มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 472
อย่างไรก็ตาม หงอคงก็ยังส่ายหัว [ข้าเองก็ไม่ชอบหมอนั่น แต่…]
ในขณะที่เขายิ้มออกมาอย่างไม่แยแส เขาก็ระเบิดออร่าออกมาจาก
ร่างทั้งร่าง
[น้องเล็กของพวกเราคงมีปัญหาถ้าหมอนั่นตาย]
[กลุ่มดาว ‘ผู้กอบกู้อิสรภาพที่เก่าแก่ที่สุด‘ เปิดเผยสถานะออกมา!]
เขาคือคนที่ในที่สุดก็ได้ปลดปล่อยสถานะของตนออกมาจากการถูก
จำกัดไว้โดยรัดเกล้า และเขาก็ยังได้รับพลังของเทพเจ้าภายนอกหลัง
จากได้สัมผัสกับการกลายร่างเทพเจ้าภายนอกบางส่วน
สัตว์ปีศาจที่ต่อสู้ร่วมกับเขาในช่วงบันทึกการเดินทางสู่ตะวันออกฉบับ
ใหม่ปรากฏตัวขึ้นจากประตูมิติเพื่อจุติลงมายังมหาสมุทรแปซิฟิค
[ราชาวานร ราชาวานร ราชาวานร ราชาวานร ราชาวานร]
เหล่าเทพเจ้าบูชาราชาที่แตกต่างกัน มหาสมุทรที่ถูกอาบไปด้วยเลือด
สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และอูรีเอลแห่งรอบที่ 999 ก็เริ่มอ้าปากค้าง
และในที่สุด สมดุลก็เริ่มโน้มเอียงไปทางด้านหนึ่ง
“มันได้ผล! ลุยต่อไป!”
พร้อมกับเสียงของฮันซูยอง มหาเรื่องราวแห่งบริษัทของคิมทกจาก็
เริ่มเล่าเรื่องราวของพวกมันออกมาพร้อมกัน
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ‘ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินตำนาน‘ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
[มหาเรื่องราว ‘ฤดูกาลแห่งแสงสว่างและความมืด‘ เริ่มเล่าเรื่องราว
ของมัน!]
[มหาเรื่องราว ‘ผู้กอบกู้อิสรภาพแห่งผู้ที่ถูกหลงลืม’ เริ่มเล่าเรื่องราว
ของมัน!]
แม้ว่าผู้ถือครองส่วนแบ่งหลักอย่างคิมทกจาและยูจงฮยอคจะหายไป
แต่สมาชิกคนอื่นก็ไม่ได้ถือครองส่วนแบ่งที่น้อยอะไร และนอกจากนั้น
มันยังมีบางคนที่เตรียมตัวเสร็จแล้วและพร้อมจะปลดปล่อยการโจมตี
ไม้ตายออกมา
[ท้องฟ้ามีดวงอาทิตย์แค่ดวงเดียวก็พอแล้ว]
คนแรกคือสุริยะที่ปรากฏตัวพร้อมกับรถไฟของเขา และจากนั้น…
[การฟาดฟันพวกเทพเจ้าภายนอกกลายเป็นนิสัยไปแล้วสิ]
[มารวมพลังกัน เซียนดาบทลายนภา]
“ฉันมาแล้ว!”
เซียนดาบทลายนภา เคียร์อีออส และจางฮายังต่างก็เข้ามาร่วมวงด้วย
อูรีเอลแห่งรอบที่ 999 ถูกกดดันกลับไป สีหน้าของเธอค่อยๆ ถูกย้อม
ด้วยความสับสน
[[พวกเจ้า… พวกเจ้าทุกคนมาอยู่ด้วยกันได้ยังไง? เส้นโลกนี้มันอะไร
กัน…??]]
เธอตื่นตระหนักกับมหาเรื่องราวที่กำลังพุ่งเข้าใส่ ขนาดของพวกมัน
ใหญ่โตมาก แต่เนื้อหาของพวกมันกลับเป็นปัญหายิ่งกว่า เรื่องราว
แบบนี้มีตัวตนอยู่ได้ยังไงกัน?
ได้ยังไง…?
สามผู้บรรลุที่ควบขี่อยู่บนรถไฟทะลุผ่านบาเรียความร้อน และจากนั้น
การโจมตีประสานของทั้งสามก็พุ่งออกไป
ในขณะที่การโจมตีกำลังจะปะทะเข้ากับร่างของอูรีเอล…
ฮันซูยองก็รู้สึกหนาวสันหลังขึ้นมาในทันใด
“ไม่ หยุด!”
[เรื่องราว ‘การทำนายลอกเลียนแบบ’ กำลังแก้ไขเรื่องราวอย่างเร่ง
ด่วน!]
ความรู้สึกอันทรงพลังบางอย่างเข้าจับกุมเธอ และทันใดนั้นเอง เสียง
ของมิติเวลาโดยรอบที่ถูกบีบแตกก็ดังก้องออกมา
เคร้ง
ฮันซูยองไม่อาจบอกได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
[[อะไรกัน? ‘ฉัน’ อยู่ที่ไหนในการเสื่อมถอยรอบนี้กัน? หรือว่าฉันถูก
ฆ่าไปแล้ว?]]
เสียงอันเป็นขบถดังออกมาราวกับว่าห้วงอเวจีส่วนหนึ่งได้หล่อหลอม
มันให้กลายเป็นความจริง
เหล่าผู้บรรลุที่เตรียมจะสาดการโจมตีออกไปตกลงมายังเบื้องล่าง
พร้อมกับรถไฟที่ถูกทำลาย เพลิงทมิฬสีดำสนิทกำลังแผดเผาปลาย
เสื้อของพวกเขา
ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ท่ามกลางหมอกอันมืดครึ้ม เขาคือคนที่
ฮันซูยองเองก็รู้จัก เธอรู้จักเขาดีจนทำให้เธอขนลุกออกมา
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ‘ กำลังเตือนคุณถึงอันตราย!]
ชายคนนั้นค่อยๆ เปิดปากขึ้น [[ชิ ฉันคิดว่าเป็นจีฮเยซะอีกเพราะมันมี
สถานะวุ่นวายเต็มไปหมด พลาดซะได้]]
ดวงตะวันของเปลวเพลิงแห่งชีวิตเปล่งแสงเจิดจ้าออกมา อย่างไร
ก็ตาม ความมืดของชายหนุ่มก็ทวีความหนายิ่งขึ้นเป็นการตอบสนอง
เฉกเช่นเงาที่ขยายขนาดขึ้นเมื่อมีแสงสว่าง
อูรีเอลแห่งรอบที่ 999 พูดขึ้นมา [[ราชันมหาอเวจี ใครอัญเชิญไอ้บ้า
อย่างเจ้ามายังเส้นโลกนี้?]]
ต้นคอของฮันซูยองหนาวสั่นขึ้นเรื่อยๆ เธอนึกถึงสิ่งที่คิมทกจาบอกกับ
เธอ ผู้ปกครองแห่งจักรวาลตอนเหนือ ‘ราชันมหาอเวจี’
[[ฮ่าฮ่าฮ่า ในที่สุดเธอก็เรียกฉันด้วยชื่อนั้น นอกจากนี้ เธอยังดูเหมือน
ว่าจะเจอปัญหาหน่อยนะ? ฉันควรช่วยดีไหมนะ?]]
[[ข้าไม่ต้องการความช่วยเหลือจากวายร้ายอย่างเจ้า…]]
[[ไม่เอาน่า พวกเราเป็น ‘สหาย’ จากการเสื่อมถอยรอบเดียวกันนะ]]
ชายคนนั้นหัวเราะออกมา
เขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากปีศาจแห่งการล่อลวง คิมนัมอุนที่ได้เห็นบท
สรุปของรอบที่ 999
และในช่วงเวลาที่สายตาของเขาขยับ ฮันซูยองก็รู้สึกหนาวสั่นไปทั้ง
ร่าง
[[ฉันเองก็อยากจะเห็นใบหน้าของมังกรดำเหมือนกัน นานแล้วสินะ]]
คิมนัมอุนได้มาอยู่ตรงหน้าของเธอแล้ว และเขาก็เริ่มมองมาที่เธอด้วย
สายตาอันชั่วร้าย
*
เมื่อดวงตาของเขาค่อยๆ เปิดขึ้น ยูจงฮยอคก็ตระหนักได้ว่าเขากำลัง
พเนจรอยู่ภายในความมืดมิดเพียงลำพัง
สิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้คือเขากำลังศึกษาการโจมตีกับคิมทกจา แต่ก็มี
บางสิ่งผิดพลาดระหว่างนั้น และเขาก็หมดสติไป…
[ร่างวิญญาณของคุณอยู่ในสภาพไม่มั่นคง]
[เรื่องราว ‘อเวจีนิรันดร์’ อยู่ในสภาพอ่านไม่ออก]
「วันเกิดของไอ้งั่งยูจงฮยอคนั่นคือเมื่อไหร่กัน?」
ชิ้นส่วนความทรงจำลอยออกมาเป็นระยะๆ เขาได้ยินเสียงๆ หนึ่ง
ระหว่างสติอันพร่ามัวของเขา ไม่สิ แทนที่จะเป็นเสียง มันเหมือนกับตัว
อักษรมากกว่า
ยูจงฮยอคจำแนกได้ในทันทีว่าเจ้าของคำพูดแบบนั้นเป็นใคร
「…รอบการเสื่อมถอยที่ถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรกคือ…」
การพูดแบบนั้นมีแค่คิมทกจาคนเดียวในโลก
「เอ๋~ ส่วนนี้ก็สนุกดีนี่?」
ประโยคบนหน้ากระดาษที่คิมทกจาอ่านได้แล่นผ่านสายตาของเขา ยู
จงฮยอคเห็นตัวเองที่กำลังต่อสู้กับกลุ่มดาวอยู่ตรงนั้น
「การเสื่อมถอยรอบที่ 1 รอบที่ 41 รอบที่ 666…」
นิ้วของคิมทกจาที่กำลังติดตามตัวหนังสือไปหยุดลงในทันใด ข้อมูล
เกี่ยวกับการเสื่อมถอยบางรอบลอดผ่านระหว่างนิ้วมือของเขาออกมา
「รอบที่ 999」
แม้ว่ายูจงฮยอคจะรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการเสื่อมถอยรอบนั้นผ่าน
ข้อมูลของอเวจีนิรันดร์ แต่เขาก็ไม่สามารถจดจำข้อความทั้งหมดที่คิม
ทกจาได้อ่านได้
ตัวอักษรดูเหมือนจะกำลังพึมพำเบาๆ ในขณะที่อ่านเกี่ยวกับการเสื่อม
ถอยรอบนั้น
「“ฉันคือยูจงฮยอค…”」
ยูจงฮยอคตัวจริงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับชีวิตที่ได้รับการประคับประคองจาก
คำประกาศแบบนั้น
ยูจงฮยอคที่ถูกอ่านโดยคิมทกจา ประวัติศาสตร์ของเขาคงอยู่เหมือน
กับเขม่าระหว่างการไหลของหน้ากระดาษ – คิมทกจาได้ฝ่าฟันเรื่อง
ร้ายๆ ทั้งหมดในชีวิตด้วยการเรียกตัวเองว่าเป็นยูจงฮยอค
ฝ่ายหนึ่งไม่อาจเข้าใจอีกฝ่ายได้
เขาไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไรสำหรับการที่เขาได้ช่วยคนจากโลกที่แตก
ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงแบบนี้ เขาแค่ไม่รู้ว่าคนๆ หนึ่งจะกล้าหาญขึ้น
มาได้เพราะได้อ่านเรื่องราวของอีกคนงั้นเหรอ
ไม่ใช่แค่นั้น ยูจงฮยอคยังพบว่าตัวเองที่อยู่บนตัวหนังสือเหล่านั้นดูไม่
คุ้นเคยเอาซะเลย
「”ฉันยังสู้ได้“」
เขาพูดแบบนั้นไปจริงๆ เหรอ?
「”ไม่ว่าจะยังไง ไม่ว่าจะกี่ร้อยกี่พันครั้ง ฉันก็จะเกิดใหม่มาฆ่าพวก
แก“」
เขาคือคนที่พูดอะไรแบบนั้นจริงๆ เหรอ?
เสียงของเหล่าสหายที่ไว้ใจเขาสามารถพบได้ท่ามกลางตัวอักษรนับ
ไม่ถ้วน
「หัวหน้า」
「ฉันไว้ใจแค่นายนะ」
「นายต้องช่วยโลกให้ได้ในรอบต่อไป」
เส้นโลกต่างๆ ยังคงหายไป สิ่งเดียวที่เหลืออยู่จากนั้นคือตัวอักษร
เหล่านี้
พวกเขาเห็นอะไรในตัวเขาเมื่อต่อสู้เคียงข้างกัน?
‘ฉันเป็นใคร?’
ยูจงฮยอคเต็มไปด้วยความว่างเปล่าในขณะที่เขาจ้องไปยังคำพูดที่
อยู่นอกเหนือความเข้าใจของเขา
ช่วงชีวิต 1864 รอบ
เขารู้อยู่แล้วว่าโลกแบบไหนที่เขาต้องก้าวข้ามเพื่อมาให้ถึงที่นี่
อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่อาจเข้าใจมันได้เลย
「ทั้งหมดนี้คือฉันจริงๆ เหรอ ความทรงจำพวกนี้?」
ยูจงฮยอคสงสัยมากยิ่งขึ้น ถ้าเขาไม่มีอะไรมากไปกว่าตัวละครอย่างที่
คิมทกจากล่าวจริงๆ งั้นจะเกิดอะไรขึ้นกับ ‘เวลา’ ที่เขาไม่สามารถจำ
ได้
ตัวเขาที่ไม่ได้อยู่ในหน้าที่คิมทกจาได้อ่านไปอยู่ที่ไหน?
หรือเขาจะไม่มีตัวตนอยู่เลย?
[ผู้สนับสนุนของคุณกำลังมองมาที่คุณใกล้ๆ]
เขาจะสามารถพูดอะไรจากที่ๆ ชีวิตของเขามี ‘ตัวตน’ อยู่ และมันจะ
จบลงตรงไหน?
เปรี้ยง…
เขามองกลับไปยังความว่างเปล่าโดยอัตโนมัติและรู้สึกเย็นวาบขึ้นมา
ในทันใด เขาพบว่ามีคนอื่นนอกจากเขาอยู่ที่นี่
[[เจ้ากำลังใคร่ครวญอะไรอยู่? เจ้าไม่มีเวลาให้เสียแล้วนะ]]
ยูจงฮยอคจำได้ในทันทีว่ามันเป็นใคร
‘นายไม่ควรจะเคลื่อนไหวได้’
เขามองไปยังนักเขียนลับ เขาเอื้อมมือออกไปหาดาบปีศาจทมิฬโดย
สัญชาตญาณ แต่เขากลับไม่พบด้ามดาบที่คุ้นเคย
ที่นี่คือโลกในจินตนาการของเขา ไอเท็มจึงไม่มีตัวตนอยู่
นักเขียนลับจ้องกลับมาที่เขาและส่ายหัวด้วยความผิดหวัง [[ด้วย
อัตรานี้ สหายทุกคนของเจ้าจะต้องพินาศ]]
‘พินาศ?’
เขารู้สึกหนาวสันหลังขึ้นมา
สหายของเขากำลังจะเข้าสู่ศึกอันตรายกับราชาเทพเจ้าภายนอก เขา
ย่อมสัมผัสได้ถึงออร่าอันเป็นลางไม่ดีที่กำลังไหลเวียนอยู่รอบๆ
เขาจำเป็นต้องตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาจำเป็นต้องออกไปจากที่นี่ และ…
[[เจ้าไปในสภาพปัจจุบันก็ไม่มีความหมายอะไร ถ้าเจ้าไม่สามารถใช้
พลังของรอบที่ 1863 ได้ เจ้าก็จะไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย]]
‘แล้วไง? นายจะพูดอะไร?’
ยูจงฮยอคคำรามออกมาอย่างน่ากลัว แต่นักเขียนลับก็ยังไม่สะทก
สะท้าน [[เจ้ายังมีอีกวิธีในการใช้พลังแห่งรอบที่ 1863]]
ทันใดนั้นเอง เขาก็ถอดรหัสเบื้องหลังคำพูดเหล่านั้นได้
เหตุผลเดียวที่เขาจะใช้พลังแห่งรอบที่ 1863 ได้ในช่วงเวลาสั้นๆ ก็
เพราะเรื่องราวของคิมทกจา ‘อเวจีนิรันดร์’ และคนที่มอบเรื่องราวนั้น
ให้กับหมอนั่นก็คือ…
ยูจงฮยอคกัดฟันและถาม
‘นายคาดหวังให้ฉันไว้ใจนาย? แล้วทำไมนายต้องพยายามช่วยพวก
เรา?’
[[ข้ามีเรื่องจะขอ]]
‘…ขอ?’
[[ข้าจะให้เจ้ายืมพลังในคราวนี้ ข้าหวังว่าเจ้าจะได้เรียนรู้บางสิ่งจาก
เรื่องนี้]]
นักเขียนลับเอื้อมมือออกมาจากความมืดมิด มันไม่มีเวลาให้หลบ และ
ฝ่ามืออันเย็นเฉียบของเด็กหนุ่มก็สัมผัสเข้ากับหน้าผากของยูจงฮยอค
และจากนั้น…
[‘ทฤษฎีแผ่นฟิล์มไม่เชื่อมต่อ’ ถูกเปิดใช้งาน!]
พร้อมกับความเจ็บปวดอันรุนแรงที่พอจะทำให้หัวสมองของเขาว่าง
เปล่า เรื่องราวบางอย่างลอยอยู่ข้างใน มันคือความทรงจำที่เขารู้อยู่
แล้ว อย่างไรก็ตาม พวกมันก็ยังเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจเข้าใจได้ ทุกๆ
เรื่องราวของนักเขียนลับแผ่ซ่านออกไปภายในเส้นเลือดของเขา
พร้อมกับแผ่คลื่นความร้อนออกมา
รอบที่ 1, รอบที่ 2, รอบที่ 3, รอบที่ 4… และจากนั้น รอบที่ 1863
ยูจงฮยอคจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังตื่นขึ้นมาภายในตัวเขา
พวกเขาทุกคนคือยูจงฮยอค แต่ละคนคือยูจงฮยอค แต่ในเวลา
เดียวกัน ยูจงฮยอคก็มีแค่คนเดียวเท่านั้น
คนๆ เดียวที่ใช้ชีวิตมา 1864 ครั้ง
เขาเริ่มจำไปทีละอย่าง
อย่างเช่น เขาคือใคร
เขามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร
เรื่องราวไหลเวียนไปรอบๆ ภายในเรื่องราวเหล่านั้น มันมีใครบางคน
กำลังถามอยู่
「”ยังไงก็เถอะ วันเกิดของหัวหน้าวันไหนกัน?”」
นั่นทำให้คิมทกจาตอบออกมา
「อ่า เจอแล้ว ตรงนี้นี่เอง วันที่สามสิงหา」
ใช่ เขาเกิดในฤดูร้อน
เขาจำทุกอย่างได้อย่างชัดเจนแล้ว
วันเกิดของเขาที่ไม่มีใครมาฉลองหรือแสดงความยินดีกับเขา วันครบ
รอบเหล่านั้นต่างก็สูญเสียความหมายของพวกมันไปในขณะที่เขาใช้
ชีวิตผ่านช่วงชีวิตถึง 1864 ครั้ง
ยูจงฮยอคลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ พลังงานแห่งเรื่องราวเต็มเปี่ยมร่างทั้ง
ร่างของเขา ความรู้สึกนี้คือสิ่งที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อนในรอบที่ 3 นี้
เขาเงยหน้าขึ้นและสัมผัสได้ถึงรังสีความร้อนของดวงอาทิตย์
แม้จะอยู่ห่างออกไป แต่เขาก็ยังสัมผัสถึงมันได้ยังชัดเจน – ตัวตน
ของเทพเจ้าภายนอกกำลังเรียกหาเขาจากเส้นขอบฟ้าไกล อย่างไร
ก็ตาม เขาก็ไม่ได้รู้สึกกลัว
เขายกร่างขึ้นอย่างช้าๆ และยืนยันถึงสภาพของร่างอวตารของเขา
ทุกๆ ส่วนของมันอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อม
เรื่องราวที่เขาสะสมมานั้นได้แทรกซึมอยู่ในทุกอณู
「ในเวลานั้นเอง ยูจงฮยอคก็รู้สึกราวกับว่าเขาถือกำเนิดขึ้นมาใหม่」
[มหาเรื่องราว ‘นักแสวงบุญแห่งวันสิ้นโลกอันโดดเดี่ยว‘ ฟื้นฟูสู่สภาพ
สมบูรณ์ของมัน]
นี่คือพลังที่แท้จริงที่เขาเคยครอบครอง สถานะของสิ่งที่ไปถึงรอบ
สุดท้ายของโลกและได้เห็น ‘กำแพง’ เพียงลำพัง
[‘ทฤษฎีแผ่นฟิล์มไม่เชื่อมต่อ’ กำลังเปิดใช้งานในสภาพผิดปกติ]
[การเชื่อมต่อระหว่างแผ่นฟิล์มไม่สมบูรณ์]
เขาพบว่าเขาสามารถพึ่งพาพลังนี้ได้ในช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น อย่างไร
ก็ตาม มันก็มากเกินพอสำหรับเขาแล้ว ยูจงฮยอคเงยหน้าขึ้นและมอง
ไปยังท้องฟ้า
และท้องฟ้าก็กำลังกรีดร้องออกมา
[เรื่องราว ‘อเวจีนิรันดร์’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
[แอตทริบิวต์ ‘ความหวาดกลัวแห่งดวงดาว’ ถูกเปิดใช้งาน!]
สายตาของเขาส่งผลให้ดวงดาววิ่งหนีไปด้วยความหวาดกลัว
ยูจงฮยอคจ้องมองไปยังพวกเขาอยู่สักพัก ก่อนที่ร่างของเขาจะพุ่งไป
ยังดวงอาทิตย์ที่อยู่ไกลออกไป
ฮันซูยองไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าของเธอ เหล่าผู้บรรลุล้ม
ลงในทันที่ และตุลาการแห่งยมโลกเองก็พ่ายแพ้ทีละคน
“ถอยมา ฮันซูยอง!”
พร้อมกับเสียงดัง ‘เคร้ง!!’ จางฮีวอนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอได้
กระเด็นออกไป เรื่องราวระเบิดออกมาจากชายที่กำลังฉีกยิ้มอย่างชั่ว
ร้ายราวกับว่าเขากำลังเล่นสนุก
[มหาเรื่องราว ‘การออกแบบแห่งการล่อลวง’ เริ่มเล่าเรื่องราวของ
มัน!]
ร่างทั้งร่างของราชันมหาอเวจี คิมนัมอุนแห่งรอบที่ 999 เริ่มแผ่ออร่า
ของเพลิงทมิฬออกมา ออร่านั้นเริ่มกลายร่างเป็นภาพเงาของมังกร
หลายหัว มันแยกเขี้ยวออกมา และในไม่ช้า บรรยากาศทำลายล้างก็
เข้าปกคลุมทุกสรรพสิ่งโดยรอบ
ตู้ม!!
“ยูซอง! กิลยัง!”
การระเบิดลูกโซ่ของเพลิงทมิฬเข้ากลืนกินเด็กๆ