกมา แอสโมเดียสเผยรอย
ยิ้มอันบ้าคลั่ง ส่งผลให้ฮันมยอนโกล้มก้นจํ้าเบ้า
“ค-คืนลูกมาให้ฉันนะ! ลูกสาวของฉัน…!”
[ลูกสาว? หืม… ขอโทษทีนะ แต่นั่นคงยากเกินไป ข้าจำเป็นต้องใช้
ร่างอวตารนี้ อย่างไรก็ตาม ข้าจะมอบของขวัญดีๆ ให้กับเจ้าแทนละ
กัน]
แอสโมเดียสพูดและดึงแผ่นปิดตาสีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าของมัน
[มันคือคุณสมบัติที่จะได้เฝ้าดูตอนจบของเส้นโลกนี้พร้อมกับข้าไง]
นี่คือไอเท็มโบราณที่ถูกส่งต่อมาในหมู่ ‘ผู้ชี้นำแห่งจุดจบ’ ไอเท็มที่
สามารถใช้ได้เฉพาะเมื่อสถานการณ์สุดท้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
[ไอเท็ม ‘รีลิคแห่งขุมนรก’ ถูกเปิดใช้งาน!]
‘อาคมต่างโลก’ ที่ใช้อัญเชิญเทพเจ้าภายนอกในห้วงอเวจี ‘เก้าร้อย
เก้าสิบเก้าปีศาจ’ แอสโมเดียสระเบิดเสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งของมัน
ออกมาในขณะที่มันเฝ้าดูมิติที่บิดเบี้ยว [เมทาทรอน! อากาเรส! ราชา
ปีศาจแห่งการหลุดพ้น!! เรื่องราวนี้ยังไม่จบแบบที่เจ้าคิด! เรื่องราวนี้
จะ-!]
[[อะไรกัน?]]
ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? มันมีชายคนหนึ่งมายืนอยู่ข้างหลังแอสโมเดียส
เขาถูกโอบล้อมไปด้วยออร่าสีดำสนิทและมีผ้าพันแผลพันอยู่รอบๆ
แขนข้างหนึ่ง
ฮันมยอนโกมองดูภาพตรงหน้าและเริ่มตัวสั่นอย่างไม่อาจควบคุมได้
เขาจำใบหน้าของชายคนนี้ได้
ชายลึกลับสบตากับเขาและยิ้มออกมา [[…โอ้ นายอัญเชิญฉันมางั้น
เหรอ? หืม… อะไรกัน? มันมีราชาปีศาจอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ? อ่าฮ้า เข้าใจ
แล้ว ราชาปีศาจคนนี้กำลังรังแกนายอยู่สินะ และนายก็อัญเชิญฉัน
ออกมาเพื่อช่วยนายใช่ไหม?]]
[พอ! มันไม่จริง! มันเป็นข้า แอสโมเดียส ที่อัญเชิญเจ้ามาเพื่อ…]
ฟิ้ว!
มือโปร่งแสงของชายหนุ่มเอื้อมออกมาและคว้าหลังคอของแอสโม
เดียสเอาไว้ และอึดใจต่อมา ร่างวิญญาณของราชาปีศาจก็ถูกจับไว้
โดยชายคนนี้
[อัѹค…??]
[[ฉันไม่ไว้ใจคำพูดของคนที่ซ่อนตัวอยู่ในร่างของคนอื่นหรอกนะ]]
ดวงวิญญาณของแอสโมเดียสถูกฉีกเป็นชิ้นๆ การโจมตีที่ไม่ให้โอกาส
ราชาปีศาจได้ต้านทาน ชายหนุ่มเลียเรื่องราวของปีศาจที่
กระจัดกระจายออกไปและยิ้มกว้าง
[[ฉันเกลียดราชาปีศาจที่สุด พวกมันพยายามจะเลียนแบบฉันตลอด
ฉันหมายถึง ดูนี่สิ! หมอนี่ เขากระทั่งมีที่ปิดตาที่ฉันทำหายไปด้วย?]]
ชายหนุ่มคนนั้นพึมพำกับตัวเองและดึงผ้าปิดตาออกมาจากร่างอวตาร
ของแอสโมเดียสก่อนที่จะสวมมันให้กับตัวเอง เขายิ้มออกมาอย่าง
สดใสราวกับว่าเขาพึงพอใจในรูปลักษณ์ของตัวเองตอนนี้ ในขณะ
เดียวกัน ฮันมยอนโกที่กำลังตัวสั่นก็รีบไปกอดร่างของลูกสาวที่ล้มลง
ไปเอาไว้และเงยหน้าขึ้นมองชายคนนั้น
[[โอ้ย โอ้ย ไม่ต้องห่วงน่า ฉันอาจจะดูน่ากลัวไปหน่อย แต่เมื่อนาย
รู้จักฉันดี นายก็จะรู้ว่าฉันเป็นคนดีจากภายในจริงๆ]] ชายคนนั้นเคาะ
ผ้าพันแผลอย่างแรงและพูดขึ้นมา [[อืม งั้น… ฉันจะไปหาจีฮเยของ
ฉันเลยดีไหมนะ?]]
โลหะหลอมยืดขยายออกมาและปกป้องผมกับลีจีฮเย
[กลุ่มดาว ‘เจ้านายแห่งโลหะ’ เปิดเผยสถานะของเขา]
เดิมทีผู้สนับสนุนของลีฮุนซึงคือเจ้านายแห่งโลหะ อย่างไรก็ตาม เขา
ก็ถูกสังหารไปในช่วงเหตุการณ์ที่ออซเมื่อครั้งที่ผ่านมา แต่เขาก็
สามารถสืบทอดคำขยายของเขาไปให้คนอื่นได้สำเร็จ
[[ราชาดวงใจสีเงิน]]
ราชาดวงใจสีเงิน เขาคือเจ้านายแห่งโลหะคนใหม่ เขาเป็นอีกคนที่ได้
เห็นบทสรุปของรอบที่ 999 พร้อมกับเจ้าแห่งเกาะที่ล่มสลาย
และเขาก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากลีฮุนซึงจากรอบที่ 999
[[หยุดทำตัวเป็นผู้สนับสนุนที่ไร้สาระได้แล้ว เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังทำ
อะไรอยู่?]]
มันเป็นเพราะเธอกำลังเผชิญหน้ากับราชาอีกคนที่เหมือนกับเธองั้นเห
รอ? ลีจีฮเยแห่งรอบที่ 999 ฟื้นคืนเหตุผลของเธอได้อย่างรวดเร็ว
[[เจ้าเอาแต่เงียบเมื่อพวกเราเรียกหาเจ้า แล้วทำไมเจ้าถึงมาปรากฏ
ตัวเอาตอนนี้?]]